ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 8 : บท 2 เพราะฝน 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ก.ค. 63

 

 

สวัสดีค่ะทุกคน

ยินดีต้อนรับนักอ่านที่เพิ่งกดติดตามด้วยนะคะ 

อยู่อ่านงานเขียนของเรากันไปนาน ๆ เลยนะ

และก็ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักที่คอยกดหัวใจให้เราด้วยนะ 

เลิฟมาก

 

ขอบคุณมาก ๆ นะคะ

 

เหมือนเดิมค่ะ

คำผิด----บอกได้ 

อิโมจิ----ส่งได้

 

 

ไปต่อกันเถอะ

 

อาทิตย์นี้แพทริเซียตกลงกับน้องแฝดว่าจะต้องกลับบ้าน หลังจากเมื่อศุกร์ที่แล้วเธอปล่อยทั้งคู่ไปร่าเริงกันที่ดับบลิว ลงมติได้ว่าจะขับรถเธอกลับแค่คันเดียว ทำให้เช้านี้พวกเธอสามพี่น้องมาเรียนด้วยกัน 

“วันนี้แกกลับบ้านไหมแพท” ปรางทิพย์ถามคนที่เมื่ออาทิตย์ก่อนอยู่หอ

“กลับจ้ะ”

“เออ ว่าจะพูดเรื่องที่น้องแกไปเที่ยวกับก๊กเถื่อนตอนนั้นน่ะ น้องแกไปรู้จักได้ไง” เขมิกาพูดทันทีที่นึกขึ้นได้

“หือ ก๊กเถื่อนไหน”

“โอ๊ย ก็ก๊กเถื่อนกลุ่มบาสบริหารที่เคยเจอในโรงอาหารกลางไง น้องแกไปกับก๊กนั้นนิวันนั้นน่ะ” สาวสวยย้ำ

“น้องดีนรู้จักใครในนั้น” คนน่ารักเข้าประเด็นทันที

“เห็นว่าเป็นสายเทคปีสองที่ชื่อนิวแต่ฉันก็ไม่รู้จักหรอกนะ รู้จักแต่ปีสามที่ชื่อช้างอ่ะ” หญิงสาวตอบหน้าซื่อ

“นี่แกรู้จักกับช้าง” ปรางทิพย์ชี้หน้าถามเพื่อน

“อือฮึ”

“เดี๋ยวไอ้แพท คนที่แกรู้จักใช่ช้างบริหารปีสามแน่เหรอ” เขมิกาเคลือบแคลงว่าอีกคนจะรู้จักผิดคน

“ช้างที่ฉันรู้จักคือเคโรโระสีเขียวที่ลงเพจเมื่อวาน และเสื้อกันฝนอันนั้นก็ของฉันเอง” แพทริเซียพูดตาปริบ ๆ

“เสื้อกันฝนเป็นของแก” คนน่ารักเลิกคิ้วถาม

“แกต้องขยายเรื่องนี้แล้วล่ะเพื่อน” เขมิกาพูดแล้วส่งยิ้มพิฆาตให้อีกฝ่าย

สาวลูกครึ่งเล่าย้อนไปตั้งแต่เทอมที่แล้วที่ถูกรถเขาเฉี่ยว ต้องที่น้องชายแนะนำให้เธอรู้จักเขา ตอนที่ฝนตกแล้วเธอชวนให้เขาไปด้วยกันก่อนจะให้อีกฝ่ายยืมร่ม ร่วมถึงที่เขาเอาร่มมาคืนแต่ไม่พกร่มมาเธอถึงได้ให้เขาเลือกว่าจะเอาอะไรกลับไประหว่างร่มกับเสื้อกันฝน แต่เธอไม่บอกพูดเรื่องไลน์รวมถึงที่ต้องส่งพยากรณ์อากาศให้เขาช่วงนี้

“สรุปคือ คนที่เฉี่ยวรถแกวันนั้นคือเขา พี่เทคน้องแกก็คือเขา คนที่แกให้ยืมร่มก็คือเขา และคนที่เอาเสื้อกันฝนแกไปก็คือเขา” เขมิกาพูดทวนเหตุการณ์ทั้งหมด

“ใช่ เขานั่นแหละ”

“และเขาก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ฮอตที่สุดในมอเนี่ยนะ” เขมิกาพูดต่อ

“เขาดังเหรอ” แพทริเซียถามอย่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

“ก็ก๊กเถื่อนที่ฉันพูดถึงเนี่ย ถ้าดูที่หน้าตาก็คือกลุ่มหนุ่มหล่อไฮโซเนี่ยแหละ จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้เถื่อนอะไรกันหรอก แต่ก็เคยได้ยินมาว่าถ้าออกทริปพวกเขาก็เอาหมดเลยนะ กิน เล่น เที่ยว”

“กินเล่นเที่ยวก็ธรรมดาไหม ใคร ๆ ก็ทำกัน” 

“โนจ้ะ มันไม่ใช่กินเล่นเที่ยวแบบที่แกคิด มันคือกินเหล้า เล่นการพนัน และเที่ยวผู้หญิงจ้ะ แต่ก็ไม่ใช่เป็นทุกคนนะมีเป็นแค่บางคนน่ะ แต่ถ้าช่วงเปิดเทอมหรือเวลาเที่ยวแถว ๆ มอเขาก็เที่ยวปกติไม่มีเรื่องพวกนั้นหรอก”

“แล้วน้องฉันทั้งคู่ไปกับเที่ยวกับพวกเขา” เธอพึมพำ โธ่ วันนั้นเธอเพิ่งเบาใจที่น้องเธอรู้จักกับพวกเขาอยู่เลย

“แต่แกไม่ต้องห่วง ช้างเขาไม่ชอบเรื่องแบบนี้ ขานั้นไปร้านเหล้ายังแทบไม่แตะแอลกอฮอล์เลย” สาวสวยพูด

“เอ่อ รู้แบบนี้ฉันจะสบายใจขึ้นแน่ใช่ไหม” คนเป็นพี่สาวพูด ถ้ามีครั้งต่อไปเธอคงต้องไปดูเห็นกับตาเท่านั้นแหละถึงจะสบายใจก่อนจะถามเจ้าแม่ข่าวสารอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “แต่ช้างดีใช่ไหม” 

“ฉันก็ไม่เคยคุยกับเขานะ แต่ที่รู้มาคือเขาเป็นคนนิ่ง ๆ พูดคำไหนคำนั้น ถ้าเทียบกับคนในก๊กแล้วฉันว่าเขาน่าจะสะอาดที่สุด แกเคยคุยกับเขานี่ น่าจะพอรู้มั้งว่าเขาประมาณไหน” แพทริเซียพยักหน้ารับคำเพื่อน

“เขาก็เป็นอย่างที่แกพูดแหละ ฉันคิดว่าเขาก็ดีนะแต่พอได้ยินแกพูดแล้วฉันไม่มั่นใจเลยว่ะ ห่วงน้อง”

“แกอย่าคิดมาก ที่พูด ๆ กันก็ไม่มีใครเคยเห็นกับตาหรอก อาจจะแค่ดิสเครดิตกัน” สาวสวยพูดปลอบใจ

“เออจริง แต่เรื่องที่ช้างแทบไม่แตะแอลกอฮอร์น่าจะจริงนะ เด็กในมอไปดับบลิวกันเยอะถ้าข่าวมั่วต้องเคยได้ยินบ้างแล้ว” ปรางทิพย์ที่รู้ว่าเพื่อนเริ่มไม่สบายใจก็เปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่แกกับเขาจะไม่ดวงสมพงษ์กันไปใช่ไหมเนี่ย”

“เออจริง ฉันไม่เห็นเคยรู้เรื่องว่าเขาชอบมาจอดรถแถวนี้” เขมิกาว่า

“ก็ก่อนหน้านี้อาจจะเดินสวนกันบ่อยแต่ก็คนแปลกหน้า ไม่รู้จักไง พอรู้จักแล้วเดินผ่านกันก็ต้องทักถูกไหม”

“ถูก” คนถามรับคำคนดวงสมพงษ์

“เออ แต่เรื่องนี้ห้ามขยายนะ” แพทริเซียย้ำกับเขมิกาก่อนที่เจ้าหล่อนจะเอาไปขยายต่อ

“ฉันน่ะไม่ขยายเรื่องของแกหรอก กลัวแต่คนที่เห็นแกกับเขานะสิจะพูดต่อ”

“เรื่องนี้ถ้านางแอมมี่รู้คงได้ตีอกชกหัวตัวเองแน่” คนน่ารักพูดแล้วก่อนนึกภาพตาม

“เออ ว่าแต่นางแอมมี่มันหายไปไหนช่วงนี้ ไม่เห็นมันนานแล้วนะ” สาวลูกครึ่งถามหาคนหายหน้า

“นางได้ผู้จ้ะ ประชุมทีไรขอกลับก่อนตลอด” เขมิกาผู้รู้ทุกอย่างตอบ ประชุมที่ว่าคือประชุมงานเฟรชชี่ไนท์ที่บางครั้งต้องมีตัวแทนแต่ละคณะเข้าร่วมด้วย และอัครพลคือใครคนนั้น

“แอมมี่นี่ยังไง ไหนประกาศปาว ๆ ว่าจะเก็บพรหมจรรย์ไว้ใช้เพื่อขึ้นสวรรค์ตอนตายไง”

“แกก็ซื่อจังแพทตี้ รักษาพรหมจรรย์มันได้ขึ้นสวรรค์ชาติหน้า แอมมี่มันมือถือสากปากถือศีลรอไม่ไหวหรอก มันถึงได้ชอบแสวงทางไปสวรรค์บนดินอยู่บ่อย ๆ” แพทริเซียมองหน้าปรางทิพย์ที่พูดจบก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักพลางคิดในใจ คงถูกใจเขามากแหละ

 

เลิกเรียนแล้วพวกเธอสามพี่น้องก็ตรงกลับบ้านทันทีโดยมีแฝดพี่อย่างดีแลนอาสาเป็นคนขับ มีเธอนั่งด้านข้างและดาเนียลที่นั่งอยู่เบาะหลัง 

“เจี่ยเจียพี่ขิมโหดเหรอ” คนนั่งด้านถาม

“น้องแดนก็เคยคุยด้วยแล้วนี่ โหดไหมล่ะ”

“ก็รุ่นพี่บอกน้องแดนว่าตอนซ้อมคิวบนเวทีต้องตั้งใจให้มากเหมือนวันจริง ไม่งั้นพี่ขิมไม่ให้ผ่านแล้วจะให้ทำจนกว่าจะผ่านด้วย” ดาเนียลพูดถึงเรื่องที่เดือนรุ่นพี่เตือนมา

“ถ้าเป็นเรื่องที่พี่ขิมต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ บอกเลยว่ามันจริงจังมาก”

“โหย วันซ้อมเจี่ยเจียไปดูด้วยได้ไหม เผื่อพี่ขิมจะใจดีกับน้องแดนมากขึ้นอีกนิด”

“แค่น้องแดนตั้งใจต่อให้ออกมาไม่ดีพี่ขิมก็ไม่ว่าหรอก”

“ต้องดีสิ น้องแดนหวังไว้มาก”

“เลิกหวังเถอะ กูว่ามึงไม่ติดอันดับหรอก” คนพี่พูด

“กูแพ้ก็เท่ากับมึงแพ้ด้วย เพราะเราหน้าเหมือนกัน” คนน้องประกาศ

“งั้นมึงต้องชนะให้ได้ เดี๋ยวกูเสียไปด้วย” 

“นอกจากที่มึงหน้าเหมือนกูแล้วก็ไม่เคยมีประโยชน์อะไรเลยจริง ๆ”

“มึงสิหน้าเหมือนกู กูเกิดก่อน” คนเกิดก่อนบอก

“มึงไม่เคยได้ยินโบราณว่า พี่เสียสละถีบให้น้องออกมาก่อนเหรอว่ะ ฉะนั้นเกิดก่อนเป็นน้องเว้ย” คนน้องเกทับ

แพทริเซียทำหน้าเหม็นเบื่อใส่บทสนทนาที่เธอได้ยินแบบนี้มาตั้งแต่ทั้งคู่อยู่เกรดสองแล้วสุดท้ายจะจบด้วยประโยคที่คนพี่พูดว่า ‘กูเป็นพี่ ไม่เชื่อมึงกลับบ้านไปขอมาม่ะดูใบเกิดเลยนะ’ จากนั้นก็หาเรื่องโบ้ยคนอื่นแก้เก้อกัน

“กูเป็นพี่ ไม่เชื่อมึงกลับบ้านไปขอมาม่ะดูใบเกิดเลยนะ” 

นั่นไงล่ะ จริง ๆ ดาเนียลไม่มีอะไรทำให้ไม่เชื่อหรอกเพราะอีกฝ่ายได้ไปขอแม่ดูใบเกิดจริง ๆ ตั้งแต่ตอนเกรดสองที่คนพี่พูดแบบนี้ครั้งแรกแล้ว แต่คนที่เป็นน้องแค่สามนาทีคงไม่ได้นับถืออีกฝ่ายเป็นพี่ชายจริงจังหรอก ไอ้เรื่องที่เถียงกันว่าใครเกิดก่อนเกิดหลังเนี่ยก็เพราะรู้ว่าเป็นเรื่องที่อีกคนภาคภูมิใจมากกว่า แพทริเซียส่ายหัวให้กับทั้งคู่ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปลี่ยนเพลง

“เจี่ยเจียเปลี่ยนเพลงทำไม” คนน้องเบนเข็มไปหาพี่สาว

“นั่นสิ เราฟังกันอยู่นะ” เธอสินะที่ต้องเป็นคนผิดเรื่องนี้ ใช่แหละ ในเมื่อแฝดพี่ไม่ผิดแฝดน้องก็ไม่ผิด

“อ้าว ฟังกันอยู่เหรอ เจี่ยเจียขอโทษนะ” ว่าจบคนมีความผิดก็เปลี่ยนกลับไปเพลงเดิมให้น้องชายที่น่ารักทั้งคู่

 

กิจวัตรประจำวันในวันหยุดสุดสัปดาห์ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นสำหรับแพทริเซีย ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างปกติเช่นเดียวกับเธอที่ถูกแม่ลากออกมาห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมือง คุณแม่พาลูกสาวเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตอนนี้สองแขนของเธอเต็มไปด้วยถุงกระดาษแบรนด์ดังที่อีกฝ่ายคะยั้นคะยอให้เธอเลือกในแทบทุกร้าน

“มาม่ะหนูเหนื่อยแล้วนะ” แพทริเซียที่ทั้งเหนื่อยและเริ่มเบื่อพูดขึ้น ก็เธอไม่ได้รู้สึกสนุกเหมือนอีกฝ่ายสักนิด

“มาเลือกกำไรนี้ก่อนมาร้านสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวพาไปหาอะไรกิน” คนแม่ล่อลูกสาวที่นั่งรออยู่มุมร้านให้มาเลือกกำไรในร้านเพรชชื่อดังเสียก่อน

“ซื้อให้หนูใส่ออกงานเหรอ” ลูกสาวยอมเดินมาเลือกแต่โดยดีที่ได้ยินคำว่าร้านสุดท้าย

“ไม่จ้ะ ให้หนูใส่ไปเรียน”

“ใครเขาใส่กำไรเพรชไปเรียนกันมาม่ะ” แพทริเซียบ่นอุบ นี่ไปเห็นลูกบ้านไหนใส่มาอีกล่ะเนี่ย

“วงนี้ดีไหม” อีกฝ่ายที่นอกจากจะไม่สนใจแล้วยังหยิบกำไรวงหนึ่งขึ้นมาทาบแขนลูกสาว “เพรชทั้งวง สวยเชียว”

“โห่ ลิเกไป” เธอตอบก่อนจะสดุดตากับอีกวง “หนูชอบอันนี้มากกว่า” แพทริเซียชี้ไปที่กำไรทองคำขาวที่มีเพชรเม็ดกลมสลับขนาดกันไปครึ่งวงอีก

“ขอดูวงนั้นหน่อยจ้ะ” คนแม่บอกพนักงานก่อนจะให้ลูกสาวลองสวมดู กำไรเส้นเล็กบนข้อมือเรียวนั้นดูไม่สะดุดตามากแต่กลับให้ความคลาสซี่มากทีเดียว “เอาวงนี้แหละจ้ะ”

ตามคำสัญญาของอีกฝ่ายที่ว่าจะเข้าเป็นร้านสุดท้ายและจะพาหาอะไรกิน หลังจากนั้นมาม่ะก็พาเธอมาที่ร้านอาหารฟิวชั่นบรรยากาศดีในคอมมูนิตี้มอลล์อีกแห่ง แพทริเซียยกโทรศัพท์เตรียมถ่ายรูปอาหารทันทีที่มาเสิร์ฟ

“น้องเป็นไงบ้างลูก โอเคกับมหา’ลัยไหม” คนเป็นแม่ขณะที่ลูกสาวกำลังหามุมถ่าย

“ก็โอเคนะ ดูมีความสุขทุกวัน” ลูกสาวตอบทั้งที่ยังคงจดจ่อกับภาพบนหน้าจอ อาหารร้านนี้หน้าตาดีจริง ๆ

“กับเพื่อนกับรุ่นพี่ล่ะ” แพทริเซียชะงักก่อนเงยสบตาอีกฝ่าย

“กลุ่มเพื่อนของทั้งสองคนหนูยังไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักเลย รุ่นพี่ของน้องดีนหนูรู้จักแค่คนที่อยู่ปีสาม ได้คุยกันหลายครั้งแล้วหนูว่าเขาก็โอเคนะ ส่วนน้องแดน คณะนิเทศฯมันไกลหนูเลยยังไม่ได้รู้จักใครสักคนเลย อ๋อ แต่วันนั้นพวกหนูไปกินข้าวกับพี่น๊อตลูกป้านาด้วยแหละ พี่น๊อตก็เรียนนิเทศฯเหมือนกัน เป็นประธานรุ่นด้วยเดี๋ยวหนูเปิดรูปให้ดู”

“นี่เรายอมคุยกับพี่น๊อตตั้งแต่เมื่อไร” คนฟังถามอย่างแปลกใจ

“โหยมาม่ะ หนูก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่ยอมคุยกับพี่น๊อตเหมือนกัน นี่ไง รูปวันที่ไปกินข้าวกับพี่น๊อต” ร่างบางยื่นโทรศัพท์ให้แม่ดู

“อืม ไว้วันไหนเราชวนพี่น๊อตมากินข้าวที่บ้านดีกว่าเนอะ หนูโอเคใช่ไหม” คนเป็นแม่เลิกคิ้วถาม พลางคิดในใจกลัวลูกสาวยังคงไม่ชอบอีกฝ่ายเหมือนตอนเด็ก ๆ อยู่

“อือ หนูโอเคมาม่ะ โอเคมาก ๆ เลยค่ะ” หญิงสาวย้ำซ้ำ ๆ ให้อีกฝ่ายมั่นใจ

“อือ เด็กดีของมาม่ะโตแล้วจริง ๆ”

เหมือนว่าแอคทิวิตี้ตลอดทั้งวันควรจบลงเพียงเท่านั้น แต่เธอคิดผิด! หลังเสร็จมื้ออาหารผู้เป็นแม่ก็ลากเธอเข้าซาลอนที่อีกฝ่ายใช้บริการเป็นประจำ และตอนนี้แพทริเซียก็ต้องนั่งนิ่งหน้ากระจกให้พี่ทอฟฟี่แฮร์สไตล์ลิสต์คนดังเปลี่ยนสีผมให้ตามความต้องการของคุณนายแม่ ที่บอกความต้องการทันทีที่เข้ามาในร้านว่าอยากเปลี่ยนลุคลูกสาวให้ดูสดใสขึ้น 

วันที่แสนยาวนานจบลงที่เธอถึงบ้านตอนสองทุ่ม ทันทีที่เธอเดินผ่านโซนนั่งเล่นที่สามพ่อลูกนั่งกันอยู่ก็ได้รับคำแซวมาคนละประโยคสองประโยคจากพวกเขา แพทริเซียหันไปมองพวกเขาแล้วทำหน้าทำตาที่คิดว่าน่าหมั่นไส้ที่สุดใส่ไปหนึ่งทีก่อนหนีขึ้นห้อง แพทริเซียทิ้งตัวลงบนพรมด้านหน้าทีวีทันทีที่ปิดประตู ก่อนจะนอนกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์ขณะดูรายการวาไรตี้เกาหลีต่อจากที่ซาลอน ก่อนจะมีแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาด้านบน

ไลน์~

chang

เมื่อวานมีคนลืม 

 

ไม่ได้ลืมสักหน่อย ก็นึกว่าวันหยุดไม่รวมเสียอีก ร่างบางนอนตอบในใจก่อนจะกดเข้าแอปพลิเคชันไปแคปพยากรณ์อากาศของวันนี้ส่งให้เขา

พีเอทีทีไออี : ส่งรูปภาพ

พีเอทีทีไออี : ทันมั้ย

chang : ไม่ทันครับ ผมเปียกแล้ว

chang : ส่งรูปภาพ

พีเอทีทีไออี : เคโรโระไปไหน ไม่ได้ติดรถไว้เหรอ

chang : เคโรโระอยู่ในรถ แต่ผมไม่ได้ขับรถมา

เวรกรรม แบบนี้ก็โทษเธอได้เหรอ หญิงสาวกดดูรูปเสี้ยวหน้าที่อีกฝ่ายส่งมาเป็นหลักฐาน หลังจากไล่สายตาไปตามกรอบหน้าตั้งแต่ปรายผมที่เปียกลู่ไปกับใบหูและสันกรามของเขาแพทริเซียก็เบะปากใส่คนในรูป ก่อนจะลุกไปหยิบสเปรย์น้ำแร่มาฉีดใส่ผมด้านข้างแล้วกลับมาเปิดกล้องหามุมถ่ายเลียนแบบเขา ร่างบางเช็ครูปอีกทีเมื่อเห็นว่าผมของเธอดูเปียกมากพอแล้ว ก็กดเข้าไปแคปพยากรณ์อากาศวันพรุ่งนี้ส่งให้เขา ก่อนจะส่งรูปของเธอตามไป

พีเอทีทีไออี : ส่งรูปภาพ

พีเอทีทีไออี : ส่งรูปภาพ

พีเอทีทีไออี : เปียกเป็นเพื่อนแล้วนะ

chang : ขอบคุณครับ ดูยังไงก็รู้ว่าเปียกฝนมาแน่ๆ

chang : ผมสีใหม่?

พีเอทีทีไออี : ช่าย สวยมั้ย?

chang : อือ สวยขึ้น

พีเอทีทีไออี : เห็นแค่ปลายผมก็ว่าสวยเฉยเลย? ก็จริงใจแหละ

chang : งั้นเธอก็ส่งแบบหน้าเต็มมาให้ผมสิ

พีเอทีทีไออี : ไม่! ส่ง!

พีเอทีทีไออี : ส่งสติ๊กเกอร์ 

พีเอทีทีไออี : อย่าลืมดูที่ส่งให้ก่อนออกจากบ้านนะ

พีเอทีทีไออี : ฝันดีจ้ะ

chang : หลับให้สบายครับ

ฮะ! คนประเภทไหนเขาส่งคำแบบนี้มาบอกฝันดีคนอื่นกัน นี่เขาต้องการจะบอกให้เธอนอนหลับพักผ่อนให้สบายจริง ๆ ใช่ไหม ...ไม่ใช่เหอะ! จากที่ได้สัมผัสสำนวนภาษาของเขาผ่านแชทแล้ว เธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าไอ้บ้านี่ตั้งใจส่งมากวนเธอแน่นอน! 

 

 

ส่งไปแบบนี้ได้เหรอคุณช้าง คนเขาอุตส่าห์เปียกเป็นเพื่อนเลยนะ

 

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #6 Maukcamas (@Maukcamas) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 18:16
    ช้างงงง แกหยอกสาวเหมือนบอกลาเจอกันชาติหน้าแบบนี้ไม่ได้
    #6
    1
    • #6-1 anymore (@mssxmin) (จากตอนที่ 8)
      29 กรกฎาคม 2563 / 23:03
      คุณช้างเขาพิมพ์ไปไม่รู้ตัว
      #6-1