[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 20 : [Shortfic AU Underswapfell] That Little Mad Dog

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    14 ต.ค. 60

[Shortfic AU Underswapfell] That Little Mad Dog

*AUนี้เป็นAUหนึ่งของในบรรดาหลายๆAUของอันเดอร์เทล ซึ่งผู้แต่งได้นำมาและอาจจะมีการดัดแปลงหรือเปลี่ยนเนื้อหาในเรื่องเล็กน้อยถึงปานกลางเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องของฟิค*




เฮ้อ เซ็งชะมัด


นี่ก็เป็นอีกวันที่ร่างเล็กคิดว่ามันน่าเบื่อมากเกินไป ไม่มีอะไรทำเลยแม้แต่นิดเดียว!


โครงกระดูกร่างเล็กในชุดเกราะสีดำสนิทเอวลอยผูกทับด้วยผ้าผูกคอสีแดงสดกำลังยืนกอดอกด้วยความหงุดหงิด ดวงตารูปดาวสีแดงสดที่บริเวณเบ้าตาซ้ายจะมีร่องรอยข่วนอยู่ภายในห้องครัวพร้อมกับถาดทาโก้กลิ่นหอมๆที่เพิ่งจะอบเสร็จใหม่ๆแต่ดันไม่มีใครอยู่รอทาน!!


สาเหตุนั่นเพราะพาไพรัส พี่ชายจอมขี้เกียจของเขากับเด็กสาวชาวมนุษย์เจ้าของดวงตาสีแดงสดนั่นหนีออกไปไหนกันสองคนอีกแล้ว!!


นั่นทำให้แซนส์ได้แต่กอดอกด้วยความหงุดหงิดอยู่ตรงนี้ เขาถูกทิ้งให้อยู่กับบ้านในขณะที่สองคนนั่นออกไปเที่ยวเล่นกันสองคน ตัวเขาก็รู้ล่ะนะว่าพี่ชายจอมขี้เกียจแถมยังเป็นมาโซ...แค่กๆ ของเขานั่นชอบเด็กคนนั่นมาก แต่ถึงขนาดออกไปก่อนที่เขาจะทำอาหารเช้าเสร็จนี่มันก็เกินไปหน่อยนะ!


“กลับมาจะจัดการซะให้เข็ดทั้งคู่เลย!” โครงกระดูกร่างเล็กเอ่ยพึมพำด้วยความหงุดหงิด เขารู้สึกอยากจะหาที่ระบายอารมณ์จริงๆ สงสัยวันนี้ต้องไปหาเรื่องสู้กับยัยอัลฟี่เสียแล้วล่ะมั้ง เผื่ออารมณ์หงุดหงิดที่สะสมมาหลายวันจะระบายออกไปบ้าง


ตู๊ดๆ!


รองเท้าบูทสีแดงสดกระทบกับพื้นห้องครัวในระหว่างที่รอสาย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเสียงสัญญาณจากปลายสายที่เขากำลังถือสายรออยู่เลยแม้แต่น้อย! ยัยอัลฟี่หายหัวไปไหน ทำไมไม่รับสายฉัน!!


“วันนี้มันวันบ้าอะไรกันเนี่ย!?!” ด้วยความหมดความอดทน นั่นทำให้ร่างเล็กปาโทรศัพท์ลงพื้นจนแตกกระจายอย่างช่วยไม่ได้


ไม่มีอะไรให้ทำเลยหรือยังไง!? ก็ได้ เอาอย่างนั่นก็ได้...


โครงกระดูกร่างเล็กเดินกระถืบเท้าปึงปังออกจากห้องครัวก่อนที่จะเดินเข้าชั้นบนไปหมายจะเข้าห้องนอนของเขาเองเพื่อหาอะไรทำแก้ว่าง วันนี้เป็นวันที่เขาหงุดหงิดที่สุดในรอบหลายวันที่ผ่านมาเลยนะ!


แต่ในจังหวะนั่นเอง ในขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านห้องของเด็กสาวชาวมนุษย์หรือคาร่าเพื่อเข้าไปในห้องนอนของเขาเอง แซนส์ก็ได้ยินเสียง...


เสียงกรนแผ่วเบาที่ดังมาจากห้องนอนของเด็กสาวคนนั่น...


ยัยเด็กนี่ไม่ได้ไปเที่ยวกับพาไพรัสหรือยังไงนะ


นั่นทำให้แซนส์เปิดประตูเข้าไปภายในห้องทันทีโดยไม่ได้คิดอะไรมาก


“เฮ้ เจ้ามนุษย์...!


ดวงตาสีแดงสดรูปดาวที่บริเวณเบ้าตาซ้ายมีรอยข่วนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงแบบสุดๆ เมื่อร่างที่นอนอยู่บนเตียงไม่ใช่เด็กสาวคนเดียวกับที่เขาเข้าใจ


“ฟี้...” เสียงลมหายใจดังแผ่วมาจากร่างของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มสั้นประบ่าในชุดเสื้อไหมพรมคอเต่าสีแดงสดลายขวางสีดำสองเส้น ใบหน้าของเด็กสาวที่คล้ายคลึงกับคาร่าบ่งบอกได้ว่าเธอกำลังหลับสนิทเชียวล่ะ


แต่ถึงจะคล้ายขนาดไหน แต่แซนส์ก็มองออกว่านี่ไม่ใช่เด็กมนุษย์ที่เขารู้จัก!


แล้วเด็กนี่เป็นใครล่ะเนี่ย!?!


“เฮ้!! เจ้ามนุษย์แปลกหน้า ตื่น!!” กระดูกแท่งหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับฟาดลงบนเตียง...ฟาดลงใส่ร่างเล็กที่นอนขดอยู่บนเตียงอย่างแรงจนเตียงหักเป็นสองส่วน ไม่หวังจะปลุกให้ตื่น แต่หวังที่จะฆ่าให้ตายเสียมากกว่า!


หากแต่ ร่างของเด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียงอย่างสงบดันขยับตัวกลิ้งหลบการโจมตีกระทันหันของแซนส์ได้อย่างหวุดหวิดราวกับเธอตื่นอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เมื่อเขาเข้ามาภายในห้องนี้แล้ว แซนส์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ไม่เคยมีใครตั้งรับการโจมตีจากเขาโดยที่ไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ได้เลยสักคน


ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าของแซนส์จะกว้างขึ้นอย่างนึกสนุก


ยัยเด็กนี่...น่าสนุก


ร่างเล็กของเด็กสาววัย10ปียืนประจันหน้ากับร่างเล็กกว่าของโครงกระดูกเจ้าของผ้าผูกคอสีแดงสด บรรยากาศระหว่างทั้งคู่อึมครึมจนรู้สึกได้อย่างชัดเจนก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะค่อยๆขยับเปิดออกเอ่ยเป็นคำพูดช้าๆ


“มาปลุกฉันตอนหลับคงอยากจะตายมากสินะ Sans the Skeleton” น้ำเสียงเล็กเรียบนิ่งดังก่อนที่ศีรษะของเด็กสาวจะเอียงไปด้านข้างเล็กน้อยพร้อมกับเผยรอยยิ้มน่าขนลุกทั้งที่ดวงตาทั้งสองข้างของเธอยังคงปิดอยู่


ดูท่าจะอารมณ์เสียไม่น้อยที่ถูกปลุกขึ้นมา


MHEH HEH HEH แทนที่จะเรียกฉันแบบนั่น ฉันชอบให้เรียกท่านแซนส์ผู้โหดร้ายมากกว่าล่ะนะ” หากแต่โครงกระดูกร่างเล็กกลับเมินอาการข่มขู่ของเด็กสาวตรงหน้าไปจนหมด มือที่สวมถุงมือสีแดงสดยกขึ้นชี้ตรงมาที่เด็กสาวหน้าตาคล้ายกับคาร่า “แล้วเจ้าล่ะเป็นใครกันเจ้ามนุษย์หน้าตาเหมือนกับยัยเด็กคาร่า”


“แล้วทำไมฉันต้องตอบด้วยล่ะ” เด็กสาวไหวไหล่เบาๆ ไม่ตอบคำถามของโครงกระดูกตรงหน้าแต่อย่างใด


และนั่นทำให้แซนส์รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก


“คำถามของฉัน...” ร่างเล็กตรงหน้าหลับตาลงก่อนที่จะแสยะยิ้มที่มุมปาก


“มีไว้ให้ตอบ!


ฟุบ!!


กระดูกมากมายผุดขึ้นมาจากพื้นห้องบริเวณที่เด็กสาวยืนอยู่ แต่ดูเหมือนว่าร่างบางจะไหวตัวทัน เธอกระโดดหลบออกจากบริเวณนั่นในตอนที่กระดูกมากมายผุดขึ้นมาที่ที่เธอยืนอยู่ก่อนหน้านี้ในขณะที่ตอนนี้เธอยืนอยู่บนเตียงของคาร่าแล้วเรียบร้อย


“จะฆ่ากันหรอ...” ร่างบางเลิกคิ้วเรียวเล็กน้อยก่อนที่จะเผยรอยยิ้มกว้าง มีดเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของเธออย่างไม่รู้ที่มาของมัน เด็กสาวยกมีดขึ้นแตะริมฝีปากเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มหวาน


“มาสนุกกันดีกว่านะแซนส์!


ก่อนที่ร่างนั่นจะพุ่งเข้ามาทางโครงกระดูกร่างเล็กด้วยความว่องไวผิดความเร็วของมนุษย์ธรรมดา มีดเล่มคมตวัดฟันใส่ร่างของแซนส์อย่างรวดเร็ว หากแต่แซนส์นั่นก็ไวพอที่จะเบี่ยงตัวหลบคมมีดพร้อมกับดีดนิ้วเบาๆ กระดูกจำนวนมากก็ผุดขึ้นมาจากพื้นพุ่งเข้าใสร่างของเด็กสาว


ร่างเล็กดีดตัวกระโดดตีลังกากลับหลังหลบกระดูกเหล่านั่นถอยห่างจากแซนส์ไปจนสุดห้อง


ทั้งคู่จับจ้องกันพร้อมกับยิ้มกว้าง


นี่มันน่าสนุกกว่าที่คิดอีกนะ!


ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะพุ่งเข้าใส่กันอีกครั้ง

.

.

.

.

“พาพี้ แน่ใจนะว่าแซนส์จะไม่โกรธเราน่ะ” เสียงใสเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกร่างสูงในชุดเสื้อสเวตเตอร์คอเต่าสีส้มคลุมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตมีฮูดสีดำสนิทที่ยืนอยู่ข้างตัว


ตอนนี้พวกเธอกำลังยืนอยู่หน้าบ้านแต่ก็ยังไม่กล้าที่จะเปิดประตูเข้าไป...


แต่แทนที่พาไพรัสจะเป็นกังวลไปด้วย เขากลับยิ้มกว้างนิดๆด้วยความยินดี


“เวลามาสเตอร์โกรธออกจะน่ารักนะฮันนี่” ร่างสูงพูดในขณะที่ออกอาการเคลิ้มเมื่อนึกไปถึงเมื่อก่อนเวลาที่ถูกน้องชายของเขาซ้อมเมื่อเขาโกรธหรือหงุดหงิด โดยเฉพาะเมื่อถูกกระชากโซ่ที่คล้องกับปลอกคอสีแดงของเขาอยู่ด้วยแล้วยิ่งรู้สึกดีเข้าไปใหญ่เลยล่ะ 


ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมเหลือบขึ้นมองโครงกระดูกร่างสูงเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ


ยังเป็นมาโซคิสเหมือนไม่ว่าจะก่อนหรือหลังคบกับเธอแล้วก็ตาม


“แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะฮันนี่” มือกระดูกเอื้อมมาเชยคางของเด็กสาวให้เงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย นิ้วแข็งๆเย็นๆไล้แก้มของเธอเบาๆอย่างรักใคร่ “ต่อให้มาสเตอร์จะน่ารักแค่ไหน แต่ฉันก็รักเธอนะคาร่า”


ฉ่า...


ใบหน้าน่ารักพลันขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายก่อนที่เด็กสาวจะรีบหันหน้าไปทางอื่นเพื่อปิดซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวให้พ้นสายตาของพาไพรัส


 “ระ...รู้แล้วน่า...”


“เลี่ยนชะมัดเลย Hoi!!” เสียงเล็กๆจากเทมมี่ที่เกาะอยู่บนบ่าของคาร่าดูเหมือนจะไม่ได้รับความสนใจจากทั้งคู่เท่าที่ควร...


โครม!!!


เสียงดังราวกับของอะไรบางอย่างหล่นเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเท่าไหร่ที่จะเปิดประตูเข้าไป คาร่ากับพาไพรัสเงยหน้าขึ้นมองกันก่อนที่จะพร้อมใจกันเปิดประตูเข้าไปภายในบ้านเพื่อหาว่าต้นเสียงดังเมื่อครู่เกิดขึ้นมาจากอะไร


และคาร่าก็ได้แต่ยืนนิ่งด้วยความตกตะลึงกับสภาพของบ้าน...ในขณะที่พาไพรัสเพียงแค่ซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตด้วยท่าทางสบายๆไม่สนใจสภาพของบ้านเสียเท่าไหร่นัก ตกลงใครเป็นเจ้าของบ้านกันแน่


มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย!?!


“ฮะๆ! โจมตีได้แค่นี้รึไง” เสียงเล็กใสของใครบางคนดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กสาวที่กระโดดลงจากชั้นสองหันคมมีดฟาดฟันใส่โครงกระดูกร่างเล็กที่ยกกระดูกแท่งใหญ่ขึ้นกันคมมีดจากเด็กสาวคนนั่น


“เธอต่างหากที่มีดีแค่นี้รึไงยัยหมาบ้า!


ปิ๊ง!


ร่างเล็กของเด็กสาวถูกดีดกระเด็นไปกระแทกกับผนัง แต่ไม่นานนัก เธอก็สามารถยันตัวลุกขึ้นจากพื้นขึ้นมาพุ่งเข้าใส่แซนส์อีกครั้ง ร่างเล็กกระโดดหลบกระดูกมากมายที่ขว้างทางเธอก่อนที่จะดีดตัวขึ้นสู่ด้านบนพร้อมกับพลิกคมมีดเปลี่ยนเป็นการจ้วงแทน


ปิ๊ง!!


และเป็นอีกครั้งที่ร่างของเด็กสาวคนนั่นถูกดีดให้ห่างจากตัวของโครงกระดูกร่างเล็กไปกระแทกกับผนังบ้าน หากแต่คราวนี้ไม่ใช่พลังจากแซนส์แต่อย่างใด...


ดวงตาข้างซ้ายของพาไพรัสพลันเรืองแสงสีส้มอย่างน่ากลัว โดยไม่พูกพร่ำทำเพลงหรือใครจะตั้งตัวติด เขาก็บังคับร่างของเด็กสาวในชุดเสื้อสเวตเตอร์สีแดงลายขวางสีดำสนิทสองเส้นไปอีกด้านหนึ่งของห้องอย่างรวดเร็ว


แต่คราวนี้ผนังห้องด้านนั่นมีกระดูกปลายแหลมจำนวนมารอรับร่างของเด็กสาวคนนั่นไว้อยู่แล้ว


“เดี๋ยวก่อนพาพี้!!


ฉึก!!!


ฉึก!!


เสียงร้องห้ามของคาร่าดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงอีกสองเสียง เสียงแรก...เป็นกระดูกปลายแหลมที่ผุดขึ้นแทงเข้าที่แขนของโครงกระดูกร่างสูงอย่างจังจนปลายแหลมทะลุแขนของพาไพรัสจนเขาหยุดการใช้เวทย์มนต์


และอีกเสียง...เป็นเสียงปลายมีดของเด็กสาวคนนั่นที่แทงมีดลงกับพื้นเพื่อหยุดร่างของตัวเองไม่ให้ถูกบังคับไปในทิศทางของความตาย


ซึ่งแซนส์หันมองภาพนั่นด้วยความพึงพอใจ ช่างเป็นเด็กที่สามารถคิดวิธีเอาตัวรอดได้เก่งทีเดียว


ถูกใจเจ้าหมาบ้านี่ชะมัด


“อึก...มะ...มาสเตอร์...?” พาไพรัสครางเบาๆด้วยความเจ็บปวดจากการกระดูกปลายแหลมที่เสียบทะลุแขนของตัวเอง เขาได้แต่สงสัย...ทำไมน้องชายของเขาถึงต้องห้ามเขาไม่ให้ฆ่ายัยเด็กนั่นด้วย


“อย่ามาสอดการต่อสู้ของฉันกับยัยเด็กนี่!” โครงกระดูกร่างเล็กเอ่ยตวาดใส่พี่ชายของเขาเสียงดัง ดวงตาสีแดงสดรูปดาวเรืองแสงสีแดงขึ้นอย่างน่ากลัว นั่นทำให้พาไพรัสปิดปากที่กำลังจะเอ่ยประโยคลงไป ถึงเขาจะชอบเวลาที่น้องชายของเขาหงุดหงิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่กลัวว่าจะโดนอีกฝ่ายฆ่าหากทำอะไรที่ขัดใจออกไป


“ฟะ...ฟริกส์! ไม่เป็นไรนะ!?” เสียงหวานที่คุ้นเคยดังขึ้นขัดบทสนทนาระหว่างสองพี่น้องโครงกระดูก เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมแดงสั้นประบ่ารีบเดินเข้าไปหาเด็กสาวอีกคนที่ยันตัวลุกขึ้นนั่งอยู่กับพื้น มีดเล่มคมที่เคยอยู่ในมือของเธอสลายหายไปอย่างน่าประหลาด


“เป็นห่วงไม่เข้าเรื่องน่า...”  เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบพลางดันมือของคาร่าที่พยายามเข้ามาประคองตัวเธอออกก่อนที่เธอจะขมวดคิ้วแล้วก้มลงมองมือตัวเองราวกับว่ามันมีอะไรที่ผิดปกติไป “จะว่าไปแล้ว...ฉันจับต้องได้?”


“เกิดอะไรขึ้น...”


“นี่! เจ้ามนุษย์ เธอรู้จักกับเจ้ามนุษย์หน้าเหมือนเธอด้วยหรอ!?” เสียงเอ่ยถามด้วยความสงสัยที่เสียงดังไปหน่อยดังมาจากแซนส์ เด็กสาวทั้งสองหันไปมองก่อนที่จะหันกลับมามองหน้ากันเอง ก่อนที่ร่างเล็กซึ่งดวงตาปิดสนิทอยู่เสมอจะเป็นฝ่ายถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายนิดๆ


“นี่มัน...ยุ่งยากที่สุด...”

.

.

.

.

“สรุปแล้ว...เจ้ามนุษย์นี่...ฉันหมายถึง...นั่นแหละ! เป็นวิญญาณอย่างนั่นหรอ!” โครงกระดูกร่างเล็กเอ่ยพลางหรี่ตาลงมองเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มสั้นประบ่าที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขาอย่างข้องใจ “นี่มันไม่เห็นจะเหมือนวิญญาณตรงไหนเลย”


“ฉะ...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...ฟริกส์ถึงได้...มีตัวตนขึ้นมา” คาร่าเอ่ยอย่างกล้าๆกลัวๆนิดหน่อยขณะที่ขยับตัวเข้าหาพาไพรัสเล็กน้อยราวกับหาที่พึ่ง มือกระดูกวางลงบนบ่าของเด็กสาวเบาๆ นั่นทำให้คาร่าค่อนข้างชื้นใจขึ้นมาบ้าง พอสมควร


ผิดกับเทมมี่ที่มักจะคอยให้กำลังใจเด็กสาวอยู่บ่อยครั้ง แต่ตอนนี้กลับเงียบพิกล


 “ฟริกส์ จำอะไรได้บ้างรึ...”


“อร่อยดี...” น้ำเสียงเรียบนิ่งดังออกมาจากปากของร่างเล็กที่นั่งเงียบอยู่นานแล้ว มือเรียวถือทาโก้ชิ้นหนึ่ง หากสังเกตดีๆ ทาโก้ชิ้นนั่นมีรอยกัดไปเล็กน้อยก่อนที่เด็กสาว...หรือที่ทุกๆคนรู้ชื่อแล้วว่าชื่อ ฟริกส์ จะงับทาโก้ชิ้นนั่นต่อด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


คาร่ายิ้มกว้างราวกับภูมิใจนำเสนอเต็มที่ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรก็มีใครบางคนพูดตัดหน้าเธอขึ้นมาก่อนซะแล้ว


ปัง!!


MHEH แน่นอน!! ทาโก้ของท่านแซนส์ผู้โหดร้ายต้องอร่อยเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว จงสำนึกดีใจซะที่ชีวิตนี้ได้ลิ้มรสทาโก้ของฉันก่อนที่จะตาย!!” มือภายใต้ถุงมือสีแดงสดตบลงบนโต๊ะอย่างแรงก่อนที่จะยืดอกประกาศก้องอย่างเต็มภาคภูมิ ดวงตารูปดาวสีแดงประกายด้วยความชอบใจที่ได้รับคำชม


เด็กสาวผู้ซึ่งไม่เคยคิดจะลืมตาขึ้นเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกร่างเล็กนิดหน่อยก่อนที่จะก้มลงทานทาโก้ในมือต่อ


“แต่ยังไงบัตเตอร์สก็อตพายก็อร่อยกว่าอยู่ดี...”


“ว่ายังไงนะ!! กล้าดียังไงมาบอกว่าอย่างอื่นดีกว่าทาโก้น่ะเจ้ามนุษย์หน้าเหมือน!!” แซนส์ยกนิ้วขึ้นชี้หน้าของฟริกส์อย่างก้าวร้าว ซึ่งเด็กสาวเอ่ยก็เชิดหน้าขึ้นนิดๆพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากราวกับกำลังท้าทาย


เปรี๊ยะ!


เหมือนกับเห็นกระแสไฟฟ้าวิ่งปะทะกันเลยล่ะ


“ดะ...เดี๋ยวสิทั้งสองคน...พัพพ์?” คาร่าพยายามยกมือขึ้นห้ามทั้งคู่หากแต่ก็ถูกพาไพรัสเอื้อมมือมาแตะบ่าเล็กของเธอราวกับกำลังห้ามเธอ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเขานั่นกำลังแสดงออกว่ากำลังสนุกอยู่อย่างเห็นได้ชัดเชียวล่ะ!!


“ไหนลองพูดอีกครั้งสิยัยนี่!!


เด็กสาวกัดทาโก้ชิ้นสุดท้ายเข้าปากก่อนที่จะกอดอกพร้อมกับส่งยิ้มท้าทายกลับไปให้แซนส์อย่างไม่เกรงกลัวต่อเสียงตวาดด้วยอารมณ์ร้ายๆของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย


“หึ! บัตเตอร์สก็อตพายอร่อยกว่าทาโก้ ซึ่งก็แน่นอนอยู่แล้ว”


ปัง!!!


กระดูกปลายแหลมพุ่งขึ้นจากพื้นเสียบทะลุโต๊ะทานข้าวสีน้ำตาลเข้มจนแตะกระจุย คาร่ารีบอุ้มเทมมี่ที่เงียบเกินเหตุ(?)เบนตัวหลบเศษไม้ที่กระเด็นมา พาไพรัสไวกว่า คว้าตัวเธอมากอดหลบเศษไม้ที่กระเด็นมาได้ทันก่อนที่เด็กสาวจะถูกไม้บาดเข้าให้


nyen ฮันนี่ ฉันว่าเรา...ลี้ภัยกันเถอะนะ...” เหงื่อเม็ดโตไหลลงอาบแก้มตอบของพาไพรัสขณะที่มองเหตุการณ์ระหว่างหนึ่งเด็กสาวชาวมนุษย์กับน้องชายของเขาที่กำลังจ้องกันจนเหมือนกับเห็นกระแสไฟฟ้าวิ่งเข้าปะทะกันอย่างไม่มใครยอมใคร เด็กสาวคนรักเองก็พยักหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆ ใจหนึ่งก็เป็นห่วงฟริกส์ แต่อีกใจเองก็กลัวแซนส์อยู่เหมือนกัน


ฟริกส์เป็นคนที่ไม่เคยยอมใครซะด้วย...บ้านจะระเบิดรึเปล่านะ...


Hoi...” ร่างของสุนัขที่หน้าตาคล้ายกับแมวในอ้อมแขนของเด็กสาวเจ้าของดวงตากลมโตสีแดงทับทิมร้องเบาๆ ขณะที่เขานั่นจับจ้องไปยังร่างของฟริกส์อย่างไม่วางตา...ในแววตามีแต่ความคิดถึงลึกๆในใจ


ตอนนั่นเองที่พาไพรัสพาคาร่าเทเลพอตเพื่อหลีกหนีเหตุการณ์วุ่นวายใหญ่โตของทั้งสองคน


เทมมี่ก็เห็นดวงตากลมโตสีทองสว่างที่ปรือเปิดเพียงเล็กน้อยเลื่อนมาสบกับตน แม้จะช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาที แต่เทมมี่ก็เข้าใจ...


เรื่องบางเรื่องก็ควรจะเป็นความลับต่อไปก็ดีแล้ว


“น่าหงุดหงิดจริงๆเจ้ามนุษย์!! ฉันขอท้าเธอ!!” เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มสั้นประบ่าหันกลับไปมองโครงกระดูกร่างเล็กเท่าๆกับเธอพร้อมกับยกยิ้มสบายๆส่งกลับไปให้อีกฝ่าย


“จะเอายังไงก็ว่ามานะแซนส์”

.

.

.

.

“อะ...อร่อย...” โครงกระดูกหนุ่มร่างเล็กผูกผ้าพันคอสีแดงสดขาดรุงริงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับไม่อยากจะเชื่อการลิ้มรสชาติของตัวเอง มือที่ถือส้อมอยู่สั่นระริก เขาจับจ้องไปที่พายบนจานที่มีร่องรอยการถูกตัดไปเล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง


นี่มัน...อร่อย!!


“เป็นยังไงล่ะ” เสียงเล็กดังมาจากฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของเด็กสาวเผยรอยยิ้มเล็กๆราวกับผู้ชนะ สังเกตจากสีหน้าของแซนส์ก็รู้อยู่แล้ว เธอเรียนพายสูตรนี้มาจากคุณแม่ของเธอ ทอเรียล ราชินีแห่งโลกใต้พื้นพิภพเชียวนะ จะไม่อร่อยได้ยังไงกัน


“นะ...นะ...มันอร่อยมาก ฉันขอยอมรับจากใจเจ้ามนุษย์!” โครงกระดูกร่างเล็กยกมือขึ้นกอดอกพร้อมกับจับจ้องมายังเด็กสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างพิจารณา เมื่อเห็นเธอเริ่มที่จะลงมือทานพายบ้างด้วยความสบายใจ เขาก็เริ่มสงสัย “ไม่เยาะเย้ยฉันหน่อยหรือเจ้ามนุษย์”


“ไม่ล่ะ ไร้สาระ” เธอเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับทานบัตเตอร์สก็อตพายที่เธอเป็นคนทำเอง ไม่รู้ทำไม...มันทำให้เธอนึกถึงคุณแม่ขึ้นมา...


เธอตายมานานแล้ว นานเกินกว่าที่ใครจะจดจำหน้าตาของเธอได้ เธอคิดถึงวันวานที่เคยอยู่กับครอบครัว คิดถึงคุณแม่ทอเรียล คุณพ่อแอสกอร์ คิดถึงคิด... ไม่รู้ว่าเธอจะมีตัวตนได้อีกนานเท่าไหร่...


MHEH เธอนี่มัน มีเรื่องให้ประหลาดใจตลอดเวลานะยัยหมาบ้า” จู่ๆแซนส์ก็เอ่ยขึ้น พายบนจานของเขาหมดไปแล้วเรียบร้อย แต่...เดี๋ยวก่อนนะ! เขาเรียกเธอว่า หมาบ้า หรอ!?!


“อย่ามาเรียกฉันแบบนั่นนะเจ้าโครงกระดูกงี่เง่า!” เด็กสาวตบโต๊ะเสียงดังอย่างไม่สบอารมณ์ผิดกับแซนส์ที่กอดอกนั่งไขว้ห้างด้วยใบหน้าที่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี คราวนี้กลับกันบ้างซะแล้วล่ะ


“ทำไม ฉันว่ามันออกจะเหมาะกับเธอนะ ยัยหมาบ้า” เขาขยิบตาซ้ายเล็กน้อยก่อนที่จะเมินอาการขบฟันด้วยความรู้สึกไม่สบอารมณ์จากเด็กสาวตรงหน้า มันเหมือนจริงๆนะ ตอนนี้ฟริกส์แสดงอาการเหมือนสุนัขที่กำลังขบฟันในขณะที่ไม่พอใจอย่างชัดเจน “แบบนี้สิถึงจะเหมาะกับเธอ มากกว่าหน้าเศร้าๆเมื่อกี้ซะอีก”


ร่างเล็กของเด็กสาวชะงักเบาๆก่อนที่จะหันหน้าหนีไปทางอื่น ถ้าเขามองไม่ผิด เขาแอบเห็นว่าใบหน้าน่ารักขึ้นสีแดงจางๆราวกับเขินอายยังไงอย่างนั่น


MHEH เจ้าหมานี่ก็น่ารักดี


“ระ...รีบๆกินเข้าไปเถอะน่า!” เด็กสาวละล่ำละลักพูดพร้อมกับยกมือขึ้นปิดใบหน้าของตัวเองนิดๆ แซนส์หัวเราะในลำคออย่างถูกใจ  “หยุดขำไปเลยนะ!!


“จะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้เธอเป็นวิญญาณใช่มั้ย หรือเธอจะเป็นเด็กมนุษย์ที่เคยตกลงมาก่อนหน้านี้อย่างนั่นสินะ” โครงกระดูกร่างเล็กอดอกพลางหรี่สายตาลงมองเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม “แต่วิญญาณของพวกเด็กมนุษย์ที่ตกลงมา ราชินีทอเรียลก็เก็บรักษาอยู่ในปราสาทแล้วนี่ เจ้ามนุษย์ เธอมาจากไหนกันแน่”


ฟริกส์ค่อยๆหันหน้ากลับมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆในลำคอ ดูเหมือนเธอจะจัดการกับความเขินเมื่อครู่ไปได้แล้ว


“หึ นั่นสินะ นายคงไม่รู้จักฉันหรอกน่า” เด็กสาวยิ้มกว้างตอบกลับไปพร้อมกับเท้าคางกับโต๊ะจ้องมองแซนส์กลับไป แต่เพราะเด็กสาวไม่เคยลืมตาขึ้น นั่นทำให้เขาไม่เห็นแววตาที่แฝงไว้ด้วยความโศกเศร้าของฟริกส์แม้แต่น้อย ก่อนที่เด็กสาวจะกลับไปทานบัตเตอร์สกอตพายเงียบๆอย่างเคย


แซนส์จ้องมองเด็กสาวเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจยังไม่ถามอะไรเธอในตอนนี้


“นี่ ขออีกชิ้นได้รึเปล่ายัยหมาบ้า”


เด็กสาวไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ยอมตัดพายอีกชิ้นให้กับแซนส์ก่อนที่จะก้มลงทานพายในจานของตัวเองต่อไป แต่บรรยากาศรอบตัวเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย มือกระดูกภายใต้ถุงสีแดงสดยกส้อมขึ้นตักชิ้นพาย


เจ้ามนุษย์ตรงหน้าเขาน่าสนใจจริงๆ...



 

 

ก่อนที่ทั้งแซนส์และฟริกส์จะพากันมานั่งที่โซฟา นี่ก็ผ่านมาเป็นเวลานานแล้ว พาไพรัสกับคาร่าก็ยังไม่กลับมาสักที!


เด็กสาวเอนตัวพิงผนักโซฟาอีกข้าง ในขณะที่แซนส์กำลังกดรีโมตทีวีเพื่อหาอะไรดู แต่ร้อยทั้งร้อยรายการก็มีแค่รายการของNTTเพียงเท่านั่น เสียงรายการจากโทรทัศน์ที่กำลังฉายละครดราม่าซึ่งแน่นอนว่าเล่นโดยNapstatonดังท่ามกลางความเงียบระหว่างทั้งคู่


เด็กสาวที่ไม่เคยคิดจะลืมตาขึ้นมามองไปที่จอทีวีอย่างเงียบๆ ถึงแม้เธอจะกำลังดูมันอยู่ แต่ความสนใจของเธอนั่นมุ่นไปทางแซนส์หมดซะมากกว่า


นี่เจ้าโครงกระดูกงี่เง่านี่ชอบดูรายการอะไรแบบนี้ด้วยหรอ


ร่างเล็กนั่งดูละครพร้อมกับสลับไปมองโครงกระดูกร่างเล็กข้างๆตัวเล็กน้อยด้วยความสงสัย


MHEH HEH HEH” แถมยังนั่งหัวเราะเสียจนละครดราม่านั่นกลายเป็นละครตลกไปซะอย่างนั่น


“นี่ ปิดหน่อยได้มั้ย เห็นแล้วมันน่ารำคาญ” ในที่สุดเด็กสาวก็ทนไม่ไหวคว้ารีโมตมาจากมือของอีกฝ่ายพร้อมกับกดปิดเองเสียเสร็จสรรพก่อนที่เธอจะโยนรีโมตไปด้านหลังเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกดเปิดทีวีได้อีก


“ฉันจะดู เธอไม่รู้หรอว่ารายการของNTTถึงจะไร้สาระแต่มันก็สนุกนะยัยหมาบ้า ไปเก็บกลับมาเลย” โครงกระดูกร่างเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิงไม่สบอารมณ์พลางแบมือไปทางฟริกส์เชิงสั่งให้อีกฝ่ายไปเก็บรีโมตกลับมาให้เขา คิ้วเรียวกระตุกนิดๆพร้อมกับกอดอกเชิดหน้าไปทางอื่นอย่างไม่ยอม

“อยากได้ก็ไปเก็บเอาเองสิ”


ดวงตารูปดาวสีแดงสดวาวโรจน์เรืองแสงสีแดงด้วยความไม่พอใจ ไม่เคยมีใครขัดคำสั่งของเขามาก่อนแบบยัยเด็กนี่เลยสักครั้ง!


“เก็บมาให้ฉัน!


“ไม่!!


ปิ๊ง!!


ก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างของเด็กสาวก็เรืองแสงสีฟ้าประหลาดก่อนที่ฟริกส์จะถูกดึงตัวเข้ามาใกล้กับแซนส์ที่รอรับอยู่แล้ว ด้วยขนาดตัวที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ใบหน้าของเด็กสาวประจันหน้ากับแซนส์ในระดับเดียวกัน


“ปล่อยเดี๋ยวนี้!!” ร่างเล็กได้แต่ส่งเสียงโวยวายด้วยความไม่พอใจที่เธอขยับร่างกายไม่ได้อย่างใจนึก เธอรู้ว่าเธอถูกเวทย์มนต์ของอีกฝ่ายบังคับร่างกาย ใบหน้าเรียบนิ่งที่ตอนนี้แสดงอารมณ์ไม่พอใจขั้นรุนแรงจับจ้องใบหน้าของโครงกระดูกร่างเล็กที่ยิ้มระรื่นไม่สะทกสะท้านใดใดทั้งสิ้น เขาขยับนั่งไขว้ห้างในขณะที่บังคับให้ฟริกส์นั่งลงบนตักของเขา


“นี่เป็นการลงโทษที่เธอไม่ยอมทำตามคำสั่งของฉันยัยหมาบ้า”


“นายไม่มีสิทธิ์ลงโทษฉัน!!” ฟริกส์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อถูกเวทย์มนต์ของอีกฝ่ายบังคับไว้ ยากที่จะหลุดพ้นจากเวทย์ของอีกฝ่ายได้ นั่นทำให้ฟริกส์ได้แต่สถบด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ


ก่อนที่เธอจะตกใจแทบช็อกเมื่ออีฝ่ายรั้งใบหน้าของเธอเข้าไปใกล้กับเขาในระยะอันตราย


“ทำไมจะไม่มี ตอนนี้เธอเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันแล้ว”


“อะ...อะไรนะ!? ใครเป็นสัตว์เลี้ยงของนายกัน!?!” ตอนนั่นเอง ดวงตาที่ปิดสนิทมาตลอดของฟริกส์ก็เปิดขึ้น ดวงตากลมโตสีทองที่วาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจแบบสุดๆ


สีทองสว่างสวยที่ทำให้โครงกระดูกร่างเล็กเผลอชะงักมองด้วยความตกตะลึงไปชั่วขณะ...


“ฉันอยู่ในบ้านของนาย ไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นสัตว์เลี้ยงของนายนะเจ้ากระดูกงี่เง่า!” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์ของฟริกส์ทำให้โครงกระดูกหนุ่มร่างเล็กคืนสติ ดวงตากลมโตสีทองสวยจับจ้องมาที่เขาอย่างเกรี้ยวกราด


มันมีสเน่ห์จนน่ามอง


“งั้นหรอ มนุษย์ งั้นฉันก็ต้องทำอะไรสักอย่างให้คนอื่นๆรู้สินะว่าเธอเป็นของฉัน” แซนส์ยิ้มกว้าง ดวงตารูปดาวสีแดงสดเรืองรองในเบ้าตาที่ความมืดมิด ฟริกส์คาดเดาไม่ได้เลบว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่


“อะไร...นายจะทำอะไร!?


กริ๊ก


เสียงบางอย่างดังแผ่วกับความรู้สึกแปลกๆบนลำคอทำให้เด็กสาวเหลือบลงมองบนลำคอของตัวเองก่อนที่จะโวยวายลั่นเมื่อปลอกคอเส้นหนาสีแดงสดถูกสวมลงบนลำคอขาวของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ โซ่เส้นหนาที่ล็อคติดกับปลอกคอเส้นหนาสีแดงถูกดึงรั้งจนใบหน้าของเธอแทบจะชนกับใบหน้าของแซนส์


“เท่านี้ทุกคนก็จะรู้ว่าเธอเป็นสัตว์เลี้ยงของฉัน”


สัตว์เลี้ยง...เธอเกลียดคำนี้ที่สุด


“ฉัน...ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของนาย!!!” ริมฝีปากบางขบกันแน่นพร้อมกับตวาดใส่โครงกระดูกร่างเล็กพอๆกับเธอ “ฉันไม่ใช่สัตว์!! ได้ยินมั้ย!!!


ดวงตากลมโตสีทองสว่างสวยฉายแววบ้าคลั่งผสมปนเปกับความโศกเศร้าลึกๆ


ความทรงจำบางส่วนค่อยๆทยอยย้อนกลับมาให้เห็น


เด็กอย่างเธอก็เป็นได้แค่สัตว์เลี้ยงในบ้านเท่านั่นแหละ


เธอมีค่าแค่หมาจรจัดในบ้าน


เด็กอย่างแก ฉันไม่ต้องการ!


“มนุษย์ เฮ้! ยัยหมาบ้า!!” ดวงตารูปดาวสีแดงมองเด็กสาวที่นิ่งเงียบไปอย่างแปลกใจ เมื่อครู่เธอยังโวยวายอยู่เลย ทำไมอยู่ๆถึงเงียบไปแบบนี้


“ก็บอกว่าฉันไม่ใช่สัตว์ยังไงล่ะ!!!” เสียงตวาดลั่นดังมาจากเด็กสาวพร้อมกับร่างกายของเธอที่หลุดออกจากการควบคุมของเวทย์มนต์จนแซนส์ตกใจ มีดเล่มคมสีแดงสดที่ปรากฏขึ้นในมือของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้จะถูกยกขึ้นแทงเข้าหาแซนส์อย่างรวดเร็ว


เคร้ง!


มีดถูกปัดออกจากมือของเด็กสาวอย่างแรงโดยกระดูกแท่งหนึ่งซึ่งแซนส์เสกออกมากันคมมีดทันอย่างหวุดหวิด แต่ถึงจะถูกปลดอาวุธได้แล้วฟริกส์ก็ยังพุ่งเข้ามาหมายจะทำร้ายโครงกระดูกร่างเล็กอยู่ดี คมเขี้ยวเล็กฝังลงบนแขนกระดูกของแซนส์อย่างแรงจนโครงกระดูกร่างเล็กนิ่วหน้านิดๆ แต่มันก็ไม่ได้มากพอที่จะทำให้เขาเจ็บปวด แซนส์สบโอกาสที่เด็กสาวกัดแขนของเขารวบร่างของเธอกักขังด้วยเรียวแรงที่มากกว่าที่ตาเห็นจากร่างเล็กๆนั่น


เด็กสาวพยายามดิ้นรนออกมาจากการจับกุมของอีกฝ่าย แรงของเธอเยอะกว่าที่เขาคิด นั่นทำให้เขาพลิกตัวกดทับร่างเล็กลงบนโซฟาเพื่อกันไม่ให้เธอดิ้นไปไหนได้อีก ดวงตากลมโตสีทองวาวโรจน์จ้องมองแซนส์ด้วยความโมโหที่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว


“เฮ้! เป็นอะไรของเธอ ยัยหมาบ้า!?


“หยุดเรียกฉัน...แบบนั่นสักที!!!!


น้ำตาสีใสซึมบริเวณขอบตาของเด็กสาวจนโครงกระดูกร่างเล็กนิ่งไปเมื่อเห็นหยดน้ำเหล่านั่น เด็กสาวสะอื้นเบาๆ พยายามที่จะหยุดร้องไห้ แต่มันกลับไม่หยุดแม้แต่น้อย กลับกัน น้ำตาสีใสยิ่งหยดลงจากดวงตากลมโตสีทองสว่างหยดแล้วหยดเหล่า


“หยุดเรียกฉันแบบนั่น...ฉันไม่ใช่...สัตว์เลี้ยงนะ...ฉันไม่ใช่หมาจรจัด...ฉันเป็นมนุษย์!” เสียงเล็กปนสะอื้นละล่ำละลักพูดออกมา ความทรงจำในวัยเด็กตอนที่มีชีวิตอยู่ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ไม่เคยเลย...ไม่เคยจะมีใครปฏิบัติกับเธอเหมือนกับเธอเป็นมนุษย์ พวกมนุษย์นั่นโหดร้าย เธอไม่ใช่สัตว์!


ทำไม...ทำไมไม่มีใครเห็นเธอเป็นคนบ้าง เธอเป็นคนเหมือนกับคุณพ่อคุณแม่ ทำไม...ใครๆก็ต่างพากันละทิ้งเธอ ไม่ค่าในตัวของเธอ!!


“มนุษย์...ฟริกส์!!!” เสียงของแซนส์ดึงเธอขึ้นมาจากความทรงจำแย่ๆในสมัยที่เธอยังมีชีวิตอยู่ ดวงตากลมโตสีทองสวยที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาเลื่อนขึ้นสบกับดวงตารูปดาวสีแดงสดของคนที่ทับเธออยู่ด้านบน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน


“สำหรับฉัน แซนส์ผู้โหดร้ายขอบอกเลยว่าตำแหน่งสัตว์เลี้ยงน่ะสำคัญมาก เพราะนั่นหมายความว่าฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุดและเธอจะอยู่ในสายตาของฉันตลอดเวลา และ...และฉันจะรักสัตว์เลี้ยงของฉันมาก!!” ก่อนที่เขาจะหันหน้าไปทางอื่น ใบหน้าของแซนส์ค่อยๆขึ้นสีฟ้าระเรื่อจางๆ “ตะ...แต่อย่าสำคัญตัวผิดไปล่ะ!! ฉันก็แค่ถูกชะตากับเธอเท่านั่นแหละยัยหมาบ้า!!


เด็กสาวจ้องมองแซนส์อย่างเงียบๆ น้ำตาของเธอหยุดไหลไปแล้ว เธอรับฟังคำพูดของเขาด้วยความเงียบ


ดูแล...รักหรอ...นอกจากครอบครัวดรีมเมอร์แล้ว ไม่เคยมีใครเคยพูดแบบนี้กับเธอมาก่อน


“นายรักฉันหรอ...” เด็กสาวเอ่ยถามเสียงเบาในขณะที่แซนส์สะดุ้งพร้อมกับปล่อยมือจากร่างของฟริกส์พร้อมกับหันไปทางอื่น แต่ฟริกส์ก็เห็น ใบหน้าของเขาเป็นสีฟ้าเข้มไปซะแล้ว


“คะ...ใครพูดแบบนั่นกัน!! ท่านแซนส์ผู้โหดร้ายน่ะหรอจะพูดว่ารักเธอ ฝันไปเถอะ!” โครงกระดูกร่างเล็กกอดอกแสร้งทำเป็นเสียงดัง ทั้งที่หลักฐานบนใบหน้นมันฟ้องขนาดนี้แล้ว เด็กสาวนิ่งไปเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มจางๆบนใบหน้า


บางที...ลองเป็นสัตว์เลี้ยงของเขาดูก็ไม่เสียหาย ถ้าอีกฝ่ายให้ความรักกับเธอล่ะก็...


“นายนั่นแหละพูด เจ้าโครงกระดูกงี่เง่า”


มือเรียวเล็กยื่นไปกระชากผ้าผูกคอสีแดงสดของอีกฝ่ายเข้าหาตัวเองก่อนที่ริมฝีปากนุ่มนิ่มของเด็กสาวจะประทับลงบนซี่ฟันขาวสะอาดของแซนส์อย่างหนักแน่น


จุมพิตที่ไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้แซนส์ที่ทำตัวเก่งกาจมาตลอดหน้าร้อนขึ้นมา ใบหน้าของเขาถูกระบายทับด้วยสีฟ้าเข้มทัวทั้งใบหน้าด้วยความเขินอาย เด็กสาวขยับตัวผละห่างออกมามองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ


“คิดจะทำให้ฉันเป็นสัตว์เลี้ยงของนายคงไม่ง่ายนักหรอกนะ หึ” เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบบนใบหน้าของเธอยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มจางๆ โครงกระดูกร่างเล็กชะงักก่อนที่จะกระแอ่มไอเบาๆราวกับกำลังดึงสติตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด “พยายามเข้าล่ะ แซนส์” ไม่ว่าเปล่า เธอยังขยิบตาส่งให้อีกฝ่ายเล็กน้อยจนโครงกระดูกร่างเล็กชะงักไปอีกครั้ง


ตอนนี้เขาเริ่มจะเข้าใจแล้วล่ะว่ายัยคาร่าไปได้สกิลการจีบมาจากใคร...


แซนส์ยิ้มกว้างก่อนที่จะโอบไหล่ของเด็กสาวแล้วดึงเข้าหาตัว


“ท่านแซนส์ผู้โหดร้ายไม่มีทางที่จะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการหรอกนะ ฟริกส์”


ถึงเธอจะเคยเจอเรื่องอะไรมา ท่านแซนส์ผู้นี้จะไม่ปราณีสงสาร แต่ฉนจะทำให้เธอลืมเรื่องบ้าๆพวกนั่นแล้วมาเป็นสัตว์เลี้ยงที่รักของฉันให้ได้!

.

.

.

.

END


 

แถมๆ


ผ้าห่มสีแดงสดถูกกางออกห่มให้กับร่างของหนึ่งโครงกระดูกและหนึ่งเด็กสาวที่นอนกอดกันอยู่บนโซฟาที่สภาพราวกับกำลังจะพังแหล่มิพังแหล่อย่างน่าอนาถใจ ใบหน้าของฟริกส์ซุกลงบนอกของแซนส์ ดูเหมือนว่าจะหลับสนิทกันทั้งคู่เลยนะ คงจะเหนื่อยจากการช่วยกันพังบ้าน(?)แน่ๆเลย


ไม่ควรปล่อยให้ฟริกส์อยู่กับแซนส์ตามลำพังจริงๆด้วย


“ฮันนี่ ไม่พามาสเตอร์กับเด็กนั่นขึ้นไปนอนข้างบนดีๆหรอ” เสียงของพาไพรัสดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่ซุกมือลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตสีดำสนิทสวมฮูดขนเฟอร์คลุมศีรษะเดินออกมาจากห้องครัว


“ไม่ล่ะ ก็รู้นี่ว่าแซนส์ตอนนอนน่ากลัวขนาดไหน แถมยังฟริกส์อีก เธอไม่ชอบให้ใครมาปลุกเท่าไหร่ล่ะนะ” คาร่าพูดด้วยน้ำเสียงหวาดๆพร้อมกับมองคู่รัก(??)อันตรายที่กำลังนอนกอดกันกลมอยู่โซฟาอย่างสงบ เสียงลมหายใจดังมาจากเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มสั้นประบ่าแผ่วเบา ดูน่ารักไร้พิษภัย


แต่คาร่ารู้ ฟริกส์มีอะไรมากกว่าความน่ารักอย่างแน่นอน!!


แต่แล้วร่างเล็กก็ถูกกอดจากด้านหลังพร้อมกับความรู้สึกเปียกชื้นที่บริเวณซอกคอ ทำเอาเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมแดงสั้นประบ่าขนลุกซู่อย่างช่วยไม่ได้


“พะ...พัพพ์!


“ชู่ว์ ฮันนี่ เราปล่อยให้พวกมาสเตอร์นอนกันอยู่ตรงนี้กันไปเถอะ แล้วพวกเรา...” เขาเว้นวรรคประโยคไปเล็กน้อยพร้อมกับยกตัวของเด็กสาวขึ้นอุ้มขึ้นในอ้อมแขนโดยที่คาร่าไม่ทันตั้งตัวจนเธอพลางร้องเสียงหลง “เราก็...ไปทำอะไรอย่างที่เราต้องทำเถอะ ฮันนี่!


“ดะ...เดี๋ยวก่อนพัพพ์...!


แต่ไม่ทันเสียแล้ว พาไพรัสอุ้มร่างเล็กขึ้นก่อนที่จะเทเลพอตเข้าห้องไป ไม่นานนักเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นมาจากห้องนอนของพาไพรัส จนสองร่างที่นอนอยู่ภายในห้องรับแขกขมวดคิ้วพร้อมใจพากันตื่นขึ้นจากการหลับใหล ในมือของทั้งคู่ถืออาวุธเสียครบมือ


“เงียบๆหน่อยได้มั้ย!! อยากตายรึยังไง!!!


“เงียบเสียงหน่อยได้มั้ยคนจะหลับจะนอน!!!


อาเมน...พาไพรัส คาร่า...

.

.

.

.

END!!!



-Talk with Writer-

               สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยนะค่าาาาาา กลับมาพบกันอีกครั้งแล้วนะคะ คงสงสัยกันว่าทำไมถึงเอาฟิครีเควสมาก่อน นั่นเพราะเรารู้สึกว่าEchofellมันแย่มากเลยค่ะ มันว่างเปล่าเกินไป เราก็เลยแต่งSwapfellต่อเลยเป็นการชดเชย ไม่รู้ว่าจะดีมั้ยนะคะ แต่ก็อยากให้ทุกคนสนุกกับเรื่องที่เราเขียน 5555555 หวังว่าทุกคนจะสนุกกันนะคะ แทรกคู่พาพี้กับคาร่ามาด้วย ส่วนตัวเราก็ชอบคู่นี้นะคะ! น่ารักดี

                 สำหรับตอนหน้าจะกลบเข้าเนื้อเรื่องหลักจริงๆแล้วล่ะคะ เราจะพยายามหาเวลามาแต่งนะคะ การบ้านเราก็เยอะเหลือเกิน...

                 ถ้ายังไงวันนี้ก็ขอลาไปก่อน ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านและขอบคุณคนที่ยังติดตามงานเขียนของเรามากๆนะคะ เจอกันใหม่ตอนหน้า บะบายยยยย


STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #106 luffysan (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 22:02
    เอาอีกๆยังไม่รู้เรื่องอดีตฟริคเลย อยากรู้ๆ อ่านไปน้ำตาไหลเลยค่ะสุดยอด!
    #106
    0
  2. #104 มนัสนันท์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 18:04
    ไรต์สุดยอดอ่ะชอบคู่แซน&ฟริกมากค่า
    #104
    0
  3. #103 rename-re (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 15:25
    ชอบคู่นี้!!?!??! น่ารักน่ากัดน่ากินมาก อ๊ากกกก!!!!

    พัพคาร่า ก็ /////-\\\\\ แอรยยย

    แซนฟรืสก์ก็....อื้อหือออ!!! ///////-\\\\\\\\

    ไรท์สุดยอด ฟินเฟร่อมาก!!

    สกิลการจีบ 5555+ ผมนี่ลั่นมาก
    #103
    0
  4. #102 ผู้คลั้งsans x frisk (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 13:39
    จาก"คู่กัดกลายเป็นคู่รัก"ที่น่ารักมากๆ//อ่าาา!ดีต่อใจมากเลยค่ะ!!
    #102
    0
  5. #101 soul (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:12
    อ่านไปยิ้มไปเลยอ่าาาาาา!!ชั้นรักนิยายเรื่องนี้!!💖💞💘💗
    #101
    0
  6. #100 ink sans (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:00
    ชอบบบบบบบบบ
    #100
    0
  7. #99 TaTar_Wannakarn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:17
    อิโยะโฮะๆ เขินเกินบรรยายยย
    ปอลออออลิง.อยากอ่านน Echoflower
    #99
    1
    • #99-1 Call me 'Michy'(จากตอนที่ 20)
      14 ตุลาคม 2560 / 22:45
      เราขอสารภาพ เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับEchoflowerเลยค่าาาาา รู้จักแต่Flowerechoเมื่อตะกี้นี้ 55555555 ขอแนวเรื่องของAUนี้หน่อยได้มั้ยคะ???
      #99-1
  8. #98 fjfjhgjhgjgj (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 20:10
    อ่าาาา~~~~~~~~~ไม่ฟินอย่างนี้มานานแล้ว//รู้สึกดี
    #98
    0
  9. #97 Ploykoe (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 19:37
    โอ๊ยยยย!!เขินนนนน!!>///< รู้สึกชอบ AU นี้ที่สุดเเล้ว!!!ฟินนน~
    #97
    0