God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 77 : บทที่ 18 หุบเขาสายหมอก : ความต่างชั้นของพลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    3 เม.ย. 57

สวัสดีครับ มาอีกแล้ว เบื่อกันรึยัง? รีไรท์ไปไม่ถึงไหน ตอนใหม่อัพรัวๆ แหะๆ คึก...

 

บทที่ 18 หุบเขาสายหมอก
ช่วงที่สอง ความต่างชั้นของพลัง

“มังกรกัณฐ์ ธนูพวกนี้ผนึกลมปราณและเวทมนตร์มาอย่าดีและซับซ้อน หากถูกเข้าซักดอกล่ะก็รับรองว่าพลังวัตรปั่นป่วนได้ไม่แพ้อวิชชาทะเลเหนือแน่นอน แต่..”รันบ่นพึมพำขณะโยกตัวหลบลูกศรจากคันธนูของชายหนุ่มร่างสูงเผ่ายักษ์ก่อนจะเสตามองไปยังเอเธนที่บัดนี้ถูกลูกศรพิฆาตนี้ไปแล้วถึงสี่ดอกด้วยกัน เขาในตอนนี้ที่สามารถใช้เคล็ดรอนฤดูของลมปราณสางสุรีย์ได้โดยไม่ต้องพึ่งนัวร์แล้วนั้นสัมผัสได้เลยว่าพลังวัตรของเอเธนไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย

“หมอกเลือดพวกนั้น น่าสนใจ..”

ชายหนุ่มผู้ครอบครองพลังด้านลบขยับยิ้มกริ่ม รันย่อกายลงเล็กน้อยก่อนจะกระโดดขึ้นสูงก่อนจะหยุดยืนอยู่กลางอากาศเหยียบอณูเวทมนตร์ทรงตัวอยู่ได้อย่างไร้ที่ติ

กระแสพลังวัตรรอบด้านถูกดึงดูดเข้าสู่มือทั้งสองข้างหมุนวนเป็นทรงกลม ลำนำล่มฟ้าถูกใช้เพื่อควบคุมแรงดึงดูดภายในของลูกกลมพลังงานสีเขียวนั่นและเปลี่ยนชนิดของอะตอมภายในอย่างรวดเร็ว และสาครเวหาแห่งนภานิรนามก็ชักนำทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้านให้ไหลเข้าสู่ลูกกลมนั้นอย่างเชี่ยวกราก

ผลงานของการผสานปราณ จิตและเวทมนตร์เข้ากับพลังด้านลบ..

เอกภาวะสัมบูรณ์!

หากเข้าใจถึงหลักการของการก่อกำเนิดเอกภาวะสัมบูรณ์ของอบิเกลแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เขาจะสร้างมันขึ้นมาโดยใช้พลังพิเศษที่มีอย่าง ปราณ จิต และเวท โดยเฉพาะเมื่อพวกมันทั้งหมดถูกเจอปนด้วยพลังด้านลบทำให้มีคุณสมบัติเป็นพลังงานในเชิงลบ ดังนั้นปัญหาทั้งหมดจึงถูกคลี่คลายไปโดยง่าย แต่การจะสร้างมันขึ้นมาได้ขนาดเล็กเท่าลูกปิงปองแบบนี้ยังกินพลังงานไปมากโขแถมยังใช้เวลาเกือบนาที

เขาชักเริ่มสงสัยแล้วสิว่าร่างอวตารของนิกซ์นั้นมีพลังแค่ไหนกันแน่

เขาปล่อยให้ลูกบอลแรงดึงดูดสีเขียวนี้ทำงานของมันไปอย่างใจเย็นแล้วจึงทิ้งตัวลงไปร่วมวงต่อสู้อีกครั้งเพื่อพับว่าบัดนี้เอเธนที่รุกเข้าประชิดกับมังกรกัณฐ์ได้มีศรอีกดอกมาปักอยู่ที่ท้องเสียแล้ว รันยืนนิ่งไม่คิดเข้าไปช่วย การต่อสู้โดยใช้คาเนะซาดะของเอเธนนั้นแม้ไม่รุนแรงเท่าคิคุ อิชิมอนจิ แต่ว่ามันกลับกินวงกว้างและแผ่รังสีดาบออกมาตลอดเวลาจนเขาไม่อาจเข้าใกล้ได้

จอมมารขยับยิ้มเหี้ยมก่อนจะรวบรวมพลังอีกครั้ง

“ในเมื่อเข้าประชิดไม่ได้..”ในเมื่อเขาใช้พลังทั้งสามสายสร้างได้แม้กระทั่งหอกเวทมนตร์ที่มีความรุนแรงเทียบเท่าการพุ่งหอกของโอดิน และยังสามารถสร้างเอกภาวะสมบูรณ์ขึ้นมาเลียนแบบอบิเกลได้อีก แล้วทำไมเขาจะสร้างอาวุธที่ต่อกรกับธนูขึ้นมาด้วยพลังอย่างเดียวไม่ได้กันล่ะ?

หากดูจากพลังทั้งหมดของเขาที่มีแล้วล่ะก็..

“ธนูก็ต้องสู้ด้วยธนู”

ศรพลายวาต

คันธนูสีดำสนิทจากโลหะมีชีวิตอันแข็งแกร่งอย่างฟริกไนท์ปรากฏขึ้นในมือของชายหนุ่มผู้มีพลังเคียงเทพ อีกาสาวทั้งสองที่อยู่ในรูปลักษณ์ของถุงมือสีดำร้องวี๊ดว๊ายเบาๆด้วยความคึกคักพลางส่งพลังของตนเองเข้าใส่คันธนูนั้นอย่างรวดเร็ว ปราณ จิต และเวทรวมตัวกันเป็นศรขนาดเหมาะควรโดยมีพลังเวทเป็นสื่อกลางเหนี่ยวนำพลังทั้งหมด สรรสร้างเป็นศรพลายวาตของพระรามที่จะติดตามเป้าหมายไปจนสุดขอบโลกออกมาทาบคันศร

รอยยิ้มบนใบหน้าของมังกรกัณฐ์เหือดหายเมื่อรับรู้ได้ถึงพลังอันมากมายมหาศาล ข่าวลือถึงฤทธิ์เดชของศรพระรามนั้นลือไปไกลในแดนยักษ์ เขาเองก็เคยประสบพบเจอกับศรเหล่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน และพลังที่เขาสัมผัสได้อยู่ตรงนี้นั้นรุนแรงพอๆกับศรในตำนานเหล่านั้นไม่มีผิดเพี้ยน

“ตรงไหนดีล่ะ? หืม?”

เอเธนที่รับรู้ได้ถึงอาการชะงักงันของขุนพลยักษ์เบื้องหน้ากลับไม่ฉวยโอกาสรุกคืบ จอมดาบหนุ่มรีบรุดถอยหลบฉากออกมาเมื่อตนรับรู้ถึงกลุ่มก้อนพลังอันมหาศาลที่ด้านหลัง ยังไม่ทันได้หันไปมองกระแสลมก็กระชากทุกสิ่งในคลองจักษุให้เละกระจุยกระจาย

“โอ เอาอีกแล้วๆ แรงมากเกินควรอีกแล้ว”รันลดคันธนูลงก่อนจะมองไปยังขุนพลยักษ์ตรงหน้าที่เบี่ยงตัวหลบการโจมตีของเขาไปได้อย่างฉิวเฉียด ทว่าจุดที่ศรพลายวาตนั้นพุ่งไปมีเพียงซากต้นไม้ฉีกกระชากไม่เหลือชิ้นดี แม้จะเป็นศรที่มีความเร็วสูงและใช้ธาตุลมเป็นหลักการระเบิดยังรุนแรงขนาดนี้ หากเขาเปลี่ยนไปใช้เพลิงวัตรเป็นหลักล่ะ?

“รุนแรงเหมือนศรของพระรามจริงๆ เจ้าแข็งแกร่งมากจริงๆ มนุษย์ หึหึ”แม้เมื่อครู่เพิ่งผ่านเหตุการณ์หวิดเสียชีวิตมา แต่มังกรกัณฐ์ยังคงไม่เผยท่าทีของคนที่เสียเปรียบออกมาเลยแม้แต่น้อย นั่นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของจอมมารหนุ่มขยับขยายกว้างขึ้นไปอีก

“เอเธน.. ศึกนี้ไม่เหมาะกับนาย ใช้อิคุทาจิและรอสนับสนุนอยู่รอบนอกดีกว่า”รันออกคำสั่งกับจอมดาบหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนั่นก่อนจะขยับยิ้ม ความรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้นแบบนี้นี่มันอะไรกัน? มันต่างไปจากตอนที่สู้กับโอดิน มันไม่ใช่ศึกที่ไม่มีทางชนะ แต่ตรงหน้าของเขานี่คือคู่มือที่คู่ควรต่อการเอาจริง พลังวัตรภายนอกเพิ่มความหนาแน่นขึ้นทุกขณะเมื่อชีพจรฤดูถูกเชื่อมต่อเข้ากับผู้ใช้ เร่งประสาทสัมผัสทุกส่วนให้เพิ่มมากขึ้นราวกับไม่ใช่มนุษย์

กระแสไฟฟ้าสีเขียวสว่างแล่นปลาบไปทั่วร่างกาย

พร้อมกับนัยน์ตาด้านหนึ่งเปลี่ยนกลายเป็นสีแดง

“จะเอาแล้วใช่ไหมเพื่อนยาก? ฉันล่ะหมั่นไส้ไอ้ยักษ์นั่นเต็มแก่แล้ว เป็นแค่อนุราชา อย่าคิดมาแหยมกับมหาราชาสิว้อย ฮะฮ่า!!รันยิ้มกับท่าทีกระตือรือร้นของนัวร์ก่อนจะพยักหน้าเป็นการตกลง ไอเย็นสีดำผุดขึ้นมาที่มือซ้ายและเปลวเพลิงสีเขียวที่มือขวา ศรพลายวาตอีกดอกถูกนำขึ้นรั้งสายธนูเล็งไปยังมังกรกัณฐ์

“ถ้าจะยืนนิ่งแบบนั้นน่ะ มีตายนะเว้ยเฮ้ย!

เปรี้ยง!!

“ฮ่าๆๆ!! หลบเข้าไปไอ้ยักษ์หน้าโง่ ฉันจะแสดงให้แกดูเองว่ายักษ์ของจริงน่ะมันเป็นยังไง!!ธนูฟริกไนท์ในมือถูกสลายไปให้กลายเป็นคมมีดเสริมที่ถุงมือเรียบสีดำนั่น รันในตอนนี้ปล่อยให้นัวร์ควบคุมร่างได้ดั่งใจและถอยกลับไปดูสถานการณ์โดยรอบอย่างใจเย็น ถึงว่านี่จะดูเหมือนการใช้สองรุมหนึ่ง ทว่าเขาในตอนนี้ยังไม่อยากจะออกแรงมากนัก เพราะหากว่าทางรัดเกล้าและริวเจอกับกุญแจของโซโลมอนจริงๆ ที่นี่เองก็ต้องมีเหมือนกัน พอถึงตอนนั้นเขาก็จะได้ออกแรงอย่างเต็มที่จริงๆ

“เจ้านี่มัน..!

การบุกโจมตีของนัวร์ทำให้มังกรกัณฐ์ต้องขยับคันศรขึ้นรับโดยไม่มีสิทธิ์ได้โต้กลับ แต่ละหมัดล้วนแฝงไว้ด้วยปราณร้อนและปราณเย็นที่ค่อยๆบ่อนทำลายคันศรของเขาอย่างต่อเนื่อง แม้เหล็กจะแข็งแกร่งเพียงใด หากถูกความร้อนจัดและเย็นจัดสลับกันอย่างต่อเนื่องก็ไม่ต่างอะไรไปจากแก้วที่เปราะบาง เห็นเป็นเช่นนี้แล้วเขาก็ไม่คิดจะถือคันศรเอาไว้อีกเพื่อให้มันถูกทำลายไปจริงๆ

มังกรกัณฐ์ขยับปากรวดเร็วร่ายมนตร์สั้นๆ เพียงเท่านั้นคันศรก็หายไปในทันที ทว่านั่นไม่ได้อยู่ในความคิดของนัวร์เลยแม้แต่น้อย ทุกหมัดล้วนแฝงเคล็ดคลี่สัตตบรรณถ่ายเทพลังวัตรออกไปอย่างต่อเนื่อง หมัดเดียวปลิดชีพถูกใช้ออกมาอย่างต่อเนื่องทว่ากลับไม่ได้ผลที่หวังเอาไว้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

หมัดของนัวร์ถูกมังกรกัณฐ์หยุดเอาไว้ได้ทุกครั้งไป

พลังวัตรของขุนพลยักษ์ที่แผ่ออกมาถูกซ่อนเร้นและเก็บกักอย่างมิดชิดหมดจด แถมยังปิดกั้นการแทรกแซงจากภายนอกได้อย่างดีเยี่ยมจนนัวร์ต้องรู้สึกชื่นชม ตัวเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้ลมปราณ ในขณะที่รันเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้พลังจิต การจะปิดกั้นลมปราณจากทั้งภายในและภายนอกแบบนี้ทำไม่ได้ง่ายๆ เพียงแค่การกำหนดลมหายใจก็ทำได้ยากแล้ว แต่การไม่หายใจเลยและใช้พลังวัตรที่มีอยู่ในร่างกายทีละนิดเพื่อดำรงชีวิตนี่นับว่าเหนือชั้น

หากสัตว์อสูรระดับสูงทำแบบนี้ได้หมดเห็นทีว่านอกทวีปจะไม่ง่ายแล้ว

เชิงมวยของขุนพลยักษ์นี้น่ากลัว หากเขาปล่อยให้คนอื่นนอกจากเขาเข้ามาคลุกวงในแบบนี้ด้วยแล้วคงไม่พ้นต้องแข้งขาหักกันไปคนละที่สองที่เป็นแน่ ทั้งรวดเร็วและรุนแรง ไร้ซึ่งการพลิกแพลง ทว่ากลับใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามนี้เป็นอาวุธได้อย่างไร้จุดสิ้นสุด

หากเขาและนัวร์ไม่มีทักษะญาณทิพย์และสันทัดเพลงหมัดแล้วคงจอดตั้งแต่หมัดที่สิบหรือไม่ก็สิบเอ็ดด้วยร่างกายที่เละไม่เหลือชิ้นดี การต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่ใช้พลังวัตรแทรกแซงเข้าไปไม่ได้แบบนี้สมควรจะเป็นงานของเขามากกว่านัวร์ ดังนั้นเห็นทีว่าเวลาอาละวาดของเขาจะมาถึงแล้ว..

“นัวร์ เปลี่ยนกัน มังกรกัณฐ์ไม่ใช่คู่มือที่เหมาะกับนายเท่าไหร่”

“หา!? แค่มันปิดกั้นลมปราณได้นิดหน่อยก็ตัดโอกาสฉันแล้วเรอะ? แกนี่น้า.. เหอะ”แม้จะอิดออดทว่าการควบคุมร่างกายกลับกลายมาเป็นของเขาโดยสมบูรณ์อีกครั้ง แม้นัวร์จะยังมีเอกสิทธิ์ในการควบคุมร่างกายครึ่งซีกของเขาอยู่ก็ตามที แต่การทำแบบนี้ใช่ว่าจะมีแต่ผลเสีย

ชายหนุ่มปลดปล่อยพลังของยักษ์อัสนีที่กักเก็บเอาไว้ในตัวออกมาช้าๆ เขาสีดำผุดขึ้นมาที่ขมับทั้งสองข้างโค้งตัวมาด้านหน้าคล้ายเขาของปีศาจ ไรฟันในปากก็เปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นฟันที่แหลมคมเหมือนฟันของฉลาม ตาขาวค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำอย่างช้าๆพร้อมด้วยสายฟ้าสีเขียวที่เหมือนเคลื่อนไหวอยู่ในนัยน์ตาดุจพายุคลั่ง

มัจฉาคลั่งอัสนี!

เมื่อไม่ได้เปิดใช้งานไอเท็มเพิ่มพลังเผ่าพันธุ์ ทักษะมัจฉาคลั่งอัสนีจึงยังเป็นทักษะเรียกใช้อยู่เช่นเดิม การโจมตีของยักษ์อัสนีแปรเปลี่ยนจากโถมเข้าใส่อย่างรุนแรงเป็นรุกเลื้อยเข้าโจมตีอย่างพลิกแพลงและมีชั้นเชิง ทว่าสองมือของมังกรกัณฐ์ที่คอยปัดป้องการโจมตีของเขาอยู่ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นรับหมัดตรงๆแทนที่จะเบี่ยงออกแล้วเช่นกัน

เหมือนว่าขุนพลยักษ์จะทราบถึงการเปลี่ยนแปลงนี้

“หมัดของเจ้าเร็วขึ้นแต่กลับเบาลง เป็นอะไรไป เหนื่อยแล้วรึ?”ทว่าคำพูดของมังกรกัณฐ์ไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับใบหน้าเปื้อนยิ้มของรันเลยแม้แต่น้อย ครั้นเห็นว่าคำพูดของตนถูกเมินไปโดยสิ้นเชิง ขุนพลยักษ์ก็ถอยหลังกลับและเสกเอาศรซัดขึ้นมาในมือข้างละสี่และขว้างมันมาที่เขาด้วยความเร็วเสียง

นัยน์ตาของยักษ์ที่หลบได้แม้สายฟ้าสามารถรับรู้ถึงมันได้ราวกับเป็นเรื่องธรรมชาติ สายฟ้าสีเขียวแผ่กระจายออกจากร่างกายของยักษ์อัสนี เบี่ยงวิถีของศรซัดนั่นให้แฉลบออกไป และนี่คือจุดที่เวทมนตร์เผ่าพันธุ์ นภานิรนามจะเข้ามามีหน้าที่ ศรซัดถูกหยุดเอาไว้อยู่กับที่ด้วยพลังจิตและบังคับให้หันกลับไปหาเจ้าของ พร้อมด้วยพลังเวทในอากาศที่หมุนควงเข้าสู่ศรซัดทั้งแปดนั้นใช้ออกทักษะเวทมนตร์ อนิลโตมร

“กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง”รันคว้าศรซัดพวกนั้นเอาไว้ก่อนจะส่งมันกลับไปหาเจ้าของด้วยความรุนแรง เสียงระเบิดของอากาศสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ที่รับชมอยู่ได้ไม่ใช่น้อย การที่ผู้เล่นระดับ 80 จะต่อกรกับสัตว์อสูรระดับสองร้อยกว่าแบบนี้ได้อย่างสูสีมีไม่มากนัก หรือบางทีนอกจากเขาคนนี้แล้วอาจจะไม่มีเลยก็ได้

“เหะ ถ้าเป็นริวหรือพี่รัดเกล้าจะจัดการกับแกยังไงนะ?”

รันยิ้มขำก่อนจะเรียกเอาทิวาปรปักษ์ออกมาถือด้วยมือเดียวเลียนแบบท่าทางของเอเธนเมื่อครั้งผสานวิญญาณกับคิคุ อิชิมอนจิ มังกรกัณฐ์เผยสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นลวดลายสีแดงสลับดำเต็มไปด้วยเงาสะท้อนของทิวาปรปักษ์ สัญชาติญาณของขุนพลยักษ์บอกได้ดีว่าอาวุธเบื้องหน้านี้ตีขึ้นมาจากโลหะชั้นเลิศที่มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย และเมื่อมันมาอยู่ในมือของผู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้แล้ว

เห็นทีว่ามันจะเล่นต่อไปไม่ได้แล้ว

คันศรถูกเรียกออกมาอีกครั้งพร้อมด้วยลมปราณที่แผ่กระจายเข้าสู่มือขวา ก่อตัวเป็นศรสีแดงสดร้อนระอุประหนึ่งดวงอาทิตย์ขนาดย่อม รั้งเอาไว้ได้ไม่นานนักศรสีแดงชาดนั้นก็ถูกปล่อยออกไปโดยมีเป้าหมายที่ร่างของยักษ์อัสนีที่กำลังกำดาบรวบรวมพลังอยู่เบื้องหน้าไม่ไหวติง

ศรนั้นเข้าเป้าที่กลางศีรษะอย่างง่ายดาย ไร้ซึ่งเสียงร้อง ไร้ซึ่งการปัดป้อง

และไร้ซึ่งหยาดเลือด

“หลงกลกับร่างพลังง่ายๆ น่าเสียดายที่เป็นถึงขุนพลยักษ์”เสียงของพญามัจจุราชดังขึ้นที่ด้านหลัง ชายหนุ่มในชุดดีลเลอร์ปิดบังพลังอย่างแนบเนียนและทิ้งร่างพลังของตัวเองเอาไว้ที่เดิมที่เขาเคยอยู่ ใช้พลังจิตเป็นแกนกลางเพื่อที่จะดึงดูดพลังภายนอกเข้าหาจุดกึ่งกลาง ทำให้ดูเหมือนกำลังรวบรวมพลังอยู่ ส่วนตัวเองก็ใช้ความสามารถหนึ่งของพลังด้านลบ ปิดบังตัวตนเทเลพอร์ทเข้ามายังด้านหลังของมังกรกัณฐ์ได้สำเร็จ

“ลาขาดนะเออ”

ลูกบอลพลังสีเขียวสว่างปรากฏขึ้นในมือของจอมมาร ทิวาปรปักษ์เพียงถูกเรียกออกมาเพื่อเป็นเหยื่อล่อให้กับร่างพลังเท่านั้น บัดนี้สองมือของรันกำลังกอบกุมเอกภาวะสัมบูรณ์ที่ลอกเลียนแบบมาจากอบิเกลอัดใส่กลางหลังของขุนพลยักษ์อย่างไม่ยั้งแรง

“อ๊ากกก!!

ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดทางกายภาพ แต่การที่ไม่สามารถปิดกั้นพลังวัตรได้ทันทำให้มังกรกัณฐ์ต้องเผชิญกับการโจมตีทั้งจากภายในและภายนอก พลังวัตรในร่างกายปั่นป่วนยุ่งเหยิงและพากันระเหิดหนีหายออกจากวงจรพลังวัตรอย่างรวดเร็วราวกับลืมนาย ร่างกายที่ค่อยๆถูกดูดเข้าหาก้อนพลังสีเขียวที่เพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไปนั้นไม่สามารถยื้อยุดกับมันได้เลย

ทว่าด้วยชื่อของขุนพลยักษ์ มันไม่อาจตายแบบนี้ได้

มือสองข้างสร้างศรซัดออกมาอีกครั้งแต่ก็ต้องทิ้งมันร่วงลงกับพื้นมือสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดของกรงเล็บที่จิกทึ้งกระชากแขนทั้งสองข้างของมันออกราวตุ๊กตายัดนุ่น

“เสียใจด้วยนะเจ้ายักษ์ มาเป็นประโยชน์ให้กับพี่ชายดีกว่านะ ใช่ไหมมูนินน์? ..คิกๆ”เสียงหัวเราะเริงร่าของฮูกินน์ดังขึ้นรอบด้าน รันยิ้มขำกับท่าทีของอีกาสาวตัวน้อยเล็กน้อยก่อนจะโคจรเคล็ดเปลวหิมะใช้ออกอวิชชาทะเลเหนือเพื่อร่นเวลาตายของมังกรกัณฐ์ให้เร็วขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

“แย่จังเลยเนอะ ฮูกินน์ เป็นถึงขุนพลยักษ์ที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังกระจอกงอกง่อยเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่ชายที่มีศักดิ์เป็นหนึ่งในวงศ์เทพแห่งแอสการ์ด คิกๆ”มูนินน์ร่ำร้องออกมาด้วยความขบขันพร้อมกับเร่งพลังวัตรภายในถุงมือให้เสริมความรุนแรงของปราณเย็นในร่างกายของมังกรกัณฐ์เข้าไปอีก ฉีกกระชากอวัยวะภายในจนป่นปี้และปล่อยให้มันถูกสูบหายไปในเอกภาวะสัมบูรณ์อย่างไม่แยแส

“หากคิดจะร่วมมือกับวนาพงไพรและเป็นศัตรูกับฉันคนนี้ล่ะก็.. มันยังเร็วไปร้อยปีโว้ย!!นัวร์แทรกเข้ามาควบคุมร่างของเขาให้ปล่อยมือออกจากแขนทั้งสองข้างที่ห้อยรุ่งริ่งของมังกรกัณฐ์ ก่อนจะขยับขึ้นมาเด็ดหัวของขุนพลยักษ์ออกด้วยความเมตตาที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจ

“นี่ล่ะโว้ย ที่เขาเรียกว่ายักษ์!! หัดใช้ร่างจริงมาสู้บ้างก็ดีนะ กากเอ๊ย ฮ่าๆๆๆๆ!!!

-ผู้เล่น รัน ทำการสังหารขุนพลยักษ์ มังกรกัณฐ์ ระดับ 210 เนื่องจากระดับห่างกันเกินกว่า 100 ระดับทำให้ได้รับค่าประสบการณ์ 10 เท่าค่ะ-

-ผู้เล่น รัน ระดับเพิ่มเป็น 85 ค่ะ-

-ผู้เล่น รัน ได้รับ บัตรเชิญสู่กรุงลงกา ค่ะ-

หุบเขาสายหมอกกลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้งพร้อมด้วยลมหายใจที่ค่อยๆปรับจนอยู่ในระดับปกติ นัวร์หายกลับไปในจิตใต้สำนึกพร้อมด้วยเสียงหัวเราะที่ดังดังวานอยู่ในหัวของเขาไม่หาย รันก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเองที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสดของขุนพลยักษ์ก่อนจะเบ้หน้าด้วยความขยะแขยง

ชายหนุ่มกักเก็บพลังยักษ์ของตนเองจนรูปร่างหน้าตากลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วจึงใช้พลังเวทและพลังจิตจัดการนำเลือดที่ฝังซึมลึกลงไปในเนื้อผ้าออกไปจนสะอาดเอี่ยมใหม่แกะกล่อง

นัยน์ตาสีทองวาดไปยังเอเธนก่อนจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

“อ๊า! โทษทีๆๆๆ ทั้งๆที่บอกว่าจะแบ่งกันแท้ๆเลย ไม่ไหวเลยแฮะ ฉันเนี่ย.. เหมือนว่าจะลงมือหนักเกินไปหน่อย แหมๆ.. โทษทีน้า เอเธน”จอมมารหนุ่มยกมือขึ้นขอโทษขอโพยก่อนจะเดินเข้าไปหาเอเธนที่ยืนนิ่งมองภาพการต่อสู้เมื่อครู่ด้วยความตื่นตะลึง

“เอ่อ.. ไม่ได้ว่าอะไรครับ แค่เข้าไปช่วยสู้นิดหน่อยก็ถือว่าเปิดหูเปิดตามากแล้วครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนดีแถมยังเก่งแบบคุณรันอยู่ด้วย แต่ว่า.. คุณรันมาที่หุบเขาสายหมอกนี่ทำไมเหรอครับ?”รอยยิ้มบนใบหน้าของยักษ์หนุ่มเหือดหายไปในทันทีเมื่อได้ยินคำถาม รันปรายตาไปยังหญิงสาวผิวซีดผู้สวมชุดสีแดงรุ่มร่ามคนนั้นก่อนจะวกกลับมาสบกับนัยน์ตาสีสนิมเหล็ก

“ยามาตะโนะ..”

ชิ้ง..

ชายหนุ่มในชุดดีลเลอร์เชิดคอขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเหลือบตาลงมองคาเนะซาดะที่จี้คอหอยของเขาอยู่นี่ด้วยสายตาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เห็นสิ่งที่เขาทำกับมังกรกัณฐ์แบบนั้นแล้วยังคิดว่าตัวเองจะยังมีโอกาสอยู่ น่านับถือในความดื้อด้านของหมอนี่จริงๆ..

“ผมไม่ยกตัวคุณยาเอโกะให้หรอกนะครับ”

“ยาเอโกะ? โอ้.. ชื่อน่ารักดีนะ ยายะจังเหรอ? หึหึ.. ฉันไม่ได้ต้องการตัวของงูน้อยนั่นหรอก แค่ต้องการให้เธอยอมสยบต่อฉัน เท่านั้นก็พอแล้ว แค่ให้เธอยอมรับนับถือฉัน.. จากนั้นนายจะเอาไปต้มยำทำแกงอะไรก็เชิญ”คำบอกของเขายังไม่สามารถผลักดันให้ดาบปีศาจพ้นไปจากคอได้แม้เพียงมิลลิเมตร สีหน้าของเอเธนยังดูมุ่งมั่นอยู่เช่นเดิม และเหมือนว่าจอมดาบคนนี้จะไม่เชื่อเขาเลยแม้แต่น้อย

“ถ้าไม่เชื่อ.. งั้นลองบอกมาหน่อยสิว่าฉันจะเอาตัวยายะจังไปทำไม?”

จอมมารในคราบดีลเลอร์หนุ่มผายมือทั้งสองข้างขึ้นด้วยท่าทีที่แสดงออกถึงความสุจริตใจก่อนจะพูดต่อ “ดาบรึฉันก็มีอยู่แล้ว ดีกว่าดาบเล่มนี้ด้วยล่ะมั้ง.. อืม ส่วนผู้หญิงก็ไม่ต้องห่วงหรอก ซีดๆแบบนั้นไม่ใช่รสนิยมฉันสักเท่าไหร่ แถมเท่าที่มีอยู่ก็น่าปวดหัวพออยู่แล้ว สี่คนนั้นนั่นไง..”

“นั่นยิ่งทำให้ผมต้องสังหารคุณเข้าไปอีก.. คุณไม่เคารพในตัวพวกเธอเลยอย่างนั้นเหรอครับ?”รันเสตามองไปยังสี่สาวที่พร้อมจะตรงเข้ามาจัดการจอมดาบคนนี้ทุกวินาทีก่อนจะยกมือขึ้นปราม ทว่าทิวลิปที่ดูเหมือนจะใจร้อนที่สุดในกลุ่มยังไม่เร็วเท่าไคโรที่บัดนี้จับเอเธนทุ่มไปเรียบร้อยแล้ว

“เอ่อ.. ไคโรคะ? แบบนั้นมันออกจะไม่..”

สายตาที่เคยหวานหยดบัดนี้ถูกส่งมายังเขาด้วยแววตาที่เกรี้ยวกราด ธิดาหยกแดงกระชับผ้าแพรบางเบาในมือแน่นพร้อมด้วยพลังเวทมนตร์และพลังวัตรอัดแน่นที่คมมีดทั้งสี่จนมันสั่นระริก และไม่นานหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยอีกสองยอดฝีมือแห่งสายพลังที่ตามมายืนล้อมเอเธนเอาไว้โดยไม่ปล่อยให้ตั้งหลักได้สำเร็จ

ขวานมือขนาดใหญ่ของนางฟ้าวิปลาสวาดขึ้นเชยคางของจอมดาบหนุ่มให้เชิดขึ้นสบตา

“คนที่จะแตะตัวรันได้มีแค่เราเท่านั้น.. แล้วยิ่งแกจะทำอันตรายเขาด้วยแล้ว พร้อมรึยังล่ะที่จะมีร่างกายที่แหลกเละไม่เหลือชิ้นดีน่ะ?”ทั้งน้ำเสียงและจิตสังหารของทิวลิปที่แผ่ออกมานั้นน่ากลัวราวกับหญิงสาวตรงหน้าของเขานี้ไม่ใช่ทิวลิปคนเดิมที่เขารู้จัก

“นายกลัวอะไรที่สุดงั้นเหรอ? ฝันร้ายที่สุดของนายน่ะ อยากเจอกับมันไหมล่ะ?”ท้ายที่สุดแล้วคือดรุณีจอมพนันที่เก็บอาการไว้ได้ดีที่สุด ทว่าน้ำเสียงและสายตาของเธอนี้เขารับรองได้เลยว่ามันแตกต่างกับเมื่อเช้านี้ราวฟ้ากับเหว ท่าทีน่ารักน่ากอดนั่นหายไปไหนหมดกัน?

นี่เขาตามไม่ทันหรือพวกเธอมีสองบุคลิกกันหมดแล้ว?

“เอ่อ ใจเย็นๆก่อนสิ.. แล้วปล่อยตาเอาไว้แบบนั้นจะไม่เป็นไรเหรอ?”รันไหล่ห่อคอตกเมื่อพบกับท่าทีของสามสาวตรงหน้า และยังไม่ทันที่เขาจะได้โต้แย้งอะไรออกไปอีก ภาพของกรรไกรตัดขั้วที่จ่อคอของยามาตะโนะโอโรจิอยู่นั้นทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงลำคออย่างยากลำบาก นั่นยังไม่นับจิ้งจอกขนทองทั้งสองที่เหมือนถูกขุดหลุมฝังทั้งเป็นจนเหลือแต่หัวนั่นแล้วด้วย

ที่ไม่ยกกันมากดหัวเอเธนกันทั้งหมดนี่.. คือต้องมีคนเฝ้าตัวประกันสินะ?

ต่อไปนี้เขาจะให้สัตย์สาบานกับนัวร์เอาไว้เลยว่าเขาจะไม่ทำให้พวกเธอโกรธเป็นอันขาด

อย่าลากฉันเข้าไปเอี่ยวด้วยสิฟะ ยายพวกนี้น่ากลัวเป็นบ้า ดูแลฮาเร็มของแกให้ดีๆหน่อยสิโว้ย!!’รันได้แต่ยิ้มแห้งๆกับคำพูดของนัวร์ในหัว สถานการณ์ตรงหน้านี้เขาไม่รู้แล้วว่าจะทำยังไงต่อดี อะไรทำให้พวกเธอฟิวส์ขาดได้ขนาดนี้กันหนอ?

โธ่พี่ชาย พวกพี่สาวน่ะรักพี่ชายขนาดนี้ เห็นคนที่ตัวเองรักถูกเอาดาบจี้คอแบบนั้นไม่ยั้วปรอทแตกก็ไม่ใช่คนแล้ว ใช่ไหมฮูกินน์?มูนินน์พูดขึ้นก่อนจะหันไปขอความเห็นจากฮูกินน์

ใช่แล้ว พี่สาวทั้งหลายรักพี่ชายขนาดนี้.. มันน่าอิจฉาเสียจริง เฮ้อ

“หะๆ น่าอิจฉาเหรอ..”ชายหนุ่มถอนหายใจกับบทสรุปของการสนทนาในหัว รันร่นคิ้วก่อนจะไหวไหล่อย่างเสียไม่ได้ จากนั้นจึงยกมือขึ้นคว้าไหล่ของไคโรเอาไว้แล้วดึงให้อีกฝ่ายหันมา จากนั้นจึงโน้มตัวลงหอมแก้มโดยไม่สนสายตาของใครๆ ทางด้านไอด้อลสาวถึงกับตัวแข็งทื่อยืนไม่อยู่จนต้องร่วงลงในอ้อมกอดของชายหนุ่มผู้ฉวยโอกาสอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

“ขอคุยกันดีๆก่อนได้ไหม? แบบนี้มันก็เหมือนว่าฟังความข้างเดียวน่ะสิ..”เมื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงขอร้อง ทิวลิปและโรสก็ไม่อาจทำอะไรได้นอกจากถอยออกมารับตัวไคโรไปเท่านั้น รันยิ้มให้พวกเธอเล็กน้อยก่อนจะนั่งยองๆลงจนระดับสายตาของเขาและเอเธนอยู่ในระดับเดียวกัน

“เชิงดาบของนายน่าสนใจนะ ตอนที่ไม่ได้ผสานกับดาบปีศาจพวกนั้น.. วิชาที่ใช้เลือดนั่นอีก ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงมันจะคล้ายๆกับพวกนภาคะนึงชาด แต่ว่ามันดู.. สมจริงกว่า?”สายตาของเอเธนที่ดูแข็งกร้าวค่อยๆผ่อนคลายลงเมื่อเห็นว่าเขาเข้าใจคนๆนี้ผิดไปถนัด เขาไม่จำเป็นต้องสงสารพวกเธอที่เขาไม่ให้เกียรติ แต่ว่าเขากลับต้องสงสารรันต่างหากที่ต้องเอาตัวรอดอยู่ท่ามกลางผู้หญิงเหล่านี้

“เพลงหมัดของคุณก็น่ากลัวใช่ย่อยนะครับ ถ้าเทียบกันในด้านความสามารถในการใช้งานแล้วคุณเหนือกว่าพี่ชายของผม แต่ถ้าในด้านความต่อเนื่องแล้วคุณยังด้อยกว่าอยู่ประมาณสองขั้นได้”ถึงเขาจะไม่เข้าใจว่าพี่ชายที่เอเธนพูดถึงนั้นจะเก่งแค่ไหน แต่ถ้าแบบนี้ก็แสดงว่าคุยภาษาเดียวกันแล้ว

“อย่างนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย.. สนใจจะรวมกลุ่มกับจอมมารคนนี้ไหมล่ะ?”เอเธนไม่ตอบคำถาม ทว่าเขากลับมองไปยังยามาตะโนะโอโรจิที่ถูกคุมตัวอยู่ด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความเข้าใจ ชายหนุ่มพยักหน้าน้อยๆก่อนจะเทเลพอร์ทไปหาตาโดยไม่รีรอ

“พอแล้วครับคนเก่ง เดี๋ยวก็ขวัญหนีดีฝ่อกันหมด”ชายหนุ่มกระทืบเท้าครั้งหนึ่งเทเลพอร์ทจิ้งจอกขนทองทั้งสองขึ้นมาจากหลุมดินก่อนจะรั้งมือที่ถือกรรไกรของตาให้ออกห่างจากคอของยาเอโกะ กระต่ายสาวมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ต้องถอนหายใจออกมา

“ถ้ารุ่นพี่ต้องการอย่างนั้น.. ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนค่ะ”รันมองการกระทำของเด็กสาวก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับ ตากำลังใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่แก้มของตัวเองที่ป่องออกมาด้วยอากาศจากภายในด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆเล็กน้อย เขาได้แต่อมยิ้มและทำตามคำขอของเธอโดยไม่เกี่ยง

“เย้..”

นี่ตกลงว่ากำลังแข่งกันทำคะแนนเหรอเนี่ย?

“แล้ว.. ยายะจัง? คิดว่ายังไงเหรอ? ที่ฉันล้มขุนพลยักษ์นั่นง่ายๆแบบนั้นน่ะ?”นัยน์ตาคมปลาบสองคู่สบสัมผัสกับเพียงชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่เสียงรายงานว่าเขาผ่านภารกิจของอัลเทียจะดังขึ้น เรียกให้รอยยิ้มของเขาโผล่ออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย รันย่อตัวลงเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆพยุงตัวของเธอให้ลุกขึ้นมาโดยไม่วายถ่ายพลังวัตรให้แบบที่ทำกับฮูกินน์และมูนินน์เพื่อช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย

“เจ้า..”พญาอสรพิษมองมาที่เขาด้วยสายตาสับสนงุนงงก่อนจะต้องหลุบลงเมื่อพริบตาต่อมารอยยิ้มกว้างผิดปกติของเขาก็ปรากฏขึ้น เธอสัมผัสได้ว่าไม่ได้มีเพียงแค่พลังวัตรที่รุกล้ำเข้าสู่ร่างกายของเธอ แต่ยังรวมถึงพลังจิตและพลังเวทมนตร์ด้วย เขาคงต้องการจะตรวจสอบว่าเธอใช้พลังพิเศษสายไหน

แต่การที่แฝงพลังจิตเข้ามาด้วยก็แสดงว่าเขาอ่านความคิดของเธอน่ะสิ?

“เอาเลย ไม่ห้ามๆ เดี๋ยวต้องคลายวงจรพลังเวทมนตร์ในตัวของเจ้าสองตัวนี่ก่อน ตานี่ก็เหลือเกินจริงๆ”รันโบกมือไหวๆให้กับงูสาวก่อนจะก้มลงมองจิ้งจอกขนทองสองตัวที่มองมาที่เขาด้วยแววตาอาฆาตปองร้าย หากไม่ใช่ว่าเพราะไอเท็มยกระดับเผ่าพันธุ์ที่ตาใช้อยู่ล่ะก็ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการผนึกวงจรพลังเวทในร่างกายที่เป็นทักษะพิเศษของเผ่าพันธุ์จะทำอะไรพวกมันได้รึเปล่า

“ได้เวลาใช้ทักษะใหม่ซักทีนะ”

Creeping Eidolons

มือทั้งสองข้างหยุดอยู่เหนือศีรษะของจิ้งจอกขนทองทั้งสองชั่วครู่ก่อนที่คิ้วของเขาจะเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าตนกำลังเล่นอยู่กับอะไร ทักษะนี้จะทำให้เขาสามารถควบคุมเป้าหมายได้อย่างเบ็ดเสร็จและสามารถเข้าถึงความทรงจำของอีกฝ่ายได้อย่างไม่มีข้อจำกัด นอกจากจะสามารถควบคุมร่างกายได้แล้วเขายังสามารถยกเลิกทักษะที่ส่งผลกับร่างกายได้ด้วย แน่นอนว่าทักษะโกงๆแบบนี้นั้นสามารถใช้ได้แบบเห็นผล 100% ก็แค่กับตัวละครในเกมเท่านั้น หากเป็นในกรณีของผู้เล่น เขาจะไม่สามารถเข้าถึงความทรงจำในส่วนของนอกเกมได้ และจะรู้เพียงข้อมูลพื้นๆเท่านั้น

ทว่าทักษะที่สร้างลูกสมุนให้กับเขาในตอนนี้กำลังถูกใช้กับตัวอันตรายที่มีระดับเป็น XX

การมีระดับเป็นค่าตัวแปรนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะเห็นกันได้ง่ายๆ แม้แต่โคลอี้ระดับของเธอก็ยังหยุดอยู่ที่ 1000 เท่านั้น ไม่ได้แปรเปลี่ยนไปตามตัวแปรภายนอกหรือภายในแบบนี้ และในกรณีของจิ้งจอกทั้งสองตัวนี้นั้น ค่าตัวแปรก็คือสภาพอากาศภายนอกและฤดูกาล

อากิ จิ้งจอกทองคำตัวแทนแห่งฤดูใบไม้ร่วง

อาเมะ จิ้งจอกทองคำตัวแทนแห่งสายฝน

รันขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะคลายผนึกของวงจรเวทมนตร์ที่ตาทำเอาไว้แล้วจึงเล่นอะไรแผลงๆกับจิ้งจอกทั้งสองตัวนี้หน่อย โดยการบังคับให้พวกมันกลายร่างมาอยู่ในรูปลักษณ์ของหญิงสาวสองคนแทนที่จะเป็นจิ้งจอกอย่างปกติ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มน้อยๆก่อนจะคลายทักษะออกจากนั้นจึงรุนหลังทั้งสองที่อยู่ในชุดกิโมโนสั้นให้เข้าไปหาเอเธน

“เจ้านายของพวกเธอไม่ธรรมดานะ ได้ผู้ติดตามอย่างพวกเธอมาได้เนี่ย”

รันยิ้มขำกับท่าทีงุนงงของหญิงสาวทั้งสองก่อนจะชี้นิ้วให้พวกหล่อนได้ดูสภาพของตัวเอง Creeping Eidolons นั้นในระหว่างที่เป้าหมายถูกทักษะอยู่นั้นจะไม่มีความทรงจำอยู่เลย นับว่าเป็นทักษะล้างสมองเพื่อสร้างลูกสมุนให้กับจอมวายร้ายโดยแท้ แน่นอนว่าจุดนี้ไม่สามารถใช้ได้กับผู้เล่น

ผู้เล่นที่ถูกทักษะจะมีความทรงจำและสติสัมปชัญญะเต็มร้อย และสามารถขัดขืนการทำงานของทักษะได้ด้วยหากมีพลังที่มากกว่าผู้ใช้ ทว่าในตอนนี้หากไม่นับริวและรัดเกล้าที่ครอบครองอาวุธระดับเหนือกฎเกณฑ์แล้ว เขาคือผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

“นี่.. นี่เจ้า นี่เจ้าทำอะไรกับพวกข้าเนี่ย?”เป็นอาเมะ นางจิ้งจอกสาวนัยน์ตาสีฟ้าครามที่ร้องโวยวายขึ้นมาก่อน ทว่าเขาทำได้เพียงยิ้มและปั้นหน้านิ่งตอบรับพวกเธอเท่านั้น การที่ได้รับรู้ความทรงจำของพวกเธอนั้นสร้างภาระให้กับสมองของเขาไม่ใช่น้อย แต่นั่นก็แลกมาด้วยข้อมูลชั้นเลิศอย่างความรู้สึกที่พวกเธอมีให้กับเอเธน

..ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับที่พวกลาสโลว์มีให้กับเขาแน่นอน

“อ..อาเมะ พวกเราที่ถูกผนึกพลังเอาไว้ทำให้ไม่สามารถคืนร่างได้.. ทำไมถึงกลับร่างนี้ได้ล่ะ?”อากิว่าพร้อมกับสำรวจดูรูปร่างหน้าตาของตัวเองที่บัดนี้กลายเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยผมทองที่มีหูและหางจิ้งจอกฟูฟ่อง อากิอยู่ในชุดกิโมโนสั้นสีส้มลายทองในขณะที่อาเมะสวมสีน้ำเงินประดับลวดลายสีทอง

“ก็ถือซะว่าเป็นของขวัญก็แล้วกันนะ.. อืม เนื่องในโอกาสอะไรดีล่ะ?”ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองไปยังจอมดาบหนุ่มที่ค่อยๆเดินตรงมายังจุดที่พวกเธออยู่ด้วยรอยยิ้ม สีหน้าเรียบนิ่งของเอเธนบัดนี้เบิกบานเปี่ยมไปด้วยความปลื้มปีติที่ได้เห็นสหายทั้งสองของตัวเองมีร่างกายที่เหมือนมนุษย์เสียที

เขารู้ดีว่าเอเธนเอ็นดูพวกมันไปไม่น้อยกว่าที่พวกมันเทิดทูนเขา การกระทำนี้จะเห็นผลเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจากปรับความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายให้ตรงกันเท่านั้น

-ผู้เล่น เอเธน ส่งคำขอร้องเข้าร่วม Oz Guild มาค่ะ ต้องการรับหรือไม่คะ?-

รันมองดูผลผลิตของเวลาที่เขาเสียไปก่อนเดินทางออกจากสโนว์ฮิลล์มายังหุบเจาสายหมอกด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มกดตอบรับคำขอนั้นไปโดยไม่รีรอก่อนจะกล่าวออกมา

“ยินดีต้อนรับสู่กองทัพของจอมมาร ขุนพลคนสุดท้าย.. หึหึ”

 

 

คุยกับผู้อ่านช่วงท้าย

มังกรกัณฐ์กระจอกไปรึเปล่า? เดี๋ยวความลับของพลังด้านลบจะค่อยๆถูกเปิดเผยออกมาแล้วครับ โปรดติดตามชมๆ ได้ขุนพลคนสุดท้ายแล้ว..เย้ๆ อ้อ จอมมาร-รัน สองอสูร-ริว รัดเกล้า แปดรานี-วอล์ค ทิวลิป โรส ตา ไคโร ลาสโลว์ รันมารุ โป๊คเกอร์เฟซ สี่ขุนพล-ทิว นิ รัฐ เท็น(เอเธน) ชี้แจงคร้าบบ..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #935 Marshmallow KinG (@bookachook) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 22:37
    เฮ้ยย!!
    #935
    0
  2. #933 คนที่รออยู่ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 13:44
    ง่ะ ....
    #933
    0
  3. #910 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 21:44
    พี่ทิวเราจะโดนเด็กปล้ำ เอ้ยปล้น ปล้ำถูกแล้ว
    #910
    0