God Presentiment Online ภาค สงครามเทียมเทพ

ตอนที่ 78 : บทที่ 18 หุบเขาสายหมอก : พิสูจน์ฝีมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    3 เม.ย. 57

บทที่ 18 หุบเขาสายหมอก
ช่วงที่สาม พิสูจน์ฝีมือ

“พวกนายนี่มีอะไรมาให้แปลกใจได้เรื่อยๆเลยนะเนี่ย”รันกล่าวออกมาขณะแหงนหน้ามองดูเรือเดินทะเลขนาดยักษ์สีดำที่บัดนี้ลอยอยู่กลางอากาศด้วยละอองเวทมนตร์ที่ทำหน้าที่พยุงเรือ ชายหนุ่มหรี่ตามองฉลามเหล็กสองตัวที่ลากเรืออยู่ด้วยท่าทีไม่ไว้ใจเท่าไหร่นัก แน่นอน.. หากมันหลุดจากโซ่มามันคงไม่มาไล่งับเขาหรอกนะ?

“ไม่ต้องห่วงน่า มันไม่ใช่สัตว์อสูร แค่ฉลามเหล็กที่ถูกใส่วิญญาณของปลาการ์ตูนเข้าไปเท่านั้น”คำของรัดเกล้าอนาวิลทำให้เขาต้องหันขวับไปมองด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ชายหนุ่มหันกลับไปยังฉลามเหล็กทั้งสองตัวอีกครั้งก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อเห็นมันแหวกว่ายไปมาในอากาศด้วยท่าทีร่าเริงเต็มปรี่

“..ปลาการ์ตูนเนี่ยนะ?”รันหันไปยังที่มาของเสียงหัวเราะก็พบกับริวที่บัดนี้กลายเป็นจิ้งจอกเก้าหางรูปร่างมนุษย์สีดำไปเสียแล้ว เห็นทีว่าจากกันไปไม่นานนักก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกับเพื่อนของเขาคนนี้มากโข สังเกตได้จากหญิงสาวผิวซีดเทาที่กอดแขนอยู่ไม่ห่าง นั่นยังไม่นับเด็กสาวตัวน้อยที่มีหูและหางจิ้งจอกเก้าหางสีขาวอีก รวมทั้งทานูกิสาวที่ยืนอยู่เยื้องๆไม่ห่างกันมากนัก

“จะนีโม่หรืออะไรก็ช่าง.. ไปทำอะไรกันมามั่งเนี่ย? แล้วเรือนี่มันมาได้ยังไง?”และยังไม่ทันไรเขาก็เหล่ตามองไปยังเด็กสาวผมขาวในชุดจอมยุทธ์ราคาแพงและเด็กสาวร่างเล็กอีกคนที่ขี่หลังรัดเกล้าอยู่ นัยน์ตาสีเหลืองอำพันที่ส่องสว่างผ่านความมืดของฮู้ดคลุมหัวของเธอที่ส่งมานั้นทำเอาเขาขนลุกได้ไม่ใช่น้อย

“เรือนั่นเป็นอภินันทนาการจากเพื่อนเก่าตอนที่ไปไฮบลูน่ะ ตอนนี้เจ้านั่นออฟไลน์ไปก่อนแล้วล่ะ เห็นบอกว่ามีธุระ”รัดเกล้าอนาวิลกล่าวด้วยความสัตย์จริง สากลออฟไลน์ไปก่อนทั้งยังไม่ถึงเวลาเพราะว่าเขาถูกเรียกตัวให้เข้าไปผ่าตัดด่วนที่โรงพยาบาล แม้จะเป็นแพทย์มารไร้สำนึกในเกม แต่ทว่าในโลกจริงหมอไร้จรรยาบรรณคนนี้ก็เป็นถึงศัลยแพทย์มือหนึ่งในโรงพยาบาลดังเลยทีเดียว

“ส่วนสองคนนี้ก็เป็นผลพลอยได้นิดหน่อย..”

“เรียกใครว่าผลพลอยได้กันยะ?”นักประดิษฐ์หนุ่มร้องจ้าเมื่อถูกมือเล็กๆของเด็กสาวผมขาวตีเข้าให้ที่แขน และด้วยเด็กสาวในผ้าคลุมอีกคนที่เห็นด้วยกับคำพูดนั้น หูของชายหนุ่มผู้โชคร้ายจึงถูกบิดเกลียวด้วยมือเรียวขาวซีดของเด็กสาวปริศนาใต้ผ้าคลุม

“จ้ะๆๆ ยอมแพ้แล้ว.. คนนี้ชื่อเหวินซื่อ ประมาณว่าเมดูซ่าแห่งทวีปลมปราณ ไม่ใช่ที่จ้องแล้วแข็งด้วยคำสาปนะ แต่เป็นการใช้พลังจิตกับลมปราณผสมกัน ส่วนบนหลังนี่คือ.. เจ้าหญิง อืม เจ้าหญิงอสูรเงือก ฟีเดลม่า”สิ้นคำอธิบาย เด็กสาวที่ถูกแนะนำว่าชื่อเหวินซื่อค้อมศีรษะเล็กน้อยก่อนจะกล่าวแนะนำตัวเองอีกครั้งหนึ่ง

“ข้าชื่อเหวินซื่อ ขอฝากตัวด้วย..”

และเช่นเดียวกัน เจ้าหญิงอสูรเงือกปลดฮู้ดคลุมศีรษะลงเผยให้เห็นถึงวงหน้าของเด็กสาววัยเยาว์ผิวซีดเจ้าของเรือนผมยาวสยายสีน้ำเงินเข้ม นัยน์ตาสีอำพันบัดนี้เจือแววตาลงเผยเค้าแววของความถ่อมตนออกมาให้ได้เห็น เด็กสาวคลี่ยิ้มบางก่อนจะเอ่ยแนะนำตัว

“ข้าคือฟีเดลม่า หวังว่าข้าคงไม่ทำให้พวกท่านต้องลำบาก..?”

“เฮ้ยทำไมเรียบร้อยจังล่ะ? ตอนที่อยู่กับฉันออกจะห้าว โอ๊ยๆๆ.. พอแล้วๆๆ ว่าแต่เม็งหายไปไหนเนี่ย?”หากเมื่อกล่าวถามถึงเด็กสาวอีกคน จิ้งจอกสนธยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและชี้นิ้วไปยังกระท่อมไม้หลังเล็กๆที่อยู่ไม่ห่างจากตรงนั้นมากนัก กระท่อมอันเป็นที่อยู่และที่ทำงานของช่างเหล็กมือหนึ่งอย่างมุกอันดา

“เข้าไปป่วนมั้ง? น้องนายคนนั้นน่ะ..”

“แล้วจะไม่แนะนำหน่อยเลยรึไง หืม? สามคนนี้น่ะ?”รันกระพริบตาปริบๆมองดูอากัปกิริยาของสามสาวที่มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ หญิงสาวผิวซีดดูจะมีความกล้ามากกว่าอีกสองคนนั้นเผยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยแนะนำตัว

“บาร์บาทอส.. ลำดับที่ 8 ค่ะ”

“หะ...หา? บาร์บาทอส.. กุญแจย่อยลำดับที่ 8 นั่นน่ะนะ? ละ..แล้วๆๆ แล้วทำไมควงแขนกันกระหนุงกระหนิงแบบนั้นน่ะ?”ไม่ต้องให้ตอบเขาก็พอจะเดาออกเมื่อเห็นสีหน้าของริว เห็นทีว่าเพื่อนของเขาคนนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว ถึงกับทำให้ศัตรูมายอมสิโรราบได้นี่..

“ข้าน้อยขอคารวะ”

“คารวะหาพระแสงแกเรอะ!? ไปบริหารจัดการสาวๆของแกให้ดีก่อนเถอะ วอล์คกับลาสโลว์โดนลากเข้าป่าไปแล้วมั้งน่ะ?”นั่นทำให้เขาต้องหันขวับไปมองรอบด้านโดยเร็ว และเมื่อไม่พบกับบุคคลทั้งสองในคำพูดเขาก็ต้องเบ้หน้าด้วยความวิตก ชายหนุ่มถอนใจก่อนจะขยายขอบเขตการรับรู้ผ่านลมปราณภายนอกก่อนจะต้องรีบปรี่หายเข้าไปในป่าทันที

“คนนั้นน่ะเหรอ.. จอมมาร เจ้านายของริวซามะ?”

“อื้ม แข็งแกร่งขึ้นมากเลย แค่ไม่กี่วันเอง..”คนทรงหนุ่มหลุบตาลงมองมือเล็กๆสีเทาซีดที่กุมมือเขาอยู่นั่นด้วยความสงสัย บาร์บาทอสกุมมือเขาแน่นขึ้นอย่างไร้สาเหตุ นัยน์ตาสีม่วงพรายที่หรี่ลงนั่นบ่งบอกให้เขารู้ได้ในทันทีว่าเธอกำลังกังวล ริวยกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเล็กน้อยก่อนจะดึงให้มาซบไหล่

“ไม่ต้องห่วงน่า ไม่เป็นไปอย่างที่เธอกังวลหรอก ถ้าฉันกับรัดเกล้าร่วมมือกัน..”

“อืม ฉันเชื่อ.. มันต้องไม่เป็นไร”

แม้เขาจะยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้บาร์บาทอสต้องกลัวมากขนาดนี้ก็ตามที แต่ว่าหากอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อรันเก่งขึ้นเขาก็ต้องเก่งขึ้น ตะเกียงจ้าวพายุและฟูลคอร์สมีความลับเป็นของพวกมันเอง และพวกเขาก็ยังดึงเอาความลับนั้นมาใช้ประโยชน์ได้ไม่มากเท่าไหร่นัก หากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับรันจริงๆ พวกเขาก็ยังมีไพ่ที่เหนือกว่าเก็บเอาไว้

โซโลมอน.. แกจะแข็งแกร่งแค่ไหนกันนะ

ริวเสตามองไปรอบด้านก่อนจะซึมซับบรรยากาศเงียบสงบนี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด ภายในกระท่อมไม้หลังนั้นคือมุกอันดา เอเธน และยามาตะโนะโอโรจิรวมทั้งจิ้งจอกขนทองทั้งสอง ไม่ไกลไปจากตรงจุดที่เขาอยู่คือรัดเกล้ากับเหวินซื่อและฟีเดลม่าที่เพิ่งเดินไปตรวจสอบดูแลสภาพของเรือ ด้านข้างของเขาคือบาร์บาทอสกับโคโนฮะและอินาริ และภายในป่านั่น..

จุดที่เขารับรองได้เลยว่ามีทุกอย่างยกเว้นความสงบ

ทำไมน่ะหรือ? ก็ฮาเร็มของจอมมารกำลังจัดการประชุมใหญ่กันอยู่น่ะสิ

 

 

“ไม่ค่ะ ไม่มีทาง.. โดยเฉพาะพี่ไคโรเลย ทำไมกันคะ..!?”หญิงสาวร่างบางผู้เป็นน้องสาวฝาแฝดของหัวข้อในการสนทนาครั้งนี้ร้องออกมาลั่นโดยไม่สนใจสิ่งใด วอล์คเม้มริมฝีปากแน่นมองดูเหล่าหญิงสาวตรงหน้าที่ต่างมีใจให้กับพี่ชายของเธอด้วยแววตาขัดใจ

“ความจริงแล้วพี่ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งรันไป..”

“แล้วทำไมถึงทิ้งกันคะ!? พี่รันอกหักมาก็หลายครั้ง พี่คิดว่าจะทิ้งก็ทำกันง่ายๆ จะกลับมาคืนดีก็ทำกันง่ายๆเหรอ? พี่คิดว่าหัวใจของผู้ชายคนนึงมันจะรับกับเรื่องพวกนี้ได้อย่างนั้นเหรอคะ!?”ลาสโลว์ที่ยืนอยู่ข้างๆไม่อาจจะเอ่ยปากห้ามปรามวอล์คได้เลยแม้แต่น้อย เธอเองก็เพิ่งจะรับรู้เรื่องนี้พร้อมๆกับวอล์ค เธอไม่ได้โกรธพวกทิวลิปที่ทำแบบนี้ ไม่เลยสักนิด มิหนำซ้ำเธอออกจะดีใจด้วยซ้ำที่เธอยังมีโอกาสกับเขา

แต่คำว่าโอกาสนี้นั้นมีราคาที่ต้องจ่าย

และราคานั้นคือน้ำตาของหญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีเดียวกับชายที่เธอรัก

“วอล์ค ฟังพี่ก่อนสิ..”

ไม่มีคำตอบใดเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาวเจ้าของชื่อ วอล์คข่มตาแน่นไม่มองใครตรงหน้าทั้งนั้น รันควรจะเป็นของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เธออยู่ใกล้กับเขาที่สุด เธอรักเขาที่สุด ไม่มีความรักของใครเอาชนะความรักที่เธอมีให้เขาได้แน่นอน แต่ทำไมในตอนนี้เธอถึงได้เจ็บปวดแบบนี้กัน..?

รันเปิดใจรับรักทั้งทิวลิป โรส ตา เขากระทั่งลืมเรื่องราวที่ไคโรทำกับเขาเอาไว้และให้โอกาสเธออีกครั้ง แน่นอนว่าที่โลกภายนอก การกระทำของเขาก็บ่งบอกได้ชัดเจนแล้วว่าทั้งลาสโลว์ โป๊คเกอร์เฟซ รันมารุ ..บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเขาใส่ใจพวกเธอแค่ไหน

ทว่าในทางกลับกัน

เธอที่เป็นน้องสาวของเขา น้องสาวแท้ๆ กลับค่อยๆห่างจากเขาไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ

จนเธอเริ่มกลัวว่าเขาจะหมดรักเธอ จะไม่ให้โอกาสกับเธออีกแล้ว ข้อเท็จจริงของคำว่าพี่น้องจะกลับมาขั้นกลางระหว่างเธอกับเขาอีกครั้ง คนอย่างรัน เธอรู้จักเขาดี ในแววตาของเขาที่มองทุกคนนั้นเต็มปรี่และอบอวลไปด้วยความรัก ทว่านัยน์ตาที่เขาใช้มองเธอนั้นมีทุกอย่างยกเว้นความรู้สึกนั้น

เขาเอ็นดูเธอจนมันเปรียบเหมือนความรัก

หลังจากคืนดีกันก่อนคอนเสิร์ตครั้งนั้น.. รันตามใจเธอทุกอย่าง จนเธอเองหลงคิดไปว่าความเอ็นดูที่เขามีให้นั้นคือความรัก เป็นยาพิษที่หลอกหลอนเธอให้เชื่อว่ามันหอมหวาน ทว่าในท้ายที่สุดกลับแผลงฤทธิ์ออกมาและกัดกินเธอไปอย่างช้าๆจากข้างในจนไม่เหลืออะไรอีกเลย

“...”

“...”

ไม่มีใครกล้าปริปากเอ่ยอะไรออกมา ไม่มีเลยสักคนที่กล้าจะเข้าไปปลอบหญิงสาวตรงหน้า ทิวลิป โรสและตาต่างมองตากันเลิ่กลั่ก แผ่นหลังของทั้งวอล์คและไคโรไหวสั่นระริก ทั้งสองที่ยืนเผชิญหน้าเข้าหากันต่างไม่มีใครมองตาซึ่งกันและกัน ทั่งคู่ล้วนหลับตา กลั้นไม่ให้ความรู้สึกผิดและความผิดหวังกลั่นตัวออกมาเป็นน้ำตาไหลปริ่ม

และแล้วก็เป็นไคโรที่พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกของตนก่อน

หญิงสาวผู้เคยให้เหตุผลอยู่เหนือหัวใจบัดนี้คุดคู้ลงนั่งและร้องไห้กระซิก มือเรียวทั้งสองข้างปาดเช็ดน้ำตาออกอย่างไม่ยอมหยุด ความรู้สึกและความเจ็บปวดที่อัดอั้นไว้ท่วมท้นออกมาจนล้นเอ่อไม่อาจทานทน

“พี่ผิดเองที่ทิ้งรันไปในตอนแรก พี่ผิดเอง..”

“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็บอกเหตุผลมาสิคะ เหตุผลที่พี่ทิ้งพี่รันน่ะ มันไม่ใช่เพราะงานแน่นอน เพราะตารางของหนูกับพี่ก็ใกล้เคียงกันถ้าวัดเรื่องระดับความนิยม ไม่มีทางที่พี่จะยุ่งเกินกว่าจะปลีกตัวมาหาพี่รันได้หรอก พี่จงใจห่างจากพี่รันเพื่ออะไรกันคะ?”วอล์คยกมือขึ้นเช็ดหยาดน้ำใสๆที่หางตาเล็กน้อยก่อนจะลดมือลงมากอดอก นัยน์ตาสีทองที่แข็งกร้าวบัดนี้เยือกเย็นจนน่าใจหาย ไม่มีความเศร้า ไม่มีความกังวล ไม่มีความรู้สึกใดๆแสดงออกมาบนสีหน้าของเธอ

สมิงสาวหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างคาดโทษ

“เรื่องนั้นพี่บอกไม่ได้..”

ไคโรกัดฟันแน่น หากเธอบอกเรื่องของพฤกษาแรกกำเนิดออกไป อย่างน้อยคนหนึ่งล่ะ ในที่นี้ที่จะเริ่มระแวงเธอ ทิวลิปเองก็เคยใช้พลังของพฤกษาแรกกำเนิด ตอนที่กำจัดนักรบอัญเชิญของเธอที่อลาสไทร์ ลักษณ์ดอกซากุระบนฟ้านั่นพ้องกับชื่อตัวละครของทิวลิป

ซากุระยาชิกิ

ถ้าหากเธอปริปากพูดออกไปล่ะก็ สายตาของคนรอบข้างจะมองเธอแปลกไป..

“ทำไมล่ะคะ? มันเป็นเรื่องที่ต้องปิดบัง..? หรือว่าที่พี่กลับมาคืนดีกับพี่รันมันอาจจะมีเหตุผลลับหลัง มันอาจจะเป็นแผนการที่ทำเพื่อความต้องการบางอย่าง พี่จะหลอกใช้พี่รันเหรอคะ?”นี่คือสิ่งที่เธอกลัวที่สุด ไคโรเชิดหน้ามองวอล์คด้วยน้ำตาที่อาบแก้ม และนั่นทำให้เธอต้องชะงัก

ก้อนเนื้อในอกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเค้นทำลาย

สายตาของวอล์คเย็นชาจนแทบทุกคนในที่นี้ต่างหนาวสันหลัง

หากรันโกรธ.. เขาจะเป็นยิ่งกว่านี้รึเปล่า?

“มันเป็นเรื่องภายในครอบครัว”

“โกหกค่ะ”

ไคโรเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อคำโกหกของเธอถูกจับได้ง่ายๆ มือเท้าสั่นระริกอย่างน่าประหลาด เธอเข้าใจความรู้สึกนี้ดี มันคือความกลัว เธอกำลังกลัววอล์ค..

“มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวจริงๆ วอล์ค”เสียงที่ดังขึ้นทำลายความเงียบคือเสียงของชายที่ทุกคนในที่นี้ต่างหมายปอง วอล์คหันขวับไปมองรันที่ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังด้วยสายตาคลางแคลง สมิงสาวมองผู้เป็นพี่ชายที่ค่อยๆก้าวไปพยุงตัวไคโรให้ลุกขึ้นมาก่อนจะหันกลับมาสบตา

“พี่รันรู้ได้ยังไงกันคะ?”

“เราคิดว่าพี่เป็นใครกัน หืม? ไคโรก็ส่วนไคโร โรสก็ส่วนโรส ตาก็ส่วนตา ทุกคนเองก็มีเรื่องที่ต้องคิดและต้องทำ ไม่มีใครต้องการที่จะบอกเรื่องส่วนตัวของตัวเองให้คนอื่นรับรู้หรอกนะ”รันยิ้มบางๆก่อนจะยกมือขึ้นและขยับไปลูบศีรษะของอีกฝ่าย ทว่าวอล์คกลับยกแขนขึ้นมาขวางเอาไว้ด้วยแววตาที่แข็งกร้าว

“..แล้วหนูล่ะ?”

“...?”

“เป็นแค่น้องสาว อย่างนั้นสินะคะ?”คำพูดของวอล์คเฉลยข้อสงสัยของทุกคนในที่นี้ หนึ่งในทุกคนที่มีความรักให้กับรัน มีเธอเพียงคนเดียวที่มีสถานะแปลกที่สุด และเป็นสถานะที่อันตรายที่สุดเช่นกัน การที่เธอจะรักเขานั้นคือการเล่นกับศีลธรรม แม้น้องสาวจะใกล้ชิดกว่าเพื่อนที่เพิ่งพบเจอ รู้จักกันดียิ่งกว่าเพื่อนสมัยเด็ก และเข้าใจกันยิ่งกว่าปัญญาประดิษฐ์ในเกม

วอล์ค เธอใกล้ชิดกับรันที่สุด และในขณะเดียวกัน..

เธอก็ห่างจากเขามากที่สุดเช่นกัน

แต่ปฏิกิริยาที่รันมีนั้นผิดไปจากที่ทุกคนคาดการณ์เอาไว้ ไม่ใช่ความวางใจหรือความข้องใจ แต่สีหน้าของเขาในตอนนี้แสดงออกว่าเขากำลังโกรธเธอ วอล์คมองพี่ชายของตนก่อนจะยิ้มออกมาด้วยน้ำตาที่ไหลปริ่ม

“สุดท้ายหนูก็เป็นได้แค่น้อง.. สินะคะ? ไม่มีทางดีไปกว่าแฟนเก่าพี่ได้หรอก ไม่มีทางดีไปกว่าเพื่อนสมัยเด็กได้หรอก ไม่มีทางดีไปกว่าคนที่พี่ตกหลุมรักได้หรอก! ไม่มีทาง-!?

สมิงสาวเบิกตากว้างเมื่อร่างกายของตนไม่ตอบสนองต่อคำสั่ง คำพูดที่พร้อมจะพรั่งพรูออกมาถูกหยุดเอาไว้ด้วยจูบของเขาที่ช่วงชิงอิสรภาพของริมฝีปากของเธอไป พลังบางอย่างที่เธอไม่รู้จัก ไม่ใช่ปราณ จิต หรือเวทมนตร์ มันค่อยๆรุกลามเข้ามาจากจูบนั้นและเข้ายึดร่างกายของเธอ บ่อนทำลายเรี่ยวแรงที่เคยมีทำให้เธอต้องทรุดลงในอ้อมอกของเขาราวกับคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้

วอล์ค..

เสียงของพี่ชายที่ดังขึ้นในหัวทำให้เธอต้องขมวดคิ้ว นัยน์ตาสีทองสองคู่สอดประสานกันในระยะประชิด ถ่ายทอดความรู้สึกของความงุนงงสงสัยและความห่วงหารักใครให้แก่กันและกัน จูบที่พี่ชายคนนี้มอบให้ไม่ใช่จูบธรรมดาที่เพียงแตะริมฝีปากกัน ความรู้สึกที่เธอรับรู้อยู่ในตอนนี้มันเหมือนกับวันนั้น..

มันไม่ใช่ละครหรอกนะยายน้องบ๊อง

เอ๋?

วันที่พี่กับแม่ทะเลาะกันวันนั้น ทุกอย่างที่พี่ทำกับเรามันไม่ใช่ละครหรอกนะวอล์ค พี่เผลอไป ..มันไม่ใช่ว่าเอาจริงหรือว่าอะไร แต่พี่ปล่อยให้มันหลุดออกมา ความรู้สึกที่พี่มีให้กับเราน่ะ.. อืม อย่างที่เราเคยบอกกับพี่ไง วอล์ครักพี่มากกว่าคำว่าพี่ชายนานแล้วนั่นน่ะ

สงครามขนาดย่อมภายในโพรงปากเล็กของสมิงสาวเรียกร้องให้เธอต้องครางฮือออกมาเมื่อเขาเล่นงานจุดอ่อนของเธออยู่เรื่อย รุกไล่ควานหาความหวานในปากของเธอไม่หยุด จะคำพูดที่ผลุบเขามาในหัวก็ดี รสสัมผัสที่เธอฝันหานี้ก็ดี วอล์ครวบรวมแรงที่หมดที่เหลืออยู่ยกแขนขึ้นดันเขาออก

ทว่ากลับทำไมไม่ได้เมื่อเขาคว้าตัวเธอเข้าไปกอดไว้แน่น

พี่ไม่เคยเห็นเราเป็นน้องสาวเลยนะ พี่กลัวว่าพี่จะควบคุมตัวเองไม่ได้และทำอะไรที่ไม่น่าให้อภัยลงไปกับเรา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตมันเพิ่มมูลค่าให้กับความรู้สึกนี้ไปเรื่อยๆจนพี่เองก็แยกไม่ออกว่ามันคือความอยากหรือว่าความรัก แต่พอได้ยินเราบอกว่าเป็นได้แค่น้องสาวแล้วมัน..

ทนไม่ได้เหรอคะ?

หึหึ พี่จะไม่ทนแล้วต่างหาก ยายบ๊อง

การปรับความเข้าใจของสองพี่น้องนี้ดูไม่ต่างอะไรไปจากปกติ ทว่าภาพที่เหล่าหญิงสาวรอบด้านนั้นกำลังรับชมอยู่กลับไม่ต่างอะไรไปจากการพลอดรักของหนุ่มสาวที่ดูจะเร่าร้อนจนต้องเขินแทน รันที่กอดน้องสาวของเขาเอาไว้แน่นและมอบรสรักให้อย่างร้อนแรง กับวอล์คที่ไม่อาจทานรสสัมผัสที่ผู้เป็นพี่ชายมอบให้ได้ไหวจนต้องโอนอ่อนไปตามความต้องการของเขา

และไม่นานนักการปรับความเข้า(?)ก็จบลงด้วยสมิงสาวที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

รันมองวอล์คด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ทีนี้เข้าใจรึยังว่าที่กังวลมาน่ะ กังวลเก้อ?”

“งืม... เข้าใจแล้วค่ะ”

ท่ามกลางสายตาของเหล่าหญิงสาวที่ช็อกตาตั้ง

สองพี่น้องได้ใกล้ชิดเข้าไปอีกระดับ..

“พี่น้องที่ไหนเขาปรับความเข้าใจด้วยวิธีนี้เนี่ย!!?

 

 

แก๊ง.. แก๊ง..

“ดาบที่ตีขึ้นมาจากเพลิงอมตะ ใช้ฟริกไนท์..โลหะมีชีวิตกับโอริคัลคุม..แร่ธาตุศักดิ์สิทธิ์ แถมด้วยวัตถุดิบอื่นๆที่อยู่ในระดับสูงลิ่วที่แทบหาไม่ได้แม้ในตลาดมืด ฉันชักอยากรู้แล้วสิว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหนน่ะ”นักประดิษฐ์ผู้มากความรู้กล่าวออกมาขณะมองค้อนตีเหล็กที่ทุบลงไปยังแท่งโลหะร้อนฉ่า ไฟสีทองที่ทรงอานุภาพนั้นน่ากลัวว่าจะหลอมได้แม้กระทั่งทิวาปรปักษ์หรือราตรีครวญคลั่งบัดนี้กำลังใช้ตีดาบอีกเล่มหนึ่งขึ้นมา

และที่สำคัญ วัตถุดิบหลักของดาบเล่มนี้ไม่ใช่ฟริกไนท์หรือโอริคัลคุม..

แต่เป็นอดามันเธียม

“ใครจะไปรู้ว่าทิวไผ่ไม้ไหวคุณศรีภรรยาของแกจะมีอดามันเธียมอยู่ในครอบครอง?”ริวว่ายิ้มๆก่อนจะเสตามองไปยังรัดเกล้าที่เบ้หน้าเมื่อถูกพูดถึงทิวไผ่ฯ นักประดิษฐ์หนุ่มถอนหายใจก่อนจะลู่ไหล่ลงคอตก

“ไม่ใช่เมียโว้ย แค่รับปากจะดูลูกให้แค่นั้นเอง แถมลูกที่ว่านั่นไม่ใช่ธรรมดา เฟนริสซัลฟูร์.. เฟนริลเลยนะเว้ย ตอนอยู่ที่ไฮบลูฉันเห็นมันยึดร่างเจ้าทิวออกมาไล่อัดลูกสมุนของโซโลมอนสองตัวได้ชิลๆเลยนะ ดีไม่ดีถ้าเม็งถ่วงเวลาได้อีกสักนิดคงจะมาจัดการร่างแยกของลิเวียธานไปแล้ว”

เด็กสาวที่ทำหน้าที่ตีดาบให้กับเอเธนได้แต่เผยยิ้มแห้งๆเมื่อได้ยินบทสนทนาของชายหนุ่มทั้งสองคนนี้ มุกอันดาเสตามองไปยังถังใส่น้ำเล็กๆที่เต็มไปด้วยเปลวไฟประหลาดสีเขียวแล้วก็อดเหลือบตาไปมองชายหนุ่มอีกคนนี่ที่ทำงานของเธอไม่ได้

“หืม? มีอะไรรึเปล่า?”

เขารู้สึกได้ถึงสายตาของเธอแล้วจึงหันมาถามด้วยสีหน้าท่าทางเป็นกันเอง ทว่าช่างเหล็กสาวกลับส่ายหน้าหวือและหันกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อโดยไม่แม้แต่จะเริ่มบทสนทนา รันได้แต่เบ้หน้ากับท่าทีหวาดๆของมุกอันดาแล้วจึงหันไปหารัดเกล้าและริวเพื่อขอความเห็น

“ไอ้หื่น”

“อาเสี่ยโรคจิต”

“ฉันไม่ได้..!

เถียงไม่ออก ใช่แล้ว เขาเถียงไม่ออกเลยสักคำ หลังจากที่ปรับความเข้าใจกับวอล์คเสร็จแล้วพอจะเดาออกไหมว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ห้าห้าห้าบวก..ขำไม่ออกเลยล่ะ ทั้งทิวลิป โรส ตา.. ทุกคนเลย ทุกคนเข้ามารุมเขา น่ากลัวมากกว่าจะผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ด้วยความช่วยเหลือของช่างเหล็กสาวคนนี้ที่นั่งก้มหน้างุดทำงานของตัวเองอย่างระแวดระวัง

ในสายตาของเธอเขาคงกลายเป็นไอ้โรคจิตที่กวาดสาวเข้าฮาเร็มและไม่เว้นแม้กระทั่งน้องสาวแท้ๆของตัวเอง เจอแบบนี้ภาพพจน์ที่สั่งสมเอาไว้ตอนที่สังหารมังกรกัณฐ์มันก็ดูจะป่นปี้ไปจนหมด

“เถียงไม่ออกล่ะสิ?”

“ชิ.. เออ จะว่าไปแล้วทำไมมังกรกัณฐ์ถึงทำงานให้กับรัตนะกินนรกัน ไม่ใช่สิ.. ทำงานให้กับวนาพงไพรดีกว่า ขุนพลยักษ์ระดับนั้นร่วมมือกับผู้เล่นแล้ว คงไม่ใช่ว่ากรุงลงกาคิดจะหนุนหลังวนาพงไพรหรอกนะ?”คำพูดของรันเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้อย่างดี การที่ขุนพลยักษ์ระดับสูงร่วมมือกับผู้เล่นก็เป็นไปได้ว่าจะมีข้อตกลงบางอย่าง

แต่ทำไมถึงเป็นวนาพงไพรที่อ่อนแอที่สุด?

ไม่เป็นมัทนาทมิฬหรือว่ากาฬสิงหะ?

“ไม่แปลกหรอกที่เป็นวนาพงไพร มันเป็นกิลด์ที่อยู่ในเขตป่าต้องห้าม ตอนที่ฉันไปก็มีแต่พวกลิ่วล้อระดับล่าง ไม่ได้จะดูถูกนะ.. แต่มันอยู่ในระดับที่ตุ๊กตาของวอล์คกับเวทมนตร์ของลาสโลว์จัดการได้โดยที่ไม่ต้องสั่งงานน่ะ โล่งเกิน... พวกมันคงหาทางออกไปนอกทวีปแล้วเจรจาหาคนมาช่วยได้ล่ะมั้ง คนถึงได้เหลือน้อยขนาดนั้น”

“ข้ามทวีปเหรอ? ทำไมไม่มีประกาศ...”

“ไม่รู้สิ อาจจะมีวิธีพลิกแพลงอะไรก็ได้ หรือบางทีอาจจะเป็นพวกยักษ์ที่มาหาวนาพงไพรเองก็เป็นไปได้”รันทิ้วตัวลงนั่งกับเก้าอี้ก่อนจะยกขาขึ้นไขว่ห้าง ยักษ์หนุ่มเอียงคอมองนอกหน้าต่างก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อสาวๆของเขากำลังคุยเล่นกันดูมีความสุข

ก็กล้าไปนิดนะที่ใช้คำว่า ของเขา ต่อหลังน่ะ..

แต่พวกเธอ.. เขาเองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นยังไง แต่ว่าเขาอยากให้พวกเธอมีความสุขเหมือนๆกัน ไม่อยากให้พวกเธอร้องไห้ และเขาก็อยากให้พวกเธออยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ตอนนี้เขายังต้องคิดอยู่อีกว่าจะทำยังไงให้โป๊คเกอร์เฟซกับรันมารุเข้ามาในเกมได้..

“จะว่าไปแล้วพลังใหม่ของนายนี่โคตรอันตรายเลยนะเนี่ย”

“หืม? เหรอ? ก็ว่างั้นล่ะ.. เห็นโอดินยังหวาดๆเลย ได้ยินมาว่ามันเป็นพลังแบบเดียวกับโลกิ ลูซิเฟอร์แล้วก็อิซานามิ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าของเทพพวกนั้นมันจะอันตรายแบบนี้รึเปล่าแต่.. ที่ฉันใช้อยู่มันสามารถหักล้างทุกสิ่งได้ง่ายๆเลย”

“ก็พลังด้านลบนี่นะ ฟูลคอร์สยังไม่รู้จักเลย.. บอกได้แค่ว่ามันเป็นความรู้สึกด้านลบของนายเท่านั้นเองน่ะ แปลกดี”รัดเกล้าอนาวิลว่าแค่นั้นก่อนจะหันไปหาเม็งที่รวบแขนกอดเข้าที่ด้านหลัง น้ำเสียงจ๊ะจ๋าแบบนั้นทำให้เขาเริ่มอยากให้ใครสักคนในกลุ่มพวกเธอพูด

ตาเหรอ.. ไม่ รายนั้นเหมาะจะเป็นแบบซึนเดเระมากกว่า อืม..

ลาสโลว์ก็น่าจะดีแฮะ

“คิดอะไรอยู่ ทำหน้าเหมือนฝันหวาน.. นี่ของฉันนะเฮ้ย”รัดเกล้าขยับใช้ตัวบังเม็งเอาไว้ก่อนจะมองมาที่เขาตาขวาง สายข่าวตัวน้อยเกิดหน้าแดงขึ้นมากะทันหันก่อนจะทุบหลังผู้พูดเบาๆแล้วจึงวิ่งหนีหายออกไปโดยเร็ว

“กินเด็กมันผิดกฎหมายรู้ป่าวพี่?”

“16 จะ 17 แล้วโว้ย ไม่เด็กแล้ว”

“แหม่ๆ ร้อนตัวล่ะร้อนตัว...”ริวว่ายิ้มๆก่อนจะเสกไฟสีทองนั่นออกมาอีกครั้ง ส่วนเขาก็มองดาบที่ถูกจุ่มลงใส่ถังเพลิงสีเขียว ความร้อนจากเพลิงอมตะหายไปในทันทีราวกับไม่เคยมีมาก่อน มุกอันดาทำงานของเธอได้ดีเยี่ยมจนตอนนี้ดาบของเอเธนเริ่มดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว

“ขอตัวก่อนสักครู่นะ เดี๋ยวมา.. ออกไปเดินเล่นรับลมสักหน่อย”

คำพูดของรันที่จู่ๆก็หลุดโพล่งออกมทำให้ทั้งสามคนหันมามองด้วยความงุนงง

“อะไร ขาดไม่ได้เลยรึไง น้ำตาลในเลือดสูงล่ะเป็นเบาหวานนะเออ”ริวแซวไล่หลังมาเล็กน้อยให้เขาได้เหล่ตามองคาดโทษ รันส่ายหน้าแล้วจึงเดินตรงออกจากห้องทำงานของมุกอันดาไป เหลียวมองไปทางห้องนั่งเล่นก็เจอกับเอเธนที่กำลังอยู่ในขั้นตอน สร้าง ดาบกับยาเอโกะหรือยามาตะโนะโอโรจิอยู่พร้อมกับอากิและอาเมะ

“ทำไม.. กิลด์เรามีแต่คนมีความรัก?”

ยักษ์หนุ่มส่ายหน้าอีกครั้งก่อนจะพลิ้วกายหายเข้าไปในสายหมอกรอบด้าน รันกวาดสายตามองดูรอบด้านก่อนจะสังเกตเห็นถึงบางสิ่งที่แปลกออกไปจากรอบด้าน ดอกไม้สีแดงที่ขึ้นอยู่บนผา ดอกเดียวโดดๆไม่มีดอกอื่นแซม

ที่แปลกไม่ใช่เพราะสถานที่

แต่เป็นพลังเวทมนตร์ในดอกไม้นั่นต่างหาก..

“เก็บไปให้พวกนั้นจะดีไหมนะ? แต่ถ้าเก็บก็ต้องหาเพิ่มน่ะสิ”รันยิ้มขึ้นมาก่อนจะกระโดดขึ้นไปเด็ดดอกไม้นั้นออกมาถือไว้ หน้าต่างคำอธิบายเด้งขึ้นมาพร้อมกับนัยน์ตาของชายหนุ่มที่เบิกกว้าง รันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะยิ้มแห้งๆ

“ดอกเลือดบุหรง อาหารของเผ่าวิหค.. เอาแล้วไง”

ยักษ์หนุ่มเผยยิ้มแห้งๆก่อนจะถอนหายใจ

ไปกันแค่นี้เลย พี่ชาย.. อย่าให้พวกพี่สาวต้องออกแรง พี่ชายเป็นผู้ชายต้องปกป้องพี่สาว ใช่ไหมมูนินน์?ฮูกินน์ว่าทั้งยังมีเสียงตอบรับอีกเสียงจากมูนินน์ด้วย รันกลอกตามองฟ้าก่อนจะเก็บดอกเลือดบุหรงลงไปในหน้าต่างสัมภาระและก้าวเดินต่อไป

“ก็เอา ไม่อยากให้พวกนั้นต้องออกแรงสักเท่าไหร่ด้วย”ชายหนุ่มเร่งเร้าลมปราณในร่างกายก่อนจะแผ่ออกรอบนอกและตามหาชีพจรฤดูอีกครั้ง พลังจิตถูกแผ่กระจายออกไปโดยรอบตามหาสัญญาณชีพของสิ่งมีชีวิตในแถบนี้อย่างรวดเร็ว

“เจอแล้ว”

ไม่ใช่ว่าเจอสิ่งมีชีวิต แต่เขาเจอดอกเลือดบุหรงต่างหาก มันยังมีอีกมากขึ้นอยู่ตามผนังผา มากจนเขาแทบไม่อยากเชื่อเลยทีเดียวว่าจะมีขึ้นตามธรรมชาติได้มากขนาดนี้ รันขยับยิ้มร่าคว้าเก็บมันมาอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนมาก

ทว่าประสาทสัมผัสที่ว่องไวของยักษ์อัสนีเตือนให้เขาชักมือกลับและละความต้องการในการเก็บดอกเลือดบุหรงดอกตรงหน้าไป ไม่ทันไรหอกซัดที่ทำจากไม้ก็ปักเข้าตรงจุดที่มือของเขาเคยอยู่ทันที รันหันกลับไปมองยังที่มาของหอกซัดนั่นในทันที

ผู้ที่ขว้างมันออกมาเป็นบุคคลในชุดคลุมลวดลายประหลาด

และที่สำคัญคือ คนๆนั้นมีปีกขนาดใหญ่อยู่ที่หลัง!

“เผ่าวิหค?”ชายหนุ่มถีบตัวออกจากผนังผาตรงเข้าไปหาคนในชุดคลุมนั่นทันที ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เข้าถึงตัวก็ปรากฏกำแพลงเพลิงขนาดใหญ่ขึ้นมาขวางกั้นเอาไว้ รันเบิกตามองใช้พลังจิตดึงร่างของตัวเองให้ลงไปยืนบนพื้น หยุดการเคลื่อนไหวของตัวเองเอาไว้ได้ทันท่วงที

“เจ้าเป็นใครกัน?”

เสียงแหบแห้งของบุรุษดังออกมาจากเงาของผ้าคลุม รันไม่ตอบ เขาเพียงสังเกตมองดูท่าทางของคนๆนี้อย่างรวดเร็วก่อนที่อะไรหลายๆอย่างจะบอกเขาว่ามันไม่ใช่เผ่าวิหคอย่างแน่นอน เพราะนก.. ไม่มีทางมีตาแบบนั้นได้แน่นอน

ตาของอสรพิษนั่น!

“เจ้าสินะ จอมมาร?”

รันเลิกคิ้วมองเล็กน้อยก่อนจะเผยยิ้มออกมา ดูท่าว่าศัตรูในคราวนี้จะไม่หมูเสียแล้วเมื่อเขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังพิเศษเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเก็บมันได้อย่างสมบูรณ์แบบหรือใช้ไม่ได้เลยก็ตามที แต่ในเมื่อรู้จักเขานั้นมีความเป็นไปได้สองแบบ

สถานะเดียวกับมังกรกัณฐ์..

หรือว่าจะเป็นกุญแจย่อยของโซโลมอน?

“แล้ว..มีปัญหาอะไรรึเปล่าล่ะ?”ดวงตาที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้เงาของผ้าคลุมทอประกายวาวโรจน์ขึ้นมาพลัน และไม่ใช่เพียงแค่ดวงตา แต่รวมไปทั้งมือทั้งสองข้างที่เป็นกรงเล็บแหลมคมด้วยที่ลุกโชติช่วงไปด้วยเปลวเพลิง ยักษ์หนุ่มมองบุคคลลึกลับเบื้องหน้าแล้วจึงฉีกยิ้ม

“อยากมีเรื่อง? จัดไปอย่าให้เสีย..”

บรึ้ม!!

“...!!

แรงระเบิดจากรอบด้านทำให้หูอื้อ ทว่านั่นยังไม่เท่ากับกำแพงเพลิงที่ผุดขึ้นมาล้อมรอบเขาเป็นกรงขัง รันกวาดตามองไปรอบด้านก่อนจะส่ายศีรษะ เขาไม่ชอบเล่นกับไฟ ดังนั้นงานนี้คงจะเป็นคิวของนัวร์จริงๆเสียแล้ว เพราะคราวก่อนหน้าที่ฉะกับมังกรกัณฐ์เขาก็แย่งซีนมันเยอะพอสมควร..

“คราวนี้จะถือว่าเป็นของปลอบใจก็แล้วกันนะ..”

“นี่แหละที่รอคอย คึๆ”ร่างกายของยักษ์หนุ่มกระตุกเฮือกพร้อมกับเปลวเพลิงสีเขียวสดที่ลุกโชติช่วงทั่วร่างกาย ใช้เปลวเพลิงดับเปลวเพลิง มันเป็นความคิดที่ไม่อาจเป็จริงได้ในโลกแห่งความจริง ทว่านี่คือนัวร์ บุคลิกของเขาที่สามารถควบคุมเพลิงได้ดั่งใจนึก

เพลิงปราณเสียเขียวสดแผดเผากำแพงเพลิงนั่นก่อนจะมารวมตัวกันที่มือทั้งสองข้างของเขา นัวร์ขยับยิ้มเหี้ยมมองไปยังบุคคลในชุดคลุมเบื้องหน้าที่เบิกตากว้างมองมาอย่างไม่เชื่อสายตา

“อย่าคิดว่าสะเก็ดไฟกระจอกๆพวกนี้จะทำอะไรฉันได้สิวะ”

เสียงหัวเราะดังลั่นอีกครั้งพร้อมกับชี่พจรฤดูที่ถูกเชื่อมต่อ เพลิงปราณทวีความรุนแรงขึ้นอีกและเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนแข็ง กรงเล็บแสงสีเขียวที่มือทั้งสองข้างแผ่ความร้อนออกมาในระดับที่ชายผู้ลึกลับยังต้องผงะถอยหลังไปครู่หนึ่ง

“ไม่น่าเชื่อว่าข้า อามอน ผู้นี้จะได้พบกับเปลวเพลิงอันรุนแรงเช่นนี้ ทว่าเจ้าคิดผิดแล้วจอมมาร ข้าคือผู้ที่อยู่เหนือเปลวเพลิงทุกชนิด ไม่ว่าจะร้อนแรงแค่ไหน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปลักษณ์ใด ข้าควบคุมมันได้ทั้งหมด!!”ปีศาจแห่งโซโลมอนประกาศกร้าวพร้อมทั้งปลดผ้าคลุมเผยให้เห็นใบหน้าของนกเหยี่ยวสีเขียวครามและร่างกายกำยำที่ปกคลุมไปด้วยขนนกสีเดียวกัน กรงเล็บทั้งสองปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำและหางของอสรพิษยาวเหยียด

เอกสิทธิ์สุริยะ นายเหนือแห่งเปลวเพลิง!

ฉับพลันพละกำลังที่เคยมีกลับเหือดหาย

นัวร์เบิกตากว้างก่อนจะรีบร้องห้ามเมื่ออีกคนในหัวจะเอ่ยปากพูด

“อย่าแม้แต่จะคิด รัน! แกขัดเวลาสนุกฉันไปทีหนึ่งแล้ว..คราวนี้ฉันจะไม่ยอมให้แกขัดฉันอีกครั้งแน่นอน เพราะฉะนั้นอยู่เฉยๆในนั้นไปนั่นแหละ ลงไปลึกๆเลยยิ่งดี!!นัวร์ร้องลั่นและแสยะยิ้มเหี้ยม เขาจัดการผลักดันเจ้าของร่างให้หายลงไปในจิตใต้สำนึกได้สำเร็จแบบไม่ต้องใช้ความพยายาม ทีนี้ศึกนี้จะเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

“ฉันจะแสดงให้ดูว่าลมปราณน่ะ มันทำอะไรได้บ้าง!ในเมื่อเขามีพลังเทียบเท่ากึ่งอนันต์ ความสามารถในการฟื้นตัวที่น่าตกใจนี่จึงไม่น่าประหลาดใจ เปลวเพลิงสีเขียวผุดขึ้นมาอีกครั้งและหายกลับเข้าไปในร่างกาย

พลังวัตรร้อนธรรมดาจะถูกมันควบคุม

แต่ถ้าเป็นพลังวัตรที่ปนเปื้อนด้วยพลังด้านลบมันจะทำอะไรไม่ได้ เมื่อเห็นดังนั้นยักษ์หนุ่มจึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ไม่นานนักใบหน้าคมเข้มก็บิดเบี้ยวด้วยความยินดี พลังวัตรภายนอกรวมตัวกันที่รอบข้างก่อตัวเป็นร่างของเขาสีสองร่างด้วยกัน

ยักษ์อัสนีทั้งสามแค่นหัวเราะออกมาโดยพร้อมเพรียง

หนทางของจอมมาร สัจจะวาจาของผู้อยู่รอด!

ร่างจริงของนัวร์ยกมือขึ้นก่อนจะแทงเข้าไปในอกของร่างแยกลมปราณทั้งสองเป็นเครื่องเซ่นสังเวยในการใช้ทักษะใหม่อีกทักษะที่ได้รับมาจากอัลเทีย ทักษะอาชีพของจอมวายร้ายทักษะนี้จะเซ่นสังเวยพวกพ้องหนึ่งคนเพื่อที่จะเพิ่มพลังกายหนึ่งเท่า และในตอนนี้เขาเซ่นสังเวยถึงสองคนถึงแม้จะเป็นร่างแยก แต่นั่นก็ทำให้ยักษ์อัสนีผู้บ้าคลั่งตนนี้มีพละกำลังเพิ่มมากขึ้นเป็นสามเท่า!

“เจ้าทำอะไรข้าไม่รู้หรอกนะ แต่เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าที่ฟื้นคืนพลังเต็มที่แล้วได้หรอก!”อามอนร้องออกมาลั่นพร้อมกับขว้างเปลวเพลิงจำนวนมากเข้าใส่เขาไม่หยุดหย่อน ทว่านัวร์กลับยืนเฉยและไม่แม้แต่จะกระดิกตัวขยับหนี ร่างกายของเขาพลันปกคลุมด้วยเมือกสีดำจากถุงมือทั้งสองข้างเป็นปราการชั้นยอดที่ไม่มีใครทะลวงเข้ามาได้

นัยน์ตาสีแดงสดเหลือบลงมองถุงมือทั้งสองข้างก่อนจะแค่นหัวเราะ

“จะช่วยหรือไม่ช่วยมันก็ไม่ต่างกันหรอก คึๆ”นัวร์รอจนเมือกพวกนั้นหายไปแล้วจึงย่อกายลงตั้งท่า อวิชชาที่ห่างหายไปตั้งแต่สู้กับโอดินถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง เขาคือผู้ที่เชี่ยวชาญพลังปราณที่สุด ลมปราณที่ใช้ออกมาจึงสมบูรณ์แบบ ไม่มีหลงเหลือ ไม่มีไร้ประโยชน์

รีดเร้นพลังวัตรจากธรรมชาติ มือทั้งสองข้างของยักษ์หนุ่มที่ปกคลุมด้วยกรงเล็บแสงทอประกายสีเขียวเรืองรองออกมาด้วยไอปราณที่เข้มข้นจนมองเห็นด้วยตาเปล่า

“ไอ้จิ้งเหลน แกจะเป็นนกหรือเป็นงูก็ช่าง แต่ถ้าแกคิดว่าจะฆ่าฉันได้ล่ะก็ กลับไปเกิดใหม่สักสิบรอบแล้วค่อยคิดดูอีกทีเหอะ!เปลวเพลิงและไอเย็นแผ่ออกมาจากรอบกายของนัวร์ มือทั้งสองยกขึ้นขวางเป็นหมัดพร้อมเข้าปะทะ

“หึ! มนุษย์เช่นเจ้ากับเทพอสูรเยี่ยงข้าน่ะหรือ!

เอกสิทธิ์สุริยะ ธารสุริยะหมื่นมาร!

เปลวเพลิงปะทะเปลวเพลิง ร่างของอามอนและนัวร์พุ่งเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองประสานกันแน่นสู้แรงกันอย่างไม่ลดละ ยักษ์หนุ่มไม้แม้แต่จะกระพริบตา ทว่าฝ่ายเทพอสูรนั้นถึงกับเหงื่อตก ยักษ์อัสนีที่มีพละกำลังเพิ่มขึ้นจากปกติเป็นสามเท่าไม่ใช่อะไรที่จะดูถูกได้ง่ายๆ ในตอนนี้นัวร์ยังไม่ได้ออกแรงเลยด้วยซ้ำ

“เทพอสูรกระจอกอย่างแกน่ะหรือจะหาญสู้กับจอมมารอย่างฉัน!?คำพูดแดกดันของนัวร์ทำให้อามอนต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เทพอสูรผู้อยู่เหนือมวลเปลวเพลิงทั้งหลายสยายอีกออกกว้างรวบรวมเปลวเพลิงสีทองขึ้นที่เหนือหัว นัวร์ที่เห็นดังนั้นเบิกตากว้าง

เขาเพิ่งเห็นมันเมื่อสักครู่นี้เอง.. เปลวไฟสีทอง

เพลิงอมตะ!

“ฮึ่ม!พลังวัตรภายในที่ปนเปื้อนไปด้วยพลังด้านลบค่อยๆไหลมารวมตัวกันที่ปากของเขาอย่างแช่มช้า เพลิงวัตรจุดตัวเองขึ้นในโพรงปากของยักษ์หนุ่มแลเพิ่มความร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะมีปริมาณน้อย ทว่าเปลวเพลิงสีเขียวที่แทบจะกลายเป็นบอลแสงความร้อนสูงอยู่แล้วนั่นกลับมีพลังทำลายที่การันตีความตายของเทพอสูรเบื้องหน้าได้แน่นอนหากปะทะตรงๆ

“ย่าห์!

บรึ้ม!!

เพลิงอมตะที่รุนแรงและแผดเผาได้แม้กระทั่งร่างของเทพอสูรปะทะกับบอลแสงสีเขียวอย่างรุนแรงจนเกิดการระเบิดขนาดใหญ่ มือของยักษ์หนุ่มกำกรงเล็บของอามอนจนแหลกและยึดไม่ให้มันถอยหนี ฮูกินน์และมูนินน์ก็ทำหน้าที่ได้ดี แผ่ขยายเมือกสีดำขึ้นมาปกคลุมร่างของเขาป้องกันความเสียหายจากแรงระเบิก ปล่อยให้อามอนเป็นฝ่ายรับทุกข์แต่เพียงผู้เดียว

เห็นแกว่าร่างนี้เป็นของพี่ชายหรอกนะ ข้าไม่ยอมให้พี่ชายต้องได้บาดแผลหรอก

ถ้าเจ้าไม่ระมัดระวังกว่านี้ล่ะก็ พวกข้าจะไม่ช่วยแล้วนะจะบอกให้

“ต่อให้ไม่มีความช่วยเหลือจากพวกเธอฉันก็ฆ่ามันได้สบายๆน่า แต่ในเมื่ออยากจะช่วย ไหนบอกมาซิว่าทำอะไรได้บ้าง นกน้อยทั้งสอง”ไม่ว่าเปล่า นัวร์เหยียดยิ้มยกขาขึ้นถีบร่างของอามอนออกไปไกลและปล่อยมือออกจากมือที่แหลกเละของอีกฝ่าย นัยน์ตาสีแดงสดเหลือบลงมองถุงมือทั้งสองข้างอีกครั้ง บัดนี้พวกมันเรืองแสงสีม่วงคล้ำออกมาสว่างจ้า

แค่ครั้งนี้เท่านั้นที่พวกเราจะช่วยเจ้า!’

สองเสียงดังออกมาพร้อมกันเป็นจังหวะเดียวกับที่ดวงตาของเขาร้อนผ่าว

หนทางแห่งชัยชนะ รายงานศึกสมบูรณ์แบบ!

ฉับพลันความร้อนผ่าวที่ดวงตานั้นก็กระจายไปทั่วทั้งศีรษะและจางหายไป ทว่าภาพเบื้องหน้าที่เขามองเห็นกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พลังของอีกาส่งสารของโอดินย่อมไม่ธรรมดา เครื่องหมายกากบาทสีแดงที่เขาเห็นอยู่บนร่างของอามอนที่พยายามลุกขึ้นยืนนั้นเรียกรอยยิ้มกว้างของเขาให้โผล่ออกมา

จัดการให้ได้ในครั้งเดียว ต่อให้ศัตรูแข็งแกร่งแค่ไหนหากสังหารได้โดยที่ไม่ปล่อยให้มันลงมือ พลังที่มันมีก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องประดับหรูหราที่ไร้ค่าเท่านั้น!’

“นั่นคือวิธีของโอดินสินะ”

ถูกต้อง ใช้กุงนีร์สังหารศัตรูในวินาทีแรกที่เห็น ไม่เปิดโอกาสให้โจมตี สร้างความเสียหายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในช่วงเวลาที่มีโอกาส ฆ่าให้มากที่สุด... อย่างที่เขาว่า เปิดก่อนได้เปรียบนั่นล่ะ

“เจ้า..”

“บลาๆๆ แกจะพูดอะไรหา? ขออะไรที่มันฟังเข้าหูหน่อยได้รึเปล่า!? ห๊า?”นัวร์เรียกเอาราตรีครวญคลั่งออกมาถือก่อนจะปกคลุมมันด้วยเพลิงปราณและไอเย็น พลังวัตรภายในนั้นเป็นของเขาคนเดียว ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่อามอนย่อมไม่มีทางควบคุมเปลวไฟที่มีเจ้าของได้

“หึ เวลาตายของแกมาถึงแล้ว..”

อวิชชาทลายทัพ ดับเพลิงมังกร!

เคร้ง!

“น่ารำคาญจริงๆ มีคนที่ใช้พลังด้านลบได้เพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วอย่างนั้นเหรอ?”น้ำเสียงของผ๔พูดเปี่ยมไปด้วยความขัดข้องใจ นัวร์มองมือเปล่าที่รับดาบของเขาเอาไว้ได้ก่อนจะหวนนึกถึงเสียงของโลหะปะทะกันมื่อครู่ โลหะกับเนื้อมือคนไม่มีทางให้เสียงแบบนั้นออกมาได้แน่

“ลูซิเฟอร์! หน้าที่ของเจ้ามีเพียงแค่เฝ้าดู! เจ้าลืมสัญญาของท่านโซโลมอนไปแล้วเรอะ!?”เมื่อถูกขึ้นเสียงใส่ เทพบุตรผู้ทรงปีกขนาดใหญ่ยักษ์สีดำสนิทก็เผยยิ้มออกมาเล็กน้อย อุณหภูมิรอบตัวของอามอนพลันลดตัวลงพลันพร้อมกับอากาศที่เบาบางลง

“สัญญาเรอะ? เหอะ! แล้วสัญญาของพวกเจ้ามีระบุเกี่ยวกับการข้องแวะของอิซานามิและโลหิเอาไว้รึเปล่าเล่า? หากไม่! ข้าก็บอกได้เลยว่าไอ้หนูนี่ที่มีพลังเช่นเดียวกับข้า..”นัยน์ตาสีเขียวมรกตเบนกลับมามองที่นัวร์อีกครั้ง เปลวเพลิงภายในดวงตานั้นรุนแรงยิ่งกว่าสิ่งใดที่เขาเคยเห็นมา ตัวแทนแห่งความหยิ่งยโสมีพลังที่ทัดเทียมกับโอดินอย่างไม่ต้องสงสัย

และด้วยพลังนั้นคือพลังด้านลบ!

หนี! รีบหนีเร็ว!’

ฮูกินน์ร้องลั่นเตือนนัวร์ ทว่าสองเท้ากลับก้าวไม่ออก ไม่ใช่ด้วยความกลัวต่อสิ่งมีชีวิตที่กำลังเผชิญหน้า นัวร์จ้องมองสวนกลับไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขารู้ดีว่าไม่มีโอกาสที่จะสังหารลูซิเฟอร์ลงได้แน่นอนด้วยระดับที่มีเพียงแค่แปดสิบกว่าๆนี้

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสชนะ!

“เหะ? จะให้หนีเหรอ.. เอาเวลาพล่ามมาทำตัวให้เป็นประโยชน์ดีกว่าน่า ฮูกินน์ มูนินน์ ถ้าฉันหนีล่ะก็.. ลองคิดดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่หุบเขาสายหมอกแห่งนี้ ถ้าฉันก้าวถอยไปแม้แต่ก้าวเดียวล่ะก็ รันฆ่าฉันแน่! ไม่ใช่ความกลัวที่มีต่อลูซิเฟอร์ แต่เป็นความกลัวที่มีต่อเจ้าของร่างที่บัดนี้จมลึกหายไปในจิตใต้สำนึก

หากรันโกรธขึ้นมาจริงๆล่ะก็.. มันจะไม่เหมือนกับหลายๆครั้งที่เจ้าของร่างนี้ปรอทแตก หายนะคือคำเดียวที่จะนิยามสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในตอนนี้ ต่อให้ไร้ความช่วยเหลือจากอีกาทั้งสองนี้ก็ตามที หุบเขาสายหมอกนี่จะต้องเละไปไม่ต่างจากการลงมือของลูซิเฟอร์แน่นอน

“..แล้วเจ้าจะเสียใจ ลูซิเฟอร์!

“ฮ่า! ดูสารรูปของตัวเองให้ดีก่อนเถอะ อย่าคิดว่าเป็นลำดับต้นๆของทั้ง 72 ตนแล้วจะหือกับข้าได้นะโว้ย พลังของเจ้ายังไม่ได้เท่าเศษเสี้ยวของข้าเลยด้วยซ้ำ!”ร่างสูงโปร่งในชุดเกราะสีขาวสะอาดตาพลันหายวับไปจากตรงหน้าของนัวร์ ลูซิเฟอร์ไปปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านหลังของอามอนและยกเท้าขึ้นยันไปที่กลางหลังของเทพอสูรลำดับที่ 7 ส่งร่างสูงใหญ่ของครึ่งนกครึ่งอสรพิษให้ลงไปนอนนิบนิ่งสนิทกับพื้นดิน

“ให้ข้าฆ่าเจ้าซะจะยังดีกว่าให้ยักษ์นั่นฆ่าเจ้า.. เจ้าคิดว่าอย่างไร? อามอน?”

เหมือนมัจจุราชมายืนอยู่ตรงหน้า อามอนนิ่งเงียบไม่ขยับ ทว่าสองบุคคลที่มีพลังด้านลบนั้นสามารถรับรู้ได้อย่างดีว่าความกลัวที่ลอยตลบอบอวลอยู่นี่เป็นของใครไปไม่ได้นอกจากมัน ลูซิเฟอร์บดเท้าลงอีกครั้งก่อนที่ร่างของอามอนจะสลายกลายเป็นเปลวเพลิงหายไป

เป้าหมายของเทพตกสวรรค์หันเหกลายมาเป็นเขาอีกครั้ง

“วิธีการของเจ้าคล้ายโอดิน สังหารให้เร็วที่สุดเพื่อลดการสูญเสีย”

“ฉันจะถือว่านั่นเป็นคำชมนะ”

เทพตกสวรรค์ยิ้มเยาะก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก ใบหน้าคมคายใต้ฮู้ดสีขาวนั้นบิดเบี้ยวไปด้วยความวิปริต ริมฝีปากของลูซิเฟอร์เหยียดยิ้มเผยไรฟันคมกริบของสัตว์ร้ายและเสียงหัวเราะจากลำคอ “ในเมื่อแกมีลูกจ๊อกของโอดินอยู่ด้วยตั้งสองตัวแบบนี้ แสดงว่าแกต้องมีความสัมพันธ์อะไรกับไอ้เทพบ้าสงครามนั่นสินะ ข้าพูดถูกไหม?”

“ก็ทั้งถูก และก็ผิด”

“หืม?”

“พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า มีอะไรเรอะคุณลูซิเฟอร์”ความกลัวที่เคยมีเมื่อพบเจอและประมือกับโอดินหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่ นัวร์ยกมือขึ้นกอดอกและแสยะยิ้ม “ในเมื่อโอกาสที่จะได้เจอมันไม่ค่อยจะมี ทำไมเราไม่ใช้โอกาสนี้มาวัดฝีมือกันหน่อยล่ะ?”

“ดี! เข้าใจอะไรๆได้ง่ายดี! ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงชักแม่น้ำกี่สายต่อกี่สายเพื่อหาข้ออ้างที่จะกำจัดเจ้า ในเมื่อเจ้าท้าข้ามาแบบนี้ ผู้ที่ครอบครองพลังด้านลบมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น! ฮ่าๆๆ!

-สัตว์อสูร เทพตกสวรรค์ ลูซิเฟอร์ ชั้นเทพเจ้า ระดับ 700 ปรากฏ ผู้ที่ถูกสังหารเสียชีวิตจะถูกริบทรัพย์สินทั้งหมด ลดค่าพลังโจมตีเวทมนตร์ พลังโจมตีลมปราณ พลังโจมตีพลังจิตและบารมีลงครึ่งหนึ่ง ลดระดับลง 40 ระดับ สูญเสียอาวุธยุทธภัณฑ์ 12 ชิ้น และเพิ่มเวลารอเกิดเป็น 200 วัน เนื่องจากระดับแตกต่างกันมากเกินไป ขอแนะนำให้หนีค่ะ-

“ข้าไม่ชอบหดหัวอยู่ในกระดองเอาร่างแยกมาสู้และโดนฆ่าเหมือนลิเวียธาน ข้าจะใช้ร่างจริงนี่สู้กับเจ้า แล้วเรามาดูกันว่าใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน!

“...แก ไม่ใช้ทักษะพิเศษนี่มันก็ดูถูกกันไปหน่อยนะโว้ย!

หนทางของจอมมาร การสนทนากับผู้ล่วงลับ!

“ต่อให้แกเป็นเทพเป็นมาร ฉันก็จะฆ่าแกให้ได้!จอมมารประกาศลั่นพร้อมกับสร้างร่างแยกด้วยพลังวัตรออกมาเป็นจำนวนเฉียดพัน รอยยิ้มแสยะพลันเหือดหายกลายเป็นสีหน้าเรียบเฉยเมื่อความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ร่างแยกทั้งหลายเริ่มที่จะซูบโทรมลงก่อนจะแตกสลายกลายเป็นเถ้ากระดูกผิดธรรมชาติ

-ผู้เล่น รัน ได้รับระดับชั่วคราวจากทักษะ เพิ่มระดับเป็น 700 ค่ะ-

“ระดับเท่ากันก็ไม่กลัวอะไรแล้วโว้ยยย!!

 

 

 

คุยกับผู้อ่านช่วงท้าย

เอาไปก่อนก็แล้วกันครับกับตอนสั้นๆคลายเครียด... หรือเครียดกว่าเดิม? ไม่รู้สิครับ กำลังติดเกมเลยช่วงนี้ นิยายใหม่ๆนี่ก็สนุกนะเนี่ย.. รู้สึกเหมือนเราแก่แฮะ อ่านมาตั้งแต่สมัยยุทธภพออนไลน์ยังไม่กี่สิบตอนเลยนะเนี่ย กาลเวลามันผ่านไปไวจริงๆ คำว่าพี่น้อง ไม่มีอีกแล้ว!!! วะฮะฮ่าๆๆๆๆๆๆ INCEST TO THE WIN!!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1,284 ความคิดเห็น

  1. #1261 butterfly (@muk914) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 23:06
    งงแฮะ นัวร์ทำอะไรกับร่างแยก ที่ว่าเฉียดพันกัน ถึงทำให้มีระดับ 700 เป็นการชั่วคราวได้ และถ้ารันทำได้แบบนี้ต่อไป ใครจะสู้กับจอมมารได้กันล่ะเนี่ยยยยย
    #1261
    0
  2. #922 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:14
    เทพจักรกลเราได้อีกหนึ่งผู้ช่วย
    #922
    0
  3. #921 THE_Flook™ (@flookza2555) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:23
    สนุกมากครับบบ                                                                


    บายครับ 


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ตุลาคม 2556 / 01:13
    #921
    0
  4. #920 non ZZa (@nonnolno) (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:19
    เห้ยยยย ตอนใหม่ 5555
    #920
    0