[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 19 : [Shortfic AU Echofell] Between US

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 966
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    7 ต.ค. 60

[Shortfic AU Echofell] Between US

*AUนี้เป็นAUหนึ่งของในบรรดาหลายๆAUของอันเดอร์เทล ซึ่งผู้แต่งได้นำมาและอาจจะมีการดัดแปลงหรือเปลี่ยนเนื้อหาในเรื่องเล็กน้อยถึงปานกลางเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องของฟิค*




แฮ่กๆ


ที่ไหน...ที่นี่ ที่ไหน


ร่างเล็กวิ่งไปบนทางท่ามกลางความมืดเว้งว้างไร้ที่สิ้นสุด ใบหน้าน่ารักหันมองรอบตัวพร้อมกับเอ่ยตะโกนเรียกบุคคลที่เธอรู้จักไปด้วยถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่าไม่มีใครสามารถมาช่วยเธอได้ก็ตาม


“อะ...อัลฟี่!! แซนส์!!!” เสียงเล็กเอ่ยตะโกนออกไปก้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง เธอวิ่งไปบนทางที่มืดมิดที่ไม่มีแม้แต้สิ่งปลูกสร้างหรือจุดสิ้นสุด ลมหายใจของเด็กสาวเริ่มติดขัดและออกอาการหอบจากความเหนื่อยอ่อนจากการออกวิ่งมาเป็นเวลานานนับชั่วโมง แต่เธอก็ไม่เจอสิ่งใดนอกจากความมืด


กึก! ตุบ!!


ขาเล็กที่อ่อนล้าสะดุดล้มลง น้ำใสหยดลงบนพื้นสีดำสนิท


“ใครก็ได้...ช่วยฉันที...” น้ำเสียงสั่นเครือดังมาจากเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มซอยสั้น หยดน้ำใสไหลอาบแก้มหยดลงบนพื้นอย่างต่อเนื่องไม่ยอมหยุด


“ฟ...”


“ฟริกส์...”


“ฟริกส์!!!


เฮือก!!


ร่างเพรียวสะดุ้งผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกับหอบหายใจแรงๆราวกับเธอเพิ่งจะวิ่งในระยะทางที่ไกลมา มือเรียวยกขึ้นสางเส้นผมสีดำสนิทซอยสั้นระต้นคอที่ชื้นเหงื่อของตัวเองเบาๆ


ฝันหรอ...


“ในที่สุดก็ตื่นได้สักทีนะยัยบ้า” เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือศีรษะของเธอ นั่นทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนค้ำศีรษะของเธออยู่ โครงกระดูกร่างสูงในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทมีฮูดพ่นควันบุหรี่ใส่ใบหน้าสวยของหญิงสาวจนร่างบางไอแค่กๆเพราะสำลักควันบุหรี่ของอีกฝ่าย “กว่าจะตื่นได้ ฉันปลุกไปตั้งหลายรอบ ถ้ายังไม่ตื่นอีกฉันกะว่าจะโยนเธอลงในบ่อน้ำนั่นแล้วนะ” ไม่ว่าเปล่า เขายิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่สีทองซี่หนึ่งของเขาพลางชี้ไปด้านหลังให้เห็นแอ่งน้ำสีฟ้าใสด้านหลังเป็นภาพประกอบด้วย


ฟริกส์มองตามก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกร่างสูงนิ่งราวกับกำลังถามว่าพูดจริงหรือพูดเล่น


heh พูดเล่นน่ะยัยบ้า ขื่นฉันโยนเธอลงไปจริงๆ มีหวังโลกนี้ต้องจบเห่จริงๆแน่” ว่าจบเขาก็พ่นบุหรี่ในปากลงในแอ่งน้ำนั่น


บุหรี่ที่ควรจะจมลงในแอ่งน้ำกลับลุกเป็นไฟจนกลายเป็นเถ้าไป


แซนส์...ไม่สิ...แกสเตอร์แซนส์ยืดตัวขึ้นยืนพร้อมกับยื่นมือลงมาราวกับเขาจะช่วยให้เธอลุกขึ้น หญิงสาวในชุดเสื้อไหมพรมสีแดงสดเอื้อมมือขึ้นไปจับมือกระดูกที่มีรูโหว่งตรงกลางฝ่ามือของเขาราวกับเคยชิน


“ได้เวลาเดินทางต่อแล้วล่ะยัยบ้า”


หญิงสาวพยักหน้าเบาๆก่อนที่จะแตะมือที่สายคาดที่บริเวณลำคอของเธอ แสงสีทองของดาวบนเส้นหนังสว่างวาบเล็กน้อยก่อนที่จะดับไป...ไม่...มันไม่ทำงาน


เธอไม่สามารถจะเซฟหรือโหลดไฟล์ได้ แม้กระทั่งรีเซ็ตยังทำไม่ได้ ตั้งแต่ในวันนั่น...วันที่ทุกๆอย่างได้พังลง


วันที่ทุกๆสิ่งมีชีวิตในอันเดอร์กราวด์ได้หายไป ที่แห่งนี้...ก็ราวกับว่าได้ตายไปพร้อมกับเหล่ามอนสเตอร์ในอันเดอร์กราวด์


รวมทั้ง...


เธอเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกร่างสูงในชุดแจ็คเก็ตสีดำที่สวมทับเสื้อคอเต่าไหมพรมสีแดงที่เดินอยู่ข้างหน้าเธอ มือเรียวยกขึ้นกำแน่นที่บริเวณหน้าอก


ถ้าหากเธอทำให้โลกนี้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้...แกสเตอร์แซนส์...จีก็คงจะต้องหายไป...


เธออยากให้ที่นี่กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่เธอไม่อยากให้จีหายไปเลย...แต่ถ้าจีไม่หายไป...แซนส์กับแกสเตอร์ก็คงไม่ได้กลับมามีตัวตนอีกครั้ง


หญิงสาวก้มลงมองเท้าของตัวเองอย่างลังเลใจ หยุดก้าวเท้าตามร่างสูงที่เดินนำอยู่ข้างหน้า


โลกนี้ที่มีเพียงแค่เธอกับจีเพียงเท่านั่น เธอที่รอดมาได้เพราะพลังปณิธาน ส่วนจี...ที่เป็นส่วนผสมระหว่างแกสเตอร์กับแซนส์ โลกเดิมที่มีแต่ความเจ็บปวด การทดลองกับเธอที่น่ากลัว เธออยากได้มันกลับมาอย่างนั่นหรอ...


“ยัยบ้า! มัวแต่ยืนบื้ออะไรอยู่ได้ รีบเดินมาได้แล้ว!!” เสียงทุ้มดังขึ้นนั่นทำให้ฟริกส์ตื่นจากภวังค์ เธอเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่เริ่มสูบบุหรี่อีกแล้วพร้อมกับจ้องมองมาที่เธอ ใบหน้าที่มีรอยร้าวบริเวณดวงตาทั้งสองข้างเหมือนกับแกสเตอร์ แต่ก็มีเค้าหน้าเหมือนกับแซนส์


สร้อยรูปดาวที่อีกฝ่ายสวมอยู่สว่างขึ้นเล็กน้อยจากการสะท้อนกับแสง


“อื้อ...” หญิงสาวพยักหน้าเบาๆก่อนที่จะก้าวเดินตามจีให้ทัน


เธอ...จะเลือกอะไรดีล่ะ...

.

.

.

.

“อ้าก!!!” เสียงกรีดร้องแหลมด้วยความเจ็บปวดดังก้องทั่วทั้งห้องโถงสีขาวโล่งขนาดใหญ่ จุดเด่นเดียวของห้องนี้นั่นก็คือเครื่องจักรบางอย่างที่เป็นรูปทรงหัวกระโหลกขนาดใหญ่ที่วางอยู่กลางห้อง เสียงแปลกๆดังกระหึ่มทำให้รับรู้ได้ว่าเครื่องจักรเครื่องนี้กำลังทำงานอยู่ แสงสีแดงสอดส่องออกมาจากเครื่องจักรพร้อมกับเสียงกรีดร้องของเด็กสาวที่ถูกกักตัวไว้ภายในนั่น


“อ้า!!!” ร่างเล็กในชุดสีขาวสะอาดเบาบางกอดตัวเองแน่นด้วยความเจ็บปวด มือเล็กจิกเล็บลงบนแขนของตัวเองจนเลือดซิบ แต่มันไม่ได้ช่วยลดความเจ็บปวดที่กำลังเกิดขึ้นกับเธอในตอนนี้...


ดวงวิญญาณสีแดงสดคล้ายกับกำลังแตกร้าว


“พอก่อน”


เสียงทุ้มเย็นชาดังขึ้นพร้อมกับความเจ็บปวดทั้งหมดก็จบลง เครื่องจักรที่กักตัวเธอไว้ค่อยๆเปิดออกก่อนที่ร่างเล็กที่หมดแรงจะทรุดตัวล้มออกมาจากเครื่องจักรราวกับไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพยุงตัวยืนขึ้นได้อีก เธอต้องเจ็บตัวอีกแน่ๆเลย...


ฟุบ...


สัมผัสนุ่มนวลทำให้เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ


“มองอะไรของเธอ” สีหน้าหงุดหงิดของโครงกระดูกหนุ่มเจ้าของฟันซี่สีทองปรากฏสู่สายตาของเธอก่อนที่เขาจะยกร่างเล็กของเธอขึ้นพาดบ่าโดยที่ไม่สนใจว่าเด็กสาวจะเต็มใจหรือไม่ เพียงแต่สำหรับฟริกส์นั่น ตอนนี้เธอไม่มีแรงที่จะดิ้นหรือลุกเดินเองได้แล้วเลยได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายอุ้มเธอไปตามใจชอบ


“แซนส์ จะพาตัวเด็กนั่นไปไหน ฉันยังทดลองไม่จบ” แต่แล้วเสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้นรั้งให้โครงกระดูกหนุ่มในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำซึ่งอุ้มเด็กสาวพาดบ่าไว้หันกลับไปมอง ด็อกเตอร์แกสเตอร์เดินมาหยุดตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจที่แซนส์จะพา ตัวทดลองของเขาไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเขาก่อน


heh” แต่แทนที่คนเป็นลูกชายจะยอมปล่อยตัวของเด็กสาวส่งให้อีกฝ่าย เขากลับหัวเราะขึ้นจมูกเชิงไม่ใส่ใจกับคำสั่งของอีกฝ่าย “พอแล้วสำหรับเด็กนี่ เดี๋ยวก็พังซะก่อนหรอก”


โครงกระดูกร่างสูงในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดกอดอกอย่างหงุดหงิด ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเริ่มเรืองแสงสีแดงสดด้วยแรงอารมณ์ ซึ่งแซนส์เองก็ไม่แพ้กัน ดวงตาข้างซ้ายของเขาก็เรืองแสงสีแดงสดขึ้นมาอย่างไม่ยอมอีกฝ่าย บรรยากาศกดดันจากทั้งสองพ่อลูกทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่อยู่รอบๆต่างพากันขนลุกกับจิตสังหารของทั้งคู่อย่างช่วยไม่ได้


แม้ใต้อันเดอร์กราวด์นี้จะโหดร้าย แต่ก็ไม่ค่อยมีใครกล้าต่อกรกับแกสเตอร์หรือแซนส์เสียเท่าไหร่นักหรอกนะ...


ร่างเล็กที่อ่อนแรงบนบ่าของโครงกระดูกร่างเตี้ยปรือขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตสีทองงดงามมองสลับระหว่างสองพ่อลูกที่ไม่ยอมลดระดับพลังของกันและกันลงเลยแม้แต่น้อยก่อนที่มือเล็กที่เต็มไปด้วยบาดแผลถูกเข็มเจาะจะค่อยๆยกขึ้นวางลงบนใบหน้าของแซนส์อย่างแผ่วเบาจนดวงตาข้างซ้ายที่เรืองแสงสีแดงสดจะเบนไปสบกับดวงตากลมโตสีทองสว่างเล็กน้อย


แซนส์ลดระดับพลังของตัวเขาลงจนดวงตาของเขากลับเป็นสีแดงเลือดธรรมดาๆ


“แล้วแต่เธอเลยแล้วกันเจ้าหนู” ถึงแม้จะไม่อยากปล่อยมือ แต่เขาก็วางเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มซอยสั้นลงบนเก้าอี้ไม่ไกลจากนั่นก่อนที่จะซุกมือลงในเสื้อแจ็คเก็ตมีฮูดสีแดงสนิทของตัวเองก่อนที่จะหันหลังเตรียมเดินออกไปจากห้องโถงนี้


“อย่าทำเด็กนี่ตายก็แล้วกันแกสเตอร์”




 

“ยัยนี่ เหม่ออีกแล้วนะ!


!!


หญิงสาวสะดุ้งเบาๆก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกหนุ่มร่างสูงที่ยืนทำหน้าหงุดหงิดอยู่ตรงหน้าเธอก่อนที่อีกฝ่ายจะยกมือขึ้นดีดหน้าผากเธออย่างแรง


“โอ้ย...”


“ไม่ต้องมาโอ้ยเลยยัยบ้า เหม่อจนเกือบเดินตกลงไปในน้ำแล้วมั้ยล่ะ” ร่างสูงกอดอกมองฟริกส์นิ่ง นั่นทำให้หญิงสาวมองทางข้างหน้าดี ตรงหน้าของเธอคือบึงน้ำสีฟ้าใสสะอาดที่แผ่ไอร้อนอันตรายขัดกับภาพลักษณ์ หากแกสเตอร์แซนส์ไม่ดึงคอเสื้อของเธอไว้ เธอคงเดินตกลงไปในน้ำแน่ๆ...


เกือบโดนต้มแล้วมั้ยล่ะ...


“เป็นอะไร” ฟริกส์เงยหน้าขึ้นมองจีที่ยืนกอดอกพิงผนังถ้ำ ดวงตาสีแดงสดจับจ้องเธอราวกับกำลังจับผิดเธออย่างกดดัน ร่างบางเสสายตาหลบจากสายตากดดันจากอีกฝ่ายพลางส่ายหน้าเบาๆเชิงปฏิเสธก่อนที่จะก้าวเดินไปตามทางเพื่อเป็นการตัดบทสนทนาระหว่างเธอกับจี


ร่างสูงมองตามหญิงสาวที่ก้าวเดินนำเขาไปก่อนที่จะหัวเราะลงลำคอเบาๆแล้วยันตัวเดินตามร่างบางไป


ไม่พูดก็ไม่พูด


ระหว่างทาง ทั้งคู่ได้แต่ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมบรรยากาศให้อึดอัด รอบตัวไม่มีแม้แต่เสียงเพลงอย่างที่ปกติแล้วควรจะมี เสียงฝีเท้าดังก้องทั่วทั้งบริเวณเป็นจังหวะกับเสียงน้ำไหลในเขตวอร์เตอร์ฟอล์


แผ่นหลังเล็กของหญิงสาวที่เดิอยู่ตรงหน้าของแกสเตอร์แซนส์ แผ่นหลังที่บอบบางแต่ต้องแบกรับภารกิจที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าเธอจะรับไหว แรงปณิธานจากวิญญาณอันแข็งแกร่งผลักดันให้หญิงสาวร่างเล็กตรงหน้าก้าวเดินต่อไปในโลกที่พังทลาย


เพื่อหาหนทางทำให้โลกแห่งนี้กลับมาเป็นเหมือนเดิม


เพื่อนำพาเหล่าบุคคลที่คุ้นเคยกลับมา


บางครั้งแกสเตอร์แซนส์ก็สงสัย ทำไมเธอถึงอยากให้เหล่ามอนสเตอร์ที่โหดร้ายกลับมา ทั้งๆที่เท่าที่เขาจำได้ แกสเตอร์ พ่อผู้บ้าการทดลองของแซนส์ได้ทดลองกับวิญญาณของเธออย่างโหดร้ายเกินกว่าเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งจะรับไหว แซนส์ผู้คอยช่วยเหลือเด็กสาวแต่ก็ช่วยไม่ได้มากนัก อัลฟี่ที่เป็นผู้ช่วยของแกสเตอร์ก็ไม่ได้ดูแลเธอดีเท่าไหร่


แต่เขาไม่ได้มีหน้าที่ถาม เขามีหน้าที่คอยดูแลการเดินทางของเธอจนกว่าจะถึงจุดจบของเรื่องนี้เท่านั่น


Heh คิดอะไรมากจี


เขาคิดกับตัวเองแบบนั่นก่อนที่จะหยิบบุหรี่มวนหนึ่งขึ้นมาคาบพร้อมกับจุดไฟเผาก้นบุหรี่ ร่างสูงสูดเอาควันบุหรี่เข้าปอดพร้อมกับผ่อนควันบุหรี่ออกมา กลิ่นของมันทำให้จีค่อนข้างผ่อนคลายความเครียดและคิดมากลงไปได้บ้าง


จู่ๆร่างบางตรงหน้าก็หยุดเดินพร้อมกับหันมามองทางโครงกระดูกร่างสูงที่กำลังเดินสูบบุหรี่อยู่ด้านหลังตัวเอง ใบหน้าสวยเรียบนิ่งที่มักจะหลับตาเสมอจับจ้องมาที่แกสเตอร์แซนส์อย่างนิ่งงัน


“มีปัญหาอะไรอย่างนั่นหรอ” ร่างสูงคีบบุหรี่ออกจากปากพลางเอ่ยถามฟริกส์ที่มองตัวเองนิ่งก่อนที่จะส่ายหนาเบาๆเชิงบอกปฏิเสธว่าไม่มีอะไรพร้อมกับออกเดินต่ออย่างเงียบๆ


ร่างสูงจับจ้องร่างเล็กตรงหน้าอย่างนิ่งงันพร้อมกับพ่นควันบุหรี่สีเทาออกมาอย่างหงุดหงิด


ไม่เคยสักครั้งที่หญิงสาวตรงหน้าจะพูดอะไรตามที่เธอคิด

.

.

.

.

ใบหน้าเล็กนิ่วหน้าเล็กน้อยขณะที่มอนสเตอร์สีเหลืองตรงหน้าใช้สำลีที่ชุ่มด้วยแอลกอฮอล์เช็ดแผลบริเวณแขนให้กับเธอ อัลฟี่เงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวตรงหน้าเงียบๆเล็กน้อยก่อนที่จะก้มหน้าล้างแผลให้อีกฝ่ายต่อ แต่คราวนี้ฟริกส์รู้สึกเลยว่ามือของอีกฝ่ายเบาขึ้นอย่างรู้สึกได้


นั่นทำให้เด็กสาวยิ้มบางๆ เธอรู้สึกได้...ลึกๆแล้วพวกเขายังมีจิตวิญญาณส่วนที่ดีอยู่...ที่ไหนสักแห่งในจิตวิญญาณของพวกเขา...


heh การทดลองจบแล้วหรือไง” เสียงทุ้มดังขึ้น ทำให้ทั้งเธอแล้วอัลฟี่หันไปมองทางต้นเสียง โครงกระดูกหนุ่มในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทยืนพิงขอบประตูมองทั้งคู่อยู่ ไม่รู้ว่าเขามานานแค่ไหนแล้ว


“เสร็จแล้ว ฟริกส์สลบไปก่อน แกสเตอร์เลยปล่อยมา” อัลฟี่เอ่ยตอบพร้อมกับขยับแว่นกรอบกลมเล็กน้อยก่อนที่จะถอนหายใจ “นายไม่น่าไปหาเรื่องแกสเตอร์เลยนะแซนส์ ไม่งั้นเขาคงจะเบามือกับฟริกส์มากกว่านี้” มอนสเตอร์สาวเอ่ยตำหนิแซนส์ด้วยน้ำเสียงดุดันเล็กน้อย แต่แซนส์น่ะหรอจะสนใจกับคำตำหนิจากอีกฝ่าย


โครงกระดูกหนุ่มเดินเข้ามานั่งลงข้างๆฟริกส์ เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มซอยสั้นเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายก่อนที่จะยิ้มบางๆให้เขา แซนส์ร้องhehในลำคอเบาๆก่อนที่จะยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มซอยสั้นอย่างแรงจนเส้นผมของเด็กสาวยุ่งเหยิงพันกันหมด


“ฮะๆ ไม่เอาน่าแซนส์” ร่างเล็กหัวเราะคิกคักเสียงใส นานทีเดียวกว่าแซนส์จะยอมละมือออกจากเส้นผมของเธอไป


“ยัยเด็กนี่หาเรื่องเจ็บตัวจริงๆ”




 

ดวงตาสีแดงสดค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆด้วยความมึนงง ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นจากผนังถ้ำที่ตัวเองพิงอยู่อย่างช้าๆ จียกมือขึ้นลูบหน้าของเขาพร้อมกับเหลือบไปมองหญิงสาวที่นอนขดตัวอยู่ไม่ไกลจากตัวเขาก่อนที่จะผ่อนลมหายใจออกช้าๆ


ฝันหรอ...ความทรงจำของฟริกส์...


ทำไมฉันถึง...


ภาพเสียงหัวเราะกับรอยยิ้มของเด็กสาวแวบเข้ามาภายในความคิดของเขา ยัยนี่หัวเราะเป็นและยิ้มเป็น...


“อือ...” เสียงครางในลำคอดังแผ่วมาจากร่างที่อยู่ไม่ไกลจากเขา ร่างบางขยับตัวพลิกหันมาทางแกสเตอร์แซนส์เล็กน้อยก่อนที่จะขดตัวหลับต่ออย่างเงียบงัน ร่างสูงมองหญิงสาวที่กำลังหลับสนิทเงียบๆ ดวงตาที่หลับพริ้มอยู่เสมอไม่เคยลืมตาขึ้นมาแสดงแววของความผ่อนคลายบนใบหน้า


ในสถานการณ์ที่พังทลายแบบนี้ยังหลับได้อย่างสบายใจ...ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ


เขาหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนที่จะขยับตัวถอดเสื้อแจ็คเก็ตมีฮูดสีดำสนิทของเขาออกเหลือเพียงเสื้อไหมพรมคอเต่าสีแดงสดก่อนที่จะหยิบเสื้อแจ็คเก็ตตัวนั่นเดินไปคลุมให้กับหญิงสาวที่นอนขดตัวอยู่ริมผนังอย่างแผ่วเบา


สร้อยคอรูปดวงดาวส่องประกายเล็กน้อย ร่างสูงลูบสร้อยคอที่ตัวเองสวมใส่อยู่ก่อนที่จะจับจ้องใบหน้ายามหลับของฟริกส์เงียบๆ


ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้...


ความคิดที่ว่า...ไม่อยากให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม อยากที่จะอยู่กับฟริกส์เพียงสองคนในโลกที่พังทลายแห่งนี้ตลอดกาล...


ความคิดงี่เง่าที่เขากลบมันลงในส่วนลึกสุดของวิญญาณ


ร่างสูงนั่งลงข้างร่างบางพร้อมกับเอนพิงผนังถ้ำ รอยยิ้มเย้ยหยันตัวเองเผยขึ้นบนใบหน้า


แกสเตอร์แซนส์...ก็แค่ตัวตนที่ผิดพลาดจากอุบัติเหตุครั้งนั้นเท่านั่น เขาไม่ควร...จะมีตัวตนอยู่ด้วยซ้ำ


รอยยิ้มบางๆที่เด็กสาวมีให้แซนส์ปรากฏขึ้นใความคิดอีกครั้ง มือกระดูกกำแน่นก่อนที่จะหลับตาลง ปล่อยความความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ควรมีให้จางหายไปกับความเงียบนี้


ร่างบางของหญิงสาวขยับตัวเบาๆก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นนั่ง สัมผัสอุ่นๆที่ไม่คุ้นเคยที่คลุมตัวเธออยู่ทำให้ฟริกส์แปลกใจเล็กน้อย เสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทเลื่อนออกจากตัวเธอ คิ้วเรียวเลิกนิดๆอย่างแปลกใจพร้อมกับหันไปมองด้านข้างเธอ โครงกระดูกหนุ่มร่างสูงที่เคยอยู่ห่างจากตัวเธอแต่ตอนนี้กลับนั่งหลับอยู่ข้างตัวเธอทำให้ฟริกส์ยิ้มบางๆ


ถึงอีกฝ่ายจะไม่ใช่ใครที่เธอคุ้นเคย แต่บางอย่าง...ทำให้เธอคุ้นเคยกับความเป็นแซนส์ที่มีอยู่เกินครึ่งในตัวของจี


ถึงเธอจะอยากให้แซนส์กลับมา แต่เธอเองก็ไม่อยากให้จีหายไปจากข้างตัวเธอเช่นกัน


‘heh ฉันคงต้องดูแลเด็กบ้าๆแบบเธอต่อไปล่ะนะ


ฉันจะปกป้องเธอตลอดการเดินทางนี้เองยัยบ้า


“ถึงจะบอกว่าไม่เหมือน...แต่ก็เหมือนนะ...ยังอ่อนโยนเหมือนเดิม” เสียงหวานดังขึ้นแผ่วเบาก่อนที่จะซุกตัวอยู่ข้างตัวของจียิ้มๆ มือเรียวกระชับเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทมีฮูดแน่นก่อนที่จะผล๊อยหลับไปอีกครั้ง


มือกระดูกวางลงบนเรือนผมสีดำสนิทซอยสั้นเบาๆ


เธอและเขาต่างรู้ดี สังวันต้องมีการจากลาและทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม


ที่นี่ นี่คือโลกของพวกเธอสองคน เวลาที่อยู่ด้วยกันทุกนาทีมีความหมาย แต่พวกเขา...เลือกที่จะไม่พูดออกมา แต่ก็รู้ดีกว่าใคร


เก็บช่วงเวลานี้ไว้จนกว่าจะถึงวันที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

.

.

.

.

“เฮ้!!


บุหรี่ที่ร่างสูงคาบไว้ถูกดึงออกจากปากของแกสเตอร์แซนส์ ร่างสูงตั้งท่าจะตำหนิหญิงสาวตรงหน้าที่โยนบุหรี่มวนนั่นลงในลาวาแต่ดันเย็นราวกับน้ำแข็งในเขตฮอตแลนด์ก่อนที่จะนิ่งไป


รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าก่อนที่เธอจะหัวเราะเบาๆ


“สูบบุหรี่ไม่ดีนะ จี”


แกสเตอร์แซนส์พ่นลมหายใจเบาๆก่อนที่จะหัวเราะในลำคอพร้อมกับยกมือขึ้นขยี้เส้ผมสีดำสนิทซอยสั้นละต้นคอของฟริกส์อย่างแรงจนเส้นผมของเธอพันยุ่งเหยิง


“ยัยบ้านี่...ชอบหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ”


การเดินทางของทั้งคู่ก็ยังดำเนินต่อไป...

.

.

.

.

END





-Talk with Writer-

               สวัสดีค่าาาา//โผล่เฮด เหมือนว่าเราจะหายไปนานเลยสินะคะ!//หลบหม้อ ไห กะละมังแบบหวุดหวิด อา ต้องกราบขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยนะคะ อันตัวผู้เขียนนั่นติดการบ้านค่ะ! ยิ่งมรสุมช่วงที่ผ่านมานี่เรียกได้ว่า ล้มป่วย กันเลยทีเดียว งานเยอะมากค่ะ ยิ่งช่วงนี้กลางภาค ถึงจะไม่มีสอบ แต่ไรท์ยังมีโปรเจคค่ะ! กว่าจะได้มาแต่งนี่นานพอสมควร

                 จริงๆคิดว่าจะแต่งตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้วค่ะ แต่บังเอิญ...เราตันเนื้อเรื่องของEchofellพอสมควร หาตามเว็บนี่แทบจะหาไม่เจอเลย ค้นรูปก็มีแต่รู้แกสเตอร์แซนส์เฟลค่ะ เราก็มึนๆงงๆเนื้อเรื่องของEchofell เอาEchotaleมาประยุกต์ เมากับนิสัยG Sans fellสุดๆ ถถถถถถถ ดังนั่น ถ้าอ่านแล้วมึนก็ขออภัยด้วยนะคะ กว่าจะแต่งจบเราก็มึนตัวเองพอสมควร 55555555

                   เอาล่ะคะ ตอนหน้าจะกลับมาที่เนื้อเรื่องหลักแล้วค่ะ ใกล้จบแล้วจริงๆ เห็นมีคนคอมเม้นว่าเหมือนละครไทย กรรม มันก็มีเหตุผลอยู่นะคะ ว่าทำไมเราถึงไม่ให้จบเลย ทำไมฟริกส์ถึงเสียความทรงจำ นั่นเพราะ...เธอทำการ'แลกเปลี่ยน'กับท่านผู้สร้างค่ะ ตอนที่ฟริกส์ขอให้ผู้สร้างเอาตัวเธอมาไว้ในหน้าSave screen เธอได้ขอแลกกับความทรงจำของทุกๆคนที่มีต่อตัวเธอ ให้ทุกคนลืมเธอ(เว้นก็แต่คาร่าที่มีความสัมพันธ์กับฟริกส์ในระดับวิญญาณ) ฟริกส์สละความทรงจำของทุกคนที่มีต่อเธอไป ทำให้สามารถเข้ามาในอยู่มิตินั่นไปตลอดกาล นั่นทำให้ตอนที่จะออกไป เธอจึงเลือกที่จะแลกกับความทรงจำทั้งหมดของเธอให้กับผู้สร้างแล้วออกมาสู่โลกเบื้องบนนั่นเองค่ะ

                    ส่วนจะจำได้หรือไม่ได้ก็....เอาเป็นว่าติดตามตอนต่อไปนะคะ วันนี้ก็ขอลากันไปก่อน ไม่รู้ว่าจะได้มาอัพอีกวันไหนนะคะ ขอให้สนุกกับการอ่านและขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ยังติดตามกันอยู่นะคะ แล้วเจอกันตอนหน้า บะบายยยย

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #188 Hiromi_zan (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 03:32

    อืมม..คือตอนนี้สมองตันอย่างมากไม่รู้จะพิมพ์อะไรลงไปดี...ถือว่าเม้นเฉยๆแล้วกันนะ

    #188
    0
  2. #93 rename-re (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 01:20
    สุดยอด...อ่านไป...น้ำตาคลอไป... ฮึก...
    #93
    0
  3. #92 soul (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 12:46
    รักเลยเรื่องนี้
    #92
    0