ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 6 : บท 1 โลกใบใหม่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

สวัสดีวันที่ 6 ของการอัพนิยายค่ะ

วันนี้มายาวสมกับ 40% ที่เหลือเลยนะ

เหมือนเดิมจ้ะ มีคำผิดสะกิดกันได้

 

ต่อกันเลย

 

 

แพทริเซียเปิดทีวีดูหนังเพื่อฆ่าเวลา เลือกซีรีย์เรื่องดังที่เขาว่ายอดวิวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงของประเทศจีน ช่วงแรก ๆ เธอรู้สึกเข้าไม่ถึงเรื่องพวกที่มีวิทยายุทธเหาะเหินเดินอากาศสักเท่าไร แต่เนื้อเรื่องก็ปูมาเกี่ยวกับสวรรค์เก้าชั้นฟ้าแล้วแหละ ดูไปเรื่อย ๆ เสียงในหัวก็ดังขึ้นมาว่า ‘ก็ดีนะ’ หลังจากดูจบไปสามอีพี แพทริเซียก็ตกใจในความคิดที่แวบเข้ามาในหัวตัวเองที่ว่า ‘บางทีเธออาจจะเป็นหนึ่งในมหาเทพบนสวรรค์ที่ลงมาชดใช้เคราะห์กรรมบนโลกมนุษย์’ ทำให้เธอถูกลบความทรงจำชาติก่อนไปหมด ใช่แน่ ๆ มิน่าล่ะเธอถึงจำอะไรเกี่ยวกับชาตติก่อนไม่ได้เลย

ครืน ครืน

เสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์ดึงให้เธอกลับมาให้โลกของความเป็นจริง  เหอะ ใครมันจำชาติก่อนได้กันว่ะ สติ!  

พี่น้องตระกูลหวัง (3)

น้อนดีน : เจี่ยเจียเสร็จแล้ว มาเลย

พีเอทีทีไออี : จ้า

 

หลังจากตอบไลน์แล้วแพทริเซียก็คว้ากระเป๋าผ้าแบบหูรูดอันเก่งขึ้นมาสะพาย ถือกุญแจรถไว้ในมือ กดลิฟต์ลงไปชั้นลานจอด ก่อนจะขับออกไปรับคู่แฝด เธอเลี้ยวเข้าลานจอดรถที่อยู่ด้านข้างของร้าน เห็นดีแลนและดาเนียลยืนกอดคออยู่ เธอขับไปจอดหน้าพวกเขา แฝดพี่จะประคองแฝดน้องขึ้นเบาะหลังก่อนเดินอ้อมมานั่งเบาะข้างคนขับ

“เลี้ยงสายน้องดีน แล้วทำไมน้องแดนหมดสภาพแบบนั้นล่ะ” พี่สาวถามหลังจากเห็นสภาพน้องเล็กในกระจกมองหลัง ที่เจ้าตัวนั่งพิงเบาะหลับตานิ่งสนิท

“ไอ้แดนมันโดนพี่โป้งเพื่อนพี่ช้างที่เรียนนิเทศฯ เหมือนกันรับน้องนะสิ พี่เขาเชียร์หมดแก้วตลอด บอกอย่าให้เสียชื่อเด็กนิเทศฯ”

“อ๋อ แล้วน้องดีนล่ะ เป็นไงบ้าง” เธอถามแฝดพี่ที่มองเผิน ๆ แล้วดูปกติดี

“แค่กรึ่ม ๆ ไม่มีใครมอมหรอก ได้แต่นั่งฟังพี่นิวปีสองระบายเรื่องแฟนที่เพิ่งเลิกกันไป พี่เขามอมตัวเองใหญ่เลย” แพทริเซียส่งเสียงรับคำก่อนขับเลยคอนโดไปทางมหา’ลัย กลับรถที่ไฟแดงที่สอง ก่อนจะตบไฟเลี้ยวจอดริมถนนใหญ่ที่หน้าร้านข้าวต้มโต้รุ่งเจ้าดังที่นิยมมาต่อกันหลังเที่ยวเสร็จ

“ลง” แพทริเซียหันไปบอกสะกิดบอกแฝดน้องนั่งปรือตามอง หลังจากเดินเข้าไปสั่งอาหารไปแล้ว ดาเนียลถึงเดินโซเซลงจากรถมานั่งที่โต๊ะก่อนจะเลื่อนเก้าอี้พลาสติกนั่งลง ไม่นานซุปเปอร์เล้งที่เต็มไปด้วยพริกขึ้นหนูก็มาเสิร์ฟ ตามด้วยผัดบุ้งไฟแดงหมูกรอบ หอยลายพริกเผา และยำปลาสลิด ถึงจะเป็นร้านข้าวต้มแต่แพทริเซียก็เลือกสั่งข้าวสวยมาแทน เธออดหัวเราะไม่ได้ที่เห็นดาเนียลค่อย ๆ ประคองน้ำซุปในช้อน แต่เหมือนยิ่งระวังยิ่งทำน้ำซุปหกเลอะเทอะไปหมด ดาเนียลเปลี่ยนมาก้มลงต่ำ ๆ มาหาช้อนแทน คงจะรู้แล้วแหละว่าถ้าไม่ทำแบบนี้คงไม่ได้กิน 

ซูด~

“ซี้ด” ดาเนียลร้องซี้ดที่สัมผัสรสชาติ “แค่ก ๆๆ” ตามมาด้วยเสียงสำลัก ร้อนแฝดพี่ต้องดึงทิชชู่มาช่วยซับให้

“ค่อยๆ ดิว่ะ” แฝดพี่บอกก่อนที่แฝดน้องจะแย่งกระดาษทิชชู่ไปเช็ดเองแล้วซดซุปต่ออีกหนึ่งคำ

“อันนี้ดีมาก กินเข้าไปรู้สึกมีแรงขึ้นมาเลย” ดาเนียลชี้ซุปเปอร์เล้งก่อนบรรยายสรรพคุณ

“หืม จริงด้วย ซดไปทีรู้สึกหิวขึ้นมาเฉยเลย” ดีแลนเข้าใจในสิ่งที่น้องชายต้องการสื่อทันทีที่ซดตามเข้าไป

คู่แฝดรีบโซ้ยกันใหญ่ ตอนนี้เหมือนดาเนียลจะมีสติมากขึ้น ตักกับข้าวไม่ค่อยหกแล้ว หวังว่าพรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสกันนะเด็ก ๆ

 

หาว~

สิบเอ็ดโมงแล้ว แพทริเซียที่ทั้งเดินทั้งหาวเข้าจัดการตัวเองในห้องน้ำเตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ เสร็จแล้วเดินออกมาเปิดทีวีทำลายความเงียบทิ้งไว้ ตั้งกาชงชาไฟฟ้าแล้วทิ้งสะโพกพิงไอส์แลนด์กดโทรศัพท์เข้าแอปฯ สั่งอาหารเดลิเวอรี่ เลือกร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง กดเลือกข้าวมาสามเซ็ทและโอโคโนมิยากิอีกสองชิ้น

ปึง!

เสียงปิดประตูห้องนอนแรง ๆ ก่อนที่ดาเนียลที่เดินหัวยุ่งทำหน้าไม่สบอารมณ์ออกมานั่งที่โซฟาจ้องทีวีช่องที่เธอเปิดค้างไว้ แพทริเซียหันไปเทชาใส่แก้วตวง ตักน้ำตาลทรายแดงลงไป คนให้น้ำตาลละลาย ตามด้วยน้ำมะนาว เสร็จแล้วเทชามะนาวลงไปในแก้วทรงเตี้ย ใส่มะนาวที่ฝานเป็นแว่นลงไปในแก้ว ก่อนจะเอาไปวางที่โต๊ะกลางให้คนที่ยังนั่งเงียบ พลันสายตาเห็นประตูของอีกห้องกำลังเปิดออก เจ้าของห้องเดินออกมาด้วยสภาพที่ดีกว่าคนแรกหน่อยนึง พี่สาวเหลือบมองคนมาใหม่ก่อนหันกลับไปทำชามะนาวแก้แฮงค์เพิ่มอีกแก้ว

แอปพลิเคชันเดลิเวอรี่แจ้งเตือนว่าอาหารมาถึงแล้ว แพทริเซียบอกกับน้องชายที่ยังคงนั่งนิ่งว่าจะลงไปเอาข้าว มีเพียงแฝดพี่ที่หันมาพยักหน้าเบา ๆ ให้เธอหนึ่งครั้งเท่านั้น เมื่อหญิงสาวกลับขึ้นมาบนห้องก็เห็นว่าทั้งคู่ยังนั่งบื้ออยู่ที่เดิม องศาเดิม และอยู่ในลักษณะเดิม แพทริเซียหยิบกล่องข้าวออกมาจากถุงวางลงตามตำแหน่งที่นั่งก่อนจะส่งเสียงเรียกคนทั้งคู่

“มากินข้าวมา” สิ้นคำพี่สาวคู่แฝดก็ย้ายร่างมาที่โต๊ะกินข้าวด้วยสภาพเหมือนคนไม่มีแรง ปราศจากบทสนทนาใด ๆ แพทริเซียที่เห็นสภาพน้องชายก็รีบเปิดถ้วยซุปให้ทั้งคู่

“ซุปมิโซะแก้แฮงค์ จะได้รู้สึกสดชื่นขึ้น” 

สุดท้ายสีหน้าของคู่พี่น้องก็ดีขึ้นหลังจากซดซุปหมดถ้วย เหลือทิ้งไว้แค่กล่องข้าวที่พร่องไปไม่กี่คำก่อนจะต่างคนต่างกลับเข้าห้องตัวเอง คนพี่ดีหน่อยที่เมื่อคืนเมาไม่มากสภาพตอนนี้ก็ไม่น่าห่วงแล้ว แต่คนน้องนี้สิดูท่าอาการจะหนักมาก 

แต่แพทริเซียต้องแปลกใจที่ในช่วงเย็นเธอได้น้องชายคนเดิมกลับมาทั้งคู่ ทั้ง ๆ ที่เมื่อกลางวันเป็นเธอที่ผูกขาดบทสนทนาอยู่คนเดียว ทั้งคู่แค่ส่งเสียงอือออตอบในลำคอเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าตกเย็นจะกลับมาร่าเริงแจ่มใสกันเแล้ว แต่เมื่อคิดไปว่าเป็นเพราะพวกเขาได้นอนหลับเต็มอิ่มตลอดบ่ายพี่สาวก็สบายใจทั้งยังเอ่ยชวนคู่แฝดให้ลงไปออกกำลังกายด้วยกัน

 

“น้องแกขึ้นกล้องดีจริง ๆ” ปรางทิพย์พูดกับอีกคนขณะที่เลื่อนดูรูปหนุ่มหล่อสาวสวยตัวแทนแต่ละคณะที่เพจสโมฯ เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อสิบนาทีก่อน แต่มียอดแชร์ไปหลักหมื่นแล้ว 

“อือ เกินตัวจริงไปมาก” ปรางทิพย์กรอกตาให้กับคำตอบของเพื่อน ในรูปมันก็ไม่ได้เกินความเป็นจริงอะไรหรอกแค่ดูมีออร่ามากขึ้นพูดอย่างกับตัวจริงแย่อย่างนั้นแหละ

“เออ แล้วทำไมน้องดีนไม่ลงล่ะ แอบเสียดายนะเนี่ย” เสียดายในความหมายของปรางทิพย์คือเสียดายโมเม้นท์น่ารัก ๆ ที่น่าจะได้เห็นบนเวทีต่างหากล่ะ

“ฉันก็เพิ่งรู้ตอนที่เห็นรูปเด็กบริหารฯ เป็นน้องอีกคนเหมือนกัน หรือจะตกรอบคัดคณะว่ะ” พี่สาวสันนิษฐาน

“ไม่มีทางจ้ะ ถ้าเทียบกับเดือนบริหารคนนี้ น้องแกกินขาด”

“หึ แกมันชอบขาวตี๋ หล่อคมเข้มแบบน้องมิกซ์คนนี้จะไปสู้ได้ยังไงล่ะ” แพทริเซียเหน็บแนมคนเอารสนิยมของตัวเองไปตัดสินคนอื่น โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน

“ก็ฉันชอบแบบนี้ ใครจะทำไม” 

“ไม่กล้าทำหรอกจ้ะ เพียงแต่ฉันคิดว่าแบบน้องมิกซ์นี่ดูดีกว่าน้องแดนมากทีเดียว” สาวลูกครึ่งที่เห็นลักษณะพิมพ์นิยมจนชินตา ก็รู้สึกสะดุดตากับเสน่ห์อีกรูปแบบทันที

“แกเป็นพี่ประสาอะไรว่ะ แทนที่จะเชียร์น้องตัวเอง กลับบอกว่าคนอื่นดีกว่า” 

“ก็ฉันตัดสินตามเนื้อผ้า”

“นี่แหละหน่า คงเพราะโตมาด้วยกันแกถึงได้คิดว่าน้องแกหน้าตาธรรมดาเหมือนที่แกคิดกับตัวเอง”

“ก็ดูธรรมดาจริงเปล่าว่ะ นี่แกคิดว่าน้องฉันหล่อเหรอ” แพทริเซียเลิกคิ้วถามเพื่อนอย่างสงสัย

“แกว่าไม่เหรอ” ปรางทิพย์ถามกลับ และต้องตะลึกกับการที่อีกฝ่ายส่ายหน้าแรง ๆ ให้เป็นคำตอบ

“ฉันจะแจ้ง ฉันจะแจ้ง” ปรางทิพย์พูดติด ๆ ขัด ๆ

“แกจะแจ้งอะไรไอ้ปราง” คนมาใหม่ถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเพื่อนแบบนี้ โดนใครเขาขัดใจมาล่ะเนี่ย

“แจ้งที่ไอ้แพทมันบอกว่าน้องมันไม่หล่อ”

“แกก็ไปถือสามัน นี่ตอนไปถ่ายรูปดาวเดือนนะ ตากล้องชมน้องแดนใหญ่เลย รู้มุมกล้อง โพสท่าดี จนเขาคิดว่าน้องแกเคยรับงานมาก่อน มืออาชีพมาก ๆ” เขมิกาแจกแจงตามประสาคนอยู่ในเหตุการณ์

“จะไม่รู้มุมตัวเองก็แย่สิ ถ่ายร้อยรูปสำหรับน้องแดนจะมีผ่านแค่รูปเดียวเท่านั้นแหละ” คนเป็นพี่สาวพูด

“แต่ครั้งนี้ผ่านทุกรูปนะจ๊ะ คัดรูปที่ดีที่สุดโดยทีมงานคุณภาพเลยนะ” เขมิกาชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างภูมิใจ กว่าจะตกลงเลือกรูปดาเนียลได้ก็เถียงกับคนในทีมไปหลายยกอยู่เหมือนกัน  

“เออ ว่าแต่แกไปไหนมา” แพทริเซียถามคนเพิ่งมา

“ไปบรีฟสคริปต์พิธีกรงานเฟรชชี่ไนท์มา” คนถูกเลือกให้เป็นพิธีกรตอบคจะบ่นต่อ “คนพวกนี้นะ เวลาต้องการใช้แรงขอให้ช่วยในนามทีมสโมฯ พองานนี้ บอกให้ช่วยในฐานะคนเคยได้ตำแหน่ง ข้ออ้างเยอะจริง ๆ”

              

แพทริเซียขำพรืดเมื่อเห็นที่คาดผมสีเหลืองของเธออยู่บนหัวของดาเนียล ไหนจะสีเขียวอมเทาจากมาสก์โคลนบนหน้าของคนเพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนนั่นอีก น่ารัก!

“เจี่ยเจีย ทำไมมันเริ่มตึง ๆ แบบนี้อ่ะ” คนหน้าเทาพูดด้วยสีหน้าเหยเก มันจะได้ผลจริงใช่ไหมเนี่ย

“แบบนี้แหละ มาสก์แล้วผิดสะอาด” พี่สาวตอบน้องชายที่โทรมาขอให้ไปช่วยซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นเพื่อนหลังเลิกเรียน เธอช่วยเขาเลือกสกินแคร์มาอยู่หลายตัว จนนึกขึ้นได้ว่าไม่มีอะไรเห็นผลเร็วเท่าการมาสก์หน้าเป็นประจำ เธอเลือกมาสก์โคลนเพื่อดูดซับสิ่งสกปรกและความมัน และมาสก์ชีทสำหรับบำรุงให้เขา 

“อุ๊ย! มึงเอาเชี้ยไรทาหน้าเนี่ย” ดีแลนที่เพิ่งเปิดประตูออกมาเปิดปากถามน้องทันทีที่เห็นหน้าอีกฝ่าย

“มาสก์โคลน ขจัดสิ่งสกปรกและความมันบนผิวหน้า” คนน้องตอบ

“จริงเหรอเจี่ยเจีย” คนพี่ไม่ค่อยอยากเชื่อจึงหันไปถามพี่สาวอีกที โคลนดำ ๆ เนี่ยนะ

“อือฮึ คอยดูเจ้าแดนหน้าจะใสกว่าน้องดีนแน่ ๆ” ทันทีที่ได้ยินพี่สาวกล่าวแบบนั้น ความรู้สึกต่อต้านก็โถมเข้ามาในความรู้สึกของดีแลน เขากับดีแลนเป็นแฝดที่ปรองดองกันก็จริงอยู่ แต่ในใจก็ยังมีความรู้สึกอยากเอาชนะอยู่ลึก ๆ ไม่ได้ ยิ่งพี่สาวเป็นคนเปรียบเทียบเองด้วยแล้ว เขาจะแพ้ไม่ได้!

หลังจากนั้นแพทริเซียก็ได้แต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองน้องชายที่ตอนนี้ทั้งคู่ตกอยู่ในสภาพเหมือนกัน ต่างกันแค่สีที่คาดผมของเธอเท่านั้นแหละ

“เจี่ยเจีย จะทำอะไร” แฝดพี่ถามเมื่อเห็นพี่สาวยกโทรศัพท์ขึ้นมาทำเหมือนจะถ่ายเขา

“ไม่เอานะเจี่ยเจีย ให้ใครเห็นสภาพเราตอนนี้ไม่ได้เลยนะ” แฝดน้องพูดต่อ

“ส่งให้มาม่ะดูคนเดียว สัญญาเลย” พี่สาวเอ่ยพร้อมชูนิ้วก้อยให้สัญญา

“สัญญาแล้วนะ” คนพี่พูดขณะเกี่ยวนิ้วเข้ากับนิ้วของพี่สาว

“ห้ามหลุดนะ” คนน้องย้ำอีกครั้ง ก่อนจะยอมยื่นนิ้วไปเกี่ยวก้อยแต่โดยดี ไม่กี่นาทีต่อมา ดาเนียลก็เดินกลับห้องไป ก่อนกลับออกมาด้วยชุดนอนอีกทั้งสองมือกำลังตบแก้มตัวเองเบา ๆ

“เจี่ยเจีย เอสเซ้นส์อันใหม่มันทำให้หน้านุ่มขึ้นป่ะ” คนเพิ่งได้ลองของใหม่พูดขึ้นอย่างเห่อ ๆ

“คิดไปเองหรือเปล่า เพิ่งใช้ครั้งแรกจะเห็นผลเร็วขนาดนั้นเชียว” แพทริเซียตอบคนคิดไปเอง

“ไม่นะเจี่ยเจีย หรือเพราะทั้งมาสก์ทั้งบำรุง ตอนนี้แก้มนิ่มมากอ่ะ รู้สึกได้เลย” คำพูดของน้องชายกลับเข้าโสตประสาทของอีกคนที่ไม่ได้อยู่ในบทสนทนา หือ ของใหม่? หน้านุ่ม? แก้มนิ่ม?

“พรุ่งนี้ก็ใช้มาสก์แบบแผ่นนะ บำรุงผิว” พี่สาวบอก

“ต้องแบบนี้สิ วันเฟรชชี่ไนท์คงไม่มีใครหน้าใสเท่าน้องแดนอีกแล้ว” ดาเนียลพูดถึงภาพที่วาดฝันเอาไว้ ถึงแม้ตอนแรกเขาจะยังไม่ค่อยเชื่อสรรพคุณที่พี่สาวอวดอ้างเอาไว้ แต่หลังจากได้เปลี่ยนวิธีการทำความสะอาดหน้า อีกทั้งได้ลองบำรุงหน้าตามขั้นตอนที่อีกฝ่ายบอก ไม่น่าเชื่อว่าแค่ครั้งแรกผลลัพธ์มันจะดีขนาดนี้ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมสาว ๆ ถึงต้องพิถีพิถันในการดูแลตัวเองขนาดนั้น 

“จ้ะ พ่อหนุ่มเจ้าสำอาง” แพทริเซียตอบกลับคนที่มีแผนดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบวันต่อวัน

“ไหนเอสเซ้นส์อะไรของมึง กูขอลองบ้างดิ” ดีแลนที่ทนนั่งเงียบอยู่นาน พูดด้วยเสียงอู้อี้จากโคลนบนหน้าที่เริ่มแข็งจนขยับไม่ได้ ว่าจบก็ลากน้องชายกลับเข้าไปในห้องของอีกคนเพิ่งเดินออกมา เหลือแค่พี่สาวที่นั่งขำให้กับท่าทีของเจ้าแฝดพี่ นี่คงจะนั่งเก็บข้อมูลอยู่นานแล้วสิท่า 

ทางคนบุกรุกห้องคนอื่น หลังจากที่ได้ลองทาน้ำอะไรก็ไม่รู้ตามที่น้องบอก ก่อนทำตามก็กลัวว่าจะโดนคนหน้าเหมือนแกล้งให้ทำอะไรแผลง ๆ แต่พอได้ทำตามก็รู้สึกว่าหน้าเขามันนุ่มขึ้นจริง!

 

“เฮ้ย ๆ มึงช่วยกูดูดิ นั่นใช่สามสาวสินสาดแก๊งนางเอกเปล่าว่ะ” ผู้ชายที่นั่งอยู่ริมสุดรีบสะกิดเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ให้หันมาช่วยกันมองนักศึกษาหญิงสามคนที่กำลังเดินมาทางเขาใช่แก๊งสาวสวยระดับนางเอกหรือเปล่า

“กูว่าใช่ ความสว่างเฉดนี้มีแค่น้องแพทตี้คนเดียวเท่านั้นเลย” อีกคนเดา ถึงแม้จะมองเห็นไม่ชัดก็เถอะ

“แล้วเขาทำไมที่วิทย์กีฯ ของเราว่ะ” หนุ่มล้ำอีกคนพูดขึ้น

“มาคาเฟ่หรือเปล่า เคยได้ยินมาว่ากลุ่มนี้เขาชอบของหวาน”

“แต่คณะเราไม่มีคาเฟ่นะเว้ย” อีกคนเตือนสติเพื่อนด้วยความเป็นจริง

“เฮ้ย ๆ เขากำลังเดินมาทางนี้แล้ว” ชายคนแรกที่สังเกตเห็นสามสาวรีบบอกเพื่อนที่ยังลงความเห็นกันอยู่ ชั่วพริบตาเดียวเสียงเอะอะก็เงียบลง เสี้ยวนาทีที่เขาได้สบสายตาของเขมิกาที่มองมา สวย! สวยเกินไปแล้ว 

นานเท่าไรไม่รู้ที่เสียงของกลุ่มเพื่อนชาววิทย์กีฯ ก็กลับมาครึกครื้นกันอีกครั้ง

“มึงเห็นน้องปรางไหม คนอะไรจะน่ารักได้ขนาดนั้นว่ะ กูยอมใจ” ชายหนุ่มร่างเล็กเปิดประเด็นทันทีที่สามสาวลับตาไป ต้องแบบปรางทิพย์นี้แหละ ถูกใจเขา

“กูว่าน้องแพทคือที่สุด มีทั้งมุมสวยมุมน่ารัก แถมยังสว่างกว่าหลอดไฟบ้านกูอีก กูชอบ”

“ไม่ ๆ ต้องน้องขิมเท่านั้น เห็นไกล ๆ ก็ว่าสวยมากแล้ว พอมาเห็นใกล้ ๆ ยังสวยกว่าอีก ใช่ไหมว่ะไอ้นนท์” อีกคนหันไปถามเพื่อนที่ยังนั่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ก่อนจะสะกิดเรียกเพื่อนอีกครั้ง “ไอ้นนท์ ๆ ได้ยินเปล่าว่ะ”

 

อีกด้านของคนที่ถูกเรียกว่าแก๊งนางเอกยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวเดินคุยกันต่อ มีเพียงในใจของปรางทิพย์เท่านั้นที่นึกสงสัยความเงียบของเด็กวิทย์กีฯ เดิมทีเธอคิดว่าถ้าเดินลัดตึกคณะนี้อย่างไรต้องโดนแซวจากเด็กในคณะนี้ตามคำร่ำลือเป็นแน่ แต่พออยู่ในสถานการณ์จริงเด็กคณะนี้กลับนั่งกันสงบเรียบร้อยไม่เป็นอย่างที่เคยได้ยินมาสักนิด เพียงชั่วนาทีความคิดนี้ก็ถูดปัดทิ้งไปตามระยะที่เธอก้าวไป

“เมื่อไรถึงเนี้ย ไหนบอกเดินลัดคณะวิทย์กีฯ ก็ถึงไง” แพทริเซียบ่นก่อนใคร เพราะรู้สึกว่านี้มันไกลกว่าที่เธอคาดเดาไว้มาก

“ทะลุตึกนี้ไปก็ถึงแล้ว” สาวสวยผู้รอบรู้ตอบ

“รู้แบบนี้ ไม่น่ายอมเป็นสวัสดิการเลย” สาวลูกครึ่งยังคงบ่นต่อ มันเริ่มจากอาจารย์มีมติมอบหน้าที่ทำป้ายประชาสัมพันธ์คณะให้ชั้นปีพวกเธอเป็นผู้รับผิดชอบ แน่นอนว่าแม่งานคืออัครพลบุคคลผู้เป็นตัวจริงเรื่องกิจกรรมคณะ ที่มีคำสั่งให้พวกเธอรับหน้าที่ฝ่ายสวัสดิการคอยซัพพอร์ตน้ำและขนมให้ทีมงานทั้งหมด และเจ้าตัวก็รีเควสเป็นร้านดังที่มาเปิดหน้าร้านที่โรงอาหารคณะดุริยางค์แห่งนี้ 

“แล้วเราจะถือกลับไหวเหรอ น้ำตั้งเกือบสามสิบแก้ว ไหนจะขนมที่เพื่อนสั่งอีก” ปรางทิพย์เริ่มห่วงว่าพวกเธอจะถือกลับไหวไหม หลังจากที่ยื่นลิสต์รายการให้พนักงานร้านไป

“แกไม่รู้จักใครแถว ๆ เลยเหรอว่ะ” แพทริเซียถามคนที่น่าจะกว้างขวางกว่าใคร

“แป๊บนะ” สาวสวยนิ่วหน้าก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงใครบางคน เพื่อนกันก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ถูกไหม

แพทริเซียนั่งท้าวคางมองพนักงานร้านทั้งสามคนที่กำลังหัวหมุนทำตามรายการมือเป็นประวิง ดู ๆ แล้วก็นึกสงสาร ทำไมทุกคนถึงได้พร้อมใจกันสั่งนี้ร้านเดียวด้วยนะ ดูแขนพี่คนที่กำลังชงน้ำนั่นสิ คงไม่เป็นอะไรไปก่อนจะเสร็จออเดอร์ของเธอหรอกนะ คนมองได้แต่นั่งคร่ำครวญอยู่ในใจ ไม่ได้รู้เลยว่าเพื่อนประสงค์ดีเลือกสั่งร้านนี้ร้านเดียวเป็นเพราะไม่อยากให้พวกเธอเดินไปมาหลายร้าน

“ทางนี้เจตน์!” เขมิกากระโดดย่อง ๆ โบกมือเรียกผู้ช่วยที่ตัวเองเรียกมาก่อนจะรีบถามต่อ “เอารถมาเปล่า”

“หวัดดีแพท หวัดดีปราง” เจตน์ณะกล่าวทักทาย ก่อนตอบเพื่อนถึงรถจักรยานยนต์ที่อีกฝ่ายให้เขายืมมา “เอามาดิ จอดอยู่หน้าตึก” 

“หวัดดีเจตน์ รบกวนหน่อยนะ” แพทริเซียยิ้มทักทายพูดออกไปตามมารยาทที่ควรจะเป็น

“ไม่เป็นไร เราไม่ได้ลำบากอะไร” 

“เออ มันต้องแบบนี้สิ เวลาแกเรียกฉันยุ่งแค่ไหนฉันก็ยังไปหาแกเลย” เขมิกาพยักหน้าตบบ่าเพื่อนสนิทเบา ๆ

“ได้แล้วค่ะ” เสียงพนักงานดึงความสนใจของทุกคนให้หันไป แพทริเซียเบิกตากว้างทันทีที่เห็นจำนวนถุงแก้วน้ำและถุงกล่องขนมที่วางอยู่เต็มจนล้นเคาน์เตอร์

“เอาแบบนี้ล่ะกัน แกไปกับฉัน เอากล่องขนมไว้ใต้เบาะ แล้วแกก็ถือน้ำ” เจตน์ณะหันไปพูดกับเพื่อนสมัยเด็ก

“จะหมดเหรอ” เขมิกาท้วง

หลังจากนั้นพวกเธอก็ทำตามที่เจตน์ณะเสนอ ทั้งสี่คนช่วยกันหอบหิ้วถุงทั้งหมดมาที่หน้าอาคาร ชายหนุ่มเปิดเบาะรถวางเรียงกล่องขนมลงไปและโชคดีที่มันพอใส่ขนมทั้งหมดพอดี แพทริเซียไล่สายตามองถุงแก้วน้ำที่ห้อยอยู่บนแฮนด์จับทั้งสองข้าง รวมถึงแก้วที่ถูกห้อยอยู่ที่ตะขอเกี่ยวของนั่น และที่นิ้วของเขมิกาเกี่ยวอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนที่ทั้งหมดจะค่อย ๆ ลับสายตาไปตามระยะทาง

“แกว่าขิมมันชอบเจตน์เปล่าว่ะ” ปรางทิพย์ถามขึ้นหลังจากที่สังเกตปฏิกิริยาของเพื่อนเวลาที่ชายหนุ่มอยู่ด้วย

“ไม่หรอก ไอ้ขิมมันใส่ทรงเอมือข้างหนึ่งก็ถือน้ำ มันคงกลัวตกแหละถึงได้กอดเอวเจตน์แน่นแบบนั้น” แพทริเซียที่นึกว่าเพื่อนหมายถึงเรื่องนี้ตอบออกไป

“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ฉันว่าไอ้ขิมมันดูดีใจมากเกินไปที่เห็นหน้าเจตน์มา” ปรางทิพย์ขยายความต่อ

“มันคงดีใจที่มีคนมาช่วย ไม่ต้องเดินถือกลับเอง ฉันยังดีใจเลยที่เห็นเจตน์มา” แพทริเซียพูดตามความเห็น

“ไอ้ขิมมันยิ้มกว้างกว่าปกติด้วยนะ” คนน่ารักยังคงว่าต่อ

“ไม่นะ ปกติฉันก็เห็นมันยิ้มแบบนี้” อีกคนก็ยังคงค้านต่อ

“แต่เรื่องแบบนี้ฉันไม่เคยมองพลาดนะ” คนความรู้สึกไวหันไปพูดกับเพื่อนอย่างจริงจัง

“แต่ฉันว่าแกคิดไปเองมากกว่า ไอ้ขิมมันดูปกติจะตาย” สาวลูกครึ่งว่าแล้วก็กอดคอลากให้อีกคนเดินพร้อมกัน

“อือ แกว่าไม่ก็คงไม่แหละ” ไม่รู้อะไรดลใจให้ปรางทิพย์เชื่อคำพูดของคนไม่สนโลกอย่างแพทริเซีย ก่อนที่อีกฝ่ายจะยกโทรศัพท์ขึ้นให้เธอดูข้อความจากอัครพลส่งมาว่า

‘พวกหล่อนมันร้าย! น้ำแค่นี้ถือกันมาเองไม่ได้ เดือดร้อนแฟนฉัน’

 

 

แอมมี่หล่อนเคลมผู้ทุกคนในเรื่องนี้ไม่ได้!

ส่วนสาวสวยจะมีซัมธิงกับเพื่อนสนิทจริงมั้ยน้าาา

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #4 Maukcamas (@Maukcamas) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 18:05
    มีความจิ้นคู่รอง...
    คู่รองใช่มั้ยไรท์ เค้าจะชอบกันใช่มั้ยไรททททท์
    #4
    1
    • #4-1 anymore (@mssxmin) (จากตอนที่ 6)
      29 กรกฎาคม 2563 / 23:00
      เอ๊ะ คู่รองหรือคู่เรื่องอื่น
      เอ๊ะ เค้าชอบกันหรือชอบเขาข้างเดียว

      //ไม่รู้ไม่ชี้
      #4-1