โอกาสฟ้าชะตาบทใหม่

ตอนที่ 3 : เริ่มเคลื่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,098
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 770 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

เมื่อถึงวังหลวง รถม้าหยุดลงหน้าประตูสำนักหมอหลวง หยาอี้ขอเข้าพบบิดา ทุกครั้งนางจะมาพร้อมมารดาเพื่อถามไถ่อาการของฮ่องเต้และไทเฮา ท่านย่าและหลิวซื่อได้รับพระราชทานยศเป็นฮูหยินขั้นหนึ่ง การมาติดตามถามไถ่เกี่ยวกับพระพลานามัย จึงถือเป็นการแสดงความจงรักภักดี แต่วันนี้มาคนเดียว ทหารยามแม้จะประหลาดใจอยู่บ้าง คาดว่าเป็นการฝึกเข้าสังคมอย่างหนึ่ง

ความจริงแล้วหยาอี้ได้สั่งให้บ่าวชายไปตลาดเพื่อนัดพ่อค้าสัตว์ให้นำกระรอกแดงมาให้นางเลือกที่จวนในวันพรุ่งนี้ ส่วนวันนี้นางอยากพบบิดามาก จึงอ้างเรื่องกระรอกไป

เด็กรับใช้ทำงานจิปาถะในสำนักหมอหลวงเดินนำเด็กสาวไปยังห้องทำงานของใต้เท้าจู เมื่อถึงหน้าประตู เด็กรับใช้เอ่ยเสียงไม่เบาไม่ดัง

“ใต้เท้าขอรับคุณหนูจูมาขอพบท่านขอรับ”

“เข้ามา”

ร่างสูงในชุดหมอหลวงสีน้ำเงินเข้ม ของบิดาปรากฎเบื้องหน้า ร่างน้อยพุ่งไปกอดเอวบิดาแน่น ร่างน้อยสั่นสะท้าน ทำเอาผู้เป็นพ่อตระหนกตกใจ ว่าจะมีเรื่องร้าย

“หยาเออร์ ลูกพ่อมีอันใด”

“ท่านพ่อ”ดีเหลือเกิน ที่ข้าได้กลับมามีชีวิตเจอท่านอีกครั้ง

และเมื่อบิดาคุกเข่าลงมาเด็กสาวโถมร่างกอดเขาแน่น น้ำตาไหลเปียกหัวไหล่ไปหมด มือใหญ่อบอุ่นที่โหยหา ลูบหัวและหลังบุตรสาวอย่างอ่อนโยน

จนเมื่อเด็กน้อย หายสะอึกสะอื้นแล้ว ยามบิดาเห็นดวงหน้าน้อยๆ เปื้อนน้ำตาเหมือนลูกแมวตกน้ำ ทำเอาหัวใจบิดาอ่อนยวบไปหมด

“หยาเออร์ เป็นอันใด บอกพ่อได้หรือไม่ เห็นเจ้าเป็นเยี่ยงนี้ปวดใจยิ่งนัก”

นางรีบร้องขึ้น

“ท่านพ่ออย่าได้ปวดใจ เมื่อวานลูกฝันร้าย ฝันน่ากลัวนัก”

“ฝันอันใดเหตุใดทำให้เสียขวัญเยี่ยงนี้”

เขาอุ้มบุตรสาวนั่งตัก มือรับผ้าเช็ดหน้าจากสาวใช้ เช็ดหน้าเช็ดตา ให้อย่างอ่อนโยนยิ่ง

“ลูกฝันว่า ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง และบุตร ออกเดินทางท่องเที่ยว แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด กลับค่อยๆหายไปทีละคน จนสุดท้ายเหลือลูกรอนแรมไปถึงจิ่วโจวคนเดียว จะไปขอร้องท่านตาท่านยายให้ช่วยตามหา แต่เรือนกลับว่างเปล่า ลูกกลับมาเมืองหลวง แต่ตอนที่มาถึง ทั้งเมืองกลับเป็นทะเลเพลิง น่ากลัวยิ่ง ลูกทราบว่ามันเป็นความฝัน แต่เมื่อคิดถึงมันกลับรู้สึกข่มกลั้นอารมณ์ยากนักเจ้าค่ะ”

“ฝันเช่นนี้ย่อมทำให้เจ้ารู้สึกโศกเศร้าว้าเหว่ คืนนี้ก่อนนอนดื่มยาสงบใจสักหน่อย มีอะไรต้องรีบบอกพ่อหรือแม่เจ้า อย่าได้ปล่อยไว้จนทำให้ตนเป็นโรคหวาดวิตกไปเชียว”

“เจ้าค่ะ”

หยาอี้ปรึกษาเรื่องวิธีเลือกกระรอกแดงกับบิดา ก่อนจะลากลับ และปฏิเสธ ไม่ยอมให้จื่อฉีไปส่งตน

เมื่อกลับถึงบ้าน นางโกหกหลิวซื่อว่าไปดูกระรอกมาแล้ว แต่ยังไม่ถูกใจ พรุ่งนี้พ่อค้าสัตว์จะนำอีกหลายตัวมาให้เลือกที่จวน

เมื่อกลับถึงเรือน แม่นมถัง จึงนำหนังสือออกมาหลายเล่ม

วันนี้นอกจากจะให้บ่าวชายไปตลาดค้าสัตว์แล้ว หยาอี้ยังให้แม่นมนำตัวอย่างอักษรของนางไปที่ร้านหนังสือ เพื่อหารายได้จากการรับคัดลอกหนังสือ หยาอี้มองหนังสือตรงหน้าแล้วหยิบมาหนึ่งเล่ม เริ่มคัดลอกทันที

การเลี้ยงสัตว์โอสถต้องใช้เงินเยอะ หากเราอยากได้สมุนไพรล้ำค่า ยิ่งต้องใช้เงินมาก ข้าจะหาเงินเลี้ยงด้วยตัวเอง

อีกทั้งแม่นมและบ่าวในเรือนทุกคนรู้ว่าคุณหนูเป็นเด็กมุ่งมั่น จึงมั่นใจว่าสิ่งที่นางทำนางย่อมคำนวณถ้วนถี่แล้ว จึงลงมือปฏิบัติ

ตัวหนังสือที่เขียน ลงพู่กันไม่เบาไม่หนัก ตวัดหางพอสมควร ไม่ให้อ่อนช้อยจนเกินไป ตอนนี้แปดขวบ อักษรจะต้องพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

หนึ่งเล่มใช้เวลาคัดสามถึงห้าวัน ตอนนี้ได้ค่าจ้างเล่มละสามตำลึง ถ้าใช้ลายมือที่ใช้ปัจจุบันน่าจะได้ถึงสิบตำลึง

เมื่อรวบรวมเงินได้หลายสิบตำลึง หยาอี้นำไปซื้อสมุนไพรมาปรุงยาหลายชนิด ไปฝากขายที่ร้านขายยาตระกูลอื่น โดยใช้ชื่อตำรับยาหมอฮัว

ตำรับยาหมอฮัวนั้น เริ่มจาก ผงห้ามเลือด ผงโรยแผลสด ผงโรยฝี ยาทาแผลไฟไหม้ ยาแก้พิษตะขาบ แมงป่อง ผึ้ง ค่อยเพิ่มทีละเล็กละน้อยตามความต้องการของคู่ค้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 770 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

263 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น