Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 13 : Episode 13 : The Song of remembrance

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    29 ต.ค. 60




Episode 13 : The  Song of remembrance






                หลังจากเหตุการณ์ที่ลานจอดรถในคืนนั้นจนถึงตอนนี้ คริสด่าตัวเองไปหลายครั้งจนนับไม่ถ้วนว่าใจอ่อนและขี้แพ้ขนาดไหน นั่นเพราะคริสรู้ตัวดี สติครบถ้วนและไม่ได้ตัดสินใจเพราะความเมาไหนวะ? หัวใจที่ถูกแช่แข็งมาเนิ่นนานและเย็นระเยือกจนไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาใช้งานได้เพราะใคร ไหนวะ? จิตใจที่เต็มไปด้วยความด้านชาและไม่แคร์โลก ไหนวะ? คนที่ดูเข้มแข็งและผ่านอะไรมาเยอะ และไหนกัน?คนที่รักใครไม่เป็นนอกจากตัวเอง ที่เห็นตอนนี้ มีแค่คนที่อ่อนไหวและพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ ให้กับคำว่า ความรัก แถมเป็นความรักที่ไม่ได้ไปต่อเป็นความสัมพันธ์ซะด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ที่เป็นสิ่งไม่แน่นอนและวกวนที่สุดบนโลกใบนี้ ความสัมพันธ์ที่เคยทำร้ายคริสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคริสเกลียดมันพอๆ กับเกลียดงูและแมลงสาปนั่นแหละ

                คริสยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะดีใจหรือเสียใจ ที่ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่คริสเกลียดกับบี

                แต่เอาเถอะ จากนี้คริสจะนำหัวใจกลับไปสู่กระบวนการแช่แข็งอีกครั้ง และภาวนาขอให้มันกลับมาใช้งานไม่ได้ตลอดไป คริสยังยืนยันความคิดเดิมที่ว่าคนอย่างคริสคงเหมาะกับการอยู่คนเดียวแล้วตายห่าไปเงียบๆ จริงๆ

                “มีเหล้าอะไรที่ช่วยล้างสมองไหม?” ด้วยความคิดฟุ้งซ่าน คริสตัดสินใจเอ่ยถามคำถามบ้าบอกับบาเทนเนอร์ หลังจากกระดกเหล้าแก้วที่ห้าและวอสก้าช็อตที่สองเข้าปาก เหล้ายี่ห้อโปรดไม่ได้อยู่ในความคิดในตอนนี้เพราะมันเบาบางเกินกว่าจะเจือจางความรู้สึก

                “ล้างสมอง?” เขาขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ

                “หรือไม่ก็ เหล้าอะไรก็ได้ที่ delete ความทรงจำให้หายไปอ่ะ”

                “ไม่มีเหล้าพรรณนั้นอยู่บนโลกหรอกครับ คุณก็รู้ดี” บัดซบจริงๆคริสลอบถอนหายใจพลางมองขวดเหล้าที่วางเรียงรายอยู่บนชั้นวางอย่างชิงชัง ภายใต้ใบหน้าอันเรียบเฉยกำลังเต็มไปด้วยเรื่องรกสมอง ซึ่งบาเทนเนอร์หน้าซื่อคงกำลังรู้สึกได้ เขาเอ่ยด้วยคำพูดแสนจะทางการและไพเราะราวกับคริสเป็นลูกค้าในร้านคนหนึ่ง “มีอะไรที่อยากลืมเหรอครับ?”

                คริสฟังคำถามแต่ยังไม่ได้ตอบออกไปในทันที นี่ไงล่ะ เรื่องรกสมองที่ต้องคิดเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่างแล้ว คริสอยากลืมอะไรงั้นเหรอ? ไม่ใช่ลืมเรื่องร้ายๆ หรอก เพราะบีไม่ใช่เรื่องร้ายๆ สำหรับคริส แถมยังขึ้นชื่อว่าเป็นความสุขและเซฟโซนที่ให้คริสได้หลบภัยจากโลกบ้าๆ นี่ด้วยโอเค ได้คำตอบแล้วคริสไม่ได้อยากลืมบีหรอก คริสแค่อยากลืมว่ารักบีก็เท่านั้นเอง

                “ลืมความรู้สึกรัก ที่มีให้กับคนๆ นึงอ่ะ”

                “แต่เขาไม่รักคุณงั้นสิ? คุณเลยอยากลืม”

                “เขาบอกว่า ไม่ใช่ว่าไม่รักฉัน แต่เราไปต่อเป็นความสัมพันธ์ไม่ได้”

                “ไม่ใช่ว่าไม่รัก...” เขาทวน พร้อมคิ้วขมวดเป็นปมอีกครั้ง ช่างโชคร้ายที่เขาเผลอเข้าร่วมสนทนาเรื่องความสัมพันธ์ห่าเหวนี้อย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เขาอาจจะงงมาก และทุกคนบนโลกก็อาจจะงงกับเรื่องนี้กันหมดนั่นแหละ

                “แต่ไม่รู้สิ ไม่แน่ใจ...” คริสเท้าคาง ทอดสายตาเหม่อลอยใช้ความคิด “แต่เรานอนด้วยกันสามครั้ง สถิติมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยนอนกับใครก็ตามที่ฉันเพิ่งรู้จักแค่คืนเดียว และที่สำคัญเขาก็ไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อน”

                “นอนนี่คือ นอนเฉยๆ หรือว่า...” เขาดูกระอักกระอ่วนที่จะถาม ซึ่งมันน่ารำคาญมากสำหรับคริส

                “ต้องให้พูดหยาบๆ ไหมว่านอนทำอะไร?”

                “ไม่ต้องก็ได้ครับ” เขารีบยกมือห้าม ก่อนจะตัดบท “เอ่อ...มันก็...ฟังดูน่าประทับใจนะ แล้วเรื่องเป็นยังไงต่อล่ะ?”

                “เขาเลือกอีกคนนึงไปแล้ว คนที่เข้ามาในชีวิตของเขาพร้อมๆ กับฉัน คนที่ดีกว่าและเหมาะสมกว่าคนอย่างฉัน จนฉันเทียบแทบไม่ติด” คริสรู้สึกราวกับตอนนี้กำลังเป็นนางเอกในนิยายน้ำเน่าผู้พร่ำเพ้อถึงรักที่ไม่สมหวัง จะอ้วกคริสรู้สึกแบบนั้น อาจจะเพราะพะอืดพะอมจากวอสก้าเพียวๆ สองช็อตนั่นก็ได้

                “แล้วคุณก็ต้องถอยออกมาเป็นมนุษย์ลูซเซอร์อยู่ตรงนี้”

                เออคริสรู้สึกเป็นคนขี้แพ้จริงๆ คริสไม่ได้แพ้บี ไม่ได้แพ้โชคชะตา ความรักหรือความรู้สึกห่าเหวอะไรนั่นหรอก คริสไม่ได้แพ้อะไรเลยทุกอย่างเป็นเพราะคริสกำลังแพ้ใจตัวเองนี่ไง นิยายน้ำเน่าต้องชิดซ้ายและคริสอยากจะอ้วกอีกแล้ว หรืออันที่จริงคริสอาจจะพ่ายแพ้รอยยิ้มสดใสราวกับท้องฟ้ายามเช้าของลิลลี่ พ่ายแพ้เรื่องการซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง คริสอาจทำให้บีเห็นความรู้สึกรักได้เป็นรูปธรรมน้อยกว่าลิลลี่ เพราะมัวแต่กลัวการสร้างความสัมพันธ์

                 “ฉันลองที่จะถอยออกมาจากโลกของเขาแล้ว แต่ทำไม่ได้ เพราะไม่กล้าพอที่จะเสียความสุขอย่างเขาไป ฉันก็เลยตัดสินใจไม่เดินออกมา แต่บอกเขาไปว่า ฉันจะเลิกรักเขาให้ได้ในสักวันนึงนายคิดว่าฉันทำถูกรึเปล่า?”

                “ฟังดูทะแม่งๆ นะ อยู่ในโลกของเขาต่อแต่บอกว่าจะเลิกรักเขาเนี่ย” บาเทนเนอร์หน้าซื่อเงยหน้ามองเพดานใช้ความคิดราวกับสิ่งที่คริสพูดเป็นโจทย์วิชาคณิตศาสตร์ “แต่ผมว่าดีแล้วครับ ไม่ต้องเดินออกมาจากโลกของเขาหรอก ออกมาก็เลิกรักเขาไม่ได้อยู่ดี อยู่ต่อไปนั่นแหละ อยู่พร้อมเป้าหมายว่าจะเลิกรักเขาในสักวันนึง อย่างน้อยระหว่างที่รอเลิกรักเขา ก็ยังมีเขาเป็นความสุขไปด้วยผมพูดงงไปไหม คุณเข้าใจรึเปล่า?”

                คริสพยักหน้าแทนคำตอบถ้าเธอไป เธอจะมีความสุขมากกว่าตอนนี้รึเปล่า? คริสยอมรับว่าวันนั้นตอบคำถามนี้ของบีไม่ได้ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าจะตอบได้แล้ว ต้องขอบคุณบาเทนเนอร์หน้าซื่อคนนี้ที่มีประโยชน์ต่อระบบความรู้สึกของคริส และดูเหมือนเขาจะแปลกใจไม่ใช่น้อยที่จู่ๆ คริสก็ยิ้มให้เขาเป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงหยาบคาย กร้านโลก หยิ่งยะโสและไม่เคยคุยกับใครนอกจากลูกสาวเจ้าของบาร์และลูกค้าที่ถูกใจ กำลังยิ้มให้เขาอยู่เสียงเพลงแจ๊สจังหวะสนุกยังคงบรรเลงต่อไป เหล้าถูกเสิร์ฟมาเรื่อยๆ โดยบาเทนเนอร์หน้าซื่อ พร้อมกับสายตาของพวกเสือ สิง กระทิงทั้งหลาย ที่จ้องมองมาจนคริสรู้สึกได้ แต่ตอนนี้คริสมองอะไรไม่เห็นแล้วนอกจากแก้วเหล้าตรงหน้า

                “แต่คนที่เขาเลือกต้องใจดีมากๆ เลยนะ ถึงยอมให้คุณอยู่ในโลกของเขาต่อไปได้” จู่ๆ บาเทนเนอร์หน้าซื่อก็เอ่ยขึ้นมาคริสนึกถึงรอยยิ้มสดใสของลิลลี่อีกครั้ง รวมทั้งเรื่องปฏิกิริยาเคมีที่หล่อนเคยบอก นั่นอาจทำให้ลิลลี่เข้ากับบีได้ จนสามารถครอบครองหัวใจของบีและทำให้บีไม่เลือกคริสคริสยิ้มและยอมรับโดยดีว่าลิลลี่ใจดีขนาดไหน บางทีคริสก็อยากให้ลิลลี่ใจร้ายบ้าง เผื่อมันจะง่ายต่อการตัด(สิน)ใจ  

                “ใช่ เธอใจดีมาก ใจดีเกินไปด้วยซ้ำ ใจดีจนฉันละอายใจ”

                โชคดีที่คืนนี้ลิลลี่ไม่ได้เข้ามาที่บาร์คริสเลยไม่ต้องกลัวว่าจะเจอหล่อนและต้องตอบคำถามว่าทำไมถึงต้องมานั่งเมามายอยู่เพียงลำพัง และไม่ต้องกลัวว่าจะมีบทสนทนาที่เกี่ยวกับคนที่คริสอยากลืมว่าเคยรักอย่างน้อยการมีผู้ชายแปลกหน้าแวะเวียนเข้ามาชนแก้วกับคริสอย่างไม่ขาดสาย ก็พอช่วยบรรเทาเรื่องรกสมองได้บ้างหากเป็นเมื่อก่อน นี่คือสิ่งที่เรียกว่าบริหารเสน่ห์ แต่กับตอนนี้ คริสแค่ต้องการชนแก้วเพื่อให้ผู้ชายพวกนั้นเลิกตามตื๊อและจะได้มีเวลาสงบๆ นั่งดื่มเพียงคนเดียวสักที

                “หนินาย” คริสเอ่ยเรียกบาเทนเนอร์หน้าซื่อที่คริสไม่รู้แม้แต่ชื่อ เมื่อเขาหันมาเสิร์ฟเหล้าให้ “ความรักมันคืออะไรเหรอ?”

                เขานิ่งคิดไปเพียงครู่ ก่อนจะตอบราวกับรู้ว่าคริสจะถาม “ความรักคือสิ่งที่ทำให้มนุษย์เจ็บปวดโดยไร้บาดแผล”

                “น้ำเน่าโคตร จำมาจากลิเกวิกไหนวะ?”

                “แหม ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะไม่รู้จักความรัก”

                คริสไม่รู้จักความรักมานานมากแล้ว จนกระทั่งมาเจอคนที่ไม่รู้ห่าเหวอะไรอย่างบี ความรักที่คริสไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นคริสมอง mevius มวนสุดท้ายในซองที่คล้ายกับบี ซึ่งเป็นความสุขที่คริสไม่อยากให้หมดไปและยังอยากให้อยู่กับคริสไปนานๆ คริสมองมันอยู่นาน พลางคิดว่าจะรอให้รสชาติของมันเปลี่ยนไปหรือจะลิ้มรสนิโคตินแห่งความสุขซะตั้งแต่ตอนนี้ เพราะยังไงก็ตามบุหรี่ต้องมีวันหมดมวน เหลือเพียงก้นกรองที่ไม่มีค่าและต้องโยนทิ้ง เหมือนความสุขที่สักวันต้องหมดไปเหลือเพียงความทรงจำจางๆ คล้ายควันบุหรี่อยู่ดี

                คริสตัดสินใจหยิบบุหรี่มวนสุดท้ายในซองมาจุดไฟและเลือกดื่มด่ำกับความสุขเพียงชั่วขณะและรอให้มันหมดมวนในอีกไม่กี่นาทีนี้ความสุขน่ะ สุดท้ายก็จางไปคล้ายควันบุหรี่ แค่เหลือให้จำไว้ว่าครั้งนึงนั้นเคยมีคริสอยากขอบคุณสำหรับความสุขที่บีมอบให้ ขอบคุณที่ทำให้หัวใจที่ถูกแช่แข็งไว้นานได้กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง ขอบคุณเจ้าความรักครั้งนี้ที่ทำให้คริสกล้าเดินตามหัวใจของตัวเอง แม้ไม่สมหวังดั่งที่ตั้งใจก็เถอะสุดท้าย ก็คงต้องขอบคุณความใจดีของลิลลี่ที่มีให้เสมอ แม้ทั้งสองคนจะไม่อยู่ให้ขอบคุณก็ตาม

                จนถึงตอนนี้ คริสก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าเริ่มต้นด้วยเซ็กส์จะจบลงด้วยรักได้จริงๆ

                “เอาล่ะ คืนนี้ผมจะตามใจคุณ เพราะคุณอกหัก และเพราะคุณยอมพูดกับผมเกินสามประโยค” บาเทนเนอร์หน้าซื่อเสิร์ฟเหล้าแปลกตาให้กับคริส

                “ถ้าคืนนี้ฉันกินเหล้าจนตาย นายก็ช่วยเก็บศพฉันด้วยนะ”

                “ไม่มีปัญหา”

                หากตื่นมาแล้วพบว่ายังมีชีวิตอยู่ก็ใช้ชีวิตต่อไป แต่หากไม่ตื่นมาอีกแล้วนั่นหมายความว่าหล่อนตายไปจากโลกบ้าๆ นี่สักที หากชีวิตของคริสมีคำนิยาม ก็คงนิยามได้ว่า ชีวิตที่เหมือนไม่มีวันพรุ่งนี้ นี่คือชีวิตของคริส ชีวิตที่ไม่ควรเข้าไปเป็นความผิดพลาดของใครโดยเฉพาะคืนนี้มันต้องพังกันไปข้างนึง คริสมองเหล้าในแก้วและยิ้มให้มันเหล้าไม่ได้ช่วยเยียวยาอะไรคริสอีกแล้ว แต่อย่างน้อย การดื่มครั้งนี้คงทำให้คริสไม่รับรู้เรื่องราวอะไรและหยุดคิดถึงบีได้บ้าง คริสกระดกเหล้าเข้าปากอีกครั้ง อีกครั้งและอีกครั้ง

                รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ช่วยอะไร และดื่มอีกครั้งแม้มันไม่ช่วยอะไร

                คริสนอนฟุบอยู่หน้าบาร์ แววตาเลื่อนลอยจนแทบมองอะไรไม่เป็นภาพ แต่หูสองข้างกลับได้ยินชัดเจนมันคือเสียงดนตรีท่อนอินโทรเพลงที่คริสเคยขอร้องให้ดีเจไม่เปิด เพลงที่คริสใช้บอกความรู้สึกกับบี แค่เพียงท่อนอินโทรเท่านั้น น้ำตาก็ไหลอาบแก้ม แม่งเอ๊ย! นี่กูกินเหล้ามาทั้งคืนเพื่อร้องไห้ให้กับเพลงนี้งั้นเหรอ?คริสเอ่ยด่าอะไรก็ตามแต่ที่เปิดเพลงนี้ขึ้นมาด่าในความคิด

                It’s affection always, you’re gonna see it somedayคริสฟุบหน้าลงและปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาโดยไม่อายใครอีกแล้ววอสก้ากี่ช็อตก็ไม่รู้ที่คริสกระดกเข้าปาก จนสุดท้ายภาพก็ตัดและวูบดับไป พร้อมกับเพลงแห่งความทรงจำที่จบลงพอดิบพอดี คริสภาวนาขออย่าได้ยินเพลงนี้อีกเลย ตลอดชีวิต เพลงแห่งความทรงจำ เพลงที่ใช้บอกรักใครสักคน เพลงที่คอยตอกย้ำความรู้สึก เพลงที่ทำให้คริสรู้ว่าไม่มีโอกาสได้รักและไม่มีสิทธิอะไรในตัวเขาเลย

                คริสมองเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่เคยมีบีนั่งอยู่และในท้ายที่สุด อย่างน้อยคริสก็เข้าใจว่าความรักคืออะไร เมื่อได้มองก้นกรองบุหรี่ถูกแผดเผาและมอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่าน


                “อ้วก!!!

                คริสพุ่งตัวลุกขึ้นเมื่อรู้สึกถึงอาการพะอืดพะอม อ้วกไม่สิ ขอใช้คำสุภาพหน่อยก็แล้วกันคริสอาเจียนลงกับพื้นอย่างห้ามไม่อยู่ สองมือยกขึ้นกุมขมับพร้อมอาการปวดหัว เมื่อหรี่ตามองแสงสว่างที่ลอดเข้ามาก็พบว่านี่คือเวลาเช้า เมื่อมองไปรอบๆ บาร์ที่เคยมีแสงสีและเสียงเพลงกลายเป็นห้องโถงอับๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่และกลิ่นแอลกอฮอล์ ผู้คนมากหน้าหลายตาหายไป เหลือเพียงโต๊ะและเก้าอี้วางเปล่า เหลือเพียงคริสอยู่ที่นี่เพียงลำพัง

                หากเมื่อคืนบีมาที่นี่และนั่งอยู่เคียงข้างคริสตลอดเวลา คริสก็คงไม่ตื่นมาบนโซฟาในบาร์อย่างโดดเดี่ยวแบบนี้ คริสอาจจะนั่งคุยกับบีอยู่ที่ระเบียงแล้วมองท้องฟ้าตอนเช้าด้วยกัน ที่จริงแล้วคริสไม่มีใครเลยนอกจากบี คริสบอกกับตัวเองว่ารู้สึกดีใจเหลือเกินที่ไม่เดินออกมาจากโลกของบี บอกว่าดีใจแค่ไหนที่มีบีเป็นความสุขและเซฟโซนในชีวิต และบอกว่า สักวันนึงคริสจะเลิกรักบีให้ได้

                สักวันนึงเราจะเลิกรักเธอให้ได้

                สักวันนึง เราจะเลิกรักเธอให้ได้บีคิดถึงน้ำเสียงแหบพร่าที่เอ่ยตอนอยู่ในอ้อมกอด บียังจำบรรยากาศอบอ้าว ณ ลานจอดรถ อุณหภูมิร้อนผ่าวจากตัวคริสได้อยู่

                ความรักขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาที่พอดี บางทีถ้าลิลลี่มาก่อนคริสหรือคริสมาก่อนลิลลี่ และถ้าทั้งสองไม่ได้เป็นคนที่ปรารถนาดีต่อกัน เรื่องราวมันคงไม่ยากอย่างที่เป็นมา แต่นี่บีเจอผู้หญิงสองคนนี้พร้อมๆ กันในช่วงที่ความเหงาเข้าปกคลุม ณ บาร์อันแสนสับสน ในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่นาที ทั้งท่วงท่าของคริสบนเวทีที่ละสายตาไม่ได้กับรอยยิ้มสดใสของลิลลี่ที่อยากมองไปนานๆ ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินต่อไปราวกับถูกกำหนดเอาไว้ว่าบีต้องพบกับวงกลมแห่งความสับสนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อเป็นบททดสอบให้กับความรู้สึกของตัวเอง

                คงดีแล้วล่ะ ที่คริสบอกว่าจะเลิกรักบี เพราะ ณ ตอนนี้ ไม่ว่าบีเลือกทางใด บีก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้เหมือนกัน

                “พี่บี” เสียงใสๆ เอ่ยเรียก ทำให้บีหลุดจากภวังค์ บีหันไปมองรอยยิ้มบางๆ ของลิลลี่ที่ส่งมา “เหม่ออะไรอยู่ เรียกตั้งสองรอบแล้วนะ”

                “เหรอ?”

                “ใช่”

                บีเสยผม และหันไปสนใจงานตรงหน้าแทน “พี่คิดงานอยู่อ่ะ”

                “อ๋อ งั้นคิดไปก่อนก็ได้”

                “มีอะไรรึเปล่า?”

                “แค่จะถามว่าเย็นนี้จะกินอะไรกันดี?”

                “อะไรก็ได้อ่ะ ลี่เลือกเลย”

                ลิลลี่จ้องมองบีที่กำลังอ่านงานในแฟ้ม ถึงหล่อนจะเด็กกว่าบี แต่หล่อนก็ดูออกว่าผู้ใหญ่ที่กำลังโกหกเป็นอย่างไร “พี่บีโกหกไม่เนียนเลย”

                “โกหกอะไร?”

                “ลี่รู้ว่าเมื่อกี้พี่บีไม่ได้คิดงานอยู่หรอก” ลิลลี่พูดพลางก้มลงวาดรูปต่อไป ไม่มีคำถามใดออกจากปากของเด็กสาว มีเพียงเสียงผู้คนในหอศิลป์และเสียงความคิดของบีกำลังตีกัน

                “ไม่อยากรู้เหรอว่าพี่คิดอะไรอยู่?”

                “ไม่อ่ะ” หล่อนส่ายหน้า “ถ้าพี่บีอยากบอกเดี๋ยวก็บอกเองแหละ”

                แม้บีจะเป็นคนที่ไม่รู้ห่าเหวอะไรเลย ถึงจะสับสนและโลเลขนาดไหน แต่การปิดบังความจริงกับลิลลี่คือสิ่งที่ไม่เคยอยู่ในความคิดของบีเลยสักครั้ง บีลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ “คือ...พี่ไม่แน่ใจว่าพี่กำลังฉุดรั้งคริสไว้รึเปล่า ทั้งๆ ที่คริสเลือกที่จะออกไปจากโลกของพี่”

                “พี่คริสบอกเหรอ ว่าจะไป”

                “ใช่ คริสบอกพี่”

                “ครั้งที่แล้ว พี่คริสก็บอกว่าจะไม่รู้สึกกับพี่บี ครั้งนี้พี่คริสก็บอกว่าจะไปจากพี่บีเหมือนเดจาวูเลยเนอะ? สุดท้ายพี่คริสก็ทำไม่ได้อยู่ดี เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่พี่คริสต้องการทำจริงๆ”

                “จะบอกว่า คริสไม่ได้อยากไปจากพี่จริงๆ งั้นเหรอ?”

                “รู้ไหม? คนจะไปจริงๆ น่ะ เขาแทบไม่ต้องเอ่ยปากบอกด้วยซ้ำว่าจะไป” บีนิ่งไปเมื่อได้ฟัง ก่อนที่ลิลลี่จะถามต่อ “แล้วพี่บีล่ะ อยากให้พี่คริสไปรึเปล่า?”

                “ถ้าคริสไปแล้วมีความสุขกว่าตอนนี้ พี่ก็อยากให้คริสไป”

                “แต่ก็เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะพี่บีเป็นความสุขไม่กี่อย่างของพี่คริสไปแล้ว”

                “แต่คริสกลัวว่ามันต้องกลายเป็นความเจ็บปวด--คริสก็เลยบอกว่า จะเลิกรักพี่”

                “รู้สึกยังไงตอนที่ได้ฟัง?”

                บีนิ่งไปเมื่อได้ฟังคำถามความรู้สึกแปลกประหลาดที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาหลังจากที่คริสพูดว่าจะออกไปจากโลกของบีและขอให้บีออกไปจากโลกของคริส ตอนที่คริสบอกว่า เราจะไป ตอนที่มองเรียวขาของคริสก้าวห่างออกไปทีละก้าวมันมีความรู้บางอย่างเกิดขึ้นจริงๆ ความรู้สึกที่บีก็ไม่รู้ว่าคืออะไร รู้แค่ว่ามันหวิวอยู่ในใจเท่านั้นแต่ตอนนี้บีต้องรู้สึกอะไรล่ะ? มันก็ดีแล้วถ้าคริสจะทำแบบนั้น

                “ก็รู้สึก...ว่ามันคงเป็นทางที่ดี”

                 “ลี่ไม่เคยโกหกพี่บีเลยนะ แล้วลี่ก็ไม่เคยโกหกตัวเองด้วย และเพื่อความแฟร์ ลี่ไม่อยากให้ใครโกหกความรู้สึกของตัวเองในขณะที่ลี่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองมาตลอด”

                “ลี่คิดว่า ที่พี่พูดเมื่อกี้คือพี่กำลังโกหกอยู่เหรอ?” ณ ตอนนี้ ไม่ว่าบีเลือกทางใดหรือตอบคำถามแบบไหน บีก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่ดีสินะ ทำไมจู่ๆ ก็รู้สึกว่าบทสนทนาเรียบง่ายเริ่มมีอารมณ์บางอย่างเข้าร่วม

                “ลี่ไม่ได้คิดว่าพี่บีโกหกหรอก” ลิลลี่วางมือจากการวาดรูป เพราะหล่อนคงไม่มีสมาธิมากพอจะวาดมันต่อ “ลี่รู้สึกว่าความสัมพันธ์มันพังง่ายกว่าที่คิดอ่ะ บางทีก็อาจจะพังได้โดยไม่ต้องมีอะไรมาทุบแรงๆ ด้วยซ้ำลี่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนที่พี่บีตัดสินใจว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ดีต้องพังลงแบบนั้นช่วยบอกลี่อีกครั้งได้ไหม? ว่าพี่บีตัดสินใจถูกแล้วจริงๆ ที่เลือกลี่”

                “พี่ตัดสินใจถูกแล้ว” บีขยับตัวไปใกล้ๆ ลิลลี่ และใช้สองมือกุมมือของหล่อนเอาไว้ พลางมองเข้าไปในแววตาใสซื่อไร้เดียงสานั่น “พี่เลือกลี่”

                “พี่บีรักลี่ไหม?”

                “อื้ม”

                “แล้วพี่คริสล่ะ พี่บีรักไหม?”

                “พี่จะรักคริสได้ยังไง ในเมื่อพี่เลือกลี่แล้ว”

                “นี่ไง เงื่อนไขมันอยู่ที่พี่บีเลือกลี่แล้ว พี่บีเลยไม่กล้าบอกตรงๆ ว่าพี่บีก็รักพี่คริสเหมือนกัน”

                “คิดว่ามันยากสำหรับพี่ไหม? ที่พี่เจอลี่กับคริสและรู้สึกดีด้วยในเวลาพร้อมๆ กัน แล้วพี่ต้องตัดสินใจเลือกใครสักคนเพื่อไม่ให้ดูเป็นคนเห็นแก่ตัว และเพราะว่าความสัมพันธ์มันต้องมีได้แค่สองคน อย่างที่เคยบอกไง พี่เลือกรู้สึกไม่ได้ แต่พี่เลือกสร้างความสัมพันธ์กับคนใดคนนึงที่รู้สึกด้วยได้ ในเมื่อตอนนี้พี่เลือกแล้ว พี่ก็ต้องรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ให้ดีที่สุด ถูกไหม?”

                “ถ้าอย่างนั้นแสดงออกว่ารักลี่ ด้วยการทำอะไรบางอย่างได้ไหม?”

                “ได้สิ” 

                “อย่าคิดถึงพี่คริสตอนที่อยู่กับลี่ แบบเมื่อกี้นี้ได้ไหม?”

               นี่อาจเป็นการแสดงออกทางความรักที่ฟังดูง่ายที่สุด แต่ทำยากที่สุดสำหรับบี--อะไรที่มันจริง มันจะไม่มีคำนิยามให้วุ่นวายลิลลี่เชื่อแบบนั้นมาโดยตลอดจนลืมคิดไปว่าการไม่มีคำนิยามคือจุดเริ่มต้นของความไม่ชัดเจน แม้เชื่อมั่นในตัวบีและไม่เคยคิดคาดหวังหรือกดดันความรู้สึกของใคร แต่คงมากเกินไป หากทุกคนยังเลือกที่จะโกหกตัวเอง ในขณะที่ลิลลี่เลือกที่จะซื่อสัตย์

                “ได้สิ"

                ลิลลี่ไม่แน่ใจว่าคำตอบที่ได้ คือความจริงหรือการโกหกความรู้สึกตัวเองของบีที่นับไม่ถ้วน เพียงเพื่อให้หล่อนสบายใจ

 

                คืนวันเสาร์เวลาสี่ทุ่ม ณ บาร์อันแสนสับสน คริสยังนั่งอยู่ที่เดิมเพียงลำพัง พร้อมบาเทนเนอร์หน้าซื่อคนเดิมที่คริสเอ่ยปากถามเขาว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นหลังจากหมดวอสก้าไปหนึ่งขวด เขาตอบเพียงว่าคริสวูบหลับและหมดสติไป ทำให้เขาต้องพาคริสเข้าไปนอนพักที่โซฟาห้องพนักงานด้านหลังร้าน และเป็นโชคดีของคริสที่คืนนั้นเจ้าของบาร์และลูกสาวเจ้าของบาร์ไม่อยู่คริสไม่ได้เอะใจอะไรอีก เพราะอย่างน้อยคืนนั้นก็รอดมาได้และไม่กลายเป็นศพด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์จากการช้ำรัก คงเป็นข่าวหน้าหนึ่งที่อนาจหน้าดู

                “วันนี้เขาไม่มาด้วยเหรอ?” คริสเอ่ยถาม เมื่อลิลลี่เดินมาที่หน้าบาร์อย่างเช่นทุกครั้ง

                “พี่คริสก็รู้ว่าเขามาที่นี่ทุกคืนวันเสาร์ เมื่อไหร่จะเลิกถามในสิ่งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้วสักที” ลิลลี่ตอบโดยไม่ได้หันมามอง ราวกับเป็นคำตอบที่ลิลลี่ไม่อยากตอบคริสอีกแล้ว

                เมื่อบทสนทนาเข้าสู่ความเงียบและอึมครึมกว่าทุกครั้ง คริสกระดกเหล้าจนหมดแก้ว และเปิดบทสนทนาบทใหม่ “พี่จะเลิกรักเขา”

                ลิลลี่วางมือจากการทำงาน และเงยหน้ามองคริสที่กำลังทอดสายตาเหม่อลอย แววตานั้นเต็มไปด้วยความหมองเศร้า ขนาดที่เด็กสามขวบมาเห็นก็รู้ว่าคริสไม่มีความสุข “แสดงออกว่าเจ็บปวดขนาดนี้ จะเชื่อดีไหม ว่าพี่คริสจะทำได้จะให้ลี่ดูอยู่นิ่งๆ โดยไม่รู้สึกอะไรได้ยังไง?

                “มันไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก เจอเรื่องเจ็บๆ มาเยอะแล้ว เจออีกสักเรื่องจะเป็นไรไป” คริสเอ่ยราวกับตัดพ้อโชคชะตาที่ไม่เคยเข้าข้างหล่อนเลย

                “ลี่เคยขอให้เขารับปากว่าจะเป็นความสุขของคริสต่อไป เพราะลี่รู้ว่าความสุขไม่กี่อย่างในชีวิตของพี่คริสมันสำคัญมากแค่ไหนแต่ลี่ว่า ลี่คงผิดเองที่ขอเขาไว้แบบนั้น”

                “อืม” คริสพยักหน้า “ลี่ใจดีกับพี่เกินไปนะ” 

                “งั้นตอนนี้พี่คริสจะเชื่อว่าเขาเป็นความสุขโดยไม่ยอมรับว่าเขาก็เป็นความเจ็บปวดจริงๆ งั้นเหรอ?” แม้จะอายุน้อยกว่าคริส แต่หล่อนก็ดูออกว่าผู้ใหญ่ที่กำลังโกหกเป็นอย่างไร ทำไมทุกคนต้องโกหกความรู้สึกของตัวเองกันหมด นี่คือสิ่งที่ลิลลี่ไม่เข้าใจเลยสักนิด

                 “เขาไม่ได้รักพี่ เขายอมให้พี่ออกไปจากโลกของเขาแล้วด้วยซ้ำ แต่พี่แม่งเสือกไม่กล้าพอที่จะออกไปเองจากนี้พี่จะไม่ให้เขาเป็นความรักของพี่อีกแล้ว พี่จะให้เขาเป็นแค่ความสุขเท่านั้น พี่จะเลิกรักเขาจริงๆ นะ พี่จะทำ”

                “แปลกดี...ห้ามไม่ให้เขารู้สึกด้วยในวันนั้น แต่พยายามเลิกรักเขาในวันนี้”

                ลิลลี่ยิ้มเยาะให้กับสถานการณ์อันกลับตาลปัตร ผู้ใหญ่นี่ย้อนแย้งกันทุกคนรึเปล่านะ? หรือลิลลี่อาจจะยังเด็กเกินไปเลยมีมุมมองไม่กว้างเท่าคริส คริสเองก็ยิ้มเยาะให้ตัวเองเช่นกัน ต่างคนต่างยิ้มเยาะให้ความห่าเหวที่เกินจะเยียวยานี้--บทสนทนาเงียบไปและไม่มีใครพูดอะไรอีกจนกระทั่ง บีเดินมานั่งลงที่เก้าอี้หน้าบาร์ ถัดจากเก้าอี้ของคริสไปเพียงหนึ่งตัว เบียร์ยี่ห้อโปรดถูกเสิร์ฟโดยลิลลี่อย่างรู้งาน และแล้วบทสนทนาก็เริ่มต้นอีกครั้งบทสนทนาที่อาจนำไปสู่แบบทดสอบว่าใครกำลังโกหกความรู้สึกของตัวเอง

                “พี่คริสบอกว่าลี่ใจดีใช่ป่ะ?” ลิลลี่เปิดบทสนทนา คริสเพียงแค่พยักหน้ากลับไป ก่อนที่ลิลลี่จะหันมาถามบีบ้าง “แล้วพี่บีล่ะ คิดว่าลี่ใจดีไหม?”

                “ก็...ใจดีนะ” แม้จะงงๆ กับสถานการณ์ แต่บีก็ตอบกลับไปตามที่คิด

                “ถ้าลี่ใจดี งั้นตอนนี้ก็อย่าใจร้ายกับลี่ ด้วยการโกหกกันอยู่เลย”

                “ลี่” คริสเอ่ยเรียก ราวกับต้องการจะเอ่ยห้ามไม่ให้ลิลลี่พูดอะไรไปมากกว่านี้

                “ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ตอนนี้ใครกันแน่ที่โกหกตัวเองวะ? พี่คริสโกหกว่ากำลังมีความสุขและจะเลิกรักพี่บีได้ หรือพี่บีโกหกว่ากำลังมีความสัมพันธ์ที่ดีและเลือกตัดสินใจถูก หรือพวกเราที่โกหกด้วยกันทุกคน ว่าความสับสนมันจบไปแล้ว”

                “ทุกอย่างตอนนี้มันชัดเจนแล้วนะ ว่าบีเลือกใคร”

                “มันไม่เกี่ยวกับความชัดเจนแล้วล่ะพี่คริส”

                “บีเลือกลี่ และตอนนี้ไม่มีใครโกหกอะไรอีกแล้ว” คริสพยายามย้ำในสิ่งที่ไม่อยากจะพูด

                “ลี่...” เบียร์ยี่ห้อโปรดเกิดไม่อร่อยขึ้นมาดื้อๆ บีมองผู้หญิงสองคนผลัดกันปล่อยบทสนทนาอย่างไม่เข้าใจ จนอดไม่ได้ที่บีจะลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือไปจับแขนของลิลลี่เพื่อเรียกสติ “เกิดอะไรขึ้น?”

                “ตอนนี้ลี่ไม่มั่นใจแล้ว ว่าความสัมพันธ์ของเรามันคือความสัมพันธ์ที่ดีอ่ะ” ลิลลี่แกะมือของบีออก แม้สีหน้าของหล่อนจะราบเรียบ แต่ลึกๆ แล้วบีรับรู้ได้ทันทีว่ามันเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ “ไม่มีงานศิลปะไม่มีผู้เข้าชม ไม่มีไฟสีส้มในหอศิลป์ไม่มีไฟหลากสีในบาร์อีกแล้ว ตอนนี้มีแค่เราสามคนเพราะฉะนั้นทำให้ลี่แน่ใจหน่อยได้ไหม ว่าทุกอย่างมันแฟร์จริงๆ เลิกโกหกความรู้สึกตัวเองกันสักทีเถอะ”

                บทสนทนากลับเข้าสู่ความเงียบงัน มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเปิดคลอเบาๆ และเสียงสนทนาของผู้คนในบาร์บีจ้องมองคริสลับกับลิลลี่ที่กำลังจ้องมองกัน เมื่อมีแต่ความเงียบและไม่มีใครคิดจะพูดอะไรต่อ ลิลลี่จึงตัดสินใจเดินหนีออกไปจากตรงนั้น ไม่ใช่เพราะความงี่เง่าของเด็กอายุสิบห้าหรือไม่มีอะไรได้ดั่งใจ ลิลลี่ต้องการปลีกตัวออกไปเผื่อว่าบีกับคริสจะได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเองดีๆ อีกทีก่อน หากคำตอบที่ได้ในคืนนี้ไม่ออกผลลัพท์มาที่ลิลลี่ หล่อนก็จะยอมรับ เพื่อแลกกับการที่บีไม่ต้องโกหกความรู้สึกของตัวเอง

                แต่บีไม่รอช้า บีลุกขึ้นวิ่งตามเข้าไปสวมกอดลิลลี่จากด้านหลัง เพื่อไม่ให้หล่อนเดินหนีไปได้ไกลกว่านี้ บีตัดสินใจทำแบบนั้นต่อหน้าต่อตาคริส มันคงดูแย่มากใช่ไหม?แต่ ณ ตอนนี้ ไม่ว่าบีเลือกจะทางใด บีก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

                “นี่พอทำให้แน่ใจได้ไหม?” บีเอ่ยกระซิบข้างหูลิลลี่อย่างแผ่วเบา และกระชับกอดให้แน่นขึ้น

                รอยยิ้มสดใส ยิ้มที่จริงใจและเป็นธรรมชาติ แก้มแดงระเรื่อเหมือนเด็กน้อยน่ารักจนน่าใจหาย เหมือนงานศิลปะที่สวยงามจนไม่ต้องแต่งเติมสีสัน เหมือนท้องฟ้ายามเช้าที่สดใสไม่มีเมฆฝนมาบดบัง ไหนจะทัศนคติแง่บวกที่ใครอยู่ด้วยก็เป็นอันต้องตกหลุมรักและสบายใจทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิด นั่นแหละคือลิลลี่คือคนที่ได้ครอบครองหัวใจของบีและเป็นคนที่บีเลือกสร้างความสัมพันธ์ด้วย ส่วนคริสน่ะเหรอ? เป็นแค่คนหลงทางในโลกบ้าๆ ที่ผ่านพบมาเจอคหลุมหลบภัยและคนใจดี เป็นแค่ดาวเหนือบนท้องฟ้าสีดำ เดียวดาย และไร้ความหมาย ถูกผู้คนใช้ประโยชน์เพียงแค่ช่วยในการนำทางเวลากลางคืน ดูสิว่าต่างกันแค่ไหน มีเหตุผลอะไรที่บีจะไม่เลือกลิลลี่?

                คริสตัดสินใจลุกขึ้นเดินตามมา ก่อนจะเอ่ยด้วยความรู้สึกหมดหวังลึกๆ ในหัวใจแหงล่ะ คริสยังจะต้องหวังอะไรอีก? “รักษาลี่ไว้ให้ดีนะ เธอไม่มีทางเจอคนแบบลี่บนโลกเหงาๆ ของเธอเป็นครั้งที่สองแน่ๆ”

                “คริส” บีเอื้อมมืออีกข้างไปจับมือของคริสไว้ โดยยังไม่ปล่อยอ้อมกอดจากลิลลี่ “เธอเข้าใจเราใช่ไหม ว่ามันไม่ง่าย?”

                “เราเข้าใจ” คริสพยักหน้าและเอ่ยบอกกับบีและลิลลี่ “หนิ ตอนนี้เราเลิกรักเธอได้สามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วนะรู้ไหม อีกเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือคงจะในเร็วๆ นี้แหละช่วยดีใจกับเราหน่อยสิ ทั้งคู่เลย”

                “คริส...” บีไม่ได้สนใจเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือหรือสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่คริสเลิกรักบีได้นั่นเลย แต่บีคงไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะการกระทำของบีมันชัดเจนสำหรับคริสและลิลลี่แล้ว แต่ลึกๆ แล้วบีรู้สึกว่านี่คือการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ได้ทบทวนให้แน่ชัดของบี แต่ช่างมันเถอะ ไม่ว่าเลือกทางใดบีก็กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวอยู่ดี 

                “ใจร้ายก็เป็นเหมือนกันหนิเรา...แล้วทำไมไม่ใจร้ายกับพี่ตั้งแต่แรก ฮะ?” คริสหัวเราะ และเอื้อมมือไปยีผมลิลลี่เบาๆ ราวกับปลอบใจเด็กน้อยที่กำลังเสียขวัญ ลิลลี่ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่จ้องมองคริสด้วยสีหน้าราบเรียบพร้อมความอึดอัดในหัวใจ คริสหันมามองบีพร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง “ทุกอย่างมันแฟร์เกมหมดบี ขอบคุณมาก...”

                คริสเอื้อมมือไปแตะไหล่บีเบาๆ พร้อมรอยยิ้มที่ดูออกว่าฝืน บีดูจะไม่เข้าใจในคำขอบคุณที่คริสเอ่ยแบบไม่มีเหตุมีผลเมื่อครู่ แต่ก็นั่นแหละ แม้จะอยากขอบคุณในหลายๆ เรื่อง สุดท้ายมันก็เหลือแค่คำว่าขอบคุณ ในคืนนี้คริสมั่นใจในตัวบีมากขึ้นแล้วมั่นใจว่าบีเลือกลิลลี่จริงๆ และจะไม่มีการสับสนโลเลหรือการไม่รู้ห่าเหวอะไรอีก ซึ่งมันถูกต้องแล้วกับการที่ลิลลี่เลือกจะใจร้ายกับคริสบ้าง และจากนี้คงต้องปล่อยให้อินทิเรียคนนั้นออกแบบความสัมพันธ์ที่ดีของตัวเองต่อไป

                ราวกับดาวเหนือบนท้องฟ้าสีดำกำลังดับแสงลง เมื่อคริสก้าวเท้าเดินออกไปจากบาร์แห่งความสับสนหรือจะจริงอย่างที่ลิลลี่บอก คนจะไปจริงๆ เขาแทบไม่ต้องเอ่ยปากบอกด้วยซ้ำว่าจะไป และหากหูไม่แว่วจนเกินไป คริสเดินจากไปพร้อมกับท่อนอินโทรของเพลงแห่งความทรงจำที่ดังขึ้นพอดี

                บีมองลิลลี่นอนหลับอยู่บนเตียงวันนี้บีเพิ่งรู้ว่า ไม่ใช่แค่บีต้องเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเอง แต่บีต้องรับผิดชอบในความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นด้วยการทำให้ลิลลี่เชื่อมั่นในความรู้สึกของบีเช่นกัน บีลูบผมของคนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ อย่างอ่อนโยน ใครจะรู้ว่าคนที่ใจกว้างที่สุดคนนี้ก็มีความรู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน หากแต่เจ็บปวดซะยิ่งกว่าเมื่อต้องเห็นใครโกหกตัวเองแต่ทุกอย่างมันกำลังจะจบลงแล้ว อย่างไรก็ตามบีต้องรับผิดชอบเรื่องราวทั้งหมด และบีหวังว่าเรื่องราวในคืนนี้จะไม่ทำให้ลิลลี่นอนฝันร้าย หากมีบีนอนอยู่ข้างๆ แต่อาจมีความคิดหนึ่งที่แว้บเข้ามาในหัวว่า--คืนนี้คริสจะนอนละเมอร้องไห้รึเปล่า?

                บีมองรูปถ่ายของคริสในโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะกดลบมันอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป พลางคิดถึงประโยคสุดท้ายที่คริสเอ่ย ซึ่งบีไม่มั่นใจว่านั่นคือความจริงหรือคริสโกหกตัวเองทุกอย่างมันแฟร์เกมหมดบี ขอบคุณมาก

 

                แต่ว่าหรือที่ลิลลี่พูดมันจะจริง หรือพวกเรานี่แหละที่โกหกด้วยกันทุกคน ว่าความสับสนมันจบไปแล้ว

 

 







------------------------------------------------ 

เป็นอีพีที่อึดอัดที่สุดเท่าที่แต่งมา TT

 เหลืออีก 70% เท่านั้นนะคริส เฮ้อ! เหนื่อยกับความสัมพันธ์ห่าเหวนี้จริงๆ /ชนแก้ว

ปล. ฟิคเรื่องนี้มี opv ด้วยนะเออ ขอบคุณมากๆ รู้สึกปลื้มปริ่มและมีกำลังใจ <3



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #712 sunriseandbrowneyes (@nsxue) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 00:21
    สุดจริงอีพีนี้ ไรท์เเต่งเก่งมากๆเลย
    #712
    0
  2. #681 Boombim_foryou (@Boombim_foryou) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 12:42
    โว๊ะ ไม่เจ้าอาร่ยเลย โว๊ะ โว๊ะ โว๊ะ
    #681
    0
  3. #617 nutte_BCRIS (@nutte_BCRIS) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 00:24
    มัน 30% จริงๆ หรอคริส
    แบบนี้ดีแล้วนะ ออกมานะคริสออกมาเถอะ ต่อให้บีเลือกเธอ แต่เธอจะแน่ใจกับคนโลเลแบบนี้ได้จริงๆ หรอคริส เราไม่อยากเห็นเธอเจ็บปวดต่อไปเรื่อยๆ อีกแล้ว ????????????
    #617
    0
  4. #462 Leslabel Kanna (@leslabelkanna) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 13:47
    อยากเป็นความสุขไม่กี่อย่างของคริสสิ่งใหม่จัง อ่านแล้วรักคริส ไม่ใช่แค่สงสาร สงสารคงต้องใช้กับลี่
    #462
    0
  5. #436 tang8647 (@tang8647) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 00:15
    อ่านเเล้ว-ทั้งจุกทั้งเจ้บ ถ้าไม่อยากปล่อยกอดลิลลี่ก็ปล่อยมือคริสเถอะ เมื่อไหรเค้าจะรู้ใจตัวเองกัน
    #436
    0
  6. #435 Ttlobc (@Ttlobc) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 20:46
    ฮรือออ!! นี่คริสจะได้คู่กับบีมั้ยย หรือจะ #บีลี่
    #435
    0
  7. #434 Ttlobc (@Ttlobc) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 20:44
    อ่านตอนนี้ละเศร้า จุก อึดอัด อธิบายไม่ถูกเลยอ่ะคือแม่งง เจ็บ
    #434
    0
  8. #433 noey_areerat (@noey_areerat) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 19:27
    อยากจะเมา
    #433
    0
  9. #432 cakeptmhy (@CAKEPTM) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 17:56
    ขอโลเคชั่นบาร์นี้ด้วยค่ะ จะไปดื่มเป็นเพื่อนคริส
    #432
    0
  10. #431 นักอ่าน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 15:51
    ชนแก้ว
    #431
    0
  11. #430 Third Party (@FicFanclubz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 15:28
    นี่มันเรื่องห่าเหวอะไรกันเนี่ย โว้ยยยยย ...ใครพาชั้นมา จากนี้ชั้นจะสูบบุหรี่มวนสุดท้ายด้วยความรู้สึกยังไง
    #430
    0
  12. #429 0895615420 (@0895615420) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 15:22
    สงสารพี่คริสสุดๆๆๆ บีคนโลเล #ทีมดาวเหนือ
    #429
    0
  13. #428 imagine_ii (@imzii) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 12:21
    เอาจริงๆพี่บีก็ยังสับสนอยู่ดี ถ้าพี่บีมั่นใจจริงๆ จะไม่มีคำถามถึงพี่คริสหรอก โอ๊ยยยย บีบหัวใจจจจจจ #ทีมดาวเหนือ
    #428
    0
  14. #427 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 03:45
    บีแมร่งงงง พี่ควรควาได้กับบาร์เทนเดอร์จริงๆ จะได้จบๆไป
    #427
    0
  15. #426 Fai-Emm (@faifem_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 03:00
    โอ้ย สงสารพี่คริส
    #426
    0
  16. #425 uts_som (@uts_som) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 02:57
    อยากจิกระโดดชกพี่บีเหลือเกิน สงสารลิลลี่ด้วย คนแข็งกร้านคนนั้นไปไหน เอาคนนั้นกลับมาเถอะพี่คริส แงงงง คนอ่านก็สับสนไม่รู้จะรู้สึกอะไรแน่เลย รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ
    #425
    0
  17. #424 q_101yp (@q_101yp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 00:59
    ทำไมถึงทำกับคริสไดดดด้~ ออกมาเถอะ อยู่ตรงนั้นเธอคงต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ /ชงให้ได้กับบาร์เท็นเดอร์ไปเรยค่ะ รำคาญบี
    #424
    0
  18. #423 kaimuk544 (@kaimuk0911073204) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 00:33
    เกลียดพี่บีแปป #ทีมคริส
    #423
    0
  19. #422 Jaranya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:33
    ฮือออ ไม่เข้าใจอ่ะ นี่เครียดแล้วน่ะ
    #422
    0
  20. #421 2mate (@jaaoraraiake) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:22
    ลิลลี่โคตรดีเลย เปิดใจบีรักคริสไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ถ้าบีมารู้ใจทีหลัง แล้วเกิดเลือกคริสขึ้นมาล่ะ ใจลี่จะพังขนาดไหนอ่ะ
    บีคริสมันก็ดีอ่ะ แต่สงสารลี่นะ
    #421
    0
  21. #420 roselle juice (@Staring_21) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:09
    ใจพี่คริสต้องแหลกแค่ไหนคะไรท์ ฮรืออออ แค่เห็นเค้าอยู่ด้วยกันก็จะแย่อยู่แล้ว นี่เห็นว่าเค้าวิ่งเค้าไปกอดดดด สงสารพี่คริสจับใจ น่าจะช้ำไปหมดทั้งตัว
    แต่ทำไมเรายังรู้สึกว่าพี่บีโกหกตัวเองและทุกคนอยู่อ่า หรือเพราะใจเราหวังว่าอยากให้พี่บีคู่กับพี่คริสกันแน่นะ

    ยังไงก็รอติดตามนะคะ หน่วงมากๆ เลย เรื่องนี้ งือออออ
    #420
    0
  22. #417 003812 (@003812) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:47
    โอ๊ย!!พูดอะไรไม่ออกไม่รู้จะพูดอะไรแค่อยากจะพูดว่า...บีโว้ยบี
    #417
    0
  23. #416 baitong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:39
    รอน๊าาาาาา #ทีมคริส
    #416
    0
  24. #415 เศษหิน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:39
    เกิดอะไรขึ้นหลังจากคริสอ้วก แล้วก็หลับไป บาเทนเดร์อ พาไปนอนที่ห้องพักแค่นั้นจริงๆใช่มั้ย มีอะไรมากกว่านั้นมั้ย

    ไรท์อ่ะ

    อย่าใจร้ายกับคริสมากกว่านี้ได้มั้ย ฉัน ใจจะขาด

    แค่ตัวของคริสเป็นของใครต่อใครก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว

    ถ้าเลือกได้ ไม่อยากให้มีเรื่องไหนที่ตัวคริสต้องผ่านผู้ชายคนไหนเลย จริงนะ เรารักคริสอ่ แม้แต่โลกของตัวหนังสือก็รักเ
    #415
    1
    • #415-1 nongp_ss (@naninas) (จากตอนที่ 13)
      30 ตุลาคม 2560 / 00:38
      ไม่มีเหตุการณ์อะไรค่ะ คริสอ้วกหลังจากตื่นมาตอนเช้าคนเดียว สบายใจได้ค่า เป็นคาแรคเตอร์ตัวละคร พยายามบรรยายให้เบาและเราไม่เน้นฉากล่อแหลมอยู่แล้ว ไม่ถนัด 55555
      #415-1
  25. #414 homesixth (@homesixth) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:38
    ตอนก่อนอ่านละร้องโอ้ยนย ตอนนี้คือ wtf
    รู้ว่าเลือกแล้ว แต่มันตอกย้ำกันเกินไป
    #414
    0
  26. #406 chaaim14 (@chaaim14) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 21:36
    เกลียดพี่บีอ่ะ ไรท์ๆๆๆอยากให้เอาไปสร้างหนัง????????????
    #406
    1
    • #406-1 nongp_ss (@naninas) (จากตอนที่ 13)
      30 ตุลาคม 2560 / 00:36
      ถ้างั้นช่วยติดต่อค่ายให้ด้วยค่ะ 5555
      #406-1