Cigarette After Sex (BeexCrisxLilly)

ตอนที่ 9 : Episode 9 : Don’t run away from my world

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    17 ต.ค. 60




Episode 9 : Don’t run away from my world



 

               



                 บีออกมาสูดอากาศที่ระเบียง มองเมฆฝนก้อนใหญ่ตั้งเค้ามาแต่ไกล ทั้งๆ ที่เมื่อวานพยากรณ์อาการบอกว่าวันนี้อุณหภูมิจะลดลงและฝนกำลังจะหมดไป อากาศแม่งไม่แน่นอนพอๆ กับความรู้สึกรึเปล่าวะ? บอกจะเข้าหน้าหนาวแต่ยังมีฝนอยู่เลย พยากรณ์อากาศที่เราคิดว่าแน่นอนแม่งยังพลาดเลยเนอะบีคิดถึงสิ่งที่ผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งเคยพูดเอาไว้ในเช้าวันนั้น หล่อนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวนี้ สูบบุหรี่รสละมุนจนหมดมวนและกลับออกไป บีกำลังคิดถึงบทสนทนาประหลาดๆ และความสัมพันธ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างบีและหล่อน แต่ในค่ำคืนที่ต่างฝ่ายต่างหลอกตัวเองว่าจะไม่รู้สึก ค่ำคืนที่บีตัดสินใจพูดประโยคที่ว่า สักวันเราอาจจะเจอกันอีก แต่มันต้องไม่ใช่แบบนี้ตั้งแต่คืนนั้น หล่อนไม่กลับมาที่นี่อีกเลย
                

                บีมองไปเห็นบุหรี่ที่ถูกเผาไหม้จนเหลือเพียงก้นกรองสีขาว สภาพแห้งกรังราวกับอยู่ตรงขอบระเบียงมาเนิ่นนาน บีมองก้นกรองบุหรี่นั่นพลางคิดถึงเจ้าของของมัน คิดถึงตอนหล่อนพ่นควันสีเทาล่องลอยไปตามกระแสลม มันคือบุหรี่หลังเซ็กส์ของผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้นบุหรี่ของคริส  

                บียังจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระหว่างที่คริสเข้ามาโลกของบีได้ดีวันที่คริสนอนละเมอร้องไห้และโหยหาอ้อมกอดของบีจนผล็อยหลับไปด้วยกันทั้งคู่ วันที่คริสเมาปลิ้นจนบีต้องคอยดูแล วันที่คริสโน้มคอบีลงมาจูบและเกิดเป็นเซ็กส์ครั้งแรก แม้มันจะประหลาดแต่บีปฏิเสธไม่ได้ว่าบีรู้สึกดีและไม่อยากให้คริสจากไป รู้ไหม ตั้งแต่เรานอนกับเธอ เราก็ไม่เคยไปนอนกับใครอีกถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง บีอาจกำลังรอคอยให้คริสกลับมาที่นี่ นอนข้างๆ บีบนเตียง ให้บีได้มองแผ่นหลังของคริส และตื่นมาพูดคุยกันด้วยบทสนทนาแปลกๆ และทำความรู้จักกันอีก

                แต่มันคงไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะโลกของบีไม่ได้มีแค่คริสเพียงคนเดียวอีกแล้ว         

 


                บาร์แห่งความสับสนในคืนวันศุกร์คนไม่เยอะเท่าคืนวันเสาร์ ลิลลี่จึงพอมีเวลาว่างมาเดินเล่นบนดาดฟ้าและคอยวางแผนว่าจะรีโนเวทมันอย่างไรดี แม้ใจจะกลัวความสูงแค่ไหนก็ตามลิลลี่ออกมาจากห้องเก็บของ เจอคริสยืนรับลมอยู่ไม่ห่างนักพร้อมกับซองบุหรี่และขวดเหล้าบนโต๊ะ คริสไม่เคยขึ้นมาบนนี้ ตั้งแต่วันนั้นที่บีชวนขึ้นมาลิลลี่จึงรับรู้ได้ว่าคริสก็ชอบบรรยากาศชั้นดาดฟ้าเหมือนกัน

                 “นึกว่าจะไม่ชอบที่นี่ซะอีก” คริสไม่พูดอะไรต่อ นอกจากคิดถึงตอนที่มองบีกับลิลลี่อยู่บนดาดฟ้าด้วยกันจากด้านล่าง รอยยิ้มที่ทั้งสองมอบให้กันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขจนคริสไม่กล้าก้าวเข้าไป แต่เมื่อบีเอ่ยชวนคริสขึ้นมาบนนี้ คริสถึงได้รู้สึกว่ามีสิทธิก้าวเข้ามาในความสุขของทั้งสองเช่นกัน “ถ้ารีโนเวทเสร็จแล้ว มันต้องสวยมากแน่ๆ”

                ลิลลี่พลิกตัวพิงกำแพงและหันไปมองบรรยากาศชั้นดาดฟ้าที่กำลังรอต่อเติมของหล่อน

                “คาดหวังไหม?” คริสเอ่ยถาม หลังจากหล่อนบี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยและเดินไปรินเหล้าใส่แก้ว คริสเดินกลับมายืนที่เดิมและเอ่ยถามต่อ “ว่าไงคาดหวังรึเปล่า?”

                ลิลลี่รู้ดีว่าคริสไม่ได้หมายถึงเรื่องรีโนเวทดาดฟ้าแต่อย่างใด “ที่ถามเนี่ย เพราะอยากได้แนวทางเหรอ?”

                “ถ้าเกิดเขาไม่เลือกเราขึ้นมาล่ะ?” ลิลลี่รู้สึกว่าคริสกำลังถามตัวเอง มากกว่าถามหล่อน

                “เขาเคยถามลี่แบบนี้เหมือนกัน”

                “ตอบเขาไปว่าไง?”

                “อาจไม่น่าฟังสำหรับพี่คริสหรอก”

                “พูดมาเถอะ”

                คริสยกเหล้าขึ้นดื่มจนหมดแก้วและตั้งใจฟัง ลิลลี่เชื่อแล้วว่าคริสถามเพื่ออยากได้แนวทางให้กับตัวเอง ถามราวกับลิลลี่ผ่านประสบการณ์ความรักมาอย่างโชกโชนและคริสไม่เคยรักใครมาก่อน ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คริสก็ยังนึกอายตัวเองที่ถามคำถามที่ดูเหมือนจะเอาคิดเองก็ได้ กับคนที่เพิ่งมีความรักครั้งแรกอย่างลิลลี่ แถมยังรักคนเดียวกันกับคริสอีกต่างหาก ถ้าให้เดาคงไม่มีผู้หญิงหน้าไหนเขาทำกัน

                “ขนาดภาพโมนาลิซ่ายังอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ประเทศฝรั่งเศสแทนที่จะเป็นเมืองฟลอเรนซ์ประเทศอิตาลีบ้านเกิดของลีโอนาโด ดาวินชีเลยงานศิลปะที่มีคุณค่าควรได้อยู่ในสถานที่ที่คู่ควร”

                “เออว่ะ ไม่น่าฟังจริงๆ ด้วย”

                คริสลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ยกมือเกาหัวและทำหน้าเอือมระอาเล็กน้อยกับคำตอบของลิลลี่ เพราะคริสไม่รู้เรื่องงานศิลปะนอกจากเรื่องการเต้น เหล้าบุหรี่และการหนีสังคม คริสไม่รู้ว่าบ้านเกิดของลีโอนาโด ดาวินชีคือเมืองฟลอเรนซ์ประเทศอิตาลีซะด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยคริสก็พอรู้ว่านี่คือการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพ บีคงเป็นงานศิลปะชิ้นนั้นงานศิลปะที่ช่วยจรรโลงหัวใจอันเย็นเฉียบของคริสให้กลับมาอบอุ่นพองโตได้อีกครั้ง ใช่บีคืองานศิลปะที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก

                “กลัวเขาไม่เลือกเหรอ?” ลิลลี่ถามกลับบ้าง

                “กลัวเขาเลือก แล้วจะทำทุกอย่างพังมากกว่า”

                อาจเหมือนคนหลงตัวเอง แต่เปล่าเลยคริสรู้สึกว่าความสัมพันธ์มันช่างสวยงาม และไม่เหมาะสมกับคนที่ชอบทำลายล้างความสัมพันธ์ทุกรูปแบบและเลือกกัดกินตัวเองเพียงลำพังมาเนิ่นนานอย่างหล่อนด้วยซ้ำ การห่างเหินกับการรักใครสักคนมานาน ทำให้คริสรู้สึกเหมือนกำลังเริ่มเรียนรู้ที่จะรักใครสักคนอีกครั้ง โดยที่ไม่รู้ว่าบทสุดท้ายจะลงเอยอย่างไร แต่ให้ถอยหลังตอนนี้คงไม่ไหว เพราะบีคือความบังเอิญที่ดีกับใจของคริสและคริสรู้สึกกับบีไปแล้ว

                “ก็อย่าทำพังดิ” ลิลลี่ตอบราวกับเป็นเรื่องง่ายสำหรับคริส ลิลลี่กล้าที่จะรัก อาจเพราะยังไม่เคยพบความเสียใจจากมัน “จะบอกว่าไม่กลัวเขาไม่เลือกเหรอ? ไม่เชื่อหรอกนะว่าจะไม่คาดหวัง”

                 “พวกที่บอกว่าจะรักโดยไม่ขอครอบครองหรือไม่คาดหวังว่าเขาจะรักตอบเนี่ย เสแสร้งทั้งนั้นแหละ ในความเป็นจริงมันไม่มีหรอก เห็นแต่ในนิยายกับละครน้ำเน่า” คริสหัวเราะ

                “คาดหวังแล้วก็อย่ากลัวดิ การที่คนปิดกั้นตัวเองจากความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ กล้าที่จะเปิดใจให้ใครสักคนได้แม่งเป็นเรื่องอัศจรรย์จะตาย อีกอย่าง ลี่เชื่อว่าเขาไม่ใช่พวกชอบสร้างความสัมพันธ์หรือความทรงจำร้ายๆ ให้ใครหรอก พี่คริสเลิกกลัวเรื่องนี้ได้เลย”

                “อันนั้นพี่รู้”

                “ใช่ เราต่างรู้ เราก็เลยรักเขาด้วยกันทั้งคู่”

                “อืม” คริสยอมรับแต่โดยดี ไม่สิทั้งสองยอมรับซึ่งกันและกัน ว่ากำลังรักคนๆ เดียวกันอยู่

                “เอาจริงๆ นะ ถ้าเขาไม่เลือกลี่อย่างน้อยลี่ก็รู้ว่าการรักใครสักคนมันเป็นยังไง รักแบบไม่โกหกตัวเองน่ะ”

                “นี่หลอกด่าป่ะ?” ลิลลี่ยักไหล่และส่งยิ้มยียวนแทนคำตอบ แต่คริสไม่ยอมรับหรอก เพราะอันที่จริงคริสเลิกโกหกตัวเองตั้งแต่ที่หน้าประตูห้องของบีคืนนั้น คืนเดียวกันกับที่เปิดมาเจอลิลลี่นั่นแหละ “เอออย่างน้อยเขาก็เป็นคนเดียวที่ทำให้ความรู้สึกของพี่กลับมาใช้งานอีกครั้ง ทำให้รู้ว่าใจพี่แม่งไม่ได้ด้านชาจนรักใครไม่ได้อีก”

                “ทำไมรู้สึกเหมือนมีใครสักคนต้องเจ็บเลยวะพี่คริส?” รอยยิ้มบนใบหน้าของลิลลี่ค่อยๆ จางลง หากเลือกได้ คนเรามักเลือกทางที่เจ็บปวดน้อยที่สุดและไม่มีใครอยากไขว่คว้าความเจ็บปวดมาครอบครองโดยเฉพาะคริสที่เคยผ่านมันมานักต่อนัก

                “เจ็บเพื่อให้หลุดพ้นจากความสับสน มันก็น่ายินดีไม่ใช่เหรอ?” คริสยิ้มเยาะให้กับอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คริสกังวลเท่ากับความรู้สึกของบี คนไม่รู้ห่าเหวอะไรคนนั้นจะทำยังไงต่อไปในเมื่อต้องเผชิญกับความสับสนเป็นทวีคูณ แม้จะแอบคาดหวังอยู่บ้างแต่คริสหวังว่าบีจะออกแบบความสัมพันธ์ที่ดีสำหรับบีได้ ถึงคริสจะไม่ถูกเลือกก็ตาม “เขาคงกลุ้มใจและคงสับสนมากๆ ด้วย แต่ยังไงเขาก็ต้องเลือกใครสักคน เลือกจากความรู้สึกเหมือนที่ลี่เคยบอกลี่ก็น่าจะรู้จักเขาดีกว่าพี่หนิ”

                “ลี่ว่าพี่คริสก็รู้จักเขาดีพอๆ กับที่ลี่รู้จักนั่นแหละ หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะลี่ไม่ใช่คนที่เคยนอนกับเขาสามครั้งเหมือนพี่คริส” ลิลลี่ยักไหล่ คริสรู้สึกเหมือนถูกกวนตีนอยู่ แต่ก็นะคริสจะเถียงอะไรได้เพราะมันคือความจริงที่คริสนอนกับบี แม้ครั้งแรกจะเป็นเรื่องบังเอิญก็เถอะ และลิลลี่ก็ยอมรับว่ากำลังกวนตีนคริสอยู่จริงๆ

                “แต่พี่ก็ไม่ใช่คนที่คุยเรื่องงานออกแบบหรืองานศิลปะอะไรกับเขาได้”

                “ก็บอกแล้ว ว่าเราผลัดกันแพ้แค่บางเรื่อง”

                “พี่ไม่เคยไปนอนกับใครอีกเลย ตั้งแต่ไปนอนกับเขา” ลิลลี่แปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ คริสก็พูดความจริงให้ฟัง “คิดว่าเริ่มต้นด้วยเซ็กส์ มันจะจบลงด้วยรักได้จริงๆ เหรอวะ?

                คริสถามลิลลี่ ในคำถามที่บีเคยถามเอาไว้ก่อนที่ความสับสนแสนห่าเหวจะก้าวเข้ามาในชีวิต ก็อย่ารักดิคริสยังจำคำตอบของตัวเองได้ คริสสบายใจทุกครั้งที่ได้อยู่กับเซฟโซนอย่างบีภายในหลุมหลบภัยที่ป้องกันคริสจากโลกบ้าๆ อาจฟังดูเห็นแก่ตัวและน่าสบสน จนคิดไปเองว่ามันคือความรักแต่วันนี้คำตอบกับสถานการณ์กลับตรงกันข้าม ตั้งแต่คืนนั้นที่หน้าประตู คริสมั่นใจทันทีว่าคริสรู้สึกกับบีและเริ่มรักบี อาจเพราะจูบที่ลบจูบทั้งหมด ความทะนุถนอมที่บีมีต่อร่างกายของคริส และอะไรบางอย่างในตัวบีที่ไม่เหมือนกับคนอื่นนั่นอาจเป็นสาเหตุ

                “มีโอกาสก็ลองเริ่มใหม่สิ”

                “หนิ ถามจริง ไม่กลัวเขาไม่เลือกบ้างเหรอ?”

                คงไม่มีใครมาเปิดโอกาสให้ผู้หญิงคนอื่นเข้าหาคนที่ตัวเองกำลังรู้สึกรักหรอก แต่น่าแปลกที่ลิลลี่ไม่ใช่แบบนั้น ลิลลี่ไม่ได้รู้สึกว่ากำลังแข่งขันเพื่อเอาชนะหรือเพื่อได้ความรักจากใคร ลิลลี่บอกให้บีไม่เร่งเร้าความรู้สึก นั่นหมายความว่าบีมีโอกาสจะรู้สึกกับใครก็ได้ และเลิกรู้สึกกับใครก็ได้ แม้ไม่เคยมีความรัก แต่ลิลลี่รู้ว่าการเผื่อใจต้องทำอย่างไร

                “บอกไม่ถูกเหมือนกัน” ลิลลี่หันมายิ้ม “เคยบอกแล้วหนิ ว่าเขาดูสนใจพี่คริสตั้งแต่วันแรกๆ ที่ได้เจอกัน แถมเขาไม่ได้หวังอะไรในตัวพี่คริสเหมือนคนอื่นๆ

                “จะบอกว่าพี่มีโอกาสมากกว่า?” ลิลลี่รู้ตั้งแต่วันแรกด้วยซ้ำว่าคริสมีโอกาสมากกว่าหล่อนหลายเท่า และเพราะแบบนั้น ลิลลี่จึงรู้ว่าควรทำตัวอย่างไรกับสถานการณ์อันน่าสับสนนี้ ผิดกับคริสที่เอาแต่กลัวการสร้างความสัมพันธ์ทั้งๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้น

                “มาขัดจังหวะรึเปล่า?”

                เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นจากด้านหลังบทสนทนาจึงจบเพียงเท่านั้น การมาของบีในคืนวันศุกร์ไม่ค่อยคุ้นชินสำหรับคริสสักเท่าไหร่ แต่สำหรับลิลลี่ไม่ใช่เรื่องแปลก บีมองรอยยิ้มของลิลลี่ที่ส่งมาและมองการชายตาของคริสด้วยสีหน้าราบเรียบ แม้ปฏิกิริยาจะแตกต่าง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทั้งคู่ดีใจที่ได้เจอบี

                “พอดีพนักงานบอกว่าลี่อยู่บนนี้” มาหาลิลลี่สินะคริสตัดสินใจเดินไปหยิบขวดเหล้าและซองบุหรี่ ทำท่าจะเดินไปจากที่นี่และปล่อยให้ทั้งสองได้คุยกัน อาจจะเรื่องงานศิลปะ งานรีโนเวทดาดฟ้า จะห่าเหวอะไรก็ช่างคริสไม่อยากสนใจนักหรอก

                “เดี๋ยวลี่ไปเอาเบียร์ขึ้นมาให้ คุยกับพี่คริสไปก่อนแล้วกัน”

                ลิลลี่คว้ามือของคริสไว้ไม่ให้เดินไปไหน คริสรู้สึกเหมือนถูกเปิดทางให้อีกแล้ว ซึ่งมันไม่ทำให้คริสรู้สึกดีนักหรอก คริสเกลียดความใจดีที่คนอื่นมอบให้เพราะคริสรู้สึกเหมือนกำลังเป็นคนขี้แพ้ ขนาดต้องให้คนที่รักบีอีกคนคอยช่วยเหลือเพื่อให้กล้าเปิดใจ หากบีเป็นคนไม่รู้ห่าเหวอะไร คริสคงไม่รู้ห่าเหวคูณสอง แถมความห่วยแตกเรื่องความสัมพันธ์เข้าไปอีกเรื่อง

                “อย่านางเอกน่ะลี่” คริสเข้าไปกระซิบ “จะลงก็ลงไปให้หมดนี่แหละ”

                “ให้เวลาเริ่มต้นใหม่ถึงแค่ตอนลี่กลับขึ้นมานะ”

                ลิลลี่กระซิบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง และรีบเดินจากไปทันทีโดยไม่รอให้คริสพูดอะไรต่ออ๋อ สิ่งนี้เรียกว่าโอกาสสินะ? แต่โอกาสจากคนอื่นจะมีประโยชน์อะไร ถ้าคริสไม่ยอมให้โอกาสตัวเอง เวลาแห่งโอกาสครั้งนี้ช่างแสนสั้น และคริสภาวนาให้ลิลลี่ขึ้นมาช้าๆ คริสมองบีพลางคำถามต่างๆ ก็ผุดเข้ามาในหัว บีถามใจตัวเองรึยัง? ตัดสินใจรึยังว่าจะเลือกใคร? ยิ่งมองเข้าไปในแววตาของบี คริสยิ่งรู้สึกเห็นใจ

                “ขอโทษนะ”

                “เรื่องอะไร?”

                “ที่บอกว่า ขอให้สนุกกับความสับสนอ่ะ” คริสรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ควรจะทำก่อน “แม่งไม่สนุกจริงๆ ด้วย”   

                “ไม่เป็นไร ไม่มีใครตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรอก” บียิ้ม ราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรและต้องการให้คริสสบายใจ

                “สูบไหม?” คริสหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ และยื่นซองบุหรี่ให้บี

                “ไม่ล่ะ” บีปฏิเสธบุหรี่จากคริสเป็นครั้งที่สอง

                “เธอชื่ออะไร?” คริสถาม เมื่อนั่งลงข้างๆ บี

                “ห้ะ?” บีขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

                “เธอชื่ออะไร?”

                “ทำไมชอบถามอะไรแปลกๆ อยู่เรื่อย?”

                “ก็เราไม่เคยถามชื่อกัน เราเลยอยากลองเริ่มใหม่ให้ถูกต้องดูอ่ะ”

                “ไม่คิดว่าเธอจะสนใจเรื่องนี้ด้วย”

                “ตอบสิ เธอชื่ออะไร?” คริสเร่งเร้าให้บีตอบคำถามบ้าบอของหล่อน

                “บี”

                “เราคริสนะ” คริสยื่นมือมาจับมือบี ทักทายราวกับเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก “เธอทำงานอะไร?”

                “อินทิเรียเราเคยมาออกแบบฟลอว์เต้นรำที่นี่ด้วยนะ ได้ข่าวว่านักเต้นคนนั้นชอบมากด้วย” บีตอบแบบยิ้มๆ และคริสอดไม่ได้ที่จะยิ้มเช่นกัน

                “แล้วเวลาว่างๆ ชอบไปเที่ยวที่ไหน?” คริสพยายามกลั้นรอยยิ้มของตัวเองไว้

                “หนิ เคยบอกไม่ใช่เหรอว่าคำถามพวกนี้มันไร้สาระสำหรับคนที่จะเริ่มต้นรู้จักกันน่ะ”

                        บีรู้ดีว่ามันฝืนสำหรับคนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครอย่างคริสมากแค่ไหน และที่บียิ้ม เพราะบีดีใจที่คริสยอมทำในสิ่งที่เรียกว่า การพยายามสร้างความสัมพันธ์ ทั้งๆ ที่คริสมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระและเกลียดมันยิ่งกว่างูและแมลงสาป ยอมปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนที่ไม่รู้ห่าเหวอะไรอย่างบี

                “ถ้าเราเริ่มต้นแบบนี้ตั้งแต่แรก มันคงดีกว่าเนอะ?”

                บีคิดถึงค่ำคืนอันน่าสับสนคืนนั้น คืนที่รอยยิ้มสดใสของเด็กสาว สัมผัสอันนุ่มนวลและน้ำเสียงใสๆ เอ่ยถามชื่อบี ก่อนจะแนะนำชื่อของตัวเอง เริ่มทำให้ความรู้สึกของบีเปลี่ยนไปหากคริสไม่ถูกเลือก เรื่องนี้คงเป็นความรู้สึกผิดอยู่ในใจของคริสไปอีกนาน

                “บอกตรงๆ นะบี ถึงตอนนี้ เรากลับไม่แน่ใจขึ้นมาว่าการที่เราเจอกันคือเรื่องที่ควรเกิดขึ้นรึเปล่า? ถ้าเกิดเราไม่เจอเธอ ถ้าเกิดเราไม่นอนกับเธอ เธออาจจะได้เริ่มต้นความสัมพันธ์กับลิลลี่หรือใครก็ได้ที่เหมาะสมกับเธอไปแล้ว"

                “ดูเธอเป็นคนชอบเก็บเอาอดีตมาคิดนะ พอเข้าใจแล้วแหละว่าทำไมเรื่องร้ายๆ ในใจของเธอถึงไม่หายไปสักที” บีขยับเก้าอี้เพื่อไปนั่งใกล้ๆ คริสขึ้นอีกหน่อย “เราว่าเธอควรทิ้งบางความทรงจำไปบ้างนะ ไม่ว่าจะดีหรือแย่ก็เหอะ มันอาจช่วยให้ความรู้สึกมีพื้นที่เก็บความทรงจำใหม่ๆ บ้าง
                “นี่คุณอินทิเรียออกแบบความรู้สึกของคนอื่นได้ด้วยเหรอคะ?” คริสแกล้งพูดประชด แต่ก็แอบเห็นด้วยกับสิ่งที่บีพูด

                “ถึงเธอไม่แน่ใจว่าเราควรเจอกันไหม...แต่เรากลับดีใจที่ได้เจอเธอในคืนนั้น จนถึงตอนนี้เราก็ยังดีใจที่เธอไม่วิ่งหนีเราไป สำหรับเธอนั่นคือสิ่งที่เรากลัวที่สุด” คริสนิ่งฟังสิ่งที่บีพูด พลางจ้องมองเข้าไปในแววตาของบีคริสบอกกับตัวเองว่าจะไม่มีทางวิ่งหนีความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิต และจะไม่วิ่งหนีบีไปไหน แม้ในวันนั้นคนที่ถูกเลือกไม่ใช่คริสก็ตาม

                แต่มันจะง่ายอย่างนั้นรึเปล่า เพราะในเมื่อความสัมพันธ์มันมีมากกว่าสองคนไม่ได้

          ทำไมรู้สึกเหมือนมีใครสักคนต้องเจ็บเลยวะพี่คริส?คำพูดของลิลลี่ดังเข้ามาในความคิด จริงสินะยังไงเรื่องนี้ก็ต้องมีใครสักคนถอยกลับไปเลียแผลใจอยู่ดี คริสกำลังถามตัวเองว่า ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้แล้วไม่ถูกเลือกขึ้นมามันจะเจ็บมากหรือเจ็บน้อยกว่ารู้ว่าไม่ถูกเลือกตอนนี้ไปเลย?  

                บีนั่งมองคริสสูบบุหรี่จนหมดมวนและกำลังจะทิ้งบุหรี่ลงในที่เขี่ยมองก้นกรองสีขาวกำลังมอดไหม้ “วันนี้เราเจอก้นบุหรี่ที่ระเบียงห้องด้วยล่ะ”

                “ขอโทษที สงสัยเราโยนทิ้งไม่ดี...”

                “เราคิดถึงเธอ...” มือที่กำลังบี้บุหรี่ลงบนที่เขี่ยหยุดชะงักเมื่อได้ยินดังนั้น คริสหันมาสบตากับบีและต่างฝ่ายต่างนิ่งไป ดูเหมือนคริสจะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินถึงได้ดูอึ้งไปเล็กน้อย “ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากให้เธอกลับไปนะ เธอกลับไปได้เสมอ”

                บีส่งยิ้มยิ้มที่งดงามและจริงใจที่สุดสำหรับคริส บีเองคงไม่รู้หรอกว่าคริสคิดถึงบีไม่ต่างกัน และคริสควรพูดออกไปตามที่ตัวเองรู้สึก

                “เราก็คิดถึงเธอ แค่ไม่แน่ใจว่าควรจะกลับไปที่นั่นดีไหม กลัวนอนละเมอร้องไห้ให้เธอเห็นอีก” คริสตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆ และเอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของบี พลางรู้สึกว่าแววตาของบีดูเศร้าๆ ต่างจากเมื่อครู่

                บีจับมือคริสขึ้นมาจูบ และเอ่ยต่อ “รับปากได้ไหมคริส?”

                “เรื่องอะไร?” คริสรอฟังคำตอบ ด้วยการขยับกายเข้าไปใกล้ชิดบี จนได้ยินเสียงลมหายใจ

                “อย่าวิ่งหนีออกไปจากโลกของเรานะ”

                จากที่เคยเป็นฝ่ายขอร้องให้บีรับปาก วันนี้คริสกลับเป็นฝ่ายถูกขอให้รับปากซะเอง บีเงยหน้าขึ้นมองคริสพร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล สิ่งที่คริสพอจะทำได้คือการพยักหน้าและส่งยิ้ม รับปากว่าจะไม่วิ่งหนีบีไปและหวังว่าจะทำได้อย่างที่คิด ริมฝีปากของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากันช้าๆ ท่ามกลางความอบอวลของกลิ่นน้ำหอมจางๆ แต่ทว่ามันกลับต้องหยุดลง เมื่อบีก้มหน้าลงและไม่ยอมประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของคริส

                เราเดินจับมือกันในหอศิลป์ด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจตลอดไปไม่ได้หรอกนะพี่บี  ถ้าวันนึงเราเกิดชอบภาพวาดนั้นขึ้นมาจริงๆ เราก็คงอยากเข้าใจความหมายของมันลิลลี่พูดถูก สำหรับบี คริสคงเป็นภาพวาดที่ลึกลับและเข้าใจความหมายยากที่สุด เป็นภาพวาดที่เต็มไปด้วยร่องรอยขีดข่วนและบาดแผลมาเนิ่นนาน มันสวยงามมากอยู่แล้วเมื่อมองจากตรงนี้ ไม่ควรมีใครเข้าไปฝากรอยแผลใดๆ ไว้บนผืนผ้าใบนั้นอีกแม้กระทั่งบีเอง บีไม่อยากให้สิ่งที่เรียกว่า ความสัมพันธ์ ทำร้ายคริสอีกแล้ว

                “ไม่ใช่ว่าเราไม่รักเธอนะคริส บีเอ่ยเสียงสั่น คริสรู้สึกถึงความผิดปกติของความรู้สึกขึ้นมาทันใด “แต่มันคงไปต่อเป็นความสัมพันธ์ไม่ได้”

                คริสนิ่งไปเมื่อได้ฟัง คริสรู้สึกได้ถึงความหนักใจและความกังวลเอ่อล้นผ่านแววตาแสนเศร้าคู่นั้น เสียงนุ่มทุ้มสั่นเครือราวกับไม่อยากจะเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมาบีกำลังหลุดพ้นจากความสับสนแล้วใช่ไหม? หากความสัมพันธ์ที่บีกำลังออกแบบไม่มีคริสอยู่ในนั้นจะเสียใจรึเปล่า? การรู้ว่าไม่ถูกเลือกตั้งแต่ตอนนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วสินะ?คริสให้คำตอบตัวเองด้วยรอยยิ้ม

                “ไม่เป็นไร ดีแล้วบี มันควรเป็นแบบนี้แหละ” คริสกุมมือของบีเอาไว้เพื่อปลอบโยนความรู้สึกอันหนักอึ้งของบี

                “เราขอโทษนะ” บีปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ บีไม่ได้ฟูมฟายเพราะมันเป็นน้ำตาที่เกิดจากความอัดอั้นเพราะต้องการให้ทุกคนหลุดพ้นจากความสับสน

                “จะขอโทษทำไม เธอตัดสินใจจากความรู้สึกของเธอหนิ แล้วเราทุกคนก็หลุดพ้นจากความสับสนนั่นได้ทั้งเธอ ลี่ แล้วก็เรารู้ไหม? ลี่ต้องดีใจมากแน่ๆ ถ้ารู้ว่าเธอเลือกเขาน่ะ” คริสพยายามยิ้มออกไป ยอมรับว่ากำลังเจ็บและจุกอยู่ที่หัวใจ แต่มันไม่เกิดจากความเศร้าเท่านั้น สำหรับคริสความเจ็บที่เกิดจากสิ่งที่เป็นความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิต ไม่ถือว่าเป็นความเศร้าเสียใจหรอก และบางที การตัดสินใจของบี อาจทำให้คริสไม่ต้องมีบุหรี่หลังเซ็กส์กับใครอีก

                “เรายอมรับแบบหน้าด้านๆ เลยนะเราเคยคิดว่าเราจะไม่เลือกใคร อยากปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเป็นไปแบบนี้เรื่อยๆ เพราะเธอสองคนมีบางสิ่งที่แตกต่างกันและเราก็ต้องการมันทั้งคู่ แต่เราทำไม่ลงอ่ะ มันเห็นแก่ตัว และไม่แฟร์กับใครเลยแต่ยังไงก็ตาม เราอยากให้เธอสบายใจนะคริส เรายังอยากเป็นความสุขของเธอเสมอนะ”

                “เออ...” คริสยิ้มพลางลูบผมบีเบาๆ ราวกับกำลังปลอบประโลมเด็กน้อย “เธอก็ยังเป็นความสุขของเราเหมือนเดิมนั่นแหละบี”

                ไม่แปลกหากบีจะมั่นใจในตัวลิลลี่มากกว่าคริส เพราะขนาดคริสยังไม่มั่นใจในตัวเองเลยว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีสำหรับบีได้รึเปล่า--คนที่ชัดเจนกับความรู้สึก แถมเข้าใจอะไรๆ ได้ดีและมีปฏิกิริยาเคมีตรงกันกับบีแบบลิลลี่ เหมาะสมกับบีที่สุดแล้ว อย่างน้อยคริสก็ได้บอกความรู้สึกทุกอย่างออกไปและการบอกความรู้สึกทั้งหมดออกไปแล้วเขาไม่เลือก ยังรู้สึกดีกว่าการกักเก็บเอาไว้ซะอีกไม่ได้น่าสมเพชอย่างที่เคยคิดเลยสักนิด ต้องขอบคุณลิลลี่ด้วยซ้ำที่เลือกบอกบี ในสิ่งที่คริสรู้สึก ขอบคุณลิลลี่ที่กล้าหาญและไม่เคยกลัวที่จะรักบีเลย

                บีส่งยิ้มให้คริสและเช็ดน้ำตาบนใบหน้าด้วยแขนเสื้อ “ทุกอย่างมันจะดี สำหรับเราทั้งสามคนใช่ไหม?”

                “ชีวิตที่ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นคือชีวิตที่มีคุณค่าไม่ใช่เหรอ?” คริสเอ่ย ในสิ่งที่บีเคยพูดเอาไว้ “นี่ไง ถือว่าเราทำให้เธอกับลี่แล้วกัน”


ปล่อยไปตามหัวใจ และรักเขาให้นานๆ

แม้ว่าคนที่เหลือ นั้นจะคือตัวฉัน... 


               

                ลิลลี่ยังนั่งอยู่หน้าบาร์ รอเวลาให้คริสใช้โอกาสที่มีให้คุ้มค่า หล่อนยอมรับกับตัวเองว่าแอบทำใจไว้บ้างแล้วว่าจะไม่ถูกงานศิลปะชิ้นนั้นเลือกให้เป็นเจ้าของ หากความรักและความรู้สึกมีทฤษฎีเหมือนทฤษฎีสีบ้างก็คงจะดี บางทีทฤษฎีสีก็ไม่ได้ช่วยเสมอไปหรอกนะคงจริงอย่างที่บีพูด หรือบางทีเคมีที่ดูเข้ากันได้ดีของบีกับลิลลี่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสร้างความสัมพันธ์ครั้งนี้ หรือบางทีไฟสีส้มในหอศิลป์มันเทียบความสวยงามของไฟหลากสีในบาร์ไม่ได้เลย

                ทำไมรู้สึกเหมือนมีใครสักคนต้องเจ็บเลยวะพี่คริส?บางที คนๆ นั้นอาจเป็นลิลลี่ก็ได้

                 “เปิดเพลง Those sweet words ของ Norah Jones ให้หน่อยสิ” ลิลลี่หลุดออกจากอาการเหม่อลอย และหันไปมองเจ้าของเสียง คริสเดินมาที่หน้าบาร์และส่งขวดเหล้าคืนให้บาเทนเนอร์ก่อนจะเอ่ยคำขอ ซึ่งร้อยวันพันปีคริสไม่เคยสนใจขอเพลง “บีคงอยากลงมาฟังเพลงโปรดของเขา”

                “ได้” ลิลลี่หันไปบอกพนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆ ตามที่คริสบอก

                “แล้วก็ บอกดีเจว่าอย่าเปิดเพลง affection ของ Cigarettes after sex ได้ไหม?”

                “เป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย? ปกติไม่เคยสนใจเรื่องเพลง”

                “ไม่อยากย้อนกลับไปคิดถึงความรู้สึกของท่อนฮุคเพลงนั้น” คริสตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นี่เป็นการบอกรักทางอ้อมนะคริสยังนึกโทษตัวเองที่ไม่ยอมบอกบีออกไปตรงๆ ว่ากำลังรู้สึกรักบี ทั้งที่อยากบอกออกไปมากแค่ไหน ถึงตอนนี้คงไม่ทันแล้ว

                “พี่คริส” ลิลลี่เอ่ยเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติในแววตาคู่นั้นของคริส “มีอะไรรึเปล่า?”  

                “ลี่ พี่ขออะไรเป็นอย่างสุดท้ายได้ไหม?” 

                 คริสเอ่ยในจังหวะเดียวกันกับที่บีเดินลงมาจากดาดฟ้าพอดี

 


                “ช่วยเป็นความสัมพันธ์ที่ดีสำหรับบี แทนพี่ด้วยนะ”







-------------------------------------------------


แค่ปล่อยไปตามหัวใจ เลือกรักใครสักคน ~

ด่าได้แต่อย่าแรง เพราะเหนื่อยกับตอนนี้มาก

ลาก่อย /วิ่งหนี



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

723 ความคิดเห็น

  1. #713 Chompaul129 (@Chompaul129) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 13:52

    ทำไมพี่คริสไม่ได้เป็นแฟนพี่บีเด้

    #713
    0
  2. #689 4530656 (@4530656) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 11:18
    ตะไมเศร้า สงสารพี่คริสเด้
    #689
    0
  3. #680 Boombim_foryou (@Boombim_foryou) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 17:11
    อารัยว่ะ โว๊ะ อยากจะแดกเหล้าหมดขวด แม่งไม่เสียใจ แต่หน่วงว
    #680
    0
  4. #613 nutte_BCRIS (@nutte_BCRIS) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 13:25
    โถ่ว้อยยยยยยย มันไม่ได้เจ็บ มันหน่วง หน่วงไปหมด รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเลยย ตอนนี้อิคนอ่านก็ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไงแล้ว
    #613
    0
  5. #441 kaopodd2 (@kaopodd) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 13:44
    อยากสบถ.ดังๆโวยยยยยยยยย หยาบบคัยยย :((((
    #441
    0
  6. #412 2mate (@jaaoraraiake) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 22:20
    อ่านจบแทบกรี๊ด หน่วงมาก อึดอัดมาก ตอนจะจูบกันคือดีแล้ววฮืออ อยากกอดปลอบคริส
    #412
    0
  7. #389 cheekkynink (@cheekkynink) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 23:56
    บีไม่เลือกคริสเพราะว่ารัก ไม่อยากทำร้ายไม่อยากทำให้คริสเสียใจ แต่กับลิลลี่เป็นความสบายใจเมื่ออยู่ด้วยกัน ถ้าเป็นเราจะไม่เลือกใครเลย รอคนใหม่ดีกว่า55555555
    #389
    0
  8. #307 DoublePGF (@DoubleP96) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 14:55
    มันหน่วงมาก แบบหม่นๆ ขมุกขมัว ยอมรับว่าไม่ร้องไห้ แต่จุกไปหมด เป็นเรื่องที่ถูกจริตทุกอย่าง จนอ่านแล้วก็หงอยไปเลย ฮืออออ
    #307
    0
  9. #287 Mewcris (@Mewcris) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 21:08
    ต่อเถอะขอร้อง
    #287
    0
  10. #269 sweetypastel (@sweetypastel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 17:31
    นี่ว่าต่อๆไปคงแบบ บี ลี่ เพราะลี่เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจจึงอยากอยู่ใกล้ๆ สักพักที่คบกัน บีเห็นคริสเปลี่ยนไปจากยั่วยวนผช ก็ไม่มี ทำแค่เต็นที่ฟลอวร์และดื่มเหล้า และตัวบีเองก็รู้สึกถึงความแปลกเปลี่ยนไปจากคริส แต่ก็ไม่ได้อะไร จนกระทั่งเริ่มรู้สึกว่าช่วงเวลาที่ได้อยู่กับลี่ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นดูไม่มีความเกินเลย เป็นแค่พี่น้อง วันนึงบีอดเก็บความรู้สึกนั้นได้ เลยบอกให้ลี่รู้ ถึงความรู้สึกที่มี ลี่เต็มใจที่จะให้บีกลับไปทำในสิ่งที่บีรู้สึกสบายใจ บีเลยได้คำตอบในการกลับไปหาคริส จึงบอกลี่ ลี่ก็เต็มใจ เพราะลี่ไม่ได้มองว่าควาทรักคือการแข่งขัน และหากเป็นความรักที่แท้จริง มันจะไม่มีความเสียใจ เมื่อเราเห็นคนที่เรารักมีความสุข บีขอคริสเริ่มต้นใหม่ให้กลับไป และได้ถามหาสาเหตุที่คริสไม่ได้ยุ่งกับผช คริสจึงได้ให้คำตอบว่า ' ก็บอกแล้วไง .. ก็ตั้งแต่เรานอนกับเธอ เราก็ไม่เคยไปนอนกับใครอีก .. ' #หวีดค่ะะะะะะ #อินเหมือนเดิม #บีคริส ค่ะ!!!!
    #269
    1
  11. #268 ppvnp (@ppvnp) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 14:42
    ฟิคดีเกินรับไม่ได้ฮื้ออ เจ็บปวดอะ อินเกิน T T ชอบภาษามาก แต่เนื้อหากระแทกใจอย่างยิ่งค่ะ ฮืออ
    #268
    0
  12. #267 __NYP__ (@__NYP__) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 11:51
    ?เป็นฟิคที่ดีมากทั้งภาษาและมุมมองต่างๆ ชอบอ่ะไรท์ พี่คริสในเรื่องนี้มีมุมมองคล้ายๆเราเลย "รู้ไหมตั้งแต่เรานอนกับเธอ เราก็ไม่เคยไปนอนกับใครเลย" ประโยคนี้เป็นประโยคบอกรักของคนที่เรารักเหมือนกัน อ่านแล้วจุก อ่านแล้วเหมือนเห็นตัวเอง
    #267
    0
  13. #266 ksos (@ksos) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 09:14
    ขยี้ดีย์มากไรท์ ปรบมือออออ ถ้าทำหนัง ฟุตเทจดีๆ หว่องกาไวก็หว่องกาไวเถอะ 55555555555
    #266
    1
  14. #265 pun_pcmbys (@pun_pcmbys) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 08:54
    ยิ่งอ่าน ยิ่งเจ็บ ยิ่งจุก ร้องไห้หนักมากกก ????????????
    #265
    0
  15. #264 LittleOumPtm (@LittleOumPtm) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 07:52
    โอ้โหวววววว เจ็บปวด
    #264
    0
  16. #263 __NYP__ (@__NYP__) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 03:32
    เหมือนบีเดินมายิงคริสแล้วบอกไม่อยากทำร้ายคริสอ่ะ
    #263
    0
  17. #262 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 03:04
    ความสัมพันธ์นี่มัน!!!! ฮื่ออคือดีทั้งสองคนแต่เราก็ยังทีมพี่คริส ไม่ใช่ว่าลี่ไม่ดีอ่ะ แต่พี่คริสเองก็ทำทุกอย่างเหมือนกัน โอ้ยยย
    #262
    0
  18. #260 uts_som (@uts_som) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 02:10
    ฮืออออ~ หน่วง.. พี่คริส ม่ายยย ฮือใจร้าย หมายถึงไรท์อ่ะใจร้าย
    #260
    0
  19. #259 uts_som (@uts_som) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 02:09
    ฮืออออ~ หน่วง.. พี่คริส ม่ายยย ฮือใจร้าย หมายถึงไรท์อ่ะใจร้าย
    #259
    0
  20. #258 ศิรินทิพย์ (@lovepimjai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 00:39
    สุดท้าย สิ่งที่เป็นความสุขเพียงไม่กี่อย่างของคริส ก็ไม่เลือกเธอ ...
    #258
    0
  21. #257 ppp232 (@ppp23) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 00:36
    รู้สึกเหมือนตอนนี้พี่บีใช้สมองมากกว่าความรู้สึกกับการตัดสินใจเลือกใครสักคนนึง
    #257
    0
  22. #256 summerboy (@summerboy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 00:10
    บีรักคริสแต่ไม่เลือกคริสเพราะกลัวความสัมพันธ์ทำร้ายคริส หากบีเลือกลิลลี่เพราะคิดว่ามันจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีมันไม่ทำร้ายลิลลี่หรอ ถ้าไม่ได้รักลิลลี่สู้ไม่เลือกใครเลยดีกว่า บีชอบทำอะไรครึ่งๆกลางๆไม่สุดสักอย่าง นี่ถ้าเป็นลี่คริสจะไม่เสียดายบีเลยยยยซื่อจนบื่ออ่านละหงุดหงิดพี่บีมากกก
    #256
    0
  23. #255 Delight (@delight25) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 23:58
    รู้สึกว่าพี่บีรักพี่คริสจนกลัวความสัมพันธ์จะทำให้พี่คริสหายไป
    #255
    0
  24. #254 nuuopor (@nuuopor) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 23:49
    สงสารทั้งสามคนเลยคนไม่โดนเลือกก็เจ็บคนที่ถูกเลือกไม่ใช่ว่าไม่เจ็บคนเลือกเจ็บที่สุดงื้อ
    #254
    1
    • #254-1 hwang3007 (@anuree9050) (จากตอนที่ 9)
      18 ตุลาคม 2560 / 01:17
      บีไม่น่าใช้สมองมากกว่าครส.นะ กลับไปเดี๋ยวนี้เลยบี!
      #254-1
  25. #253 ijaowhann (@ijaowhann) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 23:34
    หน่วงมั้ย.. หน่วงมาก เสียใจมั้ย.. ตอบว่ามากเหอะ สงสารพี่คริสอ่ะ.. พี่คริสไม่มีใครให้เลือกแล้ว TT
    #253
    0