เล่ห์ร้ายบำเรอรัก/Touch Publishing

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 มีค่าแค่เศษเงิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มิ.ย. 53

  ตอนที่ 2 มีค่าแค่เศษเงิน

 

             แม่คะ พ่อคะหนูกลับมาแล้ว

            ประตูบ้านหลังเล็กถูกเปิดกว้างพร้อมๆ กับเสียงทักทายที่สดใสของวาริน

             นี่มัน!”

            เมื่อก้าวเท้าแรกเข้าไปในตัวบ้านใบหน้าของวารินก็ขาวซีดราวกับกระดาษทันที ภาพที่วารินกำลังมองอยู่คือข้าวของภายในบ้านที่กระจัดกระจายกราดเกลื่อน แจกกันที่ตกแตกเศษซากของมันกระเด็นไปเป็นวงกว้าง โต๊ะตูหนังสือที่มีก็ถูกล้มคว่ำจนหนังสือมากมายที่พ่อของเธอรักหล่นลงมากองอยู่บนพื้น ทั้งขาด เปรอะเปื้อน และบางส่วนก็ยังเปียกน้ำที่ไหลมาจากแจกันที่ตกแตกข้างๆ กัน

             พ่อคะ! แม่คะ วารินพยายามเดินเข้าไปในดงข้าวของที่ระเกะระกะเพื่อตามหาคนในครอบครัวของเธอ โชคยังดีที่ไฟภายในบ้านถูกเปิดทิ้งเอาไว้ วารินจึงพอจะหลบเศษซากของกระจกและเศษกระเบื้องจากแจกกันหลายใบที่ตกแตกพ้น

            วารินเพียรตะโกนเรียกพ่อกับแม่ของตัวเองแต่ก็ไร้คำตอบ หญิงสาวได้แต่รู้สึกใจคอไม่ดีเมื่อสภาพของตัวบ้านที่เละเทะบอกกับเธอว่าเรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้คงไม่ธรรมดาแน่

             อ่า....

            เหงื่อเย็นๆ ใหลซึมเมื่อความกังวลใจของวารินเพิ่งสูงขึ้น ร่างเล็กค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งท่ามกลางข้าวของที่หล่นกระจัดกระจาย ใบหน้าของวารินขาวซีดและไร้สีเลือดหากแต่วารินก็พยายามต่อสู้อย่างที่สุดเพื่อที่จะมีสติ

            เป็นตอนนี้ไม่ได้นะ! ได้โปรด!

             วาริน!”

             ลูก!”

            เสียงประตูที่หน้าบ้านเปิดออก และเมื่อวารินหันกลับไปมองเธอก็ได้เห็นพ่อกับแม่ยืนอยู่ตรงนั้น หากแต่ว่าสภาพของพวกท่านดูไม่ดีเลย

             เกิดอะไรขึ้นคะ?”

            วารินจ้องหน้าพ่อกับแม่ของเธออย่างแตกตื่น ใบหน้าของแม่ที่มีรอยแดงช้ำและบวมบอกได้ว่าเธอถูกทำร้ายมา ส่วนพ่อของวารินริมฝีปากมีเลือดไหล แถมใบหน้ายังเขียวช้ำจนน่าใจหาย

 ทำไมถึงเป็นแบบนี้ค่ะ เกิดอะไรขึ้น!” วารินเอ่ยถามอีกครั้งด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นแม้ว่าเธอยังรู้สึกแน่นหน้าอกอย่างหนัก

             รินลูก เมื่อกี้ลูกเป็นอะไร?”

            แม่ของวารินสวนคำถามขึ้นมา สีหน้าของวารินที่ดูซีดเซียวทำให้รัตติกาห่วงบุตรสาวของตัวเองขึ้นมาจับใจ

             หนูไม่เป็นไรค่ะแม่

             ไม่จริง! เมื่อกี้แม่เห็นนะ รัตติกาจ้องหน้าวารินเขม็ง เมื่อกี้ตอนที่เธอเข้ามาในบ้านเธอเห็นชัดๆ ว่าวารินทรุดอยู่ที่พื้น แถบมือยังกุมหน้าอกเอาไว้แน่น

             แม่ค่ะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมบ้านของเราถึงเป็นแบบนี้ วารินไม่สนคำถามของผู้เป็นแม่ เธอต้องการได้คำตอบเกี่ยวกับสภาพที่เกิดขึ้น

             ริน...

            รัตติกาอ้ำอึ้งก่อนจะเบือนหน้าหนีบุตรสาวไป

             พ่อคะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น

เมื่อผู้เป็นแม่ไม่ยอมตอบคำถาม วารินจึงหันไปถามพ่อของเธอที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังแทน

             พ่อคะ...

            ไม่มีใครให้คำตอบแก่วาริน ทุกคนเอาแต่ยืนเงียบจนวารินได้แต่อึดอัด ความรู้สึกแน่นหน้าอกกลับมาหาวารินอีกครั้ง แต่เธอก็พยายามฝืนตัวเองไม่แสดงอาการใดๆ ออกไป

             พวกทวงหนี้ใช่มั้ยคะ

            คำถามของวารินทำให้รัตติกาสะอื้นออกมา ส่วนอานนท์ผู้เป็นพ่อของวารินก็มีสีหน้าที่หมองหม่น ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความสิ้นหวังและความทุกข์ระทมของคนในครอบครัวทำให้หยาดน้ำตาของวารินไหลออกมา

             ทำไมคะ เมื่อไหร่จะหยุดทำแบบนี้

            น้ำใสๆ เออคลอที่นัยน์ตาคู่สวย

             เท่าไหร่คะ

            วารินปานน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งด้วยหัวใจที่พยายามจะหนักแน่น

             ห้าแสน คราวนี้ห้าแสน

             คุณ!”

            รัตติการ้องขึ้นอย่างร้อนใจ เมื่อสามีของเธอบอกจำนวนเงินที่เธอกู้มาให้วารินได้รับรู้

             ห้าแสน...กำหนดใช้หนี้วันพรุ่งนี้

            วารินแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินตัวเลขหนี้สินทั้งหมดจากปากของผู้เป็นพ่อ เงินมากมายที่จะต้องหามาใช้คืนในวันพรุ่งนี้

             ตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ วารินยกมือขึ้นมากุมหน้าอกของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะจ้องหน้าพ่อกับแม่เพื่อเค้นเอาความจริงที่พวกท่านซ่อนไว้

             ตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อน พ่อคิดว่าพ่อจะหางานทำเพิ่มและใช้หนี้ได้ แต่พ่อ...

             คุณพูดบ้าอะไร! คุณบอกลูกทำไม!”

            รัตติกากระชากร่างสามีอย่างแรงเมื่อเขากำลังเปิดเผยความจริงทุกอย่าง ใบหน้าของรัตติกาซีดเซียวเมื่อตอนนี้สายตาของวารินจ้องมองมาที่เธอ

             หนูบอกให้หยุดทำไมไม่มีใครเชื่อหนู ทำไมคะ ทำไม!”

             วารินฟังแม่นะลูก เราจัดการได้ เราจะใช้หนี้ เราจะ....

            รัตติกามองสีหน้าที่ซีดขาวของวารินอย่างตกใจ เธอไม่อยากให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เลย

             เราหมดหนทางแล้วลูก พ่อขอโทษ

             คุณ!”

             รัตติกาถึงกับทรุดเมื่อสิ่งที่เธอทำมาทั้งหมดกำลังจะสูญเปล่า ทันทีที่อานนท์สามีของเธอเอ่ยคำว่าขอโทษออกมาจากปาก ความหวังทั้งหมดที่รัตติกามีจึงพังทลายลง

             มันควรจะจบตั้งนานแล้วค่ะ

             แม่...แม่ขอโทษ เมื่อความเป็นจริงคือสิ่งที่ไม่อาจหลีกหนีได้พ้น รัตติกาจึงไม่อาจฝืนใจตัวเองได้อีก หญิงวัยกลางคนร้องไห้ออกมาราวกับคนที่ใกล้เสียสติ ซึ่งวารินเองก็ร้องไห้ไม่ต่างจากผู้เป็นแม่เลย

             หนู...

            วารินเดินเข้าไปกอดรัตติกาแม่ของเธอแน่น นัยน์ตาของวารินพราวระยับไปด้วยหยาดน้ำใสๆ เมื่อก่อนเธอเคยมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ครอบครัวของเธอเคยมีทุกๆ อย่างเพียบพร้อม แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลายลงจนหมดภายในเวลาเพียงไม่นาน

             หนูจะหาเงินมาใช้หนี้เองค่ะ 

            วารินกอดผู้เป็นแม่แน่นขึ้น

             ยังไง?”

            รัตติกาเอ่ยถามขึ้นอย่างอดที่จะสงสัยไม่ได้ ครอบครัวตอนนี้ของเธอเรียกได้ว่าไม่อดยากแต่ก็แทบจะหามื้อกินมื้ออยู่แล้ว ตัวเธอที่เคยสบายมากก่อนทำงานอะไรไม่ได้นอกจากอยู่บ้าน ส่วนสามีที่เคยทำธุรกิจก็ผันตัวเองมาเป็นอาจารย์ซึ่งเงินเดือนก็น้อยนิด ส่วนตัววารินที่ทำงานหนักไม่ได้ ถึงจะพยายามช่วยยังไงก็ไม่พอกับรายจ่ายที่มีแต่จะเพิ่มขึ้น

             หนูได้งานทำแล้วแม่ก็รู้นี่ค่ะ เงินแค่ห้าแสนหนูหาได้ค่ะ

            วารินผละออกจากอ้อมอกของผู้เป็นแม่ ก่อนจะส่งรอยยิ้มที่แสนมั่นใจให้ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเธอก็ไม่รู้ว่าเวลาคืนเดียวจะไปหาเงินจำนวนมากขนาดนี้ได้จากที่ไหน หากแต่สภาพของพ่อกับแม่ที่คงจะโดนพวกตามทวงหนี้ทำร้ายเอาก็ทำให้วารินไม่อาจอยู่เฉยๆ ได้

             ลูกจะทำอะไร?”

            อานนท์ที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามบุตรสาว สีหน้าของคนเป็นพ่อเองก็ยังคงหม่นหมองและเศร้าซึม

             จริงสิ หนูมีบ้างอย่างต้องไปทำ ขอกลับดึกหน่อยนะคะ

             รินลูก! ลูกจะไปไหน? 

            เมื่อวารินลุกขึ้นและทำท่าว่าจะเดินออกจากบ้าน รัตติกาจึงร้องเรียกบุตรสาวอย่างเป็นห่วงทันที

             ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูไม่เป็นไร

            คำพูดสุดท้ายของวารินถูกทิ้งไว้แค่นั้น ก่อนที่ร่างบางของเธอจะเดินหายออกไป

             เราต้องหยุดแล้วที่รัก ผมขอโทษจริงๆ 

            เมื่อวารินหายไปอานนท์ก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ภรรยา

             ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันไม่อยากยอมรับมันเลย” รัตติกานั่งพิงหัวไหล่ของสามีอย่างคนที่หมดแรง หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่ไหลออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้า สิ่งเดียวที่รัตติกาคิดถึงก็คือวารินลูกสาวคนเดียวของเธอ

 

            ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย!

            วารินเดินอย่างไร้จุดหมายไปบนท้องถนนที่ทอดยาว ก้าวแต่ละเก้าของวารินเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด น้ำตายังคงรินไหลอย่างไม่อาจที่จะกักเก็บมัน แม้ว่าผู้คนที่ผ่านไปมาจะมองเธออย่างสงสัย หากแต่วารินไม่มีแรงพอที่จะกล้ำกลืนความเศร้าของตัวเองได้อีก

             เงินห้าแสน หาได้จากที่ไหนกันนะ

            วารินปล่อยให้ความคิดของตัวเองล่องลอย ก้าวแต่ละก้าวของเธอไร้จุดหมายและไม่มั่นคง    

 วันนี้ใครเป็นผู้โชคดีน่ะ?”

           ไม่รู้ๆ รู้แต่ว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปอ่อยให้ถึงทีเลย ฮ่าๆ

 

           ท่านน่ะใจดีจะตาย ครั้งเดียวได้ตั้งหลายเชียวนะ เผลอๆ ถูกใจ มีซื้อรถซื้อบ้านหรือไม่ก็เลี้ยงเป็นตัวเป็นตนเชียว

           จริงหรอ ตายแล้วแบบนี้ฉันจะต้องหาโอกาสไปเจอให้ได้

         

           ท่านเอกรัตน์ซื้อบ้านให้ยัยแนนที่เคยเป็นแม่บ้านอยู่ชั้นห้านะ รู้มั้ยตอนนี้ยัยนั้นสบายไปแล้ว

           ตายฉันเองก็อยากได้บ้างจัง

             ท่านเอกรัตน์...

            อยู่ๆ บทสนทนาของเหล่ารุ่นพี่แม่บ้านก็ดังขึ้นในหัวของวาริน ชื่อที่รู้สึกคุ้นเคยทำให้วารินเอ๊ะใจนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดตอนที่เธอกำลังจะกลับบ้านขึ้นมาได้

             นี่หนู...

           คะ?”

           ดีจ๊ะหนู

           หนูหรือคะ?”

  เอานี่ไปสิ ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนก็มาหาผมได้นะ

             นี่มัน...

            หลังจากที่ค้นกระเป๋าของตัวเองที่ถือติดมืออกมาจากบ้านด้วย วารินก็ได้พบกับนามบัตรใบสีทองที่เธอได้มาจากชายคนหนึ่งในตอนที่เธอยืนอยู่หน้าโรงแรม ชื่อที่อยู่และตำแหน่งสูงใหญ่ในกระดาษแผ่นสีทองบอกแก่นัยน์ตาคู่สวยของวารินว่าเธอได้พบกับคนที่ทุกคนต่างพูดถึงแล้ว เอกรัตน์ สินเดชา

            แค่คนคนนี้พอใจก็จะได้ทุกอย่าง...อย่างนั้นใช่มั้ย?

            ความคิดที่วูบขึ้นมาในหัวทำให้วารินกำนามบัตรสีทองที่อยู่ในมือของตัวเองแน่น เท้าของเธอเริ่มก้าวเดินอีกครั้ง และครั้งนี้วารินก็มีจุดหมายคือโรงแรมที่เธอทำงานอยู่


..........................50%

             เป็นเวลาสองทุ่มวารินมาถึงที่โรงแรมใหญ่สถานที่เดียวกับที่เมื่อกลางวันเธอมาทำงานเป็นแม่บ้าน นามบัตรใบสีทองยังคงอยู่ในมือของวารินขณะที่เดินตามหาคนที่เป็นผู้ให้กระดาษแผ่นนี้กับเธอ เพราะมันเป็นโอกาสเดียวที่วารินจะต้องคว้าไว้ ถึงแม้จะต้องแลกกับตัวของเธอก็ตาม

            วารินรู้ดีว่าการที่เธอมาหาชายผู้เป็นเจ้าของนามบัตรในตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้น วารินรู้ความหมายของการที่เอกรัตน์ให้นามบัตรเธอแล้ว แต่ทว่านี่ก็เป็นหนทางเดียวที่วารินจะช่วยพ่อกับแม่ได้ ร่องรอยการถูกทำร้ายของพ่อกับแม่บีบคั้นให้วารินไม่มีทางเลือกอีก สำหรับครอบครัวของวารินเมื่อก่อนเงินจำนวนห้าแสนมันไม่มากมายเลยสักนิด หากแต่ทว่าตอนนี้แค่เงินพันเดียวยังแสนยากลำบากที่จะหามา จึงทำให้ครอบครัวของเธอต้องหยิบยืมเงินจากนอกระบบ และเจอกับการขูดรีดและการทวงหนี้ที่แสนจะรุนแรง

            หลังจากที่คุยเรื่องงานกับเมธาวินและพิธานเสร็จสินเอกรัตน์ก็เลือกที่จะมานั่งดื่มที่เลาจน์หรูของตัวโรงแรม บรรยากาศและเพลงที่เปิดคลอสบายๆ ทำให้ชายวัยกลางคนรู้สึกผ่อนคลาย หากแต่ในใจของเอกรัตน์เขาก็ยังคงนึกถึงสาวน้อยที่เจอหน้าเมื่อตอนเย็น เมื่อตอนที่ได้เห็นผู้หญิงคนนั้นเอกรัตน์ก็รู้สึกถูกใจขึ้นมา รูปร่างของเธอใช้ได้เลยทีเดียว ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งๆ ที่การแต่งตัวก็แสนจะธรรมดา แต่กลับดึงดูดความสนใจเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            ภาพของหญิงสาวในชุดเสื้อแขนตุ๊กตากับกระโปรงบานสีขาวทำให้เอกรัตน์ยิ้มออกมาอย่างพึ่งพอใจ แก้วเหล้าในมือของเขาถูกคลึงไปมา ไม่มีใครปฏิเสธข้อเสนอที่เขาหยิบยื่นให้ ตอนนี้เอกรัตน์จึงรอดูว่าสาวน้อยคนนี้จะมาหาเขาเมื่อไหร่

             ท่านคะ...

            น้ำเสียงสั่นๆ ของใครคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลังของเอกรัตน์

             อ้าว...ไงจ๊ะหนู

            ทันทีที่เอกรัตน์หันหน้ากลับไปมองคนที่เรียกรอยยิ้มของเขาก็ปรากฏขึ้น

            มาแล้วรึ...

           

            วารินเดินเข้ามาในเลาจน์หรูของโรงแรมหลังจากที่เดินไปตามห้องอาหารสามห้องใหญ่แล้วไม่เจอคนที่ตามหา เธอเลือกที่จะไม่โทรไปหาเอกรัตน์เพราะไม่กล้าที่จะพูดกับเขา มันดูไม่สมควรเลยที่เธอจะโทรหาเขาแล้วบอกว่าเธอต้องการเงินเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่มากกว่า วารินคิดว่าบางทีท่านเอกรัตน์คนนี้อาจจะใจดีและอาจจะยอมรับข้อเสนอของเธอ ฉะนั้นการที่เธอจะมาพบกับเขาโดยตรงคงจะดีกว่าและจะเป็นการให้เกียรติเขาด้วย

             หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเอกรัตน์โดยไม่พูดอะไร วารินยืนตัวแข็งทื่อก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างนั้นเพาะพูดไม่ออก มันไม่ใช่เรื่องที่เธอเคยทำมาก่อน การขอหยิบยืมเงินจำนวนมากจากคนที่พบเห็นกันแค่สองครั้ง มันเป็นเรื่องที่ลำบากใจและน่าอายไม่น้อยเลย

            ต้องทำสิวาริน...เธอต้องทำให้ได้

            วารินหลับตาข่มความรู้สึกอันน่ากระอักกระอ่วนทุกอย่างไว้

             ท่านคะ ฉันมีเรื่องรบกวนค่ะ

            คำพูดของวารินไม่มีผลอะไรต่อเอกรัตน์นอกจากรอยยิ้มที่กว้างขึ้นของเขาเท่านั้น

             งั้นรึ อืม...งั้นเราเปลี่ยนที่คุยกันดีกว่านะ

            เอกรัตน์หันไปพยักหน้าเบาๆ ให้กับคนสนิทที่นั่งอยู่ไม่ห่างมาก ก่อนจะหันมาหาวารินที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้าเขา

             นี่ครับ

            คนสนิทของเอกรัตน์ส่งการ์ดใบหนึ่งให้กับเจ้านายก่อนจะถอยออกไป

             มาสิ เราไปคุยกันในที่ที่สงบกว่านี้ดีกว่า

            เอกรัตน์ยิ้มให้สาววาริน ก่อนจะออกเดินนำหน้าไป

            วารินก้าวขาแทบไม่ออก เธอเห็นสิ่งที่ชายอีกคนส่งให้เอกรัตน์และวารินก็มั่นใจว่าเธอรู้จักมันเป็นอย่างดี คียร์การ์ดที่มีไว้ใช้สำหรับเปิดประตูห้องพักของโรงแรมคือสิ่งที่วารินเห็น ใบหน้าของวารินขาวซีดลงเรื่อยๆ เธอไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย หากแต่เพื่อเงินห้าแสนวารินจึงได้แต่ก้มหน้าเดินตามเอกรัตน์ไป

            ตลอดเวลาที่อยู่ในลิฟท์วารินเอาแต่ยืนก้มหน้าอย่างเงียบๆ เอกรัตน์หันมามองร่างบางที่สมส่วนของหญิงแล้วแล้วยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ลิฟท์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นที่เอกรัตน์อยู่พร้อมๆ กับหัวใจของวารินที่เต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น

             เข้ามาสิ

            เอกรัตน์ใช้คียร์การ์ดเปิดประตูห้องสูทขนาดใหญ่ก่อนจะหันมาเรียกวารินที่ยืนมองประตูห้องที่เปิดออกด้วยใบหน้าที่ขาวซีด

             ท่านคะ ดิฉันเพียงแค่อยากจะขอยืมเงินเท่านั้นค่ะ

            วารินเอ่ยขึ้นปากคอสั่น ถึงจะทำใจมาแล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้แต่พอถึงเวลาเธอกลับยอมรับไม่ได้         ไม่เป็นไรน้า เข้ามาคุยกันข้างในก่อน

            เอกรัตน์ตีสีหน้ามึนตึงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปจับท่อนแขนเรียวเล็กของวาริน

             ได้โปรดเถอะค่ะ ดิฉันแค่อยากขอยืมเงินท่านแค่ห้าแสน ดิฉันสัญญาว่าจะคืนให้โดยเร็ว

            วารินยื้อแขนของเธอที่กำลังถูกเอกรัตน์จับไว้ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว

             มากกว่าห้าแสนผมก็ให้คุณได้ อย่าเล่นตัวนักเลย

            เอกรัตน์ตีสีหน้ายิ้มแย้มอีกครั้งก่อนจะบีบท่อนแขนเรียวเล็กของวารินและดึงเธอให้เข้ามาในห้องที่เขาเปิดประตูคอยท่าอยู่

             คือ...ท่านคะ

            หมับ!  

             หืม?”

            เอกรัตน์จ้องมองท่อนแขนของวารินที่เขาจับเอาไว้ด้วยสายตาแปลกใจ เพราะอยู่ๆ ก็มีมือของใครอีกคนโผล่ขึ้นมา

             คุณเมธาวิน?”

            เอกรัตน์เอ่ยเรียกชื่อของบุคคลที่สามออกมา

             ต้องขอโทษด้วยครับ ผมมีเรื่องที่ต้องพูดกับผู้หญิงคนนี้

            การปรากฏตัวของเมธาวินทำให้บรรยากาศทุกอย่างตึงเครียดขึ้นมาทันที เมธาวินไม่รอคำตอบของเอกรัตน์ เขาจัดการกระชากแขนของวารินออกจากมือของเอกรัตน์แล้วจ้องใบหน้าหวานที่กำลังซีดขาวราวกับกระดาษแผ่นหนึ่งเขม็ง น้ำเสียงของเมธาวินเย็นชาและสายตาที่เขาจ้องมองวารินก็เย็นเยือกดุดน้ำแข็ง

            การเงยหน้าขึ้นไปมองผู้ที่ปรากฏตัวมาใหม่ทำให้ร่างทั้งร่างของวารินแข็งค้าง ใบหน้าที่ขาวซีดอยู่แล้วยิ่งไร้สีเลือดเพิ่มเข้าไปอีก นัยน์ตากลมโตของวารินเบิกกว้างอย่างตื่นตกใจ ด้วยเพราะว่าเธอไม่ได้เตรียมใจว่าจะได้เจอเมธาวิน วงษ์วฤทธิ์เดชาอีกครั้งเร็วขนาดนี้

             คุณรู้จักผู้หญิงคนนี้

            เอกรัตน์มองชายหญิงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาแปลกใจ

             ไม่เชิงครับ

            เมธาวินตอบอย่างไว้ตัว น้ำเสียงของเขามีแววกระด้าง และมันก็ทำให้เอกรัตน์เริ่มรู้ตัวว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง

             อ่า...ถ้างั้นเชิญพาเธอไปตามสบายครับ ผมขอตัวแล้วกัน

            เอกรัตน์ยอมเปิดทางเพราะไม่ต้องการที่จะงัดข้อกับคนที่เขากำลังจะร่วมลงทุนด้วย

            ประตูห้องสูทสุดหรูถูกเปิดลงพร้อมๆ กับร่างของชายวันกลางคนที่หายเข้าไป วารินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาของเธอมองจ้องประตูที่ถูกปิดไปอย่างลังเล ไม่ได้เป็นเพราะว่าเธออยากเดินตามเอกรัตน์เข้าไป หากแต่เธอคิดว่าเอกรัตน์โชคดีที่มีที่ให้หลบ ส่วนตัวเธอนั้นยังคงต้องยืนหวาดหวั่นอยู่ต่อหน้าประธานหนุ่มเจ้าของโรงแรมที่มองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

             มานี่!”

            เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมๆ ด้วยแรงกระชาก

             ว้าย!”

            ร่างเล็กของวารินเซไปตามแรงที่เมธาวินใช้ หญิงสาวจำต้องเดินตามเขาไปเพราะไม่อาจขัดขืนแรงหนักหน่วงที่บีบท่อนแขนของเธออยู่

            วารินถูกลากมายังห้องพักที่เธอคุ้นเคย เมื่อตอนเย็นเธอได้เข้ามาทำความสะอาดห้องๆ นี้เองกับมือ และเธอก็รู้ด้วยว่าห้องสูทขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วย โซฟารับรองส่วนของแกรนเปียโนและห้องนอนแห่งนี้คือห้องพักของเมธาวิน วงษ์วฤทธิ์เดชาประธานหนุ่มของโรงแรมใหญ่ที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าเธอ

             คุณคิดว่าที่นี้เป็นอะไร!”

            คำถามถูกถามขึ้นหลังจากที่เมธาวินเหวี่ยงร่างบางของวารินลงไปบนโซฟาสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางโถงรับรอง

             คือ...ฉัน..

            วารินนั่งตัวสั่นอยู่บนโซฟาด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด

             เป็นอะไรไปล่ะ อยากได้เงินนักไม่ใช่รึไง

            เมธาวินจ้องมองร่างที่สั่นเทาของวารินด้วยสายตาดูถูก เขาคิดว่าสิ่งที่เธอทำตอนนี้เป็นเพียงแค่การแสดงฉากหนึ่งเท่านั้น

             ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ฉันแค่ต้องการใช้เงิน ฉันแค่อยากขอยืม

            วารินพยายามอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากแต่สีหน้าของเมธาวินกลับเย็นชาขึ้นทุกทีๆ

             แล้วมันต่างกันตรงไหน ผมก็มีเงินให้อยากได้เท่าไหร่บอกมาสิ

            เมธาวินใช้น้ำเสียงดูถูกพร้อมกับจ้องมองเรือนร่างของวารินอย่างหยาบคาย

 ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้...

 อย่ามาแสดงละครหน่อยเลย คุณมาทำงานวันแรกก็หาลูกค้าได้รายใหญ่ขนาดนี้ฝีมือคงไม่ธรรมดาสินะ

ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งแสดงสีหน้าดูถูกวารินมากขึ้นเรื่อยๆ วารินได้แต่น้ำตาคลอส่ายหน้าปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา วารินรู้ดีว่าประธานหนุ่มคนนี้กำลังมองว่าเธอเป็นสาวขายบริการ แต่เธอไม่ได้เป็นเธอแค่ต้องการเงินเพื่อที่จะนำไปใช้หนี้ให้พ่อกับแม่ในวันพรุ่งนี้เท่านั้น

 แล้วเงินห้าแสนคืออะไร คุณเห็นโรงแรมผมเป็นม่านรูดรึไง

เมธาวินเดินเข้าไปใกล้วารินพร้อมกับมองเธอด้วยแววตาคุกคาม ความโกรธของเมธาวินปะทุขึ้นโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจว่ามันมากจากไหน แรกเริ่มเขาเพียงแต่ไม่พอใจที่พนักงานในโรงแรมของเขาทำตัวแบบนี้ หากแต่ตอนนี้เขากลับไม่พอใจที่ผู้หญิงที่ดูไร้เดียงสาอย่างวารินจะกลายเป็นคนกร้านโลกเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว

เมื่อวารินเอาแต่ก้มหน้านิ่งเมธาวินจึงยิ่งไม่พอใจ การเงียบของวารินกลายเป็นการยอมรับข้อกล่าวหา ตั้งแต่นาทีแรกที่วารินปรากฏตัวขึ้นที่เลาจน์สายตาสีนิลของเมธาวินก็จับจ้องอยู่ที่เธอตลอด มุมประจำที่เมธาวินชอบนั่งทำให้เขาสามารถมองเห็นผู้ที่เดินเข้าออกบริเวณเลาจน์ได้ทั้งหมด เมื่อวารินปรากฏตัวขึ้นในชุดกระโปงสีขาว เห็นครั้งเดียวเมธาวินก็จำเธอได้ทันที

เมธาวินมองดูการสนทนาสั่นๆ ของวารินกับผู้ร่วมทุนของเขาด้วยสายตานิ่งเรียบ หากแต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวเมื่อเอกรัตน์ลุกขึ้นและเดินออกจากเลาจน์มาเมธาวินก็ลุกแล้วเดินตามมาด้วย สายตาของเมธาวินมองอยู่ที่ร่างบางของหญิงสาวในชุดสีขาว เมธาวินเดินตามทั้งเอกรัตน์และวารินเมาจนถึงหน้าลิฟท์ เมธาวินหยุดเพื่อยืนดูว่าคนทั้งสองที่เขาตามอยู่ขึ้นไปที่ชั้นไหน ก่อนจะกดลิฟท์อีกตัวตามขึ้นไปเพราะความรู้สึกบางอย่างที่แสนน่าอึดอัดทำให้เขาตัดสินใจที่จะตามมาทั้งๆ ที่คนทั้งสองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย

เมื่อเมธาวินมาถึงเขาก็ได้เห็นฉากการยื้อยุดและบทสนทนาต่อรองราคาที่เขาแทบไม่อยากจะเชื่อหู ความโกรธทำให้เท้าของเมธาวินก้าวเข้าไปหาเอกรัตน์และวาริน ชายหนุ่มมารู้สึกตัวอีกครั้งก็เมื่อถูกเอกรัตน์ทักขึ้น เมธาวินเองก็ไม่เข้าใจการกระทำของตัวเอง หากแต่เมื่อมองใบหน้าหวานของวารินที่กำลังมองเขาอย่างแตกตื่น ความไม่พอใจก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง เมธาวินบอกกับตัวเองว่าในฐานะของผู้บริหารสูงสุดของโรงแรม เขาจะไม่ปล่อยให้พนักงานของตัวเองมาทำงามหน้าแบบนี้เด็ดขาด

นัยน์ตาสีนิลดุดันของเมธาวินจ้องมองร่างบางของวารินที่นั่งตัวสั่นอยู่บนโซฟา มือใหญ่กระชากข้อมือเรียวเล็กอย่างแรงจนวารินร้องวี๊ดขึ้นมาอย่างแตกตื่น วารินเซตามแรงดึงของคนตัวใหญ่กว่าจนเข้าปะทะกับแผ่นอกที่แข็งแรงของเมธาวิน ก่อนจะโดนสองมือของชายหนุ่มกอดรัดเอาไว้อย่างดิ้นไม่หลุด

 ห้าแสนใช่มั้ย? ค่าตัวคุณมันก็เศษเงินดีๆ ของผมนี่เอง ในเมื่อผมก็ให้คุณได้งั้นก็มาสนองผมแทนแล้วกัน


............................................
ตอนที่สองค่ะ อย่าลืมเมนต์ๆ โหวดๆ เป็นกำลังใจให้กันนะคะ...
ตอนหน้าอาจจะแรง(รึเปล่าไม่แน่ใจ -*- )อย่าเพิ่งหนีกันนะคะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #1 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2553 / 21:49
    โหดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #1
    0