ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 2 : บทนำ 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

 

สวัสดีลูกแกะหลงทางที่เข้ามาอ่านถึงตอนนี้ค่ะ 

คำผิด พิมพ์ตก ทักท้วงได้นะคะ 

 

ต่อเลยค่ะ

 

“นางแพทตี้! น้องหล่อนหล่อกรุบมาก” เสียงที่ลอยมากก่อนตัวของอัครพลหรือแอมมี่ชายผู้บอบบาง ตัวแม่เรื่องกิจกรรมของคณะ ผู้เชื่อในทฤษฎีความสวยต้องออกมาจากภายในสู่ภายนอก และต้องสวยทั้งกาย วาจา และใจ เรียกได้ว่าทั้งคณะศิลปศาสตร์แห่งนี้ไม่มีใครมีความเป็นกุลสตรีมากกว่าเขานี้อีกแล้ว

“อะไรกันย่ะ หล่อนเพิ่งเคยเห็นน้องมันเหรอ” สาวสวยผู้รอบรู้อย่างเขมิกาพูดดัก

“ก็เออนะสิ ทำไมฉันไม่เคยรู้ว่าหล่อนมีน้องชายงานดีขนาดนี้ และไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่มีถึงสองคน!”

“ฉันลงรูปครอบครัวออกจะบ่อย ทำไมแกจะไม่เคยเห็นย่ะ นี่แกตามไอจีฉันจริงเปล่าเนี่ย หรือแกหลอกปั้มยอดคนติดตาม ให้ฉันตามแกแต่แกไม่ตามฉัน ห๊า!” แพทริเซียแกล้งทำโมโหใส่เพื่อน

“โอ๊ย! น่าไม่อาย มีเคลมตัวเองลงรูปครอบครัวบ่อย ฉันไปส่องในไอจีน้องหล่อนทั้งคู่มาหมดแล้วย่ะ หล่อนลงรูปน้องไม่ได้ครึ่งที่น้องลงรูปหล่อนเลยจ้ะ” อัครพลท้าวเอวพูดชี้แจงให้คนน่าไม่อายได้รู้สึกตัว

“ส่องแล้วฟอลยัง” แพทริเซียทำไม่รู้ไม่ชี้เปลี่ยนเรื่อง

“แหม นี่ใครย่ะ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องรอหล่อนบอกหรอก ช่องยูทูบฉันก็กดตามแล้ว มันดีนังแพท! น้องหล่อนมันงานดี!”

“จ้ะ เดี๋ยวเทอมหน้าหล่อนจะได้เจอตัวจริง”

“นี่น้องหล่อนจะเข้าที่นี่เหรอ” อัครพลอ้าปากค้าง ทำตาโต ยกมือทาบอกบ่งบอกถึงความตกใจ

“อือฮึ แต่คนละคณะ” 

“ดียิ่ง! นางขิมหล่อนไปบรีฟบรรดาเพื่อนสาวดาวเดือนของหล่อนให้หมด งานนี้ต้องให้สองคนนี้มาเจอกันในรอบสุดท้ายคืนเฟรชชี่ไนท์ให้ได้นะย่ะ” 

“ให้คนสองคนนั้นผ่านรอบคัดเลือกคณะให้ได้ก่อนเถอะ” คนเป็นพี่สาวพูด นึกดูแล้วน้องชายสองคนของเธอก็ออกหน้าตาธรรมดา มีดีแค่ขาวกว่าคนอื่นเขาเท่านั้นแหละ

 “แหม เบ้าดีขนาดนี้ไม่ผ่านก็คือมีคอรัปชั่นแล้วแหละ”

 “ถ้าน้องไอ้แพทมาเจอกันรอบใหญ่ หล่อนจะเชียร์ใครค่ะนางแอมมี่” เขมิกาถามต่อ

“ก็ต้องน้องดีนสิย่ะ ในคลิปเมื่อวานใส่เสื้อแขนกุด แขนล่ำน่าซบมาก” 

“บรึ๋ย! ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ แค่คิดว่าเป็นแกกับน้องดีนก็สยองแล้ว ถ้าเป็นน้องดีนคู่น้องแดนก็ว่าไปอย่าง อื้อ โมเม้นท์ที่รอคอย” ปรางทิพย์เพ้อด้วยสีหน้าแววตาแช่มชื่นสุด ๆ

“เหอะ ๆ ฉันเริ่มสงสารน้องแกขึ้นมาจริงจังแล้วว่ะ คนหนึ่งก็จ้องจะเคลม” เขมิกามองหน้าหนุ่มร่างบอบบางก่อนลากสายตากลับมาที่คนข้าง ๆ ก่อนจะโคลงศีรษะไปมาเบา ๆ “อีกคนก็หวังอะไรก็ไม่รู้” 

“ไม่เป็นไรหรอก น้องฉันชอบที่จะโดดเด่นท่ามกลางผู้คน”

“เป็นฉันมันทำไมย่ะนางปราง ฉันกับน้องแดนก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ” อัครพลโวยใส่คนเลือกโมเม้นท์

“แหม อยู่กันมาจะสองปี เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่หล่อนรวมตัวเองกับเพศชาย” ปรางทิพย์กัดเบา ๆ หน๊อยแน่ มือไม่พายปรางไม่เคยว่า แต่ใครก็อย่ามาล่มเรือปรางเชียว

“จ้า ฉันก็เห็นเป็นน้องเป็นนุ่งนั้นแหละ” หนุ่มสวยรับคำเพื่อนก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเอ็นดูเต็มที่

“แล้วถ้าน้องไม่นุ่ง” เขมิกาชงต่อให้อีกนิดนึง ก่อนที่อัครพลจะยกมือขวาขึ้น ทำสายตาล่อกแล่ก ลากนิ้วบนริมฝีปากเบา ๆ ปฏิกิริยาแบบนั้นทำให้คนทั้งกลุ่มขำพรืดกับคำตอบ

“เออ นางแอมมี่หล่อนรู้เรื่องที่บาสบริหารป่ะ” สาวสวยเจ้าแม่ข่าวสารรีบเปิดประเด็นใหม่

 “หึ โลกไม่รู้แต่แอมรู้จ้ะ มา เรื่องนี้ต้องขยายจนกว่าทั้งโลกจะรู้” ว่าจบอัครพลก็ทิ้งตัวลงข้างแพทริเซีย “พวกแกรู้ใช่ไหมว่าคณะบริหารฯ กับคณะเรามันหันหน้าหากัน และหลังชนกันกับคณะกายภาพฯ แต่มันเดินทะลุไม่ได้เพราะมีคูน้ำเล็ก ๆกั้น” คนขยายความหยุดเล่าดูปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมวง เมื่อเห็นทุกคนพยักหน้าก็เล่าต่อ “คนทั้งมอเขาก็รู้กันแหละว่าปกติวินจะนัดเจอแฟนที่หลังตึก แรก ๆ ก็มีคนไปคอยแอบดู แต่หลัง ๆ ก็ไม่มีแล้วเรื่องสองคนนี้มันเก่าแล้วไง เขารู้กันหมด”

“อือ ต่อ” เขมิการับคำ

“เรื่องมันเริ่มมีประเด็นตรงที่คนเขาเริ่มสังเกตว่าวินไม่ค่อยแอบไปเจอแฟนที่หลังตึกเหมือนแต่ก่อนไง นางขิม หล่อนคลุกคลีกับพวกสโมฯ ปากมาก หล่อนน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง”

“เออ ก็เคยได้ยินผ่าน ๆ มาเหมือนกันที่ว่าเขาทะเลาะกันที่หน้าคอนโดฝ่ายหญิง แต่คนเป็นแฟนกันมันต้องมีทะเลาะกันอยู่แล้วป่ะ มันก็เรื่องธรรมดา” เขมิกาตอบ

 “นั้นแหละ แล้วมันมาโป๊ะเรื่องที่บาสมีเอี่ยวตรงที่มีคนใช้เด็กปีหนึ่งเอาของมาให้วิน น้องมันไม่รู้จะเจอวินได้ไง มันเลยไปดักที่หลังตึก แล้วมันเจอวินจริง ๆ แต่อีกฝ่ายยืนหลบมุม พอมันจะเดินเข้าไปหา สายตามันดันไปเห็นบาสกอดกับแม่ดาวกายภาพอยู่ที่ฝั่งโน้น”

“อุปส์! คุณบาสคนนี้เขาร้ายจริง” ปรางทิพย์ว่า

 “แต่ แต่ แต่ พวกหล่อนรู้ใช่ไหมว่าวินกับบาสเขาเป็นญาติกัน เขาโตมาด้วยกัน” ทั้งกลุ่มพยักหน้าเป็นคำตอบ “นั่นแหละ ข่าวบางสำนักก็ว่า บาสเขาช่วยวินง้อแฟน บางก็ว่าบาสรอเคลม บางก็ว่าเพราะบาสนี่แหละที่ทำให้เขาเลิกกัน ซึ่งเรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอันไหนจริงอันไหนจ้อจี้”

“อันไหนจริงอันไหนจ้อจี้ฉันไม่สนหรอก แต่ที่ว่าพวกเขากอดกันนะ ของจริง!”  

“จริงของขิมมัน แล้วเด็กปีหนึ่งคนนั้นทำไง” แพทริเซียถามต่อ

“จะทำอะไรได้ล่ะ เป็นหล่อน หล่อนจะกล้าทำอะไร แต่มีเรื่องหนึ่งที่เด็กคนนั้นมันกล้าทำ คือมันขยายต่อจนคนเขารู้กันทั้งมอนี่ไงล่ะ ก็ต้องถือว่าทำดี!” เขมิกาพยักหน้าเห็นด้วยกับคนพูด

“อืม ถ้าเขารอเคลมต่อจริง ก็ต้องสงสารวินเลยนะ อีกคนก็ญาติอีกคนก็แฟนเก่า” ปรางทิพย์ออกความเห็น

 “เอาล่ะ ๆ จะบ่ายแล้ว ฉันนัดอาจารย์แจงไว้ ต้องไปก่อนนะ” หนุ่มสวยกดดูเวลาในโทรศัพท์ก่อนจะบอกลา

“บายจ้ะแอมมี่” หลังจากพูดจบเขมิกาก็เริ่มทอปปิกนี้อีกครั้ง “แล้วเพื่อนเขาไม่พูดอะไรกับบ้างเหรอว่ะ ทำตัวแบบนี้ไม่ดีนะ”

“อาจจะมีเตือนบ้างแต่คงไม่พูดหรอก ก็โต ๆ กันแล้ว อีกอย่างผู้ชายน่ะ นอกจากพ่อแม่แล้วไม่ชอบให้ใครมาทำสั่งสอนหรอก” คนมีน้องชายสองคนออกความคิดเห็น

“เออใช่ ก๊กนั้นเขาก็เถื่อน ๆ กันไม่ใช่เหรอ เขาคงไม่พูดกันมากหรอก คงปล่อยเพื่อนคิดเอง” ปรางทิพย์เห็นด้วย

“เถื่อนเหรอ เมื่อวานเห็นที่โรงอาหารไม่เห็นมีใครดูเถื่อนเลย” คนไม่รู้ถาม

“โอ๊ย! ไอ้แพทแกรู้อะไรบ้างเนี่ย ที่เห็นที่โรงอาหารเมื่อวานมันแค่กลุ่มเพื่อนเรียนคณะเดียวกันจ้ะ ฉันว่าในกลุ่มนี้คงไม่กล้าพูดอะไรเรื่องบาสหรอก รู้สึกว่าจะมีอยู่สองสามคนที่เขาอยู่อีกกลุ่มด้วยกันนะ ก๊กนี้สมาชิกเขากระจายตัว แต่เห็นว่าสนิทกันมากเลยนะ เขาออกทริปเที่ยวด้วยกันบ่อย” แพทริเซียพยักหน้าฟังที่เขมิกาเล่าทั้ง ๆ ที่จำหน้าใครไม่ได้เลย “อีกอย่างกลุ่มนี้น่ะร้ายมาก เที่ยวกันแทบทุกคืนแต่ผลการเรียนดีไม่มีตก ได้ยินว่าคนเรียนห่วยที่สุด เกรดยังไม่หลุดสามเลยนะ”

“อืม เก่งนิ มีความรับผิดชอบด้วย” สาวลูกครึ่งคิดว่าถึงจะเที่ยวบ่อยแต่ไม่ทิ้งหน้าที่ของตัวเอง ใช้ได้เลย

“ดีจนน่าหมั่นไส้” เขมิกาที่ถูกลากไปร้านเหล้าบ่อย ๆ นึกถึงตัวเองช่วงที่ไปติด ๆ กัน ผลคือคะแนนควิซเธอลดฮวบเลยเถอะ เธอคิดก่อนเล่าต่อ “นักศึกษาอย่างเราเวลาไปกินเหล้าเราจะไปแค่ร้านเพื่อนหรือร้านแถว ๆ มอใช่ไหม แต่พวกเขาไปนั่งกันที่ร้านดับบลิวจ้า ร้านนั้นมีแต่เด็กอินเตอร์ฯ เท่านั้นแหละที่จ่ายไหว”

“แกก็ไม่ค่อยได้ไปร้านนั้น แต่ทำไมเรื่องนี้แกยังรู้ล่ะ” คนไม่รู้ถามต่อ “ไม่ใช่ว่าร้านนั่งมันแพงเหรอ”

“เขารู้กันทั้งมอจ้ะเพื่อนแพท ตามสไตล์ร้านเหล้าแหละ โพสรูปลูกค้าหน้าตาดี ๆ เรียกแขก และใช่จ้ะ ร้านนั้นมันแพงเกินกว่านักศึกษาที่เข้าร้านเหล้าเดือนละแปดครั้งอย่างฉันจะจ่ายไหว ค่าเซอร์วิสแพงฉิบหาย” เขมิกาบ่นต่อ

 

วันนี้แพทริเซียมีคลาสวรรณกรรมตะวันตกช่วงบ่ายและเพิ่งเลิกตอนนี้ที่เป็นเวลาเกือบจะสี่โมงเย็น เธอเดินลัดมาที่สระน้ำข้างมอที่ริมถนนยังพอมีรถของนักศึกษาจอดประปราย จริง ๆ แล้วมหา’ลัยมีลานจอดรถเล็ก ๆ สำหรับนักศึกษา แต่มันไกลจากคณะเธอเรียกว่าอยู่คนละฝั่งของมอเลย ทำให้เธอเลือกที่จะจอดริมถนนข้างสระน้ำใกล้ ๆ คณะแทน เธอกดปลดล็อกรถด้วยรีโมทก่อนเปิดประตูพาตัวเองไปนั่งหลังพวงมาลัย

ครืน ครืน 

เสียงสั่นแจ้งเตือนเรียกความสนใจจากแพทริเซียทันที เธอละมือออกจากประตูที่กำลังจะปิด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นเป็นน้องชายที่ทักมาก็รีบกดเข้าไปดู ในใจคิดว่าเด็กพวกนี้ต้องฝากเธอซื้อขนมทุกวันเลยสิหน่า

              พี่น้องตระกูลหวัง (3)

น้อนดีน : เจี่ยเจียเมื่อไรกลับ

น้อนแดน : เจี่ยเจีย ป้าป่ะ[1]จะพาไปกินข้าวข้างนอก

พีเอทีทีไออี : กินไหน 

พีเอทีทีไออี : เพิ่งเลิก

น้อนแดน : ร้าน Pa ที่โรงแรม P 

น้อนดีน : จองไว้แล้ว 6 โมงครึ่ง

พีเอทีทีไออี : ไม่ต้องเจี่ยเจียนะ ออกมาเลย เดี๋ยวไม่ทัน

พีเอทีทีไออี : เจอกันที่โรงแรม

น้อนดีน : ดีลคับ

น้อนแดน : ส่งสติกเกอร์

หลังจากแพทริเซียตกลงกับน้องชายเสร็จ เธอโยนโทรศัพท์ไว้บนกระเป๋าที่เบาะข้าง ๆ สตาร์ทรถ เปิดเพลง มือกำลังเอื้อมไปดึงประตูรถ ตาพลันเห็นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่โดนเสียบไว้ที่ที่ปัดน้ำฝนด้านนอก กระดาษอะไร เธอก้าวขาลงจากรถเดินไปหยิบกระดาษขึ้นมา

 

เมื่อเช้าผมรีบจนเอากระจกข้างรถคุณมาด้วย รถผมคันข้างหน้า ทะเบียน xx 3222 

097-xxx-xxx9 ช้าง ปี 2 บริหาร 

 

หลังจากอ่านจบ แพทริเซียละสายตาจากกระดาษสีขาวไปที่กระจกด้านซ้ายของรถตัวเอง เฮ้ย! ไม่มีกระจกจริง ๆ ด้วย ปกติเธอพับกระจกทุกครั้งนิ ทำไมวันนี้ลืมล่ะ เธอเดินย้อนมาหยิบโทรศัพท์ในรถ กดเบอร์ตามกระดาษ ระหว่างที่รอสายเธอก็เดินไปดูรอบ ๆ รถของตัวเอง อือหือ ถลอกตั้งแต่ประตูหลังยาวจรดกระโปรงหน้ารถเลย

 [ครับ]

 “อ่า คุณเจ้าของรถทะเบียน xx 3222 ใช่ไหมค่ะ”

[ครับ เห็นรถแล้วใช่ไหม ผมกำลังเลิกเรียนแล้ว รอผมแป๊บนะครับ เดี๋ยวผมโทรเรียกประกัน คุณก็เรียกมาเลย]

“ค่ะ”

สายถูกตัดไปแล้ว เป็นการคุยที่สั้น กระชับ รู้เรื่อง เธอโทรเรียกประกันระหว่างรอคู่กรณี เดินดูรถหรูของเขาที่เต็มไปด้วยรอยครูดเหมือนรถเธอ อือหือ กระจกเขาก็ห้อยต่องแต่งอยู่เหมือนกัน กระโปรงรถด้านขวาสีถลอกเหมือนกัน หลังจากสำรวจรถเขาเสร็จเธอก็มานั่งรอในรถ เธอก็เลือกรูปที่เธอถ่ายไว้ทั้งรถเขาและรถเธอส่งไปในแชทครอบครัวพร้อมอธิบายว่าเรื่องเกิดเมื่อเช้า เขาทิ้งเบอร์ไว้ให้ อาจจะไปสายหน่อย รอประกัน

ก๊อก ก๊อก

แพทริเซียหันไปมองตามเสียงเคาะที่ดังอยู่ข้างหู ผู้ชายผิวแทนสวมเสื้อนักศึกษากับกางเกงยีนส์เคาะกระจกเรียกเธอแล้วเดินไปที่รถคันข้างหน้า อ๋อ คู่กรณีของเธอสินะ เธอหันไปหยิบโทรศัพท์และกระเป๋าตังค์ในถุงผ้าก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ

พรึบ~

ทันทีที่ก้าวขาพ้นขอบประตูและสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เขา ไม่รู้ลมอะไรที่พัดมาจากด้านหลัง ทำเอาผมของเธอปลิวคลุมหน้าไว้จนมองไม่เห็นอะไร แพทริเซียหลับตาปี๋ป้องกันคอนแทคเลนส์ที่เธอใส่ไม่ให้ระคายเคือง มือข้างขวาถือโทรศัพท์ประกบเข้ากับกระเป๋าตังค์ถูกยกแนบเข้ามาใบหูด้านขวากันไม่ให้ผมปลิวมาปรกหน้ามากขึ้น ส่วนมือข้างซ้ายก็เสยผมไปด้านหลังแรง ๆ เฮ้อ~

“หวัดดี” แพทริเซียเอ่ยคำทักทายพร้อมส่งยิ้มที่คิดว่าเป็นมิตรที่สุดให้เขา

“หวัดดี โทษทีนะ เมื่อเช้าผมตื่นสายแล้วก็มีควิซด้วย”

“จ้ะ ไม่เป็นไร” 

“เธอชื่ออะไร ผมชื่อช้าง อยู่ปี 2 นะ” เขาถามก่อนจะชี้นิ้วที่ตัวเองแล้วแนะนำตัว

“ชื่อแพท อยู่ปี 2 เหมือนกัน” เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวก่อนจะแนะนำตัวบ้าง

“ผมเรียนบริหารฯ”

“เราอยู่ศิลปศาสตร์” หลังจากนั้นเธอได้แต่หัวเราะแฮะ ๆ อยู่ในใจเพราะก็ไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้น เดดแอร์ยาวจนเจ้าหน้าที่ประกันมาครบทั้งสองฝ่าย โชคดีที่รถเรายังใหม่และเป็นประกันชั้นหนึ่งอยู่ทั้งคู่ทุกอย่างเลยดูง่ายไปหมด เจ้าหน้าที่ประกันถ่ายรูปรถสักพัก เลือกศูนย์บริการที่จะเข้าเคลม รับใบรับรอง เป็นอันเสร็จ

ครืนครืน ครืนครืน

เธอหงายหน้าจอโทรศัพท์ที่ถูกคว่ำหน้าลงกับกระเป๋าตังค์ขึ้นมาเห็นชื่อขึ้นเป็นเบอร์มาม่ะโทรมา เธอหันหลังเดินห่างออกมาสักหน่อยกดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไป

“เหวย”

[แพทตี้ ตี้ตี่[2]เพิ่งบอกมาม่ะ[3]ว่ารถหนูโดนเฉี่ยว เป็นไงบ้างลูก]

“มาม่ะหนูโอเค ตอนนี้เคลียร์ประกันเสร็จแล้ว”

[หนูขับรถที่ไม่มีกระจกข้างได้เหรอลูก ให้ป้าป่ะไปรับที่มอไหม]

“หนูขับได้ หนูจะขับระวัง ๆ เอา” 

[เอางั้นเหรอลูก ถ้างั้นค่อย ๆ ขับมานะ ไม่ต้องรีบ]

“ค่ะ เจอที่โรงแรมนะ”

หลังวางสายหันกลับมาพบว่าเจ้าหน้าที่ประกันทั้งสองคนกลับไปแล้ว แพทริเซียเห็นเขาเดินถ่ายรูปรถตัวเองวนหน้าวนหลังรถสักพัก เขาหันมามองหน้าเธอก่อนจะเอยถาม

“ผมขอถ่ายรูปรถแพทหน่อยนะ จะส่งให้ที่บ้านดู” 

“ถ่ายเลย ก่อนช้างมาเราก็ถ่ายรูปรถช้างไปตั้งเยอะ” 

เขาพยักหน้าก่อนจะถ่ายรูปรถของเธอแทบจะทุกมุม แพทริเซียยืนมองเขาถ่ายรูปอยู่หน้ารถ เขาถ่ายตั้งแต่ทะเบียนรถ ประตูข้างคนขับ ประตูหลัง ก่อนจะเดินกลับมายืนท้าวแขนพิงหลังรถตัวเองไว้

“แพทจะขับรถไม่มีกระจกข้างได้เหรอ ให้ผมไปส่งไหม”  

“ไม่เป็นไรจ้ะ เราคิดว่าเราไปได้นะ อีกอย่างจะห้าโมงแล้วด้วย เดี๋ยวรถก็ติด ไม่อันตรายหรอก” คนก่อเรื่องก็ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ แต่เขาก็พยักหน้ารับแต่โดยดี

“งั้นก็ขับกลับดี ๆ นะ ระหว่างทางถ้ามีอะไรโทรมาเบอร์ผมได้เลยนะ” เธอคิดว่าเขาน่าจะพูดด้วยความรู้สึกผิด

“จ้ะ แต่คงไม่มีอะไรหรอก” เธอเดินไปเปิดประตูรถค้างไว้

“กลับดี ๆ ครับ” 

“จ้ะ ไปนะ” แพทริเซียยิ้มให้เขาก่อนเข้าไปนั่งในรถ ปิดประตู สตาร์ทรถ เปิดเพลง ก่อนจะค่อย ๆ เหยียบคันเร่งหักพวงมาลัยออก


 

 


[1] 爸爸 [bàba] ป้าป่ะ แปลว่า พ่อ [ออนไลน์] 

[2] 弟弟 [dìdi] ตี้ติ แปลว่า น้องชาย

[3] 妈妈 [māma] มาม่ะ แปลว่า แม่ 

แหล่งที่มา http://www.jeen4u.com/คำศัพท์ภาษาจีน-ครอบครัว/

 

 

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #2 Maukcamas (@Maukcamas) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 16:10
    เปิดตัวพระเอก สายซอฟเนาะ
    #2
    1
    • #2-1 anymore (@mssxmin) (จากตอนที่ 2)
      29 กรกฎาคม 2563 / 22:57
      เขาว่ากันว่าน้ำนิ่งไหลลึกค่ะ
      #2-1