God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 76 : บทที่ 18 หุบเขาสายหมอก : จอมดาบที่ไร้ดาบคู่กาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 719
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 เม.ย. 57

ชี้แจงล่วงหน้าสำหรับตอนนี้ ใครยังจำได้บ้างครับว่าในคาสิโน ศึกแรกที่รันใช้สามง่ามกับหอกสู้จนได้ฉายามรณะสี่กรมานั้น รันสู้กับใคร? ไม่มีใครจำได้เลย? อืม.. สู้กับโซเลย์(ผมเองก็ลืม) แต่ในตอนปัจจุบันนี้จะใช้เนื้อหาจากตอนรีไรท์ใหม่ครับ คนที่สู้กับรันจะเปลี่ยนเป็นเอเธนแทน ซึ่งตอนนี้จะมีเนื้อหาของหมอนี่อีกเต็มๆ.. อ่านไปเถอะครับ มันก็เหมือนกับตอนรัดเกล้านั่นล่ะ

 

บทที่ 18 หุบเขาสายหมอก
ช่วงแรก จอมดาบที่ไร้ดาบคู่กาย

“อืม จากตรงนี้ไปแล้วก็เข้าเขตหุบเขาสายหมอก หวังว่าแผนที่จากผู้ชายที่ชื่อราห์เวียคนนั้นจะเชื่อถือได้นะ”น้ำเสียงของผู้พูดแม้ฟังดูจะไม่เชื่อถือบุคคลในคำพูดเสียเท่าไหร่ทว่าเขาก็ยังก้าวเดินไปตามทางเดินนั้นอย่างว่าง่าย ใช่ว่าเขาจะรู้ทางไปต่อจากนี้เสียหน่อย หากรู้เขาคงไม่ต้องมาเดินงมหาทางแบบนี้หรอก

“คุณมุกหนอ คุณมุก ..คิดยังไงของเขากันนะถึงได้มาอยู่ในหุบเขาสายหมอกแบบนี้กัน เท็นหนอ เท็น.. ทำไมถึงได้โชคร้ายได้ภารกิจปลดระดับเป็นภารกิจแบบนี้ได้กันนะ”ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยไหล่ที่ลู่ลง นัยน์ตาสีสนิมเหล็กกวาดมองไปยังป่าโปร่งรอบด้านที่เต็มไปด้วยหมอกลงหนาจัดก่อนจะส่ายหัวด้วยความปลงตกอีกครั้ง หากไม่เดินหน้าต่อไปตามเบาะแสเดียวที่มีอยู่เขาก็คงไม่สามารถปลดระดับ 80 ได้แน่นอน

-ผู้เล่น เอเธน พบหุบเขาสายหมอกค่ะ-

เสียงประกาศเรียบๆของระบบไม่ได้ทำให้เขาใจชื่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ช่างเหล็กคนเดียวที่มีความสามารถมากพอที่จะตีดาบระดับตำนานให้กับเขาได้นั้นเป็นช่างเหล็กคนเดียวที่ตามหาได้ยากที่สุด นี่ไม่ใช่รายแรกที่เอเธนพยายามตามตัวหาเพื่อที่จะตีดาบให้เขาใช้เพื่อผ่านภารกิจ และเขาเองก็หวังว่าเธอคนนี้จะเป็นคนสุดท้ายที่เขาต้องตามหาเช่นกัน เพราะจากคำบอกเล่าของชายที่ชื่อราห์เวียคนนั้นมีเพียงอีกแค่คนเดียวที่สามารถช่วยเขาได้

นั่นคือรัดเกล้าอนาวิล ที่ตอนนี้ไปเข้าพวกกับจอมมารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่ก็ใช่ว่าผู้เล่นอิสระไร้สังกัดแบบเขาจะมีโอกาสรอดเข้าไปหานักประดิษฐ์คนนั้นได้ ไม่ว่าจะมีผู้คุ้มครองหรืออุปสรรคอะไรรึเปล่านั้นเขาก็คงไม่อาจขอให้นักประดิษฐ์คนนั้นช่วยได้ฟรีๆแน่นอน แต่ว่าช่างเหล็กคนนี้ที่เขารวบรวมข้อมูลมากจากกระดานข่าวสารนั้นตอกย้ำเขาให้ชัดเจนเลยว่า

ผู้หญิงคนนี้นี่ล่ะที่มีโอกาสจะตีดาบให้เขาฟรีๆสูงที่สุด

มุกอันดา ช่างเหล็กอันดับหนึ่งในด้านตีดาบคาตานะ ดาบทุกเล่มของเธอที่ตีออกมาอยู่ตามท้องตลาดนั้นมีระดับอย่างต่ำก็คือระดับสูงไล่ไปจนถึงระดับตำนาน แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขามั่นใจน่ะหรือว่าเธอจะตีดาบให้เขาฟรีๆแน่นอน?

แนวคิดของเธอไงล่ะ

ดาบแต่ละเล่มไม่ใช่ว่าจะตีออกมาได้โดยเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ใดๆ แม้คุณภาพของมันจะดีแต่ทว่ามันกลับไร้จิตวิญญาณ ด้วยความที่ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวเก่าแก่ของไทย ทำให้เขาได้คลุกคลีอยู่กับของเก่าในกรุเก็บของอย่างดาบทรงไทยหลายเล่มที่ถูกเก็บรักษาอย่างดีโดยชนรุ่นก่อนทำให้เขาเข้าใจดีว่าดาบแต่ละเล่มมีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง ทว่าเมื่อไม่มีดาบเป็นของตัวเอง จอมดาบก็ไม่ต่างอะไรไปจากขอทานธรรมดาๆ

แซ่ก..

ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นเกร็งกล้ามเนื้อทั่วร่างกายพร้อมรับมือกับเป้าหมายที่กำลังจะโผล่ออกมาจากพงหญ้าสูงข้างทาง ทว่านั่นกลับเป็นการกระทำอันสูญเปล่าเมื่อสุนัขจิ้งจอกขนทองตัวเขื่องสองตัวเดินเคียงคู่กันออกมาอย่างแช่มช้า เอเธนถอนหายใจเบาๆก่อนจะยิ้มรับการกลับมาของทั้งสอง

“อากิ อาเมะ เจออะไรบ้างรึเปล่า?”จิ้งจอกขนทองทั้งสองตัวส่ายหน้าเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธ แม้นั่นจะทำให้เขาเบาใจไปได้บ้างเมื่อไม่มีศัตรู ทว่านั่นก็หมายความว่าสิ่งที่พวกเขาตามหาไม่อยู่แถวนี้เช่นกัน จิ้งจอกทั้งสองเงยหน้ามองสีหน้าของผู้เป็นนายเพียงชั่วครู่ก่อนจะค่อยๆเดินเลียบเคียงขนาบข้าง

อากิ จิ้งจอกขนทองที่มีใบเมเปิ้ลสีส้มสดวางอยู่บนหัวใช้นัยน์ตาเรียวคมสีแดงของมองชะเง้อมองสีหน้าที่ไร้ซึ่งความหวังของเอเธนแล้วจึงก้มหน้างุดมองพื้น ผิดกับจิ้งจอกอีกตัว อาเมะ จิ้งจอกขนทองที่มีใบไม้สีเขียวสดวางบนหัวนั้นไม่ได้มองผู้เป็นนายเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีน้ำเงินของมันมองตรงลึกเข้าไปในหมอกที่ลงตัวหนาจัดด้วยความรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ

แม้พวกมันจะซื่อสัตย์กับเขาเพียงไหน ทว่าในเมื่อเขาไม่เคยเห็นความสำคัญของพวกมันไปมากกว่าคู่หูในยามสู้รบแล้ว พวกมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเครื่องมือ นั่นคือสาเหตุที่ทักษะการสื่อสารระหว่างเจ้านายและสัตว์เลี้ยงของเขาไม่พัฒนาไปมากกว่าที่เป็นอยู่นี้

นั่นเองก็อยู่ในความคิดพิจารณาของเขาเช่นกัน

แม้ทักษะการสื่อสารของเขากับพวกมันทั้งสองจะสูงจนอยู่ในระดับที่สามารถเข้าใจกันได้แล้ว แต่พวกมันกลับไม่เคย พูด ออกมาให้เขาได้ยินเลยสักครั้ง เขาไม่เข้าใจพวกมันเลยจริงๆ แต่อย่างน้อยพวกมันก็เป็นมากกว่าเพื่อนร่วมรบในสายตาของเขา

“แย่แฮะ ถ้าไม่เจอล่ะก็ซวยแน่ๆ”

เขาเดินมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับไปแล้ว..

“ก็คงต้องเดินหน้าต่อไปล่ะนะ”เอเธนถอนหายใจและกระชับเชือกที่คล้องคาตานะราคาถูกในมือให้แน่น จากนั้นจึงก้าวเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมายโดยมีเพื่อนร่วมทางทั้งสองเคียงกาย ทว่าผ่านไปไม่กี่ร้อยก้าว เท้าทั้งสองของเขาก็ต้องหยุดลงเมื่อบางสิ่งที่อยู่ตรงหน้าขวางทางไม่ให้เขาก้าวเดินไปได้ไกลกว่านี้

“ดาบพวกนี้มัน..”คำพูดของเอเธนทำให้อาเมะและอากิหันขวับมามองผู้เป็นนายของตนทันที ที่อยู่เบื้องหน้าไม่ใช่เพียงแค่ดาบแต่เป็นหญิงสาวสวมชุดกิโมโนรุ่มร่ามสีแดงสด ไม่ใช่แค่ดาบคาตานะแปดเล่มที่ถูกสะพายไว้บนหลัง ย้ำ.. ว่าไม่ใช่แค่ดาบ แต่ยังมีหญิงสาวคนหนึ่งที่สลบใสลไม่ได้สติอยู่ด้วย

แล้วนี่เจ้านายของพวกมันเห็นดาบสำคัญกว่าชีวิตคนอย่างนั้นเรอะ!?

“ดาบพวกนี้ไม่ธรรมดา..”

“อืม.. เอาเหล้ามาอีก!”ยังไม่ทันที่มือของเขาจะได้สัมผัสกับคาตานะสักเล่มบนหลังของเธอ มือของเธอที่นอนนิ่งสนิทอยู่กับพื้นก็ขยับพรวดเข้ามาคว้าข้อมือของเขาเอาไว้แน่น และด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลที่ไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนไปหาเอามาจากไหน เขารู้สึกได้ในทันทีว่าข้อมือของเขาในตอนนี้นั้นถูกป่นเป็นผงไปเรียบร้อยแล้ว

“เจ็บ..”ชายหนุ่มไม่แสดงออกถึงอาการเจ็บปวดใดๆนอกจากสีหน้าที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยเท่านั้น ริมฝีปากที่เม้มเรียบคลายออกพร้อมกับรอยยิ้มที่เผยขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากดาบทั้งแปด และรอยยิ้มนั้นเองที่ทำให้เขาต้องเกือบจบชีวิตลงภายใต้คมเขี้ยวของหญิงสาวปริศนาที่ฉุดให้เขาลงไปนอนอยู่ด้านใต้อย่างรวดเร็ว คมเขี้ยวที่ว่านั่นไม่ใช่คำเปรียบเปรย ใช่.. มันคือเขี้ยวที่ฝังอยู่กับแขนของเขาตอนนี้นี่!

-ผู้เล่น เอเธน ได้รับภารกิจ กาแฟยามเช้าของเทพอสูร กรุณาตามหากาแฟเอสเปรสโซ่มาให้ได้ภายในเวลาสิบนาทีหรือใช้วิธีใดๆก็ได้เพื่อกำราบก่อนที่พญาอสรพิษแปดเศียร ยามาตะโนะโอโรจิ จะตื่นขึ้นมาและบ้าคลั่งด้วยค่ะ-

เสียงประกาศจากระบบที่ดังขึ้นมาในหัวแทบจะทำให้เขาเอาหัวโขกมุมเต้าหูตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด เอเธนส่งสายตาไปหาอากิและอาเมะพร้อมทั้งถ่ายทอดเนื้อหาของภารกิจผ่านทางความคิดไปให้พวกมัน จิ้งจอกขนทองทั้งสองพยักหน้าหงึกก่อนจะวิ่งหายไปในม่านหมอกด้วยความเร็วปานสายฟ้าแล่บ

“นี่ตกลงชีวิตเราจะหาไม่ภายในสิบนาทีเหรอนี่? เท็นหนอ เท็น.. จะตายทั้งทีหวังว่าจะตายภายใต้คมดาบของนักรบ ที่ไหนได้.. นี่เรากำลังจะถูกผู้หญิงสวยแบบนี้สูบเลือดตายอย่างนั้นหรือนี่?”ชายหนุ่มทอดถอนใจขณะมองดูเลือดของตัวเองที่ถูกหญิงสาวเบื้องหน้าดูดกินอย่างหิวกระหาย พอมาอยู่ในระยะประชิดแบบนี้แล้วเขาเพิ่งได้มีเวลามาใส่ใจกับรูปร่างหน้าตาของเธอนอกเหนือจากดาบทั้งแปดเล่มนั้น

หญิงสาวคนนี้มีผิวกายและเส้นผมสีขาวสะอาดเหมือนหิมะ ขาวเสียยิ่งกว่ากระดาษ ซีดจางจนน่ากลัวว่าเลือดในร่างกายของเธอนั้นจะถูกแทนที่ด้วยสุราที่เธอพร่ำเพ้อเรียกหาเสียแล้ว ด้วยการที่ยังหลับและสะลึมสะลือทำให้เธอไม่ได้ยันกายไว้แต่อย่างใด ปล่อยให้เรือนร่างบอบบางนั่นทาบทับลงมาบนตัวของเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง

สำหรับคนที่ฝึกสมาธิเป็นประจำเช่นเขานั้น นี่ไม่ใช่ปัญหา

ทว่าปัญหานั้นกลับเป็นปริมาณของเลือดที่ค่อยๆถูกสูบออกจากร่างกายของเขาเรื่อยๆนี่ต่างหาก เวลายังผ่านไปไม่ถึงสิบวินาทีตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกหน้ามืดเสียแล้ว กว่าจะถึงเวลาสิบนาทีที่ภารกิจกำหนด เขาคงต้องแห้งเป็นผงภายใต้คมเขี้ยวของพญาอสรพิษตนนี้เป็นแน่แท้

ใครเล่าจะเชื่อว่าพญาอสรพิษแปดเศียรที่น่าหวั่นเกรงนั้นจะมีรูปร่างเป็นหญิงสาวโฉมสะคราญแบบนี้กัน หากเป็นคนอื่นคงจะฉวยโอกาสงามนี้กอบโกยความสุขจากเรือนร่างหอมกรุ่นนี่เป็นแน่แท้ แต่สำหรับเขาคนนี้ที่สนใจดาบมากกว่าผู้หญิงแบบเขานี้เห็นทีจะไม่ใช่

เอเธนพ่นลมหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายก่อนจะเปิดหน้าต่างสัมภาระด้วยมืออีกข้าง นำเอายาสมุนไพรราคาแพงออกมากรอกใส่ปากด้วยความรวดเร็ว ตัวยาที่มีฤทธิ์เร่งอัตราการสร้างเกล็ดเลือดในร่างกายเพื่อช่วยเหลือในกรณีที่ขาดเลือดถูกกระเดือกลงคอไปจนหมดขวดเพื่อยืดชีวิต

เขาทำได้แต่ภาวนาให้อากิและอาเมะกลับมาพร้อมกับกาแฟเท่านั้น

แค่นึกถึงก็อยากจะก่นด่าสรรเสริญบุพการี ใครกันหนอช่างคิด ให้หากาแฟมาให้ได้ภายในเวลาสิบนาทีโดยมีสาวสวยดูด(เลือด)แขนอยู่แบบนี้ ถ้าเป็นกาแฟธรรมดาจะไม่ว่าเลยแม้แต่น้อย แต่นี่ให้หาเอสเปรสโซ่กลางป่ากลางเขาแบบนี้ ถ้าหาได้ก็เก่งเกินคนแล้ว แค่จะลุกไปหายังไงโดยไม่ให้แขนแหว่งติดปากเธอไปด้วยเขาก็คิดหนักแล้ว เขี้ยวคุณเธอก็ใช่ว่าจะสั้น แถมการลงแรงก็ฝังมันลึกลงไปจนแทบจะกระชากเนื้อของเขาหลุดออกมาทั้งยวงแล้ว

“อากิ อาเมะ กลับมาเร็วๆก็ดีสินะ”ชายหนุ่มทอดถอนใจ ปล่อยแขนขวาที่หญิงสาวฝังเขี้ยวคอยสูบเลือดของเขาอยู่ลงบนอกอย่างไร้เรี่ยวแรง ส่วนมือซ้ายก็ยกขึ้นสางเส้นผมสีขาวปลอดนั่นให้เข้าที่เรียบร้อย รอยแผลเป็นยาวที่หางคิ้วด้านซ้ายซึ่งถูกปอยผมปกปิดอยู่ทำให้เขาหยุดมือลง

“เป็นสตรีก็ต้องรักนวลสงวนตัว ที่มานอนทับนี่ถือว่าไม่รู้เรื่องจะไม่ถือสา แต่ใครกันหนอ.. ทำกับใบหน้าอันงดงามนี้ได้กัน?”วินาทีที่ปลายนิ้วหยาบกร้านของผู้ที่จับดาบจนชินมือสัมผัสลงที่ผิวหน้าของอีกฝ่าย ร่างกายที่ทาบทับอยู่บนตัวเขากระตุกเฮือกเบาๆ กล้ามเนื้อเกร็งทั่วทั้งร่างก่อนจะผ่อนคลายลงพร้อมกับเสียงครางเบาๆและเลือดของเขาที่ถูกสูบกลืนออกไปด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม

“ถ้าไม่บอกว่าคือยามาตะโนะโอโรจิจะนึกว่าเป็นแวมไพร์แล้วนะนี่”ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสกับรอยแผลเป็นนั้น อะไรบางอย่างในร่างกายของเขาพลันกรีดร้องโหยหวน เส้นขนต้นคอพร้อมใจกันลุกพรึบ สำหรับเขาที่ผ่านการต่อสู้กับสัตว์อสูรรูปแบบมนุษย์สุดอันตรายในหุบเขากษัตริย์มานับครั้งไม่ถ้วน ความรู้สึกนี้คือสิ่งที่เขาเข้าใจว่ามันคือจิตสังหาร แต่ที่เขาพบเจออยู่นี่..

มันรุนแรงกว่าที่ผ่านมาลิบลับ

นัยน์ตาสีแดงสดก่ำไปด้วยเส้นเลือดที่แดงฉาน ปราศจากความอาฆาตแค้น แววตาเบื้องหน้าของเขามีเพียงความสงสัยใคร่รู้ ไร้คำใดหลุดรอดจากริมฝีปากของทั้งสอง หนึ่งถูกขวางกั้นเอาไว้ด้วยท่อนแขนของอีกฝ่าย เลือดที่ไหลชโลมมีรสดั่งสุราชั้นยอดที่เคยลิ้มลอง ทว่าริมฝีปากของอีกคนกลับถูกเย็บติดกันแน่นด้วยความหวาดหวั่นจากดวงตาของคนตรงหน้า

“ยามาตะโนะโอโรจิ ..ยามาตะโนะ ..ยามะ ..ยะ ยายะ.. ยาเอโกะ... อืม ยาเอโกะ”

“ยาเอโกะ?”น้ำเสียงอู้อี้ที่เต็มไปด้วยความสงสัยสร้างรอยยิ้มให้กับเขาได้ภายในพริบตา เอเธนยิ้มขำก่อนจะหรี่และหลับตาลง ทิ้งศีรษะให้ลงสัมผัสกับพื้นหญ้าอย่างหมดเรี่ยวสิ้นแรง

“ยามาตะโนะโอโรจิไม่ใช่ชื่อของอิสตรีไม่ใช่หรอกหรือ?”คำพูดของจอมดาบหนุ่มผู้ไร้ดาบทำให้พญาอสรพิษต้องละปากออกจากท่อนแขนแข็งแกร่งของเขา ยามาตะโนะโอโรจิขยับริมฝีปากแลบลิ้นเลียคราบเลือดที่ยังคงหลงเหลือจนหมดก่อนจะมองดูรอยฟันที่มีของเหลวรสหวานทะลักออกมาไม่หยุดด้วยความเสียดาย น้ำสีแดงเหลวข้นนี่มีรสชาติที่ไม่เหมือนกับทั่วไป

หรือว่ารสของเหล้าที่หมักบ่มแปดครั้งในตำนานนั่นจะยังหลงเหลืออยู่ในปาก?

หรือว่าดาบนั้นของซูซาโนจะผนึกเธอเอาไว้ได้เป็นเวลาที่สั้นเกินไป?

ทำไมรสเลือดของชายตรงหน้าของเธอนี้ถึงมีรสชาติเหมือนสุรานัก?

“เป็นแค่มนุษย์ต่อยต่ำ อย่าริอาจเทียบเคียงจอมอสูรเช่นข้า”พญาอสรพิษตั้งท่าเตรียมจะลุกขึ้น ทว่าเรี่ยวแรงที่เคยมีกลับเหือดหายไปเสียดื้อๆ ทำให้ร่างแบบบางนั้นต้องร่วงหล่นบนร่างของจอมดาบหนุ่มอีกครั้ง อ้อมแขนของเขาที่อ้ารอรับทำให้จอมอสูรต้องเผยสีหน้าบูดบึ้ง

“เจ้า อย่าบังอาจแตะต้องตัวข้า.. อุ๊บ”ยังไม่ทันที่พญาอสรพิษผู้ยิ่งใหญ่จะกล่าวจบ ท่อนแขนที่โชกไปด้วยเลือดก็ถูกส่งมาหยุดริมฝีปากของเธออีกครั้ง รสเลือดอันหอมหวานผิดสำแดงสัมผัสริมฝีปากซีดเพียงชั่วครู่ กระตุ้นอะไรหลายๆอย่างในตัวของจอมอสูรให้ตื่นขึ้น สัญชาติญาณ ความต้องการ และตัณหาที่ไม่เคยได้รับการปลดปล่อย

ในเมื่อชายคนนี้ปฏิบัติต่อเธอเหมือนปฏิบัติต่ออิสตรี..

แล้วไยเธอจึงไม่ใช่โอกาสนี้กอบโกยความรู้สึกนี้เอาไว้กัน?

“เห็นแก่ว่าร่างกายของข้ายังไม่ฟื้นตัวจากคุซานางิเต็มที่หรอกนะ ข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้า”ริมฝีปากบางเฉียบสีซีดจรดลงที่รอยอผลนั้นและลิ้มรสเลือดที่ยังคงไหลทะลักออกมาไม่หยุดอย่างหิวกระหาย เสียงประกาศจากระบบดังขึ้นมาในหัวแสดงให้เขารู้ว่าตอนนี้เขาผ่านภารกิจช่วงแรกเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ เขาก็สยบพญาอสรพิษแปดเศียรผู้ยิ่งใหญ่ตนนี้ลงได้แล้วหรือ?

แซ่ก..

“อากิ อาเม...ะ?”ยิ่งกว่าดูภาพยนตร์สยองขวัญ ใจของเขาไหวสั่นวูบเมื่อพบกับจิ้งจอกขนทองทั้งสองตัวที่ถูกล่ามโซ่เอาไว้อย่างแน่นหนา ท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาที่แต่งกายหลากหลายรูปแบบ ทว่ากลับมีบางสิ่งในตัวของคนเหล่านั้นที่เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน ผ้าสีเขียวลายเถาวัลย์สีขาวที่ผูกอยู่ตามร่างกาย

“วนาพงไพร”

เอเธนรวบตัวของหญิงสาวก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยอุ้มเธอเอาไว้ในท่าอุ้มเจ้าสาว ชายหนุ่มไม่ชายตามองผู้เล่นคนอื่นนอกเหนือจากจิ้งจอกทั้งสองของตนที่มองมาด้วยสายตาที่แสดงถึงความเศร้าใจและความต้องการที่จะขอโทษ ชายหนุ่มขบกรามแน่นก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆและวางตัวจอมอสูรในอ้อมแขนลง

“คุณยาเอโกะ ขอเวลาผมสักครู่นะครับ”พญาอสรพิษกระตุกวูบกับชื่อใหม่ที่ถูกตั้งให้เสร็จสรรพนั่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ตัวสูงกว่า รอยยิ้มใสซื่อบนใบหน้าของผู้ที่หลงใหลในดาบและการต่อสู้สร้างความอึดอัดใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก หญิงสาวกวาดตามองรอบด้านกะประมาณจำนวนของศัตรูก่อนจะรี่ตรงเข้าไปรั้งตัวของเขาเอาไว้

“เจ้าแค่คนเดียวนะ..”

“แต่ผมไม่ปล่อยให้ผู้หญิงต้องสู้แทนที่จะเป็นผู้ชายอย่างผมหรอกนะครับ”เอเธนว่าออกมาเนิบๆด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ ชายหนุ่มขยับยิ้มให้กับหญิงสาวก่อนจะก้มลงเก็บดาบคาตานะของตนขึ้นมาถือเอาไว้เตรียมพร้อมที่จะโรมรันกับฝ่ายศัตรูที่มีระดับและจำนวนที่มากกว่าอย่างไม่เกรงกลัว

“แต่..”

“ไม่มีแต่ครับคุณยาเอโกะ”สิ้นคำปฏิเสธของเอเธน พญาอสรพิษได้แต่ขมวดคิ้วมุ่ยหน้าไม่พอใจและทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นตรงนั้นโดยไม่สนใจใคร การกระทำของเธอเรียกหัวคิ้วของเอเธนให้ขยับมาชนกันได้ไม่ยาก ทว่าสายตาของเขานั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่ดวงหน้าหวานที่กำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจ ทว่าหากเลยไปหยุดอยู่ที่ดาบคาตานะทั้งแปดเล่มที่กลางหลังของอีกฝ่ายต่างหาก

“แล้วจะให้ผมทำยังไงครับ? ต่อให้ผมมีฝีมือมากกว่า แต่ระดับของทางนั้นเขาก็เยอะกว่า แถมจำนวนก็มากกว่า จากที่คุณบอกเมื่อครู่ คุณยังฟื้นตัวไม่สมบูรณ์ ดังนั้นผมจะไม่ปล่อยให้คุณสู้แน่นอน”ดาบคาตานะในมือกระหวัดวาดไปเบื้องหน้า ชี้คมดาบไปยังชายที่อยู่หน้าสุดของกลุ่มผู้เล่นจากวนาพงไพร

“..แล้วพวกคุณต้องการอะไรกันครับ ถึงได้จับตัวเพื่อนๆของผมไป?”

“น้องชาย พวกพี่ก็ไม่ได้อยากรังแกน้องชายหรอกนะ แล้วก็ไม่ได้ดูถูกด้วย แต่น้องคิดว่าแค่น้องคนเดียวจะชนะพวกพี่เป็นสิบคนได้อย่างนั้นเหรอ?”เมื่อเสียงของชายคนนั้น เสียงฝีเท้าแหวกพงหญ้าก็ดังตามมาติดๆกันจากรอบทิศทาง เอเธนขมวดคิ้วมุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็น

เขากำลังตกอยู่ในวงล้อม..

“ส่งตัวยามาตะโนะโอโรจิมาดีกว่านะน้องชาย”หญิงสาวผู้อยู่ในคำพูดเกร็งตัวหดแขนขาเข้าคุดคู้กอดตัวเองพลัน เอเธนเลิกคิ้วมองการกระทำของพญาอสรพิษเล็กน้อยก่อนที่ทักษะตรวจสอบระดับกลางๆค่อนไปทางต่ำของเขาจะแสดงหน้าต่างข้อมูลเด้งขึ้นมาเบื้องหน้า

พญาอสรพิษผู้ยิ่งใหญ่ตอนนี้มีระดับเหลือเพียงแค่ 90 จาก 660

มินาล่ะ ถึงได้กล้าเข้ามาตรงๆแบบนี้ ถึงจะมีจำนวนเยอะกว่าแต่ถ้ารู้ว่าเป็นคุณยาเอโกะก็น่าจะมีท่าทีเกรงกลัวกว่านี้ แต่นี่ระดับลดลงมาเกือบหกร้อยระดับ ..วนาพงไพร พวกชอบฉวยโอกาส

เอเธนสบถกับตัวเองในใจเมื่อเห็นคมดาบที่วางพาดลงบนคอของจิ้งจอกทั้งสอง

“ถ้าผมไม่ยอมส่งตัวให้ล่ะ?”

“แล้วชีวิตของเพื่อนๆของน้องชายนี่ น้องชายจะไม่.. อาลัยอาวรณ์หน่อยเหรอ?”ชายหนุ่มถอนหายใจกับคำพูดและลูกไม้ประจำของโจรเรียกค่าไถ่ทั่วไป การจับตัวประกันในเกมเป็นอะไรที่สิ้นคิด แต่สำหรับเขาแล้ว จิ้งจอกขนทองทั้งสองนี้สำคัญเกินกว่าจะเป็นแค่ปัญญาประดิษฐ์ชั้นเลิศทั่วๆไป

“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องแย่งตัวพวกเธอกลับมา และสังหารพวกคุณให้หมด”

ทลายทวารมตะ ดุจดังสวรรค์มิคสัญญี

ไอควันสีแดงลอยผุดขึ้นล้อมรอบร่างกายของเอเธน กลิ่นเลือดที่ลอยฉุนกึกทำให้ยาเอโกะที่หลบอยู่ด้านหลังแทบร้องครวญครางออกมาดุจคนเมามาย ทว่าเงาร่างของชายหนุ่มผู้ถือดาบภายในกลุ่มควันสีแดงนั้นทำให้นัยน์ตาสีแดงสดต้องเบิกกว้าง ท่วงท่าของเงานั้นทำให้เธอต้องหวนระลึกถึงอดีตที่ผ่านมาของเธอ

เอเธนกัดฟันควบคุมกล้ามเนื้อของตัวเองให้ทำงานน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้และดีดตัวเองส่งคมดาบในมือเข้าหาชายฉกรรจ์ทั้งสองจากวนาพงไพรที่จับกุมจิ้งจอกทั้งสองอยู่ ทว่าดาบราคาถูกเมื่อถูกฟาดฟันด้วยเรี่ยวแรงที่เหนือมนุษย์แล้วย่อมไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของโล่ชั้นสูงของอีกฝ่ายได้ ภาพของดาบโลหะที่แตกละเอียดบาดลึกลงไปในความรู้สึกของเขา

ดาบที่ดีได้ทำหน้าที่ของมันมาจนถึงจุดสิ้นสุดแล้ว..

เมื่อไร้ดาบ มือทั้งสองก็เกร็งแน่นผนึกพลังลมปราณลงไปสร้างดาบพลังวัตรหยาบๆขึ้นมาเพื่อที่จะโรมรันต่อเพื่อช่วยเหลือจิ้งจอกทั้งสอง น่าแปลกที่ไม่มีใครอื่นลงมือช่วงชิงโอกาสที่เขาจดจ่ออยู่กับการช่วยเหลือ ตรงเข้าไปชิงตัวยาเอโกะเลยแม้แต่คนเดียว

แม้ในสายตาของใครหลายๆคนที่เห็นสถานการณ์นี้อาจนึกว่าเป็นการให้เกียรติหรือการกระทำอันโง่เขลา ทว่าในสายตาของเขาแล้วนั้นนี่คือการดูถูกที่รุนแรงและหยาบคายมาก

ทว่ายังไม่ทันที่โทสะจะได้ถูกบันดาลออกมา ความรู้สึกหนาวสันหลังแบบเดิมก็บังเกิดขึ้นกับเขา เรียกให้เขาหันกลับไปมองยังต้นกำเนิดนั้นทันที เมื่อหันกลับไปนั้นเขาแทบจะร้องออกมาไม่เป็นภาษาเมื่อดาบคาตานะเล่มหนึ่งถูกขว้างมาที่เขาสุดแรงเกิด ด้วยสัญชาติญาณทำให้เขาสามารถตะปบใบดาบของคาตานะเล่มนี้เอาไว้ทันโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

แต่เขาคิดผิด ที่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรนั่นโกหกทั้งเพ ในเมื่อตอนนี้มีกระแสพลังบางอย่างจากดาบเล่มนี้กำลังแผดเผาร่างกายของเขาอยู่อย่างไม่รู้จักหยุดหย่อน

“ท่าร่างของเจ้าเหมาะกับดาบเล่มนี้ที่สุดแล้ว..”

“คุณยาเอโกะ?”

คิคุ อิชิมอนจิ!

ความรู้สึกบางอย่างภายในดาบเล่มนี้กระตุ้นให้ร่างกายของเขาขยับตามไม่ฟังคำสั่ง มือขวากำดาบที่เต็มไปด้วยรอยบิ่นในมือแน่นขยับยกขึ้นสูงพร้อมกับย่อตัวลงอยู่ในท่าแทง มือซ้ายไล่ไปตามสันดาปวาดไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า ดาบมือเดียวที่ฟาดฟันศัตรูศัตรูอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คมดาบที่ดื่มกินเลือดเนื้อของผองเพื่อนร่วมชาติที่ขัดต่ออุดมการณ์ ดาบที่ทำให้ความบ้าคลั่งในจิตใจเจิดจรัสออกมาประหนึ่งแสงดาว ดาบของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบุคคลอันตราย..

ดาบของโอคิตะ โซวจิ แห่งชินเซ็นกุมิ!

“เหะๆๆ ..มาสนุกกันดีกว่าน่า?”

ภาพตรงหน้าคือสิ่งที่เธอไม่ได้หวังให้มันเกิดขึ้น คิคุ อิชิมอนจิยอมรับในตัวเขาได้ง่ายถึงเพียงนี้เชียวอย่างนั้นหรือ? ช่วงเวลาหลายปีที่เธอจำศีลอยู่ในทวีปเซนโกคุ ดาบแปดเล่มที่เธอรวบรวมมาจากทั่วทั้งแผ่นดินกินเวลากว่าร้อยปีในการกำราบพวกมันให้เชื่อฟังคำสั่งและสงบได้ ทว่าเมื่อดาบที่ก้าวร้าวที่สุดเป็นอันดับที่สามในแปดอยู่ในมือของชายคนนี้ มันกลับโหยหวนออกมาด้วยอาการดีใจได้อย่างไม่น่าเชื่อสายตา

ยามาตะโนะโอโรจิหรือยาเอโกะกัดฟันแน่นมองดูท่าร่างดาบอันคุ้นตาของชายหนุ่มเบื้องหน้าก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความพออกพอใจ ด้วยความสามารถของเขาที่มีพลังกายมากมายมหาศาลด้วยวิชาอะไรนั่นที่ใช้เลือดตัวเองเป็นเครื่องเซ่นสังเวย เธอรับรองได้เลยว่าคิคุ อิชิมอนจินั้นจะแสดงอานุภาพของมันออกมาได้ถึงขีดสุด

ไอควันสีแดงที่ลอยอ้อยอิ่งออกมาจากร่างกายของเอเธนนั้นคือเลือดของเขา ทลายทวารมตะคือวิชาประจำตระกูลเก่าแก่ที่เขาบังเอิญไปพบมันมาจากกรุเก็บของพร้อมกับพี่ชายที่ชื่อไท พี่ชายของเขาใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วทว่าเพียงวินาทีก็หน้ามืดเป็นลมด้วยปริมาณเลือดที่เสียไปและกล้ามเนื้อที่ฉีกขาด เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะใช้มันอีกจนกระทั่งเข้ามาในเกมนี้

ทลายทวารมตะ ภาคดุจดังสวรรค์มิคสัญญีเป็นการควบคุมกล้ามเนื้อของตนเองให้ทำงานหนักขึ้นและเร่งเร้าให้เลือดในร่างกายไหลเวียนขึ้นอย่างรวดเร็วจนร้อนขึ้นและระเหยออกมา ทั้งกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็นและเส้นประสาทจะทำงานหนักขึ้นราวกับเป็นเครื่องจักรสังหารอันน่าพรั่นพรึง

ผู้ที่สำเร็จภาคสวรรค์มิคสัญญีนั้นจะสามารถควบคุมเลือดของตัวเองได้ดั่งใจนึก เขาเองก็ยังนึกไม่ออกว่าบรรพบุรุษของเขานั้นคิดค้นวิชานี้ขึ้นมาเพื่ออะไรและใช้ไปทำอะไร แต่เขาก็นึกภาพไม่ออกเลยว่าวิชานี้สำหรับผู้ที่สำเร็จนั้น จะมีอานุภาพปานไหน

แค่เขาที่ใช้มันปรับระดับขึ้นมาได้จนถึงระดับแปดสิบนั้นก็ยังใช้มันได้อย่างงูๆปลาๆ ไม่ได้ใช้มันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเลยแม้แต่น้อย ยิ่งด้วยว่าหากฝืนใช้มันปริมาณเลือดที่เสียไปจะเพิ่มมากขึ้น แถมด้วยหากฝืนร่างกายหนักเกินไปก็จะทำให้เส้นเอ็นฉีกขาดและกล้ามเนื้อได้รับความเสียหาย บางทีอาจถึงขั้นตายคาที่แบบที่เขาเคยประสบมากับตัวเองเมื่อคิดทดลองใช้มันเพื่อสู้กับมรณะสี่กรที่รอยัลคาสิโน

หากในวันนี้ที่เขาใช้มันได้ดีขึ้นแล้ว ถ้าได้สู้กับคนๆนั้นอีกสักครั้งก็คงดี..

ไอเลือดที่ลอยคละคลุ้งจับตัวกันเป็นหน้ากากสีแดงสดที่มีรูปร่างคล้ายปากของยักษ์ ชายหนุ่มผู้ผสานเป็นหนึ่งกับจิตวิญญาณของดาบคว้ามันมาสวมปกปิดใบหน้าครึ่งล่างก่อนจะใช้ออกทักษะอาชีพลับเทพนักรบ

วิญญาณดาบร้อยอสงไขย

อาชีพลับเทพนักรบไม่ใช่อาชีพธรรมดาที่หาได้ทั่วไปหรือเป็นอาชีพที่สร้างขึ้นใหม่และมีความสามารถอันน่าหวาดหวั่น อาชีพลับเทพนักรบนี้เขาได้รับมาด้วยการประมือกับวีรชนในหุบเขากษัตริย์ ทั้งราชาอาเธอร์ ราชาอเล็กซานเดอร์ จักรพรรดิเล่าปี่ และโอดะ โนบุนากะ

การต่อสู้กับวีรชนผู้ใช้ดาบทั้งหลายนี้ได้อย่างสูสีทำให้เขาได้รับการยอมรับและได้รับอาชีพลับนี้มาด้วยความยากลำบากและความบังเอิญ การพิสูจน์ฝีมือดาบของเขานั้นได้รับการยอมรับจากกษัตริย์ผู้มากฝีมือในเชิงดาบ ทว่าเพียงเท่านั้นสำหรับเขาที่ไร้ดาบคู่ใจนั้นยังไม่พอ

ภารกิจปลดระดับแปดสิบของเขาจึงเป็นการหาดาบคู่ใจของเขาให้เจอและทำการสังหารเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกันร้อยศพเพื่อก้าวผ่านขีดจำกัดของเทพนักรบไปยังขั้นที่สองของอาชีพลับที่เรียกสั้นๆว่า ดาบ ให้ได้

วิญญาณดาบร้อยอสงไขยคือทักษะที่จะทำให้เขาผสานเป็นหนึ่งเดียวกับดาบได้ และแน่นอน เมื่อเป็นหนึ่งเดียวกับดาบแล้ว จากชายหนุ่มที่ใช้ดาบเป็นก็กลายเป็นนักดาบขนานแท้ และเมื่อดาบที่เขาผสานตัวเองเข้ากับนั้นคือคิคุ อิชิมอนจิ ดาบของตำนานอย่างโอคิตะ โซวจิแห่งชินเซ็กุมิด้วยแล้ว

คำอธิบายเดียวที่พอจะใช้กับสถานการณ์นี้ได้มีเพียงการนองเลือดเท่านั้น

มือขวากำดับแน่นและตวัดวาดเข้าใส่ชายที่คุมตัวของอากิและอาเมะทันที ไร้ซึ่งแสงสีของทักษะอันสายงาม มีเพียงของเหลวสีแดงที่สาดกระเซ็น ดาบที่เต็มไปด้วยรอยบิ่นนั้นสามารถผ่าโล่อันแข็งแกร่งได้ราวกับผ่าเต้าหู้ นัยน์ตาสีสนิมเหล็กปราศจากวี่แววของความตระหนก เขารู้ขอบเขตความสามารถของดาบเล่มนี้ดียิ่งกว่าใคร ยิ่งกว่าเจ้าของคนก่อนของมันเสียอีก

รอยยิ้มเหี้ยมผุดขึ้นมาภายใต้หน้ากาก เสียงคำรามโหยหวนของดาบยังคงดังกึกก้องในหัว วินาทีนี้ไม่มีแบ่งแยกมิตรศัตรู ความปราณีที่เคยมีมลายหายไปจนหมด

ชายหนุ่มส่งสายตาให้จิ้งจอกขนทองทั้งสองร่นหลังไปรวมตัวกับยาเอโกะก่อนจะพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด คลายอาการตึงของกล้ามเนื้อด้วยการควบคุมที่เป็นสิทธิ์ขาดของทลายทวารมตะ ทักษะเฉพาะตัวที่ทำให้ได้รับสิทธิ์ขาดในการควบคุมร่างกายเหนือสมองทำให้เขาในตอนนี้ไม่ต่างไปจากสัตว์อสูรชั้นราชาระดับร้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย

ท่วงท่าที่ถูกใช้ออกมานั้นรวดเร็วจนเหลือเพียงเงาสีแดงติดตาเท่านั้น ไม่นานนักผู้เล่นของวนาพงไพร์กว่าสิบคนก็ต้องล้มลงนอนด้วยแขนหรือไม่ก็ขาที่ขาดหายไป ทว่าไม่มีผู้ใดได้เสียชีวิตลงด้วยดาบของเขาเลยแม้แต่น้อย เอเธนกวาดสายตามองไปยังรอบด้านอย่างช้าๆก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

“ไม่อยากได้ตัวคุณยาเอโกะแล้วเหรอครับ? ถ้าเข้ามาตอนนี้ผมจะให้สิทธิพิเศษ ไม่ฆ่าแต่แค่เกือบตายนะครับ แต่ถ้าหลังจากนี้แล้วผมยังเห็นพวกคุณอยู่ในระยะสายตาล่ะก็ จะไม่ใช่แค่แขนหรือขาที่ขาด แต่เป็นหัวนะครับ”คิคุ อิชิมอนจิถูกวาดไปมาอารมณ์ดี ตัวดาบแผ่รังสีฆ่าฟันออกมาไม่หยุด ทว่าผู้ที่ถือมันกลับไม่รู้สึกอะไรเลยแถมยังดูร่าเริงอารมณ์ดีไม่เปลี่ยน ท่าทีเคียดแค้นเมื่อก่อนหน้านี้หายไปไหนหมดกัน?

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ผู้เล่นที่ยืนอยู่นิ่งๆรอบด้านเริ่มจับอาวุธเตรียมที่จะบุกเข้ามาแบบไม่ออมมือ ทว่านั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ ศัตรูยิ่งมาก ประสิทธิภาพของดาบเล่มนี้ก็จะยิ่งมากขึ้นไปอีก ดาบที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและหิวกระหายเลือด หากถูกใช้ต่อกรกับอริที่มีจำนวนมากแบบนี้ จะวาดดาบไปในทิศทางใดล้วนแล้วแต่ต้องมีเลือดตกยางออก

ดาบบิ่นจ้วงแทงเข้าไปในตัวของผู้เล่นคนหนึ่งก่อนจะถูกพลิกขึ้น รอยยิ้มเหี้ยมผุดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีถูกใช้วาดดาบที่ฝังคาอยู่ในตัวของผู้เล่นคนนั้นขึ้น

ตัดร่างกายล่ำสันนั้นให้ขาดสะพายแล่งเรียกฝนเลือดให้สาดกระเซ็น

การล่าสังหารดำเนินไปอย่างยาวนาน แต่การใช้คิคุ อิชิมอนจินั้นไม่มีผลดีกับร่างกายของผู้ใช้ วิถีดาบอันบ้าคลั่งนี้ไม่ได้รับรองความปลอดภัยของผู้ใช้ ร่างกายของเอเธนในตอนนี้จึงเต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมาก ยาเพิ่มอัตราการสร้างเกล็ดเลือดนั้นเองก็สร้างเลือดออกมาไม่หยุด ทำให้ในตอนนี้สังเวียนการต่อสู้รอบด้านคละคลุ้งไปด้วยหมอกสีแดงที่มีกลิ่นสนิมเหล็กฉุนกึก

เมื่อมองไม่เห็นการต่อสู้ยาเอโกะจึงหลุบตาลงมองจิ้งจอกขนทองทั้งสอง

“พวกเจ้าไม่ห่วงนายของเจ้าเลยอย่างนั้นหรือ?”อากิและอาเมะเงยหน้าขึ้นมองพญาอสรพิษที่ถามคำถามนั้นออกมาก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆและหันกลับไปมองยังต้นเสียงของโลหะชำแรกเนื้อ

“ไม่เลยแม้แต่น้อย หากนายท่านเอาจริงแบบนี้แล้วล่ะก็..”

“ต่อให้มากกว่านี้ก็ไม่มีใครแตะต้องพวกเราได้แม้แต่ปลายเล็บ”

ยาเอโกะเลิกคิ้วมองจิ้งจอกทั้งสองที่พูดออกมาด้วยความสงสัย หากพวกมันพูดได้แล้วทำไมถึงไม่พูดคุยกับเขาเลยกัน? เท่าที่เธอเห็นมานี้มีหลายครั้งมากที่พวกมันพูดกับเขาได้ แต่พวกมันเลือกที่จะไม่ทำ เพราะอะไรกัน?

“แต่ร่างกายของเขาจะไม่ไหวเอานะ”

ทว่านั่นเรียกเอาเสียงหัวเราะของจิ้งจอกนัยน์ตาสีน้ำเงินให้หลุดออกมา อาเมะหมอบลงกับพื้นและเกยคางกับขาหน้าของตนและครางออกมาเบาๆแล้วจึงพูด “ยิ่งหมอนั่นบาดเจ็บมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น หมอกเลือดพวกนี้คือร่างกายของหมอนั่น ทุกอย่างที่อยู่ในหมอเลือดนี้ไม่อาจรอดสัมผัสของหมอนั่นไปได้.. เหมือนอย่างไอ้พวกหมาลอบกัดที่กำลังตรงมาทางนี้”

“เอ๋?”

ยังไม่ทันที่พญาอสรพิษจะได้หันไปมองยังทิศทางที่สายตาของอาเมะนำไป บางอย่างก็ลอยผ่านหน้าเธอไปด้วยความเร็วสูง ตามด้วยเสียงโหยหวนจากทิศทางที่ของสิ่งนั้นพุ่งไป จอมอสูรกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอก่อนจะคลึงขมับตัวเองเพื่อคลายอาการมึนเมาจากหมอกเลือด

“บางทีถ้าเป็นผู้ชายคนนี้ก็อาจจะล้างแค้นให้กับข้าไปสำเร็จก็เป็นได้”

“ล้างแค้น?”อากิหันมามองเธอเล็กน้อยก่อนจะย่นหน้าส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ “ถ้าเจ้าคิดจะใช้ประโยชน์จากนายท่านล่ะก็ ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะ ต่อให้เจ้าจะเป็นพญาอสรพิษผู้ยิ่งใหญ่ ข้าก็ไม่ยอมให้เจ้าใช้งานนายท่านของข้าหรอกนะ”

“อากิ เจ้าไม่คิดจะฟังเหตุผลของนางเลยรึไง อย่าใจร้อนสิ”

เสียงของจิ้งจอกขนทองอีกตัวดังขึ้นขัดขวางการต่อสู้ที่พร้อมจะเกิดขึ้นทุกขณะ อาเมะยืดตัวขึ้นสูงก่อนจะถอนหายใจและหันมองพญาอสรพิษ “แล้วก็เจ้า ยามาตะโนะโอโรจิ เจ้าที่ยังไม่ฟื้นตัวจากคุซานางิดีคงไม่คิดว่าจะสู้ตัวต่อตัวแล้วเอาชนะนางได้หรอกนะ”

อาเมะหัวเราะเบาๆและพูดต่อ

“คิคุ อิชิมอนจิ.. โคเท็ตสุ.. โคการาสุมารู.. โดจิกิริ.. อิคุทาจิ.. จูซูมารู.. นางามิทสุ.. และคาเนะซาดะ ต่อให้เจ้าใช้ดาบทั้งแปดเล่มที่เจ้ารวบรวมมาเพื่อหวังจะเอาชนะคุซานางิของซูซาโนกับนาง เจ้าก็อย่าหวังเลยว่าเจ้าในตอนนี้จะเอาชนะนางได้ จิ้งจอกทองคำแห่งความสิ้นสูญไม่ใช่คู่มือที่เจ้าจะเอาชนะได้ง่ายๆ”

“จิ้งจอกทองคำแห่งความสิ้นสูญ? เจ้าคือร่างจำแลงแห่งฤดูกาล?”

“หึ.. ถ้าคิดว่าเจ้าเป็นจอมอสูรแล้วจะเอาชนะข้าที่เป็นตัวแทนแห่งธรรมชาติได้ล่ะก็ คิดผิดคิดใหม่เถอะ”อากิถอนหายใจนิ่งเรียบก่อนจะหันกลับไปยังการต่อสู้ในหมอกเลือดอีกครั้ง พู่หางฟูฟ่องลู่ตกลงอย่างเห็นได้ชัดบ่งบอกได้เลยว่ามันไม่ชอบใจเลยแม้แต่น้อยที่ปล่อยให้เจ้านายออกไปสู้แต่เพียงลำพังแบบนี้

“เรื่องล้างแค้นนั่นไม่ต้องห่วงหรอก คุซานางิต้องเป็นของนายท่าน.. ดังนั้นต่อให้เป็นซูซาโนที่มาขวางทาง นายท่านก็จะเอาชนะและนำมันมาได้แน่นอน”

“เขาคนนั้น.. เป็นใครกันแน่ ถึงกับมีร่างจำแลงแห่งฤดูกาลเป็นผู้ติดตามแบบนี้ได้ต้องไม่ธรรมดา”ถ้อยคำรำพึงของยามาตะโนะโอโรจิไม่ได้รับคำตอบ จิ้งจอกขนทองทั้งสองหันกลับไปจดจ่ออยู่กับการต่อสู้อีกครั้ง ในขณะที่พวกเธอสนทนากันนั้นศัตรูเริ่มลดจำนวนลงจากเกือบร้อยเหลือไม่ถึงสิบคนแล้ว

“เข้ามาๆๆ เข้ามาเลยไอ้พวกชอบฉวยโอกาส”มือขวากำแน่นอยู่กับด้ามดาบที่สั่นระริก คิคุ อิชมอนจิบัดนี้กำลังรู้สึกหฤหรรษ์ไปกับการฆ่าฟันจนถึงขีดสุด ถึงกับขั้นที่ปล่อยรังสีฆ่าฟันออกมาได้ราวกับจอมอสูรอย่างยามาตะโนะโอโรจิเลยทีเดียว เอเธนที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับดาบเองก็รู้สึกสนุกไม่ต่างกัน ดาบเล่มนี้ทำให้เขาได้ปลดปล่อยความต้องการในส่วนลึกออกมาได้ดีจริงๆ

ฉึก!

ใบดาบที่บิ่นกร่อนชำแรกเนื้อมนุษย์เข้าไปจนมิดด้ามและถูกวาดออกด้านข้างตัดร่างของผู้โชคร้ายให้ขาดแหว่งจนเกือบเป็นสองท่อน ชายหนุ่มกวาดสายตามองดูรอบข้างอีกเล็กน้อยก่อนจะสะดุดอยู่กับร่างในชุดคลุมสีเขียวตุ่นผู้ถือธนูสีดำสนิท ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตระหนกนั้นไม่ใช่คนผู้นั้น

แต่เป็นเด็กสาวร่างเล็กที่ถูกคุมตัวอยู่ใกล้ๆนั่นต่างหาก

ด้วยการแต่งกายด้วยชุดสไตล์ญี่ปุ่นดูทะมัดทะแมงและรอยเปื้อนที่เปรอะอยู่ตามใบหน้า แถมด้วยค้อนขนาดเหมาะมือที่ห้อยอยู่ตรงข้างเอว เส้นผมสีขาวเหลือบเงินกับนัยน์ตาสีแดงสดของเผ่าปีศาจ

คนๆนี้..

ไม่ผิดแน่..

“คุณมุกอันดา?”

“ยามที่เจ้าเดินเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้เจ้าก็อยู่ในสายตาของพวกข้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จอมดาบที่ถือดาบราคาถูกเช่นเจ้า การเดินเข้ามาในหุบเขานี้คงมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว คือดาบของแม่หนูนี่สินะ”ชายร่างสูงในชุดคลุมสีเขียวตุ่นกระชากโซ่ในมือดึงให้หญิงสาวเผ่าปีศาจคนนั้นต้องถลาตามมาด้วยความจำยอม

“คุณต้องการอะไร?”

“ข้าต้องการดาบในมือของเจ้าและตัวของนาง ยามาตะโนะโอโรจิ”เอเธนสำลักลมหัวเราะร่าก่อนจะทิ้งกายลงนั่งกับพื้น การกระทำนี้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้พูดไม่ใช่น้อย และยิ่งกว่านั้นคือสีหน้าประหลาดใจของยามาตะโนะโอโรจิที่ว่านั่นซึ่งกำลังงุนงงเป็นอย่างมาก

“คุณเป็นใครผมไม่รู้หรอกนะ แต่วิธีการของวนาพงไพรมีเท่านี้อย่างนั้นเหรอ?”

“หึหึ เจ้าหนุ่ม การที่จะได้เจอกับนักรบที่ฝีปากดีกล้าต่อปากต่อคำกับข้าแบบเจ้านั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ทำไมเราไม่มาลองประมือดูกันสักตั้ง วัดกันว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน ผู้ที่ชนะจะได้ตัวนางไป แลกกับผู้หญิงคนนี้ เจ้าจะตกลงไหม?”รู้จักมาก่อนหรือก็ไม่ แต่สำหรับเขาแล้วการที่ผู้หญิงเข้ามาเป็นของเดิมพันในสนามรบของผู้ชายนั้นเหมือนเป็นการดูถูกที่ไม่เหมาะไม่ควร ทว่าไม่ใช่เพียงว่าเขาต้องการดาบจากเธอ แต่เขาก็ต้องการปกป้องเธอด้วยเช่นกัน

ต่อให้นี่เป็นเกมแต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็กระทบกับจิตใจ

การตายในเกมนี้ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่สำหรับเธอแน่นอน

“หืม..? ตกลงสิครับ แต่การใช้คุณมุกอันดากับคุณยาเอโกะเป็นเครื่องเดิมพันแบบนี้มันดูจะไม่เหมาะเท่าไหร่ ผมจะไม่ถามชื่อคุณหรอกนะครับว่าคุณเป็นใคร ชื่อของผมเองก็จะไม่บอกเหมือนกัน เพราะมันไม่มีค่ากับคนที่ใช้วิธีการสิ้นคิดอย่างนี้แบบคุณแน่นอน”คำพูดยโสโอหังนั้นเรียกเสียงหัวเราะของบุคคลปริศนาให้ดังออกมาลั่นหุบเขา หมอกสีแดงที่เริ่มจางหายไปกับหมอกของหุบเขาค่อยๆเผยให้เห็นว่าอีกหนึ่งคนที่กลายเป็นของเดิมพันในการต่อสู้นี้มีสีหน้าเช่นไร

“แล้วเจ้าจะไม่อยากรู้หน่อยหรือว่าพวกข้าต้องการตัวนางไปเพื่ออะไร? ไม่สิ เจ้าต้องไม่รู้แน่นอน.. ว่านางนั้นทำอะไรได้บ้าง บางทีหากเจ้ารู้แล้วล่ะก็อาจจะไม่เกิดการต่อสู้นี้ขึ้นเลยก็ได้ หึหึ”ชายหนุ่มเลิกคิ้วกับคำพูดนั้นของบุคคลตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะแค่นยิ้มเมื่อนึกขึ้นได้

“คุณยาเอโกะมีความสามารถในการสร้างดาบ หนึ่งในนั้นก็คือคุซานางิ.. ดาบที่บัดนี้เป็นของซูซาโน ใช่สินะ ในเมื่อผมรู้แล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยคุณมุกอันดา ขอแค่ผมมีตัวคุณยาเอโกะอยู่แค่นั้นก็พอ... เหอะ เรื่องสิ! คุณมุกอันดาเป็นผู้หญิง แล้วจะให้ปล่อยผ่านไปง่ายๆโดยไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยอย่างนั้นเหรอ?”เอเธนลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและกำคิคุ อิชิมอนจิในมือแน่น จิตสังหารแผ่ออกมาอย่างหนาแน่น ทั้งจากดาบและจากผู้ถือ เรียกรอยยิ้มจากบุคคลปริศนาในชุดคลุมให้โผล่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“เหมือนว่าเจ้าหนุ่มนี่จะเป็นคนดีใช้ได้นะแม่หนู แผนการของข้าที่จะให้พวกพ้องเข้ากลุ้มรุมคงไม่ได้ผลแล้วสิ ในเมื่อมันไม่คิดจะหันหลังหนีแบบนี้ หึหึ”ชายในชุดคลุมหัวเราะเบาๆเมื่อได้รับสายตาแข็งกร้าวจากมุกอันดาที่ส่งมาให้ ยังไม่ทันช่างตีดาบสาวจะได้เอ่ยปากอะไร โซ่ที่มัดมืออยู่ก็ถูกกระชากดึงให้เธอต้องร่วงลงไปนอนกองกับพื้น ลูกศรหนึ่งดอกถูกล้วงออกมาจากใต้ผ้าคลุม ปักยึดโซ่เส้นโตนั่นลงกับพื้นปิดผนึกการเคลื่อนไหวของเธอโดยสมบูรณ์

“เอาล่ะ เรามา..”

เปรี้ยง!!

“ศึกชิงนางเหรอ? น่าสนุกนะ แต่มีผู้บริสุทธิ์มาเอี่ยวด้วยแบบนี้มันไม่น่าดูเท่าไหร่”ตรงกลางระหว่างจอมดาบหนุ่มผู้ถือคิคุ อิชิมอนจิกับชายปริศนาในชุดคลุมผู้ถือคันธนูสีดำน่าเกรงขามนั้น ปรากฏชายหนุ่มร่างสูงในชุดดีลเลอร์ในคาสิโนดูแปลกตา นัยน์ตาสีทองปราดมองไปรอบด้านพร้อมด้วยรอยยิ้มกริ่ม เส้นผมสีดำขลับสลับเขียวเล็กน้อยปลิวไสวไปกับสายลมเย็นยะเยือกของหุบเขาสายหมอก

จอมมารปรากฏกาย..

“อย่าทำเท่เกิน เดี๋ยวก็โดนกระซวกดับคาที่หรอกตาบ้า”ชายหนุ่มผู้มาใหม่หัวเราะกับคำเตือนนั่นเล็กน้อยก่อนจะหันไปยิ้มให้กับต้นเสียงที่มาจากทางที่ยามาตะโนะโอโรจิ อากิ และอาเมะอยู่ ผู้พูดคือหญิงสาวร่างเล็กในผ้าคลุมสีดำเจ้าของเรือนผมสีม่วงอ่อนคนนั้นไม่ผิดแน่นอน

ทว่าผู้ที่เพิ่งเข้าไปรวมกลุ่มกับจิ้งจอกทั้งสองและยาเอโกะนั้นไม่ได้มีเพียงหญิงสาวคนนั้นเพียงคนเดียว ทว่ายังมีอีกถึงสี่คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือมุกอันดาที่หลุดออกจากพันธนาการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“โอเคจ้ะ จะระวังตัวให้มากๆ เดี๋ยวโดนจิ้มดับ”เขากล่าวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะหันกลับไปหาเอเธน ชายหนุ่มในชุดดีลเลอร์ยิ้มกริ่มก่อนจะค้อมหัวให้กับเอเธนเล็กน้อยเป็นการทักทาย

“เจอกันอีกแล้วนะ”

“ผมรู้จักคุณด้วยเหรอครับ?”คำถามที่จอมดาบหนุ่มส่งกลับไปทำให้ชายคนนั้นเบ้หน้า

“อืม จะจำไม่ได้ก็ไม่แปลกนะ เพราะตอนนั้นฉันก็ใส่หน้ากากแปลงโฉมอยู่ด้วยสิ แต่จะจำชุดดีลเลอร์นี่ไม่ได้เลยมั่นก็เกินไปหน่อยนะ โป๊คเกอร์เฟซไง ที่สู้กับน้องชายที่รอยัลคาสิโนน่ะ”เมื่อถูกย้ำเตือนด้วยชื่อและสถานที่ ความทรงจำเก่าๆก็หวนย้อนกลับมาให้ระลึกถึง

“อ๊ะ.. จริงๆด้วย ชุดแบบนี้ สวัสดีครับ คุณโป๊คเกอร์เฟซ”

“ฮ่าๆๆ ตอนนี้เรียกรันดูจะเหมาะกว่านะ”รันขยับยิ้มก่อนจะบิดข้อมือถามถึงความพร้อมของอีกาทั้งสองที่อยากจะลุยทุกเมื่อ หลังจากได้รับเสียงตอบรับเป็นเสียงร้องเบาๆในหัวจอมมารหนุ่มก็พูดออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความเอาจริงเอาจังกว่าเดิม

“พี่ว่าตอนนี้เราไปหลบอยู่กับพวกนั้นดีกว่านะ เพราะมันไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่”

“พี่คงไม่ได้จะดูถูกผมหรอกใช่ไหมครับ?”

คำพูดที่เอเธนส่งกลับมานั้นทำเอารันต้องหลุดยิ้มขำ

“เปล่าเลย ไม่เลยสักนิด แต่ว่าจอมดาบที่ไร้ดาบคู่กายก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กอมมือในสนามรบ ยิ่งด้วยดาบนั่นเดิมทีก็ไม่ใช่ดาบของน้องด้วยไม่ใช่หรือ? คิคุ อิชิมอนจิ.. เป็นดาบที่แข็งแกร่งใช่ย่อย แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่ใช่ดาบของเราไม่ใช่รึไง? ดึงความสามารถออกมาได้ไม่หมดนี่?”คำพูดของชายตรงหน้าทำให้เอเธนขมวดคิ้วแน่นขึ้นไปอีก เขาสามารถใช้วิญญาณดาบร้อยอสงไขยได้ย่อมหมายความว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวกับดาบ จะบอกว่าดาบเล่มนี้ไม่ยอมรับในตัวเขามันก็ไม่ถูก

“ถ้าดาบไม่ยอมรับในตัวผมล่ะก็ ผมจะสังหารพวกวนาพงไพรเป็นร้อยคนแบบนั้นได้เหรอครับ?”แม้จะพูดออกไปแบบนั้น รันกลับส่ายศีรษะและแย้งกลับมาด้วยเหตุผลในเชิงที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า

“การยอมรับจากดาบ กับการถูกดาบครอบงำน่ะ มันต่างกันนะ..”

“แต่ว่า..”

“ถ้าอยากจะสู้กับหมอนั่นล่ะก็ พี่บอกไว้ก่อนเลยนะว่าไม่ใช่กระจอก และก็ไม่น่าจะเอาชนะได้ง่ายๆด้วย แต่ในเมื่อยังดึงดันว่าจะสู้ล่ะก็ เปลี่ยนดาบจะดีกว่านะ”ชายหนุ่มเสตามองไปยังพญาอสรพิษที่อยู่ท่ามกลางวงล้อมของสี่สาวก่อนจะเอ่ยออกมาก

“ถ้าจะให้ดี ขอเป็นคาเนะซาดะกับอิคุทาจิก็แล้วกัน”

หญิงสาวที่ถูกมองสะดุ้งเฮือกก่อนจะเม้มริมฝีปาก ยาเอโกะกวาดตามองหญิงสาวทั้งสี่คนที่ยืนอยู่รอบด้านของพวกตนก่อนจะต้องจำใจชักดาบสองเล่มดังกล่าวออกมาและขว้างไปให้เอเธนด้วยความจำใจ ไม่ว่าเขาคนนี้จะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่ว่าแอบฟังที่จิ้งจอกทั้งสองนี้พุดกับเธอก็ต้องรู้ข้อมูลของเธอมาจากที่ไหนสักที่ แต่ถึงกับรู้ชื่อดาบของเธอแล้วมันก็ออกจะเกินไปสักนิด กระทั่งเลือกถูกว่าดาบที่แข็งแกร่งที่สุดคือเล่มไหนและดาบที่สามารถชุบชีวิตได้คือเล่มไหนนี่มัน..

“ไม่แข็งขืนน่ะจะดีที่สุด ผู้ชายคนนั้นแข็งแกร่งเทียบเคียงกับเทพเจ้าเลยนะ”คำพูดของหยิงสาวผมแดงทำให้ทั้งเธอ อากิ และอาเมะต้องหันไปมองอย่างเสียไม่ได้ เมื่อพบกับรอยยิ้มหวานที่ส่งกลับมานั่นยิ่งทำให้เธอสงสัยในความมั่นใจของคนพวกนี้มากเข้าไปอีก

“เขาเป็นใครกันแน่ ทำไมข้าถึงสัมผัสพลังของเขาไม่ได้เลย?”พวกเธอดูจะแปลกใจน้อยๆที่เห็นจิ้งจอกพูดได้ทว่าคำตอบที่ส่งกลับมานั้นทำให้พวกเธอนั้นตกใจยิ่งกว่า

“จอมมารน่ะ”

“จอมมาร?”

“อาฮะ อันที่จริงก็ไม่ได้เก่งอะไรนักหนานะ ออกจะกระจอกด้วยซ้ำ แหะๆ แพ้เจ้านั่นง่ายๆเลยนี่นา”รันส่ายหน้าไหวๆก่อนจะนั่งยองๆลงด้วยความเก้อเขิน การที่ถูกเรียกว่าจอมมารด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนว่ากล่าวถึง คนที่คุณก็รู้ว่าใคร นั้นมันออกจะน่าอายไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

“แต่.. จอมมารเนี่ยนะครับ? จะแพ้ใครง่ายๆแบบนั้น..”

“น่าๆ อย่าไปพูดถึงมันเลย เอเธน.. คิดว่าจะเอาชนะหมอนั่นได้ไหม?”รันกล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงเริงร่าเหมือนว่าชายในชุดคลุมตรงหน้านั้นไม่ต่างอะไรไปจากศัตรูที่สามารถรับมือได้อย่างสบายๆ แม้เขาจะสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่แผ่ออกมาจากชายถือธนูคนนี้ก็ตาม

หากเป็นก่อนหน้าที่เขาจะประมือกับโอดิน หรือก่อนที่เขาจะลงรอยกับนัวร์แล้ว..

เขามั่นใจเลยว่าไม่มีทางชนะได้แน่นอน

แต่ในตอนนี้เขาไม่ใช่คนโกงอีกแล้ว

แต่เป็นถึงจอมวายร้าย!

“ถ้าเข้าประชิดตัวได้จะมีโอกาสเอาชนะสูงครับ แต่ถ้าระยะนี้.. ธนูจะมีเปรียบมาก”จอมดาบหนุ่มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ เขาเองก็สัมผัสได้ถึงพลังของคนตรงหน้าที่เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆทุกขณะ แต่หากเขาผสานกับดาบทั้งสองเล่มนี้แล้วล่ะก็อาจจะพอสูสีอยู่

แต่ดาบทั้งสองเล่มนี้..

เอเธนหรี่ตาลงเล็กน้อยและรวบรวมเลือดที่ยังคงไหลออกมาจากรอยกัดของยามาตะโนะโอโรจิอย่างต่อเนื่องมารวมกันเป็นฝักดาบและเก็บดาบเล่มที่มีพู่สีขาวที่ปลายด้ามเข้าไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงปล่อยทิ้งมันไว้ห้อยข้างเอวรอเวลาใช้งาน เพียงแค่ได้ยินชื่อของมันเขาก็แทบไม่เชื่อหูว่าดาบในตำนานทั้งสองเล่มแบบนี้จะมีอยู่ในเกมนี้ด้วย

ดาบแห่งชีวิต อิคุทาจิ กับสามสิบหกโคลงกลอน คาเนะซาดะ

วิญญาณดาบร้อยอสงไขย..

“แค่เล่มเดียวก็รุนแรงเอาการเหมือนกันนะเนี่ย”สีหน้ารื่นเริงของรันเหือดหายไปในพริบตาที่สัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันจากเอเธน ชายหนุ่มถือดาบข้างกายของเขามีสีผมที่เปลี่ยนไปกลายเป็นสีดำเหลือบน้ำเงินและมีดวงตาสีแดงเลือดหมู สีผิวกลายเป็นขาวซีดประหนึ่งผัดแป้ง พร้อมด้วยรอยแต้มสีแดงที่หางตาทั้งสองข้าง

หน้ากากยักษ์ที่ปิดบังใบหน้าท่อนหลังแตกสลายกลายเป็นไอ เผยรอยยิ้มหวานให้เชยชม

นัยน์ตาสีเลือดหมูหรี่ลงเล็กน้อยจ้องมองไปยังศัตรู

“คุณ.. คือรายที่ 37 สินะ?”

“หึหึ.. เยี่ยมจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าร่วมมือกับเจ้าพวกคนธรรพ์นั่นจะทำให้ข้าได้มีโอกาสพบกับศัตรูที่คู่ควรกับการลงมือด้วยกำลังทั้งหมดเช่นนี้ เยี่ยมจริงๆ ข้า..มังกรกัณฐ์คนนี้ขอชมสักหน่อยเถอะว่าพวกเจ้าจะทำอะไรได้บ้าง!!”ชายลึกลับถือธนูประกาศลั่นก่อนจะปลดผ้าคลุมของตนออก ร่างสูงกำยำในชุดเกราะเบาเรียบๆนั้นมีเส้นผมสีดำเหลือบเขียวและมีลวดลายพลิ้วไหวที่มุมปากบ่งบอกชาติพันธุ์

-สัตว์อสูร ขุนพลยักษ์ มังกรกัณฐ์ ชั้นอนุราชา ระดับ 210 ปรากฏ ผู้ที่ถูกสังหารจะถูกริบทรัพย์สินทั้งหมดและเพิ่มเวลารอเกิดเป็น 7 วันค่ะ-

“หึ.. ยิ่งกว่านี้ก็เจอมาแล้วน่า 210 เหรอ.. 680 ยังไขว้มาแล้ว ไม่กลัวหรอกเว้ย!

“ระดับห่างกันตั้ง 130 ระดับ แต่ก็นะ.. ผมจะตัดมันให้ขาดจนหาเค้าไม่เจอเลย!

 

 

 

คุยกับผู้อ่าน ..ที่สนใจช่วงนี้

รันก็มีฮาเร็มแล้ว(วอล์ค โรส ทิวลิป ตา ไคโร ลาส เฟซ รันมารุ + โคลอี้) ส่วนริวเองก็มีกับเขาบ้างแล้วถึงจะมีตัวจริงอยู่แล้วก็ตามที(บาร์บาทอส โคโนฮะ อินาริ อามาเทราสุ สึคุโยมิ + จิ้งจอกเก้าหางทั้งหมู่บ้าน) แน่นอนว่ารัดเกล้าเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน(เม็ง เหวินซื่อ ฟีเดลม่า) ถึงจะน้อยกว่าใครเขา.. และนี่ คนล่าสุด เท็นหรือเอเธน เปิดรับสมาชิกฮาเร็มจ้า(ยาเอโกะ-สามชิกหมายเลขหนึ่ง) ฮ่าๆๆ จะเริ่มรีไรท์แล้วนะคร้าบ

ปอ ลิง ยังอัพเป็นปกติเหมือนเดิมนะครับ ปิดเทอมแล้ว แต่ยังมีสอบอยู่ ฮือออ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น