คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Fic Kagerou Project [Sarishinohara]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Warning!!!!!

เรื่องนี้ดราม่าน้ำตาท่วมจอ เพราะงั้นถ้าไม่คิดว่าใจแข็งพอจะเด็ดทิชชู่มาเช็ดทันก็กดปิดไปซะนะ...


About Writer

ไรท์ชื่อแมว อายุสิบห้า ประสบการณ์เขียนฟิคประมาณสามถึงสี่ปี
มีความเชี่ยวชาญด้านดราม่าเป็นอย่างสูง เพราะว่าชีวิตของไรท์มันก็ดราม่าใช้ได้
เรื่องนี้เขียนขึ้นเพราะอะไรก็ไม่รู้...บ้าเพลงSarishinoharaกับKagerou Projectมั้ง...
ถึงเนื้อหาของมันจะไม่เข้ากับเพลงก็เถอะ แต่เลงนี้มันเพราะนะ ไม่เชื่อลองฟังดู...
ออ...เข้ามาอ่านแล้วก็เมนท์กันด้วยนะสะมะเฟ้ยเฮ้ย!!

 

Sore temo Kimi ka Suki dayo...
:)  Shalunla

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 พ.ย. 55 / 22:58


Fic Kagerou [Sarishinohara]

 

 

 

 

 

ผมมันก็แค่คนธรรมดาที่ไม่ยอมถอดใจในเรื่องต่างๆ...

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ยอมถอดใจแม้กระทั่งเรื่องของเธอ...

 

 

 

 

 

 

 

แม้ว่าเธอจะมองไม่เห็นมัน

 

 

 

 

 

 

 

กระนั้น...

 

 

 

 

 

 

 

ผมก็ยังคงรักเธอเสมอ....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คาโนะ...

 

เสียงเรียกของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลดังขึ้นจากด้านหลัง เจ้าของชื่อหันไปมองก็พบกับเพื่อนสมัยเด็กของตนเองที่ยืนอยู่ สายลมเบาๆพัดผ่านใบหน้าของเขาไป

 

มาที่นี่อีกแล้วนะ...

 

เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ พลางเท้าแขนกับลูกกรงเหล็กข้างๆกับเด็กหนุ่มผมสีทอง เขาหลุบตาลงก่อนจะหันไปมองทัศนีย์ภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยตึกและสิ่งก่อสร้างต่างๆ

 

มันเป็นที่เดียวที่ผมสงบใจได้...

 

เขาหลับตาลงช้าๆ หมวกฮูดที่สวมอยู่สะบัดตามแรงลม เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆมองด้วยแววตาสงสารและเศร้าในเวลาเดียวกัน

 

ฉันว่า...เขาพูดค้างไว้ นายไปพูดกับคิโดะให้รู้เรื่องเถอะ...

 

จู่ๆแววตาของคาโนะก็เปลี่ยนไป ก่อนที่มันจะกลับมาเป็นเช่นดังเดิม

 

ผมไม่ผิด...

แต่พอนายถูกเธอโกรธ...นายจะเป็นคนเดียวที่เศร้าขนาดนี้นะ...

 

เซโตะ โคสุเกะเอ่ยด้วยความเป็นห่วง เขาเข้าใจดีว่าความรู้สึกของเพื่อนคนนี้กับเพื่อนสาวอีกคนเป็นอย่างไร เด็กหนุ่มเม้มปากแน่น

 

นายน่ะ ไม่ต้องมายุ่งหรอก...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมคิดว่า...ถ้าหากผมทำแบบนั้น...ผมจะเข้าใกล้คิโดะได้มากขึ้น...

 

คาโนะเอ่ยขึ้นลอยๆ ดวงตาสีเปลือกไม้จ้องมองท้องฟ้าที่แปรเป็นสีดำสนิทด้วยหัวใจที่รวดร้าว เมื่อครู่เซโตะเพิ่งกลับไปเพราะบอกว่าต้องไปทำงานต่อ ในตอนนี้เขาจึงอยู่คนเดียว...

 

 

 

เกลียด...

 

 

 

 

 

 

 

น่ารำคาญ...

 

 

 

 

 

 

 

ทุกๆคำพูดของเธอมันยังฝังรากลึกลงในจิตใจไม่จางหาย...

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ว่าจะพยายามข่มตาให้หลับยังไง...

 

 

 

 

 

 

 

ทุกๆคำพูดเสียดสีของเธอก็ราวกับเป็นตะปูกับค้อนที่ตอกเข้ามาในใจจนต้องเผลอตื่นขึ้นมากลางดึกทุกครั้งไป...

 

 

 

 

 

 

 

พอได้หรือยัง??

 

 

 

 

 

 

 

หยุดได้หรือยัง??

 

 

 

 

 

 

 

อยากให้เธอรับรู้ทุกคำพูดในหัวใจดวงนี้...

 

 

 

 

 

 

 

คิดถึงกัน...บ้างสิ...

 

พึมพำอย่างแผ่วเบา ให้คำพูดทั้งหมดหายไปกับสายลม...

 

 

 

 

 

 

 

ถึงแม้เธอจะไม่ได้ยินมันก็ตาม...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แกร๊ก...

 

เสียงเปิดประตูไม้ดังขึ้น ร่างเล็กของเด็กหนุ่มสวมฮูดสีน้ำตาลเข้มค่อยๆเดินเข้ามาในบ้าน ในตอนนี้ทุกๆคนคงหลับกันหมดแล้ว เพราะว่าภายในบ้านนี้มืดสนิทจนมองอะไรแทบไม่เห็น แต่สำหรับคนที่คุ้นชินก็สามารถเดินหลบหลีกสิ่งของได้สบายๆ

 

กึก...

 

คาโนะชะงักเมื่อเท้าไปสัมผัสกับอะไรบางอย่าง เมื่อลองเพ่งสายตามองดีๆก็พบว่าเป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะนอนอยู่บนโซฟา แต่ดันกลิ้งตกลงมาแล้วไม่รู้สึกตัว...

 

 

 

 

 

 

คิโดะ...

 

 

 

 

 

 

คาโนะกำเสื้อแน่น เขาไม่คิดเข้าข้างตัวเองหรอกว่าเธอมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร กระนั้นเขาเพียงแค่เดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองแล้วไม่สนใจเธอก็ได้แล้ว...

 

แต่มันทำไม่ได้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นี่...เมื่อวานใครอุ้มฉันขึ้นไปนอนที่ห้องน่ะ?

 

เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นมาจากหัวโต๊ะ สมาชิกกลุ่มMekakushi Dan ทั้งหมดหันไปมองด้วยอาการงงๆ

 

เมื่อวานคิโดะซังก็ขึ้นไปนอนพร้อมกับพวกเรานี่คะ...

 

คิซารากิ โมโมะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงใสๆตามสไตล์เจ้าตัว ทุกๆคนต่างงงงวยว่าทำไมจู่ๆคิโดะถึงพูดเรื่องนี้ทั้งๆที่มันก็เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ

 

ไม่หรอก...ฉันนอนไม่หลับเลยลงมาดูโทรทัศน์น่ะ

 

ทุกๆคนต่างเงียบ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคิโดะ สึโบมิคนนี้ลงมานอนด้านล่าง ก่อนที่ใครสักคนในกลุ่มจะพูดขึ้น

 

แล้วคาโนะซังล่ะคะ? ฉันไม่เห็นเขาตั้งแต่เช้าเลย...

 

โคซากุระ มารีเอ่ยขึ้น ทุกๆคนกระพริบตาปริบๆก่อนจะส่ายหัวเป็นจังหวะเดียวกัน

 

ฉันว่าช่วงนี้หมอนั่นมันแปลกๆไปนะ...ดูไม่ค่อยเข้าพวกยังไงก็ไม่รู้สิ...

 

คิซารากิ ชินทาโร่เอ่ยขึ้นบ้าง ตามด้วยคนตัวสูงที่สุดในกลุ่มให้ความคิดเห็นบ้าง

 

ผมว่าเขาคงมีเรื่องไม่สบายใจอยู่แน่ๆเลยล่ะครับ...

 

เจ้าของหัวขาวๆอย่างโคโนฮะเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง ยกเว้นเซโตะคนเดียวที่ทำท่าอึกอักอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็พูดออกไปไม่ได้สักทีจนเด็กสาวผมฟูประจำบ้าเกิดสังเกตเห็น

 

ไม่รู้ล่ะ...ฉันว่าพวกนายรีบๆทานเข้าไปเถอะ เดี๋ยวต้องไปทำอะไรอีกหลายอย่างเชียวนะ...

 

คิโดะเอ่ยเร่ง นั่นทำให้ทุกๆคนต้องรีบจัดการสิ่งที่อยู่ในจานอย่างเร่งด่วนทันที

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งๆที่เจ้าตัวยังแทบไม่แตะอาหารในจานของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

 

 

คาโนะไปไหนของมันนะ?

 

คิโดะบ่นพึมพำหลังจากที่ออกมาซื้อของ ไม่รู้ว่าทำไมสายตาของตัวเองมันสอดส่องหาแต่เจ้าคนหัวเหลืองๆนั่นตลอดเวลา

 

อ้าว...สึโบมิจัง...มาจ่ายตลาดหรอจ๊ะ?

 

แม่ค้าขายผักข้างทางเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้าของเรือนผมสีเขียวสวมฮูดเดินผ่านมา เธอหันไปสนใจเล็กน้อยแล้วทักทายพอเป็นพิธี

 

วันนี้ฉันได้แอปเปิลมาด้วยล่ะจ๊ะ เอาไปฝากเพื่อนๆสิจ๊ะ

 

แม่ค้าเอ่ยอย่างอารมณ์ดีพลางยกถุงพลาสติกที่บรรจุผลไม้สีแดงสดให้ คิโดะเกิดอาการพูดไม่ออกชั่วครู่

 

อ...เอ่อ...คือว่าไม่ดีกว่า...ฉันว่าเก็บเอาไว้เถอะ...

 

คิโดะเอ่ยปฏิเสธ แต่ว่าแม่ค้าก็ยังส่งให้เรื่อยๆ

 

ไม่หรอกจ๊ะ เมื่อกี้มีคนมาจ่ายเงินให้แล้ว...เขาบอกว่าให้เอาให้สึโบมิจังน่ะจ๊ะ...

 

คิโดะเงียบไป เธอไม่รู้หรอกว่าคนที่ซื้อมาให้เป็นใคร แต่ว่าคนๆนั้นต้องรู้จักเธอแน่ๆ...

 

แต่ว่า...

 

ใครล่ะที่จะมารู้จักเธอ? ก็ในเมื่อเวลาเธอเดินไปไหนมาไหนเธอก็ใช้พลังปิดตาตลอด

 

 

 

 

 

 

 

ใครกันล่ะ??

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมรู้เกี่ยวกับเธอทุกอย่าง...

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ว่าจะเป็นอะไร...ผมก็รู้ทุกอย่าง...

 

 

 

 

 

 

 

เธอชอบเขินอายเวลาผมล้อ...

 

 

 

 

 

 

 

ถึงเธอจะชอบใช้ความรุนแรง...แต่นั่นก็เป็นเพราะพวกผม...

 

 

 

 

 

 

 

เธอชอบทำอาหาร...ชอบกระโปรงมีจีบ...แชมพูที่ชอบ...สีที่ชอบ...สบู่ที่ใช้...อาหารที่ชอบ...ผลไม้...สัตว์...

 

 

 

 

 

 

 

ทุกๆอย่าง...ผมรู้ดี...

 

 

 

 

 

 

 

ผมรู้เกี่ยวกับเธอทุกๆอย่าง...

 

 

 

 

 

 

 

แต่ว่า...

 

 

 

 

 

 

เธอน่ะ...รู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้าง?

 

 

 

 

 

 

 

ผมควรตัดใจได้แล้วใช่ไหม??

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คาโนะ...ไปไหนมาน่ะ?

 

เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้เขาหันไปมอง เด็กสาวเรือนผมสีเขียวถามขึ้นหลังจากที่เดินสวนกันที่ประตูบ้าน เด็กหนุ่มผมทองที่ในตอนนี้ฟูแปลกๆหันไปมองด้วยอาการนิ่งๆ

 

ไปไหนมันก็เรื่องของผมสิ...

 

คาโนะเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก คิโดะชะงักไปเมื่อเจอปฏิกิริยาแบบนี้

 

นี่...คาโนะ...จะบ้ารึไง...นายรู้รึเปล่าว่าคนอื่นเขาเป็นห่วงขนาดไหน...

 

พูดยังไม่ทันจบ คาโนะก็ดันร่างบางกว่าจนไปติดผนัง มือหนารวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้เมื่อมันกำลังเงื้อขึ้นชกตามแรงสัญชาตญาณก่อนจะนำไปแนบกับกำแพง ดวงตาสีเปลือกไม้มองคนตัวเล็กด้วยความแข็งกร้าวพลางกระซิบเสียงแหบพร่า

 

ฉันไม่รู้...ว่าคนอื่นน่ะเป็นยังไง...

 

ว่าแล้วก็ซุกหน้าที่ลำคอระหง ขณะที่เธอพยายามดิ้นหนี แต่ว่าไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ไม่สามารถหลีกหนีได้เลย...

 

ไปเอาแรงมาจากไหน...

 

คิโดะขมวดคิ้วขณะที่พยายามหลบสัมผัสที่น่ารังเกียจนี้ ดวงตาของเธอเริ่มชื้นไปด้วยน้ำตา ก่อนที่เธอจะเห็นรอยอะไรบางอย่างที่ต้นคอของเด็กหนุ่ม

 

และดูเหมือนตอนนี้เขาจะรู้ตัวเข้าแล้ว

 

เมื่อกี้ฉันไปแถวๆบาร์มา...แล้วเจอผู้หญิงคนหนึ่ง...ยัยนั่นลีลาใช้ได้เลยล่ะ...แต่ว่ายัยนั่นก็ดันทำให้ฉันอารมณ์ค้างจนได้...

 

ว่าแล้วก็ขบติ่งหูของเด็กสาวเบาๆ ร่างเล็กสั่นด้วยแรงโมโหและรังเกียจ

 

นายมันน่ารังเกียจ...คาโนะ...

 

เธอว่าพลางพยายามหลบหนีจากสัมผัสนี้ให้มากที่สุด

 

ก็ดี...เธอจะได้รู้ว่าสัมผัสจากคนน่ารังเกียจคนนี้น่ะ...เขาพูดแล้วยื่นใบหน้าเจ้าเล่ห์ไปใกล้ๆ มันจะเร้าใจยังไง...!!!”

 

เพียะ!!!!

 

ใบหน้าของคาโนะหันไปตามแรงตบ เขารู้อยู่แล้วว่าจะโดน...แต่แค่ไม่รู้ว่าตอนไหนเท่านั้น...

 

ใบหน้าของคิโดะในตอนนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความเกลียด โกรธ ขยะแขยง...และเศร้าสร้อยปนกันมั่วไปหมด

 

เขาไม่กล้าหันไปมอง...ไม่กล้าหันไปมองแม้สักนิด...

 

น่าขยะแขยงที่สุด!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เกลียดผมสิ...

 

 

 

 

 

 

 

 

เกลียดผมให้มากกว่านี้...

 

 

 

 

 

 

 

รังเกียจผม...แล้วไม่ต้องมองหน้าผมอีก...ไม่ต้องเรียกชื่อผมอีก...

 

 

 

 

 

 

 

ผมจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คาโนะ...แกมาที่นี่อีกแล้วเรอะ?

 

เสียงทุ้มของเพื่อนชายสมัยเด็กดังขึ้น คาโนะไม่ได้หันไปมองแต่ก็รู้ว่าเป็นใคร

 

เรื่องของผมน่ะ...

 

เอ่ยตัดก่อนจะมองทัศนีย์ภาพเบื้องหน้า เซโตะที่ยืนอยู่ด้านหลังมองเพื่อนตัวเองที่ไม่พูดอะไรเลย

 

ทะเลาะกับคิโดะมาล่ะสิ?

 

คาโนะเม้มปากแน่น เขารู้หรอกว่าเซโตะรู้ได้ยังไง ก็ในตอนนี้ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงสดดังเลือดแล้วนี่...

 

ฉันรู้ว่านายไม่ได้ผิด...แล้วทำไมนายถึงต้องทำแบบนั้นด้วย?

 

เขาว่าขณะที่เข้าไปกอดไหล่คนตัวเล็กกว่า คาโนะหลุบตาลง

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้านายเป็นผม...นายก็จะรู้เอง...

 

 

 

 

 

 

 

 

อยากจะตายไปให้พ้นๆ...เคยคิดแบบนี้เหมือนกันนะ

 

 

 

 

 

 

 

แต่มันก็ตายไม่ลงเสียที...

 

 

 

 

 

 

 

เพราะอะไรน่ะเหรอ...?

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากนั้น...คิโดะกับคาโนะก็มองหน้ากันไม่ติดอีกเลย...

 

ทุกๆคนสงสัยกับพฤติกรรมแปลกๆของพวกเขามาก เมื่อมองหน้ากัน คิโดะจะเป็นคนที่สะบัดหน้าหนี เมื่อคาโนะเขาไปใกล้ เธอก็จะถอยห่าง จนในที่สุดคาโนะก็ไม่เข้าใกล้เธออีกเลย...

 

พวกนั้น...เป็นอะไรรึเปล่านะ?

 

ชินทาโร่เอ่ยด้วยความเป็นห่วง คิ้วของเขาขมวดจนจะกลายเป็นปมอยู่แล้ว ขณะที่เซโตะได้แต่มองห่างๆอย่างห่วงๆ

 

เซโตะคุง...ลองใช้พลังอ่านใจดูสิคะ...พวกเราจะได้ช่วยถูก...

 

มารีเอ่ยอ้อนคนข้างๆ เซโตะถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อคนอื่นๆก็ดันไปเห็นดีเห็นงามกับเธอเข้าอีก เซโตะหลับตาแน่นก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป

 

ฉันว่า...เราอย่าไปยุ่งเรื่องของพวกเขาเลย...ปล่อยให้เขาจัดการกันเองน่ะดีแล้ว...

                “ไหงงั้นล่ะ...

 

เอเนะส่งเสียงผ่านโทรศัพท์ของชินทาโร่อย่างไม่ค่อยพอใจ เซโตะขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดในสิ่งที่ตนเองเห็นในความคิดของคาโนะไปทั้งหมด...

 

อย่างนั้นเองหรอ...แต่คิโดะซัง...ทำไมไม่คิดมาปรึกษาพวกเราบ้างนะ?

 

โมโมะว่า อันที่จริงเธอก็ไม่ค่อยรู้เรื่องระหว่างพวกเขาหรอก แต่พอฟัๆดูก็พอเข้าใจแล้วล่ะ...

 

คิดว่าอย่างคิโดะจะมาสนใจเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นั้นสำหรับเธอรึไง

 

เซโตะว่า ซึ่งทุกๆคนก็เห็นด้วย ก่อนที่ทุกดวงตา ณ ที่นั่นจะหันไปมองคาโนะและคิโดะที่นั่งอยู่คนละฟากของบ้าน

 

พวกเขาแข็งแกร่ง...โคโนฮะพูด แต่ถ้าไม่ยอมโอนอ่อน...ก็จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นขาดสะบั้น...

 

ทุกๆคนหันไปมองโคโนฮะ เขาก้มหน้าลงนิดหน่อย

 

และผมเชื่อว่าพวกเขาอาจจะข้ามมันไปไม่ได้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คาโนะ...ชินทาโร่เอ่ยเรียกเด็กหนุ่มที่นั่งกดเปลี่ยนช่องทีวีด้วยสภาพหมดอาลัยตายอยาก เขาหันมามองตามเสียงเรียกแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แต่สภาพของเขาในตอนนี้ชินทาโร่รู้ได้เลยว่าโทรมมากๆ เดี๋ยวฉันจะออกไปทำธุระด้านนอก นายช่วยพาเอเนะไปเที่ยวทีสิ...

 

ว่าแล้วก็ส่งโทรศัพท์ที่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเอเนะดังลอดมา คาโนะเบ้หน้า

 

ทำไมต้องผมล่ะ? อีกอย่างไหนๆนายก็ได้ออกไปแล้ว ก็พาไปเที่ยวรวดเดียวเลยสิ...

 

คาโนะเอ่ยปัด ชินทาโร่ยิ้มแห้งๆ

 

จะว่างั้นก็ไม่ได้ เพราะว่าฉันไป ทำธุระไม่ได้ไป เที่ยวแล้วคนที่ดูว่างที่สุดในบ้านนี้ก็คือแก เพราะงั้นฝากด้วยล่ะ

 

ว่าแล้วก็ยัดโทรศัพท์ใส่มือของคาโนะทันทีก่อนจะรีบใช้สกิลวาร์ปหายไปอย่างรวดเร็วจนกล้องรายละเอียดสูงยังจับภาพไม่ทัน คาโนะถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันมาทางโทรศัพท์ที่มีเอเนะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ด้านในพลางขยี้หัวยุ่งๆของตัวเองให้ยุ่งเข้าไปใหญ่

 

เดี๋ยวมานะ รอแป๊บล่ะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คาโนะคุงๆ ไปร้านนั้นกันเถอะๆ!”

 

เอเนะส่งเสียงออกมาเมื่อเห็นร้านของตกแต่งน่ารักๆอยู่ข้างทาง ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะพาเดินเข้าไป ทุกๆคนต่างมองคาโนะประมาณว่า มาได้ไง? เพราะว่าร้านนี้มันเป็นร้าน ของตกแต่งห้องสำหรับผู้หญิงแล้วเขาเป็นผู้ชาย...

 

คาโนะคุงๆ เอเนะอยากได้เจ้านั่นน่ะ ช่วยออกตังค์ให้ก่อนได้มั้ย?

 

เอเนะว่าแล้วชี้ไปทางกรอบรูปไม้ที่มีทองแดงลนไฟรูปดอกกุหลาบประดับอยู่ คาโนะมองครู่หนึ่งก่อนจะเดินไปดู

 

เธอจะเอาไปทำไมเรอะ? เป็นโปรแกรมไม่ใช่หรอ?

 

เขาว่า เอเนะทำหน้าไม่ค่อยพอใจก่อนจะบอกความจริงให้

 

ฉันแค่อยากซื้อไปให้นายท่าน แล้วให้นายท่านเอาไปให้โมโมะจังต่างหากล่ะ!”

 

คาโนะคิ้วกระตุกกับความคิดแปลกๆของเอเนะ

 

เอาไปให้โมโมะเลยไม่ดีกว่าเรอะ?

 

คาโนะเถียง เอเนะอมลมจนแก้มป่องแล้วป่องอีก

 

บ้า! คาโนะคุงบ้าจริงๆเลย! ที่ฉันมาเพราะว่านายท่านเลือกของขวัญให้โมโมะจังไม่เป็นหรอกน่ะ!” เอเนะโวยวาย ทำให้คาโนะต้องดึงหูฟังออกเพราะเจ้าหล่อนเร่งเสียงตัวเองจนดังสนั่น ถ้ารู้เรื่องแล้วก็ซื้อสักทีสิ!!”

 

คร้าบๆ เข้าใจแล้วคร้าบ...

 

ว่าแล้วก็หยิบกรอบรูปนั่นไปคิดเงิน พนักงานสาวมองหน้าคาโนะขณะที่หน้าแดงๆก่อนจะยิ้มให้

 

ซื้อไปให้แฟนหรอคะ?

 

เอเนะหลุดขำเสียงดัง เล่นเอาคาโนะกัดฟันกรอด ก่อนที่เขาจะปฏิเสธ

 

เปล่าครับ ผมซื้อไปให้น้องสาวน่ะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คาโนะคุงๆ เดี๋ยวช่วยเลี้ยวตรงมุมนี้ทีนะ...

 

เอเนะว่าแล้วชี้ไปที่หัวมุมถนน คาโนะถอนหายใจก่อนจะเดินตามที่เธอว่า เมื่อเดินผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ก็พบชินทาโร่เดินสวนมาด้วยท่าทางเร่งรีบ

 

แกมาแล้ว ดีเลย! เอาเอเนะมานี่แล้วแกเดินตรงไปเรื่อยๆนะ พอถึงสวนสาธารณะแล้วแกจะรู้เอง ไปได้แล้ว!!”

 

ชินทาโร่เอ่ยแกมบังคับขระที่ดึงโทรศัพท์และของในมือของคาโนะไปก่อนที่เจ้าตัวจะรีบบึ่งหนีหายไป คาโนะทำหน้าเหวอเพราะไม่รู้ว่าเจ้าตัวต้องการจะสื่ออะไร แต่เขาก็ได้แต่มองแผ่นหลังของชินทาโร่ที่รีบวิ่งข้ามถนนไปอีกทางอย่างเร่งรีบพลางหันมาชี้หน้าเร่งให้รีบไปอีก ดังนั้นเขาจึงต้องเดินไปตามที่เขาบอก...

 

เดินไปเรื่อยๆ...

 

จนกระทั่งถึงสวนสาธารณะ...

 

สวนสาธารณะ...

 

 

 

 

คาโนะเบิกตากว้าง...เมื่อตรงหน้าของเขานั่นคือคิโดะที่กำลังเดินออกมาจากสวนสาธารณะพอดี ใบหน้าหวานเริ่มเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อเห็นหน้าเขา

 

ชิ...เจ้าพวกบ้านั่น...

 

เธอสบถ ก่อนจะเดินหนีคาโนะไปอีกทาง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะที่มือไปไวกว่าความคิด เขาคว้าแขนของคนตัวเล็กกว่าไว้ได้ทันที่เธอจะเดินจากไป แต่เมื่อจับได้เธอก็สะบัดออก ถึงแม้ว่าจะไม่ออกก็เถอะ

 

ปล่อย...

 

เสียงหวาดกดต่ำ ดวงหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความเกลียดชัง คาโนะกัดฟันแน่น ดวงตาของเขาอัดแน่นไปด้วยความเศร้า แต่ทว่าเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยท่อนแขนของเด็กสาวเสียที

 

ไม่... เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของเขาเปลี่ยนไปจนกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง

 

ฉันคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องไปแล้วซะอีก... คิโดะสะบัดแขนอีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล ว่าฉันเกลียดนาย!”

 

คิโดะคำรามออกมาพร้อมกับธารใสที่ไหลออกมา คาโนะมือไม้อ่อนจึงทำให้เธอสามารถสะบัดหลุดออกจากการเกาะกุมของเขาได้ เขาหายใจหอบขณะที่กุมที่หัวใจพร้อมกับธารใสที่ค่อยๆไหลออกมา...

 

แต่ว่า...

 

จู่ๆดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว และทางเดินคนข้ามกลายเป็นสีแดง รถยนต์คันหนึ่งพุ่งมาทางคิโดะเต็มแรง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครม!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

ดวงตาคู่งามของคิโดะเบิกกว้าง ตอนนี้เธอล้มลงไปนอนราบกับพื้นถนนขณะที่คราบเลือดสีแดงสดยังเปรอะเสื้อและใบหน้า ร่างที่ถูกชนกลิ้งกลุกๆไปตามพื้นถนน ของเหลวสีแดงสดไหลนองเต็มพื้น มืออันอบอุ่นที่เคยกุมมือของเธอเอาไว้ตอนนี้นิ่งสนิท และเจ้าของมันก็คือ...

 

 

 

 

 

 

 

 

คาโนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

 

 

 

 

ตึกตัก...

 

 

 

 

 

 

 

ตึกตัก...

 

 

 

 

 

 

 

เสียงหัวใจเต้นแผ่วลงเรื่อยๆ มีคนเรียกรถพยาบาลให้มารับตัวคาโนะไป ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในระหว่างพาร่างของคาโนะเข้าห้องICU

 

ขอทางด้วยครับ!”

 

พยาบาลหนุ่มเอ่ยเตือนคนที่อยู่ด้านหน้า คิโดะที่วิ่งตามรถเข็นด้วยใบหน้าอาบน้ำตากุมมือเด็กหนุ่มแน่น ของเหลวสีแดงเปื้อนไปทั่วร่างของเธอราวกับเป็นของเธอเอง ริมฝีปากก็เรียกชื่อของเด็กหนุ่มตลอดทาง คนที่อยู่บนเตียงค่อยๆปรือตาขึ้นก่อนจะหันมาทางเสียงเรียกพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ

 

เธอ...ปลอดภัย...ดีแล้วล่ะ...

 

คิโดะน้ำตาท่วมอีกครั้ง เธอไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เขาคิดอะไรหรอเธอคิดอะไร เพราะตอนนี้แค่ให้ขาของเธอวิ่งตามรถเข็นได้เท่านั้นก็เหลือเฟือแล้ว...

 

เงียบน่ะ! ไม่ต้องพูดเลยนะคาโนะ! เดี๋ยวหมอก็ช่วยนายได้แล้ว!”

 

คิโดะเอ่ยทั้งน้ำตา คาโนะส่งยิ้มให้เป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับพยาบาลที่เข้ามาห้ามไม่ให้เธอเข้าไป

 

ญาติผู้ป่วยกรุณารอข้างนอกนะคะ...

 

คิโดะเม้มปากแน่น เธอพยายามวิ่งฝ่าพยาบาลเข้าไปให้ได้อย่างบ้าคลั่ง

 

ไม่นะ!!! ไม่เอา!!! คาโนะ!!! ปล่อยฉันนะ!!!!”

 

เธอสะบัดพยาบาลสาวออกแล้วจะวิ่งเข้าไป แต่ก็ถูกนายพยาบาลอีกคนรั้งไว้ได้

 

ขอล่ะครับ ห้องนี้ญาติเข้าไม่ได้นะครับ...

 

แรงที่รัดตัวเธอเอาไว้ทำให้เธอไม่สามารถดิ้นหลุดได้ก็จริง แต่เธอก็ยังคงสะบัดเผื่อว่ามันจะหลุดไปเรื่อยๆขณะที่ยังร้องเรียกชื่อของเขาไม่หยุด...

 

 

 

 

 

 

คิโดะ...พอเถอะ...

 

ร่างสูงของโคโนฮะที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่นานเข้ามาห้าม ขณะที่พยายามห้ามอาการบ้าคลั่งของคิโดะกับนายพยาบาลอีกคน แตก็ไม่เป็นผลเท่าไรนัก

 

ปล่อยฉัน!! ปล่อยฉันนะโคโนฮะ!!! ฉันจะเข้าไปหาคาโนะ!!!!”

 

 

เพียะ!!!!!!

 

 

จู่ๆโคโนฮะก็เงื้อมือตบใบหน้าของคิโดะจนหันไปตามแรง นายพยาบาลรวมทั้งคนอื่นๆที่เพิ่งมาถึงเบิกตากว้างตกใจ ขณะที่ใบหน้าของเขานั้นเกือบจะร้องไห้แต่ก็ไม่ร้องออกมาเสียทีเดียว

 

เลิกบ้าได้แล้ว!!! คิโดะ สึโบมิ!!!!!” โคโนฮะตะคอกจนร่างเล็กสะดุ้ง ใบหน้าจริงจังของเขาทำให้จู่ๆเธอก็กลัวขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุคาโนะเค้าไม่เป็นอะไรหรอก!!! เพราะงั้นเชื่อใจหมอแล้วมานั่งดีๆซะ!!!!”

 

ทุกๆคนเม้มปากแน่น ก่อนที่จะมีใครสักคนเอ่ยขึ้น

 

อืม...ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ...ขนาดคาโนะโดนคิโดะซังต่อตั้งหลายครั้งยังไม่เป็นอะไรเลยนี่...

 

มารีเอ่ยให้กำลังใจปนขำ คิโดะเม้มปากกลั้นเสียงสะอื้น

 

แต่ว่า...แต่ว่ามันไม่เหมือนกันนะ...

 

เธอว่า ก่อนจะถูกใครสักคนตบบ่า

 

เอาน่า คาโนะมันไม่เป็นอะไรหรอก...เชื่อฉันสิ...ไม่จริงให้ต่อยเลยเอ้า...

 

เซโตะเสนอเพื่อปลอบ เขาเห็นว่าร่างกายของเธอเปรอะไปด้วยของเหลวสีแดงที่คาดว่าจะเป็นของคาโนะ พลางคิดว่ามันคงเกิดอะไรขึ้น และมันคงร้ายแรงเอามากแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

ผมเคยคิดว่าอยากตายไปให้พ้นๆ...

 

 

 

 

 

 

แต่ถึงยังไง...มันก็ตายไม่ได้เสียที...

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ว่าจะลองวิธีไหนๆ...หน้าของเธอก็จะเข้ามาทุกๆครั้ง...

 

 

 

 

 

 

 

.............

 

 

 

 

 

 

 

โธ่เว้ย...

 

 

 

 

 

 

พอใกล้ตายแล้ว...ทำไมมันถึงอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปกันนะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คิโดะ...ฉันคิดว่าฉันคงต้องบอกอะไรเธอสักอย่างแล้วล่ะ...

 

จู่ๆเซโตะก็พูดขึ้น...ทุกๆคนหันมาก่อนจะทำหน้าเครียด

 

เฮ้ย! จะดีหรอ? ตอนนี้คิโดะยังไม่พร้อมนะ...

 

ชินทาโร่ว่าขณะที่เหงื่อกาฬไหลหยดจากปลายคาง เซโหลับตาลง

 

ไม่หรอก...ตอนนี้แหละพร้อมแล้ว...

 

คิโดะหันมามองหน้าเซโตะขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของมารี ดวงหน้าของเธออาบไปด้วยน้ำตา เซโตะสูดหายใจเข้าลึกๆ

 

ฉันเคยอ่านความคิดของคาโนะ... ดวงตาสีรัตติกาลเบิกกว้าง ฉันรู้เรื่องราวทุกอย่าง...

 

คิโดะพูดอะไรไม่ออก เธอรู้ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไร...

 

ตอนนั้นน่ะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

น้องคะๆ มาทางนี้หน่อยสิ...

 

เสียงหวานเอ่ยมาจากร้านบาร์เหล้าข้างทาง คาโนะที่เดินผ่านหันไปมองก็พบกับสาวนั่งดริ๊งค์คนหนึ่งที่กรีดนิ้วเรียกเขาให้เข้าไป คาโนะหันซ้ายหันขวาก่อนจะชี้ที่ตัวเองแล้วเดินเข้าไปเมื่อเธอพยักหน้า

 

มีอะไรกับผมหรอครับ?

 

คาโนะกระพริบตาปริบๆ หญิงสาวยิ้มเขินอายก่อนจะยื่นกระดาษที่เขียนตัวเลขอะไรบางอย่างให้เขา

 

แล้วโทรมานะคะ...

 

ว่าแล้วเธอก็ก้มลงงับเบาๆที่ต้นคอของเขา คาโนะผลักเธอออกทันที

 

ทำอะไรน่ะ!!!!”

 

เขาขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าแดงก่ำเพราะถูกจู่โจม หญิงสาวยิ้มพราวก่อนจะเชยคางเขาขึ้น

 

แหม...เจอของถูกใจก็ต้องตีตราหน่อยสิจ๊ะ...หรือว่าไม่จริง?

 

คาโนะกัดฟันแน่น ก่อนที่เขาจะมองหญิงสาวด้วยดวงตาโกรธเคือง มือของเขาค่อยๆฉีกกระดาษที่หญิงสาวให้ จนมันกลายเป็นเศษชิ้นเล็กๆ

 

ผมไม่ใช่ของคุณ...อย่าร่านให้มันมากไปหน่อยเลย...ผมเกลียดผู้หญิงกลางคืน... เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้ม ก่อนที่จะใช้แขนถูบริเวณที่โดนงับแรงๆ น่าขยะแขยง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงตาสีรัตติกาลเบิกกว้างเมื่อฟังเรื่องราวจบ มือเล็กยกขึ้นปิดปากตามสัญชาติญาณ เธอไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาโกหกอยู่...ไม่รู้เลย...

 

ทำไม...คาโนะต้องโกหกฉัน...คิโดะเอ่ยเสียงสั่นเครือ น้ำตาของเธอไหลออกมาโดยไม่มีสาเหตุ ทำไมล่ะ?...

 

คิโดะร้องไห้เสียจนตัวโยน ขณะที่มารีได้แค่กอดปลอบ เซโตะมองมาที่เธอด้วยแววตาเศร้าแล้วตบบ่าของเธอเบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

เพราะเขา รักเธอ...พูดจบ คิโดะก็เงยหน้าขึ้นมามองเซโตะ ใบหน้าของเขาไม่มีวี่แววของคำว่าล้อลเนเลยแม้แต่น้อย ฉันรู้มานานแล้ว...รู้มานานว่าเขารักเธอมานานเท่าไหร่...

 

คิโดะสะอื้นไห้ เซโตะไม่รู้จะปลอบอย่างไรต่อไปจึงได้แค่พูดไปเรื่อยๆ

 

เขาคงทนไม่ไหวที่ไม่เห็นวี่แววว่าเธอจะสนใจเขา...เขาเลยตัดใจ...แล้วก็คิดจะอยู่ห่างจากเธอน่ะ...

 

มารีกอดคิโดะแน่นขึ้น เมื่อรู้สึกว่าเธอเริ่มร้องไห้หนักกว่าเดิม

 

เขาคงคิดว่าให้เธอเกลียดแล้วไม่มาเห็นหน้าอีก...มันคงจะดีกว่า...ถ้าจะให้เธอเข้าหาแล้วเขาปวดใจ... เซโตะทนที่ตัวเองพูดแทบไม่ได้ ในตอนนี้เหมือนมีอะไรมาจุกอกของเขาเสียจนพูดไม่ออก ขอบตาเริ่มร้อนขึ้นมาเสียจนคนอื่นสังเกตเห็นชัดเจน เพราะถ้าอย่างนั้น...คงเจ็บทั้งสองฝ่าย...สู้ให้เขาเจ็บคนเดียว...มันคงจะดีกว่า...

 

จู่ๆประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออกพร้อมกับร่างของแพทย์สาวที่เดินออกมาอย่างรีบร้อน

 

หมอคะ...ตอนนี้...อึก...คาโนะเป็นยังไงบ้าง?

 

คิโดะเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างของเธอเดินเข้ามา แพทย์สาวขมวดคิ้วแน่น

 

ในตอนนี้คนไข้เสียเลือดมากค่ะ แล้วเลือดสำรองเรามีไม่พอ ในตอนนี้เราต้องการเลือดกรุ๊ปBด่วน...

ฉันเลือดกรุ๊ปB...

 

คิโดะเสนอตัวเองทันที แพทย์สาวเมื่อได้ยินดังนั้นก็พาคิโดะไปอีกห้องทันที ทุกๆคนต่างเป็นห่วงทั้งคาโนะและคิโดะ เพราะไม่รู้ว่าสภาพจิตใจของเธอเป็นอย่างนั้น...

 

แล้วเธอจะทนได้หรือเปล่า?

 

 

 

 

 

 

 

 

คิโดะเดินออกจากห้องบริจาคเลือด เธอเดินโซเซออกมาด้วยใบหน้าซีดเซียว ถึงแม้ปริมาณเลือดที่ให้ไปจะมีไม่มากเท่าใดนัก แต่ว่าเมื่อจู่ๆก็ถูกนำออกไปก็ทำให้หน้ามืดได้เช่นกัน

 

คิโดะซัง เป็นยังไงบ้าง?

 

โมโมะเอ่ยขึ้นขณะที่เข้าไปพยุงคิโดะที่เดินโซเซออกมา เธอส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรก่อนจะเดินกลับไปนั่งเหมือนเดิม

 

มึนหัวนิดหน่อย...นอกนั้นก็ไม่เป็นไร...

 

เธอว่าแล้วจับมือของโคโนฮะที่บีบมือของเธอเบาๆเป็นเชิงให้กำลังใจ

 

แต่ว่า...คาโนะ...ปลอดภัยแน่ๆแล้วนะ...

 

เขาว่าแล้วมองดูปฏิกิริยาของคิโดะ ถึงมันจะดูเศร้า แต่ว่าก็ยังดีกว่าเมื่อครู่นี้ตั้งเยอะ...

 

ยังบอกได้ไม่เต็มปากหรอก...แต่ว่านะ...เอเนะส่งเสียงมาจากโทรศัพท์ของชินทาโร่ เมื่อกี้ฉันลองแอบเข้าไปในห้องICUมา ฉันเห็นว่าคาโนะคุงเสียเลือดเยอะเลยล่ะ...หมอที่มาก็ตั้งสามคน...

 

ทุกๆคนต่างเครียดกันไปต่ามๆกัน...โดยเฉพาะคิโดะ...

 

 

 

 

 

 

 

ได้โปรด...ให้เขารอดเพื่อฟังคำขอโทษของฉันทีเถอะ...

 

ขอร้องล่ะ...

 

 

 

 

 

 

 

คิโดะซัง...หมอมาแล้วนะ...

 

เสียงเรียกของมารีดังขึ้น คิโดะสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีเมื่อเรียบเรียงคำพูดได้ก่อนที่เธอจะปราดเข้าไปหาแพทย์สาวอย่างรวดเร็ว

 

หมอ...คาโนะเป็นยังไงบ้าง??

 

เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แพทย์สาวหลุบตาลงก่อนจะส่ายหน้า ดวงตาของคิโดะเบิกกว้าง มือไม้อ่อนจนล้มลงนั่งแหมะกับพื้น ทุกๆคนในที่นั้นเศร้ากันไปตามๆกันกับข่าวเศร้านี้

 

ก่อนที่พวกเขาจะปล่อยให้คิโดะเข้าไปอยู่กับคาโนะโดยลำพัง

 

เขานอนอยู่บนเตียง มีสายยื้อชีวิตต่างๆห้อยระโยงรยางค์ไปหมด เครื่องวัดการเต้นของหัวใจที่หัวเตียงส่งเสียงแสบหูเป็นจังหวะ กราฟที่ขีดเส้นชีวิตของเขาเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง...ช้าลง...อ่อนลง...อ่อนลง...

 

เธอเดินเข้าไปหาร่างที่นอนอยู่บนเตียงช้าๆ...แต่ละก้าวช่างยากเย็นนัก...ราวกับมีอะไรมาทับไว้จนไม่สามารถเดินต่อไปได้ กระนั้นเธอก็ยังเดินอยู่...

 

จนกระทั่งเธอเดินมาหยุดข้างๆกายคาโนะที่หายใจรวยรินผ่านท่อออกซิเจน ดวงตาสีเปลือกไม้ของเขาหันมามองเด็กสาวข้างกายแล้วยิ้มออกมา

 

คิ...โ...ดะ...

 

แค่จะพูดก็ยังแทบพูดไม่ออก แต่ก็ยังยิ้มให้เธออยู่เรื่อยๆ คิโดะกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ เธอทรุดลงข้างๆเตียงของเขาพร้อมกับจับมือของเขาไว้แน่น

 

เป็น...อะไร...อย่า...ร้...องไห้...เ...ลย...นะ...

 

ว่าแล้วก็จับมือเล็กที่บีบรัดอยู่ราวกับว่าเขาจะหายไป คิโดะร้องไห้หนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 

ไม่เอา อึก...คาโนะ...อย่าตายนะ...

 

คาโนะยิ้มให้ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมืออีกข้างปาดน้ำตาบนใบหน้าให้แก่เธอทั้งๆที่แค่พูดก็แทบจะไม่มีแรงอยู่แล้ว

 

ผ...มน่ะ...กำหน...ด...ชีวิต...ตั...วเอง...ไม่ได้หรอ...ก...

 

คิโดะจับมืออีกข้างที่กำลังปาดน้ำตาให้เธออยู่ มือของเขาเริ่มเย็นลงจนน่าใจหาย

 

ถึงอย่างนั้น...ถึงอย่างนั้น...ก็รอหน่อย...ไม่ได้รึไง...ฉันน่ะ...ยังมีอีกหลายอย่าง...ที่อยากทำกับนายนะ...

 

คาโนะเลิกคิ้ว เมื่อได้เห็นใบหน้าของเธอในตอนนี้

 

ขอโทษ...นะ...ผมคง...อยู่ได้...ไม่นา...น...หรอ...ก...

 

เขาว่าแล้วยิ้มอีกครั้ง มุมปากของเขามีรอยแผลเล็กน้อย...แต่กระนั้นก็ยังคงยิ้มให้เธอยู่...

 

อย่าร้องนะ...อย่าร้อง...

 

เขาว่าแล้วจับมือของเธอแน่นขึ้น

 

คาโนะ...คาโนะ...คาโนะ...คาโนะ...อย่าเพิ่งตายนะ...คิโดะเอ่ยชื่อของเขาไม่หยุด ขอโทษ...ฉันขอโทษ...ทุกๆสิ่งที่เคยเกิดขึ้น...ฉันขอโทษ...

 

คาโนะไม่เชื่อว่าตัวเองจะได้เห็นเธอในสภาพนี้เลยจริงๆ...

 

และก็ไม่คิดด้วย...ว่าตัวเองจะตายเร็วขนาดนี้...

 

ก่อ...น...ไป...ผมขอ...พูดอะไร...บางอย่างนะ...คาโนะกลั้นใจพูด ความเจ็บแปล๊บบริเวณอกแล่นเข้ามาทำให้ต้องเผลอกัดฟันแน่น ผม...ไม่หวังให้เธอ...ตอบรับ...แ...ต่...ผม...แค่อยา...ก...พูด...

 

คิโดะตั้งท่าฟังอย่างดี คาโนะทำท่าราวกับทรมานมากจนเธอต้องจับมือของเขาแน่นขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

ตี๊ด...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผม...

 

 

 

 

 

 

 

ตี๊ด...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...รั...ก...เธอ...นะ...คิโดะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ราวกับทุกสรรพสิ่งเงียบลง เสียงเครื่องวัดชีพจรดังเป็นเสียงเดียวลากยาวราวกับจะกระชากวิญญาณของเขาให้ออกจากร่าง มือที่เคยจับแน่น...ในตอนนี้คลายลงและพร้อมจะร่วงตามแรงโน้มถ่วง...ดวงตาสีเปลือกไม้ค่อยๆหลับลง...

 

 

 

...รา...ตรี...สวัสดิ์นะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คาโนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อยากคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน...

 

 

 

 

 

 

 

เป็นแค่ฝันร้ายที่เพียงแค่ตื่นมาแล้วก็ถอนใจเฮือก...แล้วค่อยพึมพำออกมาอย่างโล่งอก...

 

 

 

 

 

 

 

เฮ้อ...แค่ฝันเองหรอ?

 

 

 

 

 

 

 

แล้วพอลงไปด้านล่าง...ก็จะพบกับหมอนั่น...ที่กำลังส่งยิ้มทะเล้นให้ทุกๆเช้า...

 

 

 

 

 

 

 

แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่...

 

 

 

 

 

 

 

มันก็...เป็นไปไม่ได้แม้แต่น้อย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 1 ปีผ่านไป...

 

ร่างเล็กของคิโดะ สึโบมิ ยืนอยู่หน้าเตาทำอาหาร เธอกำลังผัดอาหารที่อยู่ในกระทะอย่างที่เคยทำทุกครั้ง

 

อรุณสวัสดิ์...คิโดะ

 

เสียงทุ้มของเซโตะเรียกให้เธอหันไปมอง ก่อนที่จะหันกลับไปทำอาหารต่อส่วนคนตัวสูงก็ยืนมองนิ่งๆ เขาสังเกตว่าบนโต๊ะมีอาหารมากมายเต็มไปหมด

 

วันนี้ครบ1ปีแล้วนี่นา...

 

เขาพึมพำเบาๆหลังจากหันไปมองปฏิทิน คิโดะถอนหายใจก่อนจะเทอาหารที่อยู่ในกระทะใส่ปิ่นโตที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้

 

ฝากบอกคนอื่นด้วยล่ะ...ว่าอาหารเช้าเตรียมให้แล้ว...ส่วนอาหารเที่ยงกับอาหารเย็นฉันแรพเก็บไว้ในตู้...

 

เธออธิบายแล้วชี้ไปทางตู้สีน้ำตาลที่ปิดอยู่ เซโตะพยักหน้าเบาๆก่อนจะหลีกให้เธอเดินออกไป

 

เขามองแผ่นหลังของคนตัวเล็กที่เดินผ่านไปก็ต้องเผลอยิ้มออกมา

 

เจ้านั่นก็...เป็นปัญหาเหมือนกันแฮะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คิโดะเดินออกมาจากบ้านพักแล้ว เธอเดินถือปิ่นโตสามกล่องไปเรื่อยๆ ตามทาง ลัดเลาะตามตรอกต่างๆ เธอไม่รู้หรอกว่าเหนื่อยมันคืออะไร...เพราะตอนนี้เธอกำลังจะไปเจอ... เขา

 

ขาเรียวพาก้าวไปเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...จนกระทั่งหยุดอยู่ที่โรงพยาบาลที่เดิมที่เคยพาคาโนะมารักษา...

 

 

 

 

 

แกร๊ก...

 

คิโดะเปิดประตูห้องๆหนึ่งออก เธอวางของในมือไว้ที่เคาท์เตอร์ภายในห้องก่อนที่เธอจะหันไปมองคนที่กำลังส่งยิ้มให้อยู่บนเตียง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อรุณสวัสดิ์...คาโนะ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.................................................................................................................................................

กระชากอารมณ์แมวมากมายนะฟิคเรื่องนี้= =;;

เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะเนี้ย...เฮ้อ...ขี้เกียจเขียนตอนสุดท้ายสุดทรีน
สงสัยล่ะสิว่าคาโนะในตอนสุดท้ายนั่นตัวจริงรึเปล่า? เฉลยก็ได้ ตัวจริงค่ะ ตัวจริงเสียงจริงเลย
อ้าว...ก็ตายไปแล้วนี่...
แหม...แมวแค่ไม่ได้เขียนตอนที่หมอนั่นมันดันรอดชีวิตได้มาเท่านั้นแล...ไม่งั้นก็หมดดราม่ากันหมดพอดี
คาโนะน่ะมันตายง่ายซะที่ไหนล่ะ?

เอาล่า ไหนๆก็ไหนๆเรามาTalk กันเถอะ

แมวน่ะนะเขียนฟิคตามอารมณ์ของตัวเองเสมอแหละ...โดยเฉพาะเวลาที่แมวเขียนดราม่า ฮ่าๆ...
มันจะกระชากต่อมน้ำตาแมวให้แตกได้เลยล่ะ ถ้าแมวอินไปกับมันจริงๆน่ะนะ
ซึ่งตอนนี้แมวก็อินไปจริงๆด้วยสิ= =;;
อา...ก็ไม่มีอะไรเขียนแล้วแฮะ...แต่ก็ช่วยเมนท์กันด้วยนะคะ
เรื่องนี้แมวทุ่มสุดตัวจริงๆนะ...
บ๊ายบายค่ะ

 

ผลงานอื่นๆ ของ Onlyeye_Neko

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

25 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 กันยายน 2558 / 23:34
    อินหนักมากT T
    คาโนะไม่ตายง่ายๆหรอกเนอะ^^
    #25
    0
  2. วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 20:25
    ขอสารภาพว่าอ่านไปน้ำตาคลอเลยค่ะTT คาโนะ ต้องอยู่กับคิโดะน้า~~~~~~//น้ำตาไหลพรากๆ
    #24
    0
  3. วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 09:20
    นึกว่าคาโนะตาย โดนหลอกรึ! O_O
    #23
    0
  4. #22 KIriNA
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 13:34
    ซึ่งง่ะ "ขอบคุณพระเจ้า....." จะขาดใจตายเพราะคาโนะเนี่ยแล..... ถ้าพวกนายอยู่ในเราก้อนบอลนะมิต้องห่วงหาอัลไล. เดี๋ยวคิโดะก็รวบรวมเราก้อนบอลทั้ง7. แล้วชุบชีวิตแกเอง คาโนพ!!



    ป.ล.คาโนะนอนร.พ.นานจังเรย...ยังกะเหมือนว่าจะพิการ//ไม่อาววว. ไม่ตายก็บุญแค่ไหนล้าวย่ะ#มาพร้อมลูกเตะคิโดะทั้งน้ำตา



    รีดเดอร์: ไม่ตายเพราะเลือดคิโดะใช่มั้ย

    คาโนะ: คิดว่างั้นนะ>v0น้องฉาวว

    คิโดะ: งั้นเอาเลือดชั้นคืนมา แล้วไปเฉียดตายอีกรอบป๊ะ

    คาโนะ: เฉียดแต่ไม่ตายช่ายป่าว (ถึงเฉียดตรุก็ไม่เอาหรอก อยากอยู่กับคิโดะไปนานๆ



    รีดเดอร์: แต่ว่าคนที่น่าจะสมควรตายน่าจะเป็นยัยป้าหน้าบาร์เนอะ

    ทุกคน: ......
    #22
    0
  5. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:20
    น้ำตาซึมเลยจ้าY^Y
    ตอนจบนี่คาโนะไม่ตาย*[]*โอ้วกรี๊ดดดดดดด
    #21
    0
  6. วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 19:51
    งืออออ ฮืออออออ สรุป คาโนะตายมั้ยหง่าาาาา แงงงงงงงงงงง
    #20
    0
  7. วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 11:43
    อ่านไปจะรอบที่ร้อยละ น้ำตาก็ยังซึมทุกรอบ QwQ เพื่อนๆเราก็บอกว่าชอบบมากกกกกกก  พี่แมวแต่งเก่งมากเลยย ขอเป็นศิษย์ของแมวหน่อยย(?)//คุกเข่า (ไม่ใช่ละ - -") อยากให้แต่งคู่อื่นต่ออ่ะ รอติดตามอยู่น้าา~ เพื่อนๆเราก็รอติดตามอยู่เช่นกัน

    ปล.กราบขออภัยที่มาอ่านแล้วไม่ค่อยคอมเม้น เราเป็นพวกชอบซุ่มหน่ะ แต่พอเราอ่านเสร็จเราก็แชร์ให้คนอื่นอ่านต่อนะะ อย่าน้อยใจล่ะ -w-
    #19
    0
  8. #18 Blue-Mint (@mintkanyarat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 18:12
    ไม่มีต่อหรอค่ะ;-; อยากให้ต่ออ่าาาาา;0;
    #18
    0
  9. #17 kino
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2557 / 15:10
    น้ำตาทะลักแล้วววววววว ถ้าไม่ติดว่าแม่อยู่ใกล้หนูร้องไห้ไปแล้วT^T
    #17
    0
  10. วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 / 20:21
    จะร้องไห้แล้ววว;w; ซึ้งมากครับ;w;
    #16
    0
  11. วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 17:21
    ง่า~~ ตายได้ไง TwT
    #15
    0
  12. วันที่ 28 สิงหาคม 2556 / 20:30
    ตอนอ่านน้ำตาซึมเลยล่ะ แบบว่ามันเจ็บมากเลยT^T
    แบบตอนแรกคิดว่าเนื้อเรื่องจะเป็นอีกแบบซะอีก(ถามอิงเพลง) แต่ก็สนุกมาก สนุกมาก

    ขอบคุณมากนะที่ฟินสนุกๆให้อ่าน
    #14
    0
  13. #13 reader
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 / 00:53
    ไม่ร้อง ไม่ร้อง เเงงงงงงงงงงง
    #13
    0
  14. วันที่ 17 มิถุนายน 2556 / 20:30
    ฟินเลยอ่ะTvT
    #12
    0
  15. วันที่ 8 มีนาคม 2556 / 13:03
    มา หม่า ม่า แง้~
    #11
    0
  16. วันที่ 7 มีนาคม 2556 / 19:51
    //ปาดน้ำตา

    ดราม่าจริงๆ

    คาโนะอึดมาก!!

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ แต่งเก่งมาก =w=b
    #10
    0
  17. วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 20:33
    ดราม่าจริงๆ แต่ว่า ถ้าคาโนะมันตายง่ายขนาดนี้ มันคงจะตายตั้งนานแล้วแหละ
    #9
    0
  18. วันที่ 17 ธันวาคม 2555 / 22:27
    โอยยยยย
    น้ำตาซึมไปประมาณสามรอบ ;w;
    #8
    0
  19. #7 moritasan
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 / 15:52
    ดราม่าจริงจังมากเลยค่ะ น้ำตาเกือบร่วง แต่งเก่งมากเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ
    #7
    0
  20. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 / 21:31
    ดราม่าาาาาาาาาาาาา า



    Y  ^  Y
    #6
    0
  21. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 23:45
    ดราม่า~~~~~ TT หาอ่านยากมากเลยอ่ะ ฟิค Kagerou แบบดราม่า ขอบคุณท่านแมวที่ทำให้ฝันข้าน้อยเป็นจริง
    ปลล.แต่ง Kagerou ver. drama มาอีกหลายๆเรื่อง หลายๆคู่ก็ดีเหมือนกันนะเจ้าคะ -.,- จะคอยติดตามเจ้าค่ะ
    #5
    0
  22. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 / 14:30
    ระ ร้องไห้จริงๆเลยล่ะ//ลืมเตรียมทิชชู่
    #4
    0
  23. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 / 13:50
    ถ้าท่านแมวไม่บอกหนูมึนเลยนะเนี่ย= =''



    รักกันนานๆนะเคอะ~//โปรยหัวใจ
    #3
    0
  24. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 / 12:31
    ขออย่าให้มันมีฉากนี้ในฟิคหลักของเเมวเลยยย ไม่งั้นข้าน้อยคงไม่กล้าอ่านต่ิอ(//อ้าว)
    #2
    0
  25. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 / 11:56
    น้ำตาซึมเลยอ่ะ T_T เพลงเลือกได้เข้ากับเนื้อเรื่องมาก*0*
    เห็นสีตัวอักษรกับพื้นครั้งแรกทำเอาไม่อยากอ่านเลย=.= เพราะต้องซูมหน้าเข้าไปใกล้ๆแล้วเพ่งสายตา
    แต่พอลองอ่านใกล้ๆทำให้อินกับเนื้อเรื่องมาก~! ยิ่งสีตัวอักษรเปิดความเศร้าเข้าไปอีก
    สรุปคือสนุกมากๆ *-* แต่แต่งนานๆพักด้วยนะเดี๋ยวสายตาเสีย :D
     
     
    #1
    0