Miris's Side Story [Fic Alina Town]

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 ครั้งแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ม.ค. 59



บทที่ 3 ครั้งแรก


     ฤดูใบไม้ผลิวนมาเยือนอีกครั้ง ดอกไม้แข่งกันชูดอกสีสวย ผลไม้ออกผลดกรอให้เก็บกิน เช่นเดียวกับสาวน้อยวัย5ขวบในวันนั้นที่ตอนนี้เริ่มเติบโตผลิความสาวขึ้นมาเล็กน้อย รอให้ใครเข้ามาเชยชม

การใช้ประโยชน์ที่เฝ้ารอ...

     เด็กสาวผมยาวสีดำสนิทเช่นเดียวกับเงามืดเดินตามชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นลุงของตนไปเงียบๆ

     มิริชวัย12ปีแต่งกายในชุดราตรีสีดำสนิทซึ่งชายกระโปรงยาวถึงแค่ต้นขาของเธอ เผยให้เห็นเรียวขาเล็กขาว ถึงจะยังดูเด็กแต่ก็ถือได้ว่าเรียกความสนใจของเหล่าชายวัยกลางคนได้มากมาย เลอร์เวสมามยินดีอย่างมากที่ยัยเด็กนี่โตขึ้นมาแล้วสามารถใช้ประโยชน์ได้มากมาย เป็นเครื่องมือและตุ๊กตาที่ล้ำค่ายิ่ง

      ถึงแม้ในวัยเด็ก ชายหนุ่มผู้เป็นลุงจะชอบพาเด็กสาวออกไปพบปะกับผู้คนเพื่อธุระกิจมากมาย แต่น้อยคนนั้นที่จะหลงเสน่ห์ของเด็กนี่ จึงต้องให้มิริชใช้ความสามารถที่ติดตัวมาแต่เกิดจัดการกับคนเหล่านั้นมามากมาย แต่พอโตขึ้นมาอีกนิด ราวกับเพิ่มความสามารถมาอีกอย่าง ท่าทางจะใช้ได้ดีที่เดียว

       เลอร์เวสแสยะยิ้มอย่างน่ารังเกียจ ขณะที่มิริชได้แต่เดินตามอย่างไม่รู้จะคิดอะไร สู้ไม่คิดเลยซะจะดีกว่า...

       เธอรู้ดีว่าขัดขื่นคำสั่งของท่านลุงไม่ได้ และไม่มีวันที่จะขัดขื่นได้ด้วยเช่นกัน... ท่านลุงเป็นบุคคลที่เธอกลัวที่สุดเลยก็ว่าได้ เธอกลัวเกินกว่าจะต่อต้านเพราะสิ่งที่ท่านลุงให้เธอทำ ไม่กล้าต่อต้าน เพราะกลัวจะโดนความเลวร้ายแบบนั้นอีก

       ถึงแม้จะคิดไปสารพัด ใบหน้าของเด็กสาวก็ยังคงเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลงสีหน้าใดๆ ราวกับเป็นแค่รูปปั้นสลักเท่านั้น

“วันนี้ก็เหมือนเดิม อีกฝ่ายเป็นคู่ค้าสำคัญของเรา ห้ามทำพลาดเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่มิริช” ชายหนุ่มที่เดินนำอยู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาพูดโดยไม่หันมามองหน้าเธอด้วยซ้ำ

“เข้าใจค่ะท่านลุง...” เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนไม่มีความรู้สึกใดๆ

“ดี...” จบคำเลอร์เวสก็เปิดประตูตรงหน้าเข้าไปทันที แสงไฟจากภายในห้องทำให้มิริชแสบตาจนต้องหลับตาลงแน่นก่อนจะทำใจลืมตาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

งานเลี้ยง...อีกแล้ว...

ผู้คนมากมาย...พวกผู้ดี...ความเละเทะของสังคม...สวมหน้ากากเข้าหากัน...เพื่อธุรกิจ...

       นี่คือสิ่งที่เธอเห็นมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก มิริชต้องเข้ามางานเลี้ยงเป็นประจำจนเรียกได้ว่าเป็นความคุ้นเคยที่น่าสะอิดสะเอียน ต้องขอบคุณใบหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ออกมาว่าเธอกำลังคิดยังไงอยู่ จึงไม่มีใครล่วงรู้ถึงความคิดขิงเด็กสาวได้สักคน...คงจะยกเว้นคนที่สามารถอ่านใจเธอได้น่ะนะ

       มิริชมองไปรอบๆด้วยสายตาเรียบนิ่งเช่นเคยก่อนจะเดินตามท่านลุงเข้าไปในงานเลี้ยง เธอไม่สนว่าพวกเขาจะพูดอะไรเกี่ยวกับเธอบ้าง เธอไม่รับรู้ว่าใครจะมองเธอบ้าง ขอแค่ทำงานที่ท่านลุงมอบให้ ให้ลุล่วงไปก็พอ

“อ้าว สวัสดีครับท่านเลอร์เวส” ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้อนท้วมคนหนึ่งเอ่ยทักทายท่านลุงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ดูเหมือนคนผู้นั้นจะเป็นคนที่เธอมีธุระด้วยในคืนนี้...

“สายันสวัสดิ์ครับ คุณมาริค” เลอร์เวสยิ้มทักทายอีกฝ่ายเช่นกัน...ปกติท่านลุงไม่ค่อยยิ้มนัก แต่จะยิ้งฉพาะในงานเลี้ยงเท่านั้น

       มิริชปล่อยให้ทั้งสองคุยกันไปเงียบๆไม่พูดอะไร จนกระทั่งชายวัยกลางคนคนนั้นเป็นฝ่ายเอ่ยทักเธอเอง

“อ้าว นี่คงเป็นคุณหนูมิริชที่เคยได้ยินใช่มั้ยครับท่านเลอร์เวส”

“ใช่ครับ นี่คือคุณหนูมิริช เออร์ซี แบล็คโรส หลานของผมเองครับ” เลอร์เวสเอ่ยแนะนำมิริชให้อีกฝ่าย เด็กสาวยิ่ตัวลงทำความเคารพชายตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉยเช่นเคย

“ข้ามิริชค่ะ ท่านมาริค ยินดีที่ได้พบนะคะ...” เด็กสาวเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ท่าทางอีกฝ่ายจะดูสนใจเธอขึ้นมานิดหน่อย มิริชแทบอย่างจะเอาส้อมหรือไม่ก็มีดที่เธอพกติดตัวตลอดจิ้มตาอีกฝ่ายด้วยความขยะแขยง แต่เธอก็ทำไม่ได้ ไม่เช่นนั้นท่านลุงได้โกรธเธออย่างแน่นอน

“ธุกะของเรา ข้าจะให้มิริชเป็นคนพูดคุยกับท่านเอง” เลอร์เวสเอ่ยเสียงเบา มาริคดูท่าทางจะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงให้เด็กสาวท่าทางไม่รู้อะไรมาคุยเรื่องธุรกิจกับตน แต่ถ้าคนที่มีอิทธิพลอย่างเลอร์เวสเสนอมา ยังไงเขาก็ต้องยอมรับข้อตกลงเท่านั้น จึงได้แต่พยักหน้าไปให้อีกฝ่ายอย่างงงๆแทน

“งั้น...เข้าตามผมมาทางนี้เลยครับคุณมาริค” ชายหนุ่มเดินนำชายวัยกลางคนไปที่ห้องรับรองห้องหนึ่งพร้อมกับเด็กสาวที่เดินตามไป

.

.

.

“เอาล่ะครับ...ถือว่าเป็นการตกลงตามนี้นะครับ คุณมาริค” เลอร์เวสยิ้มอย่างพึงพอใจขณะที่มาริคพยักหน้าเบาๆ อยู่ฝั่งตรงข้าม

“ผมจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในการทำการค้าครั้งนี้” มาริคเอ่ยยิ้มๆ แต่อาการเป็นดูเลื่อนลอยนิดๆ แต่ก็ไม่มาก “หลานสาวคุณเกลี้ยกล่อมคนเก่งมากเลยนะครับ ไม่นึกเลยว่าจะเก่งขนาดนี้”

       มิริชที่นั่งอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับมาริคนั่งนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ หากดูดีๆจะสังเกตุเห็นว่าใบหน้าของเธอแอบตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย มือก่ำแน่นเหมือนเกร็งอะไรบางอย่าง

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ เธอยังต้องฝึกอีกมากเลยทีเดียว” ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นลุงของเด็กสาวหัวเราะออกมาเบาๆพลางเอ่ยประโยคเสียงเย็น “ยังต้องฝึกอีกมาก...”

       หลังจากนั้นคนผู้นั้นก็กลับออกไป...เด็กสาวยกมือขึ้นกดขมับด้วยความปวดร้าวทันที การใช้ความสามารถของเธอ...การควบคุมความรู้สึกของผู้อื่น การควบคุมความคิดของผู้อื่น ส่งผลกระทบต่อเธอเสมอ จิตใจที่ดำมืด ความคิดที่สกปรก...เด็กสาวต้องแบกรับมันไว้เพื่อแลกกับการที่เธอจะสามารถเข้าไปบังคับ...จิตใจ ความคิดของอีกฝ่าย บิดเบียนเพื่อให้เขารู้สึกว่านี่แหละสิ่งที่เขาต้องการ สิ่งที่เขาต้องทำ ซึ่งมันเป็นการฝืนอย่างมาก...แต่ลุงของเธอไม่ต้องการความคิดของใคร ท่านลุงต้องได้ในสิ่งที่เขาอยากจะได้เท่านั้น

“หึ...ขอบใจล่ะกันวันนี้ ไปได้แล้ว!” เลอร์เวสแค่นเสียงเหมือนกับสมเพชเธอก่อนจจะเดินออกจากห้องไปไม่สนใจเธออีก

       มิริชกุมศีรษะแน่น เธอไม่มีทางระบายความคิดด้านลบออกไปจากสมองของเธอได้ เธอต้องการเวลาเพื่อที่จะผ่อนคลาย

       หลายครั้งที่เธออยากจะหนี หนีไปให้ไกลจากสายตระกูลของเธอ แต่เธอทำไม่ได้ ไม่ได้...ท่านลุงไม่มีทางปล่อยเธอไปเด็ดขาด...ชีวิตเธอวนเวียนอยู่แค่ห้องนอนของเธอกับงานเลี้ยงบ้าๆนี่ ไม่อาจไปไหนไกลจากนี้ได้...

กลับห้องดีกว่า... เด็กสาวคิดพลางค่อยๆลุกขึ้นแล้วออกจากห้องนี้ไป

       ปึก!! ระหว่างที่เธอค่อยๆเดินฝ่างานเลี้ยงออกไปอยู่นั้น ตัวเธอก็ถูกใครบางคนชนเข้าอย่างแรงจนล้มไปกองอยู่กับพื้น มิริชเงยหน้ามองคนที่ชนเธอด้วยสายตาที่เรียบเฉยเช่นเคย

       คนที่ชนเธอเป็นผู้ชาย...อายุน่าจะมากกว่าเธอสัก6ปีได้...เขาคนนั้นมีเส้นผมสีน้ำเงินซอยสั้นถึงต้นคอ ดวงตาสีดำกำลังมองเธออย่างตกใจอยู่...

       เขาคนนั้นลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะฉุดเธอขึ้นไปด้วย

“อะ...เอ่อ เมื่อกี้ขอโทษที่ชนนะครับน้องสาว!” คนที่ชนเธอยิ้มแหยนิดๆ มิริชมองมือใหญ่ของอีกฝ่ายที่ยังจับมือของเธอไว้อยู่ อีกฝ่ายมองตามก็จะพบว่ายังจับมือเด็กสาวอยู่จึงรีบปล่อยทันที “ขะ...ขอโทษอีกทีนะ”

        เธอส่ายหน้าเชิงไม่เป็นไรก่อนจะนึกได้ว่าต้องกลับห้องแล้วหันหลังกลับจะเดินออกไป แต่ก็ถูกคนอีกคว้าแขนไว้ก่อน

“ดะ...เดี๋ยวสิ เมื่อกี้ยังไม่ได้ไถ่โทษที่ชนเจ้าล้มเลยนะ” เด็กชายตรงหน้าเอ่ยพลางยิ้มกว้าง มิริชเอียงคออย่างงุนงงเป็นที่สุด

อะไรของเขา... เธอคิดพลางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบๆ

“เพื่อเป็นการไถ่โทษ วันหลังข้าจะเอาของขวัญไถ่โทษไปให้เจ้า!” อีกฝ่ายยิ้มกว้าง “ติดไว้ก่อนไงล่ะ”

“ไม่มีอะไรแล้วใช่หรือไม่...” เด็กสาวเอ่ยขึ้นเสียงเรียบดูไม่เป็นมิตรเล่นเอาอีกคนแทบจะเสียความมั่นใจไปเลย

“กะ...ก็ไม่มีอะไรแล้ว” พออีกฝ่ายพูดจบ เด็กสาวก็หันหลังเดินไปทันที “เดี๋ยวสิ! ข้าชื่อ เออร์แลนด์ เออร์ซี แบล็คโรสนะ! แล้วเจ้าล่ะ ชื่ออะไร!” อีกฝ่ายตะโกนบอกชื่อให้กับเธอแถมยังถามชื่อเธอทันทีอีก...ว่าแต่ อีกฝ่ายก็เป็นคนตระกูลเดียวกันงั้นหรือ...แปลก ไม่เคยมีใครในสายตระกูลเออร์ซีคนไหนที่พูดดีกับเธอเลยสักครั้ง เจ้าผู้ชายคนนี้...แปลก

“ข้า...มิริช เออร์ซี แบล็คโรส...” เด็กสาวเอ่ยชื่อของตัวเธอเองโดยการหันหลังไม่มองหน้าอีกฝ่าย

พอเห็นว่าเด็กสาวตอบกลับมา เออร์แลนด์ก็ยิ้มกว้างทันที

“งั้น แล้วพบกันอีกนะ! มิช!” พอพูดจบเขาก็รีบวิ่งจากไปทันที สร้างความแปลกใจให้กับมิชอย่างมากจริงๆ

ดูเหมือนเธอจะเจอคนพิลึกเข้าซะแล้วสิ...

 

 

โชคชะตาหมุนเวียนมาเจอกัน

นี่เป็นครั้งแรก

ที่เด็กสาวได้พูดคุยกับคนที่ไม่ใช่ลุงของเธออยากได้พูดด้วย

นี่...อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว

ก็ได้นะ...



TALK

ช่วงนี้อัพตอนใหม่ถี่นิดหน่อยนะคะ เพราะอาทิตย์หน้าไรท์เปิดเรียนแล้วค่ะ

คงไม่ได้มาอัพบ่อยๆ (ถามว่าตอนนี้บ่อยหรอย่ะ!!)

จะพยายามหาเวลามาอัพตอนใหม่ให้ก็แล้วกันนะคะ

ไม่ก็ต้องติดสถานะ 'ดอง' !!

ไว้พบกันเมื่อไรท์อัพตอนใหม่นะคะ =w=

SeeYa!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น