Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 10 : Episode 10 : Just like you said it would be

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    19 ต.ค. 60




Ep 10 : Just like you said it would be




 

 

                I can’t take my eyes of you          I can’t take my eyes of you

                I can’t take my eyes of you          I can’t take my mind of you


                เสียงเพลงจากลำโพงภายในห้องดังลอดออกมายังระเบียง เสียงกีต้าร์และเชลโล่ที่ฟังดูโศกเศร้าจากเพลง The blower’s daughter ของ Damien Rice ดังคลอไปกับเสียงลมพัดกระทบผ้าม่านสีขาวและเสียงการจราจรคลาคลั่งในช่วงแปดโมงเช้า

                บีออกมาสูดอากาศที่ระเบียง เช้านี้ไม่มีเมฆฝนและท้องฟ้าก็ดูปลอดโปร่งมากกว่าทุกวัน น่าจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฤดูฝนกำลังจะผ่านพ้นไป ซึ่งแตกต่างกับพยากรณ์อากาศที่บีฟังมาเมื่อคืนว่ากรุงเทพฯ จะมีฝนตกในตอนเช้าเพราะหย่อมความกดอากาศต่ำ สภาพอากาศมันไม่เคยเป็นไปตามนั้นเลยสักครั้งแต่ทำไมคนเรายังเชื่อพยากรณ์อากาศกันนัก? ทำไมคนเราต้องยอมพกร่มคันใหญ่ติดตัวไปให้พะรุงพะรังเล่นๆ เพื่อพบว่าฝนไม่ตก?หรือบางทีคนเราควรจะเลิกฟังพยากรณ์อากาศแล้วเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง

                บีมองก้นกรองบุหรี่สีขาวที่ยังอยู่ที่เดิม สภาพของมันเก่าลงเล็กน้อยเพราะต้องเจอกับแสงแดดและเม็ดฝนมาร่วมหลายวัน แต่มันยังคงอยู่ตรงนั้นและไม่มีทีท่าว่าจะหายไปจากขอบระเบียงห้องของบี และตั้งแต่เรื่องราวบนดาดฟ้าคืนนั้นบีหวังว่าเจ้าของของมันจะยังไม่หายไปจากโลกของบีเช่นกัน

               

                คริสยืนอยู่หน้าบาร์ในตอนเย็น หล่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามที่ไม่มีเมฆฝนสักก้อน ก่อนจะก้มมองร่มกันฝนคันใหญ่ที่พกมาด้วยพอพยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตก ก็เสือกไม่มีฝนสักเม็ดคริสตัดสินใจโยนร่มทิ้งไว้ในพุ่มไม้ข้างๆ บาร์อย่างไม่สบอารมณ์ การตัดสินใจพกร่มคันใหญ่มาด้วยเพื่อพบว่าฝนไม่ตก คือสิ่งที่คริสเกลียดที่สุดคงเหมือนกับการลองเปิดใจให้ใครสักคน แต่เขาไม่เลือกนั่นแหละ!

                “พกร่มมารึเปล่า เห็นว่าคืนนี้ฝนจะตกนะ” คริสได้ยินเสียงใสๆ ของลิลลี่เอ่ยถามพนักงานในร้านอย่างเป็นกันเอง

                “ไม่ได้พกมาค่ะ” พนักงานสาวตอบกลับไปแบบยิ้มๆ

                “พุ่มไม้ข้างๆ บาร์มีร่มอยู่คันนึง ไปหยิบเอาละกัน” คริสเอ่ยลอยๆ ให้พนักงานสาวได้ยินและเดินผ่านไป เธอไม่แน่ใจว่าคริสพูดด้วยรึเปล่าเพราะคริสไม่เคยพูดกับใครในที่นี้นอกจากลิลลี่ และหากเมื่อครู่คริสเอ่ยปากพูดกับเธอจริง คาดว่าคืนนี้พายุทอร์นาโดน่าจะเข้าประเทศไทย

                คริสถอดเสื้อคลุมสีน้ำตาลพาดไว้และทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าบาร์ แก้วเหล้าถูกส่งให้โดยบาเทนเนอร์อย่างเช่นทุกวัน คริสมองเหล้าในแก้วอย่างไม่สบอารมณ์อีกครั้ง คริสไม่รู้ว่าน้ำใสๆ สีน้ำตาลเข้มในแก้วถูกเทมาจากขวดยี่ห้อใด รสชาติมันจะละมุนนุ่มลิ้นสักแค่ไหนหรือคริสผิดเองที่ไม่ยอมเอ่ยปากบอกบาเทนเนอร์ตั้งแต่แรกว่าอยากดื่มอะไร หรือบางทีคริสผิดเองที่ไม่ยอมเอ่ยปากบอกบีตั้งแต่แรกว่าคริสรู้สึกอย่างไร มันคงคล้ายๆ กันแล้วจะมานั่งคิดเปรียบเทียบทำบ้าอะไรอยู่ล่ะวะ? แค่พกร่มแล้วฝนไม่ตกก็น่าหงุดหงิดพอแล้ว คริสตัดสินใจดันแก้วเหล้าส่งคืนบาร์เทนเนอร์

                “เลิกส่งเหล้าไม่ซ้ำยี่ห้อให้ฉันสักทีเถอะ” จู่ๆ บาเทนเนอร์หนุ่มก็มือไม้อ่อนทำแก้วเหล้าหล่นแตก เขามองคริสแบบอึ้งๆ ผสมตกใจเมื่อได้ยินคริสเอ่ยปากคุยกับเขา เมื่อได้สติเขารีบก้มลงเก็บเศษแก้วใส่ถังขยะอย่างรวดเร็ว “แต่ถ้ายังจะส่งให้ นายควรจะรู้ไว้ว่าฉันชอบ Absolute rasberri

                “ครับๆ” บาเทนเนอร์หนุ่มก็ไม่เข้าใจตัวเองสักเท่าไหร่ว่าจะพูดสุภาพกับนักเต้นดาวเด่นประจำบาร์ทำไม เขาหันกลับไปหยิบ Absolute rasberri มารินใส่แก้วส่งให้คริสตามที่บอก และเขายังคงอึ้งไม่หายกับการเอ่ยปากสั่งเหล้าครั้งแรกของคริส

                “เมนส์มาเหรอ?” ลิลลี่ถาม พลางเดินมานั่งลงข้างๆ

                “เปล่า แค่หงุดหงิด” คริสเสยผม ก่อนจะกระดกเหล้าจนหมดแก้วราวกับร่างกายกระหายน้ำ(เมา)

                ลิลลี่เท้าคาง จ้องมองทุกอิริยาบถของคริส “ลี่ว่าวันนี้ฝนน่าจะตกนะ ไปเก็บร่มกลับมาเถอะ”

                “มันไม่ตกหรอก บอกจะตกตั้งแต่เช้า ไม่เห็นมีฝนสักเม็ด” คริสเอ่ยอย่างมั่นใจ “ความรู้สึกที่ว่าไม่แน่นอนแม่งยังน่าเชื่อถือกว่าพยากรณ์อากาศนั่นอีก”
                ลิลลี่มองคริสนั่งดื่มเหล้าอยู่เงียบๆ โดยมีเสียงเพลงแจ๊สจังหวะเนิบช้าเปิดคลอไปด้วย คริสดูแปลกไปตั้งแต่คืนนั้น คืนที่คริสขอให้ลิลลี่เปิดเพลงโปรดของบี ขอให้หยุดเปิดเพลง Affection ของ Cigarestte after sex และขอให้ลิลลี่เป็นความสัมพันธ์ที่ดีสำหรับบีแทนคริส ลิลลี่ไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนั้นเลยสักนิด และที่สำคัญคือไม่มีใครเอ่ยอะไรต่อ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องราวความสัมพันธ์อันน่าสับสนอีก ทั้งคริสและบี

                “เขาได้บอกเหตุผลไหม ว่าทำไม?” ลิลลี่เอ่ยถามทำลายความเงียบ ขณะที่คริสกำลังจะยกเหล้าขึ้นดื่มแต่กลับหยุดชะงักและวางมันลงไว้กับโต๊ะตามเดิม คริสทอดสายตาเหม่อลอยก่อนจะตอบ

                “เขาบอกว่า ระหว่างพี่กับเขาคงไปต่อเป็นความสัมพันธ์ไม่ได้” คริสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางคิดถึงเรื่องบนดาดฟ้าคืนก่อน น้ำเสียงและแววตาแสนเศร้าคู่นั้นของบียังคงชัดเจนอยู่ในความรู้สึกของคริส

                “แล้วพี่คริสทำยังไงต่อ?”

                “พยายามรั้งเขาไว้ทุกวิถีทาง พูดอะไรก็ได้ให้เขาเปลี่ยนใจมาเลือกพี่” คริสหัวเราะเยาะตัวเองหลังจากเอ่ยจบ เพราะมันไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด “ถ้าเป็นคนอื่นคงทำแบบนั้นแหละ แต่ในความเป็นจริงพี่ทำได้แค่บอกเขาว่า ไม่เป็นไร ดีแล้ว มันควรเป็นแบบนี้แหละ เธอตัดสินใจจากความรู้สึกของเธอหนิ แล้วเราทุกคนก็หลุดพ้นจากความสับสนนั่นได้”

                “คงเจ็บมากเลยใช่ไหม?” หากเป็นคนอื่นถาม คริสคงคิดว่าเป็นการเย้ยหยัน แต่กับลิลลี่นั้นไม่ใช่แววตาที่เด็กสาวจ้องมองมาทำให้คริสรู้สึกถึงความห่วงใยและความเข้าใจจนแทบไม่ต้องเอ่ยอธิบาย ลิลลี่เข้าใจทุกอย่างเสมอ เข้าใจทั้งคริสและบี เข้าใจแม้เรื่องราวมันจะน่าสับสนแค่ไหนก็ตาม

                “ไม่ต้องห่วงหรอกจากนั้นพี่ก็ลงมาขอเพลงโปรดของเขา กินเหล้าจนเมาเละแล้วกลับไปนอนความเจ็บที่เกิดจากสิ่งที่เป็นความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิต ไม่ถือว่าเป็นความเศร้าเสียใจหรอก” คริสยิ้มให้เหล้าในแก้วก่อนจะดื่มมันจนหมด หวังว่าแอลกอฮอล์จะเยียวยาความเจ็บช้ำในใจได้เหมือนเรื่องที่เคยผ่านมา “แต่อย่างน้อย เขาก็ขอให้พี่ไม่วิ่งหนีไปจากโลกของเขานะเว้ย พี่ก็รับปากไปแล้วว่าจะไม่หนี”

                บีไม่อยากให้ใครหายไปจากโลกของบีนี่คือสิ่งที่ลิลลี่และคริสต่างรู้ มันไม่ได้เกิดจากความเห็นแก่ตัว ความสับสนหรือความต้องการเก็บใครไว้ทั้งสองคน แต่มันเกิดจากสิ่งที่ทั้งลิลลี่และคริสมี อะไรบางอย่างในตัวของทั้งสองที่สำคัญกับบีทั้งคู่ จริงอยู่ที่ไฟสีส้มในหอศิลป์กับไฟหลากสีในบาร์ทำให้อินทิเรียคนนั้นหลงอยู่ในวังวนแห่งความสับสนและโลเลที่จะเลือก แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ได้เลือกแล้วกล้าเลือกโดยไม่ต้องสนใจฟีดแบคจากคนอื่น ไม่ต้องใช้ทฤษฎีอะไรมาอ้างอิง ลิลลี่ไม่รู้หรอกว่าทำไมบีถึงตัดสินใจไม่สร้างความสัมพันธ์กับคริส แต่สิ่งที่ลิลลี่รู้ คือบีกล้าที่จะตัดสินใจด้วยความรู้สึกของตัวเอง

                “จะทำได้ใช่ไหม?”

                คริสนิ่งไปและถอนหายใจออกมา “ไม่แน่ใจว่ะขนาดความสัมพันธ์ที่ดีของเขายังไม่มั่นใจเลยว่าจะเป็นได้”

                 “คนเราก็แปลก นึกจะรับปากอะไรก็พูดออกมา ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำได้จริงๆ รึเปล่า แล้วพอทำไม่ได้ขึ้นมาก็ชอบหาคำตอบว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น”

                ลิลลี่ถอนหายใจออกมาเช่นกันราวกับถูกคนอายุน้อยกว่าสั่งสอน แต่คริสกลับเห็นด้วยกับที่ลิลลี่พูดทุกอย่าง คงเหมือนตอนนั้นที่คริสขอร้องให้บีไม่รู้สึกอะไรกับหล่อน แต่ท้ายที่สุดก็ทำไม่ได้ทั้งคริสและบี สุดท้ายก็ต้องมานั่งสับสนหาคำตอบว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งๆ ที่ผิดตั้งแต่ขอร้องให้เขารับปากตั้งแต่แรกโดยไม่คำนึงเลยว่าจะทำได้--ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจว่าความรู้สึกไม่แน่นอนยิ่งกว่าสภาพอากาศ แถมยังคอนโทรลไม่ได้อีกต่างหาก

                “นั่นดิ” คริสเถียงไม่ออก “แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้จะหาคำตอบไปทำไมในเมื่อมันจบแล้ว ยอมรับและเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นก็พอ”

                “แต่ลี่ดีใจนะ ที่พี่คริสไม่หนี”

                เพราะรู้ว่าโลกเหงาๆ ของบีไม่ได้มีเพียงลิลลี่ที่เป็นความสุข แต่คริสก็เป็นหนึ่งในนั้น คือหนึ่งในสิ่งที่บีไม่อยากให้หายไป ลิลลี่เข้าใจดีและไม่เคยลำบากใจกับเรื่องนี้คริสหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้ลิลลี่ เด็กสาวดีใจที่คนตรงหน้ากล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครสักคนได้ ทั้งๆ ที่รักตัวเองและวิ่งหนีความรู้สึกและความสัมพันธ์มาโดยตลอด

                “เขาฝากขอบคุณนะ ที่พี่คริสขอเพลงโปรดให้เขา”

                มือของคริสเริ่มสั่นเมื่อได้ฟัง ความรู้สึกบนดาดฟ้าคืนนั้นย้อนกลับเข้ามาในใจของคริสอีกครั้ง ไม่ว่าจะแอลกอฮอล์หรือนิโคตินก็เยียวยาความรู้สึกนี้ไม่ได้คริสยกมือขึ้นปิดหน้า ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาราวกับอดกลั้นไว้นาน ร่างกายสั่นไหวไปพร้อมกับเสียงสะอื้น เสียงไวโอลินและเชลโล่ดังคลอไปกับหยดน้ำตา คริสไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร เพราะมันจะเศร้าก็ไม่ใช่ จะสุขก็ไม่เชิงลิลลี่มองคริสอย่างกังวล เด็กสาวลุกขึ้นและจะเข้าไปปลอบใจคริสด้วยการกอด แต่กลับถูกชูมือห้ามไว้

                “ทุกอย่างจะโอเค” คริสเอ่ย พลางรีบเช็ดน้ำตาและเอื้อมมือมาแตะบ่าลิลลี่ที่จ้องมองมาด้วยความเป็นห่วง คริสมองลิลลี่มองเด็กสาวที่มีจิตใจงดงามและกล้าหาญมากกว่าคริส มองสิ่งที่บีตัดสินใจเลือกแล้ว มองด้วยความรู้สึกสุขใจที่บีเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวบี “ขอบคุณสำหรับโอกาส และยินดีด้วยกับความสัมพันธ์ที่ดี”

                ลิลลี่ก้มหน้าลง และยิ้มบางๆ “แต่เขาก็ยังไม่ได้บอกลี่หรอกนะ ว่าเขาเลือกลี่จริงๆ”

                คริสพยักหน้ารับรู้ และส่งยิ้มอย่างเข้าใจ “เดี๋ยวเขาก็คงบอกเองแหละคนไม่รู้ห่าเหวอะไรคนนั้น คงกำลังเตรียมตัวที่จะบอกอยู่ล่ะมั้ง” คริสตัดบทด้วยการหันไปสั่งเหล้ากับบาเทนเนอร์เป็นครั้งที่สอง และหยุดบทสนทนาทุกอย่างไว้เท่านี้

                “ฝนตกแล้วน่ะ เห็นไหม?” ลิลลี่มองออกไปด้านนอกบาร์ เม็ดฝนเริ่มตกกระทบพื้นและค่อยๆ ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ คริสหันมองตามที่ลิลลี่บอกฝนตกจริงๆ ด้วย “ออกไปเอาร่มเถอะพี่คริส”

                ลิลลี่เอ่ยแบบยิ้มๆ ก่อนจะลุกไปทำหน้าที่ในร้านต่อ เมื่อกี้ท้องฟ้ายังปลอดโปร่งอยู่แท้ๆ ฝนตกได้ยังไงกัน?แต่เราจะตั้งคำถามให้กับสิ่งที่ไม่มีคำตอบไปทำไม? คริสตัดสินใจรีบเดินออกจากบาร์และตรงไปที่พุ่มไม้ มองหาร่มคันใหญ่ที่เพิ่งโยนทิ้งไปและหยิบมันขึ้นมากาง พลางรู้สึกโชคดีที่พนักงานคนนั้นยังไม่มาหยิบไป บางทีฝนก็มาไม่รู้เวลา เหมือนความรู้สึกที่มาไม่ตรงจังหวะสินะ

                คริสเดินกลับเข้ามาในบาร์และหยุดอยู่ตรงหน้าบันไดทางขึ้นชั้นดาดฟ้า คริสมองพลางคิดว่าจะไม่มีวันขึ้นไปเหยียบมันอีก

               

                บีมาที่บาร์แห่งความสับสนในเวลาบ่ายสองโมงเพื่อบรีฟงานเรื่องการรีโนเวทชั้นดาดฟ้าให้เป็นบาร์รูฟท็อปตามที่ทางเจ้าของร้านได้เสนอและปรับปรุงจนได้แบบที่สมบูรณ์ บีมองไปยังเก้าอี้ที่เคยนั่งและโต๊ะประจำเฉพาะกิจที่กำลังถูกยกออกไปโดยทางทีมช่างเพื่อจะปูพื้นใหม่หลังจากคืนนั้นที่จบลงด้วยการลงมาฟังเพลงโปรดของบี คืนที่บีตัดสินใจขจัดความสับสนด้วยการบอกคริสว่าจะไม่ไปต่อเป็นความสัมพันธ์ บีก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีก                

                “ขอบคุณมากๆ นะครับ” เสียงเจ้าของบาร์ทำให้บีหลุดจากภวังค์ “ถ้าไม่ได้ทีมอินทิเรียของคุณ งานคงไม่สมบูรณ์แบบแน่ๆ”

                “ด้วยความยินดีค่ะ”

                “นี่ถ้าลูกสาวผมเห็นแบบรีโนเวทที่สมบูรณ์แล้วล่ะก็ ต้องตื่นเต้นมากแน่ๆ”

                จริงสินะบีคิดถึงลิลลี่ขึ้นมา บีก็ยังไม่ได้บอกเรื่องต่างๆ ให้ลิลลี่รู้ตั้งแต่เรื่องบนดาดฟ้าคืนนั้น นอกจากฝากขอบคุณคริสที่หล่อนขอเพลงโปรดให้ รวมทั้งเรื่องการตัดสินใจไม่สร้างความสัมพันธ์กับคริสและอีกหลายๆ เรื่องที่บีจำเป็นต้องบอกลิลลี่สักทีบีตัดสินใจขับรถมาจอดที่หน้าโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตามที่ได้ถามจากผู้เป็นพ่อ ลิลลี่จะออกมาจากโรงเรียนทุกๆ สี่โมงครึ่งเพื่อรอรถเมล์ตรงนี้ ใกล้ๆ กับตำแหน่งที่บีจอดรถ บียกมือขึ้นดูนาฬิกาสลับกับมองหาเด็กสาวรอยยิ้มสดใส ไม่นานนักก็เจอคนที่รอคอย

                บีลดกระจกลงมองเด็กสาวรอยยิ้มสดใสโบกมือลาเพื่อนพร้อมกับอมยิ้มในมือ บีจ้องมองลิลลี่อยู่แบบนั้น จนในที่สุดหล่อนก็รู้ตัวว่าถูกมอง ลิลลี่จำรถของบีได้และดูจะแปลกใจที่ได้เจอบีที่นี่

                “มาทำอะไรแถวนี้คะคุณอินทิเรีย?” ลิลลี่ยื่นใบหน้าถามบีที่นั่งอยู่ในรถ

                “มารับคุณว่าที่อินทิเรียค่ะ” บียิ้ม “กลับด้วยกันไหม?”

                ลิลลี่ตอบตกลง พร้อมกับรอยยิ้มสดใสทั้งสองมาถึงหอศิลป์ในเวลาห้าโมงครึ่ง เดินดูงานศิลปะด้วยกันในนิทรรศการชั้นห้า พร้อมกับอมยิ้มรสสตรอเบอรี่ที่ลิลลี่ให้บีเป็นรางวัลเนื่องจากขับรถไปรับหล่อนที่โรงเรียนโดยไม่คาดคิด

                “อยากดูแบบรีโนเวทดาดฟ้าที่เสร็จแล้วไหม?” บีเอ่ยถาม

                “จริงเหรอ? ไหนๆๆ” เสียงใสเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น ก่อนที่บีจะเปิดแบบในโทรศัพท์ให้ดู หล่อนยิ้มอย่างพอใจและต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน “สวยจัง”

                “แบบหรือพี่?” บีแกล้งถามและดูเหมือนลิลลี่จะกำลังเขิน หล่อนละสายตาจากดวงตาคู่นั้นของบีและกำลังอมยิ้ม บีอดยิ้มตามกับท่าทางน่ารักของลิลลี่ไม่ได้ “ดีใจที่ชอบนะ”

                “ถามอะไรหน่อยได้ไหม?” ลิลลี่หันมาถาม พลางหยุดเดินตรงงานประติมากรรมชิ้นหนึ่ง บีพยักหน้าและเอาเจ้าอมยิ้มรสสตรอเบอรี่ออกจากปากมาถือไว้แทน “ทำไมกับพี่คริส ถึงไปต่อเป็นความสัมพันธ์ไม่ได้ล่ะ?”

                บีนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “บางทีถ้าปล่อยให้อะไรๆ ไม่ชัดเจนไปเรื่อยๆ อาจทำให้เราพลาดสิ่งดีๆ ในชีวิตไป วิธีแก้ปัญหาก็คือการตัดสินใจอ่ะ และการตัดสินใจที่ถูกต้องก็คือพอเวลาผ่านไปเราจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจนั้น ถ้าพี่มัวแต่เป็นอินทิเรียที่โลเลกับงานของตัวเอง ก็คงไม่มีใครกล้าไว้ใจให้พี่ทำงานให้ และถ้าพี่ยังมัวโลเลกับความรู้สึกที่มีระหว่างคนสองคน สักวันพี่ก็อาจไม่เหลือใครและคงไม่มีใครวางใจให้พี่รักพี่ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น”      

                “ที่พี่บีไม่ไปต่อกับพี่คริส เพราะไม่อยากให้พี่คริสต้องเจ็บปวดกับสิ่งที่เรียกว่าความสัมพันธ์ใช่ไหม?” ลิลลี่ถามคำถามที่แทงใจบีเต็มๆ ราวกับอ่านทุกอย่างออกมาตั้งแต่ต้น และลิลลี่แน่ใจว่านี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่บีตัดสินใจไม่เลือกคริสและยังขอร้องให้คริสไม่วิ่งหนีไปจากโลกของบี “ไม่ใช่แค่พี่คริสหรอกที่ไม่มั่นใจแต่พี่บีก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีสำหรับพี่คริสได้ ถูกไหม?แล้วจะให้คนที่ถูกพี่บีเลือกวางใจได้ยังไง ว่าความสัมพันธ์ที่ดีที่พี่บีกำลังจะมีให้ จะไม่ทำร้ายเขาเหมือนกัน?”

                “จริงอยู่ที่พี่เลือกรู้สึกไม่ได้ แต่พี่เลือกสร้างความสัมพันธ์กับคนใดคนนึงที่รู้สึกด้วยได้พี่แค่รู้สึกว่า พี่อยากจับมือเดินเล่นในหอศิลป์กับเขา มองไฟสีส้มสบายตา แล้วคุยกันด้วยความเข้าใจเหมือนกับเรามาจากดาวดวงเดียวกัน คนที่พี่คาดเดาได้และอ่านออกได้ง่ายๆ ว่าเขารู้สึกอะไรอยู่ คนที่ไม่ใช่แค่ความหลงใหลชั่ววูบของพี่ คนที่พี่มั่นใจว่าเขาจะไม่วิ่งหนีพี่ไปและมีรอยยิ้มสดใสให้พี่เสมอพี่ไม่มั่นใจหรอกนะ ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีสำหรับเขาได้ไหม แต่พี่มั่นใจว่าเขาเชื่อ ว่าทั้งพี่และเขาจะความสัมพันธ์ที่ดีของกันและกันได้แน่ๆ”

                ลิลลี่มองแววตาของบีที่ดูมั่นใจและจริงใจไร้ซึ่งความสับสน ลิลลี่เองก็มั่นใจในความรู้สึกของตัวเองมาเสมอ มั่นใจว่ากำลังเริ่มรู้สึกรักบีและมั่นใจว่าไม่สามารถหาคนอย่างบีเจอเป็นครั้งที่สอง รวมทั้งมั่นใจว่าบีจะเลือกสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคนด้วยความรู้สึกจริงๆคำถามที่เอ่ยถามออกไปกำลังช่วยให้ทั้งลิลลี่และบีตัดสินใจได้อีกครั้งว่า ต่างฝ่ายต่างจะไม่โกหกตัวเอง ในความสัมพันธ์ที่มีมากกว่าหนึ่งคนไม่มีใครที่เจ็บมากหรือน้อยกว่ากันหรอก แต่สิ่งที่ต้องทำคือการชัดเจนกับความรู้สึกว่าคุณอยากเริ่มต้นกับใคร คนที่คุณมั่นใจว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีทั้งสำหรับคุณและเขา ก็เท่านั้น

                “แต่ขออะไรอย่างนึงได้ไหม?” ลิลลี่เอ่ย พลางจับมือบีเอาไว้ บีมองลิลลี่ด้วยความแปลกใจเพราะปกติลิลลี่ไม่เคยขอร้องให้บีรับปากอะไรเลย นอกจากขอให้บีเลือกใครสักคนด้วยความรู้สึกของบีเอง “เป็นความสุขของคริสต่อไปนะ อย่าหายไปจากโลกของพี่คริสไม่ว่าจะยังไงก็ตาม”

                “ทำไมขอแบบนี้ล่ะ?”

                “เพราะลี่รู้ ว่าความสุขไม่กี่อย่างในชีวิตของพี่คริส มันสำคัญมากแค่ไหน” ลิลลี่เอ่ยด้วยแววตาจริงจัง “รับปากลี่นะ?”

                “ได้” บีส่งยิ้มและกุมมือหล่อนไว้ “เพราะพี่ก็ไม่อยากให้คริสหายไปจากโลกของพี่เหมือนกัน”

                “ถ้างั้น...จับมือเดินเล่นในหอศิลป์กันต่อเถอะ” ลิลลี่เอ่ยพร้อมรอยยิ้มสดใส สองมือกุมกันเอาไว้โดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยทั้งบีและลิลลี่กำลังเดินจับมือเดินเล่นในหอศิลป์พร้อมความสัมพันธ์ที่กำลังเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย ความสัมพันธ์ที่บีเลือกแล้วว่ามันจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดี

 

                คริสนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่หน้าบาร์หลังจบการแสดง การได้เต้นรำและสนุกสนานไปกับจังหวะเพลงและแสงไฟช่วยให้คริสบรรเทาความรู้สึกหม่นหมองในใจได้บ้าง แต่เมื่อการแสดงจบลงการทำในสิ่งที่เรียกว่า กัดกินตัวเอง ก็กลับมาอีกครั้ง แม้สายตาหลายคู่จะจ้องมองมา แม้จะถูกโห่ร้องชื่นชมอย่างพอใจก็ตาม

                “ขอชนแก้วได้ไหมครับ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งมายืนข้างๆ คริสยื่นแก้วไปชนแบบไม่คิดอะไรและแทบไม่ได้มองหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนเขาจะสนใจในตัวคริสมาก “คุณเต้นเก่งมากเลยครับ แล้วก็สวยมากด้วย”

                “ขอบคุณ”

                “ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรเหรอครับ?” ไร้เสียงตอบจากคริส เขาตัดบทด้วยการจะแนะนำตัวเองแทน “อ่า ผมชื่อ...”

                “ไม่ต้องแนะนำตัวหรอก”

                “ถ้าอย่างนั้น จะว่าอะไรไหมถ้าผมอยากนั่งดื่มกับคุณ”

                “ก็นั่งสิ เก้าอี้ที่นี่ตั้งเยอะแยะ”

                เขานั่งลงข้างๆ คริส และจ้องมองหล่อนตาเป็นมัน “คุณดูเย็นชาจังเลย”

                “ใครๆ ก็บอกแบบนี้”

                “เพิ่งอกหักมาเหรอครับ?

                “เป็นหมอดูรึไง?”

                “แววตาคุณบอกแบบนั้น” เขารู้สึกได้ถึงแววตาเลื่อนลอย ราวกับไม่ใช่คนเดียวกันกับที่เต้นบนฟลอว์เมื่อครู่ “มีอะไรให้ผมช่วยบอกได้นะครับ”

                 “ถ้าไม่นับเรื่องอยากนอนกับฉัน คุณจะกล้าเข้ามาในโลกของฉันและจะกล้ารักคนอย่างฉันป่ะ?” คริสหันไปถามด้วยสีหน้าราบเรียบ เขาอึ้งไปสักพักและไม่มีคำตอบใดออกจากปากแหงล่ะ ใครมันจะกล้าตอบคำถามหยาบๆ ของคริสได้ ทุกคนเข้าหาคริสเพื่อต้องการทำในสิ่งที่เรียกว่าการหลับนอนกับคนที่ไม่ได้รักทั้งนั้น ยกเว้นแค่คนเดียวคือคนที่ไม่รู้ห่าเหวอะไรคนนั้น “ไม่ต้องตอบหรอก แค่ถามเล่นๆ”

                ชายหนุ่มตัดสินใจเอ่ยทำลายความเงียบ “คุณชอบสูบ mevius และชอบดื่ม absolute rasberri เหรอ?”

                “ค่ะ มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน”

                “ถ้าให้เดา คงรวมถึงฟลอว์เต้นรำนั่นด้วย?”

                “ค่ะ รวมทั้งอินทิเรียคนนั้นที่ออกแบบมันด้วย”

                “คนรักเก่าของคุณ?”

                “ไม่ใช่หรอกค่ะ เขาแค่เป็นความสุขของฉัน”

                รู้ไหม ตั้งแต่เรานอนกับเธอเราก็ไม่เคยไปนอนกับใครอีกคริสนึกถึงบทสนทนานี้ในหัวตลอดเวลาที่ตัดสินใจกลับมากับชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้น ชายหนุ่มที่คริสพอใจจะนอนด้วย ชายหนุ่มที่เป็นเพียงตัวประกอบในละครฉากหนึ่งของคริส ไม่ใช่ความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตแบบบีคริสนึกถึงสัมผัสอันนุ่มนวลของบีตลอดเวลา คิดถึงรอยจูบของบีที่ลบรอยจูบของทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

                “เมื่อคืนคุณนอนร้องไห้นะครับ” เสียงงัวเงียเอ่ย เมื่อเห็นว่าคริสจะกลับออกไป

                “เหรอ?”

                “คุณละเมอเหรอ?”

                “เปล่าหรอก” คริสไม่ตอบ ในสิ่งที่เคยตอบมันมาตลอด คริสตัดสินใจตอบไปด้วยสิ่งที่บีเคยพูดเอาไว้ “คงมีเรื่องร้ายๆ ในใจแล้วเก็บมาคิดน่ะ”

                คริสเอ่ยแค่นั้น ก่อนจะเปิดประตูออกไป โดยไม่คิดจะลิ้มลองบุหรี่หลังเซ็กส์ในครั้งนี้

 

                คริสหยุดอยู่หน้าประตูห้องของบี ประตูสู่หลุมหลบภัยจากโลกบ้าๆ ที่คริสอยู่ คริสไม่ได้กลับมาที่นี่นานแค่ไหนกัน? นานพอจะทำให้คนในนั้นเลิกรอคอยการกลับมาของคริสแล้วรึเปล่า? เขาจะคิดว่าคริสวิ่งหนีออกไปจากโลกของเขารึยังนะ? คริสชั่งใจอยู่นานพอสมควรกว่าจะกล้าเคาะประตู  ถ้าคริสจะเคาะประตูตอนนี้ คนที่เปิดประตูให้จะเป็นเขาไหม? หรือจะเป็นคนทีเขาเลือกแล้วมาเปิดให้เหมือนคืนนั้น?

                คริสตัดสินใจเคาะประตู แล้วก็เป็นบีที่เปิดประตูออกมา ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันและไม่เอ่ยคำพูดใด มีเพียงแววตาที่ใช้สื่อสารความรู้สึก บีถอนหายใจออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า รอยยิ้มที่สวยงามและจริงใจที่สุดสำหรับคริส บีรับรู้ถึงความเหนื่อยล้าในแววตาคู่นั้น โลกบ้าๆ ของคริสคงทำให้หล่อนหมดแรงจะต่อสู้หรือจะเพราะอะไรก็ตามแต่บีดีใจที่คริสกลับมา

                “ที่เราเคยบอกว่า ตั้งแต่เรานอนกับเธอเราก็ไม่ได้ไปนอนกับใครอีก มันไม่จริงหรอกนะรู้ไหม?” บีฟังในสิ่งที่คริสพูดด้วยสีหน้าราบเรียบ คริสไม่กล้าสบตาบีเพราะกำลังละอายใจ “คืนก่อนเราเพิ่งไปนอนกับคนอื่นมา เรานอนกับเขาด้วยความรู้สึกเดิมคือการนอนกับคนที่ไม่ได้รัก แล้วยังไงรู้ไหมเรานอนร้องไห้อีกแล้ว แต่ว่าเราไม่ได้ละเมอหรอกนะ ตอนนั้นเราร้องไห้เพราะเราคิดถึงเธอ...”

                คริสพยายามอดกลั้นไม่ให้เสียงแหบพร่าสั่นเครือไปมากกว่านี้

                “เราไม่อยากนอนละเมอร้องไห้ให้ใครเห็นนอกจากเธออ่ะบี”  

                ลี่รู้ ว่าความสุขไม่กี่อย่างในชีวิตของพี่คริส มันสำคัญมากแค่ไหนบีนึกถึงสิ่งที่ลิลลี่พูดเอาไว้ การที่คนไม่สนโลกแบบคริสยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองว่ายากแล้ว แต่การได้พบเจอความสุขนั้นช่างยากกว่า ไม่ว่าคริสจะทำอะไร จะหลับนอนกับใครอีกสักกี่คน จะหยาบคาย กร้านโลกหรือเมาปลิ้นมาจากไหนก็ตาม บีจะเปิดประตูต้อนรับคริสเสมอ

                “หิวไหมคริส?” บีเอ่ยถามหลังจากฟังจบ ถามพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้คริสรู้สึกสบายใจราวกับได้กลับบ้านที่ไม่ได้กลับมานานแสนนาน “เข้ามากินข้าวกัน เรามีสปาเก็ตตี้อยู่ในตู้เย็นสองกล่อง เดี๋ยวเราอุ่นให้”

                บียื่นมือให้คริสจับ ก่อนจะดึงคริสเข้ามาในอ้อมกอด ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเหนื่อยล้าและบอบช้ำกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน คริสกอดบีและซบใบหน้าไปกับอ้อมอกของร่างสูงราวกับต้องการไออุ่น ถ้าหากระหว่างทั้งสองไปต่อเป็นความสัมพันธ์ไม่ได้ อย่างน้อย ขอเป็นความปรารถนาดีและความสุขไม่กี่อย่างในชีวิตต่อไปก็พอ มันอาจต้องเป็นแบบนี้ อย่างที่บีเคยบอกว่ามันควรจะเป็นไปเจ้าของก้นกรองบุหรี่ที่ขอบระเบียงกลับมาแล้ว กลับเข้ามาในโลกของบีอีกครั้ง หลังออกไปเผชิญกับโลกบ้าๆ ที่หล่อนเคยอยู่ และไม่ว่ายังไง คริสสามารถกลับมาที่นี่ได้เสมอ เท่าที่คริสอยากจะกลับมา

                หากคืนนี้คริสร้องไห้ คริสก็จะไม่กังวลอะไรอีกแล้วหากต้องนอนร้องไห้อยู่ข้างๆ บี เซฟโซนและความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตของคริสเสียงกีต้าร์และเสียงเชลโล่จากเพลง The blower’s daughther ดังขึ้นมาอีกครั้ง คลอไปกับความงดงามภายใต้ใบหน้าหมองเศร้าของคริสที่ทำให้บีละสายตาไปไม่ได้เลย

 

                I can’t take my eyes of you          I can’t take my eyes of you

                I can’t take my eyes of you          I can’t take my mind of you

 

               

                คริสกลับเข้ามาในโลกของบี แต่บีหวังว่าคริสคงจะไม่สามารถกลับมาเป็นความรักของบีได้อีก

 

 

                 




---------------------


เพลงประจำอีพีนี้คือ The Blower's Daughter ของ Damien Rice ค่ะ

หาฟังเพื่อเพิ่มอรรถรสกันได้เด้อ เพราะคริสไม่อยากให้เปิดเพลง Affection แล้ว...

 

 

               

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #714 Chompaul129 (@Chompaul129) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 19:04

    ทำไมไม่ใช่พี่คริสทำไมเป็นลิลลี่ ลิลลี่มาเกี่ยวไรกับบีคริสhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-04.png

    #714
    0
  2. #614 nutte_BCRIS (@nutte_BCRIS) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 23:54
    จุกอีกแล้ว หน่วงชะมัดด ไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงดี ถ้าเปลี่ยนจากลี่เป็นคริส แล้ววางให้คริสเป็นก็ได้ หลายคนก็คงจะลอกว่าดีแล้ว มีความสุขแน่นอน และอาจจะไม่สนใจ ตัวเลือกอีกคนเลย แต่นี่เพราะเป็นคริสไง ถึงหน่วง ถึงเศร้า เพราะคาดหวัง TT
    #614
    0
  3. #466 kaopodd2 (@kaopodd) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 18:44
    ทำไมลิลลี่ดีแบบนี่น้าาาา
    #466
    0
  4. #413 2mate (@jaaoraraiake) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:36
    ร้องไห้แล้วฮืออ ความสัมพันธ์ของทั้งบีกับลิลลี่ ทั้งบีกับคริสคือเป็นความสัมพันธ์ที่ดีทั้งคู่อ่ะ นี่ไม่ใช่บียังอยากเห็นแก่ตัวให้บีรักได้ทั้งคริสทั้งลี่เลย
    #413
    0
  5. #318 kwanrawinunt (@kwanrawinunt) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 20:45
    พึ่งมาตามอ่านน หน่วงมากจริงๆ ถ้าเราเป็นบีเราก็คงเลือกไม่ได้นะ ชีวิตเราจะมีแค่ความตื่นเต้นหรือความสบายใจอย่างใดอย่างหนึ่งมันก็ไม่ใช่อ่ะ มันต้องมีทั้งคู่ในโลกของเรา แต่ถ้าให้เลือกทีมจริงๆ เราเห็นต่างกับทุกคนนะ เพราะเราเชียร์ลิลลี่ เราชอบที่ลิลลี่ทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็ไม่กลัวที่จะยอมรับความรู้สึกของตัวเอง หลายๆคนอาจจะมองว่าบีกับลิลลี่เหมาะที่จะเป็นพี่น้องหรือเป็นเพื่อนกันมากกว่า แต่เรากลับชอบความสัมพันธ์แบบเพื่อนนะ การเป็นแฟนกันมันไม่ใช่แค่ความหลงใหลหรือความรักอ่ะ มันต้องมีความเข้าใจและความผูกพันด้วย เรามองว่าบีกับลิลลี่เข้ากันได้ดี มีโลกของทั้งคู่ที่สวยงามมากๆ ทั้งสองคนเป็นความสบายใจให้กันแบบไม่ต้องมีใครพยายามปรับหรือจูลตัวเองเข้าหาอีกฝ่าย ซึ่งความรักแบบนี้มันสวยงามมากสำหรับเรา :)
    #318
    0
  6. #317 ploychy402 (@ploychy402) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 12:14
    ฮือออ หน่วงแบบสุด แล้วเรื่องราวมันจะเปนยังไงต่อนะ
    #317
    0
  7. #316 nnattarika (@benattarika) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 23:35
    เป็นเรื่องที่ต้องวางเหตุผลทิ้งแล้วค่อยๆอ่าน ค่อยๆรู้สึกตามและทำความเข้าใจกับตัวละครทุกตัว ไม่ว่าเรื่องจะเดินไปทางไหนเรารับได้หมดนะ อยากรู้เหมือนกันว่าไรท์จะให้เรื่องเป็นยังไงต่อไป ขอบคุณสำหรับเรื่องราวห่าเหวพวกนี้ ที่แม่งงงงงงมีผลกับความรู้สึกเรามากเลย
    #316
    0
  8. #315 CaloriesBombam (@CaloriesBombam) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 21:49
    หน่วงแบบเบอร์สุดอ่ะ. สงสารพี่คริสง่าาาา มานี่มาคนดีเดี๋ยวเค้าจะดูแลเอง. พี่บีก็รู้ตัวแหละว่าลึกๆแล้วตัวเองรักพี่คริสไปแล้ว. ไรท์เก่งมากกก.
    #315
    0
  9. #314 HunHanJae (@HunHanJae) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 21:42
    แบบนี้ยังเรียกว่าความสุขในชีวิตได้อีกเหรอวะ แล้วคือยังไงจะต้องเจ็บไปเรื่อยๆเหรอ จะตัดควรตัดให้ขาดไหม จะได้เจ็บแต่จบ
    #314
    0
  10. #311 cakeptmhy (@CAKEPTM) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 18:38
    เห็นแท๊กมานานเพิ่งได้ตามอ่าน จุกแบบไม่มีน้ำตา เศร้าแบบร้องไห้ไม่ออก รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของบีกับลิลลี่ก็เป็นความสัมพันธ์ที่ดีและลงตัวมากๆแล้ว แต่ก็สงสารคริส คงรู้สึกโดดเดี่ยวมากกว่าเดิม เราเชียร์คริสไม่ได้ เพราะลิลลี่เขาก็เหมาะสมแล้วจริงๆ เป็นเราคงมูฟออนออกมามีชีวิตของตัวเอง....แต่เอาเข้าจริง ในเมื่อเราเจอความสุขของเราแล้ว ไม่มีใครอยากเดินออกมาหรอก แบบอะไรก็ได้ แต่ขออยู่ตรงนี้...ถึงเขาไม่รักแต่เขาก็หวังดีกับเราเสมอ มันก็ออกมายากอะ อินมากคิดว่าตัวเองชื่อคริสไปเลย ....
    #311
    0
  11. #310 uts_som (@uts_som) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 16:56
    #บีคริส ต่อไปๆ สงสารเพ่คริสสสส หนีไปเลย หนีออกไปจากโลดของพี่บีเลย ฮือๆ มาหาน้องน้องจะสร้างฟลอให้เต้นใหม่
    #310
    0
  12. #309 Ttlobc (@Ttlobc) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 15:37
    อ่านแล้วชอกช้ำ อร้ายย!! ทำไมมันสนุกปนความดราม่าง่ะ555 สงสารพี่คริสจังเยย ทำไมย่อหน้าสุดท้ายมันแทงใจ เหมือนจะไม่มีทางเป็น #บีคริส ได้เลยฮรืออ ยังไงก็จะรอนะคะไรท์ รอๆๆๆๆๆ รอให้เป็น #บีคริส อิอิ เชียร์บีคริสหนักมาก เจ็บแทนพี่คริสเลยตอนนี้อ่ะ555
    #309
    0
  13. #308 DoublePGF (@DoubleP96) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 15:14
    โอ้ยยยยยยย ไม่รู้จะพูดยังไงเลย แต่ชอกช้ำมาก ร้าวรานไปหมด ถึงจะยังไม่เข้าใจคริสเท่าไหร่ แต่ความเจ็บปวดในใจคริส เหมือนกำลังต้องการให้ใครมาฉุดรั้งขึ้นไปแค่ก็ทำให้นางกลัวจะเอาความเจ็บปวดไปมอบให้กับใครด้วย ตัวเองเลยต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดแบบนี้ต่อไป ฮืออ
    #308
    0
  14. #306 ices_riderz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 11:31
    เราเกลียดความสัมพันธ์ที่มีกันสามคนแต่ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งต้องเจ็บเพราะเขาไม่ได้เลือกเราและเขาก็ไม่อยากให้เราหายไป เราว่าทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเองแต่ถ้าเหตุผลนั้นมันทำให้เราต้องทนเห็นเขามีความสุขกับอีกคนเรายอมเจ็บไปเลยรวดเดียวดีกว่าต้องเจ็บไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ที่ดีต้องไม่มีน้ำตาของความเศร้า

    #อย่าด่าเรานะ เราอินกับชีวิตจริงเรา
    #306
    1
    • #306-1 nongp_ss (@naninas) (จากตอนที่ 10)
      20 ตุลาคม 2560 / 11:40
      เราเคยผ่านเรื่องแบบนี้มา แบบตัดสินใจไม่ได้ ไม่ยอมเลือก สุดท้ายก็ว่างเปล่าค่ะ 5555 เข้าใจความรู้สึกนะคะ ยังไงฝากติดตามตอนต่อไปเรื่อยๆ ขอบคุณมากค่ะที่แชร์ประสบการณ์
      #306-1
  15. #305 pun_pcmbys (@pun_pcmbys) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 08:20
    งื้อออ สงสารพี่คริสสส ToT
    #305
    0
  16. #304 Noon_Afternoon (@Noon_Afternoon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 07:12
    ขอคอมเม้นอย่างหยาบคายและเกรี้ยวกราดดด

    แม่งเอ๊ยยยยย สงสารคริสสสส แง้~

    มันเศร้า มันเสียใจ อ่านแล้วรู้สึกช่ำใจไปด้วย แต่มันเป็นความช้ำใจที่ดีมากๆเลยนะ แต่งดีสุดๆ ชอบมากกก :)
    #304
    1
  17. #303 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 04:38
    สงสารคริสมาก
    #303
    0
  18. #302 chukichi (@chukichi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 02:54
    อยากเห็นคริสมีความสุข แค่นี้แหละ แต่ตอนนี้เศร้าจังเลย TT
    #302
    0
  19. #301 nuuopor (@nuuopor) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 00:31
    โครตทรมาน
    #301
    0
  20. #300 หมอกแสนเบาบาง (@njpm4ever) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 00:22
    รู้สึกว่าตัวเองเป็นทีมคริสที่ค่อนข้างจะปลงตกแล้วล่ะค่ะ5555555 //บีคริสเถอะนะคะ5555
    #300
    0
  21. #299 Mewcris (@Mewcris) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 00:09
    ไนท์พรุ่งนี้ต่อเถอะขอร้องงงง ค้างมากกก
    #299
    0
  22. #298 q_101yp (@q_101yp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 23:56
    แต่งให้คคเป็นตับแข็งตายยังเสียใจน้อยกว่า อ่านย่อหน้าสุดท้ายอีกค่ะไรท์ ????????
    #298
    0
  23. #297 Fai-Emm (@faifem_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 23:04
    จะร้องห้ายยยย ฮือออ
    #297
    0
  24. #296 Nectarlism (@tkzittle) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 23:02
    //นั่งรอให้เป็นบีคริสเงียบๆ ;-; ปัดโธ่ ไรท์ใจร้าย /คว้าตัวคุณคริสมากอด
    #296
    0
  25. #295 puxkirana (@puxkirana) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 22:56
    ถ้าเราเป็นพี่คริส ถ้าเราเป็นคนที่โนสนโนแคร์โลก แล้วมาเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนๆนึงนั่นหมายความว่าเรารักเขามาก แต่ในเมื่อเขาไม่เลือกเรา แต่เขาก็ไม่อยากให้เราหายไป แบบนี้มันไม่ดูเอาเปรียบกันไปหน่อยหรอ เข้าใจว่าความรัก ไม่มีเอาเปรียบ เข้าใจว่าเขาก็เป็น 1 ในความสุขของเรา แต่บางทีเราก็ต้องตัดความสุขออกไปเพื่อความถูกต้อง ในเมื่อบีเลือกลิลลี่คนที่ทำให้สบายใจ งั้นเราถ้าเป็นพี่คริสก็ขอรักตัวเองเปลี่ยนตัวเอง เป็นเราจะออกไปจากที่นั่นก่อน เปลี่ยนตัวเอง แล้วกลับมา เมื่อเราเปลี่ยนตัวเองแล้ว เปลี่ยนๆๆ เปลี่ยนมากกว่าเดิม ถึงเวลานั้นพี่บีก็อาจจะไม่มีผลต่อพี่คริสแล้วก็ได้ แล้วมันก็จะไม่มีความสับสนและ อารมณ์ชั่ววูบ อีก ///อินค่ะอิน????????????อ่านละหน่วงเหลือเกิน ก็ยังรอให้เป็น #บีคริสนะคะ
    #295
    0