เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 7 : ความบังเอิญครั้งสุดท้าย < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    19 มิ.ย. 52

                เสียงผ่อนลมหายใจทอดยาวเมื่อณัฐมณพาตัวเองพ้นมาจากสถานการณ์บีบบังคับจากพี่สาว ผู้มีสิทธิ์ขาดมากที่สุดของบ้านบริบูรณ์วัฒน์ แม้จะคุ้นชินในความเอาแต่ใจ รวมไปถึงการประคบประหงมณฐิกาเกินพอดีจากมารดามาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก แต่ครั้งนี้ไม่อาจยอมรับเพราะเธอรู้สึกถึงความอยุติธรรมมากเกินไป เป้ผ้าที่ถูกสะพายติดตัวมาทั้งวันหลุดออกจากบ่าบางพร้อมกับการทรุดลงนั่งที่โซฟาตัวโปรดภายในห้องนอน
ท่าทีเหนื่อย...หัวใจ
เรียวตาคู่สวยชำเลืองมองผ่านไปยังกองจดหมายที่เด็กรับใช้นำมาวางไว้ให้บนโต๊ะกระจกกลาง ร่างโปร่งเพรียวผุดลุกขึ้นไปหยิบแล้วกลับมาทรุดนั่งลงที่เดิม ช่วงนี้มีจดหมายถึงเธอถี่กว่าปกติ บ้างก็เป็นจดหมายตีกลับปฏิเสธเรื่องงาน บ้างก็เป็นจดหมายตอบรับนัดสัมภาษณ์หากเป็นอย่างหลังหัวใจที่เหี่ยวแห้งเมื่อครู่ก็จะพองตัว
ซองยาวสีขาวถูกเจ้าของชื่อผู้รับเปิดออกอย่างร้อนรน เมื่อณัฐมณอ่านชื่อที่อยู่ผู้ส่ง มันส่งกลับมาจากบริษัทหนึ่งในบรรดาทั้งหมดที่เธอยื่นใบสมัครไปเมื่อไม่นานมานี้ ดวงตากลมโตสุกใสขึ้นชั่วแวบ ขอให้ใช่ด้วยเถิด...
                ซองจดหมายเล็กๆ กลายเป็นความหวังที่ยิ่งใหญ่ให้คนที่มีกำหนดเส้นตายอย่างเธอได้มีกำลังใจ
 
                ดวงหน้างดงามแต่งเคลือบด้วยเครื่องสำอางสีอ่อนบางโทนชมพู ส่งให้ใบหน้าสวยแลหวานซึ้งจนน่ามอง ณัฐมณแหงนเงยดวงหน้ามองตึกสูงตง่านเบื้องหน้าหลังจากก้าวลงจากรถแท๊กซี่ที่ริมฟุตปาธ ที่นี่เป็นตึกสำนักงานใหญ่โตกว่าที่เธอคิดไว้ เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ที่เธอร่อนใบสมัครไปจะเป็นโฮมออฟฟิศเสียมากกว่า แต่บริษัทเวลล์ เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น เป็นองค์การใหญ่ซึ่งใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ในตึกอิสราทาวเวอร์แทบจะทุกชั้น และที่นัดหมายคือชั้นสามสิบ
                ดิฉันมาสัมภาษณ์งานค่ะ นัดไว้ตอนเก้าโมงเช้า ณัฐมณเอ่ยบอกพนักงานสาวที่นั่งประจำเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่ชั้นล่างสุดด้วยท่าทีเป็นมิตร
ดวงหน้าเล็กที่แต่งแต้มเครื่องสำอางค่อนข้างเข้มแต่ก็แลดูสวยเก๋หันมาสบ เธอปิดตลับแป้งที่กำลังสำรวจความเรียบร้อยของใบหน้าก่อนมองตอบ มือบางพลิกเปิดสมุดโน้ตที่บันทึกรายชื่อผู้มาสัมภาษณ์งานในวันนี้ก่อนเผยยิ้มตามหน้าที่
                ลิฟท์อยู่ด้านขวามือค่ะ ขึ้นไปรอที่ชั้นสามสิบแล้วเดินเลี้ยวขวาไปสุดทางค่ะ จะมีพนักงานรอรับคุณอยู่ เธอบอก
                ขอบคุณค่ะ กล่าวพร้อมกับเดินผละไป
ณัฐมณยังถูกสายตาคู่นั้นมองตามเพราะสนใจใบหน้าสวยหวานของผู้มาใหม่ รูปร่างโปร่งเพรียวภายใต้ชุดสุภาพ เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนพอดีตัว กับกระโปรงสีกรมท่าทรงสอบสวมทับด้วยเสื้อสูทสีเดียวกัน เรือนผมยาวสลวยที่ปกติปล่อยระย้ากลางแผ่นหลังถูกรวบผูกขึ้นเรียบตึงเปิดดวงหน้าหวานให้โดดเด่น สะดุดสายตาคนมองทั้งหญิงชาย
ห้องรับรองเล็กเปิดออกให้ณัฐมณนั่งรอผู้มาสัมภาษณ์งานซึ่งน่าจะเป็นฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ภายในห้องนั้นจัดเป็นโต๊ะประชุมกระจกยาวสีชา จัดเรียงเก้าอี้หนังไว้หกตัวเหมาะที่จะใช้ประชุมย่อมๆ เวลาผ่านไปช้าเชื่อง การนั่งเงียบๆ เพื่อรอคอยสร้างความตื่นเต้นให้หญิงสาวไม่น้อย ความที่เพิ่งจบการศึกษาและยังไม่เคยทำงานที่ใดมาก่อน ที่เคยไปสัมภาษณ์ก็เป็นแค่บริษัทเล็กๆ ทำให้ณัฐมณวางตัวไม่ถูกกับสถานที่โอ่อ่า และธุรกิจระดับโลกอย่างนี้ แล้วความตื่นเต้นก็ต้องจบลงเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งที่ด้านนอกประตูไม้สีเข้ม
ร่างสูงโปร่งของบุคคลซึ่งไม่น่าจะใช่คนไทยแท้เพราะร่างนั้นใหญ่กว่ามาก ก้าวเต็มความสูงเข้ามาภายในห้องนั้น พลางทรุดลงนั่งตรงหน้าหญิงสาวแล้วสบตาเธอตรงๆ
ประหม่า! ณัฐมณเกิดอาการนั้นทันทีแต่ฝืนไว้ ด้วยการเอ่ยทักทายเป็นภาษาอังกฤษ
สวัสดี เขาเอ่ยตอบ
เจ้าของใบหน้าเรียวยาวคมคายมีเสน่ห์ลึกล้นดวงตาสีเหลืองอำพันมองสบผู้มารอก่อนแล้วยิ้มบางๆ ให้เธอ บรูคส์แนะนำตัวเองแล้วเริ่มสัมภาษณ์ โดยเริ่มจากคำถามพื้นๆ กับการขอให้หญิงสาวแนะนำตัวเอง เรียวตาที่ฉายชัดว่าฉลาดเป็นกรดของเขากวาดมองพินิจดวงหน้าสาวไทยตรงหน้าพอใจ ณัฐมณสวยกว่าในรูปที่ส่งแนบมากับใบสมัครมาก และไม่ใช่เพียงความสวยหวานของใบหน้า เธอยังมีพร้อมเรื่องการศึกษาความคิดอ่านฉลาดหลักแหลม เป็นที่น่าพอใจที่ผู้บริหารหนุ่มลงทุนพูดคุยด้วยตัวเอง แต่เขาต้องการความมั่นใจอีกสักนิดว่าเธอเหมาะกับคนที่นี่จริงๆ
คุณบอกว่ามีธุรกิจของครอบครัวต้องกลับไปทำ แล้วงานที่นี่ล่ะคุณจะทำมันแบบขอไปทีหรือเปล่า ในเมื่อจุดมุ่งหมายของคุณไม่ใช่ที่นี่ บริษัทของผมอาจเป็นแค่ทางผ่าน บรูคส์เอ่ยถามตรงๆ เรียวตาคมสีสวยหรี่มองหญิงสาวอย่างคาดคะเน ณัฐมณส่ายหน้าไปมา
ทุกที่ๆ ดิฉันสมัครงานเป็นเพราะดิฉันตั้งใจและอยากทำ ส่วนที่ต้องกลับไปช่วยธุรกิจของครองครัวนั่นต่างหากล่ะคะที่เป็นหน้าที่ ดิฉันไม่คิดทำอะไรผ่านๆ แน่นอนค่ะ ไม่ใช่แค่น้ำเสียงหนักแน่นแต่แววตาบนดวงหน้าขาวนวลจับตานั้นมั่นคง บรูคส์พยักหน้าน้อยๆ
แต่การทำงานกับเราต้องมีสัญญา คุณจะลาออกก่อนหนึ่งปีไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะต้องโดนปรับเป็นเงินห้าเท่าของเงินเดือน แล้วบริษัทของผมยังมีสาขาที่ต่างประเทศอีก เกิดจู่ๆ ต้องย้ายไปอยู่สาขาอื่นจะทำได้หรือเปล่าครับ ชายหนุ่มเอ่ยถาม ข้อนี้หญิงสาวนิ่งไปอึดใจ สัญญาหรือ...
แม้ว่าในใจกำลังสับสนว่าอย่างเธอน่ะหรือจะได้ทำงานที่นี่ อดที่จะลิงโลดไม่ได้แต่แล้วก็คิดว่าเขาอาจแค่ถาม...เท่านั้น ณัฐมณสมมุติในใจหากได้ทำจริงๆ เธอก็พร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มความสามารถที่มี ดวงหน้าเล็กจึงพยักพเยิด
ได้ค่ะ ดิฉันไม่มีปัญหาอะไร ณัฐมณตัดสินใจแล้วตอบกลับไปอย่างนั้น แค่หนึ่งปีกับการหาประสบการณ์ก็ยังดีถ้าจะมีโอกาส
อืม
บรูคส์ทำท่าคิด เรียวนิ้วยาวเคาะเบาๆ บนกรอบกระจกครุ่นคิด นัยน์ตาสีอำพันจ้องมองดวงตากลมโตสีดำสนิท เธอคนนี้มีความพร้อม แต่ภาวะกดดันหนักหนาหญิงสาวจะผ่านไปได้ไหม หากต้องเจอคนอย่างอชิระ
ตัวคุณกับประวัติการศึกษาน่าสนใจมาก แต่ผมยังไม่มั่นใจว่าคุณจะทำงานในตำแหน่งที่ผมคิดไว้ได้หรือไม่
คะ! ถ้าคุณไม่ให้โอกาส ดิฉันคงไม่มีวันได้แสดงให้คุณเห็นหรอกค่ะว่าดิฉันทำได้ไหม ณัฐมณพูดตอบกลับไป เธอต้องไขว่คว้าโอกาสใกล้มือที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกวิถีทางไม่ใช่หรือ ทั้งหมดก็เพื่อตัวเธอเองทั้งนั้น ขอให้ได้งานนี้เป็นพอ
การหนีออกห่างใครคนหนึ่ง กลับเป็นการขยับเข้าใกล้ภัยร้ายจากใครอีกคนโดยไม่รู้ตัว เวลานี้หญิงสาวอาจยินดีแต่วันหนึ่งข้างหน้าอาจไม่ใช่ถ้าได้หลงตกลงไปในวังวนมืดที่ก้าวออกมาไม่ได้อีก...
 
กายสูงสง่าภายใต้ชุดสูทหรูสีดำสนิทก้าวอาดๆ ลงจากรถซีดานสีขาวโพลนนำเข้าจากยุโรบแล้วดิ่งเข้าไปภายในอิสราทาวเวอร์ อชิระเดินผ่านโถงโล่งกว้างซึ่งมีพนักงานชายหญิงโค้งให้ยามที่เขาก้าวผ่านบริเวณล๊อบบี้ เรียวตาคมสีเทาเข้มแค่ชำเลืองมอง กระแสเย็นชาบนใบหน้าหล่อเหลาราวรูปปั้นทำให้คนมองก้มต่ำ ขยาดไปตามๆ กัน เบื้องหลังของชายหนุ่มมีบอดี้การ์ดอีกสองเดินตามเป็นเงาตามตัว นั่นคือปราบกับยิ่งใหญ่ ไม่มีใครไม่รู้จักอชิระเพียงแต่เข้าหน้าไม่ติดด้วยอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของรองประธานหนุ่มหล่อ คนเป็นเจ้านายเหลือบมองคนเป็นลูกน้อง ติดรำคาญไม่ใช่น้อยแต่ขัดคำสั่งของบรูคส์ไม่ได้เท่านั้น
ถ้าไม่โดนเรียกพบแกมบังคับของผู้บริหารสูงสุดเขาคงไม่มา อชิระต้องการหมกตัวอยู่ที่คอนโดจนกว่าจะถึงวันเดินทางกลับประเทศอเมริกา ในวันนี้เขาจึงพกพาอารมณ์กรุ่นๆ มาด้วย แต่ด้วยความเกรงใจพี่ชาย ชายหนุ่มจึงแสดงออกแค่ความเงียบขรึมระคนขุ่นข้องในแววตา
นั่งก่อนสิ ชิน
พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ ที่จริงคุยกันทางโทรศัพท์ก็ได้มั้ง
บรูคส์สบนัยน์ตาขุ่นขัดของน้องชาย อชิระไม่คิดพาตัวเองออกมาจากที่พักสุดหรูเลยหรือยังไง เก็บตัวอยู่ตามลำพังก็มีแต่จะฟุ้งซ่าน
ไหนตอนแรกนายไม่อยากอยู่ที่คอนโดถึงกับหนีไปที่อื่น มาตอนนี้กลับไม่อยากออกไปไหนต่อไหนบ้าง พี่ตามแกไม่ทันจริงๆ นะชิน ส่วนวันนี้ที่เรียกออกมาก็เพราะมีเรื่องต้องคุยกัน สำหรับพี่อาจไม่สำคัญเท่าไหร่แต่มันเกี่ยวกับนายโดยตรง คนเป็นพี่เอ่ยประชดในตอนแรกแล้วเข้าเรื่อง
อะไรครับ?” อชิระเงยใบหน้าคมคายขึ้นมองตอบเขาตรงๆ
พี่หาเลขาฯ ไว้ให้นายคนหนึ่ง เอาไว้ช่วยงาน แต่เธอจะอยู่เมืองไทยเป็นส่วนใหญ่
เรื่องแค่นี้นะรึสำคัญ? ในหัวที่กำลังคุด้วยอารมณ์เซ็งๆ เอ่ยถามตัวเองและบรูคส์ด้วยแววตากร้าวๆ พี่ชายของเขาจะจัดใครมาเขาก็ไม่ใส่ใจนักหรอก เธอ สรรพนามเรียกเลขานุการแบบนั้น คงจะเป็นผู้หญิงสินะ
ผมมีวัชอยู่แล้ว พี่ยังจะต้องจ้างใครให้เปลืองเงินอีก ผมว่าไม่ต้องหรอกครับ
คนฟังส่ายหน้าไปมา เลขานุการส่วนตัวต่างจากหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ถึงแม้จะรู้ใจคนเป็นนายแค่ไหน แต่เป็นการทำหน้าที่คนละอย่างกันอย่างชัดเจน แต่อชิระดูจะไม่ต้องการเท่าไหร่ เขาไหวไหล่หนาน้อยๆ แต่ทั้งหมดนี่บรูคส์เรียกอชิระมารับรู้ เพราะเขาได้ตัดสินใจไปจนหมดแล้ว
เธอชื่อ ณัฐมณ บริบูรณ์วัฒน์ จะมาพบแกวันพรุ่งนี้ตอนเช้า เตรียมตัวไว้หน่อยพี่ไม่อยากให้เขางงที่พบรองประธานโทรมๆ แบบแก
ชื่อของเธอคนนั้นทำให้เขาต้องนิ่งทบทวน คุ้น...เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่เขาก็เลิกใส่ใจในเวลาอันรวดเร็ว เพราะผู้หญิงที่อชิระจะใส่ใจมีเพียงคนเดียว และไม่ใช่เธอคนนี้แน่ ชินพยักหน้าส่งๆ
ธุระของพี่หมดแล้วใช่ไหม งั้นผมกลับล่ะ อชิระเอ่ย
จะกลับไปหมกตัว คิดอะไรฟุ้งซ่านเรื่องเมย่าอีกหรือยังไง ทำไมนายไม่ทำความเข้าใจสักทีนะชิน ว่าเมย่าต้องหมั้นและแต่งงานกับคาโอลแน่ๆ ยังไงนายก็เปลี่ยนความจริงข้อนี้ไม่ได้หรอก บรูคส์เตือนสติที่พลัดหลงของน้องชาย ที่กลับมาเข้าที่เข้าทางยากเหลือเกิน
พอเถอะ ผมจะทำให้เขากลับมาหาผมให้ได้ พี่คอยดูก็แล้วกัน ชินประกาศเสียงกร้าวก่อนก้าวพรวดๆ ออกไปจากห้องประธานบริษัท  
คนรักทั้งคนเขาต้องดึงเธอกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม คนเป็นพี่ส่ายใบหน้าเรียวไปมาทอดถอนใจ ไอ้ความรักหลงงมงายนี่ทำอย่างไรจึงจะเลือนหายไปจากใจของอชิระได้
รักครั้งใหม่จะทดแทนกันได้ไหม?’
จู่ๆ ดวงหน้าของณัฐมณ หญิงสาวที่เขาเพิ่งพบหน้าแค่ครั้งเดียวก็ถูกชะตาแวบเข้ามาในมโนนึก นี่เขาเพ้อเจ้อไปถึงขั้นนั้นได้อย่างไร?  
บรูคส์เองก็ตั้งใจจะทำทุกทางเพื่อดึงรั้งอชิระออกห่างตระกูลคราวน์ ถ้ารั้งไว้ให้อยู่ประเทศไทยต่อจนงานหมั้นของเมย่ากับคาโอลผ่านไปก่อนได้ก็คงจะดี แต่นี่น้องชายก็ร่ำๆ จะกลับอเมริกาอยู่ทุกวัน ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งการส่งใครสักคนเข้าไปแทนที่หญิงสาวอันเป็นที่รักให้กับอชิระต้องมีวันหนึ่งที่ความรู้สึกจะเปลี่ยนตาม...

ออกรถสักทีสิวะ ปราบ นายจะรออะไร!”
น้ำเสียงห้าวห้วนสั่งการ แววตาคมกริบแฝงความกราดเกรี้ยวปราดมองปราบที่ส่งสายตามากระทบที่กระจกมองหลังทรงรี อชิระไม่ไว้หน้าไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตาม แม้แต่วัชระซึ่งอาวุโสสุดในบรรดาเหล่าบอดี้การ์ดหน้าหยกของเขา ที่ปราบงกเงิ่นก็เพราะกำลังรอวัชระซึ่งรีบเร่งตามลงมาจากตึก แต่แล้วการรอคอยก็สิ้นสุดลงเมื่อโดนคำสั่งกับสายตาพิฆาตของเจ้านายเจ้าอารมณ์อย่างอชิระ
เขาต้องการไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้!
ครับๆ ปราบผงกศีรษะที่ปรกคลุมด้วยผมสั้นสีดำสนิท ใบหน้าคมเข้มที่ถูกกรอบแว่นกันแดดสีชาบดบังกว่าครึ่งลอบผ่อนลมหายใจ
ลูกน้องอย่างปราบจำต้องทิ้งลูกพี่อย่างวัชระไว้ที่อิสราทาวเวอร์เสียแล้ว ก็ในเมื่อคำสั่งของอชิระศักดิ์สิทธิ์กว่าหากไม่ทำตามใจ ผู้เป็นเจ้านายคงผลุนผลันลงจากรถไปเรียกแท๊กซี่แน่ๆ เจ้าของใบหน้าคมคร้ามที่วางมาดนิ่งเฉยแลหล่อเหลา น่าหลงใหลถ้าไม่ได้เปิดปากกล่าววาจาร้ายๆ ให้ระคายหู ยามนี้ปราบเฝ้าภาวนาขอให้อชิระนั่งเงียบๆ ไปตลอดทางเลยคงดี จะได้หายใจหายคอได้สะดวกหน่อย
กิตติศัพท์ของเขาหากโมโหโกรธาใครบ้างจะเอาอยู่ วัชระเองก็ไม่ใช่คำตอบเช่นกัน ปราบลอบมองอชิระทางกระจกมองหลังอีกครั้งขยาดกับท่าทางของเจ้านายหนุ่มซะจริง คนซึ่งกำลังหงุดหงิด งุ่นง่านกับคำสั่งของบรูคส์ยังต้องการที่ระบาย อชิระยกเรียวขาขึ้นพาดยาวที่เบาะหนังสีดำเงาปลาบภายในตัวรถ ซึ่งกว้างขวางพอที่ร่างสูงใหญ่จะนอนแผ่หราได้ทั้งตัว ชายหนุ่มเมินมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างสีหน้าเคร่งขรึม
รถราที่จ่อคิวรอสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนไม่ได้เป็นดังใจนัก เพราะพร้อมเพรียงกันติดหนึบตั้งแต่หัวถนนยันสุดปลายทางก่อนที่ปราบจะแยกไปขึ้นทางด่วนได้ หากขึ้นทางด่วนไปแค่อึดใจเดียวก็จะถึงคอนโดอยู่แล้ว แต่...
ฉันยังไม่อยากกลับ อยากดื่มน่ะนายไปดื่มไปเพื่อนฉันหน่อยสิ อชิระเอ่ยขึ้น หันใบหน้าคมคายกลับมาใส่ใจปราบที่ทำหน้าเหวอๆ ใครจะกล้าพาอชิระออกนอกเส้นทางกันเล่า เขาคนหนึ่งล่ะที่ไม่กล้า
อ้ะเอ่อ คุณชินจะไปดื่มที่ไหนล่ะครับ ผมว่าดื่มที่คอนโดก็ได้ เดี๋ยวให้ใหญ่จัดมาให้นะครับ
ปราบเอ่ยเบา เกรงจะต้องโทษที่บังอาจขัดคำสั่งเจ้านายแต่ก็พูดไปแล้ว ในเมื่อไม่ปลอดภัยนักหากจะพาอชิระไปเตร็ดเตร่ในสถานที่ท่องเที่ยวกลางกรุงนอกเหนือคำสั่งของบรูคส์ แต่แค่คนถูกคัดค้านปรายเรียวตาดุที่ลุกพราวราวเพลิงเผา ปราบก็ก้มหัวงุดอย่างชั่งใจ
ไอ้ปราบเอ้ย! ซวยแน่กู
ขับไป เสียงเรียบสั่งอีกครั้ง
ครับๆ ไปเดี๋ยวนี้เลยครับนาย
ก็แค่นั้น  อชิระสบทในใจ
นึกค่อนสารถีในคราบบอดี้การ์ดว่าจะขัดใจเขาทำไมในเมื่อท้ายที่สุดไม่อาจเปลี่ยนเจตนารมย์คนเป็นนายได้สักครั้ง
อารมณ์หงุดหงิด ร้อนเป็นไฟโหมแรง เกิดเพราะบรูคส์พาดพิงถึงเมย่า อดีตคนรักของเขาซึ่งไม่ยินดีให้ใครแตะได้แม้กระทั่งพี่ชาย บางทีคนเป็นพี่มองว่านั่นไม่ใช่ความรักแต่เป็นความหลง...หลงอยู่ในวังวนที่อชิระเรียกว่า รักเท่านั้นเอง
รถซีดานป้ายแดงสีขาวโพลนเลี้ยวปราดเข้ามาจอดภายใต้แสลนสีดำซึ่งเป็นบริเวณจอดรถของผับดังในแหล่งสถานบันเทิงที่มีร้านรวงให้เลือกนั่งหลากหลายสไตล์ อชิระปราดมองแล้วมาดหมายในใจ เลือกที่ๆ เหมาะกับตัวเองสักร้าน ร่างสูงโปร่งก้าวลงรถคันหรูออกไปยืนตัวตรงดูสง่า เสื้อสูทสีดำตัวนอกถูกปลดออกจากตัว โยนทิ้งไว้ที่เบาะหลัง แขนเสื้อเชิ้ตพับร่นขึ้นพรางสายตาว่าหมดช่วงเวลาตึงเครียดของงานและทุกอย่าง
และนี่เป็นเวลาเสเพล รูปลักษณ์ทั้งหมดนั่นดึงดูดสายตาและตรึงผู้คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวที่กวาดตามาพบอชิระให้จับจ้อง
หล่อ รวยเข้าขั้นมหาเศรษฐี ดูดีไม่มีที่ติ เสียแต่ทำหน้าดุกราดอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น
ตี๊ดๆๆ
เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือที่จมอยู่ก้นกระเป๋ากางเกง ส่งให้ปราบชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวตามอชิระ รีบล้วงขึ้นมาดูรายชื่อผู้ติดต่อที่หน้าจอก่อนกดรับสายไปพร้อมเสียงถอนใจ ในขณะที่วัชระกำลังเลิกแถบคิ้วหนาๆ ขึ้นอย่างขัดใจ ลูกน้องตัวดีทิ้งเขาไว้ที่อิสราทาวเวอร์โดยไม่บอกไม่กล่าว แถมตั้งแต่นั้นติดต่อไม่ได้ ปราบเตรียมใจยอมรับไว้ก่อนหน้าว่าไม่โดนลูกพี่ด่าให้มันรู้ไป
ติดต่อได้สักทีนะไอ้ปราบ นี่แกอยู่ไหนของแกวะ เสียงวัชระถามลั่น ทำเอาปราบสะดุ้งรีบยกเครื่องมือสื่อสารออกห่างใบหูหลายคืบ เขาพ่นลมหายใจและแล้วความเดือดร้อนก็มาเยือน
เบาๆ ก็ได้พี่วัช เดี๋ยวผมหูหนวกพอดี ปราบประชด ไม่วายกวนใส่ทั้งที่มีชนักติดหลัง
ว่ามาว่าแกกับคุณชินไปไหนกัน ฉันกลับมารอที่คอนโดแล้วแกก็ยังไม่ถึงอีก เล่ามาให้ละเอียด วัชระซักฟอก
เอ้อ พี่วัช ผมกับคุณชินอยู่แถวๆ ทองหล่อ คืออย่างงี้พี่ ผมแย้งได้ที่ไหนก็นายอยากดื่มเหล้า เน้นๆ ว่าต้องที่ร้านไม่ใช่ที่คอนโด ผมไม่พามาหัวก็หลุดออกจากบ่าน่ะสิ ปราบอธิบาย วัชระพยักหน้าหงึก เข้าใจได้ไม่ยากหรอกแต่อดหมั่นไส้วาจาของลูกน้องไม่ได้  
แกกลัวคุณชิน แต่ไม่กลัวคุณบรูคส์รึ?” วัชระย้อนถาม พลันได้ยินเสียงอุทานของปราบลอดดัง หัวหน้าบอดี้การ์ดถึงกับยิ้มมุมปาก ภาวะแบบนี้เขาเข้าใจที่ปราบต้องทำมันจำเป็น เพราะน้อยคนนักจะเปลี่ยนความคิดของอชิระ คำว่า น้อย  อาจตีความได้ว่าไม่มีเลยก็เป็นได้
ดูแลคุณชินให้ดีก็แล้วกัน พรุ่งนี้ต้องพามาที่บริษัทอีกครั้งตอนแปดโมง ถ้าเมาแอ๋จนโงหัวไม่ขึ้นนายก็รับผิดชอบด้วยนะโว้ย
วัชระสั่งเสียงขรึม บอดี้การ์ดหนุ่มพ่นลมหายใจอีกครั้งเมื่อต้องรับคำสั่งอย่างจำยอม ก่อนออกเดินติดตามร่างสูงใหญ่ที่กำลังจะพ้นประตูเข้าผับไปให้ทัน
 
The Fifth Groove Pub & Restaurant
ทางเข้าของผับกึ่งร้านอาหารแห่งนี้ปูด้วยไม้แผ่นยาวๆ สีโอ๊คคละด้วยการโรยหินสีขาวแซมน้ำตาลก้อนเขื่องข้างๆ ทางเดิน ยาวไปสุดทางเป็นบ่อน้ำสี่เหลี่ยมเล็กๆ ปากขอบปูนเสมอพื้นไม้ ทางขวามือเป็นทางบังคับเลี้ยวเข้าสู่ประตูกระจกแบบสวิงบานใหญ่ผลักได้รอบ นักเที่ยวชายหญิงต่างทยอยกันก้าวเข้าไปจับจองที่นั่งที่พอใจ อชิระก็เช่นกันแต่แน่นอนว่าไม่ใช่ใกล้เวที
เขาเลือกมุมที่ค่อนข้างมืดทางซ้ายมือของร้าน ที่จัดเป็นเบาะสีสดวางสลับคละสีบนเบาะสี่เหลื่ยมคล้ายโซฟา โต๊ะกลางเตี้ยๆ สีดำสนิทปูท้อปด้วยแผ่นกระจกสีชามุมมนส่งให้แก้วเหล้าสีอำพันสะท้อนแสงวาวโดดเด่นน่าดื่ม เรียวตาคมวาวจดจ้องก่อนคว้าแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ปราบถึงกับหน้าเหวอกับอาการอยากสุราของเจ้านาย
ดื่มสิ เรียกมานั่งดื่มเป็นเพื่อน ไม่ใช่นั่งมอง อชิระค่อน
มือหนาโบกเรียกบริกรมาสั่งเหล้ารสเลิศเพิ่มอีก กับแกล้มสองอย่างเคียงด้วยการตกแต่งแบบมีรสนิยมเคล้ากับแสง สี เสียงของดนตรีแบบคลาสสิคจนคนถูกบังคับพามาเพลิดเพลิน ส่วนอชิระคนอยากมากลับดื่มเรื่อยๆ และหนักข้อขึ้น เขาไม่ได้อิ่มเอิมไปกับบรรยากาศและผู้คนในเมืองศิวิไลท์นี่นัก ภาพเมืองปายแสนสงบเงียบบนเขาสูงสลับยังทำให้ระลึกถึงได้มากกว่า
ความที่มีเรื่องราวในใจทำให้อชิระเมาพับไปก่อนในเวลาไม่นาน เจ้าของร่างสูงเอนกายพิงเบาะเข้าสู่ภวังค์ลึก ในขณะที่ปราบยังเคล้าสุรานารี จนลืมไปว่าต้องพาอชิระกลับทันทีเมื่อมีโอกาส เมื่อฤทธิ์สุราพาไปทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก คือ เมาหัวทิ่ม เสียแต่ปราบมาสำเหนียกได้เมื่อตอนสุดท้ายมือหนาจึงปล่อยไหล่บางที่โอบกอดไว้เสียนานอย่างเสียไม่ได้
พี่ต้องกลับแล้ว เจ้านายพี่เมาหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!”
เสียงยานๆ เอ่ยถามหญิงสาวในอ้อมกอด เธอส่งใบหน้ากระเง้ากระงอดใส่เมื่อชายหนุ่มจะไม่ไปต่อกับเธออย่างที่นัดไว้ดิบดี ยามที่อ้อยท่อนโตจะหลุดออกจากปากช้างเป็นใครก็ต้องเสียดายเป็นธรรมดา แต่ถึงเธอคนนั้นจะอยากยื้อปราบไว้เท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล เมื่อสติของเขากลับมาสั่งการว่ายังมีหน้าที่ค้ำคอ ทั้งที่เผอเรอลืมตัวไปหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้
น้องๆ เช็คบิล ปราบโบกมือเรียกบริกร ไม่ยอมใจอ่อนให้กับรอยยิ้มหวานๆ
เคลียร์บิลเสร็จ เขาก็ควักเงินส่งให้ผู้เสียเวลาไปห้าพันบาทก่อนจะเข้าไปพยุงอชิระออกจากผับหรูด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ อาการมึนเมาหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อบอดี้การ์ดหนุ่มกลับมามีบทบาทของการดูแลเจ้านาย ปราบเหลือบมองอชิระที่นอนพับอยู่ที่เบาะหลัง หลับสนิทแบบที่พยุงออกมาจากผับก็ยังไม่ตื่น จากนั้นรถซีดานสีขาวโพลนก็ถูกขับปราดออกจากลานจอดรถในเวลาตีหนึ่งครึ่งพอดี
 
โอย...”
เสียงนั้นลอดดังจากชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ปราบปรือดวงตาข้างหนึ่งขึ้นมอง เขาเห็นแค่เงารางๆ ร่างใหญ่ของใครบางคนถึงสองที่ยืนบดบังแสงหลังผ้าม่าน ความสว่างจ้ายังส่งผลต่อม่านตาของปราบให้หรี่ลง ศีรษะได้รูปโงขึ้นน้อยๆ มือหนาเอื้อมมากุมขมับแล้วตบลงบนต้นคอหวังจะปัดไล่ความง่วงงุน อารมณ์เมาค้างไม่จางนี่ออกไป
ไอ้ปราบ ตื่นเดี๋ยวนี้ ตื่นโว๊ย!” วัชระใช้มือหนาตบใบหน้าลูกน้องคนสนิทเรียกสติ ร่างหนาถึงกับทะลึ่งพรวดลุกขึ้นนั่ง ลืมดวงตาโพลงแล้วก็เห็นว่าเป็นวัชระกับยิ่งใหญ่  
ลุกสิวะไอ้ปราบ อย่างนี้มันน่าตัดเงินเดือนซะให้เกลี้ยง วัชระจ้องมองปราบขู่เข็น
ใช่พี่วัช เอาให้กินเกลือไปเลยจะได้ไม่ซ่าส์ไปกินเหล้าต่างน้ำ ยิ่งใหญ่เหน็บ เผยรอยยิ้มกลั้วขำใส่เพื่อนร่วมอาชีพ
งานโว๊ยงาน นายสั่งให้กินเป็นเพื่อนนี่หว่า ปราบเถียง
แล้วก็ต้องหยุดแค่นั้นเพราะวัชระถลึงตาดุๆ มองบอดี้การ์ดทั้งสอง ได้ผลคนที่เพิ่งสร่างเมาลุกขึ้นปรี่เข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัว กลับออกมายืนยิ้มเผล่ในชุดสูทสีดำพร้อมออกเดินทางไปเวลล์
เมื่อคืนหลังจากกลับมาถึงคอนโด ปราบพาอชิระเข้าห้องนอนเรียบร้อย ตัวเขาเองจึงยึดโซฟาเดย์เบดที่ห้องรับแขกเป็นที่นอน ฤทธิ์น้ำเมาส่งผลยาวถึงเวลาเช้าตรู่ หากวัชระกับยิ่งใหญ่ไม่โผล่มาเตือนเขาคงโดนไล่ออกจริงๆ แทนที่จะโกรธจึงต้องขอบคุณ คราวนี้ก็เหลืออีกคนนั่นก็คือ อชิระซึ่งวัชระกับปราบอาจต้องเหนื่อยหน่อย พวกเขากำลังชั่งใจก่อนจะเข้าไปปลุกเจ้านายคนรอง แต่เวลาที่เหลือน้อยเต็มที่ทำให้วัชระไม่มีเวลาคิดนานนัก จึงต้องบากหน้าคมเข้มเข้าไปในห้องนอนของอชิระ
 
                 เสียงทอดถอนใจที่นำมาก่อนบ่งบอกว่า รอดตาย  เพราะเวลานี้ทั้งนาย ทั้งลูกน้องเดินทางมาถึงที่อิสราทาวเวอร์ทันเวลาขาดเกินไม่กี่วินาที
เจ้าของร่างสูงสง่าภายใต้สูทหรูสีดำยี่ห้อดีก้าวนำหน้าออกมาจากลิฟท์ ก่อนที่วัชระ ปราบและยิ่งใหญ่ สามบอดี้การ์ดหนุ่มจะก้าวตามมาติดๆ ที่หมาย คือ ห้องประชุมบนชั้นสามสิบสองของตึกสูง
คนที่โล่งใจที่สุดเห็นจะเป็นวัชระ รวมไปถึงปราบซึ่งโดนเขม่นทางสายตาจากลูกพี่อยู่เนืองๆ โทษเมื่อคืนยังต้องสะสาง อชิระเบือนใบหน้าหล่อเหลาที่ค่อนข้างขาวเพราะนอนน้อยไปหาวัชระ อีกฝ่ายโน้มตัวมารับฟังคำสั่งใกล้ๆ อย่างรู้งาน
ครับ คุณชิน
ฉันต้องทำอะไรบ้าง บรูคส์บอกหรือเปล่า?” อชิระเอ่ยถาม ในขณะที่ก้าวไปตามทางเดินทอดยาวสู่พื้นที่สำนักงานของบริษัทเวลล์ เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น
อชิระมีสติกว่าเมื่อวันก่อน ตระหนักได้ว่าต้องดูเป็นผู้เป็นคนสักหน่อย เพราะวันนี้เขาจะต้องพบหน้า เธอ  คนที่บรูคส์หามาทำงานให้เขา ความไม่อยากมีมากว่าอยากพบแต่ก็ขัดไม่ได้ แท้จริงแล้วเขาไม่ต้องการเลขาฯ ไม่ต้องการผู้ช่วย และไม่ถนัดเลยที่จะใช้ชีวิตใกล้ชิดผู้หญิงด้วยนิสัยที่ค่อนข้างห่าม กร้าวกระด้าง รวมไปถึงความเอาแต่ใจขนานแท้ แต่เขามีหน้าที่รับเธอไว้ตามคำสั่งของบรูคส์ซึ่งมีสิทธิ์ขาดในเรื่องงานของเขา
แค่นั้น...แค่ทำตามไม่ใช่เต็มใจ ส่วนเธอคนที่ว่านี้จะทนเขาได้สักแค่ไหน นั่นก็ต้องวัดดวง
วัชระเปิดแฟ้มสีดำในมือซึ่งมีประวัติของณัฐมณออกดู ข้อมูลบางอย่างถูกทอดถ่ายให้อชิระได้รู้ตื้นลึกหนาบางของหญิงสาว คนฟังแสยะยิ้มเย็นเมื่อได้รู้ว่าเธอเพิ่งจบการศึกษา ประสบการณ์ไม่มี เรียวขายาวของเจ้านายและบอดี้การ์ดหยุดลงพร้อมกันที่หน้าห้องประชุมใหญ่ ก่อนที่ปราบจะเอื้อมมือไปเปิดประตูให้เขา
เธอชื่อ ณัฐมณ บริบูรณ์วัฒน์ครับ อายุยี่สิบเอ็ดปี ประวัติการศึกษาดีจบจากมหาวิทยาลัยของรัฐฯ ที่นี่ จากรูปดูสวยนะครับคุณชิน
วัชระอธิบาย ภาพลักษณ์ภายนอกและกระทั่งรูปลักษณ์ สรีระใบหน้าของบุคคลที่เจ้านายอยากรู้แบล็คกราวน์ อชิระส่ายหน้าไปมาผุดรอยยิ้มหยันๆ กับเรื่องราวที่ได้ฟัง
เขาทำให้ฉันอยากเห็น จะสวย เก่งแค่ไหนกันเชียว บรูคส์ถึงได้รับเข้ามาด้วยตัวเอง
นั่นต่างหากที่อชิระสนใจ วัชระสบนัยน์ตาเจ้านายคนรองที่กำลังคาดเดา หรือว่านี่จะเป็นผู้หญิงคนหนึ่งของบรูคส์ที่เขาให้ความสำคัญ ผู้หญิงไทยน่ะหรือ? คิดแล้วอชิระยิ่งอยากเห็นหน้าผู้หญิงของพี่ชาย
เธอจะมาเป็นเลขานุการส่วนตัวให้คุณนะครับ ไม่ใช่คุณบรูคส์ วัชระค้าน เน้นคำว่า ส่วนตัว  จนเรียวคิ้วของคนฟังกระตุก
หึ
เสียงเยาะในลำคอหนาลอดดัง อายุเท่านี้ แถมยังเพิ่งเรียนจบจะเอาอะไรมาช่วยเขา ประสบการณ์เท่ากับศูนย์แล้วเขาก็คงไม่มีเวลาสอนใครมากนัก ไม่รู้ว่าบรูคส์คิดอะไรในใจอยู่สินะ คนเป็นน้องถึงได้เดาทางไม่ออก อชิระหยุดความคิดไว้ก่อนแล้วก้าวเข้าไปภายในห้องประชุมใหญ่ของเวลล์ ซึ่งเปิดแอร์คอนดิชั่นเนอร์ไว้จนเย็นฉ่ำ
ร่างสูงทรุดลงนั่งที่เก้าอี้หนังสีดำ ยกขาขึ้นไขว่ห้างแล้วส่งสัญญาณให้ยิ่งใหญ่ไปรายงานให้บรูคส์รู้ว่าเขามาถึงแล้ว ส่วนปราบกับวัชระถอยไปยืนที่เบื้องหลังคนเป็นนายคอยอารักขา ไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงที่ดังกุกกักอยู่ที่หน้าประตูห้อง เดาได้ว่าเป็นเธอคนนั้น
หญิงสาวคงจะมาหยุดยืนหากำลังใจหรืออะไรสักอย่างกระมังถึงได้เนิ่นนานไม่ยอมเข้ามาสักที สีหน้าของอชิระแสดงออกว่าเบื่อ เพราะนานสองนานเธอก็ยังไม่เปิดประตูเข้ามาสักที ยังไม่พ้นนาทีนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นตามด้วยร่างโปร่งเพรียวในชุดสุภาพด้วยสูทเข้าชุดกับกระโปรงยาวแค่เข่าก็ก้าวเข้ามาข้างในด้วยอาการประหม่า หัวใจเต้นแรง แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นทวีคูณเมื่อเงยดวงหน้าขึ้นสบตาเขา
นั่นมัน...อชิระ
ชายหนุ่มซึ่งครั้งหนึ่งเคยโคจรไปพบกันที่ปาย ผู้ชายในคราบมาเฟียที่พบกันที่แอร์พอร์ต เขาที่พบโดยบังเอิญที่ท่าน้ำ และวันนี้ความบังเอิญเล่นตลกเป็นครั้งที่สี่ด้วยการพาเขามาพบเธอในฐานะเจ้านาย รองผู้บริหารแห่งเวลล์ กรุ๊ป

เข้ามาแก้คำผิดค่ะ
ฝากเม้นท์กันหน่อยค่ะเพื่อนๆ 
ทำไมมันเหงาๆ อย่างนี้ (อ้อนวันอ้อนคืน)
                           ดาลัน   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #552 กระปุกออม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 12:06
    อ่านกี่ทีก็เม้นน้า
    #552
    0
  2. #245 พี่แป๊ด (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2552 / 22:20
    อชิระ เป็นพระเอกหรือป่าวคะ เจอกับณัฐมณบ่อยๆ
    #245
    0
  3. #59 กระปุกออม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 / 16:56
    เม้นให้กำลังใจจ้า อ่านรวดเดียวจบเลย อิอิ เลยเม้นให้ทีหลังไม่ว่ากันน้า สนุกมากค่ะๆๆๆๆๆ  และเป็นกำลังใจให้ค่ะ ตอนจบ รอน้า จะรอค่ะ
    #59
    0
  4. #58 a-mi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2552 / 14:43
    บุพเพอาละวาทจริงๆคู่นี้...
    #58
    0
  5. #57 a-mi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2552 / 14:43
    กำลังสงสัยค่ะ...ใครเป็นพระเอกกันแน่เนี่ย
    #57
    0