Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 14 : Episode 14 : Go back to the old

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    31 ต.ค. 60



Episode 14 : Go back to the old

              





                บอกจะเข้าหน้าหนาวแต่ยังมีฝนอยู่เลย พยากรณ์อากาศที่เราคิดว่าแน่นอนแม่งยังพลาดเลยเนอะ?

                ลมหนาวบีรู้สึกได้ถึงลมหนาวเมื่อสายลมพัดกระทบตัว ขณะออกมาสูดอากาศยามเช้าที่ระเบียงเหมือนเช่นทุกวัน บีเชื่อแล้วว่าฤดูหนาวกำลังมาถึงจริงๆ บีไม่ได้เชื่อจากพยากรณ์อากาศในโทรทัศน์ แต่เชื่อจากความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับมันเอง แบบนี้สินะความรู้สึกที่จับต้องได้มันน่าเชื่อและเป็นรูปธรรมกับบีมากกว่าหลงเชื่อคำพยากรณ์อากาศพวกนั้นซะอีกอาจจะเป็นอย่างนั้น บีคงชอบอะไรที่จับต้องและสัมผัสได้จริงมากกว่าการคาดเดาหรือคิดไปเอง เหมือนกับงานออกแบบที่ออกมาเป็นรูปร่างไม่ใช่มีเพียงแบบแปลน เหมือนกับความสัมพันธ์ที่ควรไร้ความครุมเครือด้วยการสร้างและรักษามันให้ดี

                บีหันไปมองก้นกรองบุหรี่สีขาวตัวเดิม มันยังอยู่ตรงนั้นเช่นเคย แต่สภาพของมันค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากแสงแดดและเม็ดฝนที่ตกกระทบมันแทบตลอดหลายวันที่ผ่านมา หากมันเป็นคนและมีจิตใจ มันคงกำลังบอบช้ำและไร้เรี่ยวแรงเต็มทีลมหนาวในวันนี้ คงทำให้พยาการณ์อากาศที่ไม่แน่นอนชัดเจนขึ้นกว่าเดิม สำหรับเจ้าของของมัน

                “บุหรี่ของพี่คริสสินะ” เสียงใสเอ่ยถาม บีมองใบหน้าสดใสไร้เครื่องสำอางกระทบกับแสงแดดอ่อนๆ และมองปลายผมปลิวไหวด้วยลมหนาวปลายเดือนตุลา ราวกับกำมองท้องฟ้ายามเช้าแสนสดใสของบี “พี่คริสมาที่นี่บ่อยไหม?”

                “ก็ไม่บ่อยนะ คริสจะมาก็ต่อเมื่อคริสอยากมา”

                ลิลลี่พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปมองเก้าอี้ริมระเบียง “เก้าอี้ตัวนี้พี่คริสก็เคยนั่งสินะ”

                “ไหนบอกว่าจะไม่พูดถึงคริสเวลาอยู่ด้วยกันไง”

                “ลี่บอกว่าอย่าคิดถึงพี่คริสตอนที่อยู่กับลี่ต่างหาก ไม่ได้ห้ามให้พูดถึงซะหน่อยคิดดูดีๆ มันต่างกันจะตาย” น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยเถียงอย่างยียวนแต่เอาเถอะ บีไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพราะไม่ว่าอย่างไรบีก็ยอมให้คนข้างๆ เป็นผู้ชนะด้วยความเต็มใจอยู่ดี ซึ่งอาจถูกของลิลลี่ การพูดถึงกับการคิดถึงมันต่างกันจริงๆ นั่นแหละ

                ลิลลี่คงไม่คาดคิดว่าจะมีลมหนาวในเช้าวันนี้ หล่อนยกแขนสองข้างโอบกอดตัวเองเมื่อรู้สึกถึงความเย็นกระทบร่างกายเพราะเสื้อกล้ามสีขาวที่สวมใส่ไม่ได้ช่วยให้ความอบอุ่นสักเท่าไหร่ บีตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในห้องและหยิบเสื้อคลุมออกมาห่มคลุมไหล่ให้ลิลลี่ ก่อนจะเริ่มเปิดบทสนทนา “ถามจริงที่บอกว่าไม่มั่นใจว่าเราสองคนคือความสัมพันธ์ที่ดีอ่ะ ลี่คิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ?”

                “คิด” หล่อนเอ่ยตามที่รู้สึก

                “ทำไมถึงคิดแบบนั้น?”

                “ไม่รู้สิ” ลิลลี่ส่ายหน้าเบาๆ ทอดสายตาเหม่อมองท้องฟ้ายามเช้าที่สดใสเหมือนกับหล่อน “อย่างที่บอกลี่รู้สึกว่าเรากำลังโกหกตัวเองกันอยู่ว่าความสับสนมันจบไปแล้ว”

                “การที่พี่ยืนอยู่ตรงนี้ มันยังไม่ชัดเจนพอเหรอ?”

                “ใช่ พี่บีอยู่ตรงนี้” สีหน้าราบเรียบหันมามอง “อย่างน้อยก็ยังอยู่”

                “พูดเหมือนพี่จะไม่อยู่”

                “ลี่แค่กลัวว่าพี่บีจะหลงทางอยู่ในความรู้สึกของตัวเองอ่ะ” สีหน้าราบเรียบเปลี่ยนเป็นสีหน้ากังวลเล็กน้อย “ลี่กลัวจะว่าจะกลายเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของพี่บีอ่ะ ยิ่งพี่บีมีทางเลือกสองทางให้เลือกแบบนี้ด้วย ลี่เข้าใจว่ามันยากมากนะเพราะในความรู้สึกมันไม่มีดาวเหนือไว้คอยนำทางหนิ จริงไหม?”

                ดาวเหนือที่คอยนำทางงั้นเหรอ?คงจริงอย่างที่ลิลลี่พูด ในการตัดสินใจของบีที่ผ่านมาไม่มีสิ่งใดนำทางได้นอกจากความรู้สึก ละสายตาไม่ได้กับอยากมองไปนานๆ ควรรวมอยู่ในสิ่งๆ เดียว หากมันแยกออกจากกันเป็นสองสิ่งให้เราต้องเลือกเมื่อไหร่ เชื่อเถอะ ว่ามันยากที่จะได้คำตอบคล้ายกับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ที่บีกอดลิลลี่เอาไว้ในขณะที่มืออีกข้างกุมมือของคริส บีรู้ตัวว่าไม่สามารถโอบกอดสองสิ่งไว้ได้ในเวลาเดียวกันไม่ว่าอย่างไร บีต้องเลือกปล่อยมือหนึ่งข้างอยู่ดี การเป็นคนที่ต้องเลือกมันไม่ได้เจ็บน้อยกว่าการไม่ถูกเลือกนักหรอก        

                “ถึงพี่จะโลเลหรือสับสนแค่ไหน แต่พี่ไม่เคยมองว่าใครเป็นทางเลือกของพี่หรอกนะ จริงๆ คนที่ไม่รู้ห่าเหวอะไรอย่างพี่ ไม่ควรมีสิทธิได้เลือกด้วยซ้ำ พี่รู้ตัวดีว่าพี่แย่แค่ไหน บางทีพี่ก็คิดว่าพี่กำลังทำร้ายลี่กับคริส แถมพี่ยังทำร้ายตัวเองเพราะความห่าเหวของพี่ด้วย” บีก้มหน้าลง ลอบถอนหายใจออกมา ก่อนที่คนข้างๆ จะเอื้อมมือมากุมมือของบีไว้

                “ลี่ไม่ว่าอะไรหรอกนะ ถ้าความสุขของพี่คริสคือพี่บีและพี่บีก็เต็มใจที่จะเป็นความสุขของพี่คริส ถ้าเกิดทุกอย่างทำให้ลี่แน่ใจว่าพี่บีตัดสินใจเลือกลี่เพราะว่ารักจริงๆแต่คืนนั้นลี่ไม่แน่ใจเลยสักนิด ยังคิดด้วยซ้ำ ว่าหรือบางทีเราควรมาทบทวนความรู้สึกตัวเองกันใหม่ ลี่ไม่อยากให้ใครโกหก ถึงรู้ว่ามีสักคนต้องเจ็บในความสัมพันธ์สามคนแบบนี้ก็เถอะ แต่ถ้าเป็นไปได้ ลี่ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บเลยสักคน”

                การเป็นคนที่ถูกเลือกก็ไม่ได้เจ็บน้อยกว่าคนที่ไม่ถูกเลือกหรือคนที่ต้องเลือกนักหรอกนี่ไง เพราะมันคือความสัมพันธ์ห่าเหวที่ดันมาเกิดขึ้นพร้อมๆ กันทั้งสามคน แล้วจะตัดสินได้อย่างไรว่าใครเจ็บกว่า? เราจะดูแค่ว่าใครถูกกระทำและเสียน้ำตามากที่สุดงั้นเหรอ? จากที่ลิลลี่เคยคิดว่าต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเป็นฝ่ายเจ็บ แต่ตอนนี้ผลลัพธ์มันออกออกมาแล้วว่าไม่มีใครเจ็บน้อยกว่าใครเลย

                “ลี่ไม่อยากให้ความใจดีของลี่ ทำให้ใครต้องเจ็บอ่ะพี่บีเข้าใจไหม? ลี่ก็ทำดีที่สุดแล้วเหมือนกัน ลี่ไม่อยากให้ใครเจ็บจริงๆ นะ” บีดึงลิลลี่เข้ามากอด ลูบผมของหล่อนเบาๆ เพื่อปลอบใจ ก่อนจะรู้สึกได้ว่าลิลลี่กำลังร้องไห้คงเพราะอึดอัดใจจากความสัมพันธ์ห่าเหวนี้ เพราะกดดันกับสิ่งที่ทำลงไปเมื่อคืน หรืออาจเพราะกลัวว่าจะกลายเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของบีหัวใจที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีของลิลลี่ไม่ใช่ความผิด หากจะมีใครผิดขอให้เป็นบีเอง บีขอเป็นคนเห็นแก่ตัวและขอรับความผิดทุกอย่างไว้คนเดียว

                “ไม่ต้องกลัว” บีเอ่ยพลางกระชับอ้อมกอด ปล่อยให้ลิลลี่ร้องไห้ระบายความอัดอั้นออกมาให้หมดท้องฟ้ายามเช้ามีเมฆฝนแห่งน้ำตามาบดบังซะแล้ว “จากนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น ไม่ต้องคิดมากนะ รู้ไหม?”

                “ตอนนี้เราไม่ได้โกหกตัวเองกันอยู่ใช่ไหม?” เสียงใสๆ เอ่ยถามพร้อมน้ำตา

                “ไม่มีใครโกหกอีกแล้ว” บีตอบไปแบบนั้น

                บีไม่อยากให้รอยยิ้มสดใสต้องแปดเปื้อนไปด้วยรอยน้ำตา บีไม่อยากให้ดาวเหนือบนท้องฟ้าถูกบดบังด้วยท้องฟ้าสีดำ บีไม่อยากให้ความไม่รู้ห่าเหวอะไรของบีต้องทำร้ายใครโดยไม่รู้ตัวบีไม่ได้โกหกว่ากำลังมีความสัมพันธ์ที่ดีและเลือกตัดสินใจถูก คริสก็อาจไม่ได้โกหกว่าจะเลิกรักบีได้ .ณ ตอนนี้อาจไม่มีใครโกหกตัวเอง

                แต่หากความสับสนต้องการเล่นตลกกับทั้งสามคนอีกครั้ง ตอนนี้มันอาจกำลังโกหกทุกคนว่ามันได้จบลงไปแล้ว

 

                ลมหนาวมาช้ากว่าที่พยากรณ์อากาศบอก แต่อย่างน้อยคริสก็เชื่อเพราะว่าเคยได้รับบทเรียนราคาแพงจากมันมาแล้วหากวันนั้นร่มคันใหญ่ที่คริสทิ้งไว้ได้หายไป คริสคงหงุดหงิดน่าดูที่ไม่เชื่อพยากรณ์อากาศตั้งแต่แรก คงเหมือนกับถ้าคริสไม่ทำตามความรู้สึกของตัวเอง เลือกตัดสินใจเดินออกมาจากความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิต คริสก็อาจไม่มีทางได้เจอความสุขแบบนั้นอีก และคริสก็คงเสียใจไม่แพ้กัน

                คริสนั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหนาวปลายเดือนตุลาที่พัดโชยเข้ามา มันเย็นสบายแต่มาพร้อมกับความเหน็บหนาว แถมยังพัดเข้ามาโดยไม่ให้สัญญาณและพัดจากไปอย่างรวดเร็ว คริสลุกขึ้นไปหยิบเสื้อคลุมมาใส่คลื่นความเหงาเข้าปกคลุมในห้องสี่เหลี่ยม เสียงความคิดลอยเคว้งคว้างอย่างไร้ทิศทางเช่นเดียวกับทิศทางของความสัมพันธ์

                ตอนนี้ลี่ไม่มั่นใจแล้ว ว่าความสัมพันธ์ของเรามันคือความสัมพันธ์ที่ดีคริสนึกถึงน้ำเสียงและสีหน้าที่บ่งบอกถึงความกังวลใจของเด็กสาวรอยยิ้มสดใสที่เอ่ยกับความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิต คริสยอมไม่ได้แน่หากต้องเป็นต้นเหตุให้ความสัมพันธ์ที่ดีขาดสะบั้นเพียงเพราะแค่หล่อนกำลังโกหกตัวเอง ยังไงลิลลี่ก็ใจดีและใจกว้างที่สุดเสมอ คริสจะทำให้ลิลลี่แน่ใจว่าทุกอย่างมันแฟร์จริงๆ ด้วยการเลิกโกหกความรู้สึกตัวเอง

 

                เสียงปรบมือดังกึกก้องพร้อมกับเสียงโห่ร้องของผู้คนถูกส่งมาให้คริสหลังจากจบการแสดง ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนแห่งวันฮาโลวีน บรรยากาศในบาร์เลยคึกคักไปด้วยผู้คนแม้เป็นวันธรรมดาเหล้าถูกเสิร์ฟโดยบาเทนเดอร์หน้าซื่อคนเดิมเมื่อคริสหย่อนตัวนั่งลงหน้าบาร์ มีผู้คนแวะเวียนมาชนแก้วอย่างเช่นทุกครั้งจนกลายเป็นเรื่องเคยชิน คริสมองไปเห็นบีเดินลงมาจากชั้นดาดฟ้าพร้อมกับลิลลี่และพ่อของหล่อน พูดคุยอะไรบางอย่างซึ่งน่าจะเกี่ยวกับการรีโนเวทชั้นดาดฟ้า ที่คริสจะไม่ขึ้นไม่เหยียบมันอีก

                บีส่งยิ้มทักทายคริส “โชว์เสร็จแล้วเหรอ?”

                “อืม” คริสพยักหน้า

                “วันนี้คึกคักดีอ่ะ” บีมองบรรยากาศรอบๆ บาร์ “เสียดายต้องกลับแล้ว”

                จะไปแล้วเหรอ?ช่างสิ จะไปก็ไป คริสควรพูดออกไปแบบนี้รึเปล่า? หรือควรจะพูดว่า “ไม่อยู่ก่อนเหรอ?” นั่นแหละ คริสพูดออกไปแล้วโดยไม่ผ่านการประมวลผลของสมอง

                “มีงานต้องเคลียร์เยอะเลยอ่ะ” บีตอบคริส ก่อนจะหันหลังเดินตรงไปหาลิลลี่ เพื่อคุยเรื่องงาน เพื่อนัดกันไปหอศิลป์ เพื่อร่ำลาหรือจะห่าเหวอะไรก็ช่างเถอะ แต่เสียงเพลงในบาร์ที่กำลังจบลง ทำให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คริสถึงได้ยินว่าทั้งสองคุยกันเกี่ยวกับเรื่องบรรยากาศงานฮาโลวีน ณ ตอนนี้

                “เห็นพนักงานแต่งหน้าเป็นผีด้วย ไม่อยากลองบ้างเหรอ?”

                “ลี่ล้างหน้าก็น่ากลัวแล้ว”

                บีหัวเราะ “น่ารักต่างหาก”

                คริสได้ยิน ได้ยินมันทั้งหมดนั่นแหละแล้วยังไงล่ะ ก็แค่ได้ยิน ไม่ต้องสงสารหรือเจ็บแทนหรอกเพราะคริสไม่ได้เจ็บ ต้องใช้คำพูดว่าอะไรดี? เหม็นความรักใช่ไหม? แบบที่ภาษาในเน็ตเขาใช้กัน คริสยกเหล้าขึ้นจิบและตัดบทให้กับความรู้สึก จริงๆ แล้วถ้าจะโทษก็โทษไอ้ดีเจที่มันเปิด-ปิดเพลงนั่นเถอะ คริสเกลียดมันเข้าไส้ตั้งแต่เปิดเพลงแห่งความทรงจำขึ้นมาจนต้องร้องไห้น้ำตาท่วมในคืนนั้น แน่จริงก็เปิดอีกสิวะ ไอ้เวร!คริสพูดในใจแต่ภาวนาอยู่ลึกๆ ว่าจะไม่ได้ยินเพลงนั้นดังขึ้นตอนนี้

                “อากาศเริ่มหนาวแล้ว ดูแลสุขภาพด้วยนะ“ บีจากไปแล้วพร้อมกับประโยคนั้นและรอยยิ้มอบอุ่น หลังจากมาให้คริสพบเพียงระยะเวลาสั้นๆ ในคืนวันฮาโลวีนที่คริสไม่ได้สนใจมันนัก บีดูรีบๆ น่าจะเพราะมีงานที่ต้องทำต่อคริสสัญญากับตัวเองว่าจะดูแลสุขภาพให้ดีอย่างที่บีบอกไว้ และมันเป็นเรื่องที่โคตรบ้า เพราะคริสกำลังนั่งยิ้มอย่างไร้เหตุผล

                “สามสิบเปอร์เซ็นต์จริงๆ เหรอ?” เสียงใสๆ เอ่ยถามขณะยื่นแก้วไวน์ให้แทนแก้วเหล้าจากบาเทนเดอร์ราวกับรู้ดีว่าคริสกำลังต้องการมันมากกว่าน่าแปลกดี ที่ทั้งสองมีไวน์ราคาแพงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมานฉันท์ทุกครั้ง คริสรู้ดีว่าลิลลี่อยากขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคืน ทั้งๆ ที่หล่อนไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

                “ตอนนี้น่าจะสี่สิบเปอร์เซ็นต์แล้ว” คริสไม่รู้หรอกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์จริงรึเปล่า แต่คงเพราะหูสองข้างได้ยินบทสนทนาของบีกับลิลลี่เมื่อครู่นี้แหละมั้ง เลยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ตามอารมณ์คริสยกไวน์ขึ้นจิบและเอ่ยต่อ “เรามาตกลงกันหน่อยไหม?”

                “ตกลงเรื่อง?”

                “ความแฟร์” ลิลลี่เลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “เช่น พี่เข้าใกล้บีได้แค่ไหน ควรมีระยะห่างเท่าไหร่ ทำอะไรได้หรือไม่ได้ เพื่อให้มันแฟร์และชัดเจนว่าไม่มีใครโกหกกันอีก”

                “สิ่งที่ชัดเจนคือไม่โกหกความรู้สึกของตัวเอง ไม่ใช่มากำหนดว่าใครควรทำหรือไม่ทำอะไร” ลิลลี่เอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย “พี่คริสจะทำอะไรก็ได้ ลี่ไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้น แต่ถ้าพี่คริสเจ็บก็บอกว่าเจ็บ ไม่ใช่หลอกตัวเองว่ากำลังมีความสุข”

                “แล้วถ้าพี่นอนกับเขาล่ะ?” คำถามวัดใจเอ่ยออกมาจากปากคริส แต่นั่นไม่ได้ทำให้ลิลลี่กลัวหรือกังวลเลยสักนิด

                “นอนด้วยความรู้สึกแบบไหนล่ะ? นั่นคือสิ่งที่พี่คริสต้องถามตัวเอง” คริสฟังลิลลี่ถามกลับ พร้อมอาการใจกระตุกเล็กน้อย นั่นสินะถ้าความแฟร์คือการไม่โกหกความรู้สึกตัวเอง คริสคงตอบว่านอนกับคนที่ไม่ได้รักไม่ได้ เพราะคริสยังรักบีอยู่ตั้งหกสิบเปอร์เซ็นต์

                “พี่จะให้เขาเป็นแค่ความสุขเท่านั้น พี่ยังยืนยันคำเดิม” คริสเอ่ยด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง

                “อืม ลี่เชื่อ” ลิลลี่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเอ่ยเรื่องที่คริสไม่เคยรู้มาก่อนขึ้นมา “หวังว่าเขาจะไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้พี่คริสกินเหล้าหนักจนกลับบ้านไม่ได้ แล้วก็นอนละเมอร้องไห้เหมือนในคืนนั้นอีกแล้วนะ”

                “รู้ได้ไง?” คริสขมวดคิ้วเป็นปม

                “ลี่มาเอาของที่ร้านตอนหกโมงเช้า แล้วก็เจอพี่คริสนอนอยู่ในห้องพักพนักงาน เหล้าคงหมดไปหลายขวดเลยสิ สภาพถึงดูไม่จืดขนาดนั้น”

                “อืม ก็หนักอ่ะ" คริสถอนหายใจและยอมรับไปตรงๆ  "แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ลืมได้บ้าง”

                “ลืมชั่วคราวเท่านั้นแหละ ตื่นมาก็จำได้เหมือนเดิมเหล้าไม่ใช่ทางออกหรอก” ราวกับถูกคนอายุน้อยกว่าเอ่ยสอนอีกครั้ง “เขาเคยบอกว่าพี่คริสชอบนอนละเมอร้องไห้ นั่นเป็นครั้งแรกที่ลี่มีโอกาสได้เห็น”

                ลิลลี่ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะลุกไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ คริสยอมรับความผิดแต่โดยดีว่าทำอะไรสุดโต่งมากไปหน่อย บางทีลิลลี่น่าจะเอ่ยต่อว่าคริสบ้างที่ทำตัวเป็นพนักงานที่มีความประพฤติไม่ดี แต่ลิลลี่ไม่เคยทำมันเลยสักครั้งคริสรู้สึกด้วยซ้ำว่าคืนนั้นไม่อยากตื่นมาพบเจอความเป็นจริง เสียดายอยู่เหมือนกันที่แอลกอฮอล์ฆ่าคริสไม่ได้แถมยังรู้สึกแปลกที่ต้องนอนละเมอร้องไห้ให้คนอื่นเห็นนอกจากบี

                ไวน์ในแก้วหมดแล้ว คริสจะลุกไปหยิบมันมาเทใหม่แต่แก้วถูกหยิบไปโดยบาเทนเดอร์หน้าซื่อนั่นแทนเขารินไวน์ใส่แก้วให้คริสโดยไม่ได้เอ่ยปากขอ “คืนนี้คุณดูไม่เศร้าเท่าคืนนั้นแล้วนะ ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ?”

                “อาจจะ” คริสเอ่ยพลางรับแก้วไวน์จากเขา

                “ทำไมคุณถึงไม่ตัดสินใจเลือกที่จะหนีออกมา”

                “หนีจากอะไร?”

                “คนที่คุณจะเลิกรัก” เขาเอ่ย “คือผมก็เข้าใจแหละ ที่คุณเคยบอกว่าคุณไม่กล้าพอจะเสียความสุขอย่างเขาไป ก็เลยตัดสินใจไม่เดินออกมาแต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณเลือกเดินหนีออกมาแล้วเริ่มต้นหาความสุขให้กับชีวิตใหม่ล่ะ มันดีกว่าต้องทนรอเลิกรักเขารึเปล่า? ถึงเขาจะเป็นความสุขของคุณก็เถอะ แต่ผมว่ายังไงก็เจ็บปวดอยู่ดี”

                “นายเป็นใครถึงมาตัดสินว่าฉันจะเจ็บหรือไม่เจ็บ ขนาดตัวฉันเองยังไม่รู้เลย”

                “คุณน่ะรู้ดีแก่ใจ คุณแค่ไม่ยอมรับ”

                “นายนี่ชักจะเยอะแล้วนะ”

                “ผมไม่อยากให้คุณตับพังเพราะเขาหนิ” เขายักไหล่อย่างยียวน

                “เขาเป็นคนที่ทำให้ฉันยอมรับความรู้สึกตัวเอง ทำให้ฉันรู้ว่า ถึงต้องหนีไปตลอดชีวิตก็หนีไม่พ้น ถ้าสิ่งที่วิ่งหนียังอยู่ในหัวใจและหัวสมองนี่ไม่ใช่ละครหลังข่าวนะ ที่นางเอกหนีไปแล้วพระเอกตามไปง้อเพื่อให้เรื่องมันจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งอ่ะ ถ้าฉันหนีไป ฉันอาจไม่ได้เจอคนอย่างเขาอีกเลย แล้วฉันจะหนีทำไมล่ะ? นายบอกเองหนิ ว่าถึงเดินออกมาก็คงเลิกรักเขาไม่ได้อยู่ดี”

                “แล้วคุณจะทำยังไงต่อ?”

                “ก็แค่พาความรู้สึกกลับไปที่เก่า” คริสเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ พลางคิดถึงเรื่องราวในคืนอันน่าสับสนที่ได้เจอกับบีครั้งแรก

                “พาความรู้สึกเดินทางมาตั้งไกล เพื่อกลับไปที่เก่างั้นเหรอ?”

                “ถ้ามันไม่มีทิศทางจะไปต่อจริงๆ ฉันก็ต้องกลับไป”

                 บทสนทนาเงียบลง คริสใช้เวลาอยู่ที่หน้าบาร์เนิ่นนานราวกับเวลาเดินอย่างเนิบช้าค่ำคืนนี้ช่างยาวนานทีเดียวหากเทียบกับตอนที่มีบีนั่งอยู่ข้างๆ ราวกับเวลาช่างใจร้ายที่ตัดต่อช่วงที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างรวดเร็ว แต่กลับอ้อยอิ่งเนิ่นนานนับแต่ทั้งสองห่างหาย

                 “ถ้าไม่นับเรื่องอยากนอนกับฉัน นายจะกล้าเข้ามาในโลกของฉันและจะกล้ารักคนอย่างฉันป่ะ?” 

                  คริสเอ่ยถามเขา ในคำถามที่เคยเอ่ยถามกับผู้ชายแปลกหน้า ราวกับเขาเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น เหล่าตัวประกอบที่เดินเข้ามาในละครของคริสเพียงแค่ฉากเดียวแล้วผ่านออกไปราวกับไม่เคยผ่านเข้ามา เขาตกใจกับคำถามจนเผลอทำแก้วตกแตก เหมือนในครั้งแรกที่คริสยอมเอ่ยปากสั่งเครื่องดื่มกับเขา เขาเลิ่กลั่ก และนั่นทำให้คริสจับได้ว่าเขาไม่บริสุทธิ์ใจกับคริสสักเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับคริสนักหรอก 

                “เอ่อ...ผม...”

                “ไม่ต้องตอบฉันหรอก ฉันแค่ถามเล่นๆ” คริสตัดบทอย่างไร้เหตุผลและยกไวน์ขึ้นดื่มจนหมดแก้ว “ขอ absolute rasberri ด้วย”

                เขาพยายามตัดบทเช่นกัน “ทำไมคุณชอบดื่มเหล้ายี่ห้อนี้เหรอครับ?”

                “เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน”

                เขาเทเหล้ายี่ห้อโปรดใส่แก้วและส่งให้คริส “จริงๆ ผมมีบางอย่างอยากจะบอกกับคุณมานานแล้ว”

                “จะบอกอะไรก็บอกมา”

                “คุณสวยมากตอนอยู่บนฟลอว์เต้นรำ” คริสไม่ได้เข้าใจไปเองแน่ๆ ว่าสายตาและน้ำเสียงของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อคริสพูดถึงเรื่องการหลับนอน คริสอยากหัวเราะแต่คงได้แค่หัวเราะในใจ

                “ขอบคุณ”

                “ผมรู้สึกได้ว่าการเต้นคือส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ รวมทั้งเหล้ากับบุหรี่ แล้วก็ฟลอว์เต้นรำนั่นด้วย”  

                “ใช่ รวมถึงอินทิเรียคนนั้นที่ออกแบบมันด้วย”

                คริสเอ่ยประโยคเดียวกันกับที่เคยบอกกับชายแปลกหน้าเมื่อนานมาแล้ว ดูเหมือนเขาจะกำลังแปลกใจเพราะคิ้วเข้มเริ่มขมวดเป็นปม เขาเคยเห็นอินทิเรียคนนั้น ล่าสุดคือเมื่อครู่นี้แถมยังเห็นบ่อยมากในทุกๆ คืนวันเสาร์ บางทีอินทิเรียคนนั้นก็มานั่งที่หน้าบาร์ ดื่มกับคริส คุยกับลูกสาวเจ้าของบาร์ และที่สำคัญอินทิเรียคนนั้นเป็นผู้หญิงร่างสูงที่สวยมากๆ คนหนึ่งเท่าที่เขาเคยพบคริสตั้งใจบอกเรื่องนี้ให้บาเทนเดอร์หน้าซื่อรับรู้ไว้ เผื่อว่าเขาจะเข้าใจอะไรๆ มากขึ้นหากยังอยากสนทนากันต่อ

                “อินทิเรียคนนั้น” เขาทวน “ลูกค้าประจำของคุณลิลลี่เหรอครับ?”

                “ใช่คนที่ฉันรัก และคนๆ เดียวกันกับคนที่ฉันจะเลิกรัก”

                เขาอึ้งและนิ่งไป เมื่อรู้ว่าคนที่คริสรักและกำลังจะเลิกรักไม่ใช่ผู้ชายที่ไหนแต่เป็นคนที่มาที่ร้านทุกๆ คืนวันเสาร์ มีส่วนช่วยออกแบบฟลอว์เต้นรำและมีความสัมพันธ์พิเศษบางอย่างกับลูกสาวเจ้าของบาร์ซึ่งเขารับรู้ได้จากการทำงาน ณ ตรงนี้ ช่างโชคร้ายที่เขาเผลอเข้าร่วมสนทนาและรับรู้เรื่องความสัมพันธ์ห่าเหวนี้อย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีกครั้ง เขาเงียบไปครู่ใหญ่เพราะน่าจะกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ ก่อนจะพยายามรักษาบทสนทนาให้เป็นธรรมชาติตามเดิม

                 “คนที่ไปต่อเป็นความสัมพันธ์กับคุณไม่ได้ เพราะเลือกอีกคนนึงไปแล้วคนที่ทำให้คุณต้องเป็นมนุษย์ลูซเซอร์ กินเหล้าจนเมาเละในคืนนั้น”

                “ใช่ นั่นแหละเขา”

                “ถ้าผมรู้ว่าเป็นเขา ผมคงไม่สนับสนุนให้คุณอยู่ในโลกของเขาต่อ”

                “ทำไมล่ะ?”

                “มันโหดร้ายกับคุณเกินไป ผมรู้สึกแบบนั้น” แหงล่ะเดินออกมาสิ อย่ากลับเข้าไปในโลกของเขาอีกเลย อย่าอยู่เพื่อให้ใจพังไปมากกว่านี้นะ ออกไปหาความสุขเอาข้างหน้าแล้วเริ่มต้นใหม่ดีกว่า เป็นใครก็ต้องบอกแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ เพราะพวกเขาต่างคิดว่าสิ่งที่คริสกำลังเจอมันช่างโหดร้ายและอัดแน่นไปด้วยความเสียใจ คริสไม่ขอให้ใครเข้าใจหรอกเพราะคริสเข้าใจตัวเองดี

                “ไม่มีอะไรโหดร้ายหรอก ถ้าเป็นทางที่ฉันเลือกเอง”

                “ถึงเขาไม่กล้ารักคุณ แต่ผมว่า ผมกล้านะ” เขาเอ่ยตอบคำถามที่คริสถามเล่นๆ ไปเมื่อครู่นี้อย่างกล้าที่จะตอบมากขึ้น

                “งั้นเหรอ?”

                เซ็กส์กับความรักมันไม่ใช่ของคู่กัน ถึงคริสไม่ได้รักเขาและเขาไม่ได้รักคริส ทั้งสองก็มีเซ็กส์กันได้ถ้ามันเป็นความต้องการที่มีร่วมกันของคนสองคน แต่น่าเสียดายที่ความต้องการของคริสและบาเทนเดอร์หนุ่มหน้าซื่อไม่ตรงกันสักนิด เจ้าของริมฝีปากที่กำลังพรมจูบไปทั่วซอกคอขาวคงยังไม่รู้ตัวว่าสัมผัสของเขาไม่ได้ช่วยให้คริสมีความต้องการหรืออารมณ์ร่วมไปกับเขาเลยน่าเศร้านะ แต่มันคือความจริง ที่คริสกำลังคิดถึงสัมผัสอันนุ่มนวลของบีในตอนนี้

                ขณะที่ความพลุ่งพล่านทางอารมณ์ของเขามีมากขึ้นเรื่อยๆ คริสตัดสินใจหยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้โดยค่อยๆ ดันตัวบาเทนเดอร์หนุ่มออกเบาๆ เพื่อปฏิเสธการกระทำที่เรียกว่าการหลับนอนกับคนที่ไม่ได้รัก เขาเงยหน้าขึ้นมามองอย่างแปลกใจ แต่เพียงครู่ แววตาของเขาบ่งบอกว่าเขาเข้าใจและยอมรับโดยดีว่าเขาไม่สามารถสร้างความอบอุ่นให้หัวใจอันเย็นระเยือกของคริสได้ ไม่มีใครพูดอะไรกันอีกนอกจากคริสกำลังหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ หล่อนหันไปมองเขาอีกครั้ง มองแผงอกเปลือยเปล่าและมองนัยน์ตาใสซื่อจ้องมองมา

                วินาทีที่จ้องมองแววตาของเขา คริสมองเห็นบีอยู่ในนั้นหรือบางที บีอาจไม่ได้อยู่ในตัวบาเทนเดอร์หน้าซื่อคนนี้หรอก แต่บีอยู่ในความรู้สึกของคริส บีที่เป็นเหมือนเซฟโซนและหลุมหลบภัย บีที่มีเพียงคนเดียวในโลก วันนี้คริสรู้แล้วว่าไม่มีสิ่งใดมาแทนความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตได้ แม้สิ่งนั้นจะใกล้เคียงแค่ไหนก็ตาม ขึ้นชื่อว่าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่อยู่ดี

                “ไปส่งฉันหน่อยได้ไหม?” คริสเอ่ย ก่อนจะหยิบเสื้อยื่นให้เขาสวม “ฉันต้องการไปที่ๆ นึง”

                เขาทำตามโดยการหยิบเสื้อไปสวมอย่างว่าง่าย “คุณจะไปหาเขา?”

                “ใช่” คริสพยักหน้า “นายทำให้ฉันคิดถึงเขา”

                “ผมมีอะไรเหมือนๆ เขางั้นเหรอ?”

                “ไม่เลย” คริสส่ายหน้าพลางหัวเราะเบาๆ เอ่ยคำตอบที่ได้รู้จากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ “ฉันคิดถึงเขาเพราะฉันรู้ว่าไม่มีใครแทนเขาได้เลย เพราะเขาคือความสุขแค่ไม่กี่อย่างของฉัน บนโลกบ้าๆ ใบนี้ซึ่งนายไม่ใช่”

                “คิดว่าเขาจะเป็นความสุขของคุณได้ตลอดไปเหรอ?”

                ถ้าคริสยังรักบีในขณะที่บีรักลิลลี่มากขึ้นทุกวัน บีที่เป็นความสุขจะกลายเป็นความเจ็บปวดรึเปล่า? มันจะต่างกับความเสียใจที่บีไม่เลือกคริสไหม? คริสเคยถามตัวเองมาหมดแล้วโดยเฉพาะคำถามของบีที่ว่า ถ้าเธอไป เธอจะมีความสุขกว่าตอนนี้รึเปล่าคริสได้คำตอบตั้งแต่คืนนั้นที่ได้มองภาพบีวิ่งเข้าไปกอดลิลลี่ คริสรู้ทันทีว่าคนที่เจ็บปวดไม่ใช่คริสเพียงคนเดียว ทุกคนต่างเจ็บปวดในรูปแบบที่แตกต่างกันไป บีได้เลือกความสัมพันธ์ที่ดีของตัวเองอย่างที่คริสอยากให้บีเลือก และคริสก็ได้เลือกทางเดินให้กับความรู้สึกตัวเองเช่นกัน เมื่อเขี่ยเรื่องความเจ็บปวดบ้าบอนั่นทิ้งไปคริสก็ได้คำตอบ

                “นายเปลี่ยนเหล้าให้เป็นน้ำเปล่าได้ป่ะล่ะ บาเทนเดอร์คนเก่ง?” คริสเอ่ยถาม คำถามบ้าบอกับเขาอีกแล้ว

                “แน่นอนว่าผมทำไม่ได้”

                “นั่นแหละ ความสุขก็คือความสุข ยังไงก็เปลี่ยนหรือแทนที่ด้วยอะไรไม่ได้หรอก”

                คริสอาจเลิกรักบีได้ในสักวันหนึ่ง แต่บีไม่สามารถเลิกเป็นความสุขของคริสเลยแม้แต่วินาทีเดียว ดั่งเช่นเวลานี้  สุดท้ายคริสก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องการบีอยู่ดี เลิกรักมันอาจยากพอๆ กับหักดิบเพื่อเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ แต่เลิกยากไม่ได้แปลว่าจะเลิกไม่ได้ถูกไหม? เหล้าอาจมีผลกับตับ บุหรี่อาจมีผลกับปอดแต่บีมีผลกับชีวิตของคริสในโลกบ้าๆ ใบนี้

                คริสหยุดอยู่หน้าประตูห้องของบีและมองมันอยู่นาน ไม่ใช่ว่าลังเลที่จะเคาะ แต่จู่ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง กลับมาพร้อมกับความรู้สึกอีกแบบที่แตกต่างไปจากครั้งก่อนๆ ที่ได้มาคริสรู้สึกสบายใจมากจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้เมื่อไม่โกหกตัวเองและทำอะไรให้มันชัดเจนขึ้นด้วยการยอมรับความรู้สึกจริงๆคริสตัดสินใจเคาะประตู ตามจังหวะเต้นตึกตักของหัวใจ คริสรู้สึกเหมือนกำลังเป็นเด็กน้อยที่กำลังเคาะประตูขอขนมและลูกกวาดในวันฮาโลวีน

                บีเปิดประตูออกมา พร้อมรอยยิ้มบางๆคริสไม่ได้มาที่นี่สักพักใหญ่แล้ว และบีก็แปลกใจไม่น้อยที่เปิดประตูมาเจอรอยยิ้มของคริส แทนที่จะเป็นสภาพเมาปลิ้นและแววตาที่ปนไปด้วยความทุกข์ รอยยิ้มของคริส ณ ตอนนี้ทำให้บีอดยิ้มตามไม่ได้

                        “พอจะมีอะไรให้เรากินไหม? เราหิวอ่ะ” บีหัวเราะเมื่อได้ฟัง

                อาหารสำเร็จรูปถูกบีนำออกมาจากไมโครเวฟ ระเบียงห้องตอนนี้มีลมหนาวพัดกระทบมาตลอดเวลา เสื้อคลุมที่คริสใส่อยู่พอช่วยคลายหนาวได้บ้าง บีนั่งมองคริสตักอาหารใส่ปากราวกับเด็กน้อยหิวโซและยิ้มตาม “ดูเธอโอเคขึ้นนะ เหมือนไม่ใช่คริสคนเดิมที่เรารู้จักเลย”

                “เราคนเดิมมันเป็นยังไง คนที่ใช้ชีวิตผิดปกติสำหรับเธอน่ะเหรอ?”

                “แค่เราเปิดประตูไปเจอเธอกำลังยิ้ม เราก็แปลกใจจะแย่แล้ว”

                “วันนี้เรามีเวลาเจอเธอน้อยเกินไป” คริสเอ่ยโดยไม่มองหน้าบี “เราคิดถึงเธอ...”

                ความสุขก็คือความสุข ยังไงก็เปลี่ยนหรือแทนที่ด้วยอะไรไม่ได้หรอก บีนิ่งไปเมื่อได้ฟังคริสอาจเลิกรักบีได้ในสักวันหนึ่ง แต่บีไม่สามารถเลิกเป็นความสุขของคริสเลยแม้แต่วินาทีเดียว ดั่งเช่นเวลานี้  สุดท้ายคริสก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องการบีอยู่ดี คริสไม่รู้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไรบ้างเพื่อเป็นการรักษาระยะห่างและเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการเลิกรักบี แต่เราควรยอมรับในความรู้สึกของตัวเองเพื่อความแฟร์ไม่ใช่เหรอ?คริสยอมรับกับตัวเองว่าอยากทำสิ่งนี้ ด้วยความรู้สึกคิดถึงและต้องการความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิต ขอบคุณบาเทนเดอร์หน้าซื่อที่ทำให้คริสได้รู้ว่าไม่มีสิ่งใดแทนความสุขนี้ได้

                คริสโน้มตัวลงไปจูบที่แก้มของบีใกล้กับริมฝีปากเรียวบางบีเองก็ต้องยอมรับว่ารู้สึกคิดถึงดาวเหนือเพียงดวงเดียวบนท้องฟ้าสีดำมากแค่ไหน เขี่ยทิ้งไปก่อนเถอะ ไอ้ความแฟร์หรือเหตุผลบ้าๆ นั่น ในหัวของบีมีแต่ความว่างเปล่า แม้พยายามสะกดกลั้นความต้องการแต่ก็ไม่ช่วยอะไรเมื่อได้ยินเสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบข้างหูคริสหวังว่าจะพาความรู้สึกกลับไปที่เก่าได้หลังจากค่ำคืนนี้จบลง บุหรี่หลังเซ็กส์จะถูกจุดขึ้นหลังจากที่ไม่ได้จุดมานาน

                “คิดซะว่า คืนนี้เธอนอนกับคนที่ไม่ได้รักเป็นครั้งที่สี่ได้ไหม?” 


                นอนด้วยความรู้สึกแบบไหนล่ะ? นั่นคือสิ่งที่พี่คริสต้องถามตัวเอง--คริสสัญญาว่าจะค้นหาความรู้สึกครั้งนี้ให้ได้ 

 

 

 






-------------------------------------------------

จะยังร้องไห้กันอีกไหม? ห้ะ! ตอบ!

แฮปปี้ฮาโลวีนเดย์จ้ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #618 nutte_BCRIS (@nutte_BCRIS) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 00:51
    อ่าาาาาาาาาาาาา ...ก็ดีขึ้นนิดนึงง ถ้าคริสโอเค เราก็โอเคค 5555555 ไม่ได้ดีใจอะไรเลยนะจริงๆ /จะยิ้มทำไมนะ บ้าจริง!!
    #618
    0
  2. #468 Ttlobc (@Ttlobc) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 20:16
    ตอนนี้พอรับได้ฮับบ สงสารคุณสคริสอยู่ดีอ่ะงืออ แต่ก็ดีแล้วที่ทุกคนเริ่มไม่โกหกความรู้สึกตัวเอง
    #468
    0
  3. #467 แก้ว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 19:12
    สงสารทั้งพี่คริส สงสารลิลลี่ด้วย กำลังอินเศร้าตามเลย
    #467
    0
  4. #465 b-sky2 (@B-Sky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 17:27
    พี่คริสไม่ต้องเอาแล้วพี่บงพี่บีน่ะ!! เอาบาร์เทนเดอร์เลย!! #บาร์เทนเดอร์คริส ส่วนบีลิลลี่เชิญไปรักกันไกลๆ สงสารพี่คริส! TT
    #465
    0
  5. #464 2mate (@jaaoraraiake) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 17:18
    เห้อ สงสารคริส.. แต่ก็สงสารลี่ด้วย คนที่เริ่มจะไม่น่าสงสารคือบีแล้ว!

    เมื่อไหร่จะออกจากวังวนนี้กันสักที มีแต่คนต้องเจ็บ
    #464
    0
  6. #463 Leslabel Kanna (@leslabelkanna) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 14:50
    หม่นจนมีผลต่อกิจกรรมที่ต้องทำตลอดทั้งวันนี้เลยไรท์ :( รีบมาต่อนะคะ
    #463
    0
  7. #460 uts_som (@uts_som) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 00:02
    วิ่งวนอยู่ที่เดิมความรู้สึกช้านนนน สับสนและหน่วงและไม่รู้จะพูดยังไงเอาเป็นว่ารีบมาต่อนะคะไรท์ งุงิ
    #460
    0
  8. #459 lovefilmmy1906 (@lovefilmmy1906) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 20:07
    เห้ออออ ตอนนี้จะเป็นไงต่อไปก็เอาเถอะ เรารับได้หมดล่ะ แต่ขออย่างเดียวให้คริสเลิกเหล้ากับบุหรี่ได้มะ 555555 สงสารตับนางเว่อออ
    #459
    0
  9. #458 wanna_tl (@wanna_tl) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 19:39
    ในที่สุดดด...คริสก็ได้กับบาร์เทนเนอร์เฉยเลย5555
    #458
    0
  10. #457 Chonlarine-H (@Chonlarine-H) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 19:13
    เริ่มอยากให้พี่คริสคู่กับบาร์เทนเดอร์ละ ลำไยพี่บีสุด
    #457
    0
  11. #456 0851075831 (@0851075831) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 18:03
    เมื่อไหร่จะบีคริส เริ่มเกลียดแล้วนะ
    เดี๋ยวเหอะจะเอาจะเบิดไปลงบ้านไรท์555
    #456
    0
  12. #455 m23maka (@m23maka) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 08:42
    คริสไปนอนกะบี เพื่อจะทดสอบจิตใจตัวเอง ว่าพอจะตัดใจจากบีได้รึยังงี้เหรอ
    แบบนอนแล้วตื่นมา สูบบุหรี่ แล้วกลับ ไม่ได้คิดอะไรงี้เหรอ
    คริสสสสส อย่าทำอีกนะะะะะะ
    บีเค้าไม่รักเธอแล้วววววว
    #455
    0
  13. #454 Noon_Afternoon (@Noon_Afternoon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 06:40
    เอ๊าาา ว๊อยยย คริส ว๊อยยยยย กุมสุดๆไปเลยยยย นอกจากจะเป็นบาร์แห่งความสับสนแล้ว ฟิคนี้ ตัวละครเรื่องนี้ก็สับสนมาก อะไรมันจะขนาดนี้~
    #454
    0
  14. #453 cakeptmhy (@CAKEPTM) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 23:33
    ชอบคริสเว่อชั่นนี้ เอาใจช่วยคริสนะ ขอให้หลุดมาได้ไวไวนะคริส
    #453
    0
  15. #452 __NYP__ (@__NYP__) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 23:19
    เราขอยืนยันนอนยัน ตะแคงยันเลย การเป็นคนที่ต้องเลือกอ่ะมันเจ็บปวดไม่แพ้กันหรอก เราเคยเป็นแบบบีหละ เราเลือกคนนึงแล้วสุดท้ายเราก็กลับไปเลือกอีกคน5555555 เพราะอะไรน่ะรู้ไหม เพราะเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง สิ่งที่ดีเรามีเหตุผลจะเลือกโดยที่เราไม่ได้เลือกจากความรู้สึก #ทีมดาวเหนือเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือขอบีคริสได้ไหมได้ไหม5555555555
    #452
    0
  16. #451 roselle juice (@Staring_21) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 23:06
    พี่บี คือบับ..... ฮึ่ยยยยยย หมั่นไส้
    แต่จริงๆ ถ้าทุกคนทำตามความรู้สึกตัวเองให้หมดก็ดีเนอะ ไม่ต้องสนว่าคนนี้เป็นของใคร ไม่ต้องมีความรู้สึกผูกพัน แค่รู้ว่าสิ่งไหนเป็นความสุขของเราก็พอ

    แต่ในความเป้นจริง จะทำแบบนั้นไม่ได้ ...
    มันไม่ถูกต้องงง
    #451
    0
  17. #450 ijaowhann (@ijaowhann) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 23:04
    จะทำร้ายพี่คริสไปถึงไหน อห. บอกให้ไปเอากับบาร์เทนเนอร์โว้ย
    #450
    0
  18. #449 kwanrawinunt (@kwanrawinunt) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:40
    สงสารลิลลี่อะ อย่าเอาเปรียบน้องเลยยย พี่บีนี่มีแฟนแลเวยังจะนอนกับคนอื่นอีกหรอ..
    #449
    0
  19. #448 SomNongnapas (@SomNongnapas) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:35
    พี่คริสมาๆ มาหาหนูแทนมา ปล่อยให้พี่บีเขารักลิลลี่มากขึ้นทุกวันไปเถอะะ ชิ!!!
    #448
    0
  20. #447 เศษหิน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:25
    ห้ามไม่ให้รู้สึก มันยากมากนะ

    แล้วการเปิดโอกาสให้เพราะอยากได้มาทั้งใจ มันเจ็บนะเว้ยย
    #447
    0
  21. #446 noy_napaporn (@noy_napaporn) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:25
    อ่ะะ ซับซ้อนขั้นสุด
    #446
    0
  22. #445 PUPa2569 (@PUPa2569) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:19
    ไม่ร้องแล้ว งืออออ????????????????
    #445
    0
  23. #444 Ryojin29 (@Ryojin29) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:18
    โว้ะ!!! เอาให้มันซับซ้อนไปอี๊กกกกกก เราจะไม่พูดถึงบีละ เหนื่อย แต่คริสโว้ยยยยย ชั้นทีมหล่อนนะ ทำไมเป็นงี้ล่ะ!!!
    #444
    0
  24. #443 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:06
    ครั้งที่สี่บ้าอะไรคริสออกมา ออกม๊าาาาา!!!!! โอ้นกลับไปอีกแล้ว
    #443
    0
  25. #442 Pitchapa-22 (@Pitchapa-22) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:03
    หน่วงอะไรท์ ขอบีคริสน้าาาาา 5555
    #442
    0