Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 15 : Episode 15 : Welcome back with the song of confusion

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    5 พ.ย. 60





Episode 15 : Welcome back with the song of confusion






                ลิลลี่มองบรรยากาศชั้นดาดฟ้าที่ถูกรีโนเวทเสร็จไปเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์อย่างพอใจ แววตาเป็นประกายบ่งบอกว่าชอบมากแค่ไหน รอยยิ้มที่เปื้อนใบหน้าแทบจะตลอดเวลายามที่มองออกไปทำให้ชั้นดาดฟ้าสดใสราวกับเป็นตอนเช้า บีมองลิลลี่กำลังยิ้ม มองมือของหล่อนที่กำลังจับมือของบี มองความแนบชิดที่ไม่มีช่องว่างของระยะห่างบีชอบที่ได้อยู่ใกล้ๆ และได้เห็นหล่อนแสดงออกด้วยท่าทีสดใสที่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะรอยยิ้มนั่น คือสิ่งที่บีชอบมองมากที่สุด

                “ชอบไหม?” บีเอ่ยถามความพึงพอใจในผลงานการรีโนเวทชั้นดาดฟ้าของบี

                “ชอบมาก” หล่อนตอบโดยแทบไม่ต้องคิด “ขอบคุณนะพี่บี”

                “ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย”

                “ขอบคุณดิ ขอบคุณที่ทำให้ลี่มีความสุขขอบคุณที่เป็นความสุขของลี่” หล่อนหันมาส่งยิ้มที่มีอิทธิพลต่อหัวใจของบี และกระชับมือให้แน่นขึ้น “ถ้ารีโนเวทเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ เราฉลองกันนะ”

                “ได้สิ” บียีผมคนตัวเล็กกว่าเบาๆ อย่างเอ็นดู “ฉลองอะไรกันดี?”

                ลิลลี่ทอดสายตาใช้ความคิดและวาดภาพการฉลองระหว่างบีกับหล่อนในจินตนาการ “ดินเนอร์ดีๆ สักมื้อ เอาวงดนตรีดีๆ มาเล่น หรือไม่ก็ ถ้าพี่บีอยากได้อะไร ลี่ก็จะตามใจหมดเลย”

                “ตามใจจริงอ่ะ?”

                “ใช่” หล่อนยักคิ้วอย่างยียวน ก่อนจะอาศัยจังหวะที่บีเผลอระหว่างใช้ความคิดว่าจะหาเรื่องอะไรให้หล่อนตามใจ กดริมฝีปากลงเบาๆ บนแก้มข้างขวาของบีบีหันมองรอยยิ้มสดใสและยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง “ให้ค่ามัดจำไว้ล่วงหน้า”

                “พี่ต้องมัดจำคืนไหม?”

                “ไม่ต้อง”

                ทั้งสองหัวเราะให้กัน ก่อนที่บีจะดึงลิลลี่เข้ามาไว้ในอ้อมกอด ลิลลี่ซุกใบหน้าลงไปในอ้อมอกของร่างสูง ณ ตอนนี้หล่อนมั่นใจมากเหลือเกินว่าจะไม่มีใครโกหกความรู้สึกตัวเองอีกต่อไป และทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น ความสัมพันธ์ห่าเหวที่เกิดขึ้นพร้อมกันสามคนจะไม่มีอีกแล้ว นับจากวันนี้ ลิลลี่เชื่อมั่นแบบนั้น และบีก็เชื่อเช่นกันว่าจะไม่โลเลและสับสนกับอะไรอีกเพราะบีเลือกแล้วว่าสิ่งที่อยากมองไปนานๆ คือความสบายใจ ไม่ใช่ความหวือหวาที่เกิดจากการละสายตาไม่ได้

                ค่ำคืนวันฮาโลวีนในบาร์แห่งความสับสนคึกคักมากเป็นพิเศษแม้เป็นวันธรรมดา บีมองเห็นคริสนั่งดื่มตามลำพังอยู่หน้าบาร์อย่างเช่นทุกครั้ง พร้อมกับมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาชนแก้วหลังจากคริสบอกให้บีรักษาลิลลี่เอาไว้ให้ดีเพราะจะไม่มีทางเจอคนอย่างลิลลี่เป็นครั้งที่สองบนโลกเหงาๆ และบอกว่าเลิกรักบีได้สามสิบเปอร์เซ็นต์หรือตอนนี้อาจจะมากกว่าบีรู้สึกว่าคริสโอเคขึ้นหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน บีตัดสินได้จากรอยยิ้มของคริสขณะพูดคุยกับบาเทนเดอร์หนุ่มและลูกค้าที่หล่อนพอใจบางที หากความสุขอย่างบีต้องกลับกลายเป็นความเจ็บปวด การให้คริสกลับไปมีความสุขโดยที่ไม่มีบีเป็นหนึ่งในนั้น คงเป็นสิ่งที่ดีกว่า และมันคงมีทางเป็นไปได้ที่บีจะเลิกเป็นทั้งความรักและความสุขของคริสได้ในสักวันหนึ่ง

                “ไม่อยู่ก่อนเหรอ?” คริสเอ่ยถาม หลังจากบีเข้าไปทักทาย สีหน้าราบเรียบคงเอ่ยถามตามมารยาท บีมองบรรยากาศรอบๆ ก่อนจะปฏิเสธออกไปเนื่องจากงานที่คั่งค้าง

                “อากาศเริ่มหนาวแล้ว ดูแลสุขภาพด้วยนะ” บีทิ้งท้ายไว้แค่นั้น และหวังว่าคริสจะดูแลสุขภาพให้ดีอย่างที่บีบอกไว้ แม้คำพูดของบีอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับคริสอีกต่อไป

                บีกลับมาที่ห้อง ทำงานที่คั่งค้างอยู่จนเสร็จในเวลาตีหนึ่ง ถ้ารีโนเวทเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ เราฉลองกันนะบีนึกถึงคำพูดและรอยยิ้มสดใสของลิลลี่ก่อนจะเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว บีกำลังคิดถึงดินเนอร์ดีๆ สักมื้อ และวงดนตรีดีๆ สักวงในค่ำคืนนั้น วาดภาพจินตนาการถึงดาดฟ้าที่รีโนเวทจนเสร็จสมบูรณ์ตามที่ได้ออกแบบ พลางรู้สึกดีใจที่ชีวิตธรรมดาๆ บนโลกเหงาๆ มีโอกาสได้เป็นความสุขของใครสักคน          

                แต่เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความคิดบีหันไปมองบานประตูสลับกับมองนาฬิกาบอกเวลาตีหนึ่ง หากคาดเดาไม่ผิดคนที่ยืนอยู่หลังบานประตูนั้นคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากดาวเหนือดวงเดียวบนท้องฟ้าสีดำ บีกำลังชั่งใจว่าจะเปิดประตูให้คริสดีไหม ถ้าเธอมาหาเราแล้วเธอรู้สึกโอเคขึ้นเธอก็มาเถอะ สิ่งที่บีเคยบอกคริสในวันนั้น ทำให้บีตัดสินใจเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูต้อนรับหล่อนเข้ามา บางที ค่ำคืนนี้คริสอาจจะเหนื่อยล้าหรืออาจจะไม่อยากนอนละเมอร้องไห้ให้ใครเห็นนอกจากบี สำหรับบีคริสสามารถกลับมาที่นี่ได้เสมอ เท่าที่คริสอยากจะกลับมา

                “พอจะมีอะไรให้เรากินไหม? เราหิวอ่ะ”

                บีมองรอยยิ้มของคริสด้วยความรู้สึกที่ผิดคาดบีไม่รับรู้ถึงความเหนื่อยล้าในแววตาคู่นั้น และบีอดยิ้มตามไม่ได้เมื่อเห็นคริสทำตัวเหมือนเด็กน้อยเพิ่งได้กลับบ้าน คืนนี้ท้องฟ้ายังถูกฉาบทาด้วยสีดำสนิทและไม่มีดวงดาวให้จ้องมองอย่างเช่นทุกครั้ง หากจะมีก็มีเพียงดาวเหนือผู้โดดเดี่ยวที่นั่งอยู่ข้างๆ บี กลิ่นน้ำหอมจางๆ และเครื่องสำอางบนใบหน้าทำให้ดาวเหนือดวงนี้สุกสกาวกว่าทุกคืน กลายเป็นสิ่งที่ทำให้บีละสายตาไม่ได้อีกครั้ง บทสนทนาดำเนินไปเรื่อยๆ จนเมื่อคริสเอ่ยสิ่งนี้โดยไม่มองหน้าบี “วันนี้เรามีเวลาเจอเธอน้อยเกินไป เราคิดถึงเธอ...”

                บีนิ่งไปเมื่อถูกคริสจูบลงที่ข้างริมฝีปาก บีเองก็ต้องยอมรับว่ารู้สึกคิดถึงดาวเหนือเพียงดวงเดียวบนท้องฟ้าสีดำมากแค่ไหน แม้พยายามสะกดกลั้นความต้องการแต่ก็ไม่ช่วยอะไรเมื่อเสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบข้างหู “คิดซะว่า คืนนี้เธอนอนกับคนที่ไม่ได้รักเป็นครั้งที่สี่ได้ไหม?”

                บีไม่รู้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไรบ้าง เพื่อเป็นการรักษาระยะห่างและเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการเลิกรักบีของคริส ตอนนี้ในหัวของบีว่างเปล่า บีมั่นใจว่าคงไม่ได้ใช้สมองทำเรื่องต่อไปนี้แน่นอน เรื่องที่บีจูบคริสกลับไปจูบรสเหล้าท่ามกลางลมหนาวและความต้องการที่กำลังปะทุในความรู้สึก

                “เมื่อกี้นี้เราเกือบนอนกับคนๆ นึง แต่เราคิดถึงเธอขึ้นมา...” คริสเอ่ยเสียงแผ่วเบา ขณะถอนจูบออกมา ไม่แน่ใจว่าใช่เรื่องที่บีควรรู้รึเปล่า แต่บีก็ได้ยินมันไปแล้ว “เราคิดถึงเธอ เพราะเรารู้ว่าไม่มีใครแทนเธอได้เลย”

                จูบดำเนินต่อเมื่อคริสพูดจบ จากจูบที่นุ่มนวลกำลังกลายเป็นจูบที่หนักหน่วงและร้อนแรง บีตัดสินใจว่าจะหยุดทุกอย่างไว้เท่านี้ โดยการยกมือขึ้นประคองใบหน้าของคริสให้ออกห่าง และเอ่ยโดยไม่สบตาหล่อน “คริส แบบนี้มันไม่ถูก...”

                “เธอเคยบอกว่า...สักวันนึงเราอาจจะเจอกันอีก แต่มันต้องไม่ใช่แบบนี้” เสียงแผ่วเบาของคริสเอ่ยในประโยคที่บีเคยพูดเอาไว้ในค่ำคืนที่ต่างฝ่ายต่างโกหกความรู้สึกของตัวเอง “แต่รู้ไหม? ไม่มีอะไรแทนความสุขแค่ไม่กี่อย่างในชีวิตของเราได้เลย ถึงมันจะใกล้เคียงแค่ไหนก็เถอะ เราถึงเหลือความสุขอยู่แค่ไม่กี่อย่างนี่ไงบี”

                                บีนิ่งไปเมื่อได้ฟังและได้มองแววตาของคริสบีต้องวิ่งวนอยู่ในวงกลมแห่งความสับสนนี้ต่อไปใช่ไหม? หรือความสับสนต้องการจะทดสอบจิตใจของบีที่มีต่อผู้หญิงทั้งสองคนอีกครั้ง? หรือความสับสนต้องการเล่นตลกกับบีด้วยการโกหกว่ามันได้จบลงไปแล้ว? ขอบคุณที่ทำให้ลี่มีความสุขขอบคุณที่เป็นความสุขของลี่ รอยยิ้มสดใสและอ้อมกอดอบอุ่นที่มอบให้ลิลลี่ย้อนกลับเข้ามาในความรู้สึก ระหว่างที่กำลังรับรู้ถึงอุ่นไอจากลมหายใจของคริส

                บีจะพาความรู้สึกเดินทางออกมาตั้งไกลเพื่ออะไร ถ้ามันต้องย้อนกลับไปย่ำอยู่ ณ จุดที่รู้สึกแบบเดิม ดั่งเช่นคืนนั้นคืนที่คริสถามบีว่า ถ้าเธอได้นอนกับเรา เธอจะรู้สึกยังไง? อย่ารู้สึกอะไรกับเราได้ไหม? เราไม่อยากให้เธอรู้สึกจริงๆ นะบี ราวกับแววตาของคริสเอ่ยถามสิ่งนี้ออกมาอีกครั้ง สิ่งที่ทั้งบีและคริสก็เคยทำไม่ได้มาก่อนบีไม่สามารถตอบคำถามได้ แต่มีเพียงสิ่งเดียวที่บีมั่นใจ คือจากวันนั้นจนถึงวันนี้คือบีไม่สามารถคอนโทรลความรู้สึกของตัวเองได้เลย ไม่เคยทำได้จริงๆ

                ยินดีต้อนรับอีกครั้งนะความสับสน  

                “เราจะไม่ให้เซ็กส์ครั้งนี้มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง”

                บีฟังสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน ไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องงั้นเหรอ? ในเมื่อเซ็กส์กับความรักไม่ใช่ของคู่กัน ถ้าอย่างนั้น บีก็สาบานเช่นกันว่าจะไม่รู้สึกอะไรกับคริส บีรับปากกับตัวเองว่าจะทำให้ได้ จะไม่ให้เกิดความผิดพลาดทางความรู้สึกเหมือนค่ำคืนนั้นอีก และหากการเริ่มต้นด้วยเซ็กส์สามารถจบลงด้วยความรักได้ คริสขอให้เซ็กส์ครั้งนี้พาคริสกลับไปสู่จุดเริ่มต้น นั่นคือการไม่รู้สึกอะไรกับบีอีกคริสจะพาความรู้สึกกลับไปที่เก่าหลังจากค่ำคืนนี้จบลง

                จังหวะรักที่เริ่มเร่าร้อนผสมผสานกับความต้องการที่ตรงกันของคนสองคนบวกกับแสงจากโคมไฟส่องกระทบใบหน้าของคริส มันสวยงามมากซะจนบีเกือบลืมหายใจ แขนสองข้างของบีกำลังโอบกอดร่างบางที่กำลังคร่อมอยู่บนตัว ขณะที่ริมฝีปากกำลังพรมจูบไปทั่วเนินอก สองมือของคริสประคองใบหน้าของบีขึ้นมาจูบอย่างดูดดื่มนี่คือสัมผัสอันนุ่มนวลที่คริสคิดถึง ไม่มีใครอ่อนโยนกับร่างกายของคริสได้เท่าบีอีกแล้ว ช่างน่าเสียดายเหลือเกินที่เซ็กส์ครั้งนี้จะไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องหากค่ำคืนนี้จบลง คริสสัญญากับตัวเองว่าจะไม่แยแสบี จะไม่คิดสานต่อความสัมพันธ์ใดๆ กับบีและจะไม่คิดว่านี่คือช่วงเวลาที่มีคุณค่า คริสจะตื่นมาสูบบุหรี่หลังเซ็กส์รสละมุนจนหมดมวนและจะมูฟตัวเองออกไปแบบเงียบๆ เมื่อความต้องการที่มีร่วมกันจบลง ดั่งเช่นทุกครั้งที่ได้นอนกับคนที่คริสไม่ได้รัก

                 แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาในห้องนอนจนทำให้บีตื่น บีกวาดสายตามองความว่างเปล่าในห้องนอน พลางได้กลิ่นควันบุหรี่ลอยมาจากระเบียงและเห็นคริสยืนหันหลังพร้อมกับบุหรี่หลังเซ็กส์ของหล่อน บีใช้ผ้าห่มคลุมร่างเปลือยเปล่าของตัวเองไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำมาสวมใส่และเดินตรงไปหาคริสจังหวะเดียวกันกับบุหรี่หลังเซ็กส์หมดมวน คริสโยนมันทิ้งไปและหันหลังเพื่อจะเดินกลับออกไปจากโลกของบีเงียบๆ แต่มันไม่เป็นอย่างที่คาดเพราะบียืนอยู่ตรงหน้า ใกล้ชิดซะจนได้ยินเสียงลมหายใจ

                “จะไปแล้วใช่ไหม?” คริสมองบี มองคนที่คริสไม่สามารถเรียกว่าเป็นคนรักและคริสก็ไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นของบีได้เลย ไม่มีอะไรที่คริสสามารถครอบครองได้ ทั้งตัวของบี หรือแม้กระทั่งหัวใจ

                “อืม” คริสพยักหน้า ก่อนจะแกล้งพูดพร้อมกับฝืนหัวเราะ “ทำไมเหรอ จะกอดลาไหมล่ะ?”

                “ปกติเธอทำแบบนั้นหลังจากนอนกับคนที่เธอไม่ได้รักรึเปล่าล่ะ?ถ้าเธอทำ เราก็จะทำ”

                คริสสัญญากับตัวเองว่าจะไม่แยแสบี จะสูบบุหรี่หลังเซ็กส์รสละมุนแล้วมูฟตัวเองออกไปแบบเงียบๆและแน่นอนว่าคริสทำไม่ได้คริสลอบถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายต่อความรู้สึก อาจเป็นเรื่องเลวร้ายเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นกับคริส ณ ตอนนี้ คือแม้บีจะยืนอยู่ตรงนี้และใกล้ชิดแค่เพียงลมหายใจ แต่ไม่ว่ายังไงบีก็ไม่สามารถกลายเป็นความรักของคริสได้ มันไม่ถูกคริสรู้ คริสทำผิดกับลิลลี่ด้วยการนอนกับบีพร้อมความรู้สึกรัก คริสยอมรับว่าคริสรักบี แต่แล้วยังไงล่ะ? เพราะบีเป็นให้คริสได้แค่ความสุข แล้วจะมาคิดเรื่องเก่าๆ ให้วกวนไปทำไมกัน คริสต้องไปจากที่นี่สักที ไปจากตรงนี้ก่อนที่จะทำในสิ่งที่เรียกว่าการกอดลา

                “นอกจากเรื่องเซ็กส์ เรากอดเธอไม่ได้หรอก ถึงจะอยากกอดแค่ไหนก็เถอะ”

                บีประคองใบหน้าของคริสขึ้นมาและจูบลงไปบนริมฝีปากที่เพิ่งผ่านรสละมุนของบุหรี่หลังเซ็กส์อย่างแผ่วเบา  คริสหลับตารับสัมผัสจากริมฝีปากนุ่มอย่างที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับ พร้อมหัวใจที่เต้นรัวการที่บีทำแบบนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่คริสคาดหวังไว้เลยสักนิด

                “ถ้ากอดไม่ได้ งั้นก็จูบลาแล้วกัน”

                บีถอนจูบ ทำท่าจะหันหลังเดินกลับไปพร้อมความรู้สึกบางอย่างในขณะที่คริสก้มหน้าลงปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เรื่องเมื่อคืนและเรื่องเช้านี้มันช่างไร้เหตุผล ทั้งการที่คริสมาหาบีเพื่อทำในสิ่งที่เรียกว่าหลับนอนกับคนที่ไม่ได้รัก หรือแม้กระทั่งการร้องไห้ในตอนนี้ หากพรุ่งนี้คริสไม่ได้เจอบีอีกคริสจะเป็นอย่างไร?นี่คือสิ่งที่คริสถามตัวเองตลอดเวลาที่มองหน้าบี

                “มันมีความรักว่ะบี” คริสพยายามกลั้นน้ำตาและปาดมันทิ้งไปจากใบหน้า ยอมรับสิ่งที่อยู่ในความรู้สึกไปตรงๆ โดยไม่ละอายอะไรอีก “เราแม่งบ้าเองแหละที่มาขอนอนกับเธอทั้งๆ ที่รู้ว่าก็ยังรักเธออยู่ แล้วแม่งก็บ้ามากที่เธอไม่เคยปฏิเสธทั้งๆ ที่ไม่ได้รักเรา ยิ่งจูบลาบ้าบอนั่นด้วย ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่าเราจะไม่เจอกันอีกแล้ว เธอทำให้เรารู้สึกว่าเธอกำลังจะห่างไกลจากเราไปทุกที ทั้งๆ ที่เธอยืนอยู่ใกล้ๆ เราแค่นี้เอง เธอเก่งมากบีเก่งขึ้นและรู้ห่าเหวมากกว่าวันนั้น กลายเป็นเราที่ไม่อยากให้เมื่อคืนเป็นคืนสุดท้ายและไม่อยากออกไปจากที่นี่เองเป็นเราเองที่ยังอ่อนแอที่สุดในความสับสนนี้”

                สำหรับคริสนี่อาจเป็นความเจ็บช้ำที่เกิดจากความเต็มใจจะเดินเข้าไปเจ็บเองความเจ็บปวดจากความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตไม่ถือเป็นความเศร้าเสียใจสำหรับคริส แต่มันเป็นความเสียดายที่คริสไม่สามารถครอบครองความสุขนั้นไว้กับตัวได้ราวกับไขว่คว้าอากาศ คริสจับต้องอะไรจากความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ได้เลย นอกจากสัมผัสนุ่มนวลที่บีมอบให้

                หากบีเป็นเหมือนสารเคมีชนิดเดียวกันกับลิลลี่และเป็นเรื่องโคตรพิเศษสำหรับหล่อน บีก็คงเป็นความสุขที่มาจากความบังเอิญที่โคตรพิเศษสำหรับคริสเช่นกันแล้วจะรับมือกับเรื่องที่โคตรพิเศษเรื่องนี้ยังไงล่ะ?—คริสได้คำตอบจากสิ่งที่เคยถามลิลลี่ในวันนั้น ตั้งแต่รู้ว่าความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตคืออะไรก็รู้ทันทีว่ามันเป็นเรื่องพิเศษแค่ไหน ยิ่งความสุขที่มาจากความบังเอิญที่โคตรพิเศษแล้วด้วย หากมันหายไปก็ยิ่งเข้าใจว่าไม่มีอะไรมาแทนที่ได้ ยิ่งอยากโอบกอดเอาไว้ให้นานที่สุดเพราะรู้ว่าไม่ใช่ความสุขของคริสแค่เพียงคนเดียว ที่มันเป็นแบบนี้เพราะบีมีคนเดียวในโลกทั้งโลกของคริสและโลกของลิลลี่  

                บีมองคริส และพิจารณาในสิ่งที่เกิดขึ้นบีรู้สึกว่ากำลังทำร้ายคริสทางอ้อมด้วยการไม่ปฏิเสธและทำในสิ่งที่คริสขอเพราะเอาแต่คิดว่านั่นคือความสุขของคริส ที่คริสต้องเจ็บปวดมาตลอดมันไม่ใช่เพราะใคร นอกจากบีคนเดียว--แน่นอนว่าบีเลือกแล้ว บีเลือกสิ่งที่อยากมองไปนานๆ ซึ่งคือความสบายใจ ไม่ใช่ความหวือหวาที่เกิดจากการละสายตาไม่ได้

                “เราไม่อยากให้เธอร้องไห้” บีถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมรับกับตัวเองว่ารู้สึกแย่แค่ไหนที่ต้องกลายเป็นคนทำร้ายคริสซะเอง มาถึงแล้วสินะ วันที่ความสุขต้องกลายเป็นความเจ็บปวดแบบที่บีไม่อยากให้เป็น “ปกติเราจะบอกเธอเสมอ ว่าเธออยู่ที่นี่ได้เท่าที่เธออยากจะอยู่ เราเปิดประตูต้อนรับเธอเสมอและเราอยากทำให้เธอสบายใจแต่ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ที่เราบอกว่าเราอยากเป็นความสุขของเธอ ที่เราเคยขอให้เธอไม่วิ่งหนีไปจากโลกของเราไปเราคงต้องขอถอนคำพูดจริงๆวันนี้เรามั่นใจแล้วว่าถ้าเธอไปเธอจะมีความสุขมากกว่าตอนนี้แน่ๆ เราจะไม่เป็นความรักของเธอ และเราจะไม่เป็นความสุขของเธอด้วย เราพูดจริงๆ นะคริสเราจะไม่เป็นความสุขของเธออีกแล้ว”

                นี่แหละสิ่งที่มันควรจะเป็น บีควรปฏิเสธอะไรออกมาให้ชัดเจน เลิกโลเลและเลิกใจดีพร่ำเพื่อ ถ้ามันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกคริสคงไม่ต้องรอเปอร์เซ็นต์ในการเลิกรักบีแบบนี้หรอก อะไรๆ มันคงง่ายขึ้นกว่านี้สักทีบีไม่ได้เข้ามาในชีวิตของคริสในฐานะตัวประกอบละครฉากหนึ่ง อย่างน้อยบีก็เป็นความสุข แม้จะสั้นแต่มันก็มากจนทำให้คริสรู้จักคำว่าความรักอีกครั้ง บีอาจเข้ามาแค่นั้น เข้ามาทำให้คริสรู้จักกับโลกอีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยภาพวาดบนผนัง สีน้ำมันและพู่กันโลกที่ทำให้คริสรู้ว่าความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องห่าเหวสักเท่าไหร่โลกที่คริสไม่เสียใจที่ได้เดินเข้ามา แต่วันนี้คริสจะต้องเดินออกไป พอแล้วกับความเจ็บช้ำที่เกิดจากความเต็มใจ เพราะมันไม่ช่วยให้คริสเลิกรักบีได้เลย

                ความสับสนคงเสียใจกับคริส ที่ต้องเสียความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตไปเพื่อแลกกับการไม่เจ็บปวด แต่ความสับสนคงรู้สึกยินดี ที่ทำให้บีสามารถกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้ง ว่าจะสามารถคอนโทรลความรู้สึกหลังเซ็กส์ครั้งนี้จบลงได้รึเปล่า ความสับสนกำลังรอดูว่าจะเป็นอย่างไร หากวันหนึ่งคริสเลิกรักบีได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์

                “ถึงเราจะแทนที่ด้วยอะไรไม่ได้ก็เถอะ แต่มีความสุขโดยที่ไม่มีเราเถอะคริส มันอาจดีสำหรับเธอมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้”

                “ได้บี อย่างน้อยก็คุ้มค่าแล้วแหละที่ได้เจอความสุขอย่างเธอ” คริสพยักหน้าเห็นด้วย แม้น้ำตาจะยังไหลออกมาไม่ขาด แต่คริสจำเป็นต้องยิ้มทั้งน้ำตา แต่มันก็เท่านี้แหละ คนบางคนเข้ามาเพื่อให้เราได้เรียนรู้ที่จะรักและสร้างบทเรียนสำคัญให้กับชีวิต ซึ่งมันมีคุณค่ามากกว่าเข้ามาเพื่อเป็นคู่รักกันซะอีก คริสกำลังบอกใจตัวเองว่าให้เตรียมยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ได้เลย ผลจากการสูญเสียความสุขอย่างบีไป “หลังจากนี้เราอาจจะได้เจอกันอีก และอย่างน้อย เราก็น่าจะมีโอกาสได้นั่งผสมสีน้ำมันที่หอศิลป์ด้วยกันสามคน  หรือไม่ก็ได้ชนแก้วกันที่บาร์ และอย่างน้อยเราก็ยังได้เต้นรำบนฟลอว์ที่เธอออกแบบให้”

                “และมันจะไม่มีความเจ็บปวด” บีย้ำ ในสิ่งที่ต้องการให้เป็น

                “และมันจะไม่มีความรัก” คริสย้ำในสิ่งที่ต้องทำ “ถ้าอย่างนั้น เราขอทิ้งบุหรี่มวนนั้นนะ”

                คริสเอ่ย พลางเดินไปหยิบก้นกรองบุหรี่ที่อยู่ตรงขอบระเบียงมาเนิ่นนานโยนทิ้งออกนอกระเบียง โยนทิ้งออกไปจากโลกของบี มันอยู่ตรงนั้นได้เท่าที่มันอยากจะอยู่ หรือจนกว่าเจ้าของของมันจะเป็นคนโยนมันทิ้งไปเองบีมองก้นกรองบุหรี่ลอยละลิ่วหายไปกับสายลม มองคริสกำลังเดินออกไปจากโลกของบี

                แต่ถึงมันจะหายไป บีก็จำได้อยู่ดีว่ามันเคยอยู่ตรงนั้นมาเนิ่นนานจนเป็นภาพแห่งความทรงจำ

 

                คืนวันเสาร์ในบาร์แห่งความสับสนวนกลับมาอีกครั้งคริสกำลังนั่งมองความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิต ฟลอว์เต้นรำ เหล้าในแก้ว บุหรี่ในซอง บรรยากาศในบาร์ แสงสีเสียงและผู้คน แต่ไม่ใช่บี ที่นั่งอยู่ ณ โต๊ะประจำพร้อมเบียร์ยี่ห้อเดิมที่บีดื่มมันทุกครั้งที่มา หลังจากค่ำคืนนั้นจบลงพร้อมกับความสุขที่ปลิวหายไปพร้อมก้นกรองบุหรี่ คริสได้แต่บอกตัวเองให้ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น แม้มันจะยากสำหรับคริสราวกับดาวเหนือเพียงดวงเดียวบนท้องฟ้าสีดำถูกก้อนเมฆกลบแล้วกลบอีก มีดวงเดียวโดดเดี่ยวบนท้องฟ้าอยู่แล้วยังจะโดนบดบังจนไร้เรี่ยวแรงจะส่องแสงสว่าง

                เหล้าถูกเสิร์ฟโดยบาเทนเดอร์หน้าซื่อคนเดิม หลังจากคริสดื่มมันจนหมด เขาเสิร์ฟเหล้า ก่อนจะเอ่ยคำถาม “ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?” คริสพยักหน้าและรอฟัง “ทำไมคุณถึงไม่เปิดใจให้ผม? ทั้งๆ ที่ผมบอกว่ากล้าที่จะรักคุณ”

                คริสหัวเราะเมื่อได้ฟัง ก่อนจะคิดหาคำตอบ “สารเคมีของเราคงไม่ตรงกันมั้ง”

                “สารเคมี?”

                คริสหัวเราะอีกครั้งคริสไม่ได้หัวเราะบาเทนเดอร์หน้าซื่อ แต่คริสหัวเราะเยาะตัวเอง “ไม่สิ สารเคมีในตัวฉัน คงไม่ตรงกับใครเลย”

                “ไม่เกี่ยวกับสารเคมีหรอก คุณแค่ไม่รักผม” เขาเอ่ยตัดสินใจอะไรง่ายๆ โดยแทบไม่ต้องคิด ซึ่งมันก็จริงอย่างที่เขาพูด คริสไม่ได้รักเขาและคริสกำลังจะเลิกรักบี “และเขาแค่ไม่รักคุณ ผมเข้าใจดีว่าการไม่ถูกรักมันเป็นยังไง”

                “ฉันถูกรัก” คริสเอ่ยกลับทันทีตามที่หัวใจของหล่อนรู้สึก “ฉันไม่ได้คิดไปเอง เขารักฉัน แต่ฉันแค่ไม่ถูกเลือก"

                “เขาอาจแค่ทำเหมือนว่ารักคุณก็ได้ บางทีเขาอาจจะแค่สงสารคุณ” คริสจ้องหน้าเขาทันทีเมื่อได้ยินคำว่าสงสารก็อาจเป็นไปได้เมื่อมองบีกับลิลลี่นั่งอยู่ด้วยกันพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ซึ่งมันดีแล้วเพราะคริสจะได้พาความรู้สึกกลับไปที่เก่าได้เร็วยิ่งขึ้น

                “อยากพูดอะไรอีกไหมบาเทนเดอร์คนเก่ง?”

                “คุณคิดผิด” เขาเอ่ย พลางหันไปมองภาพเดียวกันกับคริส “ถ้าเขารักคุณ เขาจะไม่เลือกอีกคน”

                “แค่รักอย่างเดียวคงไม่พอหรอกนะนาย สุดท้ายเขาก็ต้องเลือกความสบายใจ ไม่ใช่ความหวือหวาน่าค้นหาที่จับต้องไม่ได้” คริสยกเหล้าขึ้นดื่มจนหมดแก้ว และเอ่ยต่อ “นายคิดว่า การเริ่มต้นของการเดินทางจะเกิดขึ้นหลังจากคำว่าลาก่อน จริงไหม?”

                “คงงั้นมั้งครับ”

                “งั้นเริ่มต้นเดินทางใหม่เถอะนะบาเทนเดอร์คนเก่ง กับใครก็ได้ที่ไม่ใช่ฉัน และฉันก็จะเริ่มต้นเดินทางเช่นกัน”

                “คุณก็จะเดินทางพาความรู้สึกกลับไปที่เก่า อย่างที่คุณเคยบอกใช่ไหม?”

                คริสพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเห็นว่าเขาเข้าใจดี “ฉันจะเดินทางกลับไป โดยที่ไม่มีเขาเป็นทั้งความรักและความสุขอีก”

                เขาหันไปมองเจ้าของความสุขเพียงไม่กี่อย่างของคริสที่กำลังดื่มเบียร์อยู่ที่โต๊ะอีกครั้ง “แต่คุณบอกว่าไม่มีอะไรแทนที่ความสุขอย่างเขาได้หนิ?”

                “ใช่ ไม่มีอะไรแทนที่เขาได้แน่นอน”

                “แล้วทำไมเขาต้องเลิกเป็นความสุขของคุณด้วย?”

                “เพราะเขาไม่ใช่ความสุขของฉันแค่คนเดียวไงล่ะนี่เป็นประโยคสุดท้ายที่ฉันจะพูดกับนาย ลาก่อนบาเทนเดอร์คนเก่ง” คริสคืนเก้าเหล้าว่างเปล่าให้เขา ก่อนจะลุกหนีไปอย่างไร้เยื่อใยบ่งบอกว่าการเดินทางเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างคริสกับบาเทนเดอร์หน้าซื่อได้จบลงไปโดยสมบูรณ์

                ถ้าหากระหว่างบีและคริสไปต่อเป็นความสัมพันธ์ไม่ได้ อย่างน้อย ขอเป็นความปรารถนาดีและความสุขไม่กี่อย่างในชีวิตต่อไปก็พอใจหายเหมือนกันนะ ที่ตอนนี้บีจะไม่สามารถเป็นความสุขของคริสได้เช่นกัน บีจะไม่สามารถเป็นอะไรสำหรับคริสได้ทั้งนั้น นอกจากความทรงจำ บางความสัมพันธ์มันคงเป็นได้แค่นี้จริงๆ ปล่อยให้เป็นเรื่องราวดีๆ ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตบนโลกบ้าๆ ก็พอ มีความสุขโดยที่ไม่มีเราเถอะคริส มันอาจดีสำหรับเธอมากกว่าคริสหวังว่าจะดีอย่างที่บีบอก

 

                บีทอดสายตาเหม่อมองฟลอว์เต้นรำราวกับเป็นคืนแรกที่ได้มองเห็นมัน บีนั่งมองอยู่อย่างนั้นราวกับละสายตาไปจากมันไม่ได้ มองด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่างที่บีไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรหากบีมีส่วนช่วยออกแบบความสุขครึ่งหนึ่งในกับนักเต้นคนนั้น บีหวังว่ามันจะทำให้หล่อนมีความสุขเมื่ออยู่บนฟลอว์มากกว่าต้องเจ็บปวดเพราะความสุขอย่างบีความสับสนคงกำลังหัวเราะเยาะที่บีเอาแต่นั่งคิดถึงเรื่องคืนนั้นโดยแทบไม่แตะเบียร์บนโต๊ะ

                เสียงเพลง The blower’s daughter ถูกบรรเลงขึ้นมาโดยนักดนตรีแจ๊สบนเวที เสียงกีต้าร์และเชลโล่ที่บีคุ้นหู ทำให้บีนึกถึงความรู้สึกที่คุ้นเคยเป็นภาพจำอยู่ในหัวทุกสิ่งทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น ต่างฝ่ายต่างต้องลืมเลือนกันไป บีควรลืมภาพของคริสนอนหลับตาอยู่บนเตียง ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงและลืมบทสนทนาแปลกๆ บีควรต้องลืมว่าละสายตาจากคริสไม่ได้

                I can’t take my eyes off you        I can’t take my mind off you

                ถึงตอนนี้ บีกำลังคิดว่าการที่บีละสายตาจากคริสไม่ได้ เป็นเพราะคริสมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลหรือเป็นเพราะบีไม่สามารถละความรู้สึกบางอย่างในใจที่มีต่อคริสได้กันแน่ เธอรู้สึกแบบเดียวกัน กับสิ่งสองสิ่งที่ต่างกันไม่ได้ตลอดไปหรอกคริสเคยพูดไว้แบบนั้น หากไม่มีทางรู้สึกกับสองสิ่งได้ด้วยความรู้สึกเดียวกัน แล้วอีกนานแค่ไหนบีถึงจะละสายตาจากคริสได้สักที? ตลอดไปที่คริสว่าคงจะเนิ่นนานทีเดียว

                บีตัดบทให้ความรู้สึกด้วยการยกเบียร์ขึ้นดื่ม และย้ำกับตัวเองว่าทุกอย่างมันจบลงแล้วและอย่างเคย เบียร์บนโต๊ะที่แทบไม่แตะในตอนแรกถูกดื่มหมดลงอย่างรวดเร็วจนวางเรียงราย พอมีเรื่องให้คิดทีไรมักจะเป็นแบบนี้ทุกที บีชินกับตัวเองแล้ว และลิลลี่ก็คงรู้ดีเช่นกันถึงได้ตัดสินใจเดินมานั่งลงข้างๆ

                “ออกไปเต้นรำไหม?” บีฟังคำชวนและมองไปยังบรรยากาศโรแมนติกบนฟลอว์ที่มีผู้คนเริ่มออกไปจับคู่เต้นรำในจังหวะเนิบช้าของดนตรี บีเต้นรำไม่เป็น ลิลลี่ก็เช่นกัน แต่รู้ตัวอีกทีทั้งสองก็ยืนอยู่บนฟลอว์ โอบกันไว้และโยกตัวช้าๆ ไปตามเสียงเพลงที่บรรเลงอย่างไรเราะ บีมองพื้นฟลอว์เต้นรำสลับกับคนที่อยู่ในการโอบกอด

                “คิดถึงพี่คริสอีกแล้วใช่ไหม?” ลิลลี่เอ่ยถามขณะอยู่ในอ้อมกอดของบี หล่อนรู้ดีว่าคงมีไม่กี่เรื่องที่ทำให้ขวดเบียร์บนโต๊ะวางเรียงราย ใช่บีคิดถึงคริสตอนอยู่กับลิลลี่ ทั้งๆ ที่รับปากว่าจะไม่ทำแบบนั้น บีไม่เคยทำในสิ่งที่เรียกว่าการคอนโทรลความรู้สึกตัวเองได้เลย บีรู้สึกผิดแต่ผิดคาดเมื่อลิลลี่หัวเราะออกมาเบาๆ “ก็เราอยู่บนฟลอว์เต้นรำของพี่คริสหนิ จะไม่คิดถึงได้ยังไง นี่เรายืนอยู่บนความสุขครึ่งนึงในชีวิตพี่คริสเลยนะ”

                “พี่บอกคริส ว่าพี่จะไม่เป็นความสุขของคริสอีกแล้ว”

                “อ๋อ ไม่เกี่ยวกับเรื่องฟลอว์สินะ” ลิลลี่ส่งยิ้มบางๆ ให้บี “ถ้าให้เดา มันคงไม่ใช่สิ่งที่บีอยากทำสักเท่าไหร่”

                “พี่ไม่รู้ว่าใช่สิ่งที่อยากทำรึเปล่า แต่พี่ไม่อยากเป็นความเจ็บปวดของคริสอีก”

                “เราก็เป็นห่วงพี่คริสด้วยกันทั้งคู่แหละ” ลิลลี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ “แต่เอาจริงๆ นะ ถ้าพี่บีเลือกที่จะทำอะไร ลี่ไม่อยากให้มันเกิดจากความสับสน เพราะยังไงมันก็จะวกวน ไม่จบสักที”

                รักษาลี่ไว้ให้ดีนะ เธอไม่มีทางเจอคนแบบลี่บนโลกเหงาๆ ของเธอเป็นครั้งที่สองแน่ๆเสียงของคริสดังเข้ามาในหัวของบีอีกครั้ง เมื่อได้มองใบหน้าของลิลลี่ บีอยากรักษาสิ่งที่มีค่าสิ่งนี้ไว้ให้นานที่สุด สิ่งที่เป็นดั่งความสบายใจและเป็นความสัมพันธ์ที่จับต้องได้ แต่ ณ ตอนนี้ ความรู้สึกผิดข้างในกำลังถาโถมใส่บี บีไม่เคยคิดปิดบังสิ่งใดกับลิลลี่แม้กระทั่งเรื่องต่อไปนี้ ที่บีไม่อยากโกหกความรู้สึกตัวเอง

                “ที่ลี่บอก มันจริงนะ” บีเม้มปาก ก้มหน้าลงมองพื้นฟลอว์เต้นรำที่กำลังเหยียบย่ำ มองสิ่งที่เป็นความสุขเพียงไม่กี่อย่างของคริส สลับกับมองสิ่งที่เป็นดั่งความสุขของบีอย่างลิลลี่ “ความสับสนมันยังไม่จบจริงๆ”

                “อะไรที่ทำให้ยอมรับได้ว่ามันยังไม่จบ?” ลิลลี่ถามด้วยสีหน้าราบเรียบ พร้อมกับความรู้สึกประหลาดในใจที่กำลังบอกว่าให้เตรียมรับมือกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของบี

                “พี่ทำแบบนั้น หลังจากที่นอนกับคริส”

                จังหวะก้าวขาและโยกตัวหยุดชะงักเมื่อบีเอ่ย ลิลลี่ถอยออกมาจากอ้อมกอดของบี จังหวะเดียวกันกับที่คริสเดินฝ่าผู้คนเข้ามาในฟลอว์เต้นรำและพบกับทั้งสองยืนอยู่ด้วยกันโดยบังเอิญ คริสอยากเดินออกไปจากตรงนี้ตรงที่ๆ เป็นความสุขครึ่งหนึ่งในชีวิต และที่ๆ พบกับสิ่งที่ไม่สามารถเป็นความสุขให้กับคริสได้อีกต่อไป แต่เมื่อพบกับสีหน้าและแววตาของบีกับลิลลี่ นั่นทำให้คริสยังไม่ไหนไม่ได้ เสียงดนตรียังบรรเลงต่อไปพร้อมแสงไฟหลากสีและหลากความรู้สึกที่แตกต่างกันของทั้งสามคน แววตาสามคู่ต่างจ้องมองกันและกัน สลับไปราวกับอยู่ในวงกลม และต่างต้องยอมรับว่าความสับสนยังไม่จบลงจริงๆ

                “นอนด้วยความรู้สึกแบบไหนเหรอพี่บี?” คริสได้ยินสิ่งที่ลิลลี่เอ่ยถามบี เท่านั้นก็พออ่านสถานการณ์ออกทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

                ไร้เสียงตอบจากบี มีเพียงสีหน้ากังวลและรู้สึกผิดเหลือเพียงลิลลี่ที่รอฟังคำตอบที่ไร้วี่แววและคริสที่รับรู้เรื่องราวทุกอย่าง คริสสัญญากับตัวเองว่าจะหาคำตอบให้กับความรู้สึกในค่ำคืนนั้น และคริสก็ได้คำตอบว่ามันคือ ความรู้สึกรัก และคริสเข้าใจว่าบีรู้สึกผิดจนต้องพูดออกไป คริสหวังว่าสถานการณ์จะไม่เลวร้ายลงไปมากกว่านี้และมันคงแย่มากๆ ถ้าความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งคู่ต้องแย่ลง บนความสุขครึ่งหนึ่งในชีวิตของคริส

                “แย่เลยนะ ต่อไป เราจะเต้นรำบนฟลอว์นี้แบบไม่เจ็บปวดได้ยังไง” คริสเอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบ เมื่อท่อนสุดท้ายของเพลงบรรเลงจบลง พร้อมกับเพลง Heartbeats ของ the knife ที่บรรเลงขึ้นมาต่อ 

              

                 ท่อนอินโทรของบทเพลงแห่งความสับสนเริ่มต้นขึ้นราวกับรู้จังหวะ มันคงดังขึ้นมาต้อนรับความสับสนที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้งในบาร์แห่งนี้

 

             



----------------------------------------

เหนื่อยหน่อยน้า อ่านฟิคฉัน ~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #619 nutte_BCRIS (@nutte_BCRIS) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 01:17
    ว้อยยยย!! บีจะเอาอีกแล้วใช่มะ!!!! เลิกใช้เหตุผล เลิกโกหกตัวเองสักทีดิบี! มันไม่จบเพราะบีห่าเหวกับความรู้สึกตัวเองอยู่นั่นแหละ /ช่วยไปทะเลาะในที่ที่อื่น ที่ไม่ใช่ความสุขของคริสได้มั้ยอ่ะ
    #619
    0
  2. #509 nuuopor (@nuuopor) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 11:31
    แม่งเอ้ยยยบงื้ออออเจ็บปวดบนสุดยันล่างสุด
    #509
    0
  3. #489 Noon_Afternoon (@Noon_Afternoon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 20:17
    อิเวงงง หยุดสับสนนี่คือจบเรื่องเลยมั้ย?
    อยากเห็นตอนที่อ่านแล้วรู้สึกดีตั้งแต่บรรทัดแรกจนบรรทัดสุดท้าย

    ให้คริสมีความสุขโดยไม่ทุกข์เลยบ้างเซ่ะะะะ #ทีมดาวเหนือ
    #489
    0
  4. #488 แก้ว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 15:06
    ต้องอยู่กับความสับสนแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนค่ะไรท์?? รีบกลับมาแต่งต่อนะรออ่านอยู่
    #488
    0
  5. #487 Leslabel Kanna (@leslabelkanna) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 00:27
    ไม่ให้คุณคริสกับบีเเล้ว นี่จะรักคุณคริสเอง!!
    #487
    0
  6. #486 NK Niii (@nadthayakon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 19:57
    คริสจะหายไปให้คนห่าเหวได้ลองชั่งใจก็ได้นะ
    เผื่อความห่าเหวในตัวจะลดลงบ้าง
    มันช่างห่าเหวจริงๆ
    #486
    0
  7. #485 b-sky2 (@B-Sky) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 19:56
    ถ้าเป็นในละครคงจะมีเหตุการอย่างเช่นมีคนร้ายหรือไม่ก็อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับผญ.สองคนแล้วให้พระเอกวิ่งเข้าไปช่วยใครคนใดคนนึงแบบไม่ต้องคิดอะไรแค่รู้สึกว่าต้องช่วยคนนี้ให้ได้ เสียเธอไปไม่ได้ แล้วพระเอกก็จะรู้ใจตัวเองว่ารักใคร. และจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งแต่ถ้าเป็นชีวิตจริงมันคงไม่บังเอิญมีอุบัติเหตุหรือคนร้ายเข้ามาช่วยหยุดความสับสนหรอก ถ้าเป็นเราเราคงให้ทุกคนรวมถึงตัวเราลองถอยออกมาคนละก้าวนึง ไม่ได้หนีแต่ทบทวนความรู้สึกตัวเองอีกครั้ง และถ้ากลับมาเจอกันแล้วยังเป็นแบบเดิมอีกเราจะเป็นคนถอยออกมาเอง "คู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน"นี่คือสิ่งที่เราเชื่อมาตลอดถ้าจากกันตอนนี้สักวันก็คงได้กลับมาพบกันอยู่ดี
    ตอนนี้พระเจ้าอาจจะส่งคนสองคนมาให้เราสับสน แต่สักวันโชคชะตาจะทำให้ทุกอย่างมันกลับไปสู่สิ่งที่มันควรจะเป็น บางทีนี่อาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เราจะรักและใช้ชีวิตอยู่กับใครก็ได้ เราแค่ต้องรอเวลาให้ถึงวันนั้น วันที่อะไรก็ไม่รู้ จะเรียกโชคชะตาหรือพรมหมลิขิตสิ่งที่อยู่เหนือพระเจ้าหรืออะไรก็แล้วแต่ได้กำหนดให้เรารักและอยู่ด้วยกะนตลอดไป #บางทีพี่บีอาจกำลังวนเวียนอยู่ในแบบทดสอบแห่งความสับสนอยู่ก็ได้
    เหมือนกับตอนทำข้อสอบที่ไม่รู้จะตอบอะไรมั้ง
    #485
    0
  8. #484 DareamS (@DareamS) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 19:36
    งง สับสน เครียดโว้ยยย
    #484
    0
  9. #483 Pla_PRCH19 (@Pla_PRCH19) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 11:31
    เป็นฟิคที่อ่านแล้วงงหนักมากก เครียกมากก สับสนตามเนื้อเรื่องมากกกก
    #483
    0
  10. #482 m23maka (@m23maka) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 09:39
    เป็นฟิคที่อ่านแล้วเครียดสุดในรอบปี เม่งเฮ้ยยยยย
    #482
    0
  11. #481 ppp232 (@ppp23) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 00:36
    เอาจริงๆสุดท้ายแล้วบีก็เป็นห่วงความรู้สึกคริสเป็นห่วงกลัวคิดไม่มีความสุขแต่สุดท้ายเราก็ยังงงอยู่ดีตอนนี้เรากำลังพยายามคิดตามเราอยากเข้าใจพวกเขาว่าทำไม-ความสับสนมันยังไม่หมดไปส่ะทีหรือจริงๆมันมีใครคนนึงที่ใช้สมองมากกว่าความรู้สึกตัวเองจริงๆเราอยากเข้าใจพวกเขาจริงๆ
    #481
    0
  12. #480 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 23:45
    อะไรวะเนี่ยย555 พี่คริสไปหาที่เต้นที่อื่นไหม ไปกินเหล้าร้านอื่นจะได้จบๆ
    #480
    0
  13. #479 0851075831 (@0851075831) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 23:37
    ต้องมีใครซักคนตายก่อนใช่มั้ยความสับสนนี้มันจะได้จบอ่ะ
    #479
    0
  14. #478 ploychy402 (@ploychy402) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 23:06
    มีความวนกลับมาที่เดิมค่ะ ฮือออ
    #478
    0
  15. #477 2mate (@jaaoraraiake) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 22:42
    วนกลับมาที่เดิมกันอีกแล้ว.. ถ้าในความเป็นจริงนะ บีไม่สมควรมีสิทธิ์เลือกใครอ่ะ คนแบบบีไม่ควรมีคนมารัก.. โกรธนะ บีโลเลมากอ่ะ คือสุดท้ายแล้วคือบีนั่นแหละที่ไม่อยากเสียใครไปเลย

    สงสารลี่ สงสารคริส และไม่สงสารบีแล้ว ..หวังว่าความสบสนห่าเหวจะจบสักที
    #477
    0
  16. #476 fff_fahh (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 22:01
    สบถออกมาดังๆได้มั้ย โว้ยยยย เกี้ยวกราดมากข่ะ ฮืออออ
    #476
    0
  17. #475 lovefilmmy1906 (@lovefilmmy1906) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 20:20
    โอยยยยย บางทีก็แอบอยากเชียร์ให้คริสหนีไปไกลๆเลยยย เลิกสับสนกันได้แล้ว!!!! ...ให้คริสคู่กับลิลลี่ไปเลยค่ะ ถ้าบียังสับสนอยู่แบบนี้
    #475
    0
  18. #474 Ryojin29 (@Ryojin29) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 20:06
    อ่านไปก็เบ้ปากไป นี่คือรักคริสคนเดียวเลยนะเรื่องนี้ ไรท์มีเส้นเรื่องที่เป็นคริสคนเดียวไหม อยากอ่าน รำคาญคนอื่นมาก โอ่ยยยยยย โทษทีนะ เราอินมากกกกก
    #474
    0
  19. #473 Yokemies (@Yokemies) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 19:19
    เราว่าบีห่าเหวจริงนั่นแหละ
    #473
    0
  20. #472 kwanrawinunt (@kwanrawinunt) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 18:08
    เมื่อไหร่จะเลิกสับสนซักทีวะ อยากบอกว่าเราไม่ชอบคริสแล้ว55555 คริสขอนอนกับบีทั้งๆที่บีคบกับลิลลี่ น้องที่หวังดีกับคริสมาตลอด ถ้าเป็นเรื่องจริงนี่คริสแย่มากเลยนะ.. คริสบอกว่าจะออกไปก็ออกไปจริงๆเถอะขอร้องง สงสารลิลลี่บ้าง
    #472
    0
  21. #471 noy_napaporn (@noy_napaporn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 18:05
    ขอไปยืนตะโกนที่หน้าผา อีเ_ี้ยยยยยยยยยยยย สรุปคือ ตั้งแต่ต้นไม่มีความชัดเจนเลยใช่ม่ะ ไม่รู้แหละ เราทีมคริส!!!!
    #471
    0
  22. #470 ksos (@ksos) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 18:00
    โว้ยยยยยยยยยยยยยย 555555555555555555555
    #470
    0
  23. #469 chukichi (@chukichi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 17:45
    สับสนกันไปสับสนกันมา สับสนกันมาสับสนกันไป ตอนนี้เราก็รู้สึกยังงั้นนะ5555 อินกับความสัมพันธ์จริงๆ
    #469
    0