Can I Love You รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน

ตอนที่ 12 : เราสองสามคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    21 เม.ย. 60

“สวัสดีค่ะแม่” ฉันกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์

“หนูจะมาหาแม่วันไหนจ้ะลูกรัก”

“เอ่อ แม่ค่ะคือช่วงนี้หนูเรียนหนักมากเลยค่ะ” ฉันพูดด้วยความรู้สึกผิด นี่แหละนะพอมีความสุขก็มักจะไม่คิดถึงพ่อกับแม่หรอก

“อย่างนั้นหรอจ้ะ” แม่พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าลงเล็กน้อย

“ค่ะ อีกสามสี่เดือนหนูก็ปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวหนูจะรีบบินไปหาแม่เลยนะคะ”

“เอางั้นก็ได้จ้ะลูกรัก” น้ำเสียงแม่ฟังดูมีความสุขขึ้น

“ลิซคิดถึงแม่นะคะ”

“จ้ะลูกรัก”  

ตั้งแต่เกิดเรื่องพี่ฮันบินกับยัยโมโมะนี้ก็เกือบเดือนแล้วที่ฉันไม่ได้บินไปหาแม่อย่างที่ฉันบอกเธอ แม่คงทนคิดถึงฉันไม่ไหวจนโทรมาถาม ฉันไม่ได้โกหกหรอกนะเรื่องเรียน เพียงแต่ตอนนั้นมันมีแรงกระตุ้นให้อยากไปมาก ๆพอทุกอย่างเข้าที่เข้าทางฉันก็กลับเข้าสู่โหมดเดิม คือ ซึนเดเระ

 

หลังจากกลับจากมหาลัยฉันก็ขับรถไปหาพี่ฮันบินที่คอนโด เขาไม่สบายฉันกะว่าจะเข้าไปหาเขาซักหน่อย ช่วงนี้เข้าฤดูฝนอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆประกอบกับช่วงที่ผ่านมาทำงานหนักไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนด้วยมั้ง ระหว่างทางก็แวะซื้อของสดเพื่อมาทำอาหารให้เขาทานด้วย ใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาถึงคอนโดของพี่ฮันบิน มือเรียวหยิบคีย์การ์ดออกมาก่อนจะแตะลงไปที่ประตู ขาวเรียวก้าวเดินเข้าไปในห้องก็เจอคนป่วยนอนซมอยู่บนโซฟา

“มาแล้วหรอค่ะ” น้ำเสียงแหบแห้งเปล่งออกมาอย่างลำบาก น่าสงสารชะมัด! ฉันวางของไว้บนโต๊ะเล็กก่อนจะนั่งขัดสมาธิลงที่พื้นด้านล่าง ก้มลงเอาหน้าผากตัวเองชนทาบกับหน้าผากพี่ฮันบินสักครู่แล้วเด้งตัวกลับมานั่งที่เดิม

“ก็ไม่ร้อนมากแล้วนะคะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วหยิบกะละมังเล็ก ๆและผ้าขนหนูผืนหนึ่งออกมาก่อนจะทำการเช็ดตัวให้คนป่วย

“ออกมานอนข้างนอกทำไม เข้าไปนอนข้างในไหมค่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ” มือแกร่งเอื้อมมาหยิกที่แก้มยุ้ยเบา ๆ “คิดถึงจัง” ก่อนจะเปลี่ยนมาลูบไล้ที่ปากสีอ่อนไปมา ฉันจูบมือเขาตอบพร้อมกับยกยิ้มให้

“เดี๋ยวลิซไปทำซุปให้พี่ทานดีกว่า” เขาพยักหน้ารับ

ฉันเดินเข้าครัวไปก่อนจะลงมือทำอาหารอ่อนให้เขา ใช้เวลาไม่นานฉันก็ยกซุปร้อน ๆออกมาให้เขา

“เดี๋ยวลิซป้อนนะคะ” เขาลุกขึ้นนั่งก่อนจะเอนตัวไปพิงด้านหลัง ฉันเลยลุกขึ้นนั่งที่โซฟาพร้อมกับป้อนซุปให้คนป่วยอย่างระวังมือ เขาทานอยู่สามสี่คำก็บอกให้ฉันหยุดป้อน

“แล้วเมื่อไหร่จะหายเนี่ย” ว่าพลางวางซุปไว้บนโต๊ะก่อนจะนั่งกอดอกมองเขาที่ตอนนี้กำลังเหล่สายตามามองฉัน

“เบื่อพี่แล้วหรอ” ใบหน้าคมซุกไปที่ไหล่เล็ก ฉันจึงเปลี่ยนมาโอบกอดเขาแทน

“อยากให้หายไง เห็นหงอย ๆแบบนี้ไม่หนุกเลยอ่ะ” ฉันพูดพร้อมกับโยกตัวเขาเบา ๆ

“เดี๋ยวก็หาย พี่แค่อยากอ้อนลิซ” เขาว่าก่อนจะกดจูบลงไปที่ซอกคอขาวเนียนให้ฉันจั๊กจี้เล่น พี่ฮันบินเป็นคนป่วยที่ดูแลง่ายเขาเหมือนเด็กติดแม่ ไม่กวน ไม่ดื้อแถมยังขี้อ้อนสุด ๆ ฉันนั่งกอดเขาซักพักก่อนเขาจะขอนอนพักผ่อนเพราะรู้สึกง่วง บอกให้นอนในห้องก็ไม่นอน มือเรียวยกขึ้นมาบนโซฟาพร้อมกับเท้าคางนั่งมองดูใบหน้าคมเข้มที่กำลังหลับตาพริ้ม ริมฝีปากกระจับที่ชอบบ่นนั่นบนนี่เผยอออกเล็กน้อย ขนตางอนบ่งบอกถึงความดื้อรั้น แล้วก็จมูกโด่งที่รับกับใบหน้าคม มันช่างทำให้เขาดูมีเสน่ห์ราวกับรูปปั้น ทว่าตอนนั้นฉันกลับรู้สึกชังใบหน้านี้มาก แต่ตอนนี้เขากลับเป็นคนที่ฉันอยากตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้าเขาในทุกวัน


“เป็นบ้าอะไร ลลิสา” พูดพร้อมกับหัวเราะให้ตัวเองเบา ๆ

 

ฉันเพลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ตื่นขึ้นมาก็เจอพี่ฮันบินกำลังนั่งขัดสมาธิเท้าคางมองฉันบนโซฟา ฉันพลิกหน้าหนีไปอีกทางก่อนจะนอนต่อ

“ตื่นได้แล้วเจ้าเหมียว” มือหนายื่นมาลูบที่หัวฉันเบา ๆฉันจับมือเขาไว้ก่อนจะเลื่อนใบหน้ามาซบที่มือหนาแทน

“ค่อยยังชั่วหรือยังค่ะ” ถามขึ้นทั้ง ๆที่ยังหลับตาอยู่ พี่ฮันบินหัวเราะน้อย ๆ

“ค่ะ” เขาตอบรับ ฉันผงกหัวนิดนึงก่อนจะเอนตัวขึ้นนั่งตัวตรง มือเรียวยกขึ้นมาขยี้ตาเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เขา

“เดี๋ยวลิซไปล้างหน้าก่อน แป๊บนึง” พูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน ขาเรียวเดินเข้าไปทางห้องน้ำและจัดการล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินออกมาด้านนอก เห็นพี่ฮันบินกำลังถือโทรศัพท์ของฉันและเลื่อนดูนั่นดูนี่

“พี่เสือทำอะไร” ฉันถามเสียงเข้มก่อนจะเดินมานั่งข้าง ๆเขา ใบหน้าคมหันมามองพร้อมกับย่นจมูกใส่ฉัน

“พี่ชานยอลของหนูลิซ่าที่เป็นแฟนของพี่โทรมาอีกแล้ว” เขาร่ายยาวก่อนจะยัดโทรศัพท์ใส่มือของฉัน

“แล้วเขาโทรมาเรื่องอะไร”

“ไม่รู้ค่ะ บอกว่าให้โทรกลับ”

“งั้นลิซขอตัวไปโทรศัพท์ก่อน” บอกเขาก่อนจะเดินไปที่ระเบียงเพื่อโทรกลับไปหาพี่ชานยอล เขาส่งเสียงจิ๊จ๊ะก่อนจะเดินเข้าห้องครัว มือเรียวเลื่อนหาชื่อพี่ชานยอลแล้วกดโทรออก รอไม่นานเขาก็รับสาย

“ลิซ” พี่ชานยอลเรียกชื่อฉันในประโยคแรก

“ค่ะ พี่ชานยอลโทรหาลิซ มีอะไรหรือป่าวค่ะ”

“เรื่องงานเดินแบบเครื่องเพชรนะคะ”

“มีเรื่องอะไรหรือป่าวค่ะ”

“ลิซ ต้องมาให้ได้นะคะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ลิซรับปากค่ะว่าจะไป”

“โอเคค่ะ”

“งั้นแค่นี้นะคะ” ฉันพูดตัดบทสนทนา

“เดี๋ยวลิซ” พี่ชานยอลเว้นวรรคอยู่นาน “พี่ยังรู้สึกกับลิซเหมือนเดิม”

“ลิซมีแฟนแล้วค่ะ” ฉันถอนหายใจออกมาหน่าย ๆ

“ลิซมั่นใจแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงฟังดูเศร้าลง

“พี่ชานยอลค่ะ ลิซว่าเราคุยกันแล้วนะคะ มันไม่ได้เกี่ยวว่าลิซมีแฟนหรือไม่มี แต่ตอนนี้ลิซคิดกับพี่แค่พี่จริง ๆ”

“[ลิซ มานี่หน่อยค่ะ]” เสียงพี่ฮันบินตะโกนออกมาจากห้องครัว

“พี่ชานยอลแค่นี้ก่อนนะคะ” ฉันพูดก่อนจะกดวางสายทันที

 

ขาเรียวเดินเข้าไปหาเขาที่ตอนนี้ยืนพิงเคาเตอร์ครัวพร้อมกับกอดอกมองมาที่ฉันอย่างหาเรื่อง

 

“ทำไม” เลิกคิ้วพร้อมกับสาวเท้าเข้าไปหาก่อนจะจับมือแกร่งที่กอดอกอยู่มาโอบเอวบางไว้ เอาสิ จะงอนอะไรอีก!’ เขายกยิ้มก่อนจะแสร้งทำหน้าเข้ม

“หิว”

ให้โอกาสพูดอีกรอบ” ฉันว่าพร้อมกับเลิกคิ้วเล็กน้อย

“หึง” ยอมรับออกมาหน้าตาเฉย

“คุยเรื่องงานค่ะ เขาอยากให้ไปงานเดินแบบเครื่องเพชร”

“ไม่ให้ไป” พูดพร้อมกับทำปากยื่นปากยาว มือเรียวเลยยื่นไปบีบริมฝีปากเขาด้วยความหมั่นเขี้ยว

“แต่งานนี้พวกพี่ก็ไปนิ ไม่รู้ล่ะรับปากเขาไปแล้ว”

“เหอะ!” ส่งเสียงฮึดฮัดก่อนจะปล่อยมือจากเอวบางแล้วเดินหนีเข้าห้อง

“จะหนีไปไหน” ฉันกระโดดขึ้นหลังเขา แขนแกร่งรีบคว้ามาข้างหลังพร้อมกับก้มลงเล็กน้อย

“เดี๋ยวก็ตกหรอกค่ะ เล่นอะไรเป็นเด็ก” มือแกร่งเปลี่ยนมาประคองขาเรียวที่โอบรอบเอวสอบไว้

“ถ้าไม่เลิกงอนก็ไม่ลงหรอก” เขาอมยิ้มน้อย ๆมือบางเลื่อนไปจับใบหน้าคมให้หันมาฉันก่อนจะคิสลงไปเบา ๆที่ริมฝีปากกระจับ

“หายดีแล้วนิ” ริมฝีปากบางทาบลงไปอีกครั้งก่อนจะแช่ค้างไว้ แล้วดูดดึงไปมา เขาตอบรับเล็กน้อยก่อนฉันจะถอนริมฝีปากออก

“ลิซรักพี่เสือคนเดียว”

“พี่รู้ค่ะ” เขาเอียงหน้ามามองฉันพร้อมกับเอาจมูกโด่งมาถูไถจมูกมนเบา ๆ

เราสองคนคบกันก็เกือบปีแล้วสินะ เร็วเหมือนกันแฮะ! เราเจอหน้ากันทุกวันแต่ฉันไม่ยักกะเบื่อหน้าเขาสักนิด แม้เราจะอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลาแต่เราก็ให้พื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน เขาก็มีเพื่อนและสังคมอื่นส่วนฉันก็เช่นกัน แค่เวลาที่เจอหน้ากันรับรู้ถึงความรู้สึกที่มีให้กันยังเหมือนเดิมก็เพียงพอแล้ว ตลอดเวลาที่คบกันเราไม่ได้แสดงความรักต่อกันซะจนน่ารำคาญ หรือขาดการสัมผัสจนโหยหา เพียงแต่มีการกอดจูบ เตะตัว ลูบคลำกันพอเป็นกษัย เขาก็ยังเป็นเขาส่วนฉันก็ยังเป็นฉัน พี่ฮันบินค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่เวลามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น หากแต่เวลาปกติเขาก็มักจะทำตัวเป็นเด็กน้อยฮันบินของฉันเสมอ

 

พี่ชานยอลเป็นรักแรกส่วนเขาจะเป็น รักสุดท้าย ของฉัน

 

วันนี้ ikon มาเป็นศิลปินในงานเดินแบบเครื่องเพชรของบริษัทพี่ชานยอล พวกเขาดูสมาร์ทในชุดสูทสีดำ ฉันไม่ได้เดินเข้างานทันทีแต่เดินมาพร้อมกับพี่จียงในฐานะผู้ช่วยของวง ฉันไม่ได้ใส่ชุดราตรีหรือชุดกระโปรง ใส่กางเกงยีนส์สีดำเสื้อยืดสีขาวเพียงแต่ใส่เสื้อสูททับอีกทีเพื่อให้ดูเป็นทางการมากขึ้น ฉันรับปากว่าจะมางานแต่ไม่ได้มาในฐานะแขกของพี่ชานยอล หลังจากถ่ายรูปหน้างานเสร็จ พวกเขาก็พากันเดินเข้าห้องรับรองของทางโรงแรม โรงแรมที่จัดงานอยู่ติดกับทะเล เวทีเดินแฟชั่นโชว์ถูกจัดอยู่ด้านนอกทอดยาวไปทางชายหาดด้านหนึ่ง กำหนดการเปิดงานตอนเย็นและมีการเดินแฟชั่นโชว์ในตอนค่ำ

“มาแล้วหรอค่ะ” พี่ชานยอลเดินเลี่ยงมาหาฉันหลังจากพูดคุยกับทางทีมงาน

“พี่ชานยอลมีอะไรให้ลิซช่วยไหมค่ะ” ฉันยืนสูดอากาศอยู่หน้างาน “ทำได้ดีนะเนี่ย” พร้อมกับยกนิ้วให้เขา มือหนายื่นมาโยกหัวฉันทีนึง

“ไม่ต้องทำอะไรหรอกค่ะ แค่มาก็พอแล้ว”

“เซอร์ไพรส์ที่ว่าคงไม่ขอแต่งงานหรอก ใช่ไหมค่ะ?” พี่ชานยอลหลุดหัวเราะออกมา

“ไม่แน่นะคะ ว่าแต่ศิลปินของลิซมากันแล้วใช่ไหมค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ

“งั้นลิซก็ไปแต่งตัวได้แล้วค่ะ งานจะเริ่มแล้ว”

“แต่งตัว เนี่ยแหละค่ะชุดของงานวันนี้”

“ได้ไง ลิซมาในฐานะแขกพี่นะ”

“แต่ลิซไม่ได้เตรียมชุดมา”

“เดี๋ยวพี่บอกคนเอาชุดมาให้ เจอกันเย็นนี้นะคะ” พี่ชานยอลพูดเสร็จก็เดินเข้าไปยังล็อบบี้ของโรงแรมและเดินไปหาผู้หญิงคนหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเลขาของเขาก่อนเธอจะพยักหน้ารับและเดินนำเขาไปขึ้นลิฟต์

ฉันเดินกลับไปที่ห้องรับรองที่ตอนนี้ ikon กำลังพากันซ้อมร้องเพลงเพื่อใช้เปิดงาน พวกเขานั่งสบาย ๆพี่ฮันบินเป็นคนดีดกีตาร์ ส่วนพวกที่เหลือก็พากันร้องเพลง มีพี่จุนเฮวลุกขึ้นมาเต้นเป็นครั้งคราว ขาเรียวเดินเข้าไปหาพวกเขาก่อนจะนั่งลงที่พนักพิงแขนข้าง ๆพี่ฮันบิน พี่ฮันบินมองมาทางฉันพร้อมกับส่งยิ้มให้เล็กน้อย ฉันนั่งโยกตัวเล็กน้อย ๆไปตามจังหวะเพลง

 

I'm just different, I'm just different
ผมแค่แตกต่างก็เท่านั้นเอง

친절을 바라지마  Angel & Demon
ชินจอรึล บาราจีมา นัน Angel & Demon
อย่าถามหาความใจดีเลย ผมเป็นได้ทั้งเทวดาและซาตาน

오해는 해로워 네가  때문에 외로워도
โอเอนึน แฮโรวอ นีกา นัด เตเม เวโรวอโด
ความเข้าใจผิดมันอันตรายนะ แม้คุณจะเหงาเพราะผม

이해해줘 baby 표현하고 싶어도 그게  안돼
อีเฮเฮจวอ baby พโยยอนาโก ชิบพอโด คือเด ชา ลันดเว
แต่ช่วยเข้าใจผมเถอะที่รัก ต่อให้ผมจะอยากแสดงออกก็ทำไม่ได้

 가슴에 총을  이기적이야 그래  나쁜 놈이야
                                     นี กาซือเม ชงงึล ซวา อีกีจอกยา คือเร นัน นัปปึน โนมยา                                      
ผมยิงเข้ากลางใจคุณเลย ผมมันเห็นแก่ตัวมาก ใช่แล้วล่ะ ผมมันผู้ชายนิสัยไม่ดี

미래를 점쳐봐도  때문에 찍히는 콤마
มีเรรึล จอมชอบาโด นัด เตเม จิกคีนึน คมมา
ต่อให้คุณจะลองคาดเดาอนาคต แต่คุณก็จะเห็นแค่จุด มันเป็นเพราะผม

그래도 있어줘  버리지는 말아줘
                                              คือเรโด อิดซอจวอ นัล บอรีจีนึน มาราจวอ                                                
แต่ช่วยอยู่กับผมนะ อย่าทิ้งผมไปเลย

맘은 다르지 않아 I’m for real, love ya
มามึน ดารือจี อานา I’m for real, love ya
หัวใจผมไม่ได้แตกต่างจากคุณเลย มันเป็นความจริง ที่ผมรักคุณ


“เพลงโปรดลิซเลยนะเนี่ย” ฉันพูดพร้อมกับปรบมือแปะ ๆ

“เพลงแฟนตัวเองกลับไม่ชอบ” เขาบ่นพร้อมกับดีดคอร์ดกีตาร์เล่น

“ลิซ เป็นแฟนคลับ winner ก่อนมาเป็นแฟนพี่อีกเถอะ”

“เหอะ!” นิ้วเรียวยาวชี้มาที่ฉันเป็นเชิงว่าฝากไว้ก่อนเถอะ

ขณะที่พวกเขากำลังนั่งซ้อมเพลงที่จะใช้ร้องโชว์ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับถือชุดราตรีก่อนจะส่งมันมาให้ฉัน มือเรียวยื่นไปรับพร้อมกับโค้งให้เธอนิดนึง สายตาทุกคนจับจ้องมาทางฉันเป็นเชิงถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

“พี่ชานยอลอยากให้ลิซมาเป็นแขกในงานนะคะ เลยหาชุดมาให้” 

“พี่ไปด้วยค่ะ” เขาเดินมาจับมือฉันเดินและเดินออกไปพร้อมกัน

“เบา ๆนะเมิงงานจะเริ่มแล้ว” เสียงพี่ยุนยองพูดแซวก่อนจะมีเสียงโห่ตามหลัง

 

ผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นเลขาของพี่ชานยอล เธอพาฉันไปอีกห้อง ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้าทำผมให้ฉัน เธอจัดเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ใบหน้าเรียบเฉยยิ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์

“พี่ว่าลิซเอาผมลงดีกว่า” พี่ฮันบินพูดขึ้นขณะนั่งรออยู่ที่โซฟามุมห้อง

“ลิซว่าแค่นี้แหละค่ะ ขอบคุณมาก” เธอพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกจากห้องไป

“สวยไหมค่ะ” ฉันถามเขาขณะที่กำลังลุกขึ้นพร้อมกับโพสท่าเหมือนนางแบบ

“ไม่ใส่อะไรสวยกว่าเยอะ” เขาว่าพร้อมกับลุกขึ้นแล้วเดินมาหาฉัน มือหนาเอื้อมมาจับที่จี้รูปแมว

“พี่ว่ารวบผมขึ้นสวยกว่านะ”

“แนะ ไหนเมื่อกี้บอกว่าเอาผมลงสวยกว่า” ฉันมองค้อนน้อย ๆก่อนจะรวบผมขึ้นแบบไม่ได้ตั้งใจนัก

“ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ต้องไปเตรียมการแสดงก่อนขึ้นเวทีด้วย”

 

ภายในงานตั้งใจจัดให้ดูเรียบ ๆเก๋ ๆเหมือนกับมาตั้งแคมป์ริมทะเล มีอาหาร เครื่องดื่ม และวงดนตรีสดบรรเลงอยู่ภายในซุ้มงาน แขกในงานที่มาส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักธุรกิจ แล้วก็เซเลป มีนักข่าวที่รอทำข่าวบางส่วน บรรยากาศดูครึ้กครืนตั้งแต่ตอนเย็นจนกระทั่งมีพิธีกรคู่หนึ่งขึ้นมากล่าวเปิดงานและก็ถึงช่วงเดินแบบ ซึ่ง ikon ขึ้นมาร้องเพลงเปิดงานพร้อมกับทำการแสดงขณะที่มีการเดินแบบ ฉันนั่งร่วมกับพี่ชานยอลและบรรดาเซเลปอีกหลาย ๆคน

“พี่ชานยอล สาว ๆมองตาละห้อยเลยค่ะ” ฉันพูดเบา ๆให้เขาได้ยินแค่สองคน

“แล้วไม่มองพี่บ้างหรอค่ะ”

“หึ เบื่อจะมองแล้วค่ะ” เขาหัวเราะออกมาอย่างพอใจ

“แต่พี่มองลิซเสมอนะคะ”

“พอเลยค่ะ” ฉันพูดเบรกเขาเอาไว้ก่อนจะยกน้ำพันซ์ขึ้นมาจิบ

“ลิซ เอาอะไรไหมค่ะเดี๋ยวพี่ไปตักให้”

“เอาน้ำพันซ์เพิ่มค่ะ” ฉันยักคิ้วให้เขาทีหนึ่งและหันไปดูการแสดงบนเวทีพร้อมกับโยกตัวน้อย ๆไปกับเพลง กระทั่งแฟชั่นโชว์เซตสุดท้ายจบลงพร้อมกับเสียงเพลงของพวกพี่ ๆวง ikon ฉันลุกขึ้นปรบมือให้พวกเขาแล้วยกนิ้วให้ งานดีงานละเอียดสุด ๆไม่ใช่งานแฟชั่นนะพวกเขาต่างหาก

“ลิซ ไปกับพี่แป๊บนึง” พี่ชานยอลพูดพร้อมกับเดินนำฉันเข้าไปในโรงแรม

“เดี๋ยวค่ะ จะไปไหน” เขาหยุดเดิน แล้วจับมือเรียวของฉันให้เดินเข้าลิฟต์ไปพร้อมกัน

“เซอร์ไพรส์ไงค่ะ” เขาระบายยิ้มออกมาต่างจากฉันที่ถอนหายใจเบา ๆ หวังว่าเขาจะไม่ทำให้ฉันอึดอัดเป็นครั้งที่สองหรอกนะ!

พี่ชานยอลพาฉันขึ้นไปยังดาดฟ้าของโรงแรมซึ่งมีสระว่ายน้ำอยู่ข้างบน บริเวณรอบ ๆตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาว แสงไฟจากโรงแรมค่อนข้างสว่างทำให้มองเห็นทุกอย่างชัดเจน

“พี่ชานยอลมีอะไรหรือป่าวค่ะ” ฉันถามเขาพร้อมกับเสหน้าไปทางอื่นแล้วเงยหน้าขึ้นรับลม

“พี่มีของจะให้” เขาหยิบกล่องใบหนึ่งออกมาจากเสื้อสูทก่อนจะยื่นให้ฉัน

“สวยดีค่ะ” ฉันเปิดมันดูก็เห็นเป็นชุดต่างหู และสร้อยเพชร “แต่มันไม่เหมาะกับลิซหรอก” พูดพร้อมกับยื่นให้เขา 

“เหมือนเดิมสินะ” พี่ชานยอลรับไว้ก่อนจะหัวเราะออกมาเชิงสมเพชตัวเอง

“ค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

 

หมับ

 

“เดี๋ยวสิลิซ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ” เขาพูดด้วยเสียงเชิงบังคับ

“ลิซว่าตอนนี้เราอย่าเพิ่งคุยกันเลยค่ะ”

“ทำไมค่ะ” พี่ชานยอลยกยิ้มออกมาเล็กน้อย มันไม่ได้ดูจริงใจแต่มันเป็นรอยยิ้มของคนอยากเอาชนะมากกว่า

“ปล่อยลิซเถอะค่ะ คนอื่นน่าจะตามหาลิซอยู่” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงปกติ พร้อมกับจ้องหน้าเขาด้วยสายตาไม่พอใจ

“ปล่อยให้ลิซไปหามันนะหรอ” มือหนาอีกข้างยื่นมาสัมผัสที่ใบหน้าเนียน และค่อย ๆลากปลายนิ้วมายังลำคอขาว มือเรียวรีบจับมือหนาเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาจ้องหน้าฉันกลับ ก่อนจะสะบัดมือฉันออกพร้อมกับกระชากสร้อยที่อยู่บนคอขาวเนียนแล้วเขวี้ยงไปที่สระน้ำ

“เมื่อไหร่จะใจอ่อนซักที” มือหนาสองข้างเปลี่ยนมาจับที่แขนเรียวก่อนจะเขย่าเหมือนระบายอารมณ์

“ตอบพี่ อย่าเงียบ ทำไม?

“พี่อยากได้ยินอะไรล่ะ”














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #42 wareesa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 14:00
    ไรท์อัพต่อเถอะนะ Please T_T ลุ้นไปหมดแล้ววววววว
    #42
    0
  2. #38 Taidin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 23:21
    ฮันบินมาช่วยลิซด้วย
    #38
    0
  3. #37 Taidin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 23:20
    ฮันบินมาช่วยลิซด้วย
    #37
    0
  4. #34 apinyadekdee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 01:45
    โว้ เจ้มจ้นสวดยอดเบย
    #34
    0
  5. #33 Kkkk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 21:48
    ฮืออ ใกล้ตอนจบไปทุกทีแล้วไม่อยากให้จบเลยค่ะ
    #33
    0
  6. #32 Nichashyshy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 21:36
    สนุกอ่ะ กำลังเข้มข้นเลยย
    #32
    0
  7. #28 Bombam Sweetty (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 16:56
    สนุกอะกำลังอินเลยไรท์อัพต่อเร็วๆนะเป็นกำลังใจให้
    #28
    0