[RE-UP] MASK BOY | T | หลงรักนายสุดหล่อ |

ตอนที่ 5 : 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    23 ส.ค. 62


- 4 -

ตินตินเดินตามฉันขึ้นมาที่ห้องพัก ฉันอยู่หอพักที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่เล็กมากจนอึดอัดและที่สำคัญไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยนักด้วย มันเลยไม่ได้ใช้เวลานานเท่าไหร่กับการเดินทางไปมาของฉัน ตินตินขอเข้าห้องน้ำ ตั้งแต่เข้ามา ส่วนฉันก็หาเตรียมผ้าขนหนูให้เขา ไม่รู้ว่าเป็นโจโจ้หรือโปเต้มาลืมไว้ที่ห้องกันไม่แน่ใจเท่าไหร่จำไม่ได้แล้ว รวมถึงเสื้อยืดผู้ชายด้วยที่หยิบติดมือมา ไม่นานนัก ฉันก็เห็นเขาเดินออกมาจากห้องน้ำ ส่วนฉันก็นั้นดูทีวีไปและเช็ดผมไปด้วย ตินตินเดินมานั่งลงข้างฉัน ก่อนจะมองไปทางหน้าต่างที่สายฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย หันกลับมามองฉัน ส่วนฉันเองที่มองเขาอยู่ก่อนแล้วก็หยิบเสื้อยืดกับผ้าขนหนูที่เตรียมไว้อยู่ก่อนแล้วส่งให้เขา ตินตินมองหน้าฉันและรับของไปถือไว้ในมือ แต่ก็ยังไม่ยอมขยับตัว

“อันนี้ ค่าเค้กวันนี้ไง”

“หือ?”

“ตัวเปียก เสื้อก็เปียก นายควรเปลี่ยนนะ”

“อ่อ”
เขาครางรับสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง ส่วนฉันก็ไปหยิบเสื้อผ้าเตรียมไว้เพื่อจะอาบน้ำ ก็บอกแล้วไงกระหม่อมฉันบาง โดนน้ำฝนทีไรเป็นหวัดทุกที นี้เลยกิจวัตรประจำวันฝนตกของฉันเลยหล่ะ ตินตินออกมาจากห้องน้ำอีกครั้งและเดินกลับมานั่งที่โซฟาเช่นเดิม ฉันวางเสื้อผ้าของตัวเองไว้และเดินไปหยิบถุงมาใส่เสื้อผ้าให้เขา เขารับมันไปแต่โดยดี ก่อนจะเอ่ยถามฉัน

“ทำไมมีเสื้อผู้ชายในห้อง”

“หะ?”

“ไหนว่าเลิกกับแฟนแล้ว ทำไมยังมีเสื้อผู้ชายในห้อง”
ฉันมองหน้าตินตินแบบไม่เข้าใจ ก่อนจะหัวเราะในลำคอออกมา พลางมองเขายิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ ไม่สิเหมือนจะถามย้อนเขาซะมากกว่า

“แล้วทำไมต้องบอก?”

“ (-.-?) ”

“เพื่อนกัน ไม่ต้องรู้รายละเอียดชีวิตมากก็ได้นะ”
ฉันเอ่ยบอกเขา ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ จะไปวางในห้องน้ำ หากแต่ว่า



ปึง~


ตินติน เดินตามฉันมาตอนไหนไม่รู้ ก่อนจะยืดแขนข้างหนึ่งของเขามาขวางทางฉันไว้ไปไม่ให้เดินเข้าห้องน้ำ ฉันยืนนิ่งด้วยความตกใจ ก่อนที่ลมหายใจจากคนตัวสูงจะค่อยๆรินรดอยู่แถวหัวไหล่ของตัวเอง ฉันเบนสายตามองเล็กน้อย ก็พบว่า ใบหน้าของเขาอยู่ห่างกับฉันแค่คืบเดียว และคำพูดของเขาก็ค่อยๆ หลุดออกมาสร้างอัตราการเต้นแปลกๆ ให้หัวใจของฉันไม่น้อย

“ถ้าไม่บอก จะหาคำตอบเองนะ”

“หือ?”

“หาคำตอบจากปากไม่ได้”

“........”

“ก็ต้องหาด้วยปาก”
ไม่ว่าเปล่า ตินตินพลิกตัวฉันให้ประจันหน้ากับเขา ก่อนจะยกมืออีกข้างที่ยังไม่มีหน้าที่ เชยคางของฉันขึ้น ให้ฉันสบตากับเขา ใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยแมสสีทึบสร้างความปั่นป่วนให้ฉันด้วยอะไรไม่ทราบแน่ อาจจะเป็นดวงตาของเขาที่ลึกลับเกินจะน่าค้นหาพอๆ กับเหตุผลหลายอย่างของเขาที่เคยได้ยิน ฉันยืนจ้องตาตินตินอยู่พักใหญ่ ก่อนจะรวบรวมสติและเอ่ยตอบเขาอีกครั้ง

“อย่าแกล้งเราดิ”

“...........”

“จะหาคำตอบอะไรด้วยปาก แค่ปากนายฉันยังไม่เคยเห็นเลย”

“อยากเห็นไหมล่ะ”
ตินตินสวนคำพูดขึ้นมาทันทีที่ฉันเอ่ย ฉันพอจะมองออกว่าเขาไม่ได้พูดเล่น เพราะดวงตาที่ใช้จ้องตาฉันอยู่มันถูกปรับตำแหน่งไปอยู่ที่ริมฝีปากฉันแทน ตินตินจ้องมองริมฝีปากฉันอยู่ก่อนจะเอ่ยบอก

“ไม่เคยเห็น ก็ใช่ว่าจะ สัมผัสไม่ได้”

“หือ?”

“........”

“........”
ความเงียบปกคลุมทั้งฉันและเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คนตัวสูงจะเป็นคนเอ่ยคำพูดทำลายความเงียบด้วยตัวเอง

“ถ้าไม่อยากให้หัวร้อน ก็ตอบมา ว่าเสื้อที่ให้ใส่อยู่ ...ของใคร?”

“เพื่อน”

“หือ?”

“ไม่โจโจ้ กะ ก็โปเต้”
ฉันเอ่ยบอกเขาทันที ตินตินยืนเงียบอยู่ก่อนจะเอ่ยถามอีก

“ไม่ใช่แฟนเก่า?”

“ไม่ใช่”
ตินตินเงียบก่อนที่ฉันจะเอ่ยบอกเขาให้เข้าใจในสิ่งที่เขาควรจะรู้

“ถึงฉันจะยังลืมเขา ไม่เก่งเท่าที่นาย ลืมเนเน่”

“.......”

“แต่ฉันก็รักตัวเองพอ ที่จะไม่เอา ความทรงจำเดิมๆ มาตอกย้ำตัวเองทุกวันหรอกนะ”

“.......”

“ถ้าเสี้ยนมันตำเท้าอยู่ ก็ควรเอาออก ไม่ใช่ปล่อยไว้ให้เป็นหนอง”
“.......”

“เข้าใจ?”
ฉันเอ่ยถามคนตัวสูง เขาพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ก็ไม่ได้ปล่อยให้ฉันยืนอิสระ จนฉันต้องร้องท้วง

“ปล่อยได้แล้ว”

“......”

“ไม่ได้”

“ (O_O?) ”

“ต้องให้รางวัลก่อน”

“รางวัล?”
ฉันทำหน้าไม่เข้าใจอย่างแรงใส่เขา จะมาให้รางวัลทำไม ก่อนจะเอ่ยท้วงในสิ่งที่สงสัยอยู่ในหัว

“ให้ทำไมรางวัล ไม่เอา”

“ไม่เอารางวัลเหรอ?”

“.........”

“งั้นให้กำลังใจแทนละกัน”

“หือ?”
ตินตินไม่ว่าเปล่า แต่กลับดึงฉันเขาไปกอดจนจมอกแกร่งของเขา ฉันไม่ได้พยายามขัดขืนเพราะยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าความกำลังใจที่เขาให้เพื่ออะไร หากแต่ว่าความเข้าใจของฉันต่อเขา กลับตามมาด้วยประโยคถัดมา

“ขอให้เธอลืมมันให้ได้เร็วๆ นะชีเน่”

“.......”

“คนที่ทำให้เธอเจ็บปวด ลืมไปซะ”

“......”


“เลิกร้องไห้ให้คนที่ไม่จริงใจกับเรา”

“......”

“ฉันเป็นกำลังใจให้”
ก่อนที่เขาจะกระชับกอดฉันจนแน่น น้ำตาของฉันก็เผลอหยดไหลออกมาจากเบ้าตาพอดี ความรู้สึกมีคนเข้าใจเรา มันคงจะเป็นแบบนี้ ฉันก็เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่เจ็บได้ ร้องไห้เป็น เมื่อตอนที่พบเจอกับความเจ็บปวด หากแต่ว่า ฉันเป็นคนที่ เมื่อผ่านมาแล้ว ก็จะพยายามทำให้ตัวเองกลับมาปกติให้เร็วที่สุด โดยที่ไม่มีใครรู้หรอกว่าจริงๆ ฉันยังไม่เคยลืมเขาแม้แต่วันเดียว ฉันเงยหน้ามองตินตินที่กอดฉันอยู่ก่อนจะเอ่ยกับเขาบ้าง

“แล้วนายล่ะ ลืมเนเน่ได้บ้างรึยัง?”

“........”

“รู้สึกเจ็บปวดไหมเวลาต้องเจอหน้า ต้องพูดคุยด้วย”
“ก็พอมีบ้าง”
ตินตินเอ่ยบอกฉันตามตรง ก็แปลกตรงที่ เพราะเราสองคนก็อกหักเหมือนกันมั้ง เลยพอจะเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน แต่เพราะเขาเป็นผู้ชายเรื่องพวกนี้ก็ควรจะเก็บไว้ให้ลึกในใจกว่าที่จะเอามาแสดงออกให้คนอื่นเห็น ฉันคิดแบบนั้นนะ และเหมือนว่าเขาก็เป็นแบบนั้น หากแต่ว่า

“แต่ไม่ลืมก็ดีนะ”

“หือ?”

“อย่างน้อย ตอนที่คบกันก็ยังพอมีเวลาดีๆ ให้จดจำ”

“......”

“อย่างน้อย ก็เคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งด้วยกัน”

“......”

“เธอคิดว่าเราคิดถูกไหม ชีเน่”
ตินตินเหมือนถามฉัน ฉันกอดเขาตอบ ก่อนจะลูบหลังเขาเหมือนปลอบโยน เอ่ยคำพูดที่คิดว่ามันคิดจะเป็นคำที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะเอ่ยกับเขาตอนนี้

“นายเป็นคนบอกฉันเองนิ”

“.......”

“ถ้ายังติดกับความรู้สึกเก่า ก็จะลืมเขาไม่ได้”

“.......”

“นายบอกให้ฉันลืม”

“.......”

“นายเองก็ควรลืมให้ได้นะ”

“........”

“ฉันเป็นกำลังใจให้”
ฉันกอดกับตินตินอยู่พักใหญ่ สายฝนด้านนอกเองก็ยังคงตกลงมาเหมือนไม่ยอมจะขาดสายสักที ฉันเลยบอกให้ตินตินไปนั่งดูทีวีพลางๆ ส่วนฉันเองก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ออกมาก็เจออีกคนนั่งกดรีโมททีวีเปลี่ยนช่องนั่นทีนี้ที เหมือนเด็กน้อยกำลังหาช่องรายการการ์ตูนยังไงยังงั้น ฉันเดินมานั่งลงข้างๆ เขาและมองหน้าเขาสลับกับทีวี

“หิวรึเปล่า?”
ฉันเอ่ยถามคนข้างๆ แต่เขาก็ส่ายหน้าให้ ฉันเบนสายตามองไปที่นาฬิกาฝาผนังที่แขวนอยู่ มันบอกเวลาว่าเริ่มจะเย็นลงทุกที่ ก็เกือบจะทุ่มหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ แต่ฝนด้านนอกนี่สิ จะตกอะไรกันนักกันหนา

“นายจะกลับเลยไหม ฉันไปหยิบร่มให้”

“หือ?”

“จะกลับคอนโดรึยัง?”

“ไล่เหรอ?”
ตินตินเอ่ยถามพลางร่นแมสลงเล็กน้อย ปิดไว้แค่ตรงปาก มันทำให้ฉันเห็นหน้าเขาพอจะชัดเจนมากขึ้น แต่ก็ไม่ทั้งหมดอยู่ดี เพราะว่าฉันเอาแต่จ้องเขา คนที่โดนจ้องอยู่ถึงกับต้องออกปากถามใหม่

“ชีเน่ ไล่เราเหรอ?”

“ปะ...เปล่า”

“นั้นสิ เราว่า แบบเธอคงไม่ไล่เพื่อนเดินกลับห้อง ในตอนที่ฝนตกหนักแบบนี้”
ตินตินว่าพลางยกมือขึ้นกอดอก ต่างกับฉันที่มองเขาด้วยสายตาน่าสงสัย ไม่สิ ฉันสงสัยเขามากกว่า สงสัยว่าคนคนนี้เป็นคนแบบไหนกันแน่ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวก็เหมือนใจดี เดี๋ยวก็เหมือนเดายาก ฉันว่าเข้าถึงยากชะมัด แต่การที่จะให้ฉันอยู่กับเขาในบรรยากาศแบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องไหมหล่ะ รู้จักกับนับชั่วโมงได้ ฉันไม่ไว้ใจเขาหรอก แต่ดูเหมือนว่าเขารู้ทันฉันนะ

“ไม่ไว้ใจเรา?”

“ปะ....เปล่า”

“จริง?”
ฉันเงียบ แต่เหมือนตินตินจะรู้ทันฉันว่าฉันคิดอะไรอยู่ เขาเลยเอ่ยบางสิ่งให้ฉันวางใจในตัวเขาด้วยประโยคที่ไม่น่าวางใจเลยด้วยซ้ำ

“ถ้าเธอไม่ทำอะไรเรา”

“........”

“เราก็ไม่ทำอะไรเธอหรอก ชีเน่”

“หือ?”

“อย่างเช่น”

“เช่น?”
ฉันเอ่ยทวนคำพูดของเขา พลางมองหน้าแบบสงสัยมากมายจนไม่รู้จะทำหน้าเก็บอารมณ์ยังไงด้วยซ้ำ ก่อนที่เจ้าตัวจะเป็นฝ่ายเอ่ยคำตอบออกมา

“ถ้าเธอไม่มองหน้าเรา เราก็จะไม่มองหน้าเธอ”

“ (O.O) ”

“ถ้าเธอไม่ยิ้มให้เรา เราก็จะไม่ยิ้มให้เธอ”

“ (O.O?) ”

“ถ้าเธอไม่ทำเราใจเต้นแรง เราก็จะไม่ทำให้เธอใจเต้นเพราะเรา”

“ (O/////O) ”
ฉันรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาบนใบหน้าจนสัมผัสได้ คำพูดของตินติน มันคืออะไรเขาจะสื่ออะไร พูดเหมือน....

“นายจีบฉันเหรอ?”

“ทำไมต้องจีบ?”
ตินตินเอ่ยขึ้นสวนมาทันที ที่ฉันยิงคำถามนั้นใส่เขา ก่อนที่สิ่งที่เขาพูดในประโยคต่อมามันเป็นสิ่งที่ช่วยให้ฉันเข้าใจมากขึ้นว่าฉันเข้าใจเรื่องนี้อยู่

“ไม่เห็นจะต้องจีบ”

“.......”

“ก็เราเป็นแฟนกันอยู่”

“ (O/////O) ”

“ถึงจะปลอมๆ ก็เถอะ”

“หือ?”

“ฉันนับนะ”
ตินตินว่าก่อนที่จะกดรีโมททีวีปิด และหยิบมือถือของเขาขึ้นมาโทรหาใครสักคน พลางกรอกเสียงลงปลายสายทันทีที่อีกฝั่งกดรับ

“ผมไม่กลับคอนโดนะ”

(........)

“ฝนมันตกหนักจะกลับยังไง พี่ดูบ้างดิ”

(........)

“รู้แล้ว ฝนตกเดี๋ยวรีบกลับ”
ก่อนที่เขาจะวางสายไปและหันมามองหน้าฉันที่ฟังเขาคุยโทรศัพท์อยู่ทุกคำฉันได้ยินนะ แต่ไม่ใช่ปลายสายหรอก

“โทรบอกพวกพี่ๆ”

“หือ?”

“พี่บีเบลรู้จักไหม?” ตินตินถามฉันถึงคนที่ชื่อบีเบล ก็คงน่าจะ

“พี่ในกลุ่มเหรอ?”

“อืม” เขาครางรับสั้นๆ ก่อนจะเอ่ยถามฉันในประโยคถัดมา

“ไม่ถามเหรอ ว่าโทรทำไม?”
ฉันมองหน้าเขาแบบไม่เข้าใจเท่าไหร่นักแต่ก็ยอมเอ่ยปากถามออกไป ไม่อยากต่อความให้ยืดยาว

“ทำไม?”
ตินตินเผยยิ้มบางๆ ที่มุมปากทันทีที่ฉันเอ่ยถามเขา เขามองฉันก่อนจะตอบออกมาเสียงดัง ฟังชัด

“เพราะถ้าฝนยังไม่หยุดตก...”

“........”

“ฉันคงจะต้องค้างที่นี้”
























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

3,333 ความคิดเห็น

  1. #3301 Charlinda88 (@Charlinda88) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 17:25
    คิดเอง เออเอง แล้วก็จะค้างเอง 555
    #3301
    0
  2. #112 ไอริน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 11:35
    เจิมมมมมม
    #112
    0