มิวายรัก

ตอนที่ 8 : ๒ ไม่อยากอยู่เป็นภาระให้ใคร [๔]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    24 ม.ค. 62


ไม่อยากอยู่เป็นภาระให้ใคร


        

ปานระพีถามตัวเอง ในขณะที่เก้าไม่ได้มีท่าทีผิดปกติใดๆ กับสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ นั่นเลยสักนิด แน่ละ...ในเมื่อเขาไม่ได้รู้สึกอะไร ขนาดเมื่อคืนทั้งกอดทั้งจูบเธอ วันนี้ยังพูดกับเธอได้หน้าตาเฉย คล้ายกับไม่เคยมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น

“ขึ้นบ้านได้แล้ว”

“ป่านตามช่างมาซ่อมเองก็ได้ ในเมื่อป่านเป็นคนขับรถออกไป ป่านก็ควรรับผิดชอบ” ปานระพียังอยากแสดงความรับผิดชอบ และไม่ได้ขึ้นบ้านตามคำสั่งของคนที่มีศักดิ์เป็นอา

“แต่รถคันนั้นเป็นสมบัติของอา”

“อ้อ...ป่านลืมไปว่าทุกอย่างในบ้านหลังนี้เป็นของอา”

ใช่ ท่องไว้ให้ขึ้นใจซะ ว่าทุกอย่างเป็นสมบัติของอา รวมถึงตัวเธอด้วย”

“ป่านไม่ใช่สิ่งของ และป่านจะไม่อยู่ใต้ปีกของอานานนักหรอกค่ะ ถ้าป่านมีทางไปเมื่อไหร่ ป่านไปจากที่นี่แน่”

ปานระพีบอกอย่างมุ่งมั่นแกมน้อยใจ มองหน้าคนใจร้ายอีกครั้ง ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้าบ้าน โดยไม่สนใจว่าเขาจะมองตามหรือทำอะไรต่อ

 

แม้ไม่อยากทำตามคำสั่งที่เผด็จการนั้นสักเท่าไหร่ แต่ปานระพีก็จำต้องโทร.บอกไพศาล ว่าอาของเธอไม่อนุญาตให้ไปทำงาน ไพศาลบ่นว่าเสียดาย แต่ก็เข้าใจรวมถึงไม่อยากดึงดันจะเอาชนะคะคาน ด้วยไม่อยากปะทะกับเก้าตรงๆ เรื่องนี้จึงจบสวย แต่เป็นปานระพีเองที่ต้องแบกรับความอึดอัด เพราะต้องไปทำงานกับเก้าในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้า โชคยังเข้าข้างเธออยู่หน่อยหนึ่งที่ตำแหน่งนั้นไม่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับเก้า แค่ต้องรายงานเขาบ้างเป็นบางครั้งบางคราวก็เท่านั้น

เวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว สนามกอล์ฟและรีสอร์ตคึกคักไปด้วยแขกที่จองล่วงหน้าจนตอนนี้เต็มหมดแล้ว ปานระพีค่อนข้างยุ่ง แม้จะไม่ต้องต้อนรับแขกเอง แต่เธอก็เป็นคนดูแลความเรียบร้อยทั่วไป ดังนั้นในแต่ละวันจึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

บ่ายวันนี้สถานการณ์โดยทั่วไปค่อนข้างจะเรียบร้อย ปานระพีนึกได้ว่าตัวเองยังไม่มีชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงรุ่น เลยฝากงานกับผู้ช่วยของตัวเองแล้วปลีกตัวเข้าเมือง คราวนี้เธอจำเป็นต้องใช้รถคันอื่น เพราะรถคันเก่าที่เสีย เก้าไม่ยอมให้กุญแจไว้กับคนขับรถ

ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของภูเก็ตคือสถานที่ที่ปานระพีขับรถมาจอด โดยคิดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าที่นี่น่าจะมีร้านเสื้อผ้าให้เลือกเยอะกว่าห้างอื่นๆ

ร่างเพรียวระหงเดินเข้าร้าน ใช้เวลาเลือกอยู่ไม่นานก็ได้ชุดที่ถูกใจ จึงจัดการจ่ายเงินและถือถุงกระดาษออกมาจากร้าน ตั้งใจว่าจะกลับบ้านเลย แต่ก็กลับเจอกับไพศาลโดยบังเอิญ

“สวัสดีครับคุณปานระพี” ไพศาลเอ่ยทัก ทำให้ปานระพีต้องหยุดทักทายเขา

“สวัสดีค่ะคุณไพศาล มาทำอะไรคะ”

“ผมมาเดินสำรวจห้างสรรพสินค้าน่ะครับ คุณปานระพีคงไม่รู้ว่าผมมีหุ้นอยู่ที่นี่ด้วย”

“เป็นความรู้ใหม่เลยค่ะ”

“ว่าแล้วก็ยังเสียดายไม่หายที่ไม่ได้คุณปานระพีมาทำงานด้วย”

“เรียกป่านว่าป่านเฉยๆ ก็ได้ค่ะ จริงๆ ป่านเองก็รู้สึกผิดและต้องขอโทษมากๆ เหมือนกันที่ต้องปฏิเสธคุณไพศาล ถ้ายังไงป่านขอเลี้ยงข้าวสักมื้อนะคะ เพื่อเป็นการขอโทษที่ป่านผิดคำพูด” ปานระพีบอกอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก แค่คิดว่าตัวเองเป็นเด็กทำผิดกับผู้ใหญ่ก็อยากจะขอโทษอย่างเป็นทางการ จะได้ไม่ต้องติดค้างกัน เธอเคยมีประสบการณ์การทำความผิดกับเก้ามาแล้ว ไม่อยากให้ใครว่าได้ว่าเธอทำตัวเป็นเด็กเล่นขายของ

“ตกลงครับ”

ไพศาลไม่ปฏิเสธ ออกจะมีท่าทีดีใจด้วยซ้ำ เขาเดินนำไปยังร้านอาหารสุดหรูแห่งหนึ่งในฐานะเจ้าถิ่น จากนั้นก็จัดการสั่งอาหารและเครื่องดื่มแบบสุภาพบุรุษที่ดี

“ผมดูว่าคุณป่านไม่ค่อยมีความสุขนัก ผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณน่าจะมีความสุขมากกว่านี้นะ” ไพศาลเอ่ยขึ้นหลังจากทานอาหารกันได้ไม่นาน ความจริงเขาแทบจะไม่ได้แตะอาหารเลย เพราะมัวแต่นั่งจ้องหน้าสวยๆ ของปานระพีอยู่นั่นเอง ปานระพีไม่ใช่แค่หน้าสวย แต่หุ่นดี ทรวดทรงองค์เอวครบเครื่อง จัดได้ว่าเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่มากคนหนึ่ง เพียงแต่เธอไม่ได้แต่งตัวเปรี้ยวมากก็เท่านั้น

“ทำไงได้คะ ป่านไม่มีทางเลือก”

“แล้วถ้าผมให้ทางเลือกกับคุณล่ะ”

“ยังไงคะ” ปานระพีถามพาซื่อ ยังไม่อยากคิดอคติอะไรกับคำพูดของไพศาล แม้ท่าทีของเขาจะดูไม่น่าไว้วางใจนัก แต่เธอก็ยังนิ่งเพื่อประเมินสถานการณ์ว่าเขาจะมาไม้ไหน

“ทางเลือกที่จะทำให้คุณป่านสบายทั้งกายและใจ ผมจะซื้อคอนโดฯ ให้ มีเงินเดือนให้คุณป่านซื้อชุดสวยๆ ซื้อเครื่องสำอาง ซื้อความสะดวกสบาย เดือนละสามแสน มากกว่าเงินเดือนที่คุณขอตอนมาสมัครงานอีกนะ คุณสนใจมั้ย”

“แลกกับอะไรคะ”

“แลกกับความสุขของคุณและของผม”

คราวนี้ปานระพีรู้ชัดถึงเจตนารมณ์ของไพศาลแล้ว เธอจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่หลงเหลือความเกรงใจอีกต่อไป

“ป่านขอบคุณนะคะที่คุณไพศาลกรุณา แต่ป่านคิดว่าคุณไพศาลน่าจะมีครอบครัวแล้ว ภรรยาของคุณไพศาลคงไม่สบายใจหรอกค่ะถ้ารู้เรื่องเข้า”

“ภรรยาผมเธอไม่สนเรื่องพวกนี้หรอก”

“แสดงว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณเสนอเงินเลี้ยงผู้หญิง”

“ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรก แต่คุณป่านพิเศษกว่าผู้หญิงอื่น ถ้าคุณคิดว่ามันน้อยไป อยากได้เท่าไหร่หรืออยากได้อะไรเพิ่มก็บอกผม รถยุโรปสักคัน กระเป๋าแบรนด์เนมสวยๆ ด้วยก็ได้ จะกี่ใบผมทุ่มไม่อั้น ขอแค่คุณป่านเซย์เยส”

“เก็บของพวกนี้ไว้ให้ภรรยากับลูกๆ ของคุณไพศาลหรือเสนอให้ผู้หญิงอื่นที่เขาอยากได้เถอะค่ะ ถึงป่านจะอึดอัดที่จะอยู่กับอาเก้า แต่ป่านก็ไม่คิดจะใช้วิธีนี้ในการหนีปัญหา ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับข้อเสนอ แต่มันเป็นข้อเสนอที่ป่านคิดว่ามันเลวร้ายยิ่งกว่าการทนอยู่กับอาเก้าเสียอีก อ้อ...ตอนแรกป่านตั้งใจว่าจะเลี้ยงข้าวเป็นการขอโทษคุณ แต่ไหนๆ คุณก็มีเงินถุงเงินถัง จ่ายค่าอาหารมื้อนี้ให้ด้วยก็แล้วกันนะคะ ป่านจะลืมเรื่องที่คุณพูดวันนี้ เผื่อว่าครั้งต่อไปที่เราเจอกัน ป่านจะได้ทักทายคุณได้อย่างสนิทใจ”

ปานระพีพูดแค่นั้นก็หยิบกระเป๋าขึ้นสะพายบ่า ก่อนจะหยิบเอาถุงกระดาษที่วางอยู่เก้าอี้ข้างๆ แล้วเดินออกจากร้านไป คราวนี้เธอเลือกที่จะลืมมารยาทแบบไปลามาไหว้ เพราะความนับถือที่มีให้กับไพศาลมันหมดสิ้นแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น