[RE-UP] MASK BOY | T | หลงรักนายสุดหล่อ |

ตอนที่ 4 : 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    22 ส.ค. 62




-3-


“ (O.O?) ”

“ว่าไง?”
ยังจะมีหน้ามาถามหน้าตาเฉย ตกลงนี้ถามแบบต้องการคำตอบสินะ ฉันยกอเมริกาโน่ตรงหน้าขึ้นดูดไปอีกสองสามอึก มองหน้าเขาแบบไม่เข้าใจแต่ก็…

“อืม”

“ก็ดี”
ตินตินเอ่ยแค่นั้น และก็หยิบมือถือขึ้นมาสไลด์ไปมา เหมือนจะพิมพ์ข้อความหาใครมั้ง แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้น เค้กตรงหน้าสำคัญนะ รู้ใช่ปะ? ก่อนที่คนตรงหน้าจะเอ่ยคุยกับฉันอีก

“ชีเน่”

“หื้ม?”
ฉันครางรับในลำคอ พลางเม้มปาก ก็กำลังกินเค้กอยู่จะให้พูดขานเป็นประโยคก็ใช่เรื่องเสียมารยาทตายพอดี แต่ตินตินเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก เขาถามต่อต่างหาก

“แล้วเธอจะทำไงต่อ?”

“ทำอะไร?”
ฉันย้อนถามเขา ก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจ ไม่สิ ฉันไม่ได้ตั้งใจฟังหรือมองเขาเท่าไหร่ มัวโฟกัสกับเค้กเกินไป

“ก็เรื่องเนเน่”

“ (o_o?) ”

“จะโกหกต่อไหมหล่ะ?”
จริงสิ ลืมคิดไปเลย ถ้าโกหกต่อ ก็ต้องลากเขาเข้ามาเกี่ยวอีก ฉันไม่สนิทกับเขานี่นา เพิ่งจะเป็นเพื่อนกันเอง จะให้พึ่งพาบ่อยๆ ก็เกรงใจหากแต่ว่า

“ไม่ต้องเกรงใจเราหรอก”

“หือ?”

“ถ้าจะขอให้เราช่วย เราก็ยินดี”

“ (O_o?) ”
ตินตินยิ้มให้ตอนที่ฉันถลึงตาใส่เขา จะยินดีกับทุกเรื่องที่ทำให้ตัวเองวุ่นวายเลยเหรอ ดูท่าจะเป็นคนไม่แคร์อะไรเลยจริงๆ ก่อนจะเอ่ยบอกเหตุผลที่ก็พอจะเป็นไปได้ ในสิ่งที่เขายื่นความช่วยเหลือมาให้

“ก็เพื่อนกันไง”

“.....”

“เพื่อนไม่ช่วยเพื่อนได้ไง”
ฉันเลิกคิ้วทำหน้าสงสัยหนักกว่าเดิม ก่อนจะเอ่ยถามเขาอย่างเหมือนไม่ค่อยเชื่อเขาสักเท่าไหร่

“เพื่อนที่เพิ่งรู้จักเมื่อ10นาทีก่อน”
ตินตินหัวเราะในลำคอก่อนจะเอ่ยตอบฉัน

“ก็เพื่อนไหมหล่ะ”

อาจจะจริง แต่การที่พาเขามาเกี่ยวพันกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง มันก็ไม่ควรหรือเปล่า ไม่แน่ใจ หากแต่ว่า

“ถ้าอึดอัดใจที่จะขอร้องเราในฐานะเพื่อน ก็.....”

“ (o.o?) ”

“ลองคบกันไหม”

“ (O๐O?) ”
ตินตินส่งตายิ้มให้ฉันอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าฉันมีอาการงงเงิบ อึ้งหนักมาก ก่อนจะเอ่ยออกมาคลายความตกใจให้ฉัน

“ล้อเล่น (^^) ”
มันใช่เรื่องเล่นเหรอ ขอคบง่ายๆ แบบนี้ มีหน้ามาบอกล้อเล่นอีก ใจหายใจคว่ำหมด แต่ก็นะ อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าคนที่ใครๆ ต่างขนานนามว่าลึกลับ นิสัยจริงๆ ส่วนหนึ่งของเขาที่ฉันเพิ่งจะสัมผัสได้มันก็ไม่ได้น่ากลัวเสมอไป

เราสองคนนั่งคุยกันอยู่สักพัก ก่อนที่อีกคนจะชวนฉันกลับ ก็มันเริ่มจะค่ำแล้วนะ แถมตอนนี้อากาศนอกร้านก็ดูครึ้มฟ้าครึ้มฝนชอบกล หวังว่า คงจะไม่เจอน้องฝนหรอกนะ ยิ่งไม่ค่อยชอบอยู่ด้วย ตินตินเดินไปจ่ายเงินที่เค้าเตอร์ และหยิบก่อนเค้กมะพร้าวที่สั่งห่อกลับบ้านมา วันนี้หมอนี้บอกว่าจะเลี้ยงฉัน ฉันก็ไม่ขัดหรอก เพราะเหมือนจะเถียงหมอนี้ไม่ชนะ ฉันเลยมายืนรอขอบคุณเขาอยู่หน้าร้าน เมื่อตินตินเปิดประตูร้านเดินออกมา

“ขอบใจนะที่เลี้ยงเค้กเรา”

“อืม”
เขาตอบสั้นๆ เหมือนเป็นแค่เสียงครางรับในลำคอด้วยซ้ำ ฉันก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับเขาหรอก ก็คุยกันไปหลายเรื่องแล้วนี่นา และที่สำคัญไอเรื่องกลุ่มแมสบอยของเขาที่เคยได้ยินมาว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในกลุ่มมักจะเป็นความลับรวมถึงใบหน้าของพวกเขาด้วย ฉันกลับได้รู้มันเกือบหมดยกเว้นแค่เรื่องเห็นหน้าที่แท้จริงของเขาก็เถอะ แปลกดีเนอะ เพราะร้านเค้กกับหอพักฉันไม่ไกลนัก ฉันเลยเอ่ยขอแยกตัวจากเขาตรงนี้

“งั้นเรากลับก่อนนะ”

“ให้ไปส่งไหม”
ตินตินเอ่ยถาม คงจะเป็นเพราะเขาเป็นผู้ชายเรื่องพวกนี้คงจะเป็นเรื่องที่สมควรจะถามเวลาแยกกับเพื่อนผู้หญิง

“ไม่ต้องหรอก เดินแค่นิดเดียว”

“เหรอ?”

“อืม ...ไปนะ”
ตินตินไม่ได้เอ่ยตอบแค่พยักหน้าให้ และมองฉัน ฉันเลยหันหน้าไปอีกทางเตรียมตัวเดินกลับไปที่หอหากแต่ว่า


เปาะ แปะ เปาะ แปะ~


ฝนเม็ดใหญ่ๆ เริ่มหยดลงมาจากขอบฟ้าสีครึ้มที่ฉันคิดไว้ก่อนหน้านี้ว่าฝนกำลังจะตก เอาไงหล่ะ ฝนตกแบบนี้ ใส่ชุดนิสิตซะด้วย กว่าจะเดินถึงหอพักก็เปียก โชว์เนื้อหนังตลอดทางกันพอดี หากแต่ว่า


ฟึ่บ~


“ (O///O) ”
ฉันเบิกตากว้าง เมื่อรู้สึกเหมือนมีใครบางคนช่วยบังฝนให้ฉันจากด้านบน ฉันเงยหน้าขึ้นมองกระเป๋าเป้ใบโตของเพื่อนคนเมื่อกี้ที่เพิ่งจะแยกกลับมาไม่วางตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของกระเป๋าเป้นั่น พลางเอ่ยชื่อ

“ตินติน”
เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเร่ง

“ไปหลบฝนก่อน”
ว่าแล้วคนตัวโตก็พาฉันวิ่งมาหลบฝนอยู่ตรงเพิงเล็กๆ หน้าร้านขายของชำ ก่อนถึงหอพักของฉัน และมันก็เหลือระยะแค่นิดเดียวเท่านั้น กว่าจะถึงหอ แต่ก็เดินไปต่อไม่ได้อยู่ดี ฝนมันตกค่อนข้างแรงทีเดียวเลยหล่ะ ฉันหันมองอีกคนที่กำลังปัดหยดน้ำที่ตัว และฉันเองก็หันมาปัดฝนที่ตัวของตัวเองด้วย บอกแล้วไงว่าฉันไม่ชอบน้ำฝน คนกระหม่อมบางแบบฉัน โดนฝนทีไรก็ป่วยทุกที ฉันกับน้อง (น้ำ) ฝนเลยไม่ควรที่จะเจอกันบ่อย ฉันหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองในกระเป๋าที่ได้จากใครบางคนเมื่อวันก่อน จะว่าไปเขาก็ท่าทางคล้ายๆ คนข้างๆ ฉันเหมือนกันแฮะ ทั้งส่วนสูงรูปร่าง รวมถึงสายตานั่นด้วย ฉันเช็ดน้ำฝนบนใบหน้าด้วยผ้าที่ปักลายอักษรตัว T ก่อนจะยื่นมันส่งไปให้อีกคน

“เช็ดหน้าหน่อยไหม”

“หือ?”

“ถ้าไม่รังเกียจ ...ใช้ด้วยกันก็ได้”

“อืม”
ตินตินตอบ และเงยหน้ามามองฉัน สลับกับผ้าเช็ดหน้า ที่เพิ่งจะยื่นไปให้ เขามองมันนานพอควร ก่อนจะหยิบมันขึ้นซับเบาๆ ที่ใบหน้า และรอบกรอบหน้าของเขา แต่ก็ยังไม่ยอมถอดแมสสีทึบนั่นออก ฉันเองก็แปลกที่เผลอยืนมองเขาเช็ดซับน้ำฝนอย่างไม่วางตา ว่าแต่ อยู่กับเขามาเป็นชม.โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าใบหน้าที่แท้จริงของเขาเป็นยังไง แล้วฉันทำได้ไง แต่อาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกถึงความน่ากลัวไง ฉันเลยลืมเรื่องพวกนั้นไปหมด

“มองเราขนาดนี้ เราก็เขินเป็นนะชีเน่”

“หะ?”
สติของฉันกลับมาอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวคนที่ถูกมองเอ่ยท้วงขึ้น ฉันแกล้งเบนสายตาหนี ก่อนจะทำเสียงกระแอมเบาๆ ในลำคอ จนคนข้างๆ เผลอหัวหัวเราะออกมาจนตาหยี

“หัวเราะอะไร?”
ตินตินหยุดหัวเราะ ก่อนจะหันมาตอบคำถามของฉันด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“เธอ”
ก็ตรงดี หัวเราะฉันก็บอกว่าหัวเราะ แต่ถ้าจะตอบคำถามตรงทุกคำถามก็คงไม่ดี แต่สำหรับเขาไม่ใช่หรอกมั้ง

“ตินติน” ฉันเอ่ยชื่อเขาออกมา จนเขาหัวมาเลิกคิ้วใส่

“แมสนั่นน่ะ ใส่ตลอดเลยเหรอ?”

“หือ?”

“ไม่อยากถอดบ้างรึไง?”
ฉันเอ่ยถาม ตินตินขยับตัวเข้ามาใกล้ฉัน ตอนที่ฝนเริ่มตกลงมาแรงขึ้น เพราะมันอาจจะไม่ได้ยินถ้าเขาตอบให้ฟัง แมสนั่นมันบังปากเขาอยู่

“อยากสิ”

“แล้วทำไมจะต้องทำตามกฎด้วย มีแต่กฎกำหนดให้ใส่ แล้วไม่มีกฎกำหนดให้ถอดบ้างระ...”
ฉันบ่นไปด้วยถามไปด้วย พลางหันไปที่เขา แต่ก็ไม่คิดว่าตินตินจะใกล้ฉันขนาดนี้ ใกล้จนไหล่ของเขาข้างหนึ่งสอดไปอยู่ที่หลังของฉัน นั่นเลยทำให้เสียงตอนท้ายที่พูดออกมามันหายไป แต่เจ้าตัวก็เอ่ยอธิบาย

“ฝนมันหยด โดนไหล่ฉัน”
ตินตินว่าพลางชายตาไปมองที่ไหล่ของเขา ฉันเองก็ หันไปมอง ก็เพราะว่าเพิงที่เราหลบอยู่ มันเป็นรูๆ เต็มไปหมด น้ำฝนก็เลยหยดเปียกเสื้อเขาไปหมด ถึงว่าตินตินเลยขยับเข้าใกล้ฉันเพื่อหลบมัน

“อะ....อืม”
ฉันครางรับ เบาๆ ก่อนที่จะเอ่ยถามเขาต่อในสิ่งที่ยังค้างคาและฉันก็เคยได้ยินมันนานแล้ว

“ว่าแต่”

“ (o.o?) ”

“ฉันเคยได้ยินเนเน่เล่าให้ฟังบ่อยๆ”

“ว่า?”

“บอกว่าใต้แมสที่นายใส่อยู่น่ะ....”

“........”

“เขาบอกว่านายหล่อมาก จริงเหรอ?”
ฉันเอ่ยถามตินติน อย่างจริงๆ จัง ก็คนอยากรู้ ที่สำคัญ อยากจะรู้ว่าที่เนเน่พูดไม่ได้โกหก คำพูดที่ว่า ถ้าได้เห็นก็จะรู้ว่าโคตรอิจฉายัยนั่นที่ได้เป็นแฟนเขา ตินตินทำท่าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ก่อนจะเอ่ยถามฉันกลับบ้าง

“เธออยากได้เป็นคำตอบ หรืออยากเห็นด้วยตาล่ะ”

“..................”
ฉันเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าควรตอบว่าอะไรดี ก่อนที่อีกคนจะเอ่ยต่อคำพูดที่เขาพูดค้างไว้

“ถ้าอยากได้เป็นคำตอบ ฉันก็ตอบได้แค่ว่า ไม่รู้สิ ฉันไม่รู้ว่าหน้าแบบฉันเขาเรียกว่าหล่อรึเปล่า”

“..............”

“แต่ถ้าเธออยากเห็นเองด้วยตา ก็ต้อง........”
ตินตินเงียบไปก่อนจะเอ่ยตามมาให้ประโยคนั้นสมบูรณ์และเข้าใจโดยที่ไม่กล้าหาคำตอบอีก

“.............”

“เป็นเมียก่อนดิ เดี๋ยวจะเปิดให้ดู”

“ (O///////O) ”


เปรี้ยง~


จังหวะประจวบเหมาะ กับที่ฟ้าผ่าลงมาพอดี ฉันขยับตัวไปหันหน้าไปซบที่อกตินตินแบบไม่ทันได้คิดก่อน แต่ที่แปลก อีกคนไม่ได้มีทีท่าจะผลักออก แต่กลับยกมือขึ้นโอบหลังฉันไว้หลวมๆ จนฉันต้องขยับตัวออกมาเอง

“ (O///O) ”
เขาไม่ได้พูดอะไรด้วย แต่ก็ยืนมองสายฝนที่ตกลงมาไม่หยุดหย่อน ใจคอจะตกทั้งคืนไม่ให้กลับหอรึไง แล้วคือ ไม่มีร่มไงจะกลับยังไงล่ะ แต่อย่างน้อยก็ยังมีคนยืนเป็นเพื่อน ก็ดีไปอีกแบบ

“กลัวเสียงฟ้าเหรอ?”
จู่ๆ ตินตินก็เอ่ยถามฉันขึ้น ฉันหันไปมองเขา ไม่ได้ตอบเป็นคำพูดแต่ตอบเป็นท่าทางแทน

“ (-_-) (_ _) (-_-) (_ _) ”

“อีกนานเลย กว่าจะหยุด”
ตินตินคงหมายถึงฝน ฉันพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เขาเมื่อฝนมันเริ่มหยดใส่ฉัน กลายเป็นว่าจากที่ขยับออกห่างจากเขา ก็ต้องขยับเข้าใกล้เขาอีก นี่ฉันดูจะสนิทกับเขาเร็วไปนะ

“ชีเน่”

“หือ?”
ตินตินเอ่ยเรียกชื่อฉันอย่างไม่เป็นปี่เป็นขลุ่ย ฉันหันไปมองก่อนที่อีกคนจะเอ่ยถาม ในสิ่งที่เขาน่าจะคิดอยู่พักใหญ่แล้ว

“เธอไม่กลัวฉันเหรอ?”

“ทำไมต้องกลัว”

“ก็ปกติ ไม่ค่อยจะมีคนเข้าใกล้พวกฉันหรอก”

“เหรอ?”

“อืม ที่คอนโด ขนาดขึ้นลิฟต์ด้วยยังไม่กล้าเลย” เขาเอ่ยบอกและฉันก็นึกได้ว่า

“จริงสิ คอนโดนายอยู่ไกลรึเปล่า?”

“ถามทำไม?”

“ก็เห็นว่าฝนตกกว่าจะได้กลับก็คงอีกนาน”
ตินตินพยักหน้าช้าๆ ในคำพูดของฉัน ก่อนจะพูดในสิ่งที่ไม่คิดว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันจะพูดออกมา

“ไม่ไกลหรอก นึกว่าถามเพราะอยากไปซะอีก”

“ (O///O?) ”

“เราล้อเล่น”
ตินตินเอ่ยแบบนั้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าฉันเริ่มเบนหน้าหนี และชวนเปลี่ยนเรื่องคุยแทน เพราะบรรยากาศตอนนี้มีแค่ฉันกับเขา มันเงียบเกินไป

“แล้วหอเธอที่ว่าอยู่แถวนี้หล่ะ อยู่ไหน?”

“นั่นไง”
ฉันว่าพลางชี้ไปที่หอพักของฉันที่สามารถมองเห็นได้จากตรงนี้ บอกแล้วไงว่ามันใกล้มาก ฉันเลยบอกว่าเขาไม่ต้องมาส่ง แต่ฝนก็ดันมาตกซะก่อน

“งั้นไปกันเถอะ”

“หือ?”

“ฝนซาแล้ว”
เป็นอย่างที่เขาว่า เพราะฉันเอาแต่เหม่อจนไม่ได้ใส่ใจว่าฝนมันซาลงแล้วจริงๆ ตินตินพยักหน้าให้ฉันเดินก่อน ฉันมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำเขาไป และเขาก็เดินตามมาติดๆ และเมื่อมาถึงที่ใต้หอพัก

“ถึงแล้ว”

“อืม เราไปนะ”
ตินตินเอ่ยบอก และทำท่าจะหันหลังเดินกลับ หากแต่ว่าเพราะฉันเห็นตัวเขาที่เปียกกว่าฉันเยอะมาก และเหมือนฝนที่เราเพิ่งเดินผ่านมามันเริ่มจะก่อตัวฝนลงมาอีกระลอก ปากที่ไวกว่าสมองมันเลยเอ่ยถามเขาออกไป

“ถ้าไม่รีบ ขึ้นห้องเราก่อนไหม”

“หือ?”
ตินตินหันกลับมามองฉัน ตามด้วยน้ำเสียงสงสัยที่ถูกส่งผ่านแมสออกมา ก่อนที่ฉันเองจะเป็นฝ่ายอธิบายให้เขาฟัง

“ตัวนายเปียกมาก อย่างน้อยเช็ดตัวก่อนค่อยกลับก็ได้”

“.........”

“ก็ฝนมันเริ่มตกลงมาอีกแล้ว”
ตินตินเงียบฟังฉัน ก่อนจะยืดตัวขึ้นเล็กน้อย ฉันเห็นทีท่าว่าเขาเงียบเลยเอ่ยไปอีก เผื่อเขาจะมีธุระต้องไปทำ

“ถ้านายรีบกะ....”
ไม่ทันที่จะได้เอ่ยบอกจนจบประโยค อีกคนก็เอ่ยขัดขึ้นมาซะก่อน

“ไปสิ”

“หือ?”

“อยากเข้าห้องน้ำอยู่พอดี”
ตินตินเอ่ยแบบนั้น ฉันพยักหน้าให้ก่อนจะหันหลังเดินมาที่ประตูหอ ว่าแต่ การชวนผู้ชายขึ้นห้องตั้งแต่วันแรกที่รู้จัก มันดูยังไงๆ อยู่นะยัยชีเน่ แต่ไม่หรอก ก็เพื่อนกันนี่นา โจโจ้กับโปเต้ยังเคยขึ้นห้องฉันเลย ตินตินเองก็เพื่อนก็คงไม่แปลกหรอก































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

3,333 ความคิดเห็น

  1. #3304 @ Aphrodite @ (@conan0505) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 02:31
    น่าตีมากยัยชีเน่ //กำไม้เรียวววว
    ตินติน...เอ็งมันร้ายยยยย
    #3304
    0
  2. #71 lawanwongpa (@lawanwongpa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 20:01
    เจิมมมมมส
    #71
    0