โอกาสฟ้าชะตาบทใหม่

ตอนที่ 4 : ปล่อยกระรอกเดือนสาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,020
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 794 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63


เมืองหยงหยวนเป็นเมืองหลวงของต้าหนิง กำแพงเมืองชั้นในเหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตกกว้างยาวหนึ่งร้อยลี้ วางผังเมืองเลียนแบบกระดานหมากล้อม

‘โรงงานยาหมอฮัว’ ตั้งอยู่ถนนสุยหมิง เป็นย่านที่พักอาศัยผู้คนเบาบางเงียบสงบ และค่าเช่าถูก เป็นเรือนห้าห้อง และมีห้องเก็บของขนาดใหญ่อีกหนึ่งหลัง หยาอี้เช่าบ้านอีกหลังนึงที่อยู่อีกถนน ทำประตูกลไว้เข้าออก ผู้คนจะได้ไม่เชื่อมโยงว่านางเกี่ยวข้องกับโรงงานยา

บัดนี้กระรอกแดงที่หยาอี้เลี้ยงไว้ได้ออกลูกออกหลานมามากมาย ตัวไหนพอฝึกได้ นางเก็บไว้ส่วนตัวไหนไร้แวว ในช่วงก่อนฤดูหนาว นางปล่อยเข้าป่าไปหลายสิบตัว ทุกครั้งที่รวบรวมเงินทองได้ส่วนหนึ่ง เด็กสาวจะนำใส่หีบไปฝังไว้ตามป่าเขา โดยอ้างว่าไปปล่อยกระรอก แต่ว่าวันนี้กลับแตกต่างออกไป

นับตั้งแต่ย้อนเวลากลับมาตอนแปดขวบ บัดนี้ผ่านมาสามปีแล้ว หยาอี้ที่ปีนี้อายุ 11 ร่างบอบบางทว่าแข็งแรงกว่าสตรีในห้องหอทั่วไป เด็กสาวในชุดชาวบ้านผ้าเนื้อหยาบไม่รุ่มร่ามสีเทาฟ้า หนาหลายชั้น ตอนนี้เป็นเดือนสาม อากาศยังคงเย็นอยู่ แม้กำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เหมาะกับการปล่อยกระรอกที่สุดของปี

“ไห่เออร์ ตรงนี้มีรอยเลือด”

เจิ้งกั๋วกงอายุ 20 ปีถูกลอบทำร้ายระหว่างเดินทางมาเมืองหลวง เพื่อจะเข้าพิธีสวมกวาน เขาถูกพิษและมีบาดแผลฉกรรจ์ นอนรักษาตัวในวังหลวง มีบิดาและพี่ใหญ่ดูแลใกล้ชิด ระหว่างนั้นขันทีสบโอกาสลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ เมื่อเกิดเหตุคนของเจิ้งกั๋วกง บุกเข้าวังหลวงช่วยผู้เป็นนายและองค์ชายเจ็ด

ลูกศิษย์ของบิดาคนหนึ่งหนีตายมาได้ จึงรีบมาบอกหลิวซื่อ หากอยู่ในเมืองหลวงต่อไป อาจถูกจับเป็นตัวประกัน ใช้เป็นเครื่องมือบีบบังคับจื่อฉี อีกทั้งยังสร้างความแคลงใจให้เจิ้งกั๋วกง การหนีเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

หลังจากนั้น เจิ้งกั๋วกงประกาศตั้งหนานโจวเป็นราชธานีใหม่ องค์ชายเจ็ดในวัย ห้าขวบขึ้นเป็นหยางซีฮ่องเต้ รัชศกจูหยงที่หนึ่ง ประกาศสอบรับขุนนางใหม่ทั้งราชสำนัก หยางกุ้ยเฟยขึ้นเป็นไทเฮา กั้นม่านว่าราชการ หรงอ๋องถือตราพยัคฆ์มุ่งสู่ชายแดนแคว้นเหลียว ที่คาดว่าร่วมมือกับฉินอ๋องก่อการครั้งนี้ บัญชาการทหารสองแสนคน ฆ่าล้างแดนศัตรูไปครึ่งแคว้น แสนยานุภาพของหรงอ๋องขจรขจาย แคว้นโดยรอบจึงมีการเจรจาสัญญาสงบศึกขอสวามิภักดิ์กับหนานโจว

การกระทำของหรงอ๋อง ทำให้ผู้คนอดคิดไม่ได้ว่า ต่อให้ไม่มีกบฏฉินอ๋องบัลลังก์ทองต้องอยู่ในกำมือตระกูลหยาง ยากนักจะมีผู้ต่อกร

หยาอี้จำได้ว่าน่าจะเกิดแถวเมืองหลินฟาน นางจึงบอกมารดาว่ามาปล่อยกระรอก หาสมุนไพร แต่คราวนี้จะมีการหลงป่าหลายวัน คาดว่ากลับไปคงต้องกลับไปคุกเข่าในศาลบรรพบุรุษเป็นการลงโทษ หากแลกกับชีวิตบิดา นับว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

หยาอี้ฝึกกระรอกแดงให้ตามกลิ่นเลือด ตอนนี้เจอกองเลือดหลายกองแล้ว นึกภาพตามได้ว่าเมื่อคืนเกิดการปะทะกัน คนของหยางหรงมีน้อยกว่าจึงกระจายตัวแยกกันคนละทิศทาง คนของตระกูลหยางน่าจะออกเดินทางมาตามหาชายหนุ่มแล้วในตอนนี้

“คุณหนู ตรงนั้นเจ้าค่ะ”

ไห่ถัง ชี้ไปที่ใต้ต้นไม้มีร่างชายหนุ่มกองฟุบอยู่ รอบๆตัวมีผงไล่สัตว์โรยอยู่รอบๆ ผงนี้เป็นของโรงยาหมอฮัวที่ขายดีมากในหมู่นักเดินทาง ดีที่ท่านกั๋วกงพกติดตัวมาด้วย

ไห่ถังเป็นเด็กสาวอายุสิบห้า เชี่ยวชาญวรยุทธ์ แต่ไม่มีหัวเรื่องวิชาแพทย์ หยาอี้พานางมาด้วยเพราะต้องอาศัยนางช่วยแบกคนเจ็บ เมื่อพลิกตัวขึ้นมา พบว่าใบหน้าและปากชายหนุ่มขาวซีด เสื้อผ้าสีดำมีรอยฟัน และธนูถาก หรือไม่ก็เป็นอาวุธลับ จึงรีบฝังเข็มห้ามเลือด ยัดยาแก้ร้อยพิษ เม็ดละห้าพันตำลึงใส่ปากอย่างไม่คิดเสียดาย แล้วจึงสั่งสาวใช้แบกชายหนุ่มขึ้นหลัง

“ตอนนี้อากาศยังหนาวเย็นอยู่พวกเราหาถ้ำ ก่อกองไฟกัน”

เมื่อเจอถ้ำ หยาอี้นำผงไล่สัตว์มาโรยที่ปากถ้ำ ไห่ถังจัดการวางหยางหรงลงบนผ้าสะอาด จากนั้นทั้งสองนางก็วุ่นจัดการบาดแผล เมื่อทำแผลเสร็จเริ่มต้มยา ตอนนี้ยาแก้พิษเริ่มออกฤทธิ์แล้วสีหน้าเขาดีขึ้นมาก แต่ยังมีไข้เพราะพิษบาดแผล

หยาอี้มองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย ตอนนี้เขายังอายุน้อยยังไม่ผ่านมรสุมลูกใหญ่ ดูมีความเป็นมิตรน่าคบหามากกว่าตอนที่นางเจอตอนก่อนมาเกิดใหม่ ตอนนั้นเขามีแต่รัศมีสูงส่งกดดันผู้คน ทั้งดวงตาสีดำล้ำลึกเย็นชา ถ้าอารมณ์ไม่ดีจะฉายแววอำมหิต ทำเอาคนหวาดผวาทุกครั้งที่เผลอสบ

พิษที่หยางหรงได้รับนั้นชื่อพิษว่า หวงเฟิง เป็นพิษที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นเหลียว นั่นจึงเป็นสาเหตุให้หรงอ๋องพุ่งเป้ากวาดล้างแคว้นเหลียวเป็นที่แรก

เด็กสาวสองคนคุยกันน้อยมาก พยายามเปิดเผยตัวตนให้น้อยที่สุด จะมีตอนที่ต้องพยุงตัวหยางหรงขึ้นมาป้อนยาป้อนน้ำ จึงจะพอมีเสียงคุยกันหน่อย โดยหยาอี้ให้ไห่ถังเรียกนางว่า’ลู่เออร์’ และให้เรียกตัวเองว่าข้า แทนบ่าว

ผ่านมาครึ่งค่อนคืน หยาอี้จับชีพจร และวัดไข้ทุกครึ่งชั่วยาม ในที่สุดหยางหรงก็พ้นขีดอันตราย เพราะถูกพิษไม่กี่ชั่วยาม แต่ยังถือว่าเสียเลือดมากอยู่ดี นับว่ารักษาทันท่วงทีกว่าตอนนั้น พักสักแปดวันสิบวัน พร้อมรับศึกหนักแล้ว

ในวันที่วังหลวงถูกยึดนั้น หยางหรงยังไม่หายดี จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดอีกระลอก แต่หลังจากนี้ครึ่งเดือน คนที่ไม่รอดนั้นรับรองว่าต้องเป็นฉินอ๋อง และแคว้นเหลียวดังเดิม ส่วนฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้น นางไม่คิดจะขัดขวางเส้นทางครองบัลลังก์ขององค์ชายเจ็ดเด็ดขาด ฉินอ๋องกับแคว้นเหลียวต้องจบสิ้นด้วยน้ำมือของหยางหรงอยู่แล้ว หยาอี้ทำให้มันเร็วขึ้นกว่าเดิมสองสามปีเท่านั้น

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ไห่ถังและหยาอี้ออกมาซ่อนตัวนอกถ้ำ รอคนมาช่วยหยางหรง หลายชั่วยามผ่านไป ในที่สุดก็มีคนมา ทั้งสองรอจนแน่ใจว่าเป็นคนของหยางหรงจึงจากไป

ตอนที่ชายหนุ่มรู้สึกตัวขึ้นมา พบเจอความเจ็บปวดไปทั้งร่าง ราวกับโดนม้าทั้งกองทัพเหยียบ ดวงตาดำมีเส้นเลือดขึ้นจางๆกรอกตาไปรอบๆ พบว่าตนเองอยู่บนรถม้า นึกทบทวนในระหว่างที่สะลึมสะลือ เขาจำได้ว่าได้ยินเสียงเด็กหญิง สั่งนู้นสั่งนี้ด้วยคำกระชับสั้น เหมือนพูดมากแล้วจะโดนเขาลุกขึ้นมาตัดลิ้น

“ค่อยๆยกเขาขึ้นมา”

“ง้างปาก”

“วางลง”

ร่างน้อยนั่งอยู่ข้างตนตลอด ชายหนุ่มรับรู้ถึงลมหายใจของนาง มือเล็ก เดี๋ยวจับชีพจร เดี๋ยววัดไข้ เดี๋ยวใส่ยา เดี๋ยวเปลี่ยนผ้าพันแผล ในชีวิตเขาไม่เคยเจอใครสงวนถ้อยคำเท่านางมาก่อน

“คุณชายท่านฟื้นแล้ว”เป็นเสียงหยางอิ้น องครักษ์จวนกั๋วกง

“คนที่ช่วยข้าอยู่ที่ใด"เสียงตนเองที่เอ่ยมานั้นแหบแห้งราวกับทะเลทราย

“ไม่เห็นผู้ใดเลยขอรับ แต่เขาทิ้งจดหมายวางไว้ข้างท่าน”

“นำมาให้ข้า”

หยางอิ้นนำผ้าสีขาวเนื้อหยาบผืนเท่าผ่ามือยื่นให้ผู้เป็นนาย เมื่ออ่านข้อความที่เขียนไว้ ทำให้หนังตาและปากกระตุก

‘แกล้งป่วยต่อไป’

“ส่งคนไปสืบหาเด็กสาวสองคน คนหนึ่งชื่อลู่เออร์ มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ อีกคนชื่อไห่ถังเป็นเด็กสาวมีพละกำลังดี”

“ขอรับ”

“ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินทุกแคว้น ก็ต้องหาให้เจอ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 794 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

263 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #259 kaeng (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 09:38

    อ่านไป จนจบ แต่งงนิดๆ

    #259
    0
  2. #101 Sureepond9585 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 17:07
    อ่าว!! หลุดไปตอนไหนล่ะเนี่ย 555
    #101
    0
  3. #37 Gouyjeng (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 18:46
    อ้าว ไห่ถัง ใครพลั้งปากตอนไหนเนี้ย ฮ่าๆ
    #37
    2
    • #37-1 apollean(จากตอนที่ 4)
      18 กรกฎาคม 2563 / 09:39
      นั่นสิ ฮาเลย น้องอุตส่าห์คิดซะรอบคอบ
      #37-1
    • #37-2 mujiii(จากตอนที่ 4)
      19 กรกฎาคม 2563 / 19:55
      อยู่ด้วยกันทั้งคืนเลยต้องมีหลุดบ้างค่ะ55
      #37-2
  4. #34 VARANTHITA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 10:50
    ไม่น่าจะเจอ......
    #34
    0