ค่อยๆ รักกัน Gradually Love

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

 

เรามาครั้งแรก ติชมได้น้า เพื่อให้เราได้พัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก

 

 

บรรยากาศเย็นๆ ลมพัดเอื่อย ๆ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่อยู่ ๆ อุณหภูมิก็ลดลงฮวบหลังจากที่ทำทีว่าเข้าหน้าหนาวเมื่อต้นมกราคม เพียงแต่วันถัดมาอุณหภูมิก็เด้งกลับเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ดังที่เป็นตลอดทั้งปี  ใต้ร่มเหงาของต้นหางนกยูงที่แผ่กิ่งก้านคลุมทั่วบริเวณหน้าตึก เต็มไปด้วยกลีบดอกสีแดงที่ร่วงหล่นตามกระแสลม มีชุดโต๊ะไม้ที่ถูกจัดไว้เพียงไม่กี่โต๊ะ มีร่างนักศึกษาหญิงที่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่เจ้าตัวบังเอิญไปสอยมาเมื่อวาน เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ทั้ง ๆ ที่จะแปดโมงแล้วแต่ภายในตึกคณะที่คนควรจะพลุกพล่านกลับมีเพียงไม่กี่คน เธอได้แต่นึกสงสารสภาพอากาศที่จะถูกนำไปเป็นข้ออ้างของการเข้าเรียนสายของนักศึกษาทั้งมหา’ลัยอีกครั้ง ไม่เห็นเกี่ยวนิ อากาศเย็นขึ้นไม่ใช่สาเหตุของรถติดสักหน่อย 

             วิ้ว~ พรึบ~ 

       เสียงใบไม้กระทบไปตามพื้นจากกระแสลมที่แรงมากขึ้น ร่างกายเธอตอบสนองความรู้สึกหนาวสะท้านที่วิ่งจากปลายเท้าขึ้นมาถึงต้นคอในชั่ววินาที ตามมาด้วยผิวหนังยกตัวเป็นตุ่ม ร่างบางรีบไขว้แขนลูบผิวเพื่อบรรเทาอาการก่อนเอื้อมไปหยิบเสื้อไหมพรมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมาสวมทับเสื้อนักศึกษา ใช้รวบปลายผมดึงให้พ้นจากขอบเสื้อก่อนจะปล่อยให้มันลู่ตามลมไปอย่างไม่สนใจ เธอไม่รู้เลยว่าทุกอริยบทนั้นอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งโดยตลอด

 

เขาละสายตาขึ้นจากพื้นต่างระดับของฟุตบาทหลังจากก้าวลงจากรถรางไฟฟ้าที่วิ่งให้บริการฟรีภายในมหา’ลัย ที่ป้ายหน้าคณะศิลปะศาสตร์ฝั่งตรงข้ามกับคณะบริหารฯ ของเขา หูทั้งสองถูกบดบังด้วยหูฟังแบบไร้สาย แขนข้างหนึ่งสะพายกระเป๋าหนังทรงเหลี่ยมที่บรรจุเอกสารประกอบการเรียน เขาเดินย้อนกลับไปทางม้าลายที่อยู่เลยป้ายรถรางไปไม่ถึงยี่สิบเมตรเพื่อข้ามฝั่ง

วิ้ว~ พรึบ~ 

หากลมพัด ไม่ปลิวปลิดใบไม้ไหว

เธอนั้น เพียงเดินผ่านไป

อาจเป็นเสี้ยวนาทีที่

ฉันและเธอคลาดกัน ’[1]

เสียงเพลงที่ดังขึ้นจากการเล่นแบบสุ่มช่างประจวบเหมาะกับสายลมที่พัดในตอนนี้ เขากวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย เพียงพริบตาเดียวที่กลีบดอกไม้สีแดงที่กำลังร่วงลงมา ...เธอคนนั้น ที่กำลังปล่อยผมจากมือ เส้นผมสีดำสนิทที่ลู่พัดตามลม เสื้อไหมพรมสีน้ำตาลอ่อน กลีบดอกไม้สีแดง องค์ประกอบทั้งหมดนี้ขับให้เธอโดดเด่นจนตรึงสายตาเขาให้อยู่ที่เธอ ความรู้สึกล่องลอยแทรกซึมเข้ามาจนเขาเห็นภาพเธอซ้ำแล้วซ้ำอีก เสียงเพลง ผมสีดำสนิท เสื้อสีน้ำตาลอ่อน กลีบดอกไม้สีแดง

ตึกตึก ตึกตึก ตึกตึก

เสียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นดึงสติของเขากลับมา นานแค่ไหนไม่รู้ที่เขามองไปใต้ต้นไม่สีแดง แต่ตอนนี้ไม่ใครนั่งอยู่แล้ว หายไปแล้ว เหลือเพียงความรู้สึกเสียดายที่โถมเข้าใส่ มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมากดทับหน้าอกข้างซ้ายราวกับจะสัมผัสความรู้สึกของมันของมัน ความรู้สึกนี้หรือเปล่านะ ที่เนื้อเพลงต้องการจะสื่อ 

 

ปึก!

“หิวโว้ย” เสียงวางกระเป๋าลงบนโต๊ะแรง ๆ ของเขมิกา สาวสวยดาวมหาลัยปีที่แล้วตามด้วยเสียงบ่นของเจ้าหล่อน หลังจากที่พวกเธอสามคนแอบย่องออกจากคลาสก่อนเวลา เพื่อตรงมาที่โรงอาหารกลางในช่วงใกล้เวลาพักกลางวัน

“ไม่ได้กินข้าวเช้าก็แบบนี้แหละขิม” เจ้าของร่างบอบบางผิวขาวสว่างกว่าใครเขาอย่างแพทริเซียพูดขึ้น

“ดีนะที่แกยังแบกสังขารมาเรียนได้” ปรางทิพย์พูดขึ้นเพราะเธอรู้ว่าเมื่อคืนหลังจากที่เพื่อนเข้าประชุมกับพวกสโมฯ เรื่องกิจกรรมของนักศึกษาใหม่ในปีการศึกษาหน้าจบ เหล่าผู้เข้าร่วมประชุมก็พากันย้ายร่างจากห้องสโมฯไปประชุมกันต่อที่ร้านเพื่อนร้านเหล้ายอดฮิตของนักศึกษาที่นี่จนเกือบตีหนึ่ง

“เออ ไม่น่าหลงไปกับพวกนั้นเลย นอกจากหลอกฉันไปใช้งานแล้วยังชอบหลอกไปมอมเหล้าอีก”

“รู้ว่าเขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก” 

“เดี๋ยวแพทตี้ รู้จักเพลงนี้ด้วยเหรอ นี่แกลูกครึ่งจริงป่ะเนี่ย” ปรางทิพย์ถามอีกคนหลังจากที่ได้ยินเพื่อนร้องเพลงออกมา

“เออหน่า เห็นอย่างนี้แต่จีนแท้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์นะ” สาวลูกครึ่งตอบปรางทิพย์ก่อนพูดกับเขมิกาต่อ “ฉันก็เห็นแกพูดแบบนี้มาจะสองปีล่ะ สุดท้ายก็ไม่เคยเห็นแกจะปฏิเสธใครได้”  

“ไอ้เจตน์มันก็เพื่อนฉันมาแต่เด็ก” สาวสวยพูดแล้วถอนหายใจ เพราะไอ้ความที่เป็นเพื่อนกันนี่แหละ ทำให้มันดักทางเธอถูกไปหมด

“บางทีเจ้ากรรมนายเวรก็มาในรูปแบบของเพื่อน งั้นแกก็ใช้กรรมของแกต่อไปเถอะ” เขมิกาได้ยินเพื่อนพูดแล้วได้แต่นิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจ

“เลิกคุย ๆ ซื้อข้าวกันเถอะ” ปรางทิพย์รีบพูดตัดก่อนที่เวลายี่สิบนาทีที่พวกเธอแอบเลิกคลาสก่อนจะไร้ประโยชน์

หลังจากที่แยกย้ายซื้อข้าวแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะเรียบร้อย มวลนักศึกษาจากหลาย ๆ คณะก็หลั่งไหลเข้ามาในโรงอาหารกลาง ทำให้โต๊ะเก้าอี้ที่เคยว่างเต็มไปด้วยกลุ่มคนเสื้อสีขาว และแถวหลาย ๆ ร้านก็ยาวจนแทบไม่มีทางให้เดิน

“ดูคนดิ ดีนะที่เราแอบออกมาก่อน” เขมิกาพูดด้วยความรู้สึกของผู้ชนะ ก็เธอได้ซื้อข้าวแบบไม่ต้องแย่งกับใคร

“อือ ก็ที่นี่ร้านข้าวเยอะ มีให้กินทุกอย่าง” แพทริเซียตอบ ร้านข้าวโรงอาหารกลางสองชั้นที่นี่มีร้านอาหารรวมแล้วเกินยี่สิบร้านแน่ ๆ ขนาดพวกเธอยังยอมเดินไกลมากินที่นี่เลย

“แพทตี้ แกกินข้าวไข่ขยี้มาจะเป็นเดือนแล้วนะ ยังไม่เบื่อเหรอ” ปรางทิพย์ถามเมื่อเห็นว่ารอบนี้เพื่อนกินอาหารเดิม ๆ นานกว่าปกติ

“จริงเหรอ แสดงว่าอร่อยจริง พรุ่งนี้ต้องลองๆ” เขมิกาพูดขึ้นบ้าง รอบนี้เพื่อนของเธอกินมาจะเป็นเดือน มีแนวโน้มว่าอร่อย ต้องลอง!

“อืม ฉันก็กินแต่ของอร่อยเท่านั้นแหละ” เจ้าของจานไข่ขยี้ตอบ แล้วทำไมเพื่อนเธอทั้งสองคนต้องถอนหายใจทำหน้าเหมือนไม่เชื่อแบบนั้นกัน

 “โต๊ะนี้ๆ พวกมึงไปซื้อข้าวกันก่อนเลย เดี๋ยวกูเฝ้า” เสียงผู้ชายตะโกนเสียงดังเรียกความสนใจให้พวกเธอเงยไปมอง แม้กระทั่งเขมิกาที่นั่งหันหลังให้ยังต้องหันกลับไปมอง เห็นนักศึกษาชายคนหนึ่งนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่โต๊ะที่ถัดไปสามโต๊ะ

“นี่ๆ ฉันเพิ่งนึกออก เมื่อคืนได้ยินเขาพูดกันในห้องสโมฯ ว่าบาสคณะบริหารฯ คนนั้น” เขมิกาพูดหลังจากหันกลับมา

“คนที่นั่งเฝ้าโต๊ะนั้นนะเหรอ” แพทริเซียกระซิบถาม 

“ใช่ๆ ได้ยินว่าตอนนี้เทียวไล้เทียวขื่อดาวคณะกายภาพอยู่ และผู้หญิงคนนั้นยังเป็นแฟนเก่าของวินที่เป็นเดือนบริหารฯด้วย”

“ห๊า! นี้มันรักสามเศร้าของเหล่าคนดัง แล้วเขามองหน้ากันติดเหรอ คณะเดียวกันนะ” ปรางทิพย์ถาม

“เขาเลิกกันไปก่อนแล้วจ้ะ ถึงจะเลิกกันยังไม่ถึงเดือนก็เถอะ อาจจะไม่มีปัญหาก็ได้” เขมิกาพูด

“เพื่อนร่วมคณะ ถึงจะไม่สนิทแต่ก็เพื่อนกันแหละว่ะ อีกอย่างคณะบริหารฯรับคนปีละแค่หยิบมือเอง” 

“เดี๋ยว เทียวไล้เทียวขื่อแปลว่าอะไร”

“เออ แกถามแบบนี้ค่อยเหมือนลูกครึ่งที่เรียนนานาชาติมาทั้งชีวิตหน่อย เทียวไล้เทียวขื่อ แปลว่าไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ” ปรางทิพย์ตอบก่อนจะพูดต่อ “อีกอย่าง เลิกกันแล้ว กลับมาเป็นเพื่อนกันได้จริงเหรอ” 

“ไม่รู้สิ ไม่เคยมีแฟน แต่ถ้าเป็นแฟนเก่าเพื่อนหรือคนรู้จัก ต่อให้เลิกกันไปเป็นชาติฉันก็ไม่เอาหรอก คนสังคมเดียวกัน มันต้องมีเรื่องลำบากใจตามมาแน่ ๆ” สาวลูกครึ่งบอกเมื่อนึกภาพที่ทุกคนรู้จักแฟนเธอ เพราะเป็นแฟนเก่าของคนอื่นมาก่อน

“จริง เขาคิดอะไรของเขาว่ะ เดี๋ยว ไม่ใช่ว่าแกเคยพูดหรือว่าบาสกันวินเป็นญาติกันเหรอ” ปรางทิพย์ชี้หน้าถามคนเคยเป็นดาวมหาลัยที่คุ้น ๆ ว่าเคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

“เออ ตอนปีหนึ่งที่แกไปเก็บตัวดาวเดือน แกเคยพูดว่าเดือนบริหารฯ เป็นญาติกับใครสักคน” แพทริเซียก็จำได้เช่นกัน

“จริงด้วย! นี่ฉันลืมไปแล้ว ใช่ๆ วินกับบาสนี่แหละที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน” คนเคยเก็บตัวดาวเดือนนึกขึ้นได้

“อ้าว แล้วเขายังจะจีบแฟนเก่าญาติเขาเหรอ” แพทริเซียรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้

“นั้นสิ ถ้าเขาจีบจริงแสดงว่าคุณบาสคนนี้รอเคลมต่ออยู่แล้วแน่เลย” ปรางทิพย์พูดตามที่คิด

“แต่ฉันว่าไม่ใช่หรอก รอติดตามตอนต่อไป และอย่าลืมมาอัพเดตด้วยนะจ๊ะเพื่อนขิม” แพทริเซียย้ำกับเจ้าแม่ข่าวสารอย่างเขมิกาก่อนจะพูดต่อ “กลับกันเถอะ อยากกลับบ้านแล้ว” 

หลังจากพวกเธอเก็บจานเสร็จก็ต่างคนต่างแยกย้าย เพื่อนทั้งสองของเธอต่างอยู่หอพัก เขมิกาเช่าหอพักที่ราคาต่อเทอมแรงเกือบเท่าคอนโดที่โซนหลังมอ ไกลสักหน่อยแต่ส่วนตัว ปลอดภัย และมีรถรับส่งหอพัก-มหา’ลัย ที่ทั้งซอยอุดมไปด้วยหอพักและร้านอาหาร ส่วนปรางทิพย์อยู่คอนโดโซนหน้ามอที่แค่เดินข้ามสะพานลอยและเดินเข้าซอยสักหน่อยก็ถึงแล้ว และเธอผู้ขับรถไปกลับเกือบๆ ร้อยกิโลฯ ในทุก ๆ วัน 

 

หลังจากที่แพทริเซียขับรถกลับมาถึงบ้าน เจ้าเด็กแฝดน้องชายสองคนของหล่อนก็ตรงดิ่งมาคล้องแขนเธอกันซ้ายขวา อวดคลิปที่ทั้งสองตั้งกล้องถ่ายลงช่องยูทูบกันระหว่างปิดเทอมรอเข้ามหา’ลัย ทั้งคู่ลากเธอมาที่โซฟาก่อนจะใช้แขนที่คล้องอยู่กับแขนของเธอกดลงให้เธอนั่งตรงกลางตามมาด้วยหัวหนัก ๆของพวกเขาที่เอียงซบลงบนบ่าทั้งสองข้างของเธอ แถมยังเร่งเร้าให้เธอรีบเปิดดูอีกต่างหาก

“หือ เพิ่งลงนี่ทำไมยอดวิวขึ้นเป็นหมื่นแล้วอ่ะ” เธอถามขึ้นเมื่อเห็นยอดวิวของยูทูบเบอร์หน้าใหม่

“เจี่ยเจีย[2]ไม่รู้เหรอว่ามีน้องเป็นคนดัง” เมื่อพี่สาวยังทำหน้างงแฝดน้องดาเนียลก็พูดต่อ “ก็พวกเรามีคนตามไอจีตั้งสิบหกกว่าเคเลยนะ โปรโมทลงในสตอรี่ไอจีแป๊บเดียวคนก็แห่มาดูแล้ว” คนเป็นพี่พยักหน้า ก่อนจะสงสัยว่าแล้วของเธอล่ะ มีผู้ติดตามกี่คนกัน เมื่อเห็นตัวเลขผู้ติดตามแอคเค้าท์ของตัวเองก็อดยิ้มออกไม่ได้

“หือ ไอจีเจี่ยเจียมีคนตามยี่สิบเค” คนมีผู้ติดตามเยอะกว่ายิ้มร่าบอกน้องชายด้วยสีหน้าของคนเหนือกว่า

“โห่ แบบนี้เจี่ยเจียคนดังกว่าต้องโปรโมตให้เราแล้วแหละ” แฝดพี่อย่างดีแลนพูดขึ้น พี่สาวได้ยินอย่างนั้นก็โยนโทรศัพท์ให้เขาเอาไปจัดการ แพทริเซียมองน้องชายที่กด ๆ ลาก ๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นโทรศัพท์คืนให้ พร้อมทั้งเปิดคลิปกดติดตามช่องแทนเธอเสร็จสรรพ

“นี่ ช่องนี้ DylanDanial” เมื่อรับโทรศัพท์มาถือในมือแล้วเธอก็กดเริ่มคลิป เปิดคลิปมาเป็นทั้งสองคนแนะนำตัว 

“คลิปนี้ถ่ายกันตอนไหน”

“ถ่ายวันนี้แต่เช้าเลย หลังจากที่เจี่ยเจียไปเรียน” แฝดพี่ตอบคำถามพี่สาว

“หือ ตัดคลิปกันเร็วจัง” 

“นี่ใคร ผมว่าที่เด็กนิเทศฯ นะครับ” เจ้าแฝดน้องรีบโม้ใหญ่ แพทริเซียได้แต่พยักหน้าเออออ 

คลิปของทั้งคู่คลิปแรกเป็นโชว์กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบดิบจำนวนยี่สิบซองโชว์ มีสร้างบรรยากาศด้วยเอฟเฟคเสียงตลก ๆ และรูปมีมเจ้าแฝดมองบนทุกครั้งที่ตบมุข ฮาบ้าง แป๊กบ้าง ก็ถือว่าเป็นสีสันต์ ช่วงแรกทั้งคู่กินกันแบบเปล่า ๆ ก่อนจะเริ่มใส่ผงปรุงรสที่เขาให้มา สักพักแฝดน้องลุกไปเอาซอสที่คิดว่าจะกินได้มา ทั้งซอสมะเขือเทศ ซอสพริก มาโยเนส ช็อกโกแลตไซรัป แยมสตรอเบอรี่ น้ำผึ้ง ชีสดิป และอื่น ๆ อีกมากมายเท่าที่พวกเขาจะนึกออก

“ดูหน้าไอ้ดีน ตอนมันกินกับน้ำผึ้ง” ดาเนียลหยุดขำก่อนหันไปถามอีกคนที่หน้าเหมือนเขา “มึงคิดว่ามันจะอร่อยเหรอว่ะ” 

“กูก็บอกแล้วว่าให้เอาหลาย ๆ รส จะได้ไม่เอียน มึงนั้นแหละซื้อแต่รสเดียว” ดีแลนตอบก่อนเรียกให้พี่สาวดู “เจี่ยเจี่ยดูหน้าน้องดีน ตอนนั้นน้องดีนรู้สึกพะอืดพะอมมาก ไม่เคยกินอะไรแล้วทรมานขนาดนี้มาก่อนเลย” 

“วันหลังก็กินแต่ของอร่อยเถอะ อย่าทำอะไรทรมานตัวเองอีก” พี่สาวพูดหลังจากที่ดูคลิปจบ 

“เจี่ยเจีย คลิปแรกมันต้องแปลกๆ คนจะได้สนใจ” คนน้องตอบร่วมด้วยคนพี่พยักหน้าเห็นด้วย แพทริเซียทำได้แค่พยักหน้าส่ง ๆ 

“แล้วท้องอืดไหม” 

“จะเหลือเหรอ” ดาเนียลพูดพร้อมยกยาแก้ท้องอืดแบบขวดพลาสติกขึ้นโชว์

“อืม ไม่เหลือ” ดีแลนพูดก่อนที่จะยกขวดยาที่ตัวเองก็มีเหมือนกัน ทั้งคู่หมุนฝาเปิด ยกขวดมาชนกันหน้าเธอดังกึก! ก่อนจะกระดกกันไปคนละอึก 

 

ขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านกันค่ะ


 


[1] เนื้อเพลง ได้พบเธอ ขับร้องโดย วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล

[2] 姐姐 [ jiějie ] เจี่ยเจีย แปลว่า พี่สาว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #1 Maukcamas (@Maukcamas) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 23:33
    เพิ่งเข้ามาอ่านเจอ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #1
    1
    • #1-1 anymore (@mssxmin) (จากตอนที่ 1)
      17 กรกฎาคม 2563 / 19:29
      ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจที่ส่งให้กันนะคะ >.<
      เราจะสู้ๆ ต่อไป รีดก็สู้ๆ อยู่กับเราก่อนน้าา :D
      #1-1