เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 6 : Two Faces < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    10 มิ.ย. 52

อิสราทาวเวอร์
            สำนักงานชั้น 33 บนตึกสูงเสียดกลางกรุงเทพมหานคร ภายในห้องทำงานกว้างของผู้บริหารเวลล์ กรุ๊ป มีหนึ่งเจ้านาย กับหนึ่งลูกน้องที่กำลังสนทนากันด้วยความตึงเครียด บรูคส์นั่งอยู่ที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งส่วนหัวหน้าบอดี้การ์ดยืนตรงหน้าเพื่อรอรับคำสั่ง น้องชายตัวดีที่เพิ่งพาตัวเองกลับจากการพักร้อนต้องได้รับการเฝ้าดูไม่ให้คลาดสายตา ด้วยเกรงว่าจู่ๆ อชิระจะทำตัวหายสาบสูญไปอีก
เจ้าของใบหน้าคมสันมีเค้าต่างชาติจ้องมองวัชระนิ่ง ใช้ความคิดชั่วประเดี๋ยวก่อนกดโทรศัพท์มือถือหาน้องชายเช็คความเรียบร้อยด้วยตัวเองอีกครั้ง การกระทำของเจ้านายหนุ่มส่งให้วัชระก้มใบหน้าคมเข้มลงต่ำ รู้สึกผิดที่ครั้งหนึ่งละเลยทำให้น้องชายตัวโตของผู้บริหารหนุ่มเตลิดไปไกลถึงเหนือสุดของประเทศไทย
นายต้องดูนายชินให้ดี รู้ใช่ไหมว่าตอนนี้ไม่อยู่กับร่องกับรอยนัก ข่าวของเมย่าก็ปิดให้มิดๆ หน่อย เสียงทุ้มสำทับ วัชระโค้งตัวน้อยๆ รับคำสั่ง เขาต้องแก้ตัวจากความผิดพลาดครั้งก่อน บอดี้การ์ดถึงสี่คนปล่อยให้คนๆ เดียวหายไปได้ แล้วความไว้เนื้อเชื่อใจที่บรูคส์มีก็มลายไปด้วย
ครับ คุณบรูคส์
จัดการเรื่องตั๋วกลับให้ด้วย พอประชุมบอร์ดเสร็จฉันจะบินกลับเลย บรูคส์จบบทสนทนาสั้นๆ แล้วโบกมือหนาเป็นสัญญาณให้วัชระออกไปได้ ก่อนที่หญิงสาวอีกคนจะเข้ามาแทนที่ เธอเป็นเลขานุการของผู้บริหารสาขาที่ประเทศไทย แต่ถูกส่งมาดูแลนัดและอำนวยความสะดวกให้กับบรูคส์ทุกครั้งที่เขามาที่นี่ ศรันยา ค้อมร่างบางภายใต้ชุดสาวออฟฟิศเต็มยศ ก่อนวางแฟ้มลงตรงหน้าชายหนุ่มนักบริหารที่หล่อเหลาจนเผลอมองทุกครั้ง
เห็นว่าท่านอยากดูแฟ้มคนที่มาสมัครงานเอง นี่ค่ะ ศรันยาเอ่ยกับเขาเป็นภาษาไทย ด้วยรู้ว่าชายหนุ่มมักสนทนาเป็นภาษาไทยกับลูกน้องซึ่งเป็นคนไทยมากกว่าภาษาต่างประเทศ
เขาพยักหน้ารับรู้ ใบหน้าเรียวยาวได้รูปจ้องมองเลขานุการสาวหน้าหวานที่ทอดสายตาให้เขาแว่บหนึ่ง เธอวางแฟ้มผู้สมัครใหม่ลงบนโต๊ะทำงานกว้างก่อนก้าวถอยออกไปตามมารยาท งานพวกนี้ให้ฝ่ายบุคคลดูก็ได้แต่บรูคส์กลับเลือกที่จะตรวจเอกสารพวกนี้เอง
บริษัทเวลล์ เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น เปิดรับพนักงานใหม่หลายอัตราเพราะกำลังอยู่ในช่วงขยายงาน ทั้งฝ่ายบัญชี นักวิจัย และโฆษณาการตลาด ผู้สมัครล้วนเป็นบัณฑิตใหม่กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ เขาเปิดเอกสารพวกนั้นผ่านๆ ในช่วงแรกแล้วค่อยเจาะลึกลงในใบสมัครกับประวัติที่น่าสนใจทีละคน
ใบสมัครหนึ่งในนั้นเป็นของ นางสาวณัฐมณ บริบูรณ์วัฒน์
ด้วยประวัติการศึกษาของหญิงสาวค่อนข้างดี จบจากมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีชื่อแห่งหนึ่งพร้อมเกียรตินิยมอันดับสองมาหมาดๆ ในเอกสารระบุว่าเธอยังไม่ได้รับปริญญาบัตร บรูคส์ปิดแฟ้มที่คาอยู่ในมือเมื่อหญิงสาวคนเดิมเข้ามาแจ้งว่าอชิระมาที่เวลล์ ต้องแปลกใจเพราะชายหนุ่มหมกตัวอยู่ที่คอนโดมาเกือบอาทิตย์แล้ว คงได้ฤกษ์ออกมาเปิดหูเปิดตาสักที
ยังไม่ทันขาดคำร่างสูงใหญ่ของวัชระก็เดินเร็วนำเข้ามา ตามด้วยชิน น้องชายเจ้าปัญหา
ไง พี่ชายทักทายน้องชาย หลิ่วเรียวตาสีอำพันมองคนที่พรวดพราดเข้ามาแล้วไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟารับแขกกระแทกกระทั้น ส่วนวัชระก้าวไปหยุดยืนสงบที่หลังห้องคอยดูสถานการณ์ ตามคำสั่งของผู้เป็นนายใหญ่สั่งให้ติดตามอชิระไม่ห่างเขาก็ต้องทำตามนั้น
ผมอยากกลับอเมริกา เสียงห้วนห้าวบอกความต้องการชัดเจน เรียวตาสีเทาเข้มบ่งบอกอารมณ์ขุ่นมัว
งานพี่ยังไม่เสร็จ เดี๋ยวนายได้กลับแน่ๆ ชิน บรูคส์เอ่ยอย่างใจเย็น
แต่ผมไม่อยากรอ มาครั้งนี้เป็นการประชุมบอร์ดของเวลล์ ผมไม่ต้องเข้าก็ยังได้ ให้ผมกลับก่อนเถอะ
ปลายเสียงแข็งๆ จบลงที่อ้อนวอน แต่บรูคส์ส่ายหน้าไปมา รู้ดีว่าอชิระมีเหตุผลซึ่งก็คงไม่พ้นเรื่องของเมย่า เขาเองได้ข่าวการหมั้นของหญิงสาว ไม่แน่ข่าวร้อนๆ นี้อาจไปเข้าหูชินเข้าแล้ว
ผมต้องการกลับไปก่อนที่เมย่าจะหมั้น ต้องไปเปลี่ยนใจเขาให้ได้ เสียงนั้นแน่นหนัก
ร้อนอะไรไม่เท่าร้อนใจว่าคนรักของตนจะกลายไปเป็นของคนอื่น บรูคส์ยังคงส่งแววตานิ่งๆ มองน้องชาย หากปล่อยให้เขากลับไปตอนนี้ก็เหมือนส่งอชิระไปโดนทำร้าย หากโผล่เข้าไปในงานของคาโอลกับเมย่า ชายหนุ่มคงสะบักสะบอมด้วยมือเท้าของบรรดาบอดี้การ์ดร่างยักษ์ของเมสัน ไม่มีทาง!
คนเป็นพี่ส่ายหน้าอีกครั้ง นัยน์ตาสีสวยแต่นิ่งขรึมเวลานี้ยืนยันว่าไม่อาจตามใจอชิระได้
นายก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ ชินนายต้องทำความเข้าใจบ้าง นายกับพี่ต้องกลับพร้อมกัน
เฮอะ เสียงนั้นขึ้นจมูก
แววตาขุ่นข้องภายใต้แถบคิ้วที่พาดเฉียงขมวดยุก รู้ว่าแววตาแบบนั้นของพี่ชายหมายถึงไม่ยอม ไม่ว่าเขาจะพูดซ้ำๆ หรืออ้อนวอนเท่าไหร่ก็ตาม คนที่หมดความอดทนก่อนเพราะวัยหนุ่มเลือดร้อนผุดลุกขึ้น แล้วก็ต้องตวัดสายตาดุกราดใส่วัชระเมื่อเขากำลังจะก้าวตาม
หยุดตามเสียที รำคาญ!” คำสั่งกร้าวๆ ดังขึ้น วัชระหลุบสายตาลงต่ำเบือนมองไปทางบรูคส์แทน ก็เห็นว่าเขาพยักหน้าว่าไม่ต้องตามอชิระไป ร่างสูงใหญ่จึงทิ้งระยะห่างให้คนขี้หงุดหงิดก้าวออกไปจากห้องนั้นตามลำพัง
วัช นายตามไปห่างๆ ก็แล้วกัน คงไม่มีอะไรหรอก บรูคส์สั่งแล้วละสายตากลับ คิดจะทำงานต่อ
เขาเชื่อว่าวันหนึ่งอชิระจะทำใจได้อย่างแน่นอน ต่อให้ต้องใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปีก็ตาม คนบางคนรักง่าย ลืมง่าย ส่วนคนบางคนจำฝังใจ ฝังรากหยั่งลึก น้องชายของเขาเป็นอย่างหลัง
ร่างสูงใหญ่ก้าวพรวดๆ ออกไปพ้นห้องทำงานของบรูคส์ พาตัวเองเข้าไปในลิฟท์ด้วยอารมณ์ราวพายุโหมก่อนจะออกไปจากตัวอาคารรโหฐาน มือหนาโบกเรียกรถแท๊กซี่ จะไปไหนยังไม่รู้ แต่ขอให้พ้นไปจากตรงนี้เป็นพอ ในขณะที่วัชระรีบติดต่อปราบกับยิ่งใหญ่ให้ขับรถติดตามเจ้านายคนรองไปห่างๆ เสียงทอดถอนใจของบรูคส์ลอดดัง เขาสบตาหัวหน้าบอดี้การ์ดก่อนจัดแจงหัวสมองให้พร้อมเข้าประชุมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
 
อชิระนั่งอยู่ที่เบาะหลังของรถแท๊กซี่สีเขียวเหลือง ซึ่งขับวนไปเวียนมาผ่านจุดเดิมซ้ำๆ หลายรอบ ไม่ใช่เพราะโดนหลอกแต่เขาต้องการอย่างนั้น ฆ่าเวลาด้วยการนั่งชมเมืองไปเรื่อยๆ เริ่มตั้งแต่แถวถนนวิทยุไปจบที่สนามหลวง ทั้งหมดก็เพื่อคลายความหงุดหงิด แล้วสารถีก็เหลือบมามองเขาด้วยความสงสัย ชายสูงวัยใบหน้าอวบอูมค่อนข้างคล้ำเพราะกร้านแดดหันมาประสานสายตากับผู้โดยสารหนุ่มก่อนผงกศีรษะน้อยๆ เอ่ยรบกวนเวลาส่วนตัวของเขา  
เอ้อ คุณจะลงตรงไหนครับ?” เพราะอชิระเลือกนั่งรถแท๊กซี่ที่ติดป้ายบอกว่าคนขับพูดภาษาอังกฤษได้ เขาจึงได้ยินชายคนนั้นเอ่ยถามด้วยสำเนียงแปลกๆ แต่ก็ฟังออกว่าพูดอะไร
ยังไม่รู้เลย คุณจะให้ผมลงเหรอ?” เขาถาม รู้ว่าตัวเองอยู่ในรถคันนี้เกือบสามชั่วโมงแล้ว อีกฝ่ายส่ายหน้าไปมา  
เปล่าหรอกครับ ผมเห็นว่าเราขับไปเรื่อยๆ นานแล้ว เผื่อว่าคุณมีที่ๆ อยากไป ผมจะไปส่ง
อืม ที่ๆ อยากไปไม่มีหรอก แต่อยากลงเดินเล่นที่นี่อยู่เหมือนกัน อชิระบอกเมื่อมองไปเบื้องหน้า
สถานที่โล่งกว้างเต็มไปด้วยผู้คนเดินบ้าง นั่งบ้าง แล้วยังมีแนวกำแพงยาวเหยียดเต็มสายตา สิ่งก่อสร้างที่พอรู้จักในนามพระบรมมหาราชวังตั้งเด่นตง่านอยู่ภายในแนวกำแพงนั้น
อ่ะครับ นั่นวัดพระแก้ว คุณจะเข้าไปชมก็ได้นะครับ ฝั่งขวามือเป็นมหาวิทยาลัยเก่าชื่อศิลปากร ละแวกนี้วัดเยอะครับ หรือจะข้ามเรือไปฝั่งนู้นก็ได้จะเจออีกวัดหนึ่ง ชื่อวัดระฆัง
ไกด์จำเป็นในคราบโชเฟอร์เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม เข้าใจว่าเขาเป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง อชิระพยักหน้ารับรู้นึกสนุกขึ้นมากับคำบอกเล่านั้น เขาหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันสามใบยื่นส่งให้คนที่นั่งอยู่ที่เบาะหน้า
งั้นวันนี้ผมเหมาทั้งวัน พาไปเที่ยวตามที่ๆ เพิ่งพูดไปเมื่อกี้ทั้งหมด
ได้ครับคุณ ชายสูงวัยยินดีอย่างที่สุด นานๆ จะโชคดีเจอผู้โดยสารใจป้ำแบบเขา
 
                ร่างบอบบางที่กำลังพะรุงพะรังด้วยเป้หนึ่งใบ กับถุงพลาสติกใส่อาหารกับผลไม้อีกสี่ห้าถุงยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อเม็ดใหญ่ที่ผุดพรายพราวดวงหน้า ท่าทีงกเงิ่นเพราะไม่มีมือเหลือพอจะหยิบโทรศัพท์มือถือซึ่งอยู่ก้นเป้ขึ้นมารับได้ เธอหยุดเดินมองซ้ายมองขวาก่อนจะวางข้าวของที่ขนซื้อไปฝากคนปลายทางลงที่หน้าร้านสะดวกซื้อ รับสายของเกษราที่โทรตามเธอจนได้
ฮื่อ ปิ่น กำลังจะข้ามฟากแล้ว ณัฐมณบอกเพื่อนสาว
นึกว่าแกตกเรือซะอีก เดี๋ยวฉันออกไปรอรับเน็ทที่ท่าเรือล่ะกัน
เกษราบอก นึกเป็นห่วงเพราะเลยเวลานัดมาครึ่งชั่วโมงแล้ว คนที่นัดก็ยังไม่มา
อืมได้ เดี๋ยวเจอกัน หญิงสาววางสายแล้วออกเดินต่อไปบนทางเท้า
ดวงตากลมโตยังคงกวาดมองร้านขนมรายทาง อยากซื้อนู่นซื้อนี่ไม่หยุด ที่หมาย คือ ท่าพระจันทร์ ท่าเรือซึ่งอยู่ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยที่เธอจบการศึกษาไปหมาดๆ แถวนี้หญิงสาวคุ้นเคย กลับมาครั้งใดเป็นต้องแวะไปซื้ออาหารกับขนมที่คุ้นลิ้น ของที่เธอขนซื้อจึงหลากหลายอย่างๆ ที่เห็น วันนี้ณัฐมณนัดแนะมาที่คอนโดของเกษราซึ่งตั้งอยู่ฝั่งธนบุรี อีกฝั่งหนึ่งของท่าน้ำ เธอต้องนั่งเรือข้ามฟากไปแล้วต่อรถสามล้ออีกทอดหนึ่ง
คนที่กำลังเดินดุ่มๆ ไม่ได้เห็นภาพที่ปรากฎเบื้องหน้าตรงทางเข้าประตูมหาวิทยาลัย หากแต่อีกฝ่ายมองเห็นเธอชัดเจน
อคราชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นอดีตแฟนสาว เขาเหลือบมองร่างอ้อนแอ้นในชุดนักศึกษาเอี่ยมอ่องข้างกาย เพราะเธอเป็นรุ่นน้องซึ่งอยู่ปีหนึ่ง เรียวเท้าเล็กๆ ก้าวเร็วเพราะอากาศร้อนอบอ้าว ของในมือก็หนักเธอจึงไม่ได้สนใจอะไรรอบตัวนัก แต่อครากลับก้าวมาดักหน้า
ดวงหน้าแดงๆ เงยขึ้นสบอึ้งไปพอสมควร คนที่เข้ามาทักทายนี่สิ มีจุดประสงค์อะไร?
เน็ท
อั๊ต!” ชื่อของอคราหลุดผ่านริมฝีปากอิ่มนุ่มที่เวลานี้ออกสีระเรื่อเพราะอุณหภูมิร้อนๆ ดวงตากลมโตเหลือบมองคู่ควงคนใหม่ของเขาแล้วส่งยิ้มบางตามมารยาท แม้จะตกใจไม่น้อยก็ตาม อคราเป็นอย่างนี้เสมอ ควงใครอย่างเปิดเผยกระทั่งตอนที่ยังคบหากับเธออยู่
จะไปไหนเหรอ?” เขาถามปกติ เธอจึงมองและตอบเขาอย่างปกติเช่นกัน
ไปหาปิ่นน่ะ นัดกันไว้ อคราพยักหน้ารับรู้ อาการที่แสดงออกไม่ผิดเพี้ยนไปจากที่เคย ความเป็นเพื่อนยังคงอยู่เสียแต่ณัฐมณต่างหากที่ยังรู้สึกแปลกปร่าในใจเล็กน้อยเมื่อพบเขากับคนอื่น บางทีตะกอนในใจยังกวนให้ขุ่นได้ ราวกับยังเหลือฝุ่นผงเดิมๆ ที่ทับหนาในใจ
อ้อ อครารับรู้ ขยาดอยู่หน่อยๆ เมื่อได้ชื่อของเกษรา เพื่อนสาวอีกคนในกลุ่มที่เป็นไม้เบื่อไม้เมามาตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่ โดยเฉพาะปัจจุบันนี่ถือว่าเป็นคู่อาฆาตไปแล้วตั้งแต่เขาเลิกรากับณัฐมณ
เอ้อ สายแล้ว งั้นเราไปก่อนล่ะ ณัฐมณขอตัวจากการสนทนาที่ไม่ควรต้องมี ไม่ควรต้องเห็น
เด็กสาวข้างกายเขามองเธอด้วยสายตาแปลกๆ แม้ว่าอคราจะยังโอบเอวของร่างบางนั้นไว้ แต่สายตาของเขากลับทอดมองหญิงสาวตรงหน้ามากกว่า
อืม แล้วเราจะโทรไปหานะ เขาทิ้งท้าย อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้อคราพูดอย่างนั้น ณัฐมณพยักหน้ารับงุนงงไปชั่วขณะ
มีอะไรต้องพูดคุยอีกล่ะ ในเมื่อทุกอย่างเคลียร์ไปจนหมดแล้ว
ร่างโปร่งเพรียวผละเดินออกห่างจากคนทั้งคู่ มุ่งตรงไปยังท่าน้ำ ไม่อยากฟุ้งซ่าน และไม่อยากให้เกษราต้องรอนานไปกว่านี้
อครายังมองตามณัฐมณไป ความรู้สึกบางอย่างตีย้อนขึ้นมาให้เขาเสียดายเพื่อนสาวคนนี้ เพื่อนที่ครั้งหนึ่งเป็นคนรัก เขาชอบเธอ ความรู้สึกไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้เป็นนิสัยของเขาต่างหาก เมื่อณัฐมณทนไม่ได้ทุกอย่างเลยต้องจบ แต่ถ้าถามใจจริงๆ แล้วเขายังอยากคบหากับเธออยู่ดี อคราตีความความรู้สึกนี้ไม่ได้ว่าคืออะไร แค่เสียดายหรือว่าชอบณัฐมณจริงๆ 

ลมหายใจทอดแผ่ว ก่อนเจ้าของดวงหน้าขาวนวลที่โดนไอแดดไล้จนออกสีระเรื่อจะสูดลมหายใจแรงๆ เข้าปอดอีกครั้ง การกระทำที่ว่านี้คล้ายกับการเรียกหากำลังใจให้ตนเอง เป็นโชคร้ายครั้งที่เท่าไหร่กันที่ณัฐมณบังเอิญมาพบอครากับผู้หญิงคนอื่น แล้ววันนี้ก็เป็นคู่ควงคนใหม่คนเขา เจ็บลึกในห้วงหัวใจแต่แล้วก็ชาเฉยไปประเดี๋ยวนั้นเช่นกัน ศีรษะเล็กภายใต้เรือนผมนุ่มสลวยถูกสลัดเบาๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่ถาโถมเข้าใส่
เรือที่แล่นอยู่กลางลำน้ำเจ้าพระยาเคลื่อนเข้าฝั่งจอดเทียบโป๊ะซึ่งโคลงเคลงเพราะแรงน้ำช้าเนิบ แต่ผู้โดยสารที่รอท่าใจร้อนกว่าต่างกรูกันตรงไปที่กาบเรือแล้วกระโดดข้ามร่องน้ำเมื่อสายน้ำกระเพื่อมไหวจนลำเรือห่างออกไป คนที่พะรุงพะรังด้วยข้าวของยืนเก้ๆ กังๆ รอจังหวะจะก้าวขึ้นเรือบ้าง แต่แล้วก็ถูกชนจนเสียหลัก ณัฐมณซวนเซก่อนถุงผลไม้ในมือจะหลุดร่วง อารามตกใจร่างบางเอื้อมคว้าไปกลางอากาศทั้งที่อยู่ริมน้ำ
เฮ้ย!” นั่นไม่ใช่เสียงของณัฐมณเพราะห้าวห้วนกว่ามาก
ยังไม่ทันได้เห็นเจ้าของเสียง เอวคอดบางก็ถูกคว้าไว้ด้วยท่อนแขนกำยำซึ่งไม่ต้องเห็นตัวก็รู้ว่าเป็นผู้ชาย ณัฐมณหวีดร้องเพราะเกือบจะหล่นตูมลงไปในน้ำซึ่งกำลังไหลเชี่ยวอยู่แล้ว ดวงกลมโตเบิกกว้างผ่อนลมหายใจแทบไม่ทัน เรียวขาเพรียวยาวก้าวถอยออกห่างริมโป๊ะแผ่นหลังบางกระทบแรงๆ เข้ากับแผ่นอกหนาของใครคนหนึ่งซึ่งอยู่เบื้องหลังเธอ ณัฐมณหายใจหอบๆ ราวกับวิ่งมาเป็นกิโล
เกือบไปแล้วณัฐมณ...ต้องกลัวจับใจเพราะเธอว่ายน้ำไม่เป็น
ข ขอบคุณค่ะ น้ำเสียงหวานสั่นเครือ
เธอหันหน้ากลับไปมองคนที่ยังคงเกาะเกี่ยวท่อนแขนไว้กับตัวเธอแน่น แล้วใบหน้ากับเรียวตาสีเข้มก็ปรากฎชัดแก่สายตา อชิระ ผู้ชายสติฟั่นเฟือนที่สนามบินคนนั้น คนที่เคยแล้งน้ำใจใส่เธอ
อชิระส่ายหน้าไปมาทำนองระอากับแววตา ท่าทางของคนในอานัติเมื่อเธอขมวดเรียวคิ้วโค้งสวย จ้องมองเขานิ่งนานราวกับไม่เคยเห็น จะไม่ให้แปลกใจได้อย่างไรในเมื่อวันก่อนเขาทำเหมือนไม่เห็นว่าเธอมีตัวตน ไม่แม้แต่จะชายตามองแต่วันนี้กลับเข้ามาช่วยเอาไว้ คนถูกมองรู้สึกขัดใจเขาพึมพำอะไรสักอย่างในลำคอที่จับความไม่ได้ ก่อนจะปล่อยร่างโปร่งบางในอ้อนแขนให้เป็นอิสระ
ขอบคุณค่ะ คุณอชิระ
หญิงสาวเอ่ยอีกครั้งเมื่อรู้สึกตัวว่าเสียมารยาทไปจ้องมองเขาแบบนั้น เวลานี้เธอเชื่อแน่ว่าเขาคือชายหนุ่มที่พบกันที่แม่ฮ่องสอน ร่างสูงใหญ่ผละออกห่าง ส่งแววตานิ่งเรียบมองตอบ ไม่มีทีท่าว่ารู้จักเธอมาก่อนอีกครั้ง
อีกแล้ว...ที่เธอถูกเมินใส่ ผู้ชายคนนี้นี่เป็นยังไงนะ?
ชายหนุ่มพยักหน้าส่งๆ กับคำขอบคุณก่อนกวาดมองรายละเอียดของหญิงสาวตั้งแต่รูปหน้า เรือนร่างบอบบาง เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ อชิระได้พบณัฐมณถึงสามครั้งแล้วล้วนบังเอิญทั้งสิ้น เมื่อไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดจากเขา ณัฐมณบอกตัวเองให้เชื่อว่านี่ไม่ใช่คนๆ เดียวกันแล้วเลิกสนใจ เธอหันไปมองเรือซึ่งกำลังจะแล่นออกจากท่า
รอด้วยค่ะ รอด้วย โธ่!” เสียงร้องเรียกแข่งกับเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเมื่อเรือเร่งความเร็วมุ่งสู่กลางลำน้ำ แล้วเธอก็พลาดจนได้ ต้องรออีกตั้งสิบนาทีเรือลำใหม่จึงเทียบท่า ณัฐมณหันกลับไปอีกครั้งก็ไม่เห็นชายหนุ่มคนนั้นแล้ว
เกษราที่มารอรับที่ท่าน้ำถึงกับทำหน้ายุ่งเพราะณัฐมณช้าไปมาก กว่าที่เพื่อนสาวคาดคะเน แล้วสาวร่างท้วมก็ตรงเข้ามาช่วยหยิบถุงออกไปจากมือบางพร้อมกับบ่นไปด้วย ที่บ่นก็เพราะเป็นห่วงเกรงว่าจะตกน้ำตกท่า รู้ปูมหลังอยู่ว่าณัฐมณไม่ถูกกับการเดินทางทางน้ำนัก หญิงสาวว่ายน้ำไม่เป็น เม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนดวงหน้าเล็กกับหน้าผากกลมมนทำให้เกษราส่ายหน้าไปมา ณัฐมณเลือกที่จะทำตัวให้ลำบากอยู่เสมอ ถ้าเลือกนั่งแท๊กซี่ไม่ใช่นั่งเรือข้ามฟากคงจะถึงนานแล้วแถมยังสะดวกสบายอีก แต่เพื่อนของเธอก็เป็นเสียอย่างนี้
กว่าจะมาถึง ฉันนึกว่าเน็ทโดนคนฉุดกลางทางซะแล้ว ยิ่งสวยๆ อยู่ด้วย เพื่อนสาวเย้าแหย่ อีกฝ่ายยิ้มบางเมื่อโดนแซว
คงมีคนอยากฉุดหรอก เธอต่อคำ
ไปกันเถอะ ร้อนจนจะเป็นลมแล้วนี่ เกษราเป็นคนพูด พร้อมกับฉุดรั้งร่างบางให้เดินขึ้นฝั่ง
 
มีบริษัทไหนตอบรับมาบ้างหรือยังน่ะเน็ท คนถูกถามส่ายหน้า
ปากได้รูปเคี้ยวขนมสาคูไส้หมูอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากเสียพลังงานไปเยอะทั้งการช้อปปิ้ง และนั่งเรือข้ามฟาก รวมถึงเกือบเกิดอุบัติเหตุนั่นด้วย ขณะนี้หญิงสาวเพื่อนซี้มาถึงคอนโดของเกษราซึ่งตั้งอยู่ริมถนนอรุณอัมรินทร์เรียบร้อย
ห้องหับของเกษราแลดูคุ้นตาเพราะณัฐมณเคยมาค้างบ่อยๆ เวลาใกล้สอบ เพื่อลดช่วงเวลาในการเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับมหาวิทยาลัยที่อยู่คนละฝั่งเมือง คอนโดที่คุณแก้วซื้อขาดไว้ให้ลูกสาวลูกชายได้อาศัยตอนเรียนมหาวิทยาลัยถูกเกษรายึดไว้โดยชอบธรรมเมื่อกรณ์จบการศึกษาแล้วกลับไปอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ยังเลย มีสองบริษัทที่เรียกไปสัมภาษณ์แล้วก็เงียบกริบ แต่ยังไม่ท้อหรอกนี่เพิ่งเริ่มต้นเอง เดี๋ยวก็ได้สักที่เองนั่นแหละ
ณัฐมณบอก กำลังใจยังเต็มเปี่ยมจนเกษราอดยิ้มไม่ได้ เรื่องมองโลกในแง่ดียกให้ณัฐมณไว้ก่อน แต่ยังมีบางเรื่องที่เพื่อนสาวต้องกังวลอย่างเรื่องของณฐิกา พี่สาวเจ้าอารมณ์ของณัฐมณ
จะโดนบังคับให้ไปทำงานกับพี่แนทอย่างที่เน็ทเคยเล่าไหม?”
ก็ถ้านานไปแล้วฉันหางานไม่ได้ ก็มีสิทธิ์นะ แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก บอกแล้วว่านั่นเป็นที่สุดท้ายที่เน็ทจะทำ ณัฐมณเอ่ยมาดมั่น
คุณนุชนาถ มารดาเคยออกปากให้ลูกสาวคนเล็กเข้าไปทำงานกับลูกสาวคนโต ณัฐมณหลีกเลี่ยงมาตลอดเพราะต้องการพิสูจน์และหาโอกาสให้ตัวเองก่อนที่จะกลับไปตายรังที่บริษัทเอ็นทีเอส เท็กซ์ไทล์ ที่ครอบครัวของเธอเป็นผู้ก่อตั้ง หญิงสาวขอต่อรองกับมารดาไปแล้วว่าขอทำงานอย่างที่ร่ำเรียนมาสามปี แล้วเธอจะยินยอมกลับไปเป็นผู้ช่วยณฐิกาซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารใหญ่
คุณแม่สัญญาแล้ว ฉันมีเวลาสามปีเป็นอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ คนพูดมีแววตามุ่งมั่น เพราะวาดฝันไว้เยอะ
อืม สามปี ไม่มากไม่มาย แต่ถ้าแกหางานไม่ได้จริงๆ ฉันมีที่หนึ่งจะเสนอน่ะ บ้านริมปายต้องการผู้จัดการไปช่วยพี่กรณ์อ่ะ
เกษราพูดยิ้มๆ แค่ข้ออ้างที่จะพาเพื่อนสาวไปอยู่ใกล้ชิดพี่ชายของเธอ อุบายตื้นๆ พาให้คนฟังหัวเราะคิก ณัฐมณคิดว่ากรณ์คนเดียวก็ดูแลเกสท์เฮ้าส์นั่นได้สบายอยู่แล้ว ไม่มีทางที่เขาจะต้องการผู้ช่วยหรอก  
โอย จะมาจ้างเน็ทให้เปลืองทำไมล่ะปิ่น อย่ามามั่วเลย นี่พูดเองเออเองใช่ไหม ไม่ใช่พี่กรณ์หรอก ณัฐมณชี้หน้าเพื่อนรัก หลิ่วตารอจับไต๋เกษราอมยิ้มดวงตาระรื่นใส่ หากรอให้พี่ชายเธอเอ่ยปากป่านนั้นเพื่อนรักคงมีคนรักไม่ก็แต่งงานไปแล้วด้วยซ้ำ ก็ไม่รู้จะอิดออดเก็บคำพูดคำจาไว้ทำไม  
แหม ฉันก็แค่พูดให้พี่กรณ์เขาน่ะ อย่ามาทำเป็นไม่รุ้ว่าพี่ชายฉันคิดกับแกยังไงเลย
จะให้รู้อะไรล่ะปิ่น เลอะเทอะใหญ่แล้ว
ณัฐมณปัดมือเล็กของเกษราที่ชี้หน้าเธอบ้าง เสไปเรื่องอื่น ผิวแก้มเห่อแดงเพราะเข้าใจที่เกษราพยายามสื่อสารทุกถ้อยคำ แต่สำหรับเธอกับกรณ์นั้นยังไม่ถึงขั้นนั้น ก็แค่รู้สึกดีในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของเขา เธอรักและเคารพกรณ์ในฐานะพี่ชายของเพื่อนรักเท่านั้น  
แต่ภาพของชายหนุ่มอีกคนนี่สิ ทำไมช่างแตกต่าง ไม่ต้องใช้เวลาเนิ่นนานบ่มเพาะแต่กลับทำให้รู้สึกแปลกๆ ได้มากกว่าทั้งที่ไม่ต้องพยายามตีความ อาจเป็นเพราะความไม่เข้าใจ ความสงสัยที่ยังคั่งค้างกระมัง ภาพของอชิระจึงยังติดตา
หญิงสาวไม่อาจปัดความฉงน สนใจว่าเขาจะเป็นคนๆ เดียวกันไหมออกไปได้ ใจซีกหนึ่งคัดค้านว่าใช่ เพราะคงไม่มีใครเกิดมามีบล็อคหน้าเดียวกัน แถมยังหล่อเหลาเข้าขั้นเทพบุตรอย่างนั้นหลายๆ ก๊อบปี้หรอก ณัฐมณพยายามเลิกใส่ใจเรื่องราวของชายหนุ่มซึ่งพบโดยบังเอิญครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่อาจทำได้ทั้งที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย
แล้ววันนี้ก็ทำให้รู้ว่าความบังเอิญเล่นตลกกับเธอ แล้วจะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกไหม ความคิดแหวกวนในห้วงคิดราวกับรอคอย...

บ้านบริบูรณ์วัฒน์
สีหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวลงจากรถแท๊กซี่ไม่สู้ดีนัก เมื่อเหลือบไปเห็นรถซีดานคันหรูสีซิลเวอร์จอดนิ่งสนิทอยู่ในโรงจอดรถ นั่นหมายความว่า ณฐิกา ลูกสาวคนโตของบ้านกลับมาแล้ว ร่างโปร่งบางเดินเร็วๆ หมายจะผ่านหน้าคุณนุชนาถกับณฐิกาซึ่งนั่งอยู่ในห้องรับแขกไปแบบไร้ร่องลอย อยากให้บุคคลทั้งสองเห็นเธอเป็นอากาศธาตุ แต่คำขอร้องนั้นไม่เป็นผลเมื่อเสียงหวานแต่ห้วนที่ปลายเสียงเอ่ยทัก ญฐิกาชะงักฝีเท้าณัฐมณเอาไว้เสียก่อน
เพิ่งกลับมารึยัยเน็ท มานั่งคุยกันก่อนสิ คำทักทายพื้นๆ เรียบๆ เอ่ยขึ้น แต่ณัฐมณรู้สึกเย็นเยียบราวถูกสั่ง เธอพาร่างบางเดินทื่อๆ ไปนั่งลงข้างมารดา ลอบผ่อนลมหายใจให้เบาบางอย่างที่สุดก่อนสบตาคนเป็นพี่
ไปไหนมาน่ะยัยเน็ท กลับซะดึกดื่น มารดาเอ่ยถาม พลางหันไปมองดวงหน้าลูกสาวคนเล็กที่ดูจะรื้นเหงื่อ และอ่อนเพลีย
ไปหาปิ่นมาค่ะ เอ่อ คุณแม่กับพี่แนทมีอะไรหรือเปล่าคะ คือเน็ทรู้สึกเพลียๆ น่ะค่ะอยากจะขอตัวไปพักผ่อน บอกอ้อมแอ้ม ไม่ยอมสบตาใครสักคน ณฐิกามองน้องสาวขัดใจอาการหลบเลี่ยงการพูดคุยกับคนในครอบครัว
มีสิ ถ้าไม่มีพี่กับคุณแม่จะนั่งรอเราหรือยัยเน็ท เรื่องงานที่บริษัทน่ะพี่อยากถามว่าเราจะมาช่วยพี่เมื่อไหร่?”
คนถูกถามอื้ออึงเมื่อถูกดึงเข้าประเด็น ณัฐมณหันไปทางคุณนุชนาถทันที ซึ่งผู้เป็นมารดาน่าจะเป็นคนตอบคำถามเรื่องนี้ให้ณฐิการับรู้ได้เป็นอย่างดีที่สุด คนป้อนคำถามยังจ้องเขม็งคาดคั้นณัฐมณที่กำลังอึกอักพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนมารดา 
นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เธอจะไปช่วยกิจการของครอบครัว เป็นไปตามข้อตกลงที่เธอขอกับมารดาเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเรียนจบแล้ว ณฐิกาอาจไม่รู้เรื่องนี้แต่แล้วคุณนุชนาถกลับนิ่งเงียบปล่อยลูกสาวคนโตคาดคั้นคนเป็นน้องทางแววตา ณัฐมณอึดอัดไม่มีทางออกอื่นหรือมารดาจะคืนคำ
คุณแม่คะที่เน็ทเคยขอเอาไว้ล่ะคะ ณัฐมณทวงถาม
มารดาซึ่งมีสีหน้าอึดอัดใจพักใหญ่ นางเหลือบมองณัฐมณแล้วมองณฐิกาอีกที หัวใจโอนเอนไปหาลูกสาวคนโตมากกว่าคนน้องมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว คุณนุชนาถจึงไม่ใช่ตัวช่วย
แม่ไม่ลืมเรื่องนั้นหรอกนะเน็ท แต่เวลานี้พี่เขาลำบากจริงๆ เลขาฯ ก็มาลาออกแม่คิดว่าเน็ทน่าจะมาช่วยพี่เขาก่อน ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น
คุณแม่คะ!” เธออุทาน
ไม่คิดว่ามารดาจะมากลับคำเพราะความต้องการของณฐิกาเพียงคนเดียว ณัฐมณจ้องมองดวงตาที่หลุบลงต่ำของมารดา สุดท้ายคนเป็นแม่ก็ยกเลิกเรื่องราวที่เคยสัญญากับเธอง่ายดาย  
แล้วอิสรภาพเป็นเวลาสามปีของเธอเล่า มันจะหายไปใช่ไหม? สิ่งนั้นไม่มีคุณค่าพอที่จะต่อรองอะไรเลยหรือ...
แม่ขอล่ะยัยเน็ท ช่วยพี่เขาสักครั้ง คนที่นั่งเชิดดวงหน้าใส่ณัฐมณแค่รอคอยว่าเธอจะตอบตกลงเมื่อไหร่ เพราะเวลานี้มารดาจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ ณัฐมณกลับส่ายหน้าช้าๆ
เน็ทขอเวลาเหมือนกันค่ะ คุณแม่ให้สัญญากับเน็ทแล้ว เน็ทมีสิทธิ์ที่จะทำงานที่ไหนก็ได้ก่อนกลับมาช่วยพี่แนท ขอให้เน็ทได้ทำอย่างนั้นเถอะค่ะ คนซึ่งด้อยสิทธิ์มากที่สุด ณ ที่นี้เอ่ยขอ แทบจะเป็นขอร้อง ใบหน้างดงามของณฐิกาหงิกงอเมื่อไม่ได้ดังใจ
เห็นแก่ตัว พี่เชื้อเดือดร้อน แกก็ยังเห็นแก่ความสบาย ความพอใจส่วนตัวอีกหรือยัยเน็ท ทำไมถึงได้รังเกียจงานที่บริษัทนัก
เน็ทไม่ได้คิดอย่างนั้นนะคะ ปฏิเสธเสียงเบา คุณนุชนาถส่ายหน้าไปมาเมื่อเกิดสงครามย่อมๆ ระหว่างพี่กับน้อง คนพี่เอาแต่ใจและใจร้อน ส่วนคนน้องหัวรั้นและไม่ยอมใครง่ายๆ
เน็ทแค่ขอสัญญาที่คุณแม่เคยให้ ครบสามปีเน็ทจะกลับมาทำงานให้พี่แนทแน่นอน แต่ตอนนี้เราต่างคนต่างไปเถอะค่ะ ณัฐมณพูด พร้อมกับผุดลุกขึ้น
นิสัยถือดีเป็นแบบที่บิดาเคยเป็น ลูกสาวคนเล็กเชิดดวงหน้าขึ้นเช่นกัน คุณนุชนาถสะบัดหน้าพรืดหนีเพราะทำให้ระลึกถึงสามีที่ไม่เคยลงรอยกันก็เพราะนิสัยแบบนี้ของเขา ณัฐมณรับมาเต็มๆ ทางสายเลือด เธอยึดถือคำมั่นสัญญาเป็นหลักใหญ่ ไม่ยอมถูกกดขี่ข่มเหงง่ายๆ โดยเฉพาะเพื่อพี่สาวคนนี้ที่ณัฐมณไม่เคยขัดใจ จะมีก็แค่ครั้งนี้เท่านั้น
ฉันให้เวลาแกแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้น ถ้าแกยังไม่ได้งานทำ แกจะต้องมาทำงานที่บริษัทโดยไม่มีข้อแม้ ณฐิกาเอ่ยเสียงกร้าว
คนฟังนิ่งอึ้งไป เธอเบือนใบหน้าไปมองมารดาร้องขอคำพูดไกล่เกลี่ยที่นางจะช่วยพูดได้ เมื่อจ้องดวงตาคู่นั้นก็เห็นเพียงแค่แสงวาบที่หม่นลงไม่มีการปกป้องจากคนเป็นแม่เพราะสิ่งที่ณฐิกาพูดถูกต้องทั้งหมด ไม่มีข้อบิดพริ้ว
วันที่สามสิบเอ็ดมีนาคม เป็นวันขีดเส้นตายสำหรับเธอ นี่มันเหลือเวลาแค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้นไม่ใช่หรือ...

แก้ไขคำผิดค่ะ
อัพครบแล้วจ้า มาดึกไปหน่อย โทษทีนะคะ
                                        ดาลัน   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #661 ยมฑูตน้อย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2552 / 08:44
    หนุกดีค่ะ
    #661
    0
  2. #551 กระปุกออม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 12:05
    อ่านกี่ทีก็เม้น
    #551
    0
  3. #56 กระปุกออม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 / 16:56
    เม้นให้กำลังใจจ้า อ่านรวดเดียวจบเลย อิอิ เลยเม้นให้ทีหลังไม่ว่ากันน้า สนุกมากค่ะๆๆๆๆๆ  และเป็นกำลังใจให้ค่ะ ตอนจบ รอน้า จะรอค่ะ
    #56
    0
  4. #55 a-mi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2552 / 17:23
    มารอตอนต่อไปค่ะ
    #55
    0
  5. #54 tea-w (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2552 / 23:09

    ตามมาอ่านค่ะ

    #54
    0
  6. #53 โพล่าแบร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2552 / 09:12
    สนุกดีค่ะ มาอัพอีกนะ
    #53
    0
  7. #52 โบว์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2552 / 00:12
    อ่านแล้วชอบๆๆๆค่ะ หนุกดี
    #52
    0