ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 7 : บท 2 เพราะฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    7 ก.ค. 63

สวัสดีค่ะทุกคน

เมื่อวานมีคนกดติดตามเพิ่มด้วย

แล้วยังมีคนส่งกำลังใจให้อีกต่างหาก 

ไม่ว่าจะคนเดียวกดหรือหลายคนกด ใจก็เราฟูฟู่ฟู้มากเลย

 

ขอบคุณมากนะคะ

 

เหมือนเดิมคำผิด ---- บอกได้ 

นิยายสนุกไม่สนุก ---- บอกได้

อยากให้กำลังใจ ---- ก็บอกได้ค่ะ

 

 

ไปต่อกันเลย

 

 

เป็นปกติที่เปิดเทอมจะมาพร้อมกับหน้าฝน เพียงครั้งนี้แปลกสักหน่อยที่เปิดเทอมมาสักพักแล้วหน้าฝนถึงได้เพิ่งตามมา เสียงฟ้าร้องโครมครามบวกกับท้องฟ้ามืดครึ้มไร้แสงราวกับตะวันตกดินไปแล้ว ทำเอาชีวิตนักศึกษาหลายคนที่เพิ่งเลิกเรียนไม่มีทางเลือก ทำได้แค่ยืนแออัดกันอยู่ใต้ตึกคณะรอเวลาให้ฝนซ่าเท่านั้น

“เอาไงล่ะทีนี้” ปรางทิพย์พูดขึ้นทันทีที่เห็นจำนวนประชากรที่ติดฝน

“ฉันมีร่ม แต่ตกหนักขนาดนี้กลัวว่าร่มก็คงจะเอาไม่อยู่” เขมิกาประเมินสถานการณ์

“ตรงนี้คนเยอะมาก เราไปนั่งในโรงอาหารกันไหม” แพทริเซียที่พกร่มมาเช่นกัน ได้ยินอย่างนั้นก็เปลี่ยนแผนชวนเพื่อนไปนั่งรอฝนซ่าที่โรงอาหารคณะ

“เออดี ตรงนี้คนเยอะแถมยังเปียก ๆ เดี๋ยวมีกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ลอยมาแน่เลย” ท้ายประโยคปรางทิพย์ย่นจมูกตอกย้ำความเชื่อที่ว่ามันจะมีกลิ่นแน่ ๆ นะ แต่อากัปกิริยานั้นมองแล้วน่าเอ็นดูเสียจริง

หลังจากที่ยกกันมาที่โรงอาหารคณะแล้ว ต่างคนต่างเข้าสู่โลกส่วนตัวเนื่องจากไม่สามารถตะเบ็งเสียงแข่งกับฝนได้ สาวลูกครึ่งใส่หูฟังเพิ่มความดังสูงสุดหวังให้เสียงเพลงดังกลบเสียงฝนแล้วไล่สายตามองไปเรื่อย ๆ ก่อนมาหยุดที่ปรางทิพย์ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังดูอะไรอยู่ เห็นเดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวเบะสลับกันในเสียวนาที 

แพทริเซียละความสนใจก่อนจะกวาดสายตาไปอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะไปสะดุดตากับต้นไม้ใหญ่ ที่กิ่งก้านหักโค่นลงมา เธอโฟกัสไปที่กิ่งไม้ลำเล็กแล้วแอบคิดไปว่ามันเปราะบาง แต่น่าแปลกที่ลมฝนแรงขนาดนี้มันยังคงอยู่บนต้นได้โดยสวัสดิภาพ หรือเพราะมันเป็นกิ่งเล็กที่ยอมไหวไปตามกระแสไม่แข็งข้อต้านลมอย่างกิ่งใหญ่เลยทำให้อยู่รอดกัน หรือชีวิตเธอบางครั้งจะต้องยอมไหวไปตามแรงผลักของคนอื่นบ้างใช่ไหม เธอต้องให้อิสระตัวเองมากกว่าสินะ

“แพท ...แพทตี้” เขมิกาเรียกเพื่อนที่ยังคงเหม่อลอย ราวกับไม่ได้ยินเสียง ก่อนจะยื่นมือมาสะกิด “แพทตี้ ฝนเริ่มซ่าแล้ว แกจะกลับเลยไหม” แพทริเซียดึงสติกลับมาก่อนจะพยักหน้าให้คำตอบ

“กลับเลย ๆ เดี๋ยวไปทางหลังคณะน่าจะใกล้รถกว่า ให้ฉันไปส่งดีไหม” คนนั่งเหม่อมองฝนที่ซ่าลงแต่ยังไม่หยุดพร้อมอาสาไปส่งเพื่อนทั้งสอง

“เดี๋ยวไปหาเจตน์” สาวสวยตอบ

“แกล่ะ ยังไงก็ทางผ่านฉันนะ” เธอหันไปถามอีกคนที่ยังไม่ให้คำตอบ

“ขอเก็บสิทธิ์ไว้ใช้โอกาสหน้า วันนี้ฝนตกบรรยายกาศได้ ขอฉันไปตามทางของฉันก่อนนะ ขอบใจมาก” คำตอบแบบนี้ของอีกฝ่ายแฝงความนัยที่ว่า ห้ามยุ่ง ห้ามถาม ฉันจะไปทางไหนก็เรื่องของฉัน!

นั่นแหละทุกคนต่างมีทางเป็นของตัวเอง รวมทั้งแพทริเซียที่ตอนนี้หลบมุมยืนชั่งใจมาสักพักใหญ่ สายตาเธอเหลือบไปเห็นคนข้างหน้าที่มองแล้วรู้สึกคุ้นตามากทีเดียวและเหมือนเขาจะโดนฝนมาแล้วนิดหน่อย สังเกตจากผมที่เปียกลู่ตามกรอบหน้าและมีหยดน้ำเกาะอยู่ทั่ว ช่วงหัวไหล่ชุ่มน้ำจนเห็นทะลุ  ก่อนที่เขาก้มลงพับขากางเกงยีสน์ทั้งสองข้างขึ้น ทันทีที่เขาทำท่าเหมือนจะวิ่งผ่าฝนออกไป มือเธอก็คว้าขวับเข้าให้ที่แขนและรีบส่งยิ้มให้อีกฝ่ายทันทีที่หันมา

“จอดรถแถวนี้เหรอ” แพทริเซียถามคนที่กำลังเลิกคิ้วใส่เธอที่เหมือนกำลังถามด้วยสีหน้าว่า ดึงไว้ทำไม

“อือ แถว ๆ ที่เดิมแหละ” คนถูกดึงแขนตอบ แถว ๆ ที่เดิมของเขาคือละแวกที่เขาเฉี่ยวรถเธอนั่นแหละ

“งั้นไปด้วยกัน รถเราก็จอดแถวนั้น” แพทริเซียหยิบร่มขึ้นมากางโชว์

“แต่ผมโดนฝนมาแล้วนะ” 

“ไม่ได้ ถึงโดนมาแล้วแต่ไม่ได้เปียกทั้งตัวสักหน่อย ไปด้วยกันนั่นแหละ” ว่าแล้วก็ยื่นร่มให้เขาเป็นคนถือ

ร่มคันสีดำที่หนุ่มสาวสองคนกางออกไปด้วยกันเรียกสายตาจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี ก็จะไม่ให้สนใจได้อย่างไรล่ะ ในเมื่อคนหนึ่งคือหนุ่มหล่อมาดเข้มที่ไม่ยอมคบค้าสมาคมกันใครง่าย ๆ อีกคนก็สาวลูกครึ่งคนดังของคณะที่นอกจากกลุ่มเพื่อนไม่กี่คนแล้วเจ้าหล่อนก็แทบจะไม่สนใครเช่นกัน เป็นสองคนที่ไม่น่าจะโคจรมาเจอกันได้ แล้วนี่ที่เขากางร่มออกไปด้วยกันมันแทบจะเป็นเหลือเชื่อ ว่าแต่สองคนนี้เขาไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่เคยได้ยินเลยนะ

ฝั่งคนที่ตกเป็นเป้าสายตาก็ไม่ได้รู้ตัว มือข้างหนึ่งของแพทริเซียเกาะแขนของคนถือร่มแน่น อีกทั้งร่างบางยังห่อตัวเข้าหาเขาเพื่อให้ตัวเองโดนฝนน้อยที่สุด ไม่ได้รับรู้เลยว่าภาพนั้นมันชวนให้คิดว่าคนทั้งสองช่างดูสนิทชิดเชื้อกันมากเกินปกติ

“คันนั้น ๆ รถเรา” เธอชี้ไปที่ตำแหน่งรถของตัวเอง

“โดนผมเฉี่ยวที ต้องถึงกับเปลี่ยนคันเลยเหรอ” คนตัวสูงถามเมื่อเห็นเธอชี้ไปที่รถหรูแทนรถญี่ปุ่นเขาที่เฉี่ยว

“หือ ไม่ใช่หรอก มันถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนน่ะ” หญิงสาวปฏิเสธก่อนพูดต่อ “เดี๋ยวส่งเราที่รถแล้วช้างเอาร่มไปเลยนะ เราให้ยืมก่อน” คนที่จะต้องยืมร่มพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเดินไปส่งเธอที่รถ ตลอดทางเขาถือร่มเอียงไปอีกฝั่งจนตัวเองเปียกครึ่งซีก 

“ไปนะ” อีกฝ่ายพูดลาก่อนจะขับรถออกไป เขายืนรอกระทั่งแน่ใจว่าเธอไปแล้วจริง ๆ ก่อนเดินถือร่มอ้อมไปอีกฝั่งที่ไม่ได้ใกล้กับคำว่าแถวนั้นตามที่บอกกับอีกฝ่ายเอาไว้

              

เช้าวันต่อมาท้องฟ้าก็แจ่มใสราวกับเมื่อวานที่พายุเข้าเป็นเพียงเรื่องโกหกของพยากรณ์อากาศ รวมถึงวันนี้ที่เธอได้เช็คสภาพอากาศมาแล้วว่าจะมีฝนเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในช่วงสี่โมงเย็น และนั่นทำให้เช้านี้แพทริเซียยัดร่มใส่มือน้อง ๆ ไปคนละคันหลังจากที่เมื่อวานกลับมาด้วยสภาพเปียกม่อล่อกม่อแล่กกันทั้งคู่ และเธอที่ไม่มั่นใจว่าเขาจะเอาร่มมาคืนเมื่อไรก็หยิบเสื้อกันฝนที่สำรองไว้ในรถติดกระเป๋ามาเช่นกัน

“หวัดดีแพทตี้” เขมิกาที่เพิ่งมาถึงวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้แล้วพูดต่อ “หวังว่าวันนี้ฝนจะไม่ตกนะ”

“ตกจ้ะ ฉันเช็คแล้ว” ได้ยินอย่างนั้นสาวสวยก็ยู่ปากก่อนจะบ่นออกมา

“แย่ละสิเย็นนี้ฉันมีประชุมด้วย ถ้าตกแบบเมื่อวานหารถกลับยากอ่ะ” เขมิกานึกถึงเมื่อวานที่กว่าจะหารถกลับได้ใช้เวลาเป็นชั่วโมง เลิกประชุมก็ดึกรถรับส่งหอพักก็หมดเวลาวิ่ง จะหวังพึ่งคนอย่างเจตน์ณะนะเหรอ เหอะ! ให้อีกฝ่ายนึกถึงเธอโดยไม่เกี่ยวกับเรื่องงานให้ได้ก่อนเถอะ

“ถ้าเป็นแบบนั้นแกก็โทรหาฉันเลย เดี๋ยวฉันมารับแกไปส่งที่หอเอง” 

“ขอบใจแกมากแต่คอนโดแกอยู่ไกลอ่ะ” เขมิการู้ว่าคอนโดที่พ่อแม่ของอีกฝ่ายเลือกให้อยู่ห่างจากมอค่อนไปทางในเมืองเผื่อเก็งกำไรในอนาคต แม้จะรู้ว่าเพื่อนเธอใช้เวลาขับรถไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เถอะ ใครจะกล้ารบกวนล่ะ

“โทรเถอะ ฉันคงไม่ลำบากเท่าแกที่ต้องเดินกลับหรอก” 

“ไฮ~” คนมาใหม่ลากเสียงทักทายเพื่อนอย่างสดใส

“ไฮจ้ะ ไปทำอะไรมาล่ะหน้าตาสดใสจิตใจเบิกบานราวกับพักผ่อนครบสิบชั่วโมง” สาวสวยเอ่ยทัก ที่ว่าพักผ่อนครบสิบชั่วโมงไม่ใช่โจ๊กนะ แต่เป็นเรื่องจริงของอีกฝ่าย 

“หลังจากฉันได้ไปตามทางของฉัน เมื่อคืนฉันก็มีความสุขมากจนเหมือนได้นอนครบสิบชั่วโมงเลยจ้ะ” คนตอบพูดไปยิ้มไป

“จ้ะ แล้วแกก็ห้ามไม่ไห้ถามว่าทางของแกคือทางไปไหน ฉันสองคนเลยทำได้แค่นั่งมองแกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้ต่อไป”

“ถึงแกถามฉันก็ไม่บอกหรอก แบร่~” ปรางทิพย์พูดลอยหน้าลอยตาก่อนจะแลบลิ้นใส่เขมิกาอย่างทะเล้น  

“น่าหมั่นไส้” แพทริเซียพูดใส่ น่าหมั่นไส้ที่ขนาดแลบลิ้นแล้วยังดูน่ารักนี่แหละ 

“เออๆ แกเห็นสตอรี่ไอจีวินเมื่อคืนป่ะ ที่เขียนว่า ‘ไม่พูดไม่ใช่ว่าอยากให้ไป’ น่ะ” คนมาใหม่ถาม

“ไม่นิ” สาวลูกครึ่งตอบ

“ฉันไม่ได้ถามแกย่ะ” คนถามพูดใส่คนที่เดาได้อยู่แล้วว่าต้องไม่รู้ ก่อนจะถามอีกคน “แกรู้อะไรมาบ้างไหมขิม” 

“เขาโพสเมื่อคืน แล้ววันนี้ฉันยังไม่ได้เข้าห้องสโมฯ เลย จะให้รู้มาจากไหน นี่แกคงไม่คิดว่าฉันมีญาณทิพย์หรอกใช่ไหม”

“จ้ะ แต่รู้อะไรก็อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง ว่าแต่งานเฟรชชี่ไนท์ไปถึงไหนแล้ว” คนน่ารักเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง

“หัวหมุน ทั้งทีมสถานที่ ทีมพีอาร์ ไหนจะทีมดาวเดือนอีก ดีที่สปอนเซอร์เขามาพร้อมวงดนตรี” เขมิกาพูดถึงแคมเปญของขนมขบเคี้ยวยี่ห้อหนึ่งที่ได้วงดนตรีดังเป็นพรีเซ็นเตอร์และจะเป็นสปอนเซอร์หลักของงานเฟรชชี่ไนท์ครั้งนี้

“เออ สู้ ๆ นะ แล้วแกอยู่ทีมไหน” ปรางทิพย์คิ้วขมวดทันทีที่สัมผัสได้ถึงความยุ่งยากจากคำพูดนั้น

“ฉันเหรอ ฉันไม่มีทีมหรอกแต่ต้องทำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเวที” คนที่ต้องทำต้องคิดทุกอย่างบนเวทีตอบ

“เย็นนี้ถ้าฝนตกแกก็อย่าลืมโทรหาฉันละกัน” อีกคนที่นั่งฟังอยู่นานพูดขึ้นด้วยความเห็นใจ ถึงจะรู้ว่าเพื่อนเต็มใจและทุ่มเทกับกิจกรรมมาก ทั้งยังยอมเสียเวลาส่วนตัววันละหลายชั่วโมงทำเพื่อส่วนรวมในขณะที่พวกเธอแค่รอร่วมงานเฉย ๆ ฉะนั้นไอ้การที่อีกฝ่ายต้องมาเกรงใจเวลาแค่ยี่สิบนาทีของเธอเนี่ย เธอไม่ดูใจแคบไปหน่อยเหรอ

 

ช่วงต้นเทอมแบบนี้ชีวิตนักศึกษาทั้งมหา’ลัยก็เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ใช้ชีวิตสนุกสนาน ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสิ่งรอบข้าง ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มช่างเหมาะสมกับคนวัยหนุ่มสาว บรรยากาศแบบนี้แหละที่แพทริเซียชอบที่สุด เหมือนทุกคนถูกเซ็ตซีโร่เริ่มใหม่ด้วยกันทั้งหมด ปล่อยตัวเองให้เดินตามทางที่ต้องการ ไม่มีใครเก่งกว่าใครและไม่มีการแข่งขันที่เคร่งเครียด แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขถูกทำลายลงด้วยฝน! แทนที่หลาย ๆ คนจะได้ไปทำอย่างอื่นตามที่ใจต้องการกลับมีฝนเป็นอุปสรรค

“ฝนตกจริงด้วย” สาวสวยขณะที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าหลังจบคลาสสุดท้ายของวัน

“ก็บอกแล้ว” สาวลูกครึ่งย้ำก่อนจะถามอีกคน “แกเอาไงล่ะวันนี้ ยังจะไปตามทางอีกไหม” 

“เมื่อวานฉันมีความสุขมาก วันนี้ขอฉันอีกวันละกัน” 

พวกเธอลงบันไดมาชั้นล่างสุดและแน่นอนว่าสิ่งที่เห็นก็ไม่ได้ต่างจากเมื่อวาน กลุ่มคนจำนวนมากยืนออหลบฝนกันอยู่ เขมิกาและปรางทิพย์ขอแยกออกไปแล้ว เหลือแค่เธอที่ยืนหลบที่มุมเดิมรอคนที่ไดเรคเมสเสจมาบอกว่าจะเอาร่มมาคืน แพทริเซียคอยชะเง้อคอมองคนนัดอยู่เป็นระยะ น่าจะเป็นเพราะส่วนสูงเกินมาตรฐานนั่นที่ทำให้เธอเห็นเขาในทันทีที่เดินเข้ามา แพทริเซียโบกมือให้เขาเป็นการบอกตำแหน่ง เธอไล่สายตามองเขาทันทีที่มาถึงก่อนจะเห็นร่มของเธอที่เปียกอยู่

“อ้าว กางอันนี้มารอ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าเป็นคำตอบเธอถึงได้พูดขึ้นอีก “แล้วจะเอามาคืนทำไม”

“เห็นฝนตกผมก็นึกว่าเธอไม่มีร่ม” มิน่าล่ะเขาถึงได้ทักมาทันทีที่ฝนตก

“ก็ไม่มีแหละ แต่เรามีเสื้อกันฝน” เธอว่าแล้วหยิบซองเสื้อกันฝนสีเขียวอ่อนออกมา

“จะเอาอันไหน ร่มหรือเสื้อ” เธอให้เขาเลือกอุปกรณ์กันฝนทั้งสองอัน ยังไงก็ต้องแบ่งกันอยู่ดี เธอคงใจร้ายเก็บไว้คนเดียวแล้วปล่อยให้เขาเดินตากฝนกลับไปไม่ได้หรอก

“ผมเอาเสื้อก็ได้ ร่มน่าจะสะดวกกับเธอมากกว่า” 

“แต่เสื้อกันฝนตรงหมวกเป็นหน้าเคโรโระนะ” เธอถามเขาเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“ไม่เป็นไร ผมใช้ได้” เขาย้ำอีกครั้งก่อนที่คนทั้งคู่จะแลกอุกปกรณ์กันฝนกัน 

“วันนี้จอดรถไหน” เธอถามขณะที่เขาแกะซองเสื้อกันฝนออกมา

“วันนี้ผมมาเช้าเลยได้จอดที่คณะ” เธอพยักหน้ารับคำก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นเขาสวนเสื้อกันฝนเสร็จ ตาเคโรโระบนหมวกที่คลุมลงมาถึงช่วงหน้าผากเขาดูแล้วช่างน่ารักจนอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้แต่ติดตรงที่เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น

“วันไหนถ้าจะเอาเสื้อมาเราก็อย่าลืมพกร่มมาล่ะ”

“ผมไม่รู้นิว่าวันนี้ฝนจะตก”

“พยากรณ์อากาศไง เราเช็คมานี่แหละถึงได้ติดเอาเสื้อกันฝนมาด้วย”

“งั้นถ้าเธอเช็คแล้วทักมาบอกด้วยได้ไหม” แค่เช็คพยากรณ์อากาศมันคงไม่ยากขนาดที่เขาจะทำเองไม่ได้มั้ง หรือว่าเขาจะ จะ... แต่สีหน้าเรียบเฉยและน้ำเสียงจริงจังของเขาทำให้เธอไม่กล้าคิดไปไกล

“ได้สิ แต่ถ้าช้างลืมร่มอีกก็ไม่ต้องรีบเอาเสื้อมาคืนเราเหมือนวันนี้นะ” เธอย้ำกับเขาอีกที

“อือ ผมจะไม่รีบเอามาคืน” ร่างบางเอียงคอตีความคำตอบเขาอย่างไม่เข้าใจ 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เราไปนะ”

“เดี๋ยวสิ เธอทักมาบอกผมในไลน์ได้ไหม ไดเรคไอจีผมมันชอบไม่แจ้งเตือน” แพทริเซียพยักหน้าหงึกหงักอย่างงง ๆ ให้เขา ขอกันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้ตามมารยาทแล้วใครจะกล้าปฏิเสธล่ะ

“งั้นแอดไลน์เลยไหม เบอร์ที่เราโทรหาวันนั้นคงจะไม่อยู่แล้วเนอะ เดี๋ยวเราบอกใหม่” เธอพูดถึงเบอร์โทรของตัวเองที่เคยโทรหาเขาตั้งแต่เทอมที่แล้ว ก็ตั้งเทอมที่แล้วจะอยู่ได้ไง

“ไม่ต้อง ผมเมมเบอร์เธอไว้” เจ้าของเบอร์เบิกตากว้างกับคำตอบที่ได้รับ หลังจากนั้นไม่ถึงนาทีโทรศัพท์ก็แจ้งเตือนการถูกเพิ่มเพื่อนจากหมายเลขโทรศัพท์ ก่อนที่เขาจะขอตัวกลับไปคณะเดี๋ยวนั้นเพราะโดนตามตัวแล้ว ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้กลุ่มคนที่ยืนหลบฝนต่างพร้อมใจกันแหวกทางให้คนชุดเขียวลายเคโรโระนั้นเดินออกไปอย่างสะดวก

 

หลังจากที่กลับมาถึงคอนโดแพทริเซียก็รีบจัดการตัวเองทันที เสร็จแล้วออกมานั่งดูหนังที่โซนลีฟวิ่ง ตอนนี้น้องชายทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวที่เธอแวะซื้อมาที่โต๊ะอาหารด้านข้าง มืออีกข้างของทั้งคู่ก็เลื่อนโทรศัพท์ไปเรื่อยก่อนหนึ่งในนั้นจะไปสะดุดตากับรูปที่เพจ ’ข่าวค(ร)าว’ เพิ่งโพส ดาเนียลกดเข้าไปดูเห็นเป็นรูปรุ่นพี่ที่สนิทของฝาแฝดก็รีบสะกิดให้ฝ่ายดู

“ไอ้ดีนมึงดู” ว่าแล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้อีกคน “พี่มึงอ่ะ ดูใส่ชุดกันฝนดิ”

“เฮ้ย หมดกันพี่กู ใครเอาชุดกันฝนลายเคโรโระให้เขาใส่ว่ะ” คนนั่งดูทีวีหูผึ่งทันทีที่ได้ยินคำว่าเคโรโระ ในใจพลางคิดว่าคงจะเป็นเขาแน่

“เพจไรนะไอ้แดน เดี๋ยวกูจะแคปรูปไปแซวสักหน่อย” 

“เพจข่าวคาวไง คาวมีวงเล็บรอเรือด้วยนะ” แฝดน้องตอบแฝดพี่ กลับมีคนแอบจำชื่อเพจไว้อีกคน 

“โอ้ ‘หนุ่มหล่อมาดเข้มกับเสื้อกันฝนเคโรโระของเขา’ แฮชแท็กรสนิยมบ่งบอกตัวตน” คนที่เพิ่งเสิร์ชเจอเพจอ่านคำบรรยายรูปภาพทันที ก่อนจะแคปรูปไปแซวอีกฝ่ายในแชทแล้วพิมพ์ว่า ‘รสนิยมบ่งบอกตัวตน เคโรโระน่ารักมากครับ’

“กูไม่คิดเลยว่าเขาจะชอบแบบนี้” แพทริเซียแอบยิ้มกับคำพูดของแฝดน้อง ในหัวนึกถึงภาพของอีกคนที่สวมเสื้อกันฝนสีเขียวอ่อนลายน่ารักขัดกับบุคลิกนิ่ง ๆ ของเขา

“มึงก็อย่าเพิ่งตัดสินคนที่ภายนอก แต่ทำไมกูถึงได้รู้สึกคุ้น ๆ กับเสื้อกันฝนลายแบบนี้ว่ะ มึงเคยเห็นไหม” ร่างบางที่ได้ยินคำถามก็พลอยลุ้นคำตอบไปด้วย

“ไม่นะ” ดีแลนพยักหน้ารับคำตอบ ถ้าอีกคนไม่เคยเห็นแล้วเขาจะไปเคยเห็นจากไหน ก็อยู่ด้วยกันตลอด 

ไอ้น้องบ้า ยังจะมีหน้ามาพูดว่าไม่เคยเห็นอีก ก็ตัวเองนั่นแหละที่เลือกลายนี้ เธอถึงได้ซื้อมาไง วันนั้นคงจะช่วยเลือกแบบขอไปทีใช่ไหมถึงจำไม่ได้น่ะ แพทริเซียเบะปากอย่างเซ็ง ๆ ก่อนจะพูดขอตัว คนหน้าเหมือนทั้งสองกล่าวฝันดีให้พี่สาวไปคนละทีก่อนที

“ฝันดีเจี่ยเจีย”

“เจี่ยเจียฝันดีครับ”

ครืน~

โทรศัพท์แฝดพี่สั่นแจ้งเตือนข้อความใหม่ เจ้าตัวอ่านประโยคที่อีกฝ่ายพิมพ์มาเบา ๆ

“ใช่ เคโรโระน่ารักมากจริง ๆ”

               

อีกคนที่กลับเข้าห้องก่อนหลังจากที่ได้รับข้อความจากเขมิกาที่ว่าเจตน์ณะจะไปส่งที่หอพักก็หมดห่วง ร่างบางนอนคว่ำหน้ากดโทรศัพท์เช็คพยากรณ์อากาศแล้วแคปไว้ ก่อนจะเข้าไปในเพจตามที่ได้ยินจากน้องชาย กดบันทึกรูปที่คิดว่าเห็นหน้าเขาชัดที่สุดไปหนึ่งรูป ก่อนจะเข้าไลน์ของเขาส่งภาพพยากรณ์อากาศลงไปก่อนตามด้วยรูปเขาใส่ชุดกันฝน

พีเอทีทีไออี : ส่งรูปภาพ

พีเอทีทีไออี : ส่งรูปภาพ

พีเอทีทีไออี : หนุ่มหล่อมาดเข้มกับเสื้อกันฝนเคโรโระของเขา

พีเอทีทีไออี : คิคิ

chang : ทั้งพี่ทั้งน้อง 

chang : เสื้อกันฝนเคโรโระของเธอนั่นแหละ

พีเอทีทีไออี : เราบอกตอนช้างเลือกแล้วนะ

chang : มีคนทักมาแซวเรื่องนี้เป็นสิบ

พีเอทีทีไออี : เพราะทุกคนเห็นว่าน่ารักหรอก

chang : ผมเชื่อจะเธอล่ะกัน

พีเอทีทีไออี : เราพูดจริงนะ

chang : หึ ผมพอดูออก

แพทริเซียนอนหัวเราะคิกคักอยู่บนเตียงเธอพูดจริงนะที่ว่าเขาดูน่ารักน่ะ แต่สำหรับคนอื่นเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าน่ารักไหม ว่าแล้วก็อดชอบใจกับคำว่าพอดูออกของเขาไม่น้อย ดูจากภาพลักษณ์ของเขาแล้วไม่คิดเลยว่ามีมุมนี้ด้วย    

 

อิอิ จะว่าไปก็เหมือนสัมผัสได้ถึงเคมีบ้างอย่าง

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #5 Maukcamas (@Maukcamas) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 18:07
    ผู้ชมหล่อนแหละแพท หล่อนน่ารัก...เขาดูออก
    #5
    1
    • #5-1 anymore (@mssxmin) (จากตอนที่ 7)
      29 กรกฎาคม 2563 / 23:02
      แพทตี้ : เพื่อนกันค่ะ
      #5-1