ปราการรักมาเฟีย [นิยายชุด มาเฟีย]

  • 96% Rating

  • 77 Vote(s)

  • 340,584 Views

  • 2,177 Comments

  • 685 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    88

    Overall
    340,584

ตอนที่ 5 : Wall of Love 🏰 03 Broken Moon ...50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    23 ก.ย. 61

http://i1243.photobucket.com/albums/gg541/MOEIMULEE/Wall%20of%20Love/wallpost05.jpg

 

 

3

Broken Moon

(...50%)

 

 

         ร่างบางที่สั่นอยู่ในอ้อมแขน ทำให้อัลเล็นไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือหรือปลอบโยนเธอเช่นไร เวลานี้เขาโกรธทั้งหวันยิหวา โกรธทั้งคนงานที่ทำร้ายเธอ รวมไปถึงโกรธตัวเองจับใจ

            มาเฟียผุดลุกขึ้นจากมุมมืด ช้อนร่างเล็กขึ้นมาอุ้มไว้แนบกับอก สายตาที่เย็นเยียบกวาดมองทุกคนก่อนจะก้าวเท้าออกไปโดยที่ไม่สนใจใครอีก เมื่อร่างสูงเดินพ้นจากบริเวณเรือแล้ว น้ำเสียงหนักๆ ที่ทุ้มกังวาน ก็เอ่ยบอกคนสนิททันที

            “จัดการพวกมันให้สาสมแล้วปล่อยไป แล้วก็เลิกทำกิจการกับเรือลำนี้ด้วย” อัลเล็นไม่สนใจว่าเจ้าของเรือขนเกลือนั้นจะเป็นใคร ไม่ใส่ใจด้วยว่าอาจจะเป็นคู่ค้าที่ร่วมงานกันมาหลายปี ตอนนี้ไม่อยากจะมองหน้าหรือใส่ใจใครอีก หากว่ามันทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น ก็พร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าให้ราบเป็นหน้ากลอง

            “ครับนาย” เอ็ดคนสนิทซึ่งเป็นที่ปรึกษาทุกอย่างรับคำอย่างเข้าใจ และรู้ดีว่าเจ้านายต้องการอะไร

            ส่วนแจ็คเดินตามอัลเล็นไป เพราะค่อนข้างแน่ใจว่าเจ้านายมีเรื่องให้ต้องทำเป็นแน่ แล้วก็ต้องใจหายวาบเมื่อเห็นว่าร่างเล็กของผู้หญิงในอ้อมแขนของอัลเล็นนั้นมีเลือดไหลซึมออกมาจากเรียวขา ไม่ต้องสงสัยอะไรให้มากความ สาวน้อยคนนี้ต้องเจอกับเรื่องราวที่แสนเลวร้ายมาเป็นแน่

            ไม่นานร่างที่อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรงของหวันยิหวาก็จำต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลด้วยอาการอาหารเป็นพิษไปเมื่อไม่กี่วันเท่านั้น

            ใบหน้าของมาเฟียหนุ่มเกร็งเครียดขึ้ง เขาแทบจะไม่เอ่ยปากพูดอะไรถ้าไม่จำเป็น ส่วนหวันยิหวาก็ร้องไห้จนหมดแรงไปแล้ว หลังจากที่นำตัวส่งไปที่ห้องฉุกเฉิน อัลเล็นก็นั่งลงกับม้านั่งกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในอุ้งมือ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากอะไรจนกระทั่งแพทย์เจ้าของไข้เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน

            อัลเล็นลุกขึ้นยืน อยากจะฟังอาการของเธอจากปากของหมอโดยตรง แม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับสาวน้อยหน้าหวานคนนั้น

            “แผลของคนไข้ไม่ลึกมากเท่าไหร่ เราเย็บแผลให้แล้ว นอกจากนั้นก็มีรอยช้ำนิดหน่อย อาการคนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วครับ”

            คำรายงานของแพทย์ทำให้อัลเล็นชาไปทั้งตัว เธอต้องเย็บแผลเลยอย่างนั้นหรือ เขาคิดในใจ ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มบิดเบี้ยวจนไม่น่ามอง

            มันต้องเป็นความหวาดกลัวสำหรับหวันยิหวามากแน่ๆ แล้วเขาจะมองหน้าเธอได้เช่นไร ในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าตนเองเป็นคนวางแผนให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

            “ให้คนไข้นอนพักที่นี่สักคืน พรุ่งนี้ก็คงกลับบ้านได้แล้วครับ” นายแพทย์ที่รักษาอาการของหวันยิหวากล่าวต่อไป อดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมอัลเล็นยังทำหน้าไม่ค่อยสู้ดี ทั้งที่อาการของคนไข้สาวนั้นก็ดีมากขึ้นแล้ว แต่ก็เข้าใจว่าทุกคนคงเป็นห่วงสาวน้อยคนนั้นมาก

            “แล้วทำไมกลับบ้านได้เร็วนักครับ คือว่าแผลเย็บเนี่ย แสดงว่าแผลมันต้องใหญ่แล้วก็” อัลเล็นพูดต่อไม่ออก คิดสงสารหวันยิหวาเหลือเกิน ที่ต้องมาถูกทารุณเช่นนี้ มันต้องกลายเป็นฝันร้ายของเธอไปตลอดทั้งชีวิตอย่างแน่นอน

            “มันก็ไม่ค่อยใหญ่เท่าไหร่ครับ อย่างที่บอกไปแล้วก็ไม่ค่อยลึกด้วย หมอเย็บที่ปากแผลแล้ว ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วครับ”

            หมอหนุ่มรู้สึกว่าพูดกับชายหนุ่มตรงหน้าไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ เช่นเดียวกับอัลเล็นที่เริ่มฉุนว่าแพทย์ไม่ยอมดูอาการของหวันยิหวาให้ดี ทำแผลให้แค่นั้นแล้วก็ส่งกลับบ้านไม่รอดูอาการต่ออีกหน่อยหรือ ทั้งที่เธอเจ็บแผลจนถึงต้องเย็บหลายเข็ม

            “เราพูดถึงคนไข้คนเดียวกันไหมครับ หวัน เอ่อ หวันยิหวาใช่ไหมครับ อาการแผลที่มีโคนขาซึ่งถูกของมีคมบาด แล้วก็มีรอยฟกช้ำตามตัว คนนี้หรือเปล่าครับ” นายแพทย์รีบพลิกประวัติคนไข้ เผื่อว่าทั้งคู่นั้นจะเข้าใจผิดกันไปมากกว่านี้

            “ของมีคม บาดที่โคนขา?

 

 

            อัลเล็นนั่งมองดูคนป่วยที่อาการเริ่มดีขึ้น ชายหนุ่มมาเยี่ยมแต่เช้าตรู่ พร้อมทั้งขนมนมเนยเต็มตะกร้า หวันยิหวาเองก็ไม่ขัดศรัทธาคว้ามันเข้าปาก พลางชำเลืองมองดูมาเฟียหนุ่มที่ทำหน้ายุ่งตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในห้องพักฟื้นแห่งนี้

            ชายหนุ่มเองก็เอาแต่จ้องหน้าหวานที่มีสีเลือดระเรื่อบ้างแล้ว พอจะโล่งใจขึ้นเมื่อเห็นคนตัวเล็กกินขนมหวานจนแก้มพอง แล้วก็ยังเห็นลักยิ้มจางๆ ที่แก้มนวลด้วย อารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้านี้จึงเบาบางลงไปได้บ้าง รู้สึกว่าของโปรดของสาวเจ้าคือมาการอง[1] เพราะเป็นคนป่วยหยิบกินหลายชิ้นแล้ว

            “คุณเป็นอะไรรึเปล่า” เพราะอดที่จะถามไม่ได้ หวันยิหวาเลยหน้ายุ่งไม่แพ้เขา ไม่รู้ว่าชายหนุ่มคิดอะไรอยู่ ทำหน้าเคร่งเครียดอะไรหนักหนา แล้วก็ไม่พูดอะไรสักคำด้วย

            “เธอนั่นแหละ เป็นอะไรมากไหม เมื่อคืน

            พูดถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็ละอายใจเหลือเกิน อัลเล็นแทบจะไม่กล้าสู้หน้าหวันยิหวา ถ้าเขาไม่ทำเรื่องโง่ๆ พรรค์นั้น เธอก็คงไม่เจ็บตัวเช่นนี้

            แต่ที่เขากำลังแปลกใจอยู่ เห็นจะเป็นคำรายงานของแพทย์ที่บอกว่าคนเจ็บเป็นแผลเพราะถูกของมีคมบาด ทั้งที่เธอน่าจะถูกข่มขืนมา

            “อ้อ เมื่อคืน”

            คิดถึงเรื่องเลวร้ายเมื่อคืน ใบหน้าของหวันยิหวาก็พลันสลดลง มือเล็กที่หยิบเอาขนมหวานสีสวยเข้าปากหยุดชะงักลงจากนั้นก็นิ่งเงียบ เรื่องเมื่อคืนทำให้เธอขวัญผวาจนเป็นโรคหวาดระแวงไปซะหมด ยังหลอนมาถึงตอนนี้ ราวกับฝันร้ายที่ยากจะลบเลือนมันออกไปจากใจ

            “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอจริงๆ ฉันจะรับผิดชอบเธอเอง” อัลเล็นพูดด้วยเสียงจริงจัง

            “ฉัน คือ

            ใครจะกล้าเล่า

            หวันยิหวาคิดในใจ เมื่อเห็นอัลเล็นทำตาดุๆ จริงจังมา เธอก็ย่นคอด้วยความหวาดกลัว ไม่อยากจะบอกให้เขารู้ แต่เขาก็คงไม่ยอม เล่นจ้องซะจนมือไม้อ่อนแรงไปหมด

            “ว่าไง” อัลเล็นถามอย่างใจเย็น เธอต้องไม่รู้แน่ๆ ว่าปกติเขาไม่ใช่คนที่ใจเย็นและชอบการรอคอยเลย นี่ก็ต้องใช้ความอดทนอย่างมากที่จะไม่ตะคอกเค้นเอาคำตอบที่ต้องการ

            “เมื่อคืน ฉันหนีลงจากห้องพักค่ะ” คนเจ็บบอกเสียงเบาหวิว อัลเล็นก็แกล้งทำเป็นว่าเพิ่งได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก แต่ความจริงแล้วเขารู้การเคลื่อนไหวของเธอทุกอย่างต่างหาก แต่ไม่อยากขัดจังหวะอะไร ตั้งใจฟังอย่างจริงจังจนหญิงสาวจำต้องพูดต่อ

            “แล้วก็มองหาเรือ ตอนแรกฉันคิดว่ามันจะเป็นเรือสำราญเหมือนที่นั่งมาจากเมืองไทย” หวันยิหวาเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ โดยที่ให้คำตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมต้องเล่าให้เขาฟัง ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นใดๆ เลย

            แต่เมื่ออัลเล็นมองมาและบอกทางสายตาว่าร่างกายของเธอแปดเปื้อนไปหมดแล้ว นั่นแหละ ทำให้ศักดิ์ศรีของผู้หญิงที่พึงมี ทำให้ต้องพูดเพื่อปกป้องตัวเอง

            “แต่ว่าก็ไม่เจอ ฉันเดินไปเรื่อยๆ กะว่าจะกลับขึ้นห้องไปตามเดิม แต่ก็มีผู้ชายสองสามคนเข้ามาจับตัวฉันไว้” ท้ายเสียงของเธอสั่นไหว แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ยังจำภาพน่ากลัวเหล่านั้นได้ชัดเจนติดตา

            อัลเล็นเกร็งไปทั้งตัว เส้นเลือดที่หน้าผากและลำคอแข็งแกร่งเต้นตุบๆ จนน่ากลัว เขาข่มโทสะทุกอย่างเอาไว้ กอดอกและพยายามจะฟังเธอเล่าเรื่องต่อไป

            “พวกมันจะข่มขืนฉัน” หวันยิหวาเริ่มสั่น แววตาของเธอไหวระริกและพูดต่อแทบไม่ได้

            “ฉันเลยบอกพวกมันว่าฉันมีรอบเดือน แต่พวกมันไม่เชื่อ”

            “อืม” อัลเล็นคำรามออกมาคำหนึ่ง ถ้าไม่ระบายออกสักหน่อย เขาคิดว่าตัวเองต้องอกแตกตายแน่ๆ

            “ฉันล้มลงกับพื้นมืดๆ แล้วก็เจอกระป๋องเบียร์ที่พวกมันดื่มทิ้งไว้” หวันยิหวาพูดเสียงอ่อย มองดูอัลเล็นที่ทำหน้าดุดันเหลือเกิน เขาต้องโกรธเรื่องที่เธอแอบหนีออกมาจากห้องพักเป็นแน่

            ด้านอัลเล็นเองก็ตั้งใจฟังเต็มที่โดยที่ร่างกายเกร็งแข็งค้าง อยากจะรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรกับแม่ตัวเล็กของเขากันแน่จึงไม่พูดขัดหรือถามอะไรแม้แต่คำเดียว

            “หลังจากนั้น หลังจากนั้น” เสียงหวานเริ่มตะกุกตะกัก ดวงตากลมโตเหลือบมองดูอัลเล็นที่เหมือนโกรธมาสักสิบชาติ ไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปเขาจะโกรธมากกว่าเดิมหรือเปล่า

            “พวกมันเอาแต่เถียงกันว่าใครจะเป็นคนที่เท่าไหร่ ฉันเลยเอาเอากระป๋องนั้นบาดซอกขาตัวเองค่ะ” เธอบอกเสียงเบาหวิว จากนั้นก็ก้มหน้าลง ได้ยินเสียงของอัลเล็นสูดหายใจเข้าปอดด้วยความโมโห ก็รู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองลีบเล็กทุกขณะ

            “สรุปแล้ว รอยเลือดที่ขาของเธอนั่นคือแผลที่เธอจงใจเอากระป๋องเบียร์บาดขาอย่างนั้นเหรอ” อัลเล็นถาม หลังจากที่เงียบอยู่นาน

            ในใจของเขาเริ่มชื้นขึ้น คิดว่าแม่สาวน้อยร่างบางคนนี้คงไม่ได้พูดเล่นแน่นอน

            “ค่ะ” เธอบอก ยังรู้สึกกลัวไม่หาย ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้น คงได้คลั่งตายเป็นแน่แท้ ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าสายตาของอัลเล็นได้เปลี่ยนไปแล้ว

            ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ หวันยิหวาก็ต้องตกใจจนสะดุ้งตัวโยน เมื่อเห็นอัลเล็นขยับเข้ามาหาอย่างไม่ทันตั้งตัว จากนั้นก็เอนกายแข็งแกร่งของเขามาจนชิดร่างกายของเธอ

            “คุณจะทำอะไรน่ะ!” หวันยิหวาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ไม่คิดเลยว่าตนเองจะต้องหนีเสือมาปะจระเข้ นี่ก็ยังอยู่ในโรงพยาบาลอยู่เลย แล้วทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้

            “ขอตรวจดูยังไงล่ะ ว่าเธอไม่ถูกพวกมันทำอะไรจริงๆ” บอกอย่างเอาแต่ใจ จากนั้นเขาก็ใช้สองมือใหญ่ทึ้งเอาคอเสื้อสีฟ้าอ่อนซึ่งเป็นชุดฟอร์มของทางโรงพยาบาลออกจากตัวของเธอทันที

            “หยุดนะ จะทำอะไรน่ะ” เธอกรี๊ดลั่น เสียงหวานที่แหบพร่าดังลอดออกไปถึงข้างนอกที่มีลูกน้องตัวโตของอัลเล็นเฝ้าอยู่

            แจ็คได้ยินเสียงร้องของหวันยิหวาก็คิดว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นในห้องพักของเชลยสาวคนสวยของเจ้านาย เขาจึงใช้ร่างกายของตัวเองกระแทกบานประตูเข้าไปทันที ตามที่ได้รับการฝึกมาให้ปกป้องคุมครองเจ้านาย

            “นายครับ!

            แต่ไม่ทันได้คาดคิด ว่าเจ้านายของตนเองจะกลายมาเป็นคนร้ายเสียเอง เขาได้รับสายตาเรืองๆ ที่ส่งมาจากเจ้านาย หลังจากที่ทะเล่อทะล่าเข้าไปโดยที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องกันแน่

            อัลเล็นใช้ร่างกายของตนเองเป็นโล่กันสายตาของลูกน้องเอาไว้ ก่อนจะสั่งทางสายตาให้ออกไปให้พ้นก่อนที่เขาจะระเบิดโทสะออกมา

            แจ็คหัวเราะแห้งๆ เมื่อเห็นว่าเจ้านายหนุ่มกำลังคร่อมร่างของคนเจ็บเอาไว้บนเตียง หวันยิหวามองมาด้วยสายตาตื่นตระหนก สายตานั้นไม่รู้ว่ามองมาอย่างตกใจอยากไล่ให้เขาออกไป หรือต้องการความช่วยเหลือกันแน่ แต่สายตาของอัลเล็นนั้นบอกชัดว่าควรหายหัวไปซะเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นตัวเองนี่แหละจะถูกฆ่าตาย

            “ขอโทษครับ ผมคิดว่ามีคนร้าย” การ์ดหนุ่มพูดเท่านั้นก่อนจะพาตัวเองออกมาจากห้องพักฟื้นทันที

            เมื่อแจ็ครีบหายตัวไป หวันยิหวาก็พยายามจะปกป้องตัวตัวเองด้วยการผลักคนที่คร่อมร่างตัวเองอยู่ให้ออกห่าง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งทำเท่าไหร่ก็กลายเป็นว่าถูกพันธนาการแน่นหนาไว้เท่านั้น อัลเล็นไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด ซ้ำสายตาที่กวาดมองทั่วทั้งตัวก็ยังน่ากลัวมากด้วย

            “ปล่อยฉันนะ ปล่อย” คนเจ็บพยายามดิ้นรน แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะสู้แรงของอีกฝ่ายไม่ไหว ซ้ำยังระบมไปทั้งตัวอีกด้วย ซ้ำร้ายกางเกงก็ยังถูกถลกออกจากเอวเล็กด้วย หวันยิหวาหลับตาแน่น คิดว่าคงถูกทำร้ายเข้าแล้ว เพราะอัลเล็นพลิกตัวเธอซ้ายขวา สำรวจทุกซอกทุกมุมจนแทบจะกลั้นหายใจให้ตายไปเลยด้วยความอับอาย

            มีอย่างที่ไหนมากดผู้หญิงกับเตียง ปล้ำถอดเสื้อผ้าแล้วลูบตรงนั้นตรงนี้ เขามีหัวใจหรือเป็นสุภาพบุรุษบ้างไหม

            หวันยิหวาหน้าแดงก่ำลามไปทั้งตัว เมื่อปลายนิ้วของอัลเล็นซุกซอนไปทั่ว และดูเหมือนจะเน้นเป็นพิเศษตรงซอกขาด้านใน ซึ่งเป็นบริเวณแผลที่เธอทำตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายมาข่มเหงตัวเอง

            เมื่อเห็นว่าร่างบางผิวเนียนๆ ของเธอไม่มีร่องรอยอะไรอย่างที่นึกกลัว อัลเล็นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและปล่อยเธอออกห่างในที่สุด หวันยิหวาเองก็สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ คิดว่าจะขาดใจตายเพราะความอายเสียแล้ว

            “คนทุเรศ!” เสียงหวานสบถใส่หน้าคนตัวโตอย่างแค้นเคือง ร้อนผ่าวไปทั้งตัวเหมือนเป็นไข้หลายสิบองศา เขาเห็นเธอเป็นตุ๊กตาบาร์บี้หรือไง นึกอยากจะทำอย่างนั้นอย่างนี้อย่างไรก็ได้น่ะ

            อัลเล็นไม่ได้สนใจนำพาคำด่าทอของเธออีกต่อไปแล้ว หลังจากที่รู้ว่าสตรีหน้าหวานคนนี้ชอบด่าว่าเป็นประจำ เขาเลยรับรู้แค่บางคำก่อนจะปล่อยมันผ่านเลยไปเท่านั้น

            “เอาล่ะ ในเมื่อเธอหายดีแล้ว งั้นก็กลับได้เลย” อัลเล็นตัดสินใจในที่สุด เพราะว่าหมอเจ้าของไข้ของหวันยิหวาบอกกับเขาเมื่อวานแล้วว่าสามารถพาตัวหญิงสาวกลับได้เลยในวันรุ่งขึ้น จึงตั้งใจจะพากลับเลย แต่คนที่ได้ยินเข้าใจไปอีกอย่างหนึ่ง

            “คุณจะปล่อยตัวให้ฉันกลับบ้านแล้วเหรอ คุณให้ฉันกลับบ้านแล้วใช่ไหม” ทั้งเสียงทั้งมือที่กำลังกลัดกระดุมเสื้อสั่นไปหมด กระทั่งแววตาก็ยังสั่นไหว แต่อัลเล็นไม่ได้ใจอ่อนกับผู้หญิงขนาดนั้น ซ้ำยังรู้สึกหงุดหงิดเข้าไปอีก เมื่อได้ยินหวันยิหวาบอกว่าจะกลับบ้าน ซึ่งก็อยู่ที่ไหนไม่รู้

            “ตามมา ฉันมีธุระ เภาลินนัดฉันไว้

            ชื่อของรุ่นพี่คนสวยทำให้หวันยิหวาเบิกตากว้าง แสดงว่าตอนนี้รุ่นที่กำลังจะมารับเธอกลับไปอย่างที่เคยได้ให้สัญญาไว้

            “ขอบคุณคุณมากเลยนะคะ ขอบคุณจริงๆ

 

 

            แต่เรื่อกลับไม่เป็นอย่างที่หวันยิหวาคิดเอาไว้ เธอถูกพาตัวไปยังโรงแรมที่ไหนก็ไม่ทราบได้ ชุดที่กำลังสวมอยู่ก็ไม่เหมาะกับการที่จะดิ้นรนหนีไปไหน เพราะมันเป็นเพียงเสื้อเชิ้ตของอัลเล็น และกางเกงบอกเซอร์ของเขาที่เธอต้องม้วนเอวเอาไว้หลายทบเท่านั้น

            หวันยิหวาเดินวนในห้องสวีตสุดหรูไปมาเหมือนหนูติดจั่น ไม่รู้ว่าอัลเล็นโกหกหรือเปล่าเรื่องเภาลิน แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้ นอกจากรอให้เขาเป็นคนมาปล่อยเธอไป

            นี่ชีวิตของเธอเป็นของอัลเล็นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หวันยิหวาถามตัวเองและให้คำตอบไม่ได้เลย

            ขณะนั้นข้างนอกห้องพักสุดหรูก็ปรากฏร่างสูงสง่าของอัลเล็นกำลังนั่งทานมื้อกลางวันกับเภาลินอยู่ เธอติดต่อเขาหลังจากที่เกิดเรื่องที่โรงแรมของเขาได้เพียงแค่วันเดียว ชายหนุ่มเองไม่รู้ว่าเธอเป็นห่วงลูกน้องอย่างหวันยิหวา หรือว่าอยากจะพบหน้าเขากันแน่

            ทำไมมาเฟียหนุ่มจะไม่รู้ว่าเภาลินมองเขาด้วยสายตาแบบไหน ผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตส่วนมากก็มองที่ฐานะและผลประโยชน์ที่จะได้จากตัวเขากันทั้งนั้น

            “ขอบคุณนะคะ ที่เป็นเกียรติทานอาหารร่วมกับฉันตามลำพัง” เภาลินยิ้มพรายตอนที่หยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่ม

            อัลเล็นมีประสบการณ์เรื่องการดื่มไวน์ที่เจือยาพิษมาหมาดๆ ดังนั้นเขาจึงไม่ประมาท แต่ไวน์แก้วที่หญิงสาวตรงหน้ากำลังดื่มก็มาจากขวดเดียวกับที่รินในแก้วของเขา ดังนั้นจึงดื่มมันได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

            มีอย่างหนึ่งที่เภาลินไม่รู้ นั่นคือหวันยิหวาก็อยู่ในห้องนี้ด้วย เพียงแต่ว่าสาวน้อยหน้าหวานอยู่ในห้องนอนที่แยกออกไปจากห้องพักที่เขาและเภาลินกำลังนั่งรับประทานอาหารกันอยู่เท่านั้น

            “คุณมีเรื่องอะไรจะคุยล่ะ” อัลเล็นอยากจะจบการสนทนาเร็วๆ นึกอยากจะกลับไปสำรวจเนื้อตัวนุ่มๆ ของหวันยิหวาต่อ ร่างกายที่แสนอ่อนนุ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัวนั่นยังทำให้รู้สึกหวามไหวจนถึงตอนนี้ ดังนั้นเขาจึงพูดเข้าเรื่องเพื่อตัดเวลาที่เยิ่นเย้อออกไป

            “ไมโครชิพไงคะ เดาว่าคุณยังไม่รู้ข้อมูลข้างใน ฉันสามารถบอกส่วนหนึ่งกับคุณได้ ถ้าเพียงคุณปล่อยตัวยิหวา แล้วฟังคำขอร้องของฉันสักอย่าง” เภาลินพูด จ้องหน้าเขาด้วยสายตาร้อนแรง

            นี่เป็นครั้งแรกที่เธอออกตัวต่อหน้ากาเซีย เพื่อจะมาขอเจรจากับอัลเล็น ถ้าอัลเล็นมีใจตรงกัน เธอก็พร้อมที่จะทิ้งกาเซียและมาอยู่กับเขา แต่ถ้าไม่ เธอเองก็มีแผนสำรองอยู่แล้ว

            “ไมโครชิพนั่นเหรอ ถึงจะยังเปิดไม่ แต่อีกเดี๋ยวคนของฉันก็น่าจะทำสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องพึ่งเธอ” อัลเล็นบอกเสียงเย็นชา

            พูดถึงเรื่องนี้เขาออกจะแปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อย

            เขาไม่ได้สนใจเรื่องไมโครชิพของกาเซียเท่าไหร่ ความสนใจ ในตอนนี้กำลังพุ่งไปที่หวันยิหวาคนเดียวอย่างน่าตกใจ

            “คุณจะไม่ลองฟังสักหน่อยเหรอคะ” เภาลินเสียหน้าไม่น้อย แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม

            “ไม่ล่ะ เชิญตามสบายเถอะนะ ฉันไม่มีเรื่องที่ต้องเจรจากับเธอแล้ว” อัลเล็นบอกพร้อมกับจะลุกขึ้นจากเก้าอี้

            แต่ว่าไม่ทันไร พื้นตรงหน้าก็เหมือนจะโคลงเคลงจนทรงตัวไม่ไหว เขามึนศีรษะไปหมด ทั้งที่ดื่มไปแค่แก้วเดียว ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับร่างกาย บอกให้รู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่แปลกปลอมกำลังเล่นงานอยู่

            “เธอกล้าวางยาฉันเหรอ!” อัลเล็นตวาด โกรธจนหน้าแดงก่ำไปหมด ด้วยรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง

            เภาลินเห็นอาการของเขาแล้วก็กลัว แต่เชื่อได้เลยว่าอัลเล็นต้องทานฤทธิ์ยาไม่ไหว และต้องการเธอมาก ดังนั้นจึงลุกขึ้นยืน พร้อมกับค่อยๆ เปลื้องผ้าออกทีละชิ้นด้วยท่าทีเย้ายวนใจ

            อัลเล็นโกรธจนพูดไม่ออก คิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้เองก็รับยาไปด้วยเหมือนกัน เขามองเธอด้วยความโมโหแล้วก็รีบกดสายโทรศัพท์หาลูกน้องทันที

            “แจ็ค เข้ามา”

            เมื่อเห็นเหตุการณ์กำลังจะพลิกกลับ เภาลินก็ผวาไปหาชายหนุ่มทั้งตัวด้วยกลัวจะเสียแผนที่วางไว้ แต่อัลเล็นผลักเธอออกเต็มแรง และเป็นจังหวะที่แจ็คเข้ามาพอดี

            “เอาผู้หญิงคนนี้ไปให้พ้นหน้าฉัน!” เขาสั่งจากนั้นก็คว้าเอาขวดไวน์ติดมือมาด้วย

            ความร้อนรุ่มในตัวของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากลัว เวลานี้เขาต้องตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้ปลดปล่อยมันออกไป และคนที่จะช่วยได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น

            “แล้วไม่ต้องเข้ามาจนถึงพรุ่งนี้เช้า” อัลเล็นบอกด้วยเสียงแหบพร่า จากนั้นก็เดินเซเข้าไปในห้องนอน

            แจ็คแม้จะสงสัยแต่ก็รีบคว้าแขนของเภาลินออกไปจากห้องตามคำสั่งของเจ้านาย แล้วก็ตกใจไม่น้อยที่ถูกเภาลินกอดกระหวัดไว้แนบแน่น ไม่นานเขาก็เข้าใจเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น

            “อย่าเพิ่งไปสิคะ อย่าเพิ่งไป”

            “ให้ตายสิ คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย!” แจ็คสบถใส่เภาลินอย่างฉุนเฉียว

 

 

            หวันยิหวาหลับสนิทบนเตียงหลังกว้าง ก่อนจะค่อยๆ ปรือตาขึ้น เมื่อรู้สึกว่าเตียงที่นอนอยู่มีน้ำหนักกดทับจนไหวยวบ ลืมตาขึ้นก็เห็นว่าเป็นอัลเล็นที่กำลังก้าวขึ้นเตียง ใบหน้าของเขาดูแดงจัดจนน่ากลัว แต่เธอก็ยังงัวเงียเกินกว่าจะเข้าใจว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น

            “คุยงานจบแล้วเหรอคะ พี่ลินล่ะคะ” มือเล็กยกมาขยี้ตาตัวเอง แล้วก็ต้องลืมตาโพลงเมื่อถูกจู่โจมโดยที่ไม่ทันตั้งตัว

            ริมฝีปากที่ร้อนดั่งไฟของอัลเล็นระทับจูบเธอไว้แนบสนิท เรียวลิ้นที่ร้อนชื้นแทรกซึมเข้ามาโพรงปาก ดันเอาของเหลวที่ทั้งขมทั้งหวานเข้ามาด้วย

            สมองของหวันยิหวาเหมือนถูกสาดด้วยน้ำร้อนๆ จนสะท้านเฮือกไปทั้งตัว เธอดิ้นรนเมื่อรู้ว่ามีไวน์อยู่ในปากตัวเอง แต่ว่าท่อนแขนแข็งแรงของอัลเล็นก็ไม่ยอมปล่อยเป็นอิสระ ลิ้นของเขาไล้ไปตามไรฟันของเธอ ดูดดึงลิ้นเล็กอย่างหยอกเย้า จนสุดท้ายจำต้องกลืนเอาของเหลวที่หวาดกลัวลงท้องอีกครั้ง จากนั้นหัวหมุนไปหมดกับสัมผัสที่ช่ำชองของชายหนุ่ม

            “ขอโทษนะยิหวา เธออยากได้อะไรบอกมาเลย แต่ตอนนี้เธอต้องช่วยฉันก่อน” เสียงทุ้มหนักขาดหายเป็นห้วงๆ เพราะอารมณ์หวามลึก สะท้านไปทั้งกายเมื่อถูกมือเล็กสัมผัสถูกตัว

            ด้านหวันยิหวาเองก็ร้อนไปหมด ไม่รู้ว่าร่างกายของตัวเองเป็นอะไรไป ทำไมถึงได้เจ็บร้าวยามที่ชายหนุ่มแตะสัมผัสตัว โดยเฉพาะช่องท้องที่ปั่นป่วนไปหมด คล้ายกับมีผีเสื้อเป็นร้อยเป็นพันตัวโผบินอยู่ข้างในนั้น จนร่างกายแทบจะปริแตกออกจากกัน

            มือใหญ่ของอัลเล็นควานหาถุงยางอนามัยที่มักจะเก็บไว้ติดตัวเสมอ แต่เวลานี้กลับไม่มีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เพราะทุกอย่างมันฉุกละหุกไปหมด แถมร่างเล็กที่กอดอยู่ก็เนียนนุ่มไปทั้งตัว ชวนให้เขาฝังร่างกายตัวเองลงไปโดยไร้ที่สิ่งกีดขวางใดๆ ทั้งสิ้น

            “ขอโทษนะ แล้วฉันจะชดใช้ให้เธออย่างงามเลย”

            ด้วยฤทธิ์ยาที่เผาไหม้ร่างกายของคนทั้งคู่ ทำให้หวันยิหวายินยอมพร้อมใจกับเขาโดยดี ปราศจากการต่อต้านขัดขืนอย่างที่จะควรเป็น แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันผิด แต่ไม่อาจจะห้ามความปรารถนาลึกๆ ของตัวเองไม่ได้เลย

            แต่แล้วแก้วหูของอัลเล็นก็แทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อหวันยิหวาร้องกรี๊ดออกมาสุดเสียง ในตอนที่ชำแรกกายตัวเองเข้าไปในกายสาวอันอ่อนนุ่ม เล็บทั้งสิบจิกลงที่แผ่นหลังและต้นคอของเขาครบทุกนิ้ว เลือดไหลซิบออกมาตามแรงกด แต่เขาไม่มีเวลาสนใจ นอกจากบีบมือน้อยไว้แน่น ประทับจูบไปทั่ววงหน้าเล็กอ่อนหวานของสาวเจ้า

            “ขอโทษนะ ฉันไม่คิดว่าเธอยังบริสุทธิ์อยู่”



[1] มาการอง (ฝรั่งเศส: macaron, ออกเสียง มาการอง มาการง และ มากาฮอง) เป็นขนมหวานที่ได้จากการผสมเมอแร็งก์กับไข่ขาว น้ำตาลไอซิ่ง น้ำตาลทรายขาว ผงแอลมอนด์หรือแอลมอนด์ป่น และสีผสมอาหาร มาการงรูปร่างเหมือนแซนด์วิช เป็นขนมปังสองชิ้นประกบกัน มีสอดไส้ตรงกลาง ส่วนไส้มักจะเป็นกานัช บัตเตอร์ครีม หรือแยม



นิยายเรื่องนี้หมดสัญญากับทางสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊คแล้วค่ะ

มู่เลยเอามาทำ E-Book เองค่ะ มู่ขอฝากเอาไว้ด้วยนะคะ


ซื้อ E-Book ได้โดยการกดที่รูปปกใหม่ด้านบนได้เลย

หรือจะตรงนี้ก็ได้ค่ะ

หรือ >>Click!!<<


http://i1243.photobucket.com/albums/gg541/MOEIMULEE/Wall%20of%20Love/05A.jpghttp://i1243.photobucket.com/albums/gg541/MOEIMULEE/Wall%20of%20Love/05Y.jpg


Song :: Bird's Poem (Violin) (Air TV) (By TAMUSIC)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

178 ความคิดเห็น

  1. #2172 milan (@2me-too) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2556 / 02:24
    จบกัน....
    #2172
    0
  2. #2170 น่านน้ำ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2555 / 04:09
    โผล่มาทางไหน

    มุดหัวกลับไปทางนั้นเลย

    นังแม่อุ้มบุญ จอมปลอม

    เกลียดมัน
    #2170
    0
  3. #2158 Namtal_BONA (@namtal-amity) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มีนาคม 2555 / 13:30
     เอายัย นั่น เอาไป ฮือ ๆๆๆ ใจร้ายมากก tt'
    #2158
    0
  4. #1010 nanMBLAQ (@nanmblaq) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มีนาคม 2555 / 18:34
    ตอนนี้จชะฆ่าคนได้แล้ว
    #1010
    0
  5. #1009 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2555 / 15:24
    ผู้หญิงคนนี้มาจากไหนเนี่ย - -*
    #1009
    0
  6. #1008 มริสรา (@time15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:27
    อินังนี่มันเป็นคัยยยยยยย

    #1008
    0
  7. #1007 Fern (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:50
    รักแจ็ค 55555

    เอายัยนั่นไปทิ้งเลย มาจากไหนอ่ะ

    :D
    #1007
    0
  8. #1006 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:24

    อินัง ผญ นี่
    มาจากไหนเนี่ยยยยยยยยยยยยยย
    โกหกชัวร์ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #1006
    0
  9. #1005 _ยัยตัวเล็ก_ (@mooni2309) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:37
     เห้ยย !!
    #1005
    0
  10. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:26
     ห้ะะะะ?
    #1004
    0
  11. #1003 zuyu-P (@zuyu-junk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 / 06:40
     sheคนนั้นจะมาไม้ไหนเนี้ย...ร้าบกาจมาก...
    #1003
    0
  12. #1002 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 / 11:07
    ขอกระโดดกัดคอ มูมู่จัง สักทีเถอะ อึ๊ย
    #1002
    0
  13. #1001 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:26
    เอ้าเวร ไครละเนี่ยขี้ตู่แน่ๆเลย ไม่มีทางๆ  จะอุ้มบุญอยุ่ได้ไงในเมื่อยังไม่ได้ทำไรเลย

    อย่าไปเชื่อน้า ยิหวา
    #1001
    0
  14. #1000 Liew (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:58
    อ้ายยย

    คุนอัลเลนกับแจ็คเนี่ยนะ

    -0-

    ฮ้ะ แม่อุ้มบุญ?

    สู้สู้คัฟฟฟ

    ♥P'MU
    #1000
    0
  15. #999 koong-Gyu Hyun (@koong-kimbom) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:10
    ร้ายกาจมากๆ
    #999
    0
  16. #998 ปลายฝน ต้นหนาว (@pikmee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:31
    ยัยผู้หญิงคนนี้
    น่าตบจริงๆ
    #998
    0
  17. #997 Spiny (@primwi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:13
    อย่ามาตลก แสดงละครเก่งหรอ ยัยมารร้าย
    ลุกน้องที่ยื่นๆอยุทำอะไร เข้ามาลากไปฆ่าซะ ฮ่าๆ
    #997
    0
  18. #996 NUT_MINJUN (@nutcha77) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:02
    อยากเข้าไปฆ่ายัยคนนั้นมาแกล้งยิหวาทำไม
    มันไม่ใช่เรื่องหญิงยิหวา อย่าไปเชื่อๆ
    พี่มู่สู้ๆๆนะค่ะ เม้นท์น้อยไปหน่อยเพราะปั่นการบ้านอยู่
    เดี๋ยวว่างจะมาเม้นท์ให้เยอะกว่านี้
    #996
    0
  19. #995 Doll_lucky (@luckypuzz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:50
    ขี้โม้อะเปล่าาา

    อย่าทำให้ยิหวาตกใจดิ !
    #995
    0
  20. #994 osmosis (@Ujiwa-Madara) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:57
    เฮ้ยยย....มาจากไหนเนี่ยยยย
    #994
    0
  21. #993 แม่ทะลบ (@naowarat2521) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2555 / 22:29
    เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย นึกว่า up นะเนี่ยว้าแย่เลยดีใจเก้อ
    #993
    0
  22. #992 ZesiL (@kristin799) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2555 / 21:18
    เอายัยนั่นออกไปทีสิ ตามจองล้างจองผลาญไม่เลิก
    #992
    0
  23. #991 chol7431 (@chol7431) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2555 / 19:51
    จัดไปอย่าให่เสีย ยิหวาสู้เค้า นางมารเริ่มออกมาละ
    #991
    0
  24. #990 ddawny (@dawdaww) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2555 / 19:46
    อ๊ายยย  อยากอ่านต่อออคะพี่มู่
    #990
    0
  25. #989 AV®iL&S!ⓓ★ (@oarachi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2555 / 19:41
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ว่าแล้วเชียว ว่ามันยังไม่จบแน่เรื่อแบบนี้
    แงแง เจ็บปวดที่สุด เจ้ทำกันได้อ่ะ
    ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ยัยนั่นมันสวมรอยชัดๆ
    #989
    0