[FIC UNDERTALE] (Sans x Frisk) After the Underground’s End

ตอนที่ 18 : -9- Exchange

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    17 ก.ย. 60

-9- Exchange




 ร่างเล็กวัย8ปีของเด็กสาวยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางพุ่มดอกไม้สีทองสวยงาม สถานที่เริ่มแรกของการเดินทางของเธอ จุดเริ่มต้นของการเดินทางใต้อันเดอร์กราวด์ของเธอ ดวงตากลมโตสีทองสว่างทอดมองพุ่มดอกไม้สีทองอย่างนิ่งงัน ปกติแล้วที่นี่มักจะมีใครบางคนคอยเฝ้าอยู่ แต่ตอนนี้...ไม่มีอีกแล้ว


นั่นเพราะเขาได้กลับมามีวิญญาณอีกครั้งพร้อมกับเด็กสาวคนสำคัญของเขา


ฟริกส์ก้าวเท้าเข้าไปยืนอยู่กลางพุ่มดอกไม้สีทองอย่างเงียบงันก่อนที่มีมีอะไรบางอย่างเล็กๆสีขาววิ่งเข้ามาหาเธอจากความมืด


โฮ่งๆ!


เธอก้มลงมองร่างสีขาวโพลนของสุนัขที่เธอมักเห็นมันคอยป่วนพาไพรัสและบางครั้งก็เธออยู่เป็นประจำในระหว่างที่เธอกำลังเดินทางในอันเดอร์กราวด์ ภายนอกก็เหมือนกับสุนัขสีขาวธรรมดาๆที่คอยป่วนทุกคนเล่นไปเรื่อย แต่เธอรู้...


เขาไม่ใช่สุนัขธรรมดาๆ


ร่างเล็กของสุนัขสีขาวสะอาดวิ่งมาหยุดตรงหน้าเธอก่อนที่มันจะเห่าเบาๆราวกับกำลังทักทายเธออยู่ ฟริกส์ก้มลงนั่งตรงหน้าสุนัขตัวนั่นก่อนที่จะเอ่ยความต้องการของเธอให้มันได้รับรู้...รับฟังสิ่งที่เธอกำลังจะทำต่อไปและอีกฝ่ายต้องเป็นบุคคลที่จะช่วยให้ความต้องการของเธอเป็นจริงได้


“ฉันรู้ว่าคุณกำลังรับฟังฉันอยู่” เด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีการเกริ่นล่วงหน้า สุนัขตรงหน้านิ่งราวกับกำลังรับฟังสิ่งที่เธอกำลังพูดอยู่ ฟริกส์สูดหายใจเข้าลึกๆ มันยาก...ที่จะขออะไรแบบนี้ออกไป


“ฉัน...ทำทุกอย่างได้ครบสมบูรณ์หมดแล้ว ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาได้ครบหมดแล้ว ปลดปล่อยมอนสเตอร์ออกจากใต้ดินตามความต้องการเดิมของคาร่า สละพลังงานวิญญาณให้คาร่ากับแอสเรียลกลับไปอยู่กับครอบครัวของเขา...” เธอเอ่ยต่อไปราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวให้สุนัขตัวน้อยฟัง มันเห่ารับก่อนที่จะกระดิกหางให้เธอราวกับมันก็ดีใจที่ได้ยินแบบนั่น ร่างเล็กยิ้มบางๆบนใบหน้าที่เคยไร้อารมณ์


ตอนนี้เธอได้เรียนรู้ที่จะแสดงออกบนใบหน้าแล้ว


“ฉันอยากจะขอ...ขอให้พาฉันกลับไปในที่ที่ฉันควรอยู่ ที่นี่ไม่มีอะไรเหลือให้ฉันต้องมีตัวตนอยู่อีกต่อไปแล้ว”


ตอนนั่นเองที่เจ้าสุนัขสีขาวหยุดที่จะกระดิกหางของมันแล้วเงยหน้าขึ้นจ้องมองฟริกส์อย่างนิ่งเงียบแทน


“ท่านผู้สร้าง...ลบตัวตนของฉันออกจากเรื่องราวของโลกนี้ด้วยเถอะค่ะ”


เสียงใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยปณิธานที่มุ่งมั่น


เกิดความเงียบขึ้นระหว่างหนึ่งเด็กสาวชาวมนุษย์และหนึ่งสุนัขที่ไม่ใช่สุนัขธรรมดาทั่วไป


“หากตั้งใจแบบนั่น...ฉันก็จะให้ตามที่ขอ”


และในที่สุด...เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นตอบรับความปราถนาของเด็กสาว...

.

.

.

.

นี่มันเรื่องอะไรกัน!?


ดวงตาสีขาวภายในเบ้าตาสีดำจับจ้องไปยังร่างของสุนัขสีขาวสะอาดที่นั่งอยู่ตรงหน้ากรงกรอบสีขาวที่ขังฟริกส์ไว้ภายในอย่างมึนงง นี่มัน...เจ้าสุนัขที่เคยอยู่ที่บ้านของเขาในสโนว์ดินไม่ใช่หรอ เขาไม่เห็นมันตั้งแต่ตอนที่บาเรียถูกทำลายแล้วทำไมมันถึงกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งที่นี่ได้กันล่ะ


Sans the skeleton เธอไม่ควรที่จะมาอยู่ที่นี่ในเวลาแบบนี้นะ ที่นี่กำลังจะล่มสลาย หากยังอยู่ต่อ ตัวตนของเธอก็จะหายตามฟริกส์ไปรู้รึเปล่า” เสียงทุ้มดังขึ้นก้องกังวาลไปทั่วมิติดำมืดที่ค่อยๆถูกสีขาวกลืนกินอย่างช้าๆ พื้นที่สีดำใกล้จะหายไปหมดแล้ว ร่างของสุนัขสีขาวสะอาดนั่งอยู่ตรงหน้าของแซนส์อย่างไม่กังวลเกี่ยวกับการถูกลบที่เตือนโครงกระดูกหนุ่มไปเลยสักนิด


ฟริกส์ได้แต่นั่งมองเงียบๆไม่คิดที่จะพูดอะไรออกมา เธอรู้...ว่าสุนัขสีขาวตัวนี้มาเพื่ออะไร เธอได้เคยแลกเปลี่ยนอะไรไว้และเธอก็ไม่คิดว่าเธอจะสามารถกลับไปมีชีวิตอีกครั้งได้หากเจ้าของที่แห่งนี้ไม่ยอม...


“เอ่อ...เจ้าตัวน้อย นี่แกพูดหรอ?” แซนส์เอ่ยด้วยความไม่แน่ใจ เขาไม่เคยได้ยินเจ้าสุนัขตัวนี้พูดมาก่อนเลยนอกจากป่วนพาไพรัสต่างๆนานาจนน้องชายของเขาโวยวายใส่เจ้าสุนัขน่ารำคาญนี่ไปตั้งหลายรอบ


มันไม่ใช่แค่...สุนัขธรรมดามาๆอย่างนั่นหรอ


“แน่นอนว่าผมพูดได้ สุนัขตัวนี้เป็นตัวแทนของผมที่จะสามารถปรากฏตัวในโลกแห่งนี้ได้ Annoying DogคือตัวตนของผมบนโลกUndertale เพื่อคอยดูแลเรื่องราวให้เป็นไปตามที่ผมวางไว้” หากว่าแซนส์สามารถเห็นว่าสุนัขยิ้มได้ เขาคงเห็นสุนัขสีขาวตัวนี้กำลังยิ้มอยู่ตอนนี้


“แล้ว...แก...ไม่สิ นายเป็นใครกันแน่ ทำไมต้องจับตัวฟริกส์ไว้ด้วย!” ดวงตาข้างซ้ายของเขาเรืองแสงสีฟ้าประกายสีเหลืองขึ้นมองไปยังเจ้าสุนัขสีขาวที่กักขังฟริกส์ไว้ข้างหลัง แต่แทนที่ร่างเล็กนั่นจะกลัว มันกลับยกขึ้นขาหลังขึ้นเกาใบหูนุ่มนิ่มอย่างไม่สนใจอะไรกับท่าทางข่มขู่แบบนั่นของแซนส์เลยสักนิด


“ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ ผมคือผู้สร้างโลกใบนี้ขึ้นมา ทุกเรื่องราว ทุกสิ่งมีชีวิต ผมคือคนที่สร้างทุกอย่างให้เกิดขึ้น มอบชีวิตให้กับพวกเธอยังไงล่ะ” เจ้าสุนัขสีขาวยืดตัวขึ้นราวกับกำลังแนะนำตัวเองให้แซนส์ได้รู้จัก คำตอบของมันทำให้แซนส์นิ่งอึ้งไปอย่างไม่เชื่อสายตา


ผู้สร้างอย่างนั่นหรอ!?


“แล้วผมก็ไม่ได้กักขังฟริกส์ไว้ด้วย แต่นี่เป็นความต้องการของเด็กคนนี้เองต่างหาก”


ใช่...นี่เป็นความต้องการของฟริกส์เองจริงๆนั่นแหละ


“แต่...ถ้าฉันจะพาตัวฟริกส์กลับไปก็ทำได้ไม่ใช่หรอ ตัวนายอาจจะเป็นผู้สร้างแต่ก็ไม่ควรเข้ามามีส่วนร่วมกับเนื้อเรื่องมากเกินไป” โครงกระดูกหนุ่มเอ่ยพร้อมกับหลับตาข้างขวาลง ฟริกส์ก้มหน้าลงชิดอกของเธออย่างไม่คิดที่จะพูดอะไรอยู่ดี


“ไม่ได้หรอก” เสียงทุ้มก้องกังวาลตอบกลับมาทันที ร่างเล็กสีขาวล้มตัวลงกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างสบายใจขัดกับสถานการณ์รอบข้าง แซนส์นิ่งไปด้วยความไม่เข้าใจ


“ทำไมล่ะ!? ฟริกส์เองก็ถือเป็นตัวละครตัวหนึ่งบนจักรวาลนี้ด้วยไม่ใช่หรอ!?! เธอไม่ควรที่จะหายไปแบบนี้!” คำพูดของแซนส์ทำให้เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองโครงกระดูกหนุ่ม การที่เขามาที่นี่เพื่อพาตัวเธอกลับไปมันเพื่ออะไรกัน เขายังไม่รู้...เธอน่ะ...


ไม่สมควรที่จะอยู่กับพวกเขาจริงๆ


“ฟริกส์ไม่ใช่เพียงแค่ตัวตนธรรมดาๆเหมือนกับพวกเธอ เด็กคนนี้พิเศษกว่านั่น ผมสร้างฟริกส์ขึ้นมาเพื่อให้เธอเป็นคนดำเนินเรื่องราวของUndertale วิญญาณของเธอมีความมุ่งมั่นที่แรงกล้า แต่ตัวตนความรู้สึกของเธอว่างเปล่า” ผู้สร้างเริ่มเอ่ยอีกครั้ง เจ้าสุนัขสีขาวลุกขึ้นนั่งจ้องมองไปที่โครงกระดูกหนุ่มที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรดี “คุณรู้มั้ย คาร่าน่าจะเล่าให้คุณได้รับรู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ฟริกส์เริ่มต้นเดินไปในทางของการฆ่า ความกลัวต่อความใจดีของพวกคุณยังไงล่ะ”


ร่างเล็กหลังกรงกรอบสีขาวขดตัวเข้าหากันแน่น แซนส์เหล่มองทางเด็กสาวอย่างเป็นกังวลก่อนที่จะหันกลับไปมองเจ้าสุนัขสีขาวตรงหน้า


“นายไม่ได้สร้างฟริกส์ขึ้นมาเพื่อให้ช่วยทำลายบาเรียและปลดปล่อยพวกเราหรอกหรอ...”


“นั่นคือตอนจบหนึ่งของทางเลือกหนึ่งที่ฟริกส์จะเดินไป แต่ว่า เนื้อเรื่องทั้งหมด ผมยกให้ฟริกส์เป็นคนตัดสินใจว่าจะทำยังไง ช่วยหรือทำลาย ผมให้เธอเรียนรู้ที่จะรู้สึกด้วยตัวเองและหากเธออยากจะล้มเลิกความตั้งใจนั่น เธอก็แค่แตะปุ่มรีเซ็ต” เสียงทุ้มนั่นยังคงเอ่ยต่อไป สีหน้าของหริกส์แย่ลงเรื่อยๆ ถึงตัวเธอจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่มันก็เหมือนกับการตอกย้ำความผิดของเธอที่เคยทำร้ายคนอื่น ทำร้ายครอบครัวของเธอ


“ยังไงซะ ถึงฟริกส์จะไม่มาขอให้ผมทำให้เธอหายไปจากความทรงจำของทุกคน ผมก็ต้องพาตัวฟริกส์กลับมาอยู่แล้ว ฟริกส์ไม่ใช่เด็กมนุษย์ที่มีตัวตนอยู่บนพื้นโลกอยู่แล้ว ไม่มีมนุษย์คนไหนรู้จักเด็กคนนี้...”


“แต่เธอก็ยังมีพวกเรา เหล่ามอนสเตอร์เป็นครอบครัวของฟริกส์!!” โครงกระดูกหนุ่มเอ่ยแย้งอย่างทนไม่ไหว เขาก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เผชิญหน้ากับผู้สร้างในรูปลักษณ์ของสุนัขสีขาวอย่างไม่กลัว “มนุษย์ไม่รู้จักเธอก็ยังมีพวกเราอยู่ พวกเราไม่มีทางทิ้งให้ฟริกส์อยู่ตัวคนเดียวอยู่แล้ว!


“แล้ว...จะพาเด็กคนนี้กลับไปทั้งๆที่พวกเธอส่วนใหญ่ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเด็กคนนี้น่ะหรอ ผมไม่เห็นว่าจะมีเหตุผลดีๆที่ให้เธอพาฟริกส์กลับไปเลยนะ” ดวงตาสีดำสนิทเงยหน้าสบตากับดวงตาข้างซ้ายที่เรืองแสงสีฟ้าประกายสีเหลืองของโครงกระดูกหนุ่ม “ถ้ามีเหตุผลดีๆสักข้อที่พอพาฟริกส์กลับไปแล้ว เธอจะได้รับการดูแลอย่างดีและไม่ถูกพวกเธอทิ้งไว้ข้างหลังล่ะก็...ผมจะยอมให้เธอพาเด็กคนนี้กลับไปก็ได้”


“พอแล้ว!!” เสียงเล็กใสเอ่ยค้านขึ้นเสียงดัง นั่นทำให้ทั้งแซนส์และเจ้าสุนัขสีขาวหันไปมองเด็กสาวที่นั่งคุกเข่าอยู่อยู่หลังซี่กรง ใบหน้าน่ารักฉายแววรู้สึกผิดปนเปกับความรู้สึกเศร้า “พอแล้ว...นายกลับไปเถอะนะแซนส์...” ร่างเล็กพิงศีรษะกับซี่กรงสีขาวราวกับคนหมดแรง ความจริงที่ผู้สร้างได้กล่าวมามันทำให้เธอคิดว่าอยู่ที่นี่และหายไปน่ะ...ดีแล้ว...


แซนส์มองเด็กสาวที่เคยเต็มไปด้วยปณิธานยิ่งใหญ่แต่ตอนนี้เธอเหลือเพียงความโศกเศร้าและไม่ใจเท่านั่นอย่างเงียบๆ...เขาคือต้นเหตุ...ที่ทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้...


เหตุผลดีๆในการพาฟริกส์กลับไปอย่างนั่นหรอ แน่นอนว่าเขามีอยู่แล้ว แต่ว่า...


“ไม่เป็นไรหรอกฟริกส์” ดวงตากลมโตสีทองสว่างช้อนขึ้นสบกับดวงตาสีขาวของโครงกระดูกหนุ่ม อะไรบางอย่างในแววตาของแซนส์...บางอย่างที่ทรงพลัง มันทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไรจริงๆ


เขาก้มลงมองสุนัขสีขาวตรงหน้าอีกครั้งพร้อมกับยิ้มมั่นใจบนใบหน้า เหตุผลที่เขาต้องการพาฟริกส์กลับไปและแน่นอนว่าเขาจะไม่ทิ้งให้ฟริกส์ต้องคิดแบบนี้อีกครั้งน่ะหรอ มันเป็นเหตุผลที่เขาพยายามบ่ายเบี่ยงไม่พูดมันออกมายังไงล่ะ...


“ฉันรักฟริกส์”


แซนส์เอ่ยประโยคนั่นออกมาด้วย้ำเสียงเรียบง่ายหากแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจ หากเขาสังเกตฟริกส์สักนิด...


ฉ่า!!!


เอ๊ะ!?!

ใบหน้าขาวนวลขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายเมื่อได้ยินประโยคนั่นดังมาจากแซนส์ ถึงจะรู้ว่าไม่ควรที่จะเขินในสถานการณ์แบบนี้...แต่ก็...ช่วยไม่ได้นี่นา!!


แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึก...มั่นใจขึ้นมา


“ฮะๆๆ” เสียงหัวเราะดังก้องกังวาลไปทั่วพร้อมกับร่างของสุนัขสีขาวสะอาดจะล้มลงกลิ้งไปมากับพื้น สักพักใหญ่ๆมันถึงจะหยุดแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งกับพื้นสีดำพร้อมกับหอบเบาๆ “ไม่คิดเลยว่าจะได้คำตอบแบบนี้” ก่อนที่ร่างเล็กสีขาวจะหันกลับไปทางฟริกส์ที่นั่งหน้าแดงก่ำอยู่ด้านหลังจนแซนส์ระลึกได้ว่าเพิ่งจะบอกรักเด็กสาวไปเมื่อครู่


ใบหน้าของเขาก็ขึ้นสีฟ้าเข้มด้วยความเขินอายตามฟริกส์ไปทันที


ให้ตายสิ...นี่มันน่าอายชะมัดเลย!


“แล้วเธอล่ะเด็กน้อย อยากจะกลับไปรึเปล่าล่ะ” คำถามถูกส่งกลับไปยังเด็กสาวที่อยู่ด้านหลัง ฟริกส์สะดุ้งเบาๆก่อนที่จะคิดทบทวนการตัดสินใจของเธอในครั้งนี้


เธอจะกลับไป...หรือว่าจะหายไปพร้อมกับที่นี่...ถ้ากลับไปแล้ว แซนส์จะ...


“ไม่เป็นไรฟริกส์...” เสียงของโครงกระดูกหนุ่มเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจของเธอไป เขายิ้มที่ดูแล้วอ่อนโยนให้กับเธอ “เชื่อในตัวฉันสิเด็กน้อย”


เด็กสาวยิ้มตอบกลับไป รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจเหมือนจะกลับคืนสู่ใบหน้าของเด็กสาว ลบความเศร้าหมองและความรู้สึกผิดออกไปจากใบหน้าของเธอ


*การได้รับรู้ความรู้สึกของแซนส์ที่มีต่อเธอ ทำให้เธอถูกเติมเต็มไปด้วยปณิธาน*

.

.

.

.

“อ๊ะ! พลังปณิธานในวิญญาณกลับมาเพิ่มสูงขึ้นแล้ว!” เสียงร้องดีใจของอัลฟี่ ทำให้คาร่ารีบหันกลับมามองหน้าจอ ระดับปณิธานในวิญญาณของฟริกส์เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งอย่างน่ายินดี นั่นทำให้เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอมแดงสั้นระต้นคอระบายยิ้มด้วยความยินดี แอสเรียลที่มองอยู่ก็พลอยรู้สึกดีไปด้วย


ก็ก่อนหน้านี้คาร่าทำหน้าเหมือนกับกำลังจะร้องไห้เลยนี่นา!


“ฉันเชื่ออยู่แล้วว่านายต้องพาฟริกส์กลับมาได้ เจ้าถุงขยะหน้ายิ้ม”

.

.

.

.

ซี่กรงสีขาวหายไปพร้อมกับตัวของเด็กสาวที่ถูกปล่อยออกมาจากหลังกรงนั่น ร่างเล็กรีบวิ่งเข้าไปหาแซนส์พอๆกับที่โครงกระดูกหนุ่มอ้าแขนรับตัวเธอที่วิ่งเข้ามากอดเขาแน่น ทั้งคู่กอดกันด้วยความรู้สึกโหยหากันและกันอย่างไม่อาจที่จะสื่อออกมาเป็นคำพูดได้


“ยินดีต้อนรับกลับนะฟริกส์” แซนส์กระซิบเบาๆที่ข้างหูของเด็กสาว


“กลับมาแล้วนะแซนส์...” ฟริกส์เอ่ยตอบกลับไป


โฮ่ง!!


เสียงเห่าดังขึ้น นั่นทำให้ทั้งคู่ผละตัวออกจากกันและหันไปมองเจ้าสุนัขสีขาวสะอาดที่นั่งมองพวกเธออย่างเรียบร้อย เสียงซ่าจากรอบบริเวณเริ่มทำให้ทั้งเด็กสาวและแซนส์ตระหนักได้ถึงสถานที่ที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้ สีดำถูกสีขาวกลืนจนเหลือเพียงแค่บริเวณหน้ากรอบสีขาวขนาดใหญ่ที่คำว่าLOADกับRESETได้สามารถที่จะอ่านเป็นคำได้อีกต่อไปแล้ว


“ผมว่าพวกเธอควรไปได้แล้ว ที่นี่จะหายไปแล้วอีกไม่นานนี้ อ้อ แล้วก็คงไม่ลืมคนคนนั่นที่ยังติดอยู่ในห้วงมิติระหว่างเวลา เขาก็สำคัญของเธอด้วยไม่ใช่หรือไง” ร่างเล็กเห่าอีกครั้งเป็นเชิงไล่


heh ฉันไม่ลืมอยู่แล้วล่ะน่า” แซนส์ขยิบตาซ้ายลงพร้อมกับตวัดแขนอุ้มเด็กสาวขึ้นในอ้อมแขนจนเธอร้องเบาๆด้วยความตกใจ ใบหน้าขาวนวลน่ารักของเธอขึ้นสีแดงก่ำอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเขาขยิบตาให้กับเธออย่างขี้เล่น


พอได้สารภาพออกไปเขาก็กล้าที่จะทำอะไรขึ้นเยอะเลยล่ะ


“กลับกันเถอะเจ้าหญิงของฉัน”


“ระ...เรียกอะไรแบบนั่นกันแซนส์!?!


ท่ามกลางบรรยากาศหวานๆ แซนส์ก็ออกเดินไปที่ประตูที่ส่งเข้ามาในตอนแรก ตอนนนั่นเองที่ดวงตากลมโตสีทองสวยสบกับดวงตาสีดำสนิทของสุนัขสีขาวสะอาดเบื้องหลัง


เธอคงยังไม่ลืมข้อแลกเปลี่ยนระหว่างเรานะฟริกส์ เธอต้องแลกกับ...


ความทรงจำของเธอ


เธอหลับตาลงพร้อมกับยิ้มเล็กๆบนใบหน้าพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองแซนส์ที่กำลังยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีอยู่ในตอนนี้ เขาเปิดประตูสีเทาแล้วก้าวเข้าไปภายใน ตอนนั่นเองที่มือเล็กยกขึ้นแตะข้างแก้มของเขา นั่นทำให้โครงกระดูกหนุมก้มหน้าลงมองเธอด้วยความสงสัย


“อะไรหรอเด็ก...!


ใบหน้าเล็กยื่นขึ้นประทับริมฝีปากลงบนฟันของแซนส์อย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล นั่นทำให้แซนส์ชะงักค้างราวกับกำลังประมวลผลอยู่ ฟริกส์ถอนริมฝีปากผละออกจากปากของแซนส์พร้อมกับยิ้ม


“ฟะ...ฟะ...ฟริกส์...” ใบหน้าของโครงกระดูกหนุ่มขึ้นสีฟ้าเข้มอีกครั้ง เหมือนกับได้ยินเสียงฉ่าเบาๆดังมาจากใบหน้าของเขาด้วย แซนส์ก้มลงมองเด็กสาวในอ้อมแขนอย่างตื่นตระหนก ฟริกส์เพียงแค่ย้มให้กับเขา


“รักนะแซนส์แล้วก็...มาพยายามด้วยกันนะ ฉันจะต้องจำได้แน่ๆ”


แสงสีขาวสว่างจ้าพร้อมกับสติของพวกเขาที่เริ่มเลือนลาง


พยายามอะไรกัน...เด็กน้อย

.

.

.

.

“แซนส์!!” เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้น ทำให้โครงกระดูกหนุ่มลืมตาขึ้น เขายันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้นอนอย่างงัวเงีย


“ขออีก5นาทีได้มั้ย หรือว่า5นาทีสองครั้งเลยก็ได้...”


ผั๊วะ!!


-0.999999


“ตื่นได้แล้วเจ้าถุงขยะหน้ายิ้ม!!


อะไรบางอย่างถูกตบลงกลางศีรษะของเขาเล่นเอาHPลงฮวบไปเลยทีเดียว นั่นทำให้แซนส์สะดุ้งสุดตัวพร้อมกับดวงตาข้างซ้ายที่เรืองแสงสีฟ้าประกายสีเหลืองขึ้นจับจ้องไปที่เด็กสาวร่างสูงกว่าที่ถือสมุดบางอย่างไว้ในมือ ดูแล้วน่าจะเป็นอาวุธที่ตบลงบนศีรษะของเขาเมื่อครู่นี้


ปิ๊ง!!


วิญญาณที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวของคาร่าแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินพร้อมกับร่างของเธอที่ถูกพลังงานบางอย่างดึงร่างให้เข้ามาใกล้กับแซนส์ แต่ใบหน้าน่ารักนั่นไม่ได้ฉายแววของความกลัวเลยแม้แต่น้อย


“เธออยากจะมีช่วงเวลาที่เลวร้ายอย่างสินะ”


“หยุดเลยเจ้าโครงกระดูกงี่เง่า ฟริกส์ฟื้นแล้วนะ!” ด้วยประโยคนั่น นั่นทำให้แซนส์รีบลุกจากเก้าอี้ก้าวไปทางเตียงพยาบาลสีขาวอีกด้านหนึ่งของแล็ปราวกับรู้ดีว่าร่างของฟริกส์อยู่ที่ไหน ดวงตากลมโตสีแดงทับทิมกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย


พอเป็นเรื่องของฟริกส์นี่ตื่นเต็มที่เชียวนะ แต่ว่านะ...ตอนนี้น่ะ...


คาร่ามองตามแซนส์ไปด้วยสีหน้าเป็นกังวล หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ช็อคตายไปซะก่อนนะ...


“ฟริกส์ เป็นยังไงบ้าง!?” โครงกระดูกหนุ่มโผล่หน้าเข้าไปในโซนห้องพัก เด็กสาววัย8ปีผู้ที่เขาเพิ่งจะสารภาพความในใจออกไปนั่งพิงหัวเตียงอยู่ภายในนั่น ดวงตากลมโตสีทองสว่างช้อนขึ้นมองแซนส์...ด้วยสายตาที่เหมือนกับคนที่ไม่รู้จักกัน...


“พวกคุณ...เป็นใครอย่างนั่นหรอ...?”

.

.

.

.

TO BE CONTINUES




-Talk with Writer-

          สวัสดีค่าาาาา แฮร่ เหมือนว่าเราจะหายไปนานเลยสินะคะ ขอโทษด้วยนะคะที่หายหน้าหายตาไปนาน เราติดเรียน ติดงานค่ะเลยไม่มีเวลามาแต่งเลย T^T เพิ่งจะได้มาแต่งนี่แหละค่ะ ยังไงก็ขออภัยผู้อ่านทุกท่านด้วยนะคะ 

           ส่วนตอนต่อไปเป็นฟิครีเควสของEchofellค่ะ! เราจะค่อยๆทยอยแต่งทีละเรื่องนะคะ บางAUมีรีเควสแล้วก็มีค่ะ ดังนั่นขอให้ทุกท่าน Stay Determined และรอต่อไปนะคะ

            ยังไงก็ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามฟิคเรื่องนี้อยู่นะคะ เราจะทำให้สุดความสามารถ 55555 ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคอมเม้นต่างๆด้วยค่ะ ถ้ายังไงวันนี้ก็ขอลากันไปก่อน แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ บะบายยยยย

STAR
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

200 ความคิดเห็น

  1. #187 Hiromi_zan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 03:26

    น้องงงง! โฮฮ...ภารกิจใหม่อีกแล้วค่ะ ทำให้ฟริกซ์มีความทรงจำกลับมาให้ได้

    #187
    0
  2. #91 ink sans (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 10:29
    ความทรงจำหายก็สามารถสร้างใหม่ได้ และความทรงจำเดิมๆจะค่อยๆย้อนกลับเข้ามาเองล่ะฟริกส์ สู้ๆนะคะไรท์ สู้นะทุกคน ฟริกส์สู้ๆนะ!!
    #91
    0
  3. #90 ink sans (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 10:29
    ความทรงจำหายก็สามารถสร้างใหม่ได้ และความทรงจำเดิมๆจะค่อยๆย้อนกลับเข้ามาเองล่ะฟริกส์ สู้ๆนะคะไรท์ สู้นะทุกคน ฟริกส์สู้ๆนะ!!
    #90
    0
  4. #89 NAKI-KH-RM (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 09:58
    เหมือนจะจบ...แต่มันยังไม่จบ จบซะเป็นหนังไทยเลยค่ะไรต์ แต่เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ~
    #89
    0
  5. #88 peekapton2540 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 15:08
    ประโยคสุดท้ายนี้ . . . ยาวๆกันไป - -*
    #88
    0
  6. #87 soul (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 16:19
    นิยายเรื่องนี้อัพทีดีใจยิ่งกว่าถูกห่วยรางวัลที่1
    #87
    0
  7. #86 Ran6428 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 12:41
    ตั้งใจทำนะสนุกมากๆเลย
    #86
    0
  8. #85 MewgomiNakigo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 02:30
    โอ้..ม่ายนะหนูฟริกค์~~~
    (ความพีดบังเกิดดด)
    #85
    0