แว่วเสียงการเวก [Yaoi] [จบแล้ว]

ตอนที่ 4 : บรรเลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 369 ครั้ง
    12 พ.ย. 60











เมื่อวันนั้นใครเป็นคนชวน ชวนเองงอแงเองแบบนี้เราจะบ่นแล้วนะมอส

มันเริ่มแล้วครับ เริ่มบ่นตั้งแต่หัววัน

ยอมรับว่าคนที่ทำตัวมีปัญหามันผมเอง แต่เจ้าตัวก็ต้องรู้สิว่าผมมีปัญหากับการตื่นเช้ามากขนาดไหน แถมเมื่อคืนผมยังออกไปท่องราตรีกับไม้มาทั้งคืน จะให้ตื่นหกโมงเช้าแล้วหน้าตาสดชื่นเหมือนคนเข้านอนสี่ทุ่มอย่างไอ้คนตรงหน้าผมได้ยังไงกันเล่า พอผมบ่นมากๆ หน่อยก็หันมาว่าเสียอย่างนั้น

...

โอเค ผิดเอง ยอมรับ

ยิ่งอยู่ยิ่งเหมือนแม่

ผมพึมพำด้วยเสียงที่ดังพอจะให้อีกฝ่ายได้ยิน ถึงจะรู้ตัวว่าผิดแต่ผมก็เป็นคนประเภทปากอยู่ไม่สุขอยู่เหมือนกัน สงสัยติดไอ้ไม้มาเยอะ

มอส!”

โอเค ยอมรับผิด

พอเห็นผมยอม คนตรงหน้าก็เลิกทำท่าฮึดฮัดแต่ก็ยังเดินนำไปลิ่วๆ อย่างไม่สนใจคนแฮงค์อย่างผมสักนิด

ท่าทางจะโกรธจริงๆ แล้วนั่น

พอมาคิดดูท่าทางของพวกเราตอนนี้ก็ดูเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันอยู่เหมือนกัน

...

โอ้โห ขนลุก

ไปวังหลังสองคนครับ

พอผมเดินตามมาทัน เขาก็จัดการซื้อตั๋วเรือให้เสียเรียบร้อย แม้จะโกรธแต่ก็ยังอุตส่าห์ดันไหล่ให้ผมไปนั่งพักตรงม้านั่ง แน่นอนว่าผมก็ไม่ได้คิดจะขัดศรัทธาเลยยอมหย่อนตัวลงนั่งแล้วพิงหลังไปกับรั้วกั้นก่อนจะหลับตาลง

ปวดหัวตุบๆ เลยให้ตายสิ

เขาบอกอีกห้านาทีเรือถึงจะมา

อือ

เขาเงียบไปแล้ว สงสัยจะยังโกรธไม่หาย แต่เอาเถอะ ผมก็ปวดหัวเกินกว่าจะเล่นบทง้องอนตอนนี้

จู่ๆ สัมผัสของมืออุ่นๆ ทาบลงบนหน้าผาก แต่ผมก็ปวดหัวและหงุดหงิดเกินกว่าจะลืมตายไปปัดป้อง

ยังปวดหัวอยู่เหรอ

แฮงค์นะเว้ย คนที่ดื่มนมก่อนนอนไม่เข้าใจหรอก

ผมได้ยินเขาหลุดขำ

เราบอกแล้วใช่ไหมว่าเมื่อคืนอย่าไป

ทำไงได้เล่า ไอ้ไม้มันอกหักนี่นา

มือใหญ่นั้นเปลี่ยนมาลูบหัวผมเบาๆ

อีกแล้วเหรอ

อือ โดนสาวบัญชีเท สมน้ำหน้า ดูก็รู้แล้วว่าตั้งใจมาปอกลอก คนอย่างมันน่ะเตือนเท่าไหร่ก็ไม่เคยฟังเลย

เขาเงียบไปอีกแล้ว แต่มือนุ่มๆ นั่นยังลูบหัวผมอยู่

แล้วมอสล่ะ เมื่อไหร่จะมีแฟน

ถามตัวเองไหมล่ะ

เขาหัวเราะ

เรายังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลย

ให้ตายสิ ทำตัวเป็นเด็กน้อยนุ่มนิ่มเกินไปแล้ว

ผมยกยิ้มมุมปากทั้งๆ ที่ยังหลับตา

เอาแต่เรียน พออยากจะมีมันจะหาไม่ได้เอานะ

เราว่าของอย่างนี้ถ้ามันจะมา มันก็คงมาเองล่ะ

ผมหัวเราะ

เอาแต่คิดแบบนี้จะขึ้นคานเอานะ

ทีมอสยังไม่มีเลย

มันไม่เหมือนกันสักหน่อย

ผมลืมตาแล้วขยับตัวเล็กน้อย ทำให้เขาต้องชักมือที่ลูบหัวผมกลับไป นัยน์ตาสีดำนั้นจ้องผมเขม็งอย่างคาดคั้นคำอธิบายจนผมอดยิ้มออกมาไม่ได้

ทีนก็รู้ว่าเราไม่ชอบผู้หญิง คนแบบเราก็ต้องหาคู่ยากกว่าคู่ชายหญิงทั่วไปอยู่แล้ว

เขาขมวดคิ้ว

ไม่จริงสักหน่อย

เถียงเราขนาดนี้นี่เคยเป็นเกย์รึไง

เจ้าตัวอ้าปากทำท่าจะเถียงกลับ ถ้าไม่ติดว่าคนขายตั๋วตะโกนเรียกขึ้นเรือเสียก่อน

ร่างสูงนั้นลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก้าวนำลิ่วๆ ไปแล้ว เขาคงยังอารมณ์เสียอยู่แน่ เพราะปกติแล้วต้องรอเดินข้างกันเสมอ

เอาเถอะ นานๆ ทีทะเลาะกันบ้างก็ดี

ผมอมยิ้มแล้วเดินตามเขาไป แต่เพราะอาการปวดหัวที่ยังไม่หาย ทันทีที่เท้าเหยียบลงบนโปะ ร่างทั้งร่างของผมก็เซเกือบล้ม โชคดีที่อีกคนช่วยดึงแขนเอาไว้ก่อน

สม ไม่เจียมสังขารนัก

เสียงทุ้มที่คุ้นเคยบ่นอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะกึงจูงกึ่งลากแขนผมไปที่เรือ

...เหมือนแม่จริงๆ ด้วย...

 






วัดระฆังก็ยังเป็นวัดระฆังอยู่ยังวันยังค่ำ แม้จะไม่มีเทศกาลอะไรเป็นพิเศษแต่ผู้คนก็ยังหลั่งไหลเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันไม่ขาดสาย แม้คนจะไม่เยอะเท่าวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ แต่ก็จัดว่าเยอะอยู่ดี

ผมยืนหันซ้ายหันขวาอย่างไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดีอยู่ครู่ใหญ่ จนอีกฝ่ายมาลากผมเข้าไปหาพระรูปหนึ่งที่ยืนอยู่บริเวณท่าน้ำ ยังไม่ทันที่พวกผมจะเดินถึงตัวท่าน พระรูปนั้นก็หันมาเห็นเสียก่อน ใบหน้าที่มีริ้วรอยคลี่ยิ้มบางๆ แล้วยืนนิ่งรออย่างสงบ

ทีนดึงแขนผมเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะกระตุกเป็นเชิงให้ผมนั่งลง เลยกลายเป็นว่าพวกเรานั่งอยู่ในท่าเทพบุตรและกำลังพนมมืออยู่ข้างท่าน้ำท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยงๆ

ผมล่ะอยากจะด่าไอ้คนพามาจริงๆ

 “นมัสการครับหลวงลุง

เจริญพรโยมทีน วันนี้พาเพื่อนมาด้วยรึ

ผมพนมมือนมัสการพระตรงหน้าด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ

ไม่ได้เข้าวัดมานานแค่ไหนแล้วนะ

นี่มอสครับหลวงลุง เป็นเพื่อนทีนที่มหาวิทยาลัยครับ

เจริญพรโยม แล้ววันนี้มาถึงนี่มีอะไรรึเปล่า

คนตัวสูงคลี่ยิ้มสดใส เขาดูสุภาพเรียบร้อยและร่าเริงกว่าตอนอยู่กับเพื่อนฝูงนิดหน่อย

สงสัยจะเป็นพวกเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี

ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีเพื่อนผมเขาดวงตกเลยอยากมาทำบุญ ผมก็เลยพามาที่นี่ ว่าจะแวะมาเยี่ยมหลวงลุงด้วยน่ะครับ

มือเหี่ยวย่นผายไปทางศาลาริมน้ำที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

เอ้า อย่างนั้นก็ไปคุยกันในศาลาเถอะ ตรงนี้มันร้อนเหลือเกิน เดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งกันไปก่อน

ผมก็ว่าอย่างนั้นล่ะครับ

หลวงลุงเดินนำพวกผมเข้าไปในศาลาริมน้ำแล้วจึงบอกให้ทีนพาผมไปไหว้พระ ถวายสังฆทานให้เรียบร้อยเสียก่อนแล้วค่อยมานั่งคุย ทันทีที่ได้รับคำสั่งเจ้าตัวก็พาผมเดินทั่ววัดระฆังราวกับเป็นมัคนายกประจำวัด เข้าศาลานู้น ออกศาลานี้ ครั้นกว่าจะทำทุกอย่างเสร็จก็กลายเป็นว่าผมได้เดินชมรอบวัดไปเสียอย่างนั้น

มันก็น่าประทับใจอยู่หรอก ถ้าแดดเมืองไทยไม่ได้ร้อนราวกับไฟนรกขนาดนี้น่ะนะ

หลังจากทำบุญเสร็จ ทีนก็พาผมมานั่งพักใต้ต้นไม้ให้หายร้อน แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป

โอ๊ย ร้อนจนจะเป็นลมแล้วเนี่ย

ผมเป็นพวกแพ้อากาศร้อนขั้นรุนแรง พูดให้ถูกก็คือจะหัวร้อนได้ง่ายถ้าอยู่ในที่ร้อนๆ ถ้าให้เดาหน้าของผมตอนนี้คงบูดชนิดที่ว่าบอกบุญก็ไม่รับแล้วแน่ๆ

พูดง่ายๆ ก็คือตอนนี้ผมกำลังหงุดหงิดมากๆ

ใจเย็นๆ สิ ดื่มน้ำก่อน

ผมตวัดสายตาไปมองคนที่ยืนยิ้มแป้นแล้นพร้อมกับยื่นน้ำให้ผม

ไม่เอาน้ำเปล่า

ยอมรับว่าตัวเองกำลังเรื่องมากอย่างไม่มีเหตุผล แต่อย่างที่บอกไปว่าผมกำลังหัวร้อนสุดๆ ชนิดที่สามารถเดินไปต่อยกับนักเลงหัวไม้ได้สบายๆ เพราะฉะนั้นเขาซึ่งลากผมไปนู้นมานี่จนผมหัวเสียก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเหมือนกัน

ผมเห็นเขายืนฉีกยิ้มให้อยู่อย่างนั้น ไม่มีท่าทีรำคาญกับความเอาแต่ใจของผมเลยสักนิด

เป็นคนแปลกๆ จริงๆ ด้วย

ครับๆ งั้นรออยู่ตรงนี้แป๊ปนึงนะ

เขาพูดอย่างนั้นก่อนจะวางผ้าเย็นลงบนหัวผมแล้วเดินจากไป ผมคว้ามันมาเช็ดตามใบหน้าและลำคอที่เหนอะหนะไปด้วยเหงื่อ แม้จะยังหัวร้อนอยู่แต่ก็ต้องยอมรับว่าผ้าเย็นช่วยให้ผมใจเย็นลงเยอะ

พอไม่มีอีกคนอยู่ข้างๆ ผมถึงเพิ่งจะสังเกตว่ามุมที่ผมนั่งอยู่นี้ก็สงบอยู่ไม่น้อย ไม่มีผู้คนพลุกพล่านและสายตาอยากรู้อยากเห็นจ้องมองมา

แค่คิดก็สงบแล้ว

ผมสูดหายใจเข้าไปลึกๆ ก่อนจะปล่อยออกมาเฮือกใหญ่

ผมกำลังใจเย็นลง

 “มาแล้วๆ น้ำมะพร้าวเย็นชื่นใจ

ยังไม่ทันที่ผมจะปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความสงบรอบข้าง ความวุ่นวายก็กลับมาหาผมเสียได้ ภาพคนตัวสูงเดินถือมะพร้าวมามือละลูกมันตลกเป็นบ้า

แต่ผมก็ยังหัวร้อนอยู่ดี

น้ำมะพร้าวอะไร

เขาทำหน้างุนงง

อ้าว ก็ไหนบอกไม่เอาน้ำเปล่าไง

ผมเบ้หน้าใส่เขา

แพงล่ะสิ

จริงๆ ผมมีประโยคในใจจำพวก เราไม่จ่ายเงินให้หรอกนะอยู่ด้วย แต่ก็ยั้งไว้ทันเพราะคิดว่าคำพูดแบบนั้นมันเห็นแก่ตัวเกินไป

ทั้งงอแงใส่ ทั้งให้เขาไปซื้อน้ำให้แล้วยังจะชักดาบอีก ถ้าทำขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่ไหวแล้วล่ะ

เขาเดินมานั่งข้างๆ ผม

เอาน้า เราเลี้ยง

คราวนี้กลายเป็นผมเองที่ต้องขมวดคิ้ว

เลี้ยงทำไม

อีกฝ่ายยักไหล่

ไม่รู้สิ

ให้ตายเถอะไอ้เวรนี่ เข้าใจยากชะมัด

แต่เอาเถอะ... เพื่อนเสนอเราก็ต้องสนอง ผมตัดสินใจดื่มน้ำมะพร้าวแล้วคิดแค่ว่าจะบังคับจ่ายคืนมันทีหลัง ทันทีที่น้ำมะพร้าวหยดสุดท้ายไหลลงคอไป ผมก็รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง

ดีจริงๆ เลยน้า

ผมได้ยินเสียงหลุดขำ

ดูทำหน้าเข้าสิ

อะไร

เปล่า

ผมว่าไอ้นี่ชักจะกวนโอ๊ยขึ้นทุกวันจริงๆ

แค่จะบอกว่าน่ารักดี

ผมได้ยินคำสบถอะไรสักอย่างในหัวแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป สิ่งที่ผมทำคือการนั่งเบิกตาโพล่ง มองหน้าคนข้างๆ อยู่อย่างนั้น จนเขาหันมามองแล้วยิ้มบางๆ

อะไร

ผมทำหน้าอึกอักในใจคิดว่าจะถามเขาดีไหม...อย่าดีกว่า ขืนถามออกไปน่ากลัวว่าอะไรๆ จะไม่เหมือนเดิม

เปล่า ไม่มีอะไร

ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวพวกเราพร้อมๆ กับบรรยากาศกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก

ให้ตายสิ ผมไม่รู้เลยว่าต้องทำตัวยังไงต่อ

ไปหาหลวงลุงกันเถอะ ท่านคอยแย่แล้ว

จู่ๆ อีกคนก็โพล่งเปลี่ยนหัวข้อขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

...ดีแล้ว....

อืม ไปสิ

ผมค่อยๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมกับประคองลูกมะพร้าวในมือไปด้วย แล้วทันใดนั้นผมก็ได้ยินบางอย่างแว่วมากับสายลม

มันแผ่วเบาราวกับลม แต่กลับอ่อนหวานจนชวนให้ใจเต้น

พอเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจจึงได้รู้ว่าเป็นเสียงดนตรีไทย...เสียงดนตรีไทยพร้อมกับเสียงขับร้อง

 ‘โอ้ละหนอดวงเดือนเอย

มันเบาจนเกินไปทำให้ผมบอกไม่ได้ว่าคนร้องเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่เนื้อเพลงที่ได้ยินเป็นเพลงลาวดวงเดือนแน่นอน ใครมาร้องเล่นดนตรีไทยป่านกันนี้

มอส หาอะไรเหรอ

ทีนไม่ได้ยินเสียงดนตรีไทยเหรอ มีคนร้องด้วย

คนตัวสูงส่ายหน้ารัว

ไม่นะ

เขามองหน้าผมด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

มอส ไม่แกล้งเราแบบนี้นะ

ใบหน้าที่เริ่มซีดทำให้ผมรู้ว่าเขาไม่ได้แกล้ง แต่ผมก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาด จึงพยายามจะตั้งใจฟังอีกครั้ง

หอมกลิ่นเกสร เกสรดอกไม้

หอมกลิ่นคล้ายคล้ายเจ้าสูเรียมเอย

มอสพูดอะไรน่ะ!”

คำถามที่ดังจนเกือบเป็นเสียงตะโกนของอีกฝ่ายทำให้ผมหลุดจากภวังค์

...นี่ผมเผลอร้องมันออกมาเหรอ...

เมื่อเห็นว่าอีกคนหน้าซีดแล้วซีดอีกอย่างน่าสงสาร ผมก็เลยต้องะรีบกลบเกลื่อนเพื่อให้อีกฝ่ายไม่ตกใจไปมากกว่านี้

ฮะ? อ๋อ เราแค่นึกเนื้อเพลงน่ะ พอดีจู่ๆ ก็นึกถึงเพลงที่พ่อเคยสอนเล่นตอนเด็กๆ

เขามองผมด้วยสีหน้าไม่เชื่อนัก

แต่มอสบอกว่าได้ยินเสียงดนตรีไทย

ผมยักไหล่อย่างเป็นธรรมชาติ

หูฝาดมั้ง นี่ในวัดนะ จะไปมีผีได้ไง หรือว่า...

ผมแกล้งทอดเสียง

ทีนกลัวผี

เงียบเลยนะมอส ใครเขาให้เอาเรื่องผีสางมาพูดเล่นกัน

ท่าทางของคนกลัวจนเกินเหตุทำให้ผมหัวเราะร่วน เมื่อเห็นท่าทีของผมอีกฝ่ายเลยวางใจแล้วชวนผมไปพบกับหลวงลุงที่ศาลาท่าน้ำ

ดีแล้ว...อย่ารู้เลย

 






ศาลาท่าน้ำในเวลานี้คึกคักกว่าเมื่อเช้าเล็กน้อย แม้บริเวณรอบๆ จะยังดูสงบเงียบ แต่ในศาลารอบตัวหลวงลุงก็มีญาติโยมหลายคนล้อมรอบ ท่าทางพวกเขาคงกำลังนั่งสนทนาธรรมกันอย่างออกรส ส่วนที่ท่าน้ำก็มีคนหลายคนกำลังสนุกสนานกับการให้อาหารปลาจนผมอยากเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย

ถ้าไม่ติดว่าแดดร้อนน่ะนะ

อ้าว มากันแล้วเหรอ หายกันไปเสียนานเชียว

เสียงเรียกทักจากหลวงลุงทำให้ผู้คนในศาลาหันมามองพวกผมก่อนจะหันกลับไปพูดอะไรบางอย่างกับท่านแล้วกราบลาไป เมื่อเห็นว่าศาลาริมน้ำว่างเปล่าแล้ว ทีนจึงค่อยๆ พาผมเดินเข้าไปแล้วนั่งบนพื้นศาลาแทนที่กลุ่มคนที่เพิ่งจากไป

ขอโทษครับหลวงลุง พอดีพวกผมเดินกันเสียทั่ววัด ทำให้หลวงลุงต้องคอยเลย

พระชราคลี่ยิ้ม

ไม่ได้รอนานขนาดนั้นหรอก นี่ญาติโยมเขาก็เข้ามาสนทนาธรรมด้วย ก็เพลินไปอีกแบบนะ

ท่านจัดแจงจีวรเล็กน้อยก่อนจะเก็บมือมาประสานไว้ที่หน้าขาเหมือนเดิม หลวงลุงนั่งอยู่บนม้านั่งปูนที่ก่อติดอยู่กับศาลา ในขณะที่พวกผมนั่งอยู่บนพื้น ทำให้การพูดคุยกันต้องเงยหน้าอยู่ตลอดเวลา

เมื่อยคอเหมือนกันแหะ

แล้วพ่อแม่โยมทีนเป็นยังไงบ้างล่ะ อาตมาไม่ได้ข่าวคราวมาเสียนานเลย

พวกท่านสบายดีครับ พี่ธามยังถามหาหลวงลุงอยู่เลยครับ ตอนนี้พี่ธามก็....

ผมไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่หลวงลุงกับทีนพูดคุยกันมากนัก เพราะยังไงเสียก็เป็นเรื่องในครอบครัวเขา ใส่ใจเกินไปก็ดูเป็นคนอยากรู้อยากเห็นเกินไป

ถึงจริงๆ แล้วจะเป็นคนชอบสอดรู้สอดเห็นก็เถอะ

เมื่อระลึกได้ว่าตัวเองไม่ควรไปยุ่งเรื่องครอบครัวเขา ผมเลยกลับมาคิดเรื่องเพลงที่ได้ยินแทน เสียงที่ได้ยินนั้นช่างคุ้นเคย แต่น่าแปลกที่ผมนึกไม่ออกเลยว่าได้ยินมาจากที่ไหน

หอมกลิ่นเกสร เกสรดอกไม้

น่าแปลกที่ผมคิดถึงดอกการเวก

...จะมีอะไรเกี่ยวข้องกันไหมนะ...

ถ้างั้นเดี๋ยวเรามานะมอส คุยกับหลวงลุงไปก่อนนะ

ฮะ? แล้วทีนจะไปไหนล่ะ

เขาแกล้งทำหน้าระอาใส่ผม

หลวงลุงก็บอกอยู่เมื่อกี้ว่าให้เราไปเอาของให้ที่กุฏิ มัวแต่เหม่อถึงใครล่ะนั่น

เงียบแล้วรีบๆ ไปเลยไป

สิ้นเสียงแว้ดของผมเจ้าตัวหัวเราะร่าแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไป ทิ้งให้ผมอยู่กับภิกษุชราในศาลาเพียงสองคน

ไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงเลย ให้ตายสิ

โยมได้ยินเสียงดนตรีไทยเหรอ

คำถามที่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ผมเผลอเงยหน้าสบตาหลวงลุงอย่างตื่นตะลึง

เขาพูดถึงเรื่องนี้กันตอนไหนล่ะนั่น ฟังก็ไม่ได้ฟัง ตายแล้วมอสเอ๊ย

ในขณะที่ผมยังเลิ่กลั่กพระชราก็คลี่ยิ้มบาง

โยมทีนไม่ได้เล่าอาตมาหรอกโยม อาตมาแค่รับรู้ได้เลยลองถามโยมดู

นี่มันยิ่งกว่าเล่าให้ฟังอีกครับ

ฉิบหายละมอส หรือว่านั่นจะเป็นผีจริง...ๆ

ไม่ต้องตกใจหรอกโยม เราจะรับรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ได้เมื่อเคยมีเวรมีกรรมต่อกัน

หลวงลุงจะอะเมซซิ่งไทยแลนด์เกินไปแล้วนะครับ

ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนออกไป คงจะเป็นกึ่งๆ งง กึ่งๆ ทึ่ง ละมั้ง แต่ช่างเรื่องสีหน้าไปก่อน สิ่งสำคัญคือการถามข้อมูลต่างหาก

หลวงลุงจะบอกว่าผม...ไปสร้างกรรมกับผีตนนี้เหรอครับ

พระชราคลี่ยิ้มบางๆ

กรรมแปลว่าการกระทำ การมีจิตผูกพันกันย่อมต้องเคยสร้างกรรมต่อกัน แต่จะเป็นกรรมดีกรรมชั่ว อาตมาก็สุดจะหยั่งรู้

หลวงลุงที่หยั่งรู้ได้ขนาดนี้ยังไม่รู้ แล้วผมจะเหลืออะไร

ละ...แล้วเขาจะมาเอาชีวิตผมไหมครับ

ท่านค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ

โยมก็ลองนึกดูสิว่าเขามาดีหรือมาร้าย

ผมนิ่งแล้วคิดตาม

ครั้งแรกก็มีเป็นเสียง ครั้งต่อมาก็ไปหลอกโจรให้ ครั้งที่สามก็มาแค่เสียง แล้วเมื่อกี้ก็มาเป็นเสียงดนตรีไทย

...ก็ใช่ว่าจะมาไม่ดี....

คำอธิษฐานนั้นมีพลังมากกว่าที่เราคิดนะโยม

คำพูดเป็นนัยของพระตรงหน้าทำให้ผมขมวดคิ้ว ครั้นพอจะเอ่ยปากถามก็ถูกดักคอไว้เสียก่อน

อดีตชาติ อย่างไรเสียก็เป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว สิ่งที่เราควรทำคือใช้ชีวิตในปัจจุบันและอนาคตให้ถูกครรลองคลองธรรมและหมั่นรักษาความดีไว้ให้เป็นสิริมงคลแก่ตัว

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

เสียงนั้นอีกแล้ว

สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

แต่ประโยคสุดท้ายกลับถูกเอ่ยมาจากพระที่นั่งสำรวมอยู่ตรงหน้าผม หลวงลุงยังคงหลับตาประสานมือไว้ที่หน้าขา

แล้วทำไม...

อย่างที่อาตมาบอกไปนั่นแหละโยม อาตมาหยั่งรู้ถึงผล ซึ่งก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่อาตมาก็จนใจจะหยั่งรู้ถึงเหตุของผลเช่นกัน

ผมก้มหน้าเงียบย่างไม่รู้จะทำอะไรต่อ

ผมมักจะก้มหน้าเมื่อรู้สึกอึดอัดใจ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันห่างไกลกับคำว่าอึดอัดใจอยู่โข ผมเหมือนคนหลงทาง แม้แต่ความรู้สึกของตัวเองยังบอกไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าเป็นความรู้สึกแบบไหน

...แต่บทกลอนเมื่อกี้มันแสนจะคุ้นหู เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน...

กฤษณาสอนน้องคำฉันท์น่ะโยม คงเคยท่องมาบ้างตอนประถมนั่นล่ะ

ผมสบตาพระภิกษุตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย

ใจหนึ่งก็กลัว ใจหนึ่งก็อยากให้ท่านช่วย

...ผมควรทำยังไงดี...

ทวดของทีนชอบกลอนบทนี้มาก ถึงกับเขียนบรรยายมันลงไปในสมุดบันทึกทีเดียว

จู่ๆ ท่านก็เปลี่ยนหัวข้อไปเสียเฉยๆ

แต่ก็ดี เพราะถ้ายังพูดหัวข้อเดิม ผมคงไม่รู้ว่าควรจะตอบหรือทำตัวยังไงต่อไป

เพราะความไม่เสถียรของอารมณ์ ผมจึงไม่ได้ตอบอะไรออกไป ทำเพียงแค่รับฟังเสียงนุ่มนวลนั้นกล่าวต่อไป

อาตมาคิดว่าถ้าสมุดบันทึกเล่มนั้นอยู่กับโยม มันคงมีประโยชน์มากกว่าอยู่กับอาตมานะ

ผมเงยหน้าขวับ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองแสดงสีหน้าแบบไหนออกไป สิ่งที่ผมเห็นมีเพียงพระภิกษุชราที่คลี่ยิ้มให้ด้วยอากัปกิริยาสงบนิ่ง ความเงียบสงบทอดตัวเข้าปกคลุมศาลาริมหน้าอยู่ครู่ใหญ่ จนคนที่หายไปกลับมา

กว่าผมจะหาเจอก็ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่เลยล่ะครับหลวงลุง

ดวงตาของผมหลุบลงโดยอัตโนมัติแต่ก็ยังแอบมองด้วยหางตาจนพบว่าของที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายเป็นสมุดปกหนังเล่มไม่เล็กไม่ใหญ่

หรือจะเป็นสมุดบันทึกที่หลวงลุงพูดถึงกันนะ...

แล้วมันเรื่องอะไรของแกเล่ามอส

ในขณะที่ผมกำลังทะเลาะกับตัวเอง น้ำเสียงนุ่มนวลนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ

ขอบใจนะโยมทีน อาตมาวานอีกอย่างได้ไหม

ได้สิครับหลวงลุง

ท่าทางร่าเริงเหมือนสุนัขเจอเจ้านายนั้นทำให้ผมเผลออมยิ้ม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

ช่วยเอาหนังสือสวดมนตร์นี่ไปให้พระวิษณุตรงศาลาการเปรียญตรงนู้นหน่อยได้ไหม

ผมเห็นเขาพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นก่อนจะเดินไปทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างกระฉับกระเฉง

เป็นหลานที่ดีนะ เด็กคนนั้นน่ะ

ผมพยักหน้าเห็นด้วย

ครับ เขาเป็นเพื่อนที่ดี

ผมสบตาพระตรงหน้าแล้วคลี่ยิ้มบางๆ ให้อย่างไม่รู้จะพูดอะไร ทุกอย่างมันประดังประเดเข้ามาจนผมสับสนไปหมด ในศาลามีแต่ความเงียบจนกระทั่งมือเหี่ยวย่นนั่นยื่นสมุดปกหนังมาตรงหน้าผม

รับไปสิโยม อาตมาให้

ผมไม่ได้เอื้อมมือไปรับในทันที มือสองข้างของผมกำแน่นอยู่บนตัก

ไม่ใช่ของน่ากลัวอะไรหรอก เป็นเพียงสมุดบันทึกเล่มหนึ่งเท่านั้นเอง

ผมรับรู้ได้ถึงการปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน

สิ่งที่เป็นของเราสักวันมันก็ต้องกลับมาเป็นของเราอยู่ดีนะโยม

คราวนี้ผมจ้องเข้าไปในดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นนิ่ง นั่งสบตากันอยู่ชั่วครู่

...แล้วผมก็รับมันมา...






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 369 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,164 ความคิดเห็น

  1. #1140 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 09:11
    ทีนนี่น่าสงสัยน้าา
    #1,140
    0
  2. #1128 ไป๋อ้าย-Bai ai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 10:50
    อดีตชาติมอสอาจจะเคยรักกับบรรพบุรุษของทีนป่ะ555อ่านต่อแปป
    #1,128
    0
  3. #1100 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 16:21
    ทีนเพื่อนไม่จริงปะ
    #1,100
    0
  4. #1080 Earn0624 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 20:23
    เขาจะรักกันยังไงนะ สงสัยจริงๆ
    #1,080
    0
  5. #1029 MS.ALIEN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:18
    กลับมาอ่านเรื่องนี่หลังจากที่เราหยุดอ่านไปเพราะไม่ว่าง เห็นว่ารวมเล่มแล้ว ดีจังเลยค่ะไว้จะไปหามาเก็บไว้อ่านบ้าง ตอนนี้น่ากลัวค่ะถ้าอ่านตอนกลางคืนจำได้เพราะอ่านค้างไว้เลยมาอ่านอีกรอบตอนกลางวันเพราะเรากลัวผีมาก 555555 ทีนกับมอสนี่ยังไงนะ ทีมเหมือนจะชอบมอสเลยค่ะ แล้วก็อยากเห็นคุณพระเอกแล้วววว
    #1,029
    0
  6. #1021 ความถี่สีชมพู (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 20:58
    ฮรุก อ่านคนเดียวตอนกลางคืนก็จะหลอนๆหน่อย;_; แต่สนุกมากๆค่ะ
    #1,021
    0
  7. #987 แน มาอึม โซเก ชอจาง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 15:46
    อยากเห็นพระเอกแร้วววว ทีนนี่ดูแลมอสดีมาก
    #987
    0
  8. #967 pukiest (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 12:50
    ตื่นเต้นเลย
    #967
    0
  9. #949 chompu_y (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 16:41
    ทำไมแอบจิ้นไม้ทีนเฉย 555555
    #949
    0
  10. #910 SOUGIYA (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 09:18
    ทีนนี่จะใช่คู่ของมอสในชาตินี้หรือเปล่าน้า
    #910
    0
  11. #903 Anpun97 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 02:55
    สมุดเล่มนี้อาจทำให้มอสจำเรื่องในอดีตได้แน่
    #903
    0
  12. #865 luhan7_lulu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 11:15
    ทีนนี่เหมือนจะซัมติงกับมอสรึเปล่าคะเนี่ย
    #865
    0
  13. #840 Mune (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:40
    ทีนแอบคิดอะไรกับมอสรึป่าวนะ ;-; แอบหลอนเหมือนกันนะคะที่มีเสียงแว่วมาตลอดแบบนี้ 555 สมุดบันทึกอันนั้นอาจจะเป็นของมอสในชาติที่แล้วไหมนะ
    #840
    0
  14. #826 onionringo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 14:45
    เห้ยๆๆ สงสัยหลายเรื่องแร้ะ
    #826
    0
  15. #793 maielf13 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 19:51
    หลวงลุงรู้อะไรมาคะ
    #793
    0
  16. #746 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:02

    หลวงลุงต้องรู้อะไรแน่ๆ

    #746
    0
  17. #714 ตัวอ่อน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 21:27
    ชอบบทนี้มากเลยค่ะ บรรยายดีมากเห็นถึงสายลมและแสงแดดเลยค่ะ ชอบที่เอาบทกลอนมาใช้เพื่อให้นึกถึงรวมถึงพวกดอกไม้ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วยค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้นะคพ อบอุ่นหัวใจมากบทนี้ รู้สึกสงบใจสุดๆ
    #714
    0
  18. #668 Tatangts 🐋 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 16:19
    หลวงลุงรู้อะไรกว่านี้ใช่มั้ยคะ ;___;
    #668
    0
  19. #634 Chopoom94 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 10:56
    เป็นคุณทวดของทีนหรอ? เกี่ยวกับใช่ไหม
    #634
    0
  20. #525 xxnhhzt68 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 23:44
    เกี่ยวกับทีนแน่ๆ
    #525
    0
  21. #520 `peach (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 22:12
    เป็นทวดของทีนหรอ ใช่มั้ย????
    #520
    0
  22. วันที่ 9 มกราคม 2561 / 14:00
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #493
    0
  23. #455 คุณชิกกี้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 12:25
    เอ๊ะ หรือทวดของทีนเป็นคนนะ
    #455
    0
  24. #441 คนไม่กินถ่าน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 23:50
    อ่านตอนกลางคืน ปิดไฟมืดๆไปอี๊กกก
    #441
    0
  25. #380 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 13:12
    ทีนชอบมอสใช่มั้ย แล้วสมุดบันทึกเล่มนั้นนี่ของมอสหรือของใคร...
    #380
    0