เล่ห์ร้ายบำเรอรัก/Touch Publishing

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 ชดใช้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มิ.ย. 53

 ตอนที่ 3 ชดใช้

 

นัยน์ตาสีนิลดุดันของเมธาวินจ้องมองร่างบางของวารินที่นั่งตัวสั่นอยู่บนโซฟา มือใหญ่กระชากข้อมือเรียวเล็กอย่างแรงจนวารินร้องวี๊ดขึ้นมาอย่างแตกตื่น วารินเซตามแรงดึงของคนตัวใหญ่กว่าจนเข้าปะทะกับแผ่นอกที่แข็งแรงของเมธาวิน ก่อนจะโดนสองมือของชายหนุ่มกอดรัดเอาไว้อย่างดิ้นไม่หลุด

 ห้าแสนใช่มั้ย? ค่าตัวคุณมันก็เศษเงินดีๆ ของผมนี่เอง ในเมื่อผมก็ให้คุณได้งั้นก็มาสนองผมแทนแล้วกัน

            ดวงตาของวารินเบิกกว้างอย่างตกใจกับการกระทำที่ไม่คาดฝันของเมธาวิน ใบหน้าสวยหวานส่ายไปมาอย่างพยายามจะปฏิเสธ ร่างเล็กบิดตัวและใช้มือบางยันแผ่นอกกว้างเพื่อดิ้นหนี

             ทำไมล่ะ จะเล่นตัวทำไมผมรู้จักผู้หญิงอย่างคุณดีน้า

            การกระทำของวารินถูกมองเป็นการแสดงละครเล่นตัวฉากใหญ่ที่น่ารังเกลียด

             ไม่ใช่นะคะ มัน..อุ๊บ!”

            มือใหญ่เลื่อนไปรั้งใบหน้าหวานของวารินก่อนจะกดริมฝีปากลงบนเรียวปากสีชมพูที่เย้ายวนอย่างรุนแรง ทำเอาวารินถึงกับตาโตอย่างแตกตื่น

            ทุกอารมณ์ที่อัดแน่นในตัวของเมธาวินปะทุขึ้นและถูกระบายออกกับร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงป้องกัน เรียวปากหนาบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงตักตวงเอาความหอมหวาน รุกล้ำหยาบคายวางอำนาจราวกับเป็นเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่าง โดยไม่สนใจแรงขัดขืนที่น้อยนิดของวาริน

            หยาดน้ำใสร่วงพรูหากแต่เธอกลับไม่ได้รับความสงสารหรือความเห็นใจแม้แต่น้อย เมื่อลองลิ้มชิมรสชาติจากโพลงปากที่อ่อนหวานจนพอใจ ใบหน้าหล่อเหลาของเมธาวินก็เลื่อนลงไปที่ซอกคอขาวจุมพิตและลากไล้สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ

             อย่า..นะ...คะ

เรียวปากที่ได้รับอิสระสั่นระริกร่ำร้องอย่างน่าเวทนา หากแต่มันก็หยุดการกระทำของเมธาวินไม่ได้

             คุณทำให้ผมเกือบเข้าใจผิด คงชินกับการแสดงละครสินะแต่ตอนนี้มันใช้กับผมไม่ได้แล้ว!”

            เมธาวินจัดการปิดปากบางอีกครั้งแล้วจูบอย่างเร่าร้อน ความปรารถนาถูกกระตุ้นออกมาจนอยากที่จะควบคุม เขาอยากจะทำให้ร่างเล็กนี้ทุกข์ทรมานเพื่อระบายความโกธรที่อัดอันในใจ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขามองวาริน เธอเป็นหญิงสาวที่บริสุทธิ์ สองแก้มใสที่แดงระเรื่อจากความเขินอายที่ได้เห็นฉากจูบของเขา ความตกใจและแววตาที่เบิกกว้างยามเมื่อโดนจับได้

            เขามองคนผิด! ทุกอย่างเป็นแค่การแสดง...

            เมธาวินกระชากเอาเสื้อตัวสวยของวารินออก เนินอกขาวปรากฏให้เห็นเมื่อไร้สิ่งปกปิด วารินดิ้นไปมาแต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้ เมื่อความกดดันเพิ่มสูงใบหน้าของหญิงสาวเริ่มขาวซีด

            ฝ่ามือใหญ่ของเมธาวินสัมผัสหน้าอกที่ไม่เคยถูกใครสัมผัสมาก่อน ร่างบางแข็งเกร็งหวาดกลัวและรนราน ริมฝีปากหนาของชายหนุ่มเลื่อนออกจากเรียวปากบาง เมธาวินจ้องมองนัยน์ตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสก่อนจะข่มความวูบไหวสั่นสะท้านยามที่แววตาคู่นั้นจ้องมองเขาอย่างเศร้าสร้อย

            อย่าให้เธอหลอกสิเมธาวินนายเป็นใครกัน!

            แขนแข็งแรงรั้งร่างบางให้แนบชิดมากขึ้น ความโกรธเริ่มก่อปรปักษ์กับสิ่งที่อยู่ในใจ เธอก็แค่ผู้หญิงง่ายๆ ที่ขาดตัวแลกเงินไม่จำเป็นที่เขาจะต้องเห็นใจสักนิด

            ความกดดันที่มากขึ้นเริ่มทำให้วารินหายใจไม่ออก น้ำตาของเธอยังคงรินไหลไม่หยุด หวาดกลัวกับการกระทำที่หยาบคายของผู้ชายที่เรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ วารินหอบหายใจถี่ขึ้นในขณะที่เรี่ยวแรงของเธอกำลังจะหมดลง

             อย่า..คะ...

            ความรู้สึกเหมือนโดนทรยศทำให้เมธาวินไม่คิดจะฟังคำห้ามที่ไร้เรี่ยวแรงของวาริน ยิ่งเธอปฏิเสธก็ยิ่งเหมือนจะยั่วยวนให้เขาโกรธมากขึ้น ร่างบางถูกดันไปติดกับกำแพงด้านหนึ่ง แววตาของเมธาวินจ้องมองเรือนร่างเล็กอย่างต้องการที่จะครอบครอง

            การถูกจูบอย่างหนักหน่วงอีกครั้งทำให้สติของวารินลดน้อยลงเรื่อยๆ มือบางใช้แรงสุดท้ายที่มีพยายามผลักร่างใหญ่ออก แต่แล้วทุกอย่างก็ไร้ผล

            ขณะกำลังดื่มด่ำกับจูบที่หอมหวานที่เขารุกเร้าเอาจากริมฝีปากบางที่อยู่ตรงหน้า ร่างเล็กทั้งร่างก็โถมตัวเข้าใส่เขาทำเอาเมธาวินถึงกับอึ้ง มือใหญ่คว้าร่างที่หมดสติของวารินเอาไว้ซบกับแผ่นอกกว้างก่อนจะที่เมธาวินจะยืนนิ่งงงงันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

             นี่มัน...อะไรกัน

            เมธาวินช้อนร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงของวารินแล้วจ้องมองสีหน้าที่ซีดขาวราวกับกระดาษของเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ วูบหนึ่งที่เมธาวินรู้สึกผิดที่เป็นตัวการทำให้หญิงสาวที่บอบบางอย่างเธอต้องมาเจอกับความป่าเถื่อนรุนแรง แต่เมื่อคิดว่าวารินที่อยู่ตรงหน้าเขาหาใช่สาวบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ใสสะอาด ความโกรธขึงก็เพิ่มขึ้นบนใบหน้าที่หล่อเหลา

            ร่างเล็กถูกวางลงบนเตียงนอนหลังใหญ่ เมธาวินมองใบหน้าหวานของวารินด้วยสายตาที่เย็นชา

             มันจะไม่จบแค่นี้

           

            แสงแดดยามเช้าส่องผ่านมากับแนวผ้าม้านเป็นเส้นแสงสีทองอ่อน เปลือกตาที่หนักอึ้งของวารินค่อยๆ กระพริบถี่เพื่อปรับรับกับแสงแดดยามยานเช้าที่สาดส่องเข้ามาทักทาย

             อ่า...

            นัยน์ตาคู่สวยกวาดมองรอบตัวหลังจากที่ลืมตาตื่น ความเจ็บปวดทางร่างกายเริ่มฟ้องว่าเมื่อคืนเธอผ่านเหตุการณ์ใดมาบ้าง อีกทั้งร่องรอยเขียวช้ำที่ตามเนื้อตัวก็เป็นสิ่งยืนยันว่าทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจริง

            วารินมองจ้องรอยคล้ำที่ข้อมือขาวของเธอด้วยนัยน์ตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ เพียงวันเดียวเธอถูกมองว่าเป็นสาวขายบริการรวมทั้งยังโดนกระทำดูถูกอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน

            เมื่อความทรงจำในเรื่องเลวร้ายเมื่อคืนกลับมาวารินก็รนรานที่จะอยู่ในห้องนี้ต่อ ร่างบางผลุดลุกขึ้นเพื่อจะหนีออกไปจากสถานที่แห่งความทรงจำอันเลวร้าย และวารินก็กลัวว่าเธอจะต้องตกเป็นของเล่นระบายอารมณ์ให้กับเมธาวิน วงษ์วฤทธิ์เดชาอีก

            แกร๊บ...

            มือเรียวเล็กที่เท้าลงข้างตัวสัมผัสเข้ากับอะไรบ้างอย่าง กระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่ข้างกายเธอทำให้วารินอดไม่ได้ที่จะหยิบมันขึ้นมาดู

             นี่มัน...

            กระดาษแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่อยู่ในมืออันสั่นเทาบอกแก่นัยน์ตาคู่สวยถึงความเป็นจริงที่โหดร้าย จำนวนตัวเลขหกหลักที่ปรากฏอยู่บนเช็คเงินสดที่อยู่ในมือคือเครื่องยืนยันถึงสิ่งที่เธอต้องเผชิญ

            หยาดน้ำตาไหลรินอย่างที่สุดจะระงับได้ ยิ่งกว่าการดูถูกที่เธอสุดจะทานรับเมื่อคืนจากเมธาวิน หากแต่นี่คือการกระทำที่โหดร้ายมากมายนักของเขา ในที่สุดเธอก็ถูกซื้อด้วยเงินอย่างที่เขาบอกไม่มีผิด ค่าตัวห้าแสนเศษเงินที่เมธาวิน วงษ์วฤทธิ์เดชาหยิบยื่นให้เธอ


............................40%

“เงินนี่...”

            “ หนูขอยืมพี่ที่ทำงานมานะคะ อย่ากังวลเลยค่ะ”

            “ แต่...”

            “ แม่คะ ครั้งสุดท้ายนะคะ อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ”

            “ วาริน...”

            “ เอาเงินนี่ให้พ่อไปใช้หนี้นะคะ หนูทนเห็นพ่อกับแม่ถูกซ้อมแบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ”

            วารินวางซองเงินลงบนมือของแม่พร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน

            “ ขอบใจนะลูก ทั้งที่พ่อกับแม่ควรจะต้องทำหน้าที่นี้ แต่สุดท้ายพวกเราก็ทำไม่ได้”

            รัตติกามองหน้าบุตรสาวทั้งน้ำตาก่อนจะรับเงินก้อนโตที่ลูกสาวยื่นให้เพื่อเก็บไว้มอบแด่สามี

            “ แม่คะหนูต้องกลับไปทำงาน วันนี้หนูกลับดึกหน่อยนะคะ”

            “ จ๊ะ ฝากขอบคุณคนใจดีที่ให้ลูกยืมเงินมาด้วยนะ เงินพวกนี้จำนวนไม่น้อยเลย “

            คำพูดของแม่ทำให้สีหน้าของวารินเศร้าสร้อย หากแต่เธอก็ฝืนยิ้มออกมา

            “ ค่ะ พี่คนนี้เป็นคนใจดีมากเลย”

            เมื่อนึกถึงที่มาของเงินก้อนนี้วารินก็ได้แต่เจ็บอยู่ลึกๆ ในใจ เงินห้าแสนที่อยู่ในมือแม่คือค่าตัวของเธอที่ได้รับจากเมธาวิน วงษ์วฤทธิ์เดชา กระดาษเช็คที่เขาทิ้งไว้ให้ถูกวารินเปลี่ยนให้เป็นเงินสดเพราะไม่อยากให้แม่สงสัย หากแม่ได้รู้ชื่อของคนสั่งจ่ายเช็คว่าเป็นชื่อของเจ้าของโรงแรมที่เธอเพิ่งจะเข้าไปทำงานได้เพียงวันเดียวคงต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่

            “ หนูไปก่อนนะคะ”

            วารินเอ่ยลารัตติกาผู้เป็นแม่ก่อนจะก้าวเท้าออกจากบ้านด้วยใบหน้าที่หม่นหมอง เธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ถึงแม้จะโดนเมธาวินดูถูกแต่ทว่าเธอก็ไม่อาจปฏิเสธเงินที่เขาให้ได้ เธอจำเป็นต้องใช้มันเพื่อจ่ายหนี้ให้พ่อกับแม่ วารินไม่ได้คิดจะเอาเงินของเมธาวินมาฟรีๆ ถึงแม้ในสายตาเขาเธอจะเป็นเพียงแค่ผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่ง แต่วารินก็จะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเธอไม่เป็นอย่างที่เขาคิด และเงินที่เขาให้มาเธอจะทำงานแล้วเก็บรวบรวมจนครบเพื่อคืนเขาอย่างแน่นอน

 

            ที่ด้านหน้าโถงรับรองของตัวโรงแรมในส่วนของล็อปบี้ พิธานนั่งอ่านหนังสือสัญญาอยู่ในขณะที่เมธาวินเข้ามาหาเขาพร้อมกับคู่ควงคนใหม่

            “ เป็นยังไง”

            เมธาวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เมื่อสายตาของเขาเห็นเอกสารที่อยู่ในมือของเพื่อนสนิท

            “ ก็โอเคนะ น่าสนใจดี” พิธานเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่อ่านอยู่พร้อมกับตอบคำถามเพื่อนรักด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าและส่งยิ้มให้ผู้หญิงของเมธาวินที่ส่งยิ้มทักทายให้เขา

            “ คุณกลับไปก่อนผมมีเรื่องงานที่ต้องคุยกับเพื่อน”

            เมธาวินหันไปเอ่ยกับสาวสวยที่นั่งอยู่ข้างเขา หลังจากที่หญิงสาวที่เขาพามาด้วยเดินจากไป เมธาวินจึงหันมาปรึกษาเรื่องงานกับพิธานอีกครั้ง

            “ ฉันอยากเปิดรีสอร์ดที่ภูเก็ต อยากให้เป็นที่สงบสักหน่อยนายพอจะหาทำเลให้หน่อยได้มั้ย”

            “ อืม...ได้สิ ว่าแต่แค่โรงแรมกว่าสิบสาขานี่ยังทำให้นายยุ่งไม่พอรึไง”

            พิธานเอ่ยแซวเพื่อนขำๆ

            “ ยัง ช่วงนี้อยากหาอะไรทำ”

            “ เฮ้...วันนี้เป็นอะไร กลุ้มอะไรอยู่”

            พิธานจับความรู้สึกหงุดหงิดที่อยู่ในน้ำเสียงของเมธาวินได้ จึงได้เอ่ยถามออกไป

            “ มีเรื่องติดใจนิดหน่อย”

เมธาวินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เช่นเดิม แต่แววตาของเขากลับแข็งกร้าวขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“ งั้นรึ...เอ๊าถ้าว่างนักฟุ้งซ่าน ก็เอานี่ไปอ่านแล้วกัน”

พิธานยัดเอกสารสัญญาใส่มือเมธาวินก่อนจะผลุดลุกขึ้น

“ จะไปไหน?

เมธาวินเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย เพราะเพื่อนของเขาทำท่าเหมือนว่ากำลังจะไปทำธุระสำคัญ

“ กลับห้อง”

พิธานตอบพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย

คำตอบของพิธานทำให้เมธาวินได้แต่มองเพื่อนรักอย่างติดใจสงสัย การกลับห้องไม่เห็นจะเป็นเรื่องที่น่าทำสักนิด แต่ทว่าท่าทางร่าเริงของพิธานนั้นออกจะดีอกดีใจเกินหน้าเกินตาไปสักหน่อย

แค่ห้องสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ มีอะไรน่าสนใจนักหนากัน?

 

วารินกลับเข้ามาทำงานอีกครั้งในช่วงสายของวัน หลังจากที่โดนพนักงานรุ่นพี่อบรมจนหูชาที่มาทำงานสาย วารินจึงได้แต่รีบออกมาทำงานในส่วนที่ควรทำเมื่อเช้าให้เสร็จ มิเช่นนั้นวันนี้เธอได้ทำล่วงเวลาอีกแน่นอน

“ อ่า...ตายแล้วๆ”

เพราะต้องเร่งทำเวลาเลยทำให้วารินต้องใช้แรงเพิ่มเป็นสองเท่า วารินที่ถือผ้าขนหนูสูงกว่าหัวของตัวเองกำลังเซจวนล้มด้วยเพราะว่าเธอมองไม่เห็นทาง อีกทั้งยังสะดุดถังขยะที่วางอยู่ข้างทางเดินจนตัววารินขาดสมดุลใกล้จะหน้าคม่ำในอีกไม่กี่อึกใจ

“ ว้าย!”

ในที่สุดขาที่พันกันก็ทำให้วารินล้มโครม หากแต่ว่าร่างบางของเธอแค่วูบลงไปนิดเดียวเท่านั้น ก่อนจะลอยค้างอย่างที่เจ้าตัวอย่างวารินเองยังแปลกใจ

“ ไม่เป็นไรนะครับ”

น้ำเสียนุ่นนวลดังขึ้นที่ข้างหู ใบหน้าของวารินแดงวาบเมื่อได้พบว่าการที่เธอไม่ล้มลงไปกระแทกพื้นนั้นเป็นเพราะมีใครคนหนึ่งมารับตัวเธอเอาไว้

“ อะ..ขอบคุณมากค่ะ”

วารินรนรานถอยกรูออกจากอ้อมกอดของชายแปลกหน้าทันที

“ ยินดีครับ”

พิธานมองใบหน้าหวานที่แดงระเรื่อของวารินก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

วารินก้มหน้าก้มตาทำเป็นเก็บผ้าที่ตกเพื่อหนีสายตาของคนแปลกหน้าที่จับจ้องอย่างเขินอาย อีกทั้งผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอยังเป็นแขกของทางโรงแรมและดูจะเป็นแขกวีไอพีเสียด้วย เพราะชั้นที่เธอกำลังทำอยู่นี้มีแต่ห้องสูทที่มีขนาดใหญ่ ที่จริงเธอไม่มีสิทธิ์ทำห้องของแขกวีพีแต่กลับต้องโดนเวรมาทำเพราะพนักงานไม่อยู่ถึงสองคน ส่วนคนที่เหลือก็เกี่ยงกันเพราะชั้นนี้ห้องมีขนาดใหญ่ ทำแล้วต้องเหนื่อยจึงไม่มีใครเอาสุดท้ายจึงตกที่วาริน แล้ววารินก็ได้ทำเรื่องน่าอายอีกเป็นหนที่สองต่อหน้าแขกพิเศษ วารินได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในใจ เพราะการกระทำของเธอในวันนี้ส่อเค้าให้ตัวเองจะโดนไล่ออกอีกแล้ว

“ นี่ครับ”

เมื่อเห็นวารินก้มหน้าเก็บผ้าขนหนูที่ทำตกอย่างเอาเป็นเอาตายพิธานจึงเก็บผ้าผืนที่ตกอยู่ข้างตัวเขาแล้วส่งให้เธอ

“ ขอบคุณมากค่ะ”

วารินรับผ้าจากมือพิธานด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงจัด

“ ไม่ทราบว่าทำห้องของผมรึยังครับ”

“ คะ?

คำถามของพิธานทำให้วารินต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอย่างกล้ากลัวๆ

“ ห้องผมอยู่สุดทางเดินน่ะครับ ไม่ทราบว่าทำรึยัง”

คำบอกเล่าของพิธานทำให้วารินได้แต่พยักหน้ารับ ก่อนจะนึกได้ว่าเขาคงจะหมายถึงว่าเธอทำความสะอาดห้องของเขาแล้วหรือยัง

“ ห้องนั้นทำแล้วค่ะ”

วารินตอบเสียงเบาก่อนจะเก็บผ้าขนหนูอีกหลายผืนที่ตกอยู่จนล้นมือของตัวเอง

“ ให้ผมช่วยนะครับ”

พิธานเอ่ยเสนอตัวอย่างมีน้ำใจ หากแต่วารินก็รีบสายหน้าปฏิเสธทันทีอย่างไม่ต้องคิด

            “ ไม่ได้ค่ะ นี่เป็นงานของแม่บ้านค่ะ”

            วารินแย่งผ้าขนหนูจากมือพิธานคืน

            “ ถ้าถือหมดแบบเมื่อกี้เดี๋ยวจะล้มอีกนะครับ”

            “ อ่า...”

            เมื่อถูกคนแปลกหน้าชี้ให้เห็นความจริง วารินเลยได้แต่ปล่อยให้พิธานช่วยเธอถือผ้าขนหนูไปเพราะไม่มีข้อโต้แย้งกับเขาอีกแล้ว

            “ ขอบคุณมากค่ะ” วารินเอ่ยขึ้นเพื่อจะขอรับผ้าขนหนูทั้งหมดคืนจากชายแปลกหน้า เมื่อเธอเดินมาถึงรถเข็นของแม่บ้านและเก็บผ้าส่วนที่เธอถือมาไว้บนรถเรียบร้อยแล้ว

            “ ผมพิธานครับ”

            พิธานเอ่ยแนะนำตัวแทนการยื่นผ้าขนหนูให้หญิงสาว เล่นเอาวารินอึ้งกินไป

            “ อ่ะ เอ่อ...”

            “ ถ้าอยากได้ผ้าคืน บอกผมหน่อยสิคุณชื่ออะไร”

            พิธานยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ที่จริงแค่มองป้ายที่หน้าอกเสื้อเขาก็รู้แล้วว่าแม่บ้านคนใหม่ที่ยืนหน้าแดงอยู่ตรงหน้าเขาชื่ออะไร หากแต่พิธานอยากแกล้งสาวน้อยคนนี้จึงยื่นข้อเสนอชื่อเธอแลกกับผ้าขนหนูที่เขาถืออยู่

            “ วะ..วารินค่ะ” วารินเอ่ยบอกชื่อของตัวเองด้วยสองแก้มที่แดงระเรื่อ สองมือเล็กยื่นออกไปตรงหน้าราวกับกำลังทวงของซึ่งการกระทำของวารินก็ทำให้พิธานหลุดขำออกมา และนั้นยิ่งทำให้วารินประหม่าเพิ่มเข้าไปอีก

             ชื่อเพราะมากครับ แล้วพบกันใหม่นะครับ

            พิธานไม่ห่วงว่าสองแก้มของวารินจะแดงมากเท่าไหร่เอ่ยชมเธอออกมาแบบไม่ปิดบังความรู้สึก วารินได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อก้มหน้าหนีอย่างเขินอาย รอจนพิธานเดินหายเข้าห้องไปเธอถึงได้กล้าเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง

            ชายหนุ่มกลับเข้าห้องพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ตอนที่เมธาวินเพื่อนรักถามว่าเขาจะไปไหนเขาก็ตอบไปอย่างนั้นเองว่าจะกลับห้อง ความจริงแล้ววันนี้เขาใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ในการเดินเตร่ไปตามชั้นต่างๆ ที่มีเป็นสิบๆ ของโรงแรมของเพื่อน เพื่อตามหาสาวน้อยคนหนึ่งหากแต่ว่าเวลาของเขาก็สูญเปล่าเมื่อเขาหาเธอคนนั้นไม่เจอ

            เกือบหมดความหวังไปแล้วถ้าเขาไม่ได้ไปเจอกับหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่มาตรวจงานคนหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ ด้วยความสงสัยพิธานจึงหลุดปากถามหาแม่บ้านคนใหม่ไปโดยไม่ตั้งใจ หลังจากที่โดนสายตาตรวจสอบของหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่ติดป้ายชื่อว่านารี เขาจึงได้คำตอบมาว่าคนที่เขาตามหาทำงานอยู่ชั้นไหน และพอพิธานไปถามแม่บ้านที่ทำงานชั้นเดียวกับวารินเขาจึงได้รู้ว่า วันนี้สาวน้อยคนเดิมจะมาทำห้องของเขา พิธานจึงตั้งหน้าตั้งตารอเวลาเย็นเพื่อจะได้พบหน้ากับแม่บ้านคนใหม่โดยไม่มีเหตุผล

            พิธานเดินยิ้มกริ่มเข้าไปในห้องหลังจากได้พบคนที่ตามหา ใบหน้าหวานของแม่บ้านคนใหม่ยามที่เธอเขินอายจนสองแก้มเป็นสีชมพูทำให้พิธานอกที่จะมีความสุขไม่ได้ นานแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกอารมณ์ดีแบบนี้ การได้แกล้งสาวน้อยที่ชื่อวารินทำให้พิธานมีความสุข

 

            หลังจากทำความสะอาดห้องที่รับผิดชอบทั้งหมดเรียบร้อยก็เป็นเวลาสี่โมง วารินเก็บของและรถเข็นของแม่บ้านในชั้นของตัวเองที่ห้องเก็บของ ก่อนจะเดินไปที่ลิฟท์และขึ้นไปยังชั้นบนอีกสองชั้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งห้องสูทของเมธาวิน

             ป้าค่ะ เป็นยังไงบ้างค่ะ

            วารินที่ออกมาจากลิฟท์เจอเข้ากับแม่บ้านที่รับหน้าที่ทำความสะอาดชั้นนี้พอดิบพอดี หญิงสาวเดินตรงเข้าไปทักทายแม่บ้านที่สูงวัยกว่าพร้อมกับช่วยถือของที่อยู่ในมือ

             ใกล้จะเสร็จแล้วจ๊ะ นี่ก็เหลือห้องของคุเมธาวินเธอเท่านั้น

            ป้าแม่บ้านหันกลับมายิ้มแย้มตอบวารินก่อนจะเข็นรถที่เต็มไปด้วยข้าวของอุปกรณ์ต่างๆ ไปที่หน้าห้องพักของผู้บริหารใหญ่

             ให้วารินช่วยนะคะ

            วารินเอ่ยเสนอตัว

             งานเราเสร็จแล้วรึ ไหนว่าโดนโบ้ยให้ขึ้นมาทำห้องสูทชั้นบนด้วยนี่

             เสร็จแล้วค่ะ

            วารินตอบคำถามแม่บ้านรุ่นพี่อย่างยิ้มแย้มพร้อมกับเตรียมของใช้เพื่อทำความสะอาดห้องใหม่ไปด้วย

             งั้นรึ ทีงานหนักๆ ละก็โยนให้เด็กใหม่ แต่ผู้ชายรวยๆ ละอยากจับกันตัวสั่น พวกนี่มันแย่จริงๆ แม่บ้านวัยกลางคนบ่นอย่างหงุดหงิดแทนเพราะเธอรู้ดีว่าวารินโดนอะไรบ้างเมื่อต้องเข้ามาเป็นเด็กใหม่ของที่นี้ ผู้ที่ผ่านงานมานานอย่างเธอเข้าใจดีถึงความลำบากเพราะเธอเองก็เคยผ่านมันมาก่อน ส่วนเรื่องกลุ่มของแม่บ้านที่ทำตัวเหลวไหลเธอก็รู้ดีทีเดียว

             มาใหม่ก็ทนๆ หน่อยแล้วกัน อีกไม่นานก็ลงตัวเอง ป้าชื่อมาลีเราเรียกป้ามาลีแล้วกันนะ

            แม่บ้านรุ่นใหญ่เอ่ยปากบอกวารินก่อนจะเดินไปที่หน้าห้องแล้วใช้คียร์การ์ดประจำตัวเธอเปิดประตูห้องสูทที่อยู่ตรงหน้า

            จังหวะหัวใจของวารินเต้นแปลกๆ ทันทีที่ประตูห้องพักถูกเปิดออก ภาพของห้องกว้างที่เต็มไปด้วยข้าวของที่คุ้นตาทำให้เท้าของวารินแข็งทื่อไม่อาจก้าวต่อไป

             เป็นอะไรรึเปล่า เข้ามาสิ

ป้ามาลีหันกลับมาเรียกวารินเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเอาแต่ยืนนิ่งแถมหน้ายังซีดอีกด้วย

 ไม่เป็นไรค่ะป้า เอ่อ...วารินจะไปช่วยเดียวนี้แหละคะ

วารินฝืนใจข่มความรู้สึกหวาดหวั่นทิ้งไว้ในส่วนลึกก่อนจะเดินเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่เลวร้ายสำหรับเธอ

หลังจากที่เวลาล่วงเลยมาจนห้าโมงห้องหรูก็ถูกทำความสะอาดจนเสร็จสิ้น ป้ามาลีและวารินออกจากห้องใหญ่พร้อมกับปิดประตูลง

 ขอบใจที่มาช่วยนะ กลับบ้านเถอะได้เวลาเลิกงานแล้ว

 ค่ะ

วารินรับคำป้ามาลี หากแต่เท้าของเธอยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน

 หนูลืมของไว้ที่ห้องเก็บของนะคะ ป้ามาลีกลับไปก่อนเถอะ

เมื่อป้ามาลีหันหลังกลับมามองวารินอย่างสงสัย วารินจึงแย้มยิ้มตอบกลับไป

 งั้นป้าไปก่อนนะ

 ค่ะ

ป้ามาลีเดินไปที่ลิฟท์และหายไปในขณะที่วารินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องของเมธาวิน ไม่มีของที่จะต้องไปเอาอย่างที่วารินบอกกับป้าแม่บ้านรุ่นพี่ หากแต่ที่เธอยังรั้งตัวเองอยู่ที่นี้ก็เพื่อรอคอยการปรากฏตัวของเจ้าของห้อง  

วารินยืนพิงกำแพงห้องอย่างเงียบๆ เพื่อรอให้คนที่เธออยากเจอปรากฏตัว เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ในขณะที่วารินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

ติ๊ง!

สองทุ่มตรงประตูลิฟท์เปิดอ้าออกพร้อมๆ กับเมธาวินที่ก้าวเท้าออกมา ชายหนุ่มเดินตรงมาที่ห้องพักก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย เมื่อนัยน์ตาสีนิลพบว่าที่หน้าห้องของเขามีร่างบางของใครคนหนึ่งนั่งอยู่ ตั้งแต่ที่เขาออกไปจากห้องเมื่อคืนเมธาวินก็ไม่ได้กลับมาที่นี้อีกเลย เขาเพียงแค่เซ็นต์เช็คห้าแสนบาททิ้งไว้และจากไป

กึก~

รองเท้าสีดำมันวาวปรากฏขึ้นในสายตาของวาริน ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเธอก็พอจะเดาได้ว่าขณะนี้ใครกำลังยืนอยู่ตรงหน้า

วารินค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นและพูดออกมาโดยไม่เงยหน้า

 ฉัน...มีเรื่องจะพูดกับคุณค่ะ

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากคนที่วารินตั้งใจมาพูดด้วย เมธาวินยืนมองร่างเล็กของคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เรียบเฉย

 ฉันจะชดใช้ให้ค่ะ

 ยังไง

คำพูดที่แสนเย็นชาทำให้วารินจำต้องเงยหน้าขึ้นไปสบนัยน์ตาสีนิลที่เป็นประกายกร้าวของเมธาวิน

 ฉัน...จะทำงานแล้ว..

 แค่นอนกับผม ไม่ง่ายกว่ารึไง

...........................................

เขียนตอนนี้เสร็จนานแล้วค่ะ..
แต่มีปัญหาที่ตอนจบ...
กรี๊ดกับคำพูดของพระเอกจนจบไม่ได้...
ค้างอีกแล้วเนอะ...คนเขียนยังค้างเลย...
เอาไว้ต่อตอนหน้านะคะ...แห่ะๆ
บีบหัวใจกันต่อไป....
เมนต์ๆ โหวดๆ ด้วยนะคะ...

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น