ปราการรักมาเฟีย [นิยายชุด มาเฟีย]

  • 96% Rating

  • 77 Vote(s)

  • 340,584 Views

  • 2,177 Comments

  • 685 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    88

    Overall
    340,584

ตอนที่ 4 : Wall of Love 🏰 02 Peace of Mind ...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    17 ก.ย. 61

http://i1171.photobucket.com/albums/r556/mumoei/wall%20of%20love/wallpost04.jpg

2

Peace of Mind

(...100%)

 

         เมื่อได้รับการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที ทำให้หวันยิหวาอดพ้นขีดอันตรายมาได้อย่างฉิวเฉียด อัลเล็นเองก็ตกใจมากที่เห็นเธอได้รับยาพิษต่อตาต่อตาเช่นนั้น ความจริงแล้วเขาเกือบจะดื่มไวน์แก้วนั้นไปหลายครั้งหลายทีแล้ว แต่ก็ไม่ได้ดื่มเสียที

            เป็นเพราะว่าความพยศของหวันยิหวาทำให้เขารอดพ้นจากไวน์แก้วนั้นไปได้ แต่ไม่คิดว่าจะทำให้เธอเป็นฝ่ายรับเคราะห์แทนตัวเองซะได้

            “อาการของเธอปลอดภัยแล้วครับ รบกวนญาติช่วยกรอกประวัติของเธอด้วยครับ

            คำพูดของหมอทำให้อัลเล็นนิ่งงันไปพักหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเอ็ดทันที

            โชคดีที่เอ็ดเป็นคนรอบคอบและชาญฉลาด เขาจัดการให้คนค้นกระเป๋าของหวันยิหวา ได้หนังสือเดินทางรวมไปถึงบัตรประจำตัวประชาชนของเธอมาอยู่ในมือเรียบร้อย เขาจึงพยักหน้าให้เจ้านาย ก่อนจะหันไปคุยกับแพทย์เจ้าของไข้ทันที

            “เดี๋ยวผมจัดการเองครับ ไม่ทราบว่าต้องไปทางไหน”

            “เชิญทางนี้เลยครับ”

            เมื่อแพทย์และเอ็ดจากไปแล้ว อัลเล็นก็เป่าปากด้วยความโล่งอกก่อนจะทิ้งสะโพกลงม้านั่งแถวนั้น แล้วก็ยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเต็มขมับ

            นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ได้ประสบกับความหวดกลัวที่เข้ามาจู่โจมหัวใจที่แสนแข็งกระด้าง จนทำให้เกือบจะทำให้เขาเซหงายและจะล้มตึงไปกองกับพื้น

            “ฉันเป็นหนี้ชีวิตผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า” อัลเล็นพูดออกมาลอยๆ คนสนิทอย่างแจ็คและคนติดตามคนอื่นก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากลอบมองกันเงียบๆ เพราะรู้ดีว่าอัลเล็นไม่ได้ต้องการคำตอบใดๆ

            “แต่เดี๋ยวนะ ถ้ายัยผู้หญิงคนนั้นเป็นคนเอายาพิษมาใส่ในแก้วไวน์ของฉันล่ะ”

            ตามประสาคนคิดขวางโลก ในที่สุดอัลเล็นก็นึกขึ้นมาได้ ว่านี่อาจจะเป็นแผนการหนึ่งของกาเซียที่ลอบสังหารเขาก็เป็นได้ แต่หวันยิหวาโดนเข้าตัวเองซะก่อน

            “ให้คนที่โรงแรมตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาให้ได้ว่าใครเป็นคนเอายาพิษใส่ในแก้วไวน์ของฉัน!

            เขาสั่งเสียงกร้าว และแจ็คก็รับคำสั่งนั้นด้วยการหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาผู้จัดการโรงแรมในทันที และรู้โดยสัญชาตญาณว่างานต้องมีคนเจ็บเพิ่มหลายคนแน่ ภาวนาว่าอย่าให้เป็นคนไข้ที่อยู่ในห้องฉุกเฉินคนนั้นเลยที่เป็นคนทำ เพราะว่าถึงจะเป็นผู้หญิงแต่อัลเล็นก็ไม่ไว้หน้าใครแน่นอน

            “ผู้จัดการเหรอ นี่ผมแจ็ค ผมต้องการให้คุณตรวจสอบอะไรบางอย่างหน่อย ด่วนครับ

 

 

            ขณะที่หวันยิหวาหลับใหลไม่ได้สติจากการรักษาตัวเพราะดื่มยาพิษเข้าไปครึ่งค่อนแก้ว ทางโรงแรมก็วุ่นวายไปหมด ผู้จัดการจับตัวคนที่เป็นคนวางยาพิษได้ เขาเป็นคนของกาเซียจริงๆ และเป็นผู้ชายที่สามารถหลุดลอดจากสายตาคนของอัลเล็นเข้ามาปลอมตัวปะปนเป็นคนงานในครัวของโรงแรม

            เมื่อทำงานผิดพลาด กำลังคิดจะหลบหนี แต่คนของอัลเล็นก็สามารถรวบตัวไว้ได้ทันควัน ทำให้มาเฟียหนุ่มโกรธจัดเป็นอย่างมาก

            แจ็คจัดการตามสมควรจากนั้นก็ส่งสภาพของชายคนนั้นกลับไปให้เจ้านายอย่างกาเซียดู ส่วนตัวเองก็รุดกลับไปเยี่ยมหวันยิหวาหลังจากเรื่องราวยุ่งๆ ทั้งหมดจบลงในวันที่สอง

            หวันยิหวาได้สติแล้ว และตอนนี้เธอก็กำลังกะพริบตาปริบๆ มองอัลเล็นที่ทำเหมือนไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวเดินเข้ามาในห้องพักของเธอหน้าตาเฉย

            ขอโทษสักคำก็ไม่พูด คนอะไรไม่มีมารยาท ร้ายกาจที่สุด! เธอด่าเขาในใจ และไม่ด่าเปล่า แถมท้ายด้วยการส่งค้อนให้อัลเล็นวงใหญ่

            “เธอหิวหรือยังยิหวา” อัลเล็นถาม นี่อุตส่าห์ลดตัวลงมาเยี่ยมทั้งที่งานยังกองท่วมหัว แต่แม่สาวแสนพยศยังค้อนทำตาวาวเรืองเหมือนเสือจะจับเหยื่อใส่อยู่ได้

            ไม่น่าเชื่อที่ตอนนี้สาวน้อยคนนี้อายุได้ยี่สิบสี่ปีแล้ว หากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนยืนยันเขาก็คงเข้าใจผิดคิดว่าเธออายุไม่เกิดสิบแปดสิบเก้าแน่นอน แต่อย่างนี้ก็ไม่เลวจะไม่ได้เสียเวลาอะไรให้มากมายเมื่อรู้ว่าหญิงสาวบรรลุนิติภาวะแล้ว

            “ว่าไง ฉันซื้อของอร่อยมาฝากด้วยนะ” ชายหนุ่มหันไปสั่งคนด้วยสายตา ให้จัดการหมูแดงและเป็ดย่างน้ำแดงส่งให้คนป่วยที่กำลังทำหน้างอง้ำ

            “ยิหวา ไม่มีปากเหรอ” อัลเล็นเริ่มจะฉุน ชวนคุยก็หลายประโยคแล้ว เธอก็เอาแต่มองหน้าเขาด้วยหางตาแถมยังส่งค้อนมาให้หลายทีอีกต่างหาก

            มี แต่ไม่อยากคุย มีอะไรไหม

            หวันยิหวารวนอีกฝ่ายอยู่ในใจแล้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร อัลเล็นแสนจะหมั่นไส้แม่ตัวดีด้วยรู้ว่าเธอคงจะหิวไม่น้อย พยาบาลที่จ้างมาดูแลเป็นพิเศษนั้นบอกว่าคนป่วยไม่ยอมทานอะไรเลย ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเธอยังกลัวเรื่องยาพิษอยู่กระมัง

            “ไม่กินใช่ไหม ฉันจะกินทั้งหมดนี่เอง” เขาขู่และทำจริง

            อัลเล็นคว้าหมูแดงหอมๆ มายั่วน้ำย่อยของหวันยิหวานั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย เห็นเธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก็ชอบใจยิ่งยั่วกระตุ้นเข้าไปทุกที และนานเข้าแมวป่าแสนพยศก็บ่อน้ำตาตื้น น้ำตาเม็ดโตร่วงลงมาจากดวงตาคู่สวยเม็ดแล้วเม็ดเล่า ชายหนุ่มกับเกาหัวแกรกด้วยความหงุดหงิดใจ

            “อะไรของเธอ ก็บอกให้กินแต่เชิดหน้าหนีเองแล้วจะร้องไห้หาพระแสงอะไร” คำพูดเถื่อนๆ หลุดออกจากคนหน้าหล่ออัลเล็นด้วยความลืมตัว

            เขาถูกแอชเชอร์มอมเมาด้วยคำหยาบคายพวกนี้มานานแล้ว เมื่อถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุดมักจะยั้งปากตัวเองไม่ทันเสมอ และในเวลานี้ก็เช่นเดียวกัน

            “หิวก็กินสิ ไม่ได้ห้ามนะบอกว่าซื้อมาให้ หรือถ้าไม่มีแรงจะป้อนให้ก็ได้ เช็ดน้ำตาสิ หันหน้ามาด้วย” ยิ่งเสียงดังเท่าไหร่ สาวเจ้าก็หลั่งน้ำตามากเท่าไหร่ อัลเล็นแทบจะเป็นบ้าตายเสียให้ได้ ส่วนลูกน้องคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ก็งุนงงเป็นการใหญ่ ไม่รู้ว่าเจ้านายกับเชลยสาวคนสวยกำลังมีเรื่องอะไรกัน

            คนหนึ่งตะโกนพูดเป็นภาษาไทยหน้าดำหน้าแดง อีกคนก็หน้าแดงเพราะร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร คนที่ฟังภาษาไทยรู้เรื่องอย่างแจ็คก็แอบหัวเราะคิกคัก เพราะเป็นครั้งแรกที่เห็นเจ้านายรับมือกับผู้หญิงไม่ได้

            “หันหน้ามา” อัลเล็นวางจานอาหารลง จากนั้นก็จัดท่าทางการนั่งของหวันยิหวาซะใหม่ให้หันหน้ามาหาตัวเอง แล้วก็จัดการตักอาหารมาป้อนให้เธอถึงปาก

            แต่ว่าริมฝีปากสีเรื่อนั้นเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตากลมโตนั้นแดงก่ำราวกับดวงตาของกระต่ายน้อย

            อัลเล็นเห็นแล้วก็ฉุน ให้มันรู้ไปสิว่าเขาจะจับเธอกรอกข้าวกรอกน้ำไม่ได้

            อัลเล็นคิดในใจแล้วก็กัดฟันกรอด บีบคางของเธอเต็มแรงให้ริมฝีปากของเธออ้าออกจากกัน จากนั้นก็ยัดช้อนที่พูนด้วยข้าวและหมูแดงใส่ปากจิ้มลิ้มนั่นทันที

            และเมื่อคนป่วยทำท่าจะคายข้าวออกออกจากปาก มือหนาของอัลเล็นก็ตะปบปากของเธอไว้ทันควัน ดันใบหน้าให้ดวงตากลมโตสบตากับเขาพร้อมกับบอกด้วยน้ำเสียงที่โหดเหี้ยมเอาเรื่อง

            “ถ้าเธอพ่นมันใส่หน้าฉัน เธอตายแน่” อัลเล็นขู่ เมื่อพอจะรู้ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังจะพ่นข้าวใส่หน้าตัวเอง

            เมื่อถูกดักคอไว้เช่นนั้น หวันยิหวาก็นิ่งเงียบไม่ยอมเคี้ยวข้าวในปากได้แต่มองหน้าคนใจร้ายอย่างหงุดหงิดใจ อัลเล็นเห็นว่าเธอคงไม่กล้าจะพ่นข้าวใส่หน้าตัวเองแล้วก็ค่อยๆ คลายมือออกจากปากและแก้มนวล ปรากฏให้เห็นรอยแดงที่แก้มใสนั่นทันตา

            ชายหนุ่มรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ทำให้ใบหน้าใสไร้สิวฝ้ากระใดๆ ต้องเป็นรอยนิ้ว แต่เมื่อคิดถึงความดื้อและแสนซนของเธอ ก็คิดว่าสมแล้วที่เป็นแบบนี้

            แต่แล้วความโกรธของอัลเล็นก็พุ่งจี๊ดอีกครั้ง เมื่อเธอถ่มข้าวกลับมาในจานที่เขาถือไว้ หลังจากที่เผลอคิดเรื่องอื่นแค่ครู่เดียวเท่านั้น

            ใช่! เธอไม่ได้พ่นข้าวใส่หน้าเขา แต่เธอถ่มข้าวลงในจานตามเดิม พระเจ้าช่วยด้วยเถอะ!

         อัลเล็นร้องหาพระเจ้าในใจ ก่อนจะตักข้าวที่คนป่วยพ่นลงในจานนั่นแหละใส่ช้อนแล้วยัดปากเธออีกครั้ง หลายคนที่เห็นเหตุการณ์ตกตะลึง ไม่คิดว่าเจ้านายจะกล้าถึงเพียงนี้

            หวันยิหวาน้ำตาคลออีกหน จากนั้นก็พ่นข้าวใส่จานอีกครั้ง อัลเล็นทำหน้าขยะแขยงอย่างรุนแรงเมื่อเห็นน้ำลายยืดเต็มข้าวในจาน และโดนมือของเขาด้วย

            “เธอยั่วโมโหฉันเองนะ” เขาบอกอย่างหงุดหงิด จากนั้นก็ตักข้าวในจานเดิมและยัดใส่ปากเธออีกหน คราวนี้เขาเอามือปิดปากเธอเอาไว้ บังคับให้คนป่วยกลืนลงไปให้ได้

            สุดท้ายแล้วอัลเล็นก็ป้อนข้าวคนตัวเล็กจนหมดจาน พร้อมกับมือและเสื้อที่เลอะน้ำลายของคนตัวเล็กเป็นด่างๆ ดวงๆ

            “ไหนแอนเดรียนมันบอกว่าเวลาป้อนข้าวเมียแล้วมีความสุขไงวะ ทำไมฉันรู้สึกขยะแขยงอย่างนี้!

            อัลเล็นบ่นเมื่อเดินออกจากห้องพักของหวันยิหวา แจ็คได้แต่หัวเราะโดยที่ไม่ได้ออกความเห็นอะไรทั้งนั้น

 

 

            ตกบ่ายอัลเล็นเบื่อหน่ายอย่างหนักกับการทำงานของตัวเอง ซึ่งไม่มีอะไรมากไปกว่าเซ็นชื่ออนุมัติในหนังสือ แล้วก็เดินตรวจโรงแรม เซ็นชื่ออนุมัติงาน เดินไปเดินมาที่โกดังเก็บสินค้า แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อก่อนเขาคิดว่ามันไม่น่าเบื่อและสามารถทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน

            แต่ตอนนี้มันอะไรกัน ทำไมถึงได้รู้สึกกระวนกระวายและอยากจะเห็นอยากจะรู้ว่าแม่เด็กน้อยหัวดื้อจะเป็นยังไงบ้าง

            ท่าทางเขาจะป่วย อัลเล็นคิดระหว่างที่เดินไปให้อาหารสุนัขป่าในกรงซึ่งเขาเลี้ยงไว้เพื่อตรวจตราโกดังเก็บสินค้าซึ่งมีมูลค่าที่สูงลิ่วไปด้วย

            ตอนที่แวะไปหายัยเด็กดื้อนั่น ต้องให้หมอตรวจสมองตัวเองเสียหน่อยแล้ว

            เมื่ออัลเล็นแวะไปเยี่ยมคนป่วยในตอนเย็น หวันยิหวาที่กำลังหัวเราะเบิกบานกับรายการโทรทัศน์รีบปิดทีวีเมื่อเห็นเขาเข้ามาเยี่ยม แสร้งทำเป็นว่าตัวเองไม่ได้หัวเราะก่อนหน้านี้ และกำลังไม่พอใจสุดๆ

            อัลเล็นไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงกับเธอ เพราะรู้ดีว่าเถียงไปก็ไม่มีวันชนะ วันนี้ก็ได้สั่งให้คนจัดอาหารมาให้เป็นพิเศษ เพราะคิดว่าอาหารที่โรงพยาบาลคงจะไม่ถูกใจคนป่วยเท่าไหร่

            และคราวนี้เขาต้องแปลกใจมากที่สาวเจ้าทำตัวน่ารักเรียบร้อย จัดการกับอาหารเงียบๆ ไม่ได้ออกอาการพยศอะไรอีก ใครจะรู้ว่าการบังคับให้กลืนน้ำลายผสมข้าวครั้งเดียวนั่นจะได้ผล หวันยิหวาไม่อยากกินข้าวเคล้าน้ำลายตัวเองอีก เลยจัดการทานเองโดยไม่ฝืนใจ

            เวลานี้เขามาเงียบๆ ไม่ได้โมโหเป็นฟืนเป็นไฟแล้วก็ไม่ได้พูดแทงใจดำอะไรอีก หนำซ้ำอาหารก็อร่อย ดังนั้นเธอก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำตัวงอแงเอาแต่ใจ

            เพียงแต่ว่าชายหนุ่มยังตามไม่ทันกับอารมณ์ที่แสนจะแปรปรวนของเธอ ดังนั้นเขาเลยได้มองหน้าหวานด้วยความฉงนสงสัย ขมวดคิ้วแน่นเมื่อเธอยกถ้วยซุปขึ้นดื่มจนหมดแล้วก็แลบลิ้นเลียมุมปาก ท่าทางอิ่มอร่อยเหลือเกิน ไม่เหมือนตอนเช้าที่ต้องบังคับตั้งนานกว่าจะกลืนข้าวลงคอได้สักคำหนึ่ง

            “อิ่มแล้ว คุณออกไปสิ ฉันจะนอน

            เมื่อทานอาหารเรียบร้อยแล้ว หวันยิหวาก็เอ่ยปากไล่บุรุษหนุ่มที่นั่งทำหน้าเหวออยู่นานสองนาน

            “อะไรนะ เธอไล่ฉันเหรอ” มาเฟียหนุ่มถามเสียงสูง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคำแรกที่เธอทักเขาคือคำนี้

            “อือ ใช่สิ ทำไมล่ะ นี่ก็จะหมดเวลาเยี่ยมแล้วนะ กลับไปได้แล้วไป เหม็นหน้าแล้ว” เธอโบกมือไล่ จากนั้นก็หยิบเอารีโมตโทรทัศน์ขึ้นมากดดูรายการเกมโชว์ต่อ

            อัลเล็นอ้าปากค้าง มองคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก แจ็คเอามือปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้หลุดเสียงหัวเราะออกมา

            ดังนั้นอัลเล็นเลยกลับออกจากห้องพักของหวันยิหวาอย่างหัวเสีย ไม่เคยเสียหน้าเช่นนี้มาก่อน และแน่นอนจะไม่มีวันให้เธอมองเขาแบบนี้ตลอดไปด้วย

            มือหนาของอัลเล็นควานหาโทรศัพท์จากนั้นก็โทรไปหาน้องชายทันที

            ขนาดคนทื่อๆ อย่างแอนเดรียนยังหาเมียได้ นับประสาอะไรกับเพลย์บอยอย่างเขา หนำซ้ำยัยผู้หญิงคนนั้นยังไร้ญาติขาดมิตร คอยดูสิ แม่นั่นจะหนีไปไหนได้!

         อัลเล็นคิดในใจอย่างหมายมาดขณะที่รอสายจากน้องชายอย่างกระวนกระวาย

 

 

            แอนเดรียนหัวเราะเสียงดังลั่นเมื่อได้ยินอัลเล็นโทรมาบ่นเรื่องผู้หญิงให้ฟัง

            ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่พี่ชายโทรมาปรึกษาตัวเองด้วยเรื่องผู้หญิง แถมยังเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวที่ไร้พิษสงอะไรด้วย

            อ้อ... ไม่ใช่สิ ผู้หญิงคนนั้นต้องมีดีเอาเรื่องเหมือนกัน เพราะไม่อย่างนั้นอัลเล็นคงไม่ต่อสายมาหาเขาด้วยความร้อนรนเช่นนี้หรอก

            “ตอนนายจีบเมีย นายทำยังไง” อัลเล็นรีบเปิดประเด็นทันทีไม่อยากอ้อมค้อนให้เสียเวลา

            “จีบเหรอ ไม่ได้จีบ” แอนเดรียนบอกไปตามความจริง

            ตัวเองก็งงๆ เหมือนกัน ว่าทำไมภรรยาสาวน้อยแสนอ่อนหวานอย่างออมขวัญถึงรับรักเขาได้ ทั้งที่ร้ายกาจสารพัด แถมยังไม่เคยบอกรักไม่เคยเอาใจอะไรเธอสักนิด

            “แกจะบ้าเรอะ แอนเดรียน ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วเมียแกแต่งงานกับแกได้ไงวะ” อัลเล็นด่าน้องชายอย่างไร้เหตุผล ไม่อยากจะโทรไปปรึกษาพี่ชายคนโตอย่างเอลวิน รายนั้นซื่อบื้อเหลือแสน ปล่อยให้เมียหอบลูกหนีไปตั้งห้าปีกว่าถึงจะตามตัวเจอ ขืนไปขอคำปรึกษาจากเอลวิน มีหวังได้แก่หงำเหงือกตายเสียก่อนเป็นแน่

            “บอกตามตรงนะ ว่าไม่รู้เหมือนกัน แต่คงเพราะว่าฉันแสดงให้เธอเห็นล่ะมั้งว่า ฉันปกป้องคุ้มครองเธอได้” แอนเดรียนบอกอย่างมั่นใจ

            แต่ไม่ได้บอกพี่ชายไปทั้งหมด ว่าเขานั่นแหละตัวทำร้ายออมขวัญเลยในตอนแรกๆ ที่ได้เจอกัน

            “ปกป้อง คุ้มครอง”

            อัลเล็นทวนเสียงในคออย่างครุ่นคิด แล้วเขาจะเอาอะไรไปปกป้องแม่นั่นได้ หวันยิหวาน่ะตัวร้ายกาจเลยต่างหาก

            “อือ ให้ความอบอุ่นเค้าไป ออมขวัญบอกว่าผู้หญิงต้องการความโรแมนติกอะไรไม่รู้ ลองบอกรักสิ ไม่แน่นะว่าเธออาจจะยอมคบกับนาย”

            คำแนะนำของน้องชายชวนให้อัลเล็นขนลุกบอกไม่ถูก เรื่องอะไรจะทำแบบนั้น บอกรักเหรอ เขารักแม่นั่นเสียเมื่อไหร่ล่ะ

            ตอนนี้เขากำลังหมั่นไส้หล่อนสุดๆ ไปเลยต่างหากล่ะ

            “ฉันจะลองไปคิดดูก็แล้วกัน” อัลเล็นบอกและไม่อยากจะรบกวนเวลาของน้องชายมากไปกว่านี้

            สุดท้ายเขาก็วางสายเงียบๆ เดินวนไปมาในห้องพักของตนเอง คิดหาหนทางให้แม่คนนั้นมาสยบแทบเท้าให้ได้ ได้สมใจอยากเมื่อไหร่จะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี ก็หวันยิหวาเป็นคนยั่วโมโหเขาเองนี่ น่าจะทำตัวน่ารักเรียบร้อย เขาจะได้ชอบเธอ เมื่อต้องเลิกรากันไปก็จะส่งเงินให้เธอใช้ตั้งตัวได้ ไม่ได้ทิ้งขว้างแบบไร้เยื่อใย

            แต่ว่าตอนนี้หวันยิหวามากระตุ้นความหงุดหงิดของเขา ดังนั้นเธอก็ต้องเตรียมรับผลการกระทำของตัวเองในเร็วๆ นี้

            “เอ็ด มาหาฉันที่ห้อง” เขากดโทรศัพท์ไปหาที่ปรึกษาทันที เมื่อคิดได้แล้วว่าจะสวมบทเป็นฮีโร่ไปช่วย ให้เธอได้ชื่นชมประทับใจได้อย่างไร

            ไม่นานเอ็ดก็มาถึงห้องของเจ้านาย ทั้งยังแปลกใจสงสัยว่าเจ้านายมีเรื่องอะไรถึงได้เรียกพบกลางดึกกลางดื่นเช่นนี้

            เมื่อรู้เหตุผลเขาก็พูดไม่ออก ไม่คิดเลยว่าอัลเล็นที่ดูเป็นผู้ใหญ่สุขุมจะกลายเป็นเจ้าคิดเจ้าแค้น และเจ้าแผนการอะไรแบบนี้

            “ช่วยจัดฉากให้ฉันหน่อย ฉันจะแกล้งยัยผู้หญิงแสนหยิ่งนั่นให้พูดไม่ออกเลย”

 

 

            ครบกำหนดการพักฟื้นที่โรงพยาบาล หวันยิหวาก็ถูกรับกลับมาที่โรงแรมหรูของอัลเล็นอีกครั้ง เธอไม่มีทางเลี่ยง ดังนั้นสุดท้ายก็ต้องจำใจอยู่กับเขา ได้แต่ภาวนาให้เภาลินกลับมาช่วยในเร็ววัน

            “คืนนี้ฉันจะขนของส่งสินค้าไปทางเรือ แถวๆ โกดังคนจะยุ่งมาก เพราะงั้น อย่าไปเสนอหน้าแถวนั้น เข้าใจนะ”

            อัลเล็นบอกกับหวันยิหวาขณะที่ทานข้าวด้วยกัน เขาเองก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ ว่าทำไมถึงยอมให้หวันยิหวามาร่วมโต๊ะอาหารด้วย

            ไม่นานเขาก็ให้คำตอบตัวเอง เพราะถ้าไม่มีเธอคนนี้ คนที่ต้องเข้าโรงพยาบาลต้องเป็นตัวเอง

         “โกดัง ที่ท่าเรือเหรอ” หวันยิหวาถามและลอบมองปฏิกิริยาของเขาไปด้วย

            “ใช่ จะมีเรือมาเทียบท่าหลายสิบลำเลย ฉันคงยุ่งทั้งคืน เธอรีบกินแล้วก็กลับไปนอนได้แล้ว” อัลเล็นบอก แกล้งทำเป็นมองเวลาทำทีเหมือนยุ่งเหลือเกิน

            “เรือเหรอ ไปที่ไหนบ้าง” หวันยิหวาอดถามไม่ได้ เผื่อว่าจะมีสักลำหนึ่งที่สามารถพากลับบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง แต่อัลเล็นหรี่ตามองเธอไม่ได้พูดอะไรอีก

            ไม่นานมาเฟียหนุ่มก็จากไป ส่วนหวันยิหวาก็มีคนพาไปที่ห้องพักที่อัลเล็นได้จัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และเนื่องจากว่าหวันยิหวาช่วยชีวิตของอัลเล็นไว้ ดังนั้นทุกคนเลยให้ความเกรงใจเธอมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

            หลังจากนั้นไม่นานที่โรงแรมก็เงียบสงบไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายด้วย หวันยิหวาคิดว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะหลุดออกจากโรงแรมนรกของอัลเล็นได้ จึงพยายามมองหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง น่าแปลกที่วันนี้เดินออกมาได้ง่ายๆ เหมือนไม่มีคนอยู่ในโรงแรมเลยอย่างไรอย่างนั้น

         ไม่นานนัก หวันยิหวาก็มาถึงโกดังได้ในพริบตา เพราะอัลเล็นจัดฉากเอาไว้แล้ว ดังนั้นจึงมีคนงานเห็นความเคลื่อนไหวของเธอทุกอย่าง พร้อมกับรายงานให้อัลเล็นรับทราบเป็นระยะด้วย

            คืนนี้อัลเล็นมีงานที่ต้องขนถ่ายสินค้าจริงๆ ดังนั้นสมาธิส่วนหนึ่งของเขาจึงจดจ่ออยู่กับการทำงานของคนงาน คิดว่าหวันยิหวาคงจะอยู่ในสายตาของลูกน้องไม่มีอะไรให้กังวล

            แต่เพียงไม่นานร่างเล็กที่ใส่ชุดเมดสีดำกลมกลืนกับความมืดก็หายไปจากสายตาของการ์ดที่คอยตามดูแลจนได้ อัลเล็นยังไม่รู้เรื่องนี้ได้แต่ออกคำสั่งให้คนงานทำงานอย่างแข็งขัน แข่งกับเวลาและสภาพอากาศที่หนาวเย็น

            กว่าจะรู้ตัวอีกที เขาก็ได้รับรายงานจากลูกน้องว่าหวันยิหวาหายตัวไปแล้ว

            “อะไรนะ คนตัวเล็กๆ คนเดียว ยังจะปล่อยให้หายปำด้อีกเหรอ”

            อัลเล็นตะคอกเสียงผ่านไปทางวิทยุสื่อสารอย่างโมโห ลูกน้องทุกคนที่ถืออุปกรณ์สื่อสารชนิดเดียวกันสะดุ้งเฮือกเป็นแถว

            ก็เพราะว่าตัวเล็กนั่นแหละ พวกเขาเลยตามหาเธอไม่เจอ

            หลายคนอยากจะพูดแบบนี้ แต่ก็พูดไม่ออกจริงๆ

            “ตามหาให้ได้ บนเรือลำไหนสักลำนั่นแหละ” พูดจบเขาก็ปาวิทยุลงกับพื้นเต็มแรงจนมันแตกเป็นเสี่ยงๆ ในคราวเดียว

            แจ็คส่งมอบวิทยุของตนเองให้เจ้านายอย่างรู้หน้าที่ ขยับตัวก้าวขาเดินตามอัลเล็นอย่างเร่งรีบ ไม่รู้ว่าป่านนี้สาวน้อยคนนั้นไปอยู่ไหนแล้ว เรือที่มาขนถ่ายสินค้าส่วนมากจะเป็นผู้ชายตัวใหญ่ที่ขาดแคลนผู้หญิงร่วมครึ่งเดือน หากว่าหวันยิหวาไปโผล่บนเรือที่อัลเล็นไม่ได้ขุดเป็นหลุมพรางไว้ รับรองว่าคนงานบนเรือนั่นไม่ปล่อยให้เหยื่อเนื้อหวานหลุดรอดไปได้แน่นอน

            “ให้ตายเถอะ ไอ้พวกนั้นทำงานกันประสาอะไร!” อัลเล็นร้อนรุ่มใจมาก แทบจะบ้าตายให้ได้

            ทั้งที่คิดว่าหวันยิหวาก็น่าจะผ่านเรื่องนี้มาจนชาชินแล้ว เพราะเธอเป็นคนของกาเซีย แต่เมื่อคิดว่าร่างเล็กๆ ขาวๆ ของเธออยู่ใต้ร่างของผู้ชายคนอื่น หัวใจของเขาก็ร้อนฉ่าจนแทบจะหยุดเต้น

            “บอกพวกมัน ถ้าหายิหวาไม่เจอ ไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก” เขาตวาดอย่างหัวเสีย แจ็คได้แต่น้อมรับ ไม่กล้าขัดใจเจ้านายตอนี้

            น้ำเชี่ยว อย่าเพิ่งเอาเรือไปขวาง เขาคิดเช่นนั้น

            “นายครับ เจอแล้วครับ”

            ดุจมีเสียงสวรรค์ฉุดให้อัลเล็นกลับมา รีบวิ่งไปตามคำบอกของลูกน้องจากวิทยุทันที ไม่นานเขาก็กระโจนเข้าไปในเรือขนส่งเกลือลำหนึ่ง ก่อนจะกวาดตามองเพ่งในความมืด เห็นร่างเล็กของหวันยิหวากอดตัวเองอยู่มุมหนึ่งของเรือ รอบๆ นั้นผู้ชายหลายคนนอนกองไม่ได้สติ คงจะเป็นฝีมือของบอดี้การ์ดฝีมือดีที่ตามหาเธอเจอ

            แต่ยามนี้อัลเล็นสนใจแค่หวันยิหวาคนเดียวเท่านั้น เขาถลาเข้าไปหาสาวน้อยทันทีด้วยความเป็นห่วง พบว่าเธอร้องลั่นและผลักตนเองออกเต็มแรง กรีดร้องจนพูดไม่รู้เรื่อง ต้องกอดเธอไว้อยู่นาน กระซิบปลอบบอกว่าเขาไม่ได้ทำร้ายเธอ

            “ฉันเอง ฉันเอง ขอโทษยิหวา ฉันเอง อัลเล็น” ชายหนุ่มสั่นไม่แพ้กัน เหงื่อโซมทั้งตัวทั้งที่อากาศหนาวับใจ

            เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย หวันยิหวาก็สยบลง เมื่อเงยหน้ามองเขาใต้แสงไฟสลัว และพบว่าเป็นอัลเล็น วิกเกอร์ จริงๆ

            “อัลเล็น ฉันกลัว”

            หวันยิหวาร้องไห้กับอกกว้างของชายหนุ่มทั้งโล่งใจทั้งหวาดกลัวจนตัวสั่น ปล่อยมือของเขาลูบคลำร่างกายบอบบางในความมืดสลัว เพื่อตรวจหาบาดแผลที่อาจจะมี มือหนาของอัลเล็นลากไปเรื่อยจนกระทั่งถึงโคนขาอ่อนของเธอ ก่อนที่ชายหนุ่มจะรีบชักมือออกเมื่อพบว่ามีของเหลวอุ่นๆ ไหลติดมือออกมาด้วย

            แม้จะไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร แต่หัวใจของเขาก็เต้นโครมครามคิดไปถึงคราบเลือดและอาจจะเป็นคราบน้ำ

            เขาสั่นไปหมด ขณะที่บังคับให้หัวใจตนเองเข้มแข็งไว้ ไม่อยากอาละวาดตอนนี้ ก่อนจะดึงมือออกมาต้องแสงไฟว่าสิ่งนั้นคืออะไร เมื่อเห็นว่าเป็นเลือด หัวใจก็พลันหล่นวูบไปอยู่ปลายเท้า

            “เธอถูกพวกมันทำร้ายเหรอ ยิหวา




นิยายเรื่องนี้หมดสัญญากับทางสำนักพิมพ์สมาร์ทบุ๊คแล้วค่ะ

มู่เลยเอามาทำ E-Book เองค่ะ มู่ขอฝากเอาไว้ด้วยนะคะ


ซื้อ E-Book ได้โดยการกดที่รูปปกใหม่ด้านบนได้เลย

หรือจะตรงนี้ก็ได้ค่ะ

หรือ >>Click!!<<


http://i1171.photobucket.com/albums/r556/mumoei/wall%20of%20love/04A.jpghttp://i1171.photobucket.com/albums/r556/mumoei/wall%20of%20love/04Y.jpg

 


Song :: Determination - Takanashi Yasuharu

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

187 ความคิดเห็น

  1. #835 ฤดูใบไม้ผลิ ^^ (@prino) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2555 / 14:49
    อัลเล็นน่ารัก 55+
    #835
    0
  2. #834 fongya (@fongya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:19
    สนุกมากกก
    ชอบมากเลยค่ะ อินจัด 555 ><
    #834
    0
  3. #833 Lifemaker (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:36
    คิดได้ไงอ่า สุโค่ยมากกกก
    #833
    0
  4. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:02
     งานเข้าาาาา
    #832
    0
  5. #831 planun (@siriwans) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:07
    สนุกดีสู้ๆ
    #831
    0
  6. #830 zuyu-P (@zuyu-junk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 / 06:13
     ก็เงีี้ยทีตอนทำไม่คิดทีจะมาคิดก็นะ...
    #830
    0
  7. #829 jinny (@janiss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:03
    อัลเล็นเปลี่ยนไป 555 น่ารัักขึ้นเยอะเลย

    แล้วยิหวาจะวิ่งไปใหนเนี่ย
    #829
    0
  8. #828 koong-Gyu Hyun (@koong-kimbom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:44
    พระเอกน่ารักขึ้นทุกวันๆแล้ว
    #828
    0
  9. #827 Spiny (@primwi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:00
    อื้มมม  สงสารยิหวาเลกๆ
    คุณพระเอกเอาแต่ใจจัง คิดจะทำไรก็ทำไม่ถามนางเอกของเราเล๊ย
    #827
    0
  10. #826 NUT_MINJUN (@nutcha77) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:33

    แอชเชอร์เข้าใจดีจังเลยนะเรื่องนี้เนี่ย
    ยิหวาจะวิ่งไปทำไมเกิดเจอพวกหื่นกามขึ้นมา

    #826
    0
  11. #825 AV®iL&S!ⓓ★ (@oarachi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2555 / 18:03
    หายปวดแขนหรือยังคะ
    หายไวๆ น้าาา นิยายไม่ได้เร่งได้รีบ (-*- เหรอ?)
    ยังไงเจ้ก็พักผ่อนให้มากๆๆๆๆ อันเล็นน่ารัก (-*-) อ่าาา
    มันต้องมีอะไรมากกว่านี้สิ เจ้ชอบแกล้งนักอ่านอ่ะ ตอนหน้าเชื่อเลย
    ว่ามีน้ำตาปรอยอีกแน่ แงแง (ซ้อมไว้ก่อนค่ะ ฮะๆ)
    #825
    0
  12. #824 foo jung (@phan-ber) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 18:59
    ตามให้ทันนะคุณอัลเล็น ไม่งั้นแย่แน่ ๆ เลย อิอิ
    #824
    0
  13. #823 Wang# BOOM <naikul> (@punwang) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 02:04
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!
    น่ารักเกินไปแล้วนะๆ ...
    เขินจังเลย >///<

    งั้นเรามาพยายามกันเถอะนะอัลเล็น !
    #823
    0
  14. #822 PORPUNz* (@porpunn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 19:15
     โอ๊ะโอ
    #822
    0
  15. #821 MonkiiZ (@teemdee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 23:23
    อัลเล็นให้อะไรยิหวากินนนนนนน ><
    #821
    0
  16. #820 นานา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 23:23
    เจ๊มู ทำมันซ้ำกับเมื่อวันที่แล้วอ้าาาาาาา
    #820
    0
  17. #819 ZesiL (@kristin799) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 22:54
    ถูกใจจังเลยค่ะ  เจ๊มู่  555
    #819
    0
  18. #818 อะไรนี่ (@JazzS) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 22:48
    น่ารักขึ้นแล้ว ดีใจที่สุด จุ๊บๆ ^3^
    #818
    0
  19. #817 นรี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 22:35
    แอชเชอร์ นายคือความหวังของฉัน พอถึงทีตัวเองก็ทำตัวให้มันดีๆหน่อยนะ
    #817
    0
  20. #816 TIP (^O^) (@sky33) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 20:58
    รออ่านความหื่นของ
    พระเอกอยู่จ้า
    #816
    0
  21. วันที่ 27 มกราคม 2555 / 20:35
    ๕๕๕ รอๆๆๆ


    จัดหนักๆๆ ไรเตอร์จัดเลยยยยยย วู้วววววววว
    #815
    0
  22. #814 พีี่ไก่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 10:09
    เย้ รักน้องมู่ทีสุดเลยมากอดดดดดดดดดดดดดดที
    #814
    0
  23. #813 mon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 08:20
    เป็นกำลังใจคะ *3*
    #813
    0
  24. #812 Qυεrı₫α ❀ (@hanker) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2555 / 22:49
    สู้ๆ นะคะ

    สั่งการลูกน้อย
    ไมสามารถไปได้
    นายแพย์หยางดึงมาร์ก

    #812
    0
  25. #811 Sunny Girl_SJ13-SNSD9 (@secret-key4u) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2555 / 22:47
    อั๊ยย่ะ เรื่องเลวร้ายไปซะได้
    ทั้งที่แอชเชอร์ตามมาคลายปัญหาได้แล้ว
    อัลเล็นก็นะ ตั้งใจมากไปป่ะเนี้ย 555
    #811
    0