Can I Love You รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน

ตอนที่ 14 : ขอโทษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 760
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    5 เม.ย. 60









คิดถึง ฉันพูดพร้อมกับกดจูบไปที่ซอกคอเขาเบา ๆ “ขอโทษนะคะ” พี่ฮันบินไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่กระชับอ้อมแขนแกร่งให้แน่นขึ้น

“พี่อยากรู้ว่าทำไมลิซยังติดต่อกับมัน”

“พี่ชานยอลบอกว่าขอคุยในฐานะพี่ชาย ลิซคิดน้อยเกินไป ลิซแค่ไม่อยากให้เรื่องมันแย่ไปกว่านี้” ฉันตอบตามความจริง

“หึ” เขาแสยะยิ้ม “ในหัวของพี่ตอนนี้มันมีแค่ว่าทำไม ทำไม หรือว่าลิซอยากเลิกกับพี่” เขาดันตัวฉันออกเล็กน้อย

“ไมใช่นะ ลิซไม่เคยคิดแบบนั้น” น้ำเสียงของฉันกำลังสั่นเครือ ขอบตาร้อนผ่าว 

“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมลิซต้องเปิดโอกาสให้มันเข้ามา แค่ลิซบอกพี่คำเดียวว่าลิซไม่ต้องการพี่ พี่จะไปเอง” เขาพูดพร้อมกับหยัดตัวขึ้น ใบหน้าคมเสมองไปทางอื่น ทำไมฉันถึงแย่ขนาดนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขามักทำตัวเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผลเสมอจนทำให้ฉันมองข้ามความรู้สึกเล็ก ๆน้อยๆของเขา มือเรียวยกขึ้นปิดหน้าก่อนจะปล่อยโฮออกมา

“ลิซ อยากอยู่กับพี่เสือ ฮืออออ” ฉันพูดพร้อมกับพยายามกลั้นเสียงร้องไห้เอาไว้ มือเรียวเอื้อมไปกุมมือของพี่ฮันบินเอาไว้ “ลิซผิดเอง ลิซขอโทษค่ะ”

“ปล่อยพี่เถอะ”

“ไม่เอา” ฉันส่ายหน้าไปมา “จะให้ทำยังไง” ฉันลุกขึ้น สวมกอดเขาจากด้านหลัง ปล่อยให้น้ำตาไหลไปเรื่อย ๆจนกระทั่งเขาแกะมือฉันออก แล้วหมุนตัวเข้ามาหาฉัน

“ยกโทษให้ลิซแล้วใช่” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบเขาก็ทาบริมฝีปากลงมาแล้วบดขยี้อย่างรุนแรงในคราแรก ก่อนจะเละเล็มสลับกับดูดดึงไปมาเบา ๆราวกับปลอบประโลม

 

 

 

จากวันนั้นเขาก็ยังคงมึนตึงใส่ฉันและไม่นอนค้างที่คอนโด พี่ฮันบินไม่ได้ไปทำงานเนื่องจากบาดแผลบนใบหน้า พี่จียงเลยสั่งไม่ให้เข้าบริษัทจนกว่าจะหายดี ส่วนฉันก็โดนเฉ่งไปตามระเบียบในฐานะตัวต้นเหตุ ฉันทำได้เพียงแค่ขอโทษและยอมรับผิด พี่จียงไม่ได้โกรธเพียงแต่เป็นห่วงภาพลักษณ์ของพี่ฮันบินถ้านักข่าวรู้คงเป็นเรื่องอีกแน่ ๆเขาไม่อยากให้เรื่องส่วนตัวกระทบกับเรื่องงาน ฉันเข้าใจในฐานะผู้จัดการเขาต้องเป็นคนออกรับหน้าแทนเสมอทั้งจากประธานบริษัทแล้วก็นักข่าว

“สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่” ฉันเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับค่อมหัวให้ท่านทั้งสอง

“จ้ะ” คุณแม่ขานรับพร้อมกับเอื้อมมือมากุมมือฉันเอาไว้และบีบเบา ๆ

“ดีขึ้นแล้วใช่ไหมลูก” ฉันพยักหน้ารับพร้อมกับส่งยิ้มให้ท่าน

“เสืออยู่บนห้องนะจ้ะ พอดีพ่อกับแม่กำลังจะออกไปทำธุระข้างนอก ฝากหนูลิซ่าดูแลตาเสือแล้วก็ยัยหนูด้วยนะลูก” พูดจบคุณพ่อกับคุณแม่ก็เดินออกไปพร้อมกัน

“ค่ะคุณแม่ ขับรถดี ๆนะคะ” ฉันยิ้มรับก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน วางกระเป๋าแล้วนั่งลงบนโซฟาเงียบ ๆมือเรียวหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนจะไลน์หาเจนนี่ให้ลงมาข้างล่าง เธออ่านเสร็จก็รีบเดินลงมาทันที

“เป็นไง ยัยแมว หงอยเลยอ่ะดิ”

“อือ” ฉันขานรับเนือย ๆพร้อมกับเลื้อยตัวนอนไปบนโซฟา “เหนื่อย” ฉันพูดพร้อมกับหลับตาลง

“เอาน่า ฉันอยู่ข้างแกเสมอ สู้ ๆ”

“แล้วเขาเป็นไงบ้าง”

“ไม่รู้สิ”

“นั่นพี่แกนะ”

“แกอยากรู้ก็ไปดูเองสิ”

“ไม่อ่ะ แค่ถามดูเฉย ๆ”

“เอ้าแล้วแกจะมานอนอืดอะไรอยู่นี่ห้ะ”

“ไม่รู้อ่ะ แค่อยากมา”

“มาสูดอากาศที่เดียวกันก็พอใจเงี่ยหรอ”

“จะว่างั้นก็ได้”

“แล้วแต่นะ” เธอพูดพร้อมกับลุกขึ้น

“แกจะไปไหนอ่ะ”

“ไปหาพี่จิน เขารออยู่ข้างนอก ไปล่ะ”

“เฮ้อ” ฉันถอนหายใจออกมาหน่าย ๆช่วงนี้นอนไม่ค่อยหลับ ฉันหาวฟอดใหญ่ .ใบหน้าสวยเอนลงไปทาบกับหมอนอิง ตากลมโตปิดลงช้า ๆพร้อมกับลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ

 

“ทำไมมานอนอยู่นี่” เสียงนุ่มทุ้มกระซิบถามขณะที่ฉันกำลังสลึมสลือ

“มาหาพี่เสือ” ฉันตอบเสียงงัวเงียแบบไม่ได้คิดอะไร

“มาหาทำไม”

“มาง้อ”

“ง้อเรื่องอะไร”

“ทุกเรื่องที่ทำให้เสียใจ” ฉันได้ยินเสียงหัวเราะของเขาแต่ไม่ได้สนใจที่จะลืมตาขึ้น หนังตาฉันหนักจนไม่สามารถยกขึ้นได้ จากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไร ฉันเพียงแต่รู้สึกตัวลอยหน่อย ๆเหมือนกำลังฝันมือเรียวรีบคว้าหาอะไรบางอย่างเพื่อยึดเกาะตามสัณชาติญาณ

ฉันขยับตัวยุกยิก ๆเพราะรู้สึกนอนไม่สบายตัวก่อนจะลืมตาขึ้นกระพริบถี่ ๆเสียงลมหายใจเข้าออกเป่ารดที่ต้นคอขาวเนียน ใบหน้าคมเข้มเกยอยู่ที่ไหล่เล็ก มือแกร่งโอบรอบตัวฉันเอาไว้หลวม ๆฉันระบายยิ้มออกมาก่อนจะก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากเขาเบา ๆ

 

หลังจากเรื่องพี่ชานยอลสงบลงซึ่งกว่าจะสงบก็เอาการเหมือนกัน พี่ฮันบินยื่นคำขาดว่าห้ามติดต่อกับพี่ชานยอลโดยเด็ดขาดไม่ว่าจะทางใด ฉันเข้าใจพี่ฮันบิน ส่วนพี่ชานยอลฉันก็รู้ว่าเข้ารู้สึกยังไงแต่ฉันกลับพยายามมองข้ามความรู้สึกของเขา และคิดน้อยเกินไปทำให้อะไร ๆที่ตอนแรกเริ่มจะดีขึ้นกลับแย่ลง ฉันไม่ได้ติดต่อกับเขาอีกเลยตั้งแต่เกิดเรื่องและเขาก็เลือกที่จะหายไปเอง แม้ทุกคนจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นแต่สำหรับฉันเรื่องนี้มันเป็นทางออกของทุกอย่าง ดีใจด้วยซ้ำที่เกิดเรื่องขึ้น อย่างน้อยความสัมพันธ์ที่น่าอึดอัดของฉันกับพี่ชานยอลจะได้จบลงซักที

“ลิซ” พี่เสือเรียกฉันขึ้นขณะที่ฉันกำลังนั่งเล่นบนโซฟา วันนี้วันเสาร์แล้วพี่เสือก็ว่างฉันเลยขลุกอยู่ในห้องกับเขาทั้งวัน ฉันรวบผมขึ้นเผยให้เห็นลำคอขาวเนียน

“มานี่มา” เขานั่งขัดสมาธิอยู่อีกด้านของโซฟาก่อนฉันจะเลื้อยตัวไปนอนบนตักแกร่ง มือหนายกขึ้นลูบหัวฉันเบา ๆก่อนจะลากลงมาที่ลำคอของฉันพร้อมกับลูบไล้ไปมา

“อยากได้สร้อยคืนหรือป่าว” เขาถามฉันขึ้น

“ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ มือเรียวจับมือเขาเอาไว้ก่อนจะจุ๊บเบา ๆ

“หนูรู้ไหมหลาย ๆครั้งพี่พยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ไม่อยากทำตัวงี่เง่า แล้วก็ไม่อยากให้ลิซมองพี่เป็นคนไม่มีเหตุผล” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ฉันพลิกตัวขึ้นแล้วดันตัวเองไปซุกที่อกแกร่งของเขา มือเรียวโอบรอบเอวเขาไว้หลวม ๆ “ต่อไปนี้ลิซจะไม่ดื้อแล้วก็ฟังพี่เสือคนเดียว” ริมฝีปากสีอ่อนจูบลงไปที่หน้าอกแกร่งเบา ๆ

“จริงนะ” เขายกยิ้มมุมปาก

“อือ” ฉันขานรับพร้อมกับพยักหน้ารัว ๆ

“เราแต่งงานกันนะ”

“ห้ะ” ฉันตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ ทำไมเปลี่ยนโหมดเร็วอย่างงี้ว่ะ

“ทำไมอ่ะ ก็เรารักกันแล้วอีกอย่างเราก็ได้กันแล้วด้วย”

“พี่เป็นอะไรเนี่ย ไม่สบายหรือไง” ฉันเงยหน้าขึ้นก่อนจะจ้องมองเขาด้วยสายตาจับผิด “นี้เมื่อกี้แกล้งพูดให้ลิซตายใจใช่ไหม”

“ไม่รู้ล่ะ”

“ไม่รู้อะไร คิดอยากจะทำอะไรก็ทำตามใจชอบเงี่ยหรอ”

“ก็ไม่รู้อ่ะ พี่ไม่อยากให้คนอื่นมายุ่งกับเมียพี่”

“ให้ตายเหอะ” ฉันอุทานออกมา “ไหนบอกว่าเป็นคนมีเหตุผลไง”

“ก็เนี่ยแหละเหตุผล”

“ลิซไม่คุยกับพี่แล้ว” ฉันขืนตัวออก

“ไหนเมื่อกี้บอกว่าจะฟังพี่คนเดียว” เขาส่งเสียงจิ๊จ๊ะ “ไม่ให้ไป” มือแกร่งคว้าเอวบางของฉันไว้พร้อมกับทาบริมฝีปากลงมาที่ปากฉันอย่างเอาแต่ใจ

“ไหน ๆก็ไม่ได้ไปไหน หาอะไรทำแก้เซ็งดีกว่าเนาะ” พูดเสร็จก็ช้อนตัวของฉันขึ้นแล้วเดินเข้าห้องนอน จากเสียงหัวเราะในคราแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางตามอารมณ์ที่เกิดขึ้นและดำเนินไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

 

 

- 3 เดือนต่อมา -

“ไม่ไปได้ไหมค่ะ”

“ไม่ได้ค่ะ”

“งั้นพี่ไปด้วย”

“ในฐานะอะไรไม่ทราบ” มือเรียวทั้งสองข้างทาบที่แก้มสีเข้มแล้วบีบเข้าหากันจนเขาปากจู๋

“ก็พี่เป็นผัว เอ้ย เป็นแฟนของลิซนี่” เขาแกล้งพูดผิดแล้วหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะเจอสายตาอำมหิตจากฉัน เดี๋ยวนี้ชอบพูดจาผัว ๆเมีย ๆเดี๋ยวเหอะ

“พี่ไม่ทำงานหรือไง” ฉันตอบพร้อมกับบุยปากใส่เขา เหอะ! พูดเหมือนตัวเองไม่มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ฉันส่ายหัวนิด ๆกับท่าทางของเขาที่เริ่มจะไม่พอใจฉัน

“งั้นพี่ช่วยเก็บของนะคะ” ฉันไม่ตอบอะไรเพียงแต่ย่นจมูกเล็กน้อย ขาเรียวหยัดตัวขึ้นยืนแล้วคว้าเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้ออกมาวางไว้ข้างกระเป๋า

“ตัวนี้ไม่บางไปหรอ” มือหนาหยิบเสื้อซีทรูตัวบางขึ้นมาพร้อมกับโยนมันออกไปข้าง ๆ

“ก็ต้องใส่ซับในป่ะ” พี่ฮันบินทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ ฉันไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่เพราะต้องรีบจัดกระเป๋าให้เสร็จ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า

“พี่เสือ” ฉันเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงดุ ๆ

“อะไรอ่ะ ก็มันไม่เห็นสวยเลย” เขาตอบหน้าตาเฉยพร้อมกับโยนเสื้อที่ฉันเพิ่งพับลงกระเป๋าออกไปกองรวมกันอยู่ข้างนอก ฉันถอนหายใจออกมาหน่าย ๆ

“เมื่อไหร่มันจะเสร็จ ลิซวางพี่โยน ลิซวางพี่โยนเนี่ย ห้ะ!!!” เขาโยนเสื้อตัวที่ถืออยู่ในมือทิ้งไป แล้วนั่งท้าวคางมองหน้าฉัน

“ไม่กวนก็ได้”

“อือ” ฉันครางรับแล้วจัดของต่อ

“แล้วพี่เสืออยากได้อะไรไหมอ่ะ อยากได้จิงโจ้เหมือนจิซูก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ” ฉันพูดไปขำไป ไอ้จิซูไอ้บ้าพูดมาได้ว่าอยากได้จิงโจ้ ถ้าหาไม่ได้มันบอกจะตัดเพื่อน ดูมัน! “ว่าไงค่ะ” ฉันเงยหน้ามองอีกคนที่ตอนนี้นั่งทำตาละห้อย

“อยากได้คนนี้” นิ้วยาวจิ้มมาที่แก้มฉันเบา ๆ

“แค่อาทิตย์เดียวเองค่ะ ลิซไม่ได้เจอพ่อกับแม่ตั้งนาน ตอนแรกกะว่าจะไปอยู่ช่วงซัมเมอร์เลยด้วยซ้ำ” ฉันพูดพร้อมกับรูดซิปกระเป๋าแล้วลากมันไปวางไว้ข้าง ๆตู้เสื้อผ้า

“พี่จะตายไหมอ่ะ” เขาถามขณะที่ฉันกำลังนั่งลงข้าง ๆเขา

“ไม่ตายหรอกค่ะ พี่อยู่ตรงนี้ไง” มือเรียวชี้มาที่หัวใจ

“บ้า เค้าอายนะ” พี่ฮันบินหัวเราะเสียงดังพร้อมทิ้งตัวลงกับพื้น มือสองข้างยกขึ้นมาปิดหน้าทำท่าบิดไปมาเหมือนอาย

“+_+” 

ดูทำเข้า ฉันเสหน้าไปทางอื่นพร้อมกับยกมือขึ้นทาบที่แก้ม น่าอายชะมัด ไม่น่าพูดเลยกู

 

 

 

 เป็นปีแล้วสินะที่ฉันไม่ได้เจอพ่อกับแม่ แม้เราจะโทรหากันอยู่เรื่อย ๆแต่มันก็ไม่ได้ครึ่งของความคิดถึงหรอก แค่เห็นหน้าท่านฉันก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย หลังจากที่ท่านไปรับที่สนามบินท่านก็พาไปพักที่บ้านที่ท่านซื้อไว้หลังจากย้ายมาทำงานที่นี้

“แม่ค่ะหนูคิดถึงแม่จัง พ่อด้วย” ฉันซุกตัวไปที่หน้าอกของแม่อย่างออดอ้อน ส่วนคุณพ่อก็ลูบหัวฉันเบา ๆ

“เป็นยังไงบ้าง หนูดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะเนี่ย” คุณแม่โยกตัวฉันเบา ๆพร้อมกับบีบแก้มฉันอย่างหมั่นเขี้ยว

“คุณพ่อไม่ได้ไปทำงานหรอค่ะ”

“ลูกสาวมาหาทั้งที หยุดบ้างบริษัทคงไม่เจ๋งหรอกเนาะ” ฉันยกยิ้มก่อนจะเอาหัวถูไถหน้าท้องคุณแม่

“เหงาไหมลูก” คุณพ่อถามฉันขึ้น

“เหงาสิค่ะพ่อกับแม่ไม่อยู่”

“เรียนจบแล้วย้ายมาอยู่ที่นี่กับพ่อไหม”

“รอให้ลิซเรียนจบก่อนนะคะ” ฉันตอบก่อนจะดันตัวขึ้น “ตอนนี้ลิซโอเคกับชีวิตตอนนี้อยู่นะคะ”

“พ่อแค่เป็นห่วง ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีพ่อถึงจะได้ย้ายกลับเกาหลี”

“ไม่ต้องห่วงลิซหรอกค่ะ พ่อกับแม่ต้องดูแลตัวเองดี ๆนะคะ ลิซก็เป็นห่วงเหมือนกัน”

“ขอบใจนะลูกที่เป็นห่วง แค่ได้เห็นว่าลูกสบายดีแม่ก็ดีใจแล้วล่ะ”

 

เราพ่อแม่ลูกใช้เวลาเกือบทั้งอาทิตย์อยู่ด้วยกัน คุณพ่ออาสาพาฉันเที่ยว ฉันรู้สึกดี แล้วก็สนุกมากจริง ๆนานแล้วที่เราสามคนไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน ไม่ได้รู้สึกมีชีวิตชีวาแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ

“พ่อค่ะแม่ค่ะ ถ่ายรูปกัน” ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดไปที่แอพถ่ายรูป ท่านทั้งสองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี น่ารักจริง!

ฉันเปิดส่งรูปไปในไลน์ให้พี่เสือดู ถ้าคิดไม่ผิดเขาต้องทำหน้าหมั่นไส้ฉันอยู่แหง ๆ

หนูลิซ่า : [รูปภาพรัว ๆ]

หนูลิซ่า : [สวยไหมค่ะ]

พี่เสือ : [คุณแม่สวยมากกกกกก ก ล้านตัว]

หนูลิซ่า : [ใช่ไหมล่ะ 555] //หึหึ รู้หรอกว่าอยากแซะฉันนะ

หนูลิซ่า : [วันนี้คุณพ่อพาไปเที่ยวทั้งวันเลย อากาศดีด้วย อยากให้พี่เสือมาด้วยจัง]

พี่เสือ : [อย่ามาพูด [+_+]]

หนูลิซ่า : [เดี๋ยวหนูโทรหาน้า]

ฉันหยุดบทสนทนาในไลน์พร้อมกับเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋า มาพักผ่อนกับครอบครัวก็ต้องอยู่กับครอบครัวสิ จะมาเล่นโทรศัพท์ทำไม เดี๋ยวไม่กี่วันก็กลับเกาหลีแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องตระเวนหาของฝากให้เพื่อน  เพื่อนของแฟน พ่อกับแม่แฟน แล้วก็แฟนอีก เกิดเป็นลิซ่านี่ไม่ง่ายเลยนะขอบอก

 

คุณแม่อาสาพาฉันหาของฝากส่วนวันนี้คุณพ่อขอบายเพียงแต่ขับรถมาส่ง แล้วปล่อยให้เราสองคนชอปปิ้งตามประสาสาวโสด

“ลิซอยากได้อะไรพิเศษไหมลูก” แม่ถามขณะที่เรากำลังเดินลงบันไดเลื่อนเพื่อไปยังร้านเครื่องประดับร้านหนึ่ง

“ค่ะ” ฉันขานรับ

คุณแม่แยกตัวไปอีกด้านเพื่อไปซื้อของฝากสามสาว คุณแม่อาสาเป็นคนจ่ายเงินเองทั้งหมด ฉันเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับส่งยิ้มทักทายพนักงาน

“อยากได้เครื่องประดับที่มีความหมายนะคะ”

“ลูกค้าจะซื้อให้แฟนหรือป่าวค่ะ”

“ใช่ค่ะ”

“แนะนำเป็นแหวนคู่ดีไหมค่ะ” เธอพูดพร้อมกับเดินไปหยิบคอลเล็กชั่นแหวนคู่ออกมาให้ดู

“ลูกค้าเลือกตามสบายนะคะ มีอะไรสอบถามได้ค่ะ ส่วนนี้เป็นแบบจากทางร้าน” เธอยืนแฟ้มบาง ๆซึ่งเป็นแฟ้มรูปภาพเครื่องประดับชนิดต่าง ๆและมีความหมายบอกว่าแต่ละชนิดมีความหมายว่ายังไง ฉันไล่มองไปทีละรูป แล้วสะดุดที่รูปหนึ่งเขียนว่าดอกโคลเวอร์ สัญลักษณ์ของรักแท้

“ขอดูสร้อยเส้นนี้หน่อยได้ไหมค่ะ” เธอเดินเข้ามาหาพร้อมกับชะโงกดูรูปเล็กน้อย แล้วเดินไปหยิบสร้อยสองเส้นมาให้ฉัน

“สร้อยใบโคลเวอร์ค่ะ เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เชื่อว่าหากเราได้พบใบโคลเวอร์ 4 แฉกจะทำให้ได้พบรักแท้เพราะโดยปกติใบโคลเวอร์จะมีเพียงสามแฉกเท่านั้น” ฉันพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

“ขอเป็นคู่นี้ล่ะกันค่ะ” เธอยื่นมือมารับสร้อยและบัตรเครดิตจากฉัน

“ลูกค้ารอสักครู่นะคะ” ฉันพยักหน้ารับ และนั่งรอสักครู่เธอก็เดินออกมาพร้อมกับถุงใบขนาดพอดีมือซึ่งข้างในเป็นกล่องกำมะหยี่สีดำ ฉันเซนต์ชื่อเสร็จก็ยื่นมือไปรับถุงมาถือไว้พร้อมกับส่งยิ้มให้เธอ 

“ขอบคุณลูกค้ามากนะคะ โอกาสหน้ายินดีรับใช้ค่ะ” เธอค่อมหัวให้ฉันเล็กน้อย ขาเรียวก้าวเดินออกจากร้านแล้วมุ่งหน้าไปทางคุณแม่ ฉันเดินไปเรื่อย ๆก็เจอเธอกำลังเลือกรองเท้าอยู่

“แม่ค่ะ”

“อ้าวลิซ มาแล้วหรอจ้ะ มาช่วยแม่ดูรองเท้าให้โรเซ่หน่อยลูก”

“ได้ค่ะแม่”

“แล้วหนูได้ของครบหรือยังจ้ะ ไหนบอกว่าจะซื้อของไปฝากคุณคิม มินจีด้วยไงจ้ะ”

“ลิซไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดีนะคะ”

“ครีมรกแกะไงลูก ที่นี้ราคาไม่แพงมากและดีสุด ๆเลยนะ” ฉันพยักหน้าเห็นด้วย

“ส่วนของคุณจุนซูก็เอาเป็นเนคไทซักเส้นดีไหมจ้ะ”

“เนคไทหรอค่ะ”

“ไม่รู้สิ แม่ว่าคุณคิมเขาเป็นนักธุรกิจก็เหมือนพ่อเราแหละจ้ะ รายนั้นไม่สนใจอะไรหรอกนอกจากสูทกับไทด์”

“แม่นี้เก่งสุด ๆไปเลยค่ะ” ฉันยกนิ้วให้พร้อมกับฉีกยิ้มออกมา

เราสองแม่ลูกเดินเลือกของจนกระทั่งได้ของครบ คุณแม่ก็โทรบอกให้คุณพ่อมารับ ระหว่างทางคุณพ่อก็แวะเข้าร้านอาหารร้านหนึ่ง

“ร้านประจำพ่อกับแม่เลยนะ” คุณพ่อพูดพร้อมกับยกยิ้มจนตายี๋ ทำให้ฉันกับคุณแม่หัวเราะออกมาพร้อมกัน

“ลิซอยากทานอะไรลูก เดี๋ยวแม่สั่งให้”

“ไม่รู้สิค่ะ ลิซไม่ค่อยได้ทานอาหารฝรั่งเท่าไหร่”

“งั้นเดี๋ยวแม่สั่งให้นะ”

 

เราสามคนนั่งทานอาหารพร้อมกับแลกบทสนทนาเป็นพัก ๆซึ่งส่วนใหญ่ฉันจะนั่งฟังมากกว่า ฉันชอบเวลาที่คุณพ่อคุณแม่คุยกันมันดูน่ารัก ดูแล้วก็ยิ้มตามทุกที

“ช่วงนี้ลิซ่าคบกับใครอยู่หรือป่าวจ้ะ”

“ทำไมแม่ถามเรื่องนี้อ่ะ”

“ป่าวนี่ลูก แม่แค่สงสัยว่าเป็นคนที่แม่คิดหรือป่าว”

“แม่คิดว่าใครหรอ” เป็นคุณพ่อที่ถามขึ้นมา

“พ่ออ่ะ”

“ก็คิม ฮันบินลูกชายคุณคิม จุนซูนั่นแหละค่ะ” ฉันกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่พร้อมกับตักกับข้าวเข้าปากไม่สนใจผู้เป็นพ่อกับแม่ที่กำลังจ้องจับผิดฉันอยู่

“ค่ะ” ฉันพูดพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“ไปคบกันตอนไหนลูก ไหนตอนนั้นบอกแม่ว่าเกลียดเขานักเกลียดเขาหนาไงจ้ะ” คุณแม่อมยิ้มพร้อมกับล้อเลียนฉันด้วยสายตาทำให้ฉันยิ่งทำตัวไม่ถูก

“แม่อย่าล้อลูกสิ ดูสิตัวแดงหมดแล้ว” คุณพ่อคุณแม่หัวเราะขันในขณะที่ฉันอยากจะมุดหน้าหนี ก็แหงสิว่าพี่เสือไว้เยอะนี่

“แฮ่ม ๆก็เพิ่งคบกันนะคะ” ฉันตอบอ้อมแอ้ม

“แล้วกะจะบอกแม่เมื่อไหร่จ้ะ”

“ก็กะจะบอกแหละค่ะ แต่แม่รู้ก่อน” คุณแม่พยักหน้ารับ

“ทำไมแม่รู้ล่ะค่ะ” ฉันทำหน้าสงสัย

“แม่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหนูล่ะจ้ะลูกรัก ใช่ว่าแม่ไม่อยู่เกาหลีแล้วจะปล่อยปะละเลยหนูนะลูก” เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ฉัน

“รักพ่อกับแม่จัง”

 

 

 




TALK : ความจริงไรท์สอบเสร็จแล้วนะคะ เหลือส่งรูปเล่มคงต้องใช้เวลาเคลียร์งานอีกสักหน่อย ตอนแรกกะจะตัดจบเลยเนื่องจากการสอบที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ค่อนข้างเข้าที่เข้าทางแล้วค่ะ ขอโทษรีดเดอร์ทุกคนที่ให้รอนะคะ ไรท์เข้าใจนะคะเพราะไรท์ก็เป็นรีดเดอร์คนหนึ่งเช่นกัน แล้วก็อยากจะขอบคุณทุก ๆคนที่คอยและเป็นกำลังใจให้ไรท์  ไม่ต้องห่วงค่ะเพราะไรท์ไม่ลอยแพฟิคเรื่องนี้แน่นอน 


 

 

 

 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

79 ความคิดเห็น

  1. #59 Nichashyshy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 19:34
    ไรท์สู้ๆ ไรท์สู้ตาย!! 
    #59
    0
  2. #58 Ducky (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 21:26
    ขอบคุณสำหรับการอัพเดทค่ะดีงามมากๆ
    #58
    0
  3. #56 แมวไง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 09:38
    ไรท์สู้ๆ! เป็นกำลังใจให้ค่ะ! ฮึ้บๆ
    #56
    0
  4. #55 amp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 09:16
    เขินไปอีกพี่เสือ บทจะงอนก็งอนซะ บทจะน่ารักก็มาซะหวานเลย ^^
    #55
    0
  5. #53 Bombam Sweetty (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 00:37
    ไรท์สู้ๆชอบมากสนุกมากสู้ๆนะไรท์อัพต่อนะคะจะรอค่ะ
    #53
    0
  6. #52 นานา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 00:11
    มาต่อไวๆน้าสู้ๆ
    #52
    0