(FIC GINTAMA)สายลมใหม่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก (OKITA X KAGURA)

ตอนที่ 14 : คำบอกรักของคางุระ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 915
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    24 ก.พ. 62

          ปวดไปหมดเลยน่อ

          นี่คือความรู้สึกแรกที่ได้รับรู้หลังจากเธอได้สติลืมตาตื่นขึ้นมา คางุระรู้สึกปวดหนึบหลังต้นคอของตนอย่างมาก เธอพยายามลุกขึ้นและเพ่งมองสิ่งที่อยู่รอบตัว

          ตู้ใบเก่าๆสีแดงหม่นนั้นแสนคุ้นตาและย้ำเตือนถึงความทรงจำในวัยเด็กของสาวน้อย ข้าวของเครื่องใช้ที่เธอเคยสัมผัสยังคงวางอยู่ที่เดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง




          "ตื่นแล้วเหรอ?"

          เสียงนิ่มๆของชายหนุ่มเจ้าของผมถักเปียเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม คางุระหันมองต้นเสียงแล้วจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง

          "ลื้อพาอั๊วมาที่นี่ทำไมน่อ คามุอิ"

          "ก็กลับบ้านของพวกเราไง"

           คามุอิตอบน้องสาวอย่างใจเย็นแล้วเดินเข้าไปใกล้เธอ ยื่นมือเอื้อมหาคางุระแต่สาวน้อยของเขากลับปัดมันทิ้งอย่างฉุนเฉียว

          "พาอั๊วกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยน่อ เอโดะคือบ้านของอั๊ว ไม่งั้นอั๊วจะอาละวาดให้ดู"

          "อาละวาดงั้นเหรอ?"คามุอิทวนคำอย่างยิ้มๆ แล้วกระชากผมยาวของน้องสาวอย่างแรงทำให้หน้าสวยของคางุระเงยขึ้น "คิดว่าจะทำอะไรได้ก็ลองดู"

          คางุยะถ่มน้ำลายใส่หน้าผู้เป็นพี่อย่างไม่เกรงกลัว คามุอิยังคงยิ้มอยู่แต่เตะเธอกระเด็นไปติดผนังจนร้าว

          "อยู่เงียบๆแล้วรออดีตคุณตำรวจมาหาดีกว่า ฉันมีโชว์ดีๆให้เธอดูด้วยนะ"

          "โซโกะ? ลื้อจะทำอะไรโซโกะน่ะคามุอิ?"

          "ฉันจะทำอะไรได้ล่ะคางุระ เชื่อพี่เถอะนะเดี๋ยวทุกอย่างจะเรียบร้อยเอง"

          แต่คางุระไม่ยอมเชื่อตามที่คามุอิพูด สาวน้อยร่างบางพุ่งอัดหน้าพี่ชายตนเองอย่างแรงที่มีเกินรูปร่างของตน คามุอิยิ้มรับหมัดหนักๆของคางุระโดยไม่สะเทือนแต่ก่อนจะอะไรจะรุนแรงมากกว่านี้อาบุโตะก็เดินเข้ามาห้ามพร้อมกับถือถาดอาหารมาด้วย

          "พอเถอะเจ้านาย เดี๋ยวก็ตายพอดีอย่างนี้ที่เราอุตส่าห์ลงทุนทำมาก็เสียเปล่าน่ะสิ"

          "นั่นสินะ"

          คามุอิเห็นด้วยอย่างง่ายดาย แล้วเดินออกไปนอกห้อง อาบุโตะมองคางุระที่กำหมัดแน่นด้วยความอัดอั้นแล้ววางถาดอาหารไว้บนเตียง

          "ที่ราคุโยก็มีกินแค่นี้รองท้องไปก่อนแล้วกันนะ จะได้มีแรงไว้ต้อนรับแฟนของเธอ"

          "พวกแกจะทำอะไรกันแน่น่อ? แล้วซาดาฮารุปลอดภัยดีไหม? อั๊วได้ยินเสียงซาดาฮารุร้อง"

          คางุระถามถึงหมาน้อยที่น่ารักของเธอ

          "คงไม่ตายหรอก"

          อาบุโตะตอบสั้นๆแล้วเดินออกไปจากห้อง คางุระมองถาดอาหารที่มีแค่ข้าวกับผงโรยข้าวรสแซลม่อน จากนั้นก็เดินไปกินเพราะเธอถือคติกองทัพต้องเดินด้วยท้อง

          "เดี๋ยวนี้มีรสแซลม่อนแล้วเหรอน่อ"

          สาวน้อยพึมพำเบาๆแล้วนึกถึงสมัยตนยังเป็นเด็ก


          "อาเฮีย เจี๊ยะแต่ผงโรยข้าวรสไข่ทุกวันแบบนี้อั๊วเบื่อแล้วน่อ อั๊วอยากเจี๊ยะอย่างอื่นมั่งน่อ"

          เด็กสาวตัวน้อยบอกกับพี่ชายตนเองที่กำลังตักข้าวใส่ถ้วยให้เธออย่างเบื่อหน่าย คามุอิมองน้องสาวด้วยความสงสารระคนเอ็นดู

          "ไว้รอพ่อกลับมาก่อนเถอะนะ เราจะได้กินอิ่มกันสักที"

          "ปาปี๊หายไปครึ่งปีแล้วน่อไม่กลับมาสักที ตอนนี้มามี้ก็ป่วยด้วย"

          คามุอินิ่งไปเมื่อคางุระพูดแทงใจของตน แต่เขาก็พยายามไม่ใส่ใจ

          "กินเถอะ"


          คามุอิเหม่อมองท้องฟ้าที่มีดาวเรียงรายอย่างรู้สึกเหงาในหัวใจ เมื่อกลับมาบ้านความรู้สึกที่เขาทิ้งไปกลับกลายเป็นย้อนมา ภาพของแม่ของตนที่ถึงแม้จะป่วยแต่ก็คอยยิ้มให้กับน้องสาวตัวเล็กๆที่น่ารักที่คอยออดอ้อนนั่นทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด

          "ไงล่ะ พอกลับมาก็หวนคิดถึงอดีตสินะ"

          อาบุโตะทักเจ้านายของตนที่กำลังมองฟ้าอยู่

          "ตอนนี้ฉันกำลังหงุดหงิดอยู่ เลิกพูดเถอะอาบุโตะ"

          "หวงน้องก็บอกไปตามตรงว่าหวง อยากจะทดสอบฝีมือว่าที่น้องเขยก็น่าจะบอกไปตรงๆไม่เห็นจะต้องกลับมาให้ตัวเองช้ำใจที่บ้านเลย"

          ฟุ่บ!

          มีดเล็กๆแทงไปที่ท้องของอาบุโตะอย่างรวดเร็ว และเสียบมิดด้ามเช่นนั้น แต่อาบุโตะไม่มีท่าทีตกใจเลยสักนิดเขาดึงมันออกโดยไม่สนใจเลือดที่กำลังไหลริน

          "แทงใจดำแค่นี้เอง"

          "หุบปาก"

          คามุอิพูดสั้นๆตัดบท แล้วยิ้มออกเมื่อเห็นยานฯลำหนึ่งบินมาทางดาวราคุโย อาบุโตะมองเจ้านายแล้วส่ายหน้า เพราะสีหน้าตอนนี้ของคามุอิบ่งบอกถึงความสนุกที่ตัวเองรอคอยมาทั้งวันนั่นเอง




          "นั่นคือดาวราคุโยครับ"

          ชินปาจิที่นั่งอยู่ด้านหลังของโซโกะกับกินโทกิชะโงกหน้ามาบอกกับโซโกะเมื่อเห็นดาวที่ดูแห้งแล้งดวงหนึ่งไม่ไกลนัก

          "ให้ตายสิ ไม่อยากกลับมาเหยียบที่นี่เลยจริงๆ"

          กินโทกิหลับตาพูดอย่างเสียไม่ได้ เขาเลิกกอดอกแล้วเปลี่ยนมาจับดาบไม้ให้เข้าที่แทน โซโกะมองดาวราคุโยแล้วเป็นห่วงคางุระ เพราะรู้ดีว่าคามุอิไม่เคยถนอมน้องสาวของตนเลยแม้แต่น้อย

          "เลิกทำหน้าเหมือนคนจะตายแบบนั้นเถอะ โอคิตะคุง ยังไงหมอนั่นก็ไม่ฆ่าน้องสาวตัวเองหรอก"

          กินโทกิบอกกับโซโกะที่มองดาวราคุโยบ้านเกิดของเผ่ายาโตะอย่างไม่วางตา ชินปาจิเห็นด้วย

          "ใช่ครับ ถึงจะทำร้ายกันเกือบตาย แต่ยังไงคุณคามุอิก็ไม่ทำถึงขั้นนั้นเด็ดขาดเลยครับ"

          ชายหนุ่มคนที่ได้รับคำปลอบใจได้แต่นิ่งไม่พุดโต้ตอบอะไร เร่งในใจอย่างเดียวว่าเขาต้องเจอคางุระโดยเร็วให้ได้


          ลูกน้องของซากาโมโต้ลงยานฯจอดบริเวณลานกว้างที่กินโทกิบอก ประตูยานฯค่อยๆเปิดออก พวกกินโทกิได้พบกับอาบุโตะที่มายืนรออยู่แล้ว

          "คามุอิรอพวกนายอยู่น่ะ มาทางนี้สิ"

          โซโกะมองอาบุโตะอย่างไม่ไว้ใจนัก แต่เขาก็เดินตามกินโทกิที่เดินนำไปก่อนโดยมีชินปาจิตามหลังของเขาอีกทีหนึ่ง

          ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลอ่อนหันมองรอบๆตัวขณะที่กำลังเดินไปยังจุดหมาย เขาเห็นแต่ซากปรักหักพังมากมายดาวดวงนี้ช่างเหน็บหนาว อ้างว้าง แล้วคางุระที่เติบโตมาในสภาพนี้นั้นเธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง

          "อ้าว....มีแขกไม่ได้รับเชิญด้วยเหรอเนี่ย?"คามุอิเอ่ยทักเมื่อมนุษย์ทั้ง 3 คนมาถึงบ้านเขา "สงสัยต้องชงชาเพิ่มสินะ"

          "เข้าใจพูดดีนี่คามุอิ แกก็รู้อยู่ว่าฉันต้องมาดูผลงานของตัวเองอยู่แล้ว" กินโทกิพูดขึ้นพลางใช้นิ้วก้อยแคะหูตนแล้วเดินไปนั่งบนก้อนหินก้อนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก "ว่าแต่มันมีรายการที่พวกแกไม่ได้แจ้งฉันว่าจะทำด้วยนี่หว่า"

          "พวกเราก็ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเจ้าหมานั่นสักหน่อยหน่าชิโรยาฉะ"

          อาบุโตะชี้แจงให้หนุ่มผมเงินรับรู้

          ชินปาจิจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าที่กินโทกิกับพวกยาโตะกำลังคุยกันนั้นหมายความว่ายังไงกันแน่ หนุ่มแว่นมองเจ้านายของตนกับทุกคนสลับกัน

          "นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่ครับ? ผมงงไปหมดแล้ว"

          "ไม่เห็นต้องงงเลยนี่ชินปาจิคุง แค่นี่คือแผนของลูกพี่กับว่าที่พี่ภรรยาฉันทั้งหมด" โซโกะสรุปให้ชินปาจิฟัง หนุ่มแว่นอ้าปากค้างด้วยความตกใจคาดไม่ถึงว่ากินโทกิจะทำเช่นนี้

          "เก่งดีนี่อดีตคุณตำรวจ แต่ดูแล้วคุณจะหลงตัวเองไปหน่อยนะ อ่อนแออย่างคุณน่ะจะมาอยู่รวมกับพวกเรามันเป็นไปไม่ได้หรอก"

          คามุอิเดินไปหาโซโกะด้วยรอยยิ้ม ขณะที่ชินปาจิมองกินโทกิที่มีสีหน้าเมินเฉยอย่างผิดหวังที่ชายหนุ่มที่เขานับถือทำเช่นนี้

          "ฉันก็ไม่ได้คิดจะอยู่รวมกับพวกนายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็อย่าหลงว่าฉันต้องการเป็นหนึ่งในสมาชิกของพวกนาย" โซโกะพูดแล้วยิ้มมุมปาก "ที่ฉันมาก็เพราะว่ามารับยัยหมวยกลับบ้านต่างหาก และเราจะอยู่กันแค่สองคนเท่านั้น"

          กินโทกิสะอึกเมื่อได้ยินคำว่าสองคนของโซโกะ แต่คามุอิกลับยังคงยิ้มแบบนั้น

          "ก็น่าสนุกดีนะ ถ้าชนะฉันได้ฉันก็จะยอมปล่อยคางุระไปให้ แต่ถ้าแพ้มีสิ่งเดียวที่จะได้เป็นการปลอบใจนั่นก็คือการตายไงล่ะ"

          "ฉันเตรียมใจไว้แล้วตั้งแต่ได้ตัดสินใจคบกับยัยนั่น จะอะไรมากก็แค่ตาย"

          โซโกะตอบกลับคามุอิอย่างไม่เกรงกลัว ซึ่งนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของผมถักเปียพุ่งใส่เขาอย่างรวดเร็วและรุนแรง

          เป็นการต่อสู้กันที่ไม่มีใครยอมใคร แม้โซโกะจะเสียเปรียบเรื่องพละกำลังเพราะยาโตะคือเผ่าที่เกิดมาเพื่อฆ่า แต่เขาก็สามารถโต้กลับคามุอิได้อย่างรวดเร็วจนคามุอิผิดคาดเพราะโซโกะเก่งกว่าเดิมที่เคยต่อสู้กันมาแล้วมาก

          อาบุโตะนั่งมองเจ้านายตนสู้กับว่าที่น้องเขยอย่างสบายใจเฉิบไม่คิดยื่นมือไปวุ่นวาย

          ทางด้านชินปาจิที่กำลังดูการต่อสู้ของสองหนุ่มอยู่นั้นได้เอ่ยปากพูดกับกินโทกิที่นั่งดูอยู่ไม่ห่างโดยไม่มองหน้าเขา

          "คุณกินจะทำแบบนี้ทำไมครับ?"

          "นั่นสินะ"

          กินโทกิพึมพำแต่ไม่มีคำตอบให้กับชินปาจิ ซึ่งชินปาจิก็ไม่ถามอะไรต่อแต่หันไปมองเขาแทนเมื่อกินโทกิเดินเข้าไปในบ้านของคามุอิกับคางุระ อาบุโตะเองก็ไม่ได้ตามกินโทกิเข้าไปเพราะถือว่าไม่เกี่ยวอะไรกับเขา

         

          ชายหนุ่มผมเงินเดินเข้าไปยังตัวห้องที่มีคางุระอยู่อย่างคุ้นเคยเพราะเขาเคยมาเยือนที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง

          "กินจัง?? ลื้อมาช่วยอี๊วใช่ไหม?"

          คางุระเอ่ยด้วยความดีใจเมื่อเห็นกินโทกิเดินเข้ามา แต่ตอนนี้เธอขยับตัวไม่ได้มากนักเนื่องจากโดนวางยาในอาหารที่กินไปไม่ให้ขยับไปไหน แต่ด้วยพลังของยาโตะทำให้ตอนนี้ยาเริ่มเสื่อมฤทธิ์แล้ว  กินโทกิมองสาวน้อยที่ตามเนื้อตัวมีแต่รอยแผล ผมเผ้าสีส้มของเธอยุ่งเหยิงบ่งบอกให้รู้ว่าผ่านการต่อสู้มา

          "ใช่"

          กินโทกิตอบสั้นๆแล้วเข้าไปพยุงร่างบางให้ลุกขึ้น

          "ซาดาฮารุล่ะน่อ?"

          สาวน้อยโอบคอของเขาเพื่อให้ลุกขึ้นได้แล้วถามถึงซาดาฮารุ

          "อือ ปลอดภัยดี"

          กินโทกิบอกแล้วพาเธอขึ้นหลังกว้างของตน จากนั้นก็พาเธอไปดูการต่อสู้ที่กำลังดุเดือดระหว่างโซโกะกับคามุอิ

          คางุระมองทั้งสองคนที่สู้กันอย่างไม่ยอมใครแล้วปวดร้าว เสียงที่โครมครามที่เธอได้ยินตอนขยับตัวไม่ได้นั้นเป็นดั่งที่เธอคิด

          "คางุระจัง ปลอดภัยใช่ไหม?"

          ชินปาจิถามทันทีเมื่อเห็นคางุระถูกแบกขึ้นหลังของกินโทกิออกมา กินโทกิสบตากับอาบุโตะแว่บเดียวแล้วพาคางุระมานั่งที่ก้อนหินด้วยกันกับตน

          "ชินปาจิ"

          คางุระเรียกหนุ่มแว่นแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนแรง ก่อนจะหันไปมองโซโกะที่ตอนนี้สะบักสะบอมพอสมควรด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่กล้าเรียกเพราะกลัวโซโกะจะเสียสมาธิ

          โครม!!

          คามุอิขึ้นคร่อมมนุษย์ผู้ชายที่ทำให้เขาเหนื่อยมากพอแล้วต่อยไม่ยั้ง โซโกะพยายามดิ้นสุดกำลังจนหลุดออกมาได้ เขาแทบดาบตนไปที่คามุอิอย่างจังแล้วหมุนดาบพลิกก่อนดึงกลับเพื่อสร้างความเสียหายกับร่างที่แข็งแกร่งนั่นให้ได้มากที่สุด สัญชาตญาณความโหดร้ายของชายหนุ่มได้กลับมาอีกครั้ง เขาบุกลุยและฟันคามุอิไม่ยั้งโดยไม่มีความปรานี แม้คามุอิจะรับได้ทุกท่วงท่าแต่ตามเนื้อตัวของตนก็บาดเจ็บไม่น้อย

          "ไม่เลวนี่"

          อาบุโตะลูบคางตนแล้วพึมพำอย่างชื่นชมโซโกะ และดูเหมือนเจ้านายเขาถูกใจหมอนั่นไม่ใช่น้อย

          "กินจังเข้าไปห้ามพวกนั้นที"

          คางุระบอกกับกินโทกิที่มองทั้งสองคนเงียบๆ แต่กินโทกิกลับหันมามองหน้าเธอ

          "ฉันห้ามไม่ได้หรอก เพราะฉันตั้งใจจะให้โอคิตะคุงมาสู้กับพี่ชายเธอที่นี่"

          สาวน้อยกับชินปาจิมองกินโทกิอย่างตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นออกจากปากของกินโทกิ

          "ลื้อเกลียดอาตี๋ถึงขนาดนั้นเลยเหรอน่อ?"

          คางุระพึมพำอย่างหมดแรง แต่กินโทกิไม่ตอบอะไรแล้วหันไปดูการต่อสู้ต่อ      

          โซโกะใช้ประสบการณ์ในสนามรบที่ช่ำชองของตนทำให้คามุอิที่ประมาทล้มลงได้ ดาบคมของมนุษย์จรดไปที่เบ้าตาของหนุ่มยาโตะ เตรียมจะกดลงหมายมั่นจะให้เละแต่กลับมีแรงบางอย่างกระชากเขาออกมา

          "คางุระจัง!/คางุระ!"

          ชินปาจิกับกินโทกิอุทานขึ้นมาพร้อมกันด้วยความตกใจเมื่อสาวน้อยที่แทบขยับไม่ได้นั้นเข้าไปกอดรั้งโซโกะไม่ให้ลงมือทำร้ายคามุอิ

          "หยุด!! พอได้แล้วอาตี๋"

          "คางุระ?"

          โซโกะหันมามองคนที่มาห้าม และในเสี้ยววินาทีนั้นเองคามุอิได้กระโดดไปคว้าร่มของตนที่อยู่ไม่ไกลนักพุ่งเข้าหาแผ่นหลังของโซโกะทันที

          "คางุระ!!!"

          กินโทกิตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อเห็นคางุระรับแรงกระแทกของร่มจากพี่ชายแทนโซโกะ ชายหนุ่มที่ควรจะโดนแทงกลับโดนพลักกระเด็นไปอีกทาง กินโทกิกับชินปาจิรีบเข้าไปพยุงร่างบางที่โดนร่มแทงกลางตัว คามุอิตกใจที่แทงโดนน้องสาวตัวเอง

          แม้คามุอิจะยั้งแรงไว้ได้ทัน แต่บาดแผลที่คางุระได้รับนั้นก็บาดเจ็บพอสมควร โซโกะลุกขึ้นเดินเข้าหาร่างบางเห็นเลือดสดๆที่ไหลออกมาจากปากแผลของเธอแล้วสติขาด ราวหัวใจของเขาถูกกระชาก การสูญเสียกำลังจะกลับมาอีกครั้ง ภาพของมิตสึบะที่สิ้นใจต่อหน้าตนผุดขึ้นมา แต่คราวนี้เป็นคางุระที่เขารักดั่งดวงใจกำลังหายใจรวยริน

          "คางุระทำใจดีๆไว้ ฉันจะพาเธอขึ้นยานฯเดี๋ยวนี้แหละ"

          กินโทกิตบหน้าสาวน้อยที่ซีดเผือดเบาๆให้เธอรู้สึกตัว แล้วช้อนตัวเธอขึ้นแต่ยังไม่ทันจะพาไปไหนเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลั่น

          "อ๊ากกกกกกกกกก"

          โซโกะเปร่งเสียงอย่างหยุดไม่อยู่ เขาพุ่งดาบไปที่คามุอิและรุกไม่ยั้งในขณะที่คามุอิเองกำลังอึ้งกับการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจของตน คามุอิถูกแทงนับไม่ถ้วนโดยที่ตัวเองไม่ตอบโต้แม้ร่างกายของเผ่ายาโตะจะสามารถรับความเจ็บปวดและเยียวยาได้ด้วยตัวเอง แต่ด้านจิตใจของคามุอินั้นโดนทำลายจนยับเมื่อเขาทำลายนางฟ้าตัวน้อยของตนด้วยมือตัวเอง

          "พอ!! อั๊วบอกให้พอน่อ"

          คางุระพยายามตะโกนให้คนรักของตนหยุดทำร้ายคามุอิ แต่ตอนนี้โซโกะสติขาดไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น กินโทกิส่งคางุระให้กับชินปาจิแล้วลุกขึ้นไปหาทั้งสองคนที่สู้กันจนเจ็บหนัก

          "ยัยหมวยบอกให้พอไม่ได้ยินรึไง"

          กินโทกิบอกโซโกะแล้วใช้มือตนเองจับคมดาบของชายหนุ่มที่เปื้อนไปด้วยเลือดไว้ไม่ให้แทงคามุอิไปมากกว่านี้ สายตาของเขาจ้องไปยังนัยน์ตาสีเลือดของโซโกะอย่างห้ามปราม จนโซโกะได้สติดึงดาบกลับมายันตัวที่แทบจะลุกไม่ไหวให้ยืนอยู่

          "คางุระ"

          คามุอิได้สติเช่นกัน เขาพาร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดนั้นไปหาน้องสาวที่ชินปาจิกำลังอุ้มประคองอยู่

          "อาเฮีย...."

          คางุระเรียกพี่ชายที่ดูสั่นกลัว ความรู้สึกวิ่งวูบสู่ใจของคามุอิ ความอ่อนแอที่เขาพยายามทิ้งไปกลับเข้ามาอีกครั้ง ตอนนี้คางุระไม่ต่างกับแม่ของพวกเขา

          "คางุระ พี่....."

          "ไปกันซะทีเถอะ"

          อาบุโตะเดินเข้ามาช้อนร่างของคางุระแทนชินปาจิที่หมดแรงเพราะกลัวคางุระจะเป็นอะไรไป

          "จะเอาคางุระจังไปไหนครับ?"

          ชินปาจิถามอย่างระแวง อาบุโตะถอนหายใจแล้วตอบคำถาม

          "ใกล้ๆนี่มีดาวที่มีหมอฝีมือดีอยู่ ถ้าอยากให้ยัยหนูนี่รอดก็รีบไป"

          ชินปาจิพยักหน้า แล้วเดินไปช่วยกินโทกิพยุงโซโกะที่แทบหมดแรงไปยังยานฯที่จอดรออยู่ โดยมีคามุอิตามไปอีกคน


          ยานฯได้ออกเดินทางขับเคลื่อนไปยังดาวที่อาบุโตะพูดถึงอย่างรวดเร็ว ร่างบางของคางุระนอนราบอยู่กับพื้นโลหะโดยมีโซโกะนอนอยู่ข้างๆ เขาหันมองสาวน้อยที่ยังมีสติอยู่เช่นเดียวกับคางุระที่มองเขาอยู่ด้วยความดีใจที่เห็นโซโกะปลอดภัย

          "คางุระ"

          โซโกะเรียกชื่อสาวคนรักแล้วขยับมือไปกุมมือที่วางอยู่ข้างตัว อยากจะกอดเธอไว้แนบอกแต่เขาเองก็ขยับตัวแทบไม่ไหว ความปวดเข้ารุมเร้าเมื่อสติกลับคืนมา

          คามุอิที่นั่งอยู่กับอาบุโตะมองโซโกะกับคางุระ บาดแผลของเขากำลังจะปิดสนิทเพราะแรงของมนุษย์แทบจะทำอะไรเขาไม่ได้ตรงข้ามกับคางุระที่โดนพลังของยาโตะด้วยกัน เขากำลังคิดอะไรอยู่แม้แต่อาบุโตะก็ไม่เข้าใจ

          ส่วนกินโทกิเองก็อยู่ไม่ห่างคางุระ พอๆกับชินปาจิที่คอยเรียกชื่อสาวน้อยที่ทำท่าจะหมดสติได้ทุกเมื่อด้วยความเป็นห่วง

          "ผิดแผนหมดเลยสินะครับ"

          ชินปาจิพูดขึ้นทำให้กินโทกิหันไปมองคนชวนคุย

          "อือ ผิดคาดที่ยัยบ้านี่เข้าไปร่วมวง"

          กินโทกิรับอย่างง่ายๆ แล้วมองคางุระหันมามองเขาแทน

          "ขอโทษนะคางุระ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้"

          "อือ อั๊วรู้"

          คางุระพึมพำเสียงแหบแล้วหลับตา

          "เธอจะเกลียดฉันก็ได้นะ ฉันยอมหมดทุกอย่างแล้วคางุระ"

          ชายหนุ่มผมเงินบอกกับสาวน้อยยาโตะที่แทบไม่มีแรงหายใจ ณ ตอนนี้ คางุระส่ายหน้าแล้วยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน

          "อั๊วไม่เกลียดลื้อหรอกน่อ เพราะอั๊วรู้ว่าลื้อน่ะเลือกสิ่งที่ดีให้กับอั๊วเสมอ"

          "ผมก็เหมือนกันครับคุณกิน" ชินปาจิเอ่ยขึ้น "ที่คุณกินไม่ปล่อยให้คุณโอคิตะมาด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากให้คุณคามุอิฆ่าคุณโอคิตะสินะครับ"

          กินโทกิมองคางุระและชินปาจิสลับกัน ทั้งสองคนโตขึ้นและมีเหตุผลมากขึ้นรวมถึงรู้ไปถึงจิตใจของเขาว่าเขาคิดอะไรอยู่


          ในคืนหนึ่งระหว่างที่กินโทกิกำลังเดินกลับร้าน เขาได้พบว่าคามุอิคอยติดตามดูโซโกะที่มาส่งคางุระ

          "ไง มาตามดูว่าที่น้องเขยของตัวเองสินะ"

          คามุอิกระโดดลงจากหลังคามาหากินโทกิแล้วยื้ม

          "ชิโรยาฉะเองเหรอ? หมอนั่นน่ะฉันยังไม่ได้รับเป็นน้องเขยหรอกนะ"

          "แต่เจ้านั่นมีชัยไปกว่าครึ่ง ตาพ่อหัวเหม่งของพวกนายก็ไม่จัดการอะไรสักทีนี่สิ"

          "จะไปพึ่งคนไม่ได้เรื่องอย่างนั้นทำไม" คามุอิหัวเราะเสียงขึ้นจมูก "อย่างหมอนั่นแค่ฉันก็จอดแล้ว"

          "แล้วแกจะทำอะไร?"

          กินโทกิถามหนุ่มยาโตะอย่างไม่ไว้ใจนัก

          "ก็ทดสอบอะไรบางอย่าง" คามุอิตอบตามตรง "นายคิดว่าทำไงดีล่ะ ทดสอบแบบไหนดี"

          "แบบไหนก็ได้ที่ไม่ทำให้เอโดะพัง หลายเดือนก่อนคนเดือดร้อนเพราะความบ้าของพวกแกมาแล้วนะ คราวนี้ฉันไม่ยอมแน่ๆ"

          "ก็ได้ เพราะฉันเองก็ยังไม่อยากมีเรื่องกับชิโรยาฉะหรอกนะ" หนุ่มยาโตะรับคำอย่างว่าง่าย "ให้ฉันเลือกสถานที่ได้เองสินะ ว่าแต่จะไม่ห้ามหน่อยเหรอ ความจริงฉันเห็นพวกนายสนิทสนมกันดีออกนะ"

          "คนจะทะเลาะกันฉันไม่ห้ามหรอก แต่อย่ามาเดือดร้อนบนหัวฉันก็แล้วกัน"

          กินโทกิตอบหน้าตาเฉยกึ่งๆรำคาญ แต่คามุอิยิ้มอย่างถูกใจ

          "อยากจะทดสอบหมอนั่นด้วยสินะ"

          "แล้วจะไปทดสอบที่ไหน" แม้จะทำเป็นไม่สนใจ แต่ลึกๆแล้วกินโทกิก็เป็นห่วงโซโกะไม่น้อย

          "ถือว่าอนุญาตแล้วนะ"

          คามุอิยิ้มแล้วขอตัวไปคิดก่อนว่าจะพาโซโกะไปไหน กินโทกิมองตามอย่างกังวลเพราะไม่มั่นใจว่าโซโกะจะสู้ไหว แต่เขาเองก็อยากทดสอบโซโกะว่าจะปกป้องคางุระได้หรือไม่


          แม้อาบุโตะจะบอกว่าดาวนั้นอยู่ใกล้ๆแต่มันช่างไกลเหลือเกินในความรู้สึกของทุกคนคางุระเองนั้นก็เริ่มไม่ได้สติสร้างความร้าวรานใจให้ทุกคนยิ่งนักโดยเฉพาะกินโทกิ เขาไม่คาดคิดว่าคามุอิจะลักพาตัวคางุระ ทำร้ายซาดาฮารุและจะฆ่าโซโกะจริงๆ ตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดคนที่บาดเจ็บเจียนตายที่สุดกลายเป็นคางุระ

          "หนาวจังเลยน่อ" เสียงเล็กที่แหบพร่าดังขึ้นดึงความสนใจทุกคนให้หันไปมอง"อาเฮีย"

          "พี่อยู่นี่"

          คามุอิลุกขึ้นไปหาน้องสาวที่ตอนนี้หน้าซีดกว่าเดิมมาก เขาจับมือที่เย็นของเธอมากุมไว้

          "ลื้อกลับมาเป็นอาเฮียคนเดิมแล้วน่อ สายตาลื้อมองอั๊วเหมือนเดิมแล้ว" คางุระน้ำตาไหลออกมาด้วยความปิติยิ่งนัก "แต่ตาอั๊วพร่าไปหมด มองไม่ชัดเลยน่อ"

          "เงียบเถอะ เดี๋ยวก็ถึงแล้วแข็งใจไว้นะคางุระ"

          หนุ่มยาโตะบอกน้องสาวที่พยายามพูด แล้วกุมมือเธอแน่นกว่าเดิม

          "อั๊วรู้ว่าลื้อกำลังบีบมืออั๊ว แต่ทำไมอั๊วไม่รู้สึกเจ็บเลยน่อ"

          "บอกให้เงียบไง"

          คามุอิดุแล้วได้แต่มองร่างบางที่เย็นลงเรื่อยๆอย่างไม่รู้จะทำเช่นไรดี

          "กินจัง ชินปาจิ ใครดับไฟบนยานฯน่อ อั๊วมองไม่ค่อยเห็น"

          คางุระเรียกอีกสองคนแห่งร้านสารพัดรับจ้าง

          "คางุระจัง?"

          "ปิดประหยัดไฟน่ะ มืดก็จริงแต่เราสัมผัสกันได้นะ"

          กินโทกิลูบผมเธอย่างอ่อนโยน ส่วนชินปาจิพยายามกลั้นสะอื้นแล้วไม่มองเลือดที่ยังคงไหลออกจากบาดแผลของคางุระ

          "แต่อั๊วมองไม่เห็นพวกลื้อน่อ" คางุระแย้ง แล้วนึกถึงโซโกะ "อาตี๋....โซโกะอยู่ไหน"

          "ฉันอยู่นี่" โซโกะขานรับแล้วฝืนพยุงตัวเองไปกอดร่างบางไว้แนบอก "หนาวใช่ไหม? ฉันกอดหล่อนอยู่อุ่นรึยัง?"

          "เสียงลื้อสั่น ตัวก็สั่น หนาวเหมือนอั๊วใช่ไหมน่อ? ขอโทษนะอั๊วไม่มีแรงเลยกอดลื้อไม่ได้น่อ"

          "ไม่ต้องกอดฉันหรอกยัยหมวยบ้า ให้ฉันกอดหล่อนก็พอ ฉันจะกอดหล่อนไว้อย่างนี้จะไม่ยอมปล่อยจนกว่าหล่อนจะหายหนาวเลยนะ"

          โซโกะพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นและพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังคลอเบ้าของตน คางุระร้องไห้ในอ้อมกอดของคนรัก

          "อั๊วอยากเห็นลื้อน่อ"

          "เดี๋ยวฉันบอกให้พวกนั้นเปิดไฟให้นะ"

          "ว่าไปแล้วอั๊วยังไม่เคยพูดคำนั้นกับลื้อเลยน่อ"

          "หือ?"

          คางุระร้องไห้หนักกว่าเดิม เธอสะอื้นเบาๆแล้วซุกอกของโซโกะ

          "อั๊วรักลื้อน่อ โซโกะ"

          คำบอกรักของคางุระที่เขาไม่เคยได้ยินนั้นยิ่งทำให้โซโกะแทบบ้า ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนของตนให้แน่นขึ้น

          "ยัยบ้า คำๆนี้เราต้องบอกกันเองตอนอยู่สองคนสิ"

          "ลื้อรู้ใช่ไหมน่อ?"

          "ฉันรู้อยู่แล้ว ยัยบ้าคางุระ"

          โซโกะบอกกับเธอ คางุระสำลักลมหายใจแล้วค่อยๆสติลางเลือนเมื่อบอกรักให้คนรักฟัง

          "คางุระ!!!"

          สาวน้อยได้ยินเสียงทุกคนเรียกชื่อเธอแว่วมาไกลๆ แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็สิ้นสุดลง คางุระไม่ได้ยินเสียงสรรพสิ่งใดๆอีกเลย


         




                   



         



         

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

52 ความคิดเห็น

  1. #19 PrincesZ O_O (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 14:23
    ซึ้งอ่ะ สงสารทุกคนเลย
    #19
    0