[RE-UP] MASK BOY | T | หลงรักนายสุดหล่อ |

ตอนที่ 3 : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,832
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 84 ครั้ง
    21 ส.ค. 62

- 2 -


“เดท?”

“อืม”
ตินตินเอ่ยตอบฉันสั้นๆ พลางมองแบบจริงจัง แต่ฉันก็ยังงงอยู่ดี มาดงมาเดทอะไร รู้จักกันจริงๆ ยังไม่ถึง10นาที ชวนเดทเลยเหรอ

“ทำไมต้องไปเดท?”
ฉันเอ่ยถามเขา ตินตินผ่อนลมหายใจออกมา พลางยืนเท้าสะเอวตัวเอง มองหน้าฉัน เหมือนสำรวจอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยตอบในสิ่งที่ฉันเอ่ยถาม

“คนเป็นแฟนกันก็ต้องเดทกันสิ”
เขาเอ่ยตอบหน้าตาเฉย ต่างกับฉันที่หน้างงเบอร์สุด นี่เอาจริงเหรอ?

“คืองี้นะตินติน”

“อืม”

“คือเราไม่ได้เป็นอะไรกัน เพื่อนยังไม่ใช่เลย”
ฉันเอ่ยบอก และเขาก็ดูเหมือนจะพยายามฟังอยู่

“..........”

“แล้วแบบนี้ฉันจะไปเดทกันนายได้ยังไง?”
ตินตินพยักหน้ารับ ก่อนจะขยับแมสขึ้น ทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ หันมองซ้ายทีขวาที ก่อนจะหันกลับมามองฉัน และเอ่ยบอกฉันในสิ่งที่เขาคิด

“แต่อย่างน้อย เราก็ช่วยเธอมาสองครั้งแล้วนะชีเน่”

“หะ?”

“เธอควรจะมีอะไรตอบแทนเราบ้าง”

“ (O.o?) ”
ฉันทำหน้างง แต่อีกคนทำหน้าแบบไหนไม่รู้ก็แมสมันปิดหน้าปิดตาเขาอยู่ จะไปเห็นได้ไง อย่างมากก็พอดูรู้ว่า หน้าเขาไม่ได้เอนไปทางโกรธหรอกนะ

“อย่างน้อย เป็นเพื่อนกันก็ดี”

“ว่าไง?”
ตินตินเอ่ยถามฉันอีกครั้ง แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจ ในเจตนาที่แท้จริงของเขาสักนิด ก็จริงอยู่ บังเอิญไปดึงเขามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยที่ไม่ทันจะมองให้ดีก่อนว่าเขาเป็นแฟนเก่าของเพื่อนฉัน และสอง อีกอย่างฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะเล่นตามน้ำในสิ่งที่ฉันทำด้วย ก็ฉันสงสัย

“ฉันว่าเราควรจะเคลียร์กันให้เข้าใจนะ”

“อื้ม”

“คุยมันให้รู้เรื่อง”

“ได้สิ” ตินตินเอ่ย และฉันก็มองออกว่าเขายิ้มอยู่

“..........”

“เลยบอกว่าให้ไปเดทกันไง”

“............”

“หาอะไรหวานๆ กิน จะได้ไม่ต้องซีเรียสแบบนี้”
ตินตินว่าพลางชี้มาทางฉันในตอนที่พูดทำท่าซีเรียส หน้าฉันดูเครียดขนาดนั้นเหรอ แต่ก็ช่างเถอะ

“นายควรเรียกว่าไปปรับทัศนคติ”

“เธอก็จริงจังไปนะบางที”
ตินตินว่า ก็จริงฉันอาจจะใช้คำจริงจังไป แต่ฉันไม่สนิทกับเขานี่นา ฉันจะกล้าโหวกเหวกโวยวายก็ใช่เรื่อง

“ก็เราเพิ่งรู้จักกัน”

“งั้น.......ก็ไปทำความรู้จักกันดีกว่า”

“ (O.O?) ”

“บางที...”

“บางที?”

“เธออาจจะอยากรู้จักฉันมากกว่านี้ก็ได้นะ ชีเน่”
ตินตินเอ่ยบอกและเดินนำหน้าฉันไป ส่วนฉันก็ทำได้แค่เดินตามเขาไปเงียบๆ ก็จริงผู้ชายคนนี้ ดูมีอะไรเยอะ และเหมือนมีอะไรแอบซ่อน....

ตินตินพาฉันมาที่ร้านเค้ก น่าแปลก ตรงที่ร้านที่เขาพามา มันดันเป็นร้านโปรดของฉัน ก็ร้านที่ฉันชอบมากินเค้กบ่อยๆ และก็เป็นสถานที่ ที่ถูกกอล์ฟบอกเลิกด้วย ถึงจะเกิดเรื่องไม่น่าจดจำที่นี้ก็จริง แต่ความอร่อยของเค้กร้านนี้มันลบกลบไปได้หมด

“อยากกินอะไร?”

“ (O.O?) ”
จู่ๆ ตินตินก็หันมาถามฉัน ตอนที่เปิดประตูร้านเข้าไป ฉันมองหน้าเขางงๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ

“ไปสั่งเองก็ได้ จะไปดูเค้ก”

“อืม”
เขาไม่ได้เอ่ยอะไรตอบ แค่เดินนำหน้าไปที่เค้าเตอร์ และเอ่ยสั่งเมนูที่เขาต้องการ คงมากินบ่อยสินะ ก็ดูท่าสั่งซะคล่องเชียว ว่าแต่ฉันควรเอาเวลาไปเดินดูเค้กดีกว่า ฉันเลยละความสนใจจากการสั่งออเดอร์เครื่องดื่มของเขา มามองเค้กทีละชิ้น ทีละชิ้น โหววว วันนี้เค้กมะพร้าวสูตรเด็ดของที่ร้านยังเหลืออยู่ และมันก็เป็นเมนูโปรดของฉันด้วย

“เค้กมะพร้าว2ชิ้นครับ ใส่กล่องชิ้นหนึ่ง อีกชิ้นไปเสิร์ฟที่โต๊ะ”

“ (O.o?) ”
ฉันงงที่จู่ๆ ตินตินก็สั่งเค้กมะพร้าวที่ฉันกำลังมองอยู่ ฉันหันไปมองหน้าเขา และเขาก็ยิ้ม ก่อนจะเอ่ยบอกฉันอีกอย่าง

“เค้กสั่งแล้ว สั่งเครื่องดื่มเองนะ ไปรอที่โต๊ะ”
ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ แถมยังเป็นโต๊ะที่ฉันถูกบอกเลิกอีกด้วย บังเอิญไปหมดซะทุกอย่าง ฉันไม่อยากจะคิดเยอะเลยหันไปสั่งเครื่องดื่มของตัวเอง

“อเมริกาโน่เย็นค่ะ”
พนักงานพยักหน้ารับ ฉันยิ้มให้เธอ ก่อนจะเดินไปนั่งตรงโต๊ะที่ตินตินนั่งอยู่แล้ว และทำท่าเป็นนั่งมองโน่นนี่อีก หมอนี่เป็นคนแบบไหนกันนะ

“ทำไมมองเราแบบนั้น”

“หือ?”
เป็นฉันก็น่าสงสัยอยู่ เพราะฉันเอาแต่มองหน้าเขาตั้งแต่ที่มานั่งลงที่โต๊ะ ส่วนสายตาที่มองเหรอ ไม่ได้เรียกว่าสังเกต เรียกว่าจับผิดน่าจะถูกกว่า ก่อนจะรีบปฏิเสธเมื่อเจ้าตัวจับได้

“เปล่า”

“ก็เห็นว่ามอง”
ตินตินว่าพลางขยับแมส จริงสิ มานั่งตั้งนานแล้ว เขายังมันอยู่เลย หรือว่า ที่เขาว่ากันว่ากลุ่มของเขา แมสบอยอะไรนั่น เป็นพวกคนลึกลับ จะเป็นความจริง แล้วแบบนี้จะทำอะไรได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น...

“อเมริกาโน่เย็น เค้กมะพร้าว มาส่งแล้วค่ะ”
พนักงานสาวเดินมาเสิร์ฟเมนูที่เราสั่ง ไม่สิทำไมมีแต่ของฉันแล้ว?

“นายไม่สั่งเหรอ?”

“สั่งสิ”

“ (O.o?) ”

“สั่งเค้กให้เธอ”

“ (O//O) ”

“ (^^) ”
เขาไม่ได้ตอบเพิ่มแค่ส่งตายิ้มๆ ให้ ใช่สิ ก็มองเห็นแค่ตานี่นา

“แปลก”
ฉันเผลอหลุดพูดในสิ่งที่คิดอยู่ในสมอง ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง อย่างเร็ว แต่เหมือนจะไม่ทันเพราะคนตรงหน้า เขาได้ยินแล้ว

“แปลกตรงไหน?”
ตินตินเอ่ยถาม ฉันมองหน้าเขา ทำมองซ้ายขวา ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ และเอ่ยถามในสิ่งที่ก็พอจะเคยได้ยินมาบ้าง

“นายถอดแมส ในที่สาธารณะไม่ได้จริงเหรอ?”

“อืม”
เขาครางรับสั้นๆ และก็พอจะดูออกว่า คำตอบของเขาไม่ได้เป็นคำโกหก แต่ฉันก็ยังจะถามต่ออยู่ดี

“จริง?”

“อืม มันเป็นกฎ”

“กฎของกลุ่มเหรอ? งั้นนายก็ไม่เคย กินข้าวนอกบ้านเลยสิ แบบว่าตามร้านอาหารไรเนี่ย ไม่เคยเลยเหรอ”
ฉันเอ่ยถาม และมันค่อนข้างจะยาว แต่ตินตินก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากคำตอบสั้นๆ ที่เหมือนจะให้ฉันคิดเอง

“เคยสิ”

“อ้าว? ก็ไหนว่าไม่เคยถอดแมสในที่สาธารณะ”
ตินตินเหมือนคิดอะไรแป๊บหนึ่ง พลางยกมือนิ้วชี้ขึ้นเกาเบาๆ ที่หลังใบหูของเขา ก่อนจะตามมาด้วยคำตอบ ที่จะเหมือน ให้ฉันคิดเอาเองอีกครั้ง

“บอกว่าถอดไม่ได้ ก็ไม่ใช่ไม่เคยถอด”

“ (O.o?) ”

“เธอเองก็อาจจะเคยเห็นหน้าฉันตอนถอดแมสก็ได้นะ”

“ (O.O) ”

“ (^^) ”
เป็นอีกครั้งที่เขายิ้มให้ฉัน แบบไม่มีคำพูดเอ่ยถามอะไร หรือชวนคุยต่อ ก็จริงที่เขาว่า ต่อจะให้เขาถอดแมสออก แต่ถ้าฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาคือใคร ฉันก็ไม่รู้จักอยู่ดี ฉันเลยปัดความสนใจด้วยการยกอเมริกาโน่ที่สั่งมาชิมรสชาติความขมที่หลงใหล ก่อนจะทำหน้าฟินสุดๆ บอกแล้วไงที่นี่ร้านโปรดฉัน

“ชอบกินกาแฟเหรอ?”

“หื้ม?”

“ดูมีความสุขดี เมื่อกี้”

“คงงั้น”
ฉันตอบ ก่อนที่อีกคนจะเหมือนหัวเราะในลำคอ สร้างความสงสัยให้ฉันจนต้องเอ่ยถาม

“นายหัวเราะอะไร?”

“เปล่า”

“ก็เห็นอยู่ ว่าหัวเราะ”
ฉันบอกเขาไปแบบนั้น แต่ก็ไม่คิดว่าอีกคนจะตอบกลับมาว่า

“ทีเธอยังบอกว่าไม่ได้มองฉัน ทั้งที่มองเลย”

“ก็มัน......”
ฉันอยากจะเถียง แต่ก็เลือกที่จะเงียบและตักเค้กเข้าปาก ตั้งอยู่ตั้งนานแล้ว ก็ต้องกินหน่อยสิ ตินตินนั่งมองฉันกินเค้กจนฉันเริ่มจะรู้สึกเกร็งแปลกๆ ปกติ เวลากินอะไรสักอย่าง ใครกันจะชอบเวลามีคนมาจ้อง จริงไหม มันรู้สึกไม่เป็นอิสระในการกินเอาซะเลย ฉันว่าฉันควรบอกเขานะ

“ช่วยเลิกมองฉันตอนกินได้ไหม”

“หะ?”

“ฉันรู้สึกแปลกๆ เวลากินแล้วมีคนจ้อง”

“อ่อ”
เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ควรจะทำมากกว่าการกินเค้กหรือ ชื่นชมกับรสชาติความขมของอเมริกาโน่ของโปรด

“งั้นก็รีบรู้จักกันจะได้รีบกลับ”

“ (O.o?) ”
จริงสิ ที่มานี่ตอนแรกแค่อยากจะมาเคลียร์ เรื่องที่เข้าใจผิด และเรื่องลากเขาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยโดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้อะไรเลย แต่ดันมาเจอร้านเค้กร้านนี้มันเลยทำให้ฉันลืมประเด็นหลักไปเลย งั้นก็ต้องคุยสินะ ฉันละความสนใจทั้งหมดจากของกินตรงหน้า และเงยมองหน้าตินตินที่ปกปิดด้วยแมสสีทึบอีกครั้ง เขาเองที่มองฉันอยู่แล้วก็ไม่ได้หลบสายตาหนีแต่อย่างใด ฉันเริ่มอยากจะเห็นหน้าเขาแล้วสิ แต่ควรจะเอาเรื่องนั้นเก็บไปก่อน คุยให้รู้เรื่องเรื่องที่อยากจะบอกเขาซะจะดีกว่า

“ความจริง เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น”

“...........”

“มันเป็นความผิดของฉันทั้งหมด”

“..........”

“ถ้าฉันไม่ลากนายไป นายก็ไม่ต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้”

“..........”

“ขอโทษนะ”

“อืม ยกโทษให้”

“หะ?”
มันจะง่ายอะไรปานนั้น การที่ฉันไปลากเขามาเจอกับแฟนเก่า และเหมือนจะแถมสงครามประสาทให้เขาด้วยนะ แต่อีกคนกลับพูดคำว่ายกโทษให้ง่ายๆ เหมือนไม่คิดอะไร และเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นด้วยซ้ำ

“ตกใจอะไรอีก?”

“นายไม่โกรธฉันหรอกเหรอ?”
คนถูกถามเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะตามมาด้วยคำถามเชิงย้อนกลับถามซ้ำในสิ่งที่ฉันเป็นคนถามเขา

“ทำไมต้องโกรธ?”

“ก็.......”

“ก็?”

“เนเน่แฟนเก่านาย”

“แล้ว?”

“ฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้นายต้องกลับมายุ่งกับเธออีก”

“........”

“ก็ปกติ คนที่เป็นแฟนเก่ากัน แล้วเลิกกันไป ก็ไม่ควรที่จะเจอกัน ในฐานะแบบตอนนี้ ฉันหมายถึง ที่ฉันหลอกยัยนั่นว่าฉันเป็นแฟนนาย”

“เพราะ?”
ตินตินเอ่ยถามฉันด้วยคำสั้นๆ ฉันเองก็ไม่รู้ แค่คิดว่าการเจอแฟนเก่ามันอาจไม่ได้ดีกับความรู้สึกเราไง มันลำบากใจอยู่ กับการที่ต้องเจอแฟนเก่าในฐานะแฟนใหม่ของเพื่อน แบบที่เนเน่เจอ และตอนนี้ฉันเองก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้ตินติน คงจะเป็นเพราะเรื่องนี้สำหรับฉัน มันค่อนข้างทำใจยาก เพราะฉันเองก็ยังลืมกอล์ฟไม่ได้ แล้วถ้าจะให้เจอกอล์ฟตอนนี้ มันจะทำใจได้ไง ก็คนเคยใช้ชีวิตร่วมกัน เกือบปีนะ แล้วตินตินล่ะ

“เลิกก็คือเลิก แค่คนเคยรู้จัก” จู่ๆ ตินตินก็เอ่ยบางสิ่งสร้างความงงให้ฉัน

“ (O.o) ”

“ถ้ายังติดกับความรู้สึกเก่า จะลืมเขาได้ไง”
ตินตินพูดออกมา รู้ว่าพูดเกี่ยวกับเรื่องตัวเอง แต่ทำไมมันคล้ายกับชีวิตฉันจัง ก็จริงอย่างที่เขาว่า ถ้ายังติดกับความรู้สึกเก่าๆ เสียดายความสัมพันธ์ที่เคยมี แล้วจะลืมเขาได้ไง

“ไม่ต้องคิดมากหรอก เราไม่ได้อะไรกับเรื่องพวกนี้”

“...........”
ฉันเงียบไปเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ในเมื่อเขาไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องที่ฉันทำ ฉันก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง

“ว่าแต่?”

“ (O.o?) ”

“นี่เราเป็นเพื่อนกันรึยังชีเน่?”
ตินตินเอ่ยถามฉัน ฉันทำหน้างงใส่เขาอีกครั้งที่จู่ๆ คนตรงหน้า ก็พูดเรื่องอะไรที่ออกจะแหวกไปจากเรื่องที่คุยอยู่ ก่อนที่เขาจะยิงคำถามมาอีก

“ถ้าเป็นเพื่อนกันแล้ว เราก็มีเรื่องจะถามเธอบ้าง?”

“ถาม?”

“ว่าไง?”

“อืม”
ฉันครางตอบสั้นๆ ตินตินเองก็เหมือนจะเข้าใจ ว่าแต่สิ่งที่เขาจะถามฉันล่ะ

“ทำไมเธอต้องบอกเนเน่ ว่าเราเป็นแฟนเธอ”

“ (O.O) ”

“เนเน่กับเธอ คงจะมีอะไรมากกว่าเพื่อน?”
ตินตินถามฉัน เป็นฉัน ฉันก็อยากถามหาเหตุผลที่แท้จริง แต่ในเมื่อเป็นเพื่อนกันแล้ว ก็ไม่เห็นจะต้องปิดกันแล้ว อย่างน้อย ก็นอกจากโจโจ้กับโปเต้ฉันก็จะมีอีกคนไว้คอยเม้าท์เรื่องเนเน่ ถึงจะเป็นแฟนเก่ายัยนั่นก็เถอะ

“ฉันแค่รำคาญ”

“รำคาญ?”
ตินตินพูดทวนคำตอบของฉัน พลางเลิกคิ้ว ฉันเลยอธิบายขยายความให้เขาเข้าใจมากขึ้น

“ก็เนเน่ชอบถามว่าเมื่อไหร่ฉันจะมีแฟนใหม่”

“.........”

“บางทีก็บอกว่าจะช่วยหาให้บ้างหล่ะ ฉันก็เลย ...เบื่อ”

“.........”

“3เดือนแล้วนะ ยัยนั่น ถามฉันตลอดเลย”

“งั้นก็3เดือนแล้วเหรอ?”
ตินตินเอ่ยถามฉันย้อนกลับ แล้วทำไมเขาจะต้องถามถึงเวลาสามเดือนกันด้วยล่ะ

“3เดือน?”
ฉันส่งเสียงสงสัยในลำคอกับคำพูดของตินติน ก่อนที่ประโยคคำถามต่อมาของเขาจะทำให้ฉันเข้าใจอย่างไม่ต้องขยายความอีก แต่เจตนาที่ถามแบบนี้คืออะไรหล่ะ แล้วที่ถามแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะต้องการคำตอบด้วยรึเปล่า


“งั้นเธอก็โสดมา3เดือนแล้วสิ?”


























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 84 ครั้ง

3,333 ความคิดเห็น

  1. #3300 Kanijang_1630 (@Kanijang_1630) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 21:57
    โสดสามเดือนแล้วจีบได้ค่ะ อิอิ
    #3300
    0
  2. #3299 Charlinda88 (@Charlinda88) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 10:10
    ตินคือ ผช. คนนั้นแน่ๆ
    #3299
    0
  3. #46 PARIS-A (@PARIS-A) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 11:16
    เจิมมมมมมมมมม
    #46
    0
  4. #45 Ada Walker (@sulaida1234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 11:02
    เจิมมมมมมมม รอค่าา
    #45
    0