เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 5 : ฟั่นเฟือน! < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,398
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    10 มิ.ย. 52

            มิลาน ประเทศอิตาลี                
                เรือนร่างโปร่งระหง ค่อนไปทางผอมบางปกปิดกายขาวอมชมพูด้วยเกาะอกสีดำวาวด้วยเนื้อผ้าพริ้ว ประดับคริสตัลวาววามก้าวฉับๆ เข้าไปในโรงแรม มุ่งไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองนายตามติด นางแบบสาวหยุดกึกที่หน้าประตูห้องซึ่งติดป้ายชั่วคราวว่า
วีไอพี  ก่อนเปิดผางด้วยแรงมือเรียวผอมจนโปนเห็นรอยกระดูกเข้าไปพบสต๊าฟซึ่งคอยอำนวยความสะดวก

เมย่า คราวน์ นางแบบชื่อดังติดท้อปเท็นในวงการแฟชั่นปัจจุบัน ถูกประคบประหงมจากเจ้าของแบรนด์ วูฟ  ห้องเสื้อชื่อดังของอิตาลี ด้วยความเป็นนางแบบมีชื่อเสียงติดอันดับ กับอิทธิพลของผู้เป็นบิดาทำให้ทุกคนยอมก้มหัว เอาใจเมย่าไม่ห่าง
                พวกแกออกไปรอข้างนอก เห็นไหมว่าฉันต้องเปลี่ยนชุด
คำสั่งเด็ดขาดจากหญิงสาวผู้เป็นนาย ส่งให้บอดี้การ์ดร่างโตทั้งสองหลบฉากออกไปรอที่หน้าห้องตามคำสั่ง
เมย่าปรายเรียวตาคมดุใส่บอดี้การ์ดที่ตามจี้ติดตัวราวเธอเป็นนักโทษ ก็เพราะเมสันผู้เป็นบิดาที่กลัวว่าเธอจะนอกลู่นอกทางขัดคำสั่งกลับไปหาอชิระ ทายาทธุรกิจน้ำมัน เหตุที่เมสันไม่พอใจการคบหาของพวกเขาเพราะบรูคส์ไม่เล่นด้วย ไม่ยอมสนับสนุนธุรกิจของเมสันซึ่งส่วนใหญ่เป็นด้านมืด กับธุรกิจอย่างบ่อนคาสิโน
เมย่าทรุดกายผอมบางลงนั่งที่เก้าอี้พลางยกเรียวแขนทั้งสองขึ้นกอดอก ทอดอารมณ์ไม่สู้ดีนัก ร่างระหงไขว่ห้างด้วยท่าทางผู้ดีจัดทุกกระเบียดนิ้ว แววตาหยิ่งๆ ถือตัวทำให้บรรดาสต๊าฟปฏิบัติต่อเธอราวเจ้าหญิง สไตล์ลิสร่างอ้อนแอ้นชาวจีนที่ตัวเล็กกว่าเธอมากเข้ามาจัดแจงแต่งหน้าให้เธอ อีกคนลงมือคลายเรือนผมสีน้ำตาลทองที่ถูกคาดทับด้วยผ้ายืดสีดำออก ไม่เกินสิบนาทีเมย่าก็พร้อมขึ้นเดินแบบในชุดฟินาเล่
ชุดที่นางแบบกิติมศักดิ์สวมใส่ เป็นคอลแล็คชั่นใหม่ล่าสุดของนักออกแบบชาวอิตาเลี่ยน ซึ่งเน้นการใช้เท็กซเจอร์ของผ้า สร้างลูกเล่นให้เกิดเลเยอร์กับเนื้อผ้าเพื่อให้ดูมีมิติ กับเน้นลายพิมพ์บนผ้าทอมือ เธอพร้อมออกเดินโชว์ทันทีที่ผุดลุกขึ้นก้าวฉับๆ ออกจากห้องแต่งตัว ทุกอย่างเป็นมืออาชีพ ตัวเมย่าเองก็เป็นโปรเฟสชั่นแนลด้วยเดินแบบอาชีพมาตั้งแต่อายุสิบหก เธอคร่ำหวอดในวงการแฟชั่นโชว์ระดับประเทศ ภาพของหญิงสาวจึงถ่ายทอดสู่สายตาคนทั้งในและต่างประเทศบ่อยครั้ง รวมถึงขึ้นปกหนังสือแม๊กกาซีนหลากหัวนับสิบในเวลาไม่กี่เดือน
งานเสร็จเมย่าออกจากโรงแรมโดยมีบอดี้การ์ดควบคุมทุกย่างก้าว เกินจะทนเมื่อรถเบนซ์สีดำปลาบติดสัญญาณไฟจราจร หญิงสาวก็ก้าวพรวดลงจากรถไป ชายร่างโตถึงกับตกใจหันมาสบทใส่กันแล้วกระโดดลงตาม แต่ความคล่องแคล่วของนางแบบสาวก็พาให้เธอเดินแกมวิ่งหายลับเข้าไปในตรอกซอยเก่าๆ แสนสกปรกที่มีชายพเนจรนั่งรายทาง
ร่างโปร่งระหงอยู่ในชุดค่อนข้างหรู วาบหวิวเกินกว่าจะอยู่ ณ ที่นี้ สายตาอุกอาจน่ากลัวทุกคู่ที่จ้องมาทำให้เมย่าออกเดินเร็วขึ้นภายใต้รองเท้าส้นเข็ม ใบหน้าที่จัดว่าสวยเหยเกเมื่อโดนสายตาน่ารังเกียจโลมเลีย
ตี๊ดๆๆ
สัญญาณเตือนยอกว่ามีสายเข้า มันสั่นไม่หยุดจนกว่าเมย่าจะรับนั่นแหละ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นบรรดาบอดี้การ์ดผิวสีของบิดา พวกเขายังติดตามและควานหาตัวเธอ ปลายเสียงกัดฟันกรอดลอดไรฟันหากกลับไปโดยไม่มีคุณหนู ลูกสาวคนเดียวของเมสันพวกเขาอาจถึงฆาต
พวกแกเลิกตามฉันได้ไหม เมย่าแหววใส่ รำคาญที่โดนจับตาในขณะที่ฝีเท้ายังจ้ำอ้าวเพื่อให้หลุดจากตรอกลึกซึ่งสกปรกมอซอ เดินไปพลางหลบถังขยะกีดขวางกับผู้คนที่นอนทิ้งตัวระเนระนาดบนพื้นซีเมนต์ที่มีน้ำขัง เมย่าส่งสายตาขยะแขยงเธอไม่น่าหลงเข้ามาในนี้เลยจริงๆ
คุณเมสันสั่ง พวกผมต้องทำตามคำสั่ง คุณเมย่าหลงเข้าไปในตรอกสลัมเดี๋ยวก็โดนปล้ำหรอกครับ เสียงห้าวๆ ตีฝีปากกลับมา ไม่รู้ว่าห่วงหรือสะใจนายสาวที่ดื้อแพ่งหนีเขาลงจากรถไป เจออะไรเสียบ้างคราวหน้าจะได้ไม่กล้าอีก
โคล บอดี้การ์ดหนุ่มเชื้อสายอเมริกันเพียงคนเดียวที่กล้า...
                ว๊าย!” เสียงเมย่าหวีดร้องเมื่อเดินไปสะดุดถังขยะที่กลิ้งเกลื่อน คิดว่าใช่แต่แท้จริงเป็นมนุษย์ที่นอนขดอยู่โดยมีเศษกระดาษแผ่นใหญ่ปกคลุมอยู่ เธอผงะหงายเกือบเสียหลัก เมย่ารีบแจ้นออกมาจากตรงนั้นเมื่อชายแก่ผิวขาวผุดลุกขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิด ตั้งหน้าตั้งตาจ้องมองเธอ
                ช่วยด้วย!”
                คุณเมย่า โคลคว้าตัวเจ้านายสาวไว้ด้วยมือเดียว
หญิงสาวดวงหน้าขาวซีดตัวสั่น แทบกรี๊ดลั่นคิดว่าจะโดนทำร้าย แต่เมื่อได้ยินเสียงห้าวต่ำคุ้นหูจึงหยุดดิ้นรน เบื้องหน้าเป็นสามแยกที่มองเห็นรถราวิ่งขวักไขว่ เธอพ้นจากตรอกมหาภัยนั่นมาได้แล้ว ส่วนโคล หรือโคลอี้รู้ดีเรื่องเส้นทางจึงมาดักรอได้อย่างใจเย็น
ผมขอเตือนคุณเมย่า อย่าทำอย่างนี้อีก ผมไม่อยากพาศพไม่สวยของคุณเมย่าไปคืนท่าน
ฮึ ถ้านายต้องแบกศพฉันไปคืนพ่อ พวกแกก็รอเป็นศพรายต่อไปเลยก็แล้วกัน เมย่าสะบัดใบหน้าที่ชื้นเหงื่อพรืด ทั้งที่อากาศค่อนข้างชื้นแต่ด้วยความกลัวที่เกิดขึ้นจับใจเมื่อครู่ก็พาเหงื่อกาฬไหล โคลยักไหล่หนาที่ค่อนไปทางกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ไม่ต่อกรด้วยฝีปากกับเมย่าอีก เขาปล่อยมือให้เมย่ายืนได้ด้วยตัวเอง มือเล็กๆ ปัดเนื้อปัดตัวไล่การสัมผัสเมื่อครู่ แล้วเข้าไปนั่งภายในรถโดยไม่ต้องเชิญ
กลับ เขาออกคำสั่งใส่บอดี้การ์ดรุ่นน้องผิวสีอย่าง เอ็ด ก่อนที่รถคันงามจะแล่นฉิวออกไปจากสามแยกนั้น
 
เรือนรับรองที่บ้านพักหลังใหญ่จัดเป็นพื้นที่ต้อนรับ สำหรับรับประทานอาหารค่ำของแขกคนสำคัญ คุณมาลีนีจัดวางอาหารพื้นเมืองที่เข้าครัวตั้งแต่บ่ายจนเสร็จตอนเย็นย่ำบนแคร่ไม้ มีทั้งแกงโฮะ น้ำพริกอ่อง แคบหมู จอผักกาดและผักสดนานาชนิดในถ้วยเคลือบ นางจัดสำรับแบบขันโตกเผื่อแผ่ไปถึงแขกที่มาพักที่เกสท์เฮ้าส์ด้วย คืนนี้เป็นคืนที่ณัฐมณได้พบคู่สามีภรรยาชาวออสซี่ตัวจริง กับชายหนุ่มนักเดินทางชาวไทยที่พักอยู่กระท่อมหลังถัดไปจากเธอสองหลัง ส่วนใครอีกคนที่แนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษวันนั้น ณัฐมณกลับไม่เห็นเขา
                อูย หนาวจัง หญิงสาวห่อปาก พลางถูมือเล็กไปมา รู้อย่างนี้เธอใส่ถุงมือด้วยก็ดี
ดวงตาสวยซึ้งมองแขกของบ้านริมปาย โค้งน้อยๆ เป็นการทักทายจนครบ แล้วนั่งลงข้างๆ กรณ์ซึ่งเพิ่งกลับจากทำธุระในเมือง อาหารค่ำค่อยๆ ดำเนินไปท่ามกลางบรรยากาศเย็นจนขนลุกเกรียว ร่างโปร่งเพรียวภายใต้เสื้อกันหนาวมีฮูดห่อตัวยามลมหนาวกระทบ ดีที่ยังมักนสาดซึ่งปรับระดับลงมากันลมพอจะบังลมหนาวได้บ้าง แต่ก็ยังหนาวจับขั้วหัวใจของคนไม่คุ้นเคยอยู่ดี
ขันโตกสองชุดตั้งเรียงบนแคร่ คุณแก้ว คุณมาลีนีเชิญแขกร่วมประทานอาหารพร้อมเพรียง กรณ์มองหาใครบางคนแล้วณัฐมณก็มองตาม
เอ คุณชินยังไม่มาเลย กรณ์ไปดูหน่อยสิ จะได้ทานพร้อมๆ กัน คุณแก้วบอกลูกชาย
ยังไม่ทันที่ร่างสูงผอมจะผุดลุกขึ้นตามคำของคุณแก้ว ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็ปรากฎตัวในชุดซึ่งไม่ค่อยจะเหมาะกับอากาศนัก คนขี้หนาวอย่างณัฐมณถึงกับทึ่ง เสื้อตัว กางเกงตัว อชิระก็เดินตัวปลิวโต้ลมหนาวได้แล้ว
ขอโทษที่ช้าครับ เสียงห้าวเอ่ยบอก ก่อนนั่งลงถัดไปจากคุณแก้ว ซึ่งมีท่าทีคุ้นเคยกับชายหนุ่มต่างชาติดี ณัฐมณผงกศีรษะเล็กเป็นการทักทายอชิระอีกครั้ง ยิ้มบางๆ ส่งไป การที่เธอนั่งอยู่ข้างๆ กรณ์ทำให้เขาสนใจ แขกคนสำคัญที่คุณแก้วกับคุณมาลีนีจัดเลี้ยงต้อนรับ คือ เธอคนนี้
หรือว่า...จะเป็นว่าที่ลูกสะใภ้? คนที่เพิ่งอกหักสะบัดไล่ความฟุ้งซ่าน เพราะตัวเองเพิ่งเจ็บช้ำจึงไม่อาจรู้สึกดีกับคนที่ดูมีความสุขเช่นกรณ์ได้
มิ้อค่ำดำเนินไปท่ามกลางเสียงสนทนาผสมความครื้นเครง คนต่างชาติต่างภาษาแลกเปลี่ยนหัวข้อ เรื่องท่องเที่ยว อาหารการกิน จนกลบความหนาวเหน็บของลมและไอหมอกแต่ไม่วายที่ณัฐมณจะต้องการเสื้อหนาวหนาๆ อีกสักตัว เดิมทีเธอเป็นคนขี้หนาวอยู่แล้วแต่ประมาทจนไม่ได้ตระเตรียมเสื้อกันหนาวมามากนัก ก็ไม่คิดเลยว่าจะหนาวจับขั้วหัวใจจนไม่อยากให้เนื้อตัวโผล่พ้นชายเสื้อออกมา
ใส่เสื้อนี่อีกตัวสิ กรณ์เอ่ยอาทร ทอดมองณัฐมณจนคู่สามีภรรยาชาวออสซี่เอ่ยแซว คิดว่าเธอกับเขาเป็นคู่รักกัน
ขอบคุณค่ะ แล้วพี่กรณ์ล่ะ ยังห่วงเขา แต่กรณ์คุ้นชินกับอากาศพอๆ กับอชิระเขาจึงอยู่ได้ด้วยเสื้อยืดแขนยาวแค่ตัวเดียว กับผ้าพันคอที่มารดาถักให้
ปฏิเสธน่ะไม่ยากหรอก แต่กรณ์ไม่ได้ปฏิเสธแถมยังส่งยิ้มพอใจกับความเข้าใจผิดนั้น คนที่ดวงหน้าเห่อแดงจึงไม่พ้นณัฐมณ เรียวตาคมปลาบเหลือบมองคนที่กำลังหน้าแดง อ่านใจเธออยากรู้นักว่าณัฐมณกับกรณ์เป็นอย่างที่คู่สามีชาวต่างชาติโมเมหรือไม่ ต้องสนใจทำไมอชิระยังไม่รู้เช่นกัน
บางทีเขาอาจอิจฉา!
 
คืนวันของการพักผ่อนเคลื่อนผ่านไปเร็ว เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่คิดว่าเนิ่นนานในตอนแรกที่ตัดสินใจมาไม่เป็นอย่างนั้น สำหรับณัฐมณเมื่อได้มาสัมผัสความเป็นธรรมชาติและผู้คนที่ไม่ต้องแก่งแย่ง รีบร้อนอย่างคนในเมืองใหญ่ส่งให้หัวใจที่พกมาด้วยความร้อนรุ่มคลายลง รวมทั้งเรื่องของอคราด้วย เธอไม่เศร้าอีกแล้ว อีกนัยหนึ่งคือเรื่องของอคราไม่มีผลต่อหัวใจที่สร้างเกราะแข็งแกร่งฉาบทับ
อีกคนที่ถึงเวลาต้องเดินทางกลับเพราะถูกตามตัวจากบรูคส์ อชิระจำต้องทิ้งความสุข สงบบนสถานที่ที่น่าประทับใจแห่งนี้ไว้เบื้องหลัง แล้วนั่งเครื่องบินขนาดเล็กไปลงยังจังหวัดเชียงใหม่ ต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ ในทันที
โหย...เน็ท แกลืมฉันไปเลยใช่ไหม แค่เห็นพี่กรณ์ เกษราเย้า รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่ แต่ก็ยังเผื่อๆ ไว้ เผื่อว่าพี่ชายจะได้เครดิต
เพราะบ้านริมปายต่างหาก สวยมากเลยนะปิ่น บ้านตัวเองแท้ๆ เคยกลับไปบ้างหรือยัง ณัฐมณย้อนถาม
หญิงสาวเลือกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทางอากาศ เพื่อย่นระยะเวลาและความเหนื่อยอ่อนหลังจากชื่นชมบรรยากาศกับความทุลักทุเลของโค้งนับพันจนพอใจแล้ว คนเป็นเพื่อนซึ่งทำหน้าที่มารับณัฐมณที่สนามบินช่วยเข็นสัมภาระที่เพิ่มมาอีกหนึ่งใบส่ายหน้าไปมาตอบคำถาม ตั้งแต่กรณ์ปรับพื้นที่จากไร่โล่งมาเป็นเกสท์เฮ้าส์เธอยังไม่มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบิดามารดาเลย สายตาของณัฐมณบอกเกษราว่าควรต้องไป เพราะเธอเองยังประทับใจมากมายเท่านี้ เกษราก็น่าจะภูมิใจเช่นกัน
ฉันซื้อเสื้อมาฝากปิ่นกับอ้น นักเดินทางหมาดๆ เอ่ยบอก หลังจากขนซื้อของฝากจากปายมาให้คนพื้นที่อย่างเกษรา คนรับเลยหัวเราะร่วน
ขอบใจนะคุณเพื่อน ฉันจะได้คิดถึงบ้านมากขึ้นอีกหน่อย หน้าหนาวนี้อาจจะกลับไปให้ป๋าดุด่าเสียให้พอ เกษราพูดติดตลก
ใจจริงคิดถึงบ้าน คิดถึงพี่ชายอยู่หรอก แต่เธอก็ติดนิสัยที่จะอยู่ในเมืองใหญ่มากกว่าอำเภอเล็กๆ อย่างปาย มาหลายปีแล้ว พอเรียนจบจึงคิดจะหางานทำที่นี่ต่อ
หลีกทางหน่อยครับ
เสียงนั้นอื้ออึง และดังซ้ำๆ ท่ามกลางฝูงคนหมู่มาก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้ากุกกักจากรองเท้าหนังหนักๆ คู่ใหญ่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ความอลหม่านพาให้ณัฐมณกับเกษราต้องหยุดชะงักตามคำสั่งไปตามๆ กัน
เหตุการณ์บางอย่างดึงความสนใจจากหญิงสาวทั้งสองที่กำลังเข็นรถไป คุยไปอย่างออกรส เกษราต้องหยุดกึก ไปต่อไม่ได้เพราะกลุ่มคนที่ยืนออขวางทางเบื้องหน้าอยู่ นั่นเป็นเกททางเข้าของผู้โดยสารภายในประเทศที่ณัฐมณเพิ่งจะออกมาเมื่อครู่ แววตาใคร่รู้ของสาวร่างท้วมพาให้เธอชะเง้อชะแง้ดู บางทีอาจเป็นดาราเกาหลีสักคนกระมัง เฮ้อ! แต่จะกรี๊ดให้ได้อะไรขึ้นมาหนอ
มีอะไรอ่ะ ปิ่น เพื่อนสาวถาม ไม่ได้ชะเง้อตาม เธอไม่ได้คลั่งดารา นั่นจึงไม่น่าสนใจสักนิด
ณัฐมณเหลือบมองบรรดาช่างภาพที่กำลังกรูผ่านหน้าเธอกับเกษราไปราวติดจรวด ท่าทางจะดังจริงกระมัง แล้วเธอทั้งสองก็ติดอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ แสงแฟลชวาบขึ้นรัวใส่ร่างสูงใหญ่ที่สวมใส่เสื้อยืดคอวีเนื้อบางสีขาว กับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม สวมทับด้วยสูทกึ่งทางการสีดำที่กำลังก้าวออกมา โดยมีชายร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำทะมึนล้อมหน้าล้อมหลังราวบอดี้การ์ด
ใครหว่า หรือว่ามาเฟีย?’  
 ใบหน้าหล่อเหลาราวดาราชั้นนำที่มีเค้าทั้งยุโรบและเอเชียผสมผสานภายใต้กรอบแว่นสีดำ ชาเฉยต่อบรรดานักข่าวกับแสงแฟลชที่ระดมใส่โดยไม่ขออนุญาต มือหนาของวัชระกันร่างเจ้านายหนุ่มออกห่างนักข่าวคนหนึ่งที่พยายามยื่นเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วเข้ามาใกล้เขา ใบหน้านั้นคุ้นสายตาณัฐมณ แล้วเธอก็ต้องแปลกใจระคนตกใจเพราะนั่นคือ นักท่องเที่ยวที่เธอพบที่ปาย
นั่นมัน... หญิงสาวครางเบาๆ ในลำคอ แปลกใจอยู่ไม่น้อย วันก่อนที่พบเขายังเป็นแค่ชายหนุ่มดูดี โดดเด่นด้วยเค้าหน้าคมเข้ม แต่วันนี้กลายเป็นใครอีกคนที่ดูเรืองอำนาจและถูกรายล้อมระวังภัยโดยคนที่เรียกว่าบอร์ดี้การ์ด เกษราหันมามองเพื่อนสาวส่งสายตาสงสัย
รู้จักเหรอ เน็ท?”
เจอกันที่ปาย เขาพักที่บ้านปิ่นเหมือนกัน ณัฐมณบอก ทั้งที่ยังงงๆ เช่นกัน
เฮ้ย! ปิ่น หญิงสาวอุทานตกใจ เมื่อจู่ๆ ร่างโปร่งเพรียวก็ซวนหลุนไปตามแรงกระแทกกระทั้นของทัพนักข่าวที่แทรกเบียดจนแยกเธอออกจากเกษรา ดูเหมือนอาการใจลอยจะทำให้หญิงสาวพลัดหลงไปไกลแล้วหยุดใกล้ๆ ชายร่างโตที่กางแขนแข็งแรงออกกั้น สร้างระยะห่างระหว่างคนอื่นๆ กับเจ้านายหนุ่มเอาไว้ แล้วแรงเบียดก็พาให้ณัฐมณถลาล้มลงไปตรงหน้า
โอ้ย!” เสียงอุทานพร้อมๆ กับการล้มลงไปนั่งแปะกับพื้นต่อหน้าต่อตาทุกคน ให้ตาย! ณัฐมณรู้สึกได้ว่าใบหน้าเล็กๆ ของเธอชาดิกพร้อมๆ จะแตกเป็นเสี่ยงๆ จนไม่กล้าเงยหน้ามองคนรอบๆ เลยด้วยซ้ำ ในวินาทีนั้นมือหนาที่ยื่นออกมาฉุดรั้งมือบางที่กำลังหยัดกายลุกขึ้นอีกแรง ทำให้คิดว่าอาจเป็นอชิระ
คุณช่วยออกไปนอกเส้นทางด้วย วัชระเอ่ยเสียงเรียบเป็นภาษไทยชัดแจ๋ว
ณัฐมณเงยดวงหน้าสวยหวานที่เวลานี้เจื่อนจืดขึ้นมอง ไม่ใช่มือของเขา แต่เป็นมือของหัวหน้าบอดี้การ์ด ส่วนร่างสูงใหญ่เบื้องหน้าแค่ทอดสายตามองผ่านราวกับไม่เห็นเธออยู่ตรงนั้น อชิระชำเรืองมองร่างบางที่นั่งจุ้มปุ๊กแล้วปรายเรียวตาสีเข้มกลับไปยังจุดเดิม คือ ไม่ได้มองใครอีก ท่าทีนั่นแสดงให้รู้ว่าไม่ได้รู้จักมักจี่กับเธอ ทั้งที่เพิ่งจากกันในเวลาแค่ไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอก็กลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขาไปแล้ว
คนอะไร! แล้งน้ำใจชะมัด
คุณครับ วัชระเอ่ยเตือนเสียงเข้มอีกครั้ง เรียกสติของคนที่กำลังฉงนในท่าที ไร้เยื่อใย และขาดมิตรภาพเช่นเขา
ร่างโปร่งบางถูกกระคองให้ลุกขึ้น เธอปัดแข้งปัดขาที่คลุกฝุ่นยามที่ลงไปนั่งก่อนถูกพาตัวออกมาจนพ้นเส้นทางเดินราวปูพรมแดงของชายหนุ่ม ถ้าไม่ใช่เพราะสมองเธอฟั่นเฟือน ก็อาจเป็นเพราะเขาถูกกระทบกระเทือนที่หัวอย่างร้ายแรงจึงจำกันไม่ได้อย่างนี้
 
ฤดูแห่งการหางานของบัณฑิตใหม่เริ่มขึ้นแล้ว ณัฐมณออกจากบ้านแต่เช้าตรู่และกลับเย็นย่ำทุกวัน เธอตระเวนสมัครงานไปทั่วทุกสารทิศในกรุงเทพฯ ที่ประกาศรับสมัครตำแหน่งนักโฆษณาประชาสัมพันธ์ นี่เป็นที่ๆ สิบกว่าแล้วนับตั้งแต่เธอเริ่มร่อนใบสมัครทั้งทางอีเมลไปจนถึงย่ำต๊อกยื่นใบสมัครด้วยตนเอง วันนี้เป็นวันที่หญิงสาวเสร็จธุระค่อนข้างเร็วจึงนัดพบกับเกษราที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งตอนเที่ยงวัน
ซีเรียสมาเป็นอาทิตย์แล้วก็ต้องหาอะไรผ่อนคลายทำบ้าง โปรแกรมของวันจึงเป็นการดูภาพยนต์สักเรื่อง กับช้อปปิ้งให้สะใจ
                ณัฐมณมาถึงก่อนเพราะบริษัทที่เธอมีนัดสัมภาษณ์งานอยู่ไม่ไกลจากที่นัดมากนัก ท่าทางเหน็ดเหนื่อยเพราะการเดินทางโดยรถไฟฟ้ากลับชุ่มชื่นขึ้นมานิดหนึ่งเมื่อได้ดื่มน้ำผลไม้ปั่นสีสวยในร้านกาแฟเล็กๆ สักพักเกษรากับอภิชาติก็มาถึง ดวงหน้าเล็กแดงเห่อด้วยเพราะอากาศข้างนอกค่อนข้างร้อน และเธอยังเดินตากแดดเข้าไปในซอยเล็กซอยน้อยอีก นั่นเป็นเหตุผลที่เพื่อนสาวแนะนำให้ณัฐมณหัดขับรถสักที
                เคยหัดแล้วไง ไปไม่ได้ดีเท่าไหร่ ดูก็รู้เลยว่าต้องเป็นคนนั่งอย่างเดียว ณัฐมณยืนยัน ทั้งที่เรื่องนี้สร้างความไม่สะดวกในการเดินทางตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ยิ่งพอได้เห็นอาการโรยๆ ของเพื่อน เกษราก็อดไม่ได้ที่จะรื้อเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีก
                ฉันสอนแกขับก็ได้ ไม่ต้องไปลงไปเรียนหรอก เนอะอ้น ไม่เห็นจะยาก เกษราพยายามเกลี้ยกล่อม แต่เพื่อนรักก็ยังส่ายหน้าอยู่ดี
                เอาไว้ให้มันหนักหนากว่านี้ล่ะกันนะ นั่งรถไฟฟ้าก็สะดวกดี ยืนยันด้วยรอยยิ้ม
                อ่ะ ตามใจๆ งั้นเดี๋ยวให้อ้นไปจองตั๋วหนังให้ ปิ่นกับเน็ทจะนั่งกินขนมปังนมรอนะอ้น เกษรารับคำแล้วหันสั่งแฟนหนุ่มเสร็จสรรพ
อภิชาติยิ้มกว้างพลางลุกไปจัดการตาม คุณแฟน สั่งแต่โดยดี เขาพูดง่ายจนณัฐมณอดอมยิ้มไม่ได้
โห สั่งได้ น่านับถือจริงๆ นะปิ่น แต่ไปกดขี่ไอ้อ้นมากๆ ระวังเถอะเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน ณัฐมณเอ่ยกระเซ้า หากวันไหนพ่อหนุ่มหน้าอ่อนไม่ยอม หรือหือขึ้นมาร่างท้วมๆ เล็กๆ หรือจะสู้ไหว เกษราหัวเราะรื่น แฟนไม่ได้มีไว้ให้กดขี่ แต่มีไว้ให้ควงทำหวานหว่านใส่มากกว่า เกษรายักไหล่ไม่ยี่หระ แท้ที่จริงทำก๋ากั๋นแต่กับแฟนหนุ่มล่ะก็ เธอหวานด้วยไม่หยอกเวลาอยู่กันตามลำพัง
ต้องปรามๆ ไว้ก่อนดิ่ ปล่อยให้ออกลายตั้งแต่เป็นแฟนกัน ถ้าแต่งงานไปฉันไม่เป็นทาสมันรึ
คิดไปถึงแต่งงานเชียว รักจริงนะเนี่ย ณัฐมณยิ้มขำ
อาการสนุกสนาน กับน้ำเสียงรื่นเริงกลับมาแล้ว เกษราค่อยเบาใจเมื่อลอบมองเพื่อนสาว เพราะเรื่องของอคราทำให้เพื่อนรักของเธอเงียบๆ ซึมๆ ไปหลายวัน แต่ตั้งแต่กลับจากปายทุกอย่างก็ดีขึ้น อะไรคือยาดี คนหรือสถานที่สวยๆ กันล่ะ
 
ดิ เฮอร์ริเทจ เรสซิเดนซ์ แบงคอก
คอนโดสูงระฟ้าย่านกลางกรุงระดับไฮคราส ห้องชุดแบบดูเพล็กซ์ซึ่งมีมุมมองสามร้อยหกสิบองศายามผู้เป็นเจ้าของทอดมองวิวของกรุงเทพฯ  ยามค่ำคืน สวยล้ำเกินบรรยาย กอปรกับห้องชุดหรูหราตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และเครื่องอำนวยความสะดวกหลากหลาย แต่ไม่ได้ทำให้อชิระพอใจได้เลย ตั้งแต่กลับจากต่างจังหวัดเขาไม่ได้ย่างกรายออกไปไหนอีก ทั้งเบื่อหน่ายและเกลียดความแออัดที่แค่ก้าวออกไปจากคอนโดก็แทบหายใจไม่ออกแล้ว
กิจวัตรประจำวันของคนตื่นสาย คือ การทิ้งตัวลงนอนบนเดย์เบดสีครีม กดดูรายการโทรทัศน์ทั้งภายในและต่างประเทศกลับไปกลับมา ด้วยฟังและพูดภาษาไทยได้ชัดเจนแต่ไม่ค่อยพูด และแสดงออกให้คนทั่วไปเข้าใจว่าเขาเป็นคนต่างชาติ ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาได้รู้ ได้เห็นความคิดที่ผู้อื่นอยากปิดบัง คนขี้เบื่อผ่อนลมหายใจยาวๆ ไม่มีรายการใดดึงดูดความสนใจ แต่ที่ทำให้นิ้วเรียวยาวอย่างสตรีกดย้อนกลับไปเป็นช่องแฟชั่นโชว์ นางแบบสาวเดินอยู่บนแคทวอล์คด้วยความมั่นใจ ตามจังหวะเสียงเพลง แล้วภาพของอดีตคนรักก็ปรากฎแก่สายตา อชิระจ้องเขม็ง
เขาจะลืมเธอได้อย่างไรในเมื่อหัวใจยังเรียกร้องให้กลับไปพบเจอเมย่า บินกลับอเมริกาเมื่อไหร่เขาจะต้องไปพบหญิงสาวอีกครั้งให้ได้ ระหว่างที่อชิระลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นควานหาอาหารสำเร็จรูปที่แม่บ้านจัดเตรียมไว้จนแน่นช่องแช่แข็ง ชายหนุ่มนำมาอุ่นรับประทานแทบทุกวัน เสียงของไมโครเวฟดังตี๊ดลั่น แข่งกับเสียงเรียกของโทรศัพท์มือถือที่วางทิ้งไว้บนโซฟาดังขึ้นแข่ง
เขาคงจะไม่รับสาย ถ้านั่นไม่ใช่ มาร์ค เพื่อนสนิทชาวอเมริกัน
ว่ายังไงวะชิน ถึงประเทศไทยแล้วหายหัว เสียงนั้นดังข้ามประเทศมาจากอเมริกา
คนทักทายเป็นอเมริกันแท้ สำเนียงภาษาอังกฤษปร๋อและเร็ว อชิระยิ้มมุมปากกับคำทักทายนั้น
เออ ก็เรื่อยๆ ที่นั่นล่ะเป็นยังไง?” อชิระถามกลับเนือยๆ ขณะสวมถุงมือผ้าเพื่อใช้หยิบกล่องอาหารแช่แข็งที่เวลานี้ละลายจนร้อนจี๋พร้อมรับประทานออกจากไมโครเวฟ กลิ่นของสปาเก็ตตี้กุ้งยั่วน้ำลายคนที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องจนบ่ายคล้อยมากพอดู
มีข่าวที่แกอาจอยากรู้ เรื่องเมย่า
มาร์คคาบข่าวของแฟนสาวมาบอก แต่ไม่รู้ว่าผิดที่ผิดเวลาไปหน่อย อชิระทิ้งของที่ถืออยู่ในมือมานั่งสนทนาเป็นกิจจะลักษณะที่โซฟาตัวเดิม ปิดทุกสรรพเสียงที่รบกวนอย่างพลาสม่าขนาดใหญ่เข้าชุดกับโฮมเทียร์เตอร์ทันที ข่าวของนางแบบสาวดึงความสนใจจากชินค่อนข้างมาก และท้ายที่สุดเมื่อข่าวทั้งหมดออกจากปากมาร์ค เขาก็คิดว่าคิดผิดที่เอามาบอกเพื่อนรักที่กำลังอกหักแหลกลานอย่างอชิระ
แกแน่ใจใช่ไหม เมย่ากับไอ้หมอนั่น ชินกัดฟันกรอดยามเอ่ยถึงคนรักเก่า ในใจข้นแค้น
แค่ห่างมาไม่กี่วันเรื่องหมั้นของเมย่าคืบหน้าถึงขั้นประกาศเตรียมงานหมั้นกับนักธุรกิจอายุคราวพ่อซึ่งเป็นเพื่อนของเมสัน ข่าวดังไปทั่วเมืองเพราะความหน้าใหญ่ของผู้เป็นบิดากับ คาโอล คู่หมั้นคู่หมายการเมืองของเมย่า
การหมั้นครั้งนี้เกิดเพราะเรื่องธุรกิจกับอำนาจที่คาโอลจะแผ่ขยายไปสู่เมสัน เงินต่อเงิน อำนาจต่ออำนาจ ทำให้เมย่าต้องเลิกรากับอชิระตามคำสั่งของบิดาทั้งที่รักกันมานานปี ส่งให้คนที่ถูกทิ้งยอมไม่ได้ เมย่าตัดขาดจากเขาแล้วก็จริง ที่ยังเจ็บเพราะอชิระเชื่อแน่ว่าหญิงสาวยังรัก และผูกพันกับเขา แต่ต้องจำใจเลิกราเพราะโดนบีบบังคับ
ฮื่อ มาร์คครางในลำคอ รู้ว่าอชิระกำลังร้อนเป็นไฟ
เพื่อนชาวอเมริกันเลยเก็บปากเก็บคำสนิทหลังจากนั้น ด้วยรู้ว่ายามโกรธชายหนุ่มร้อนและแรงแค่ไหน ขนาดอยู่ห่างคนละซีกโลกมาร์คยังอดหวั่นๆ ไม่ได้
ขอบใจที่ตามเรื่องนี้ให้ ชินเอ่ยเสียงเยียบทั้งยังกัดฟันแน่น หรือที่เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายยังรัก ยังแคร์จะเป็นแค่หลงละเมอไปฝ่ายเดียว ขณะนี้หัวใจเริ่มสั่นรัวและแผกแยก เจ็บเหลือประมาณหากถูกทิ้งขว้างจริงๆ จากถ้อยคำของมาร์คแสดงให้เห็นว่างานหมั้นกำลังดำเนินไป
ไม่มีความรักครั้งเก่าอีกแล้ว
เมย่า ชื่อของหญิงสาวถูกครางในลำคอคล้ายคำราม
มือหนากำหมัดแน่น ถ้าภายในอุ้งมือมีสิ่งมีชีวิตใดก็อาจแหลกยับคามือของอชิระ มาร์คให้สยองพองขนเพราะเคยอยู่ในเหตุการณ์จนรู้ซึ้งนิสัยคนหนุ่มใจร้อน อาฆาตโกรธและรุนแรงอย่างอชิระ แม้นั่นจะเป็นเรื่องเมื่อตอนเรียนไฮสกูลด้วยกันก็ตาม
ใจเย็นๆ ว่ะชิน ข่าวพวกนี้เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มาร์คปลอบ แต่คนฟังเชื่อ แววตาคมผ่อนความกร้าวกลายเป็นเจ็บปวด
ทำยังไงได้ล่ะ เมสันยอมปล่อยเงินหลายร้อยล้านที่ไหน น่าสงสารแกกับเมย่า แต่ก็นะถ้าแกทำใจได้ก็ดีว่ะชิน
ไม่เลย...อชิระไม่คิดว่าจะทำได้ แค่คิดยังปวดปร่า เมย่าเป็นคนรักที่คบกันมานานหลายปี เขากับเธอไม่ใช่แค่เพียงคู่รัก แต่ยังมีสัมพันธ์ลึกซึ้งประสาคนรัก แล้วจู่ๆ ต้องมาแยกจากโดยคำสั่งของบิดาหญิงสาวเพราะการเจรจาของเมสันกับบรูคส์ไม่ลงตัว อชิระเข้าใจพี่ชาย ไม่ได้คิดโกรธเพราะธุรกิจก็คือธุรกิจ ลงทุนร่วมกันหรือสนับสนุนกันไม่ได้ก็จบ แต่ความโกรธสุมแน่นอกเมสันที่คิดว่าจะเอาเมย่าต่อรอง ในเมื่อน้องชายสุดรักของบรูคส์คบหากับลูกสาวของเขาก็น่าจะมีอภิสิทธิ์บ้าง แต่ก็เปล่าเลย
สุดท้ายเมสันก็ตีความเอาเองว่า เพราะอชิระเป็นแค่น้องชายต่างสายเลือด จึงไม่มีสิทธิ์ มีเสียงในเงิน และหุ้นทุกอย่างของเวลล์ กรุ๊ปทั้งหมด เมื่ออชิระไม่สำคัญ และอาจไม่ได้สมบัติที่บรูคส์มีมหาศาลสักเก๋เดียว จะให้เมย่าคบหาและจมอยู่กับชายหนุ่มทำไม เขาจึงคิดหาหนทางต่อยอดให้ตัวเองด้วยวิธีอื่น
                นายช่วยบอกข่าวด้วยว่า...ว่าเขาหมั้นเมื่อไหร่ คนพูดหม่นหมองในรอยตาจนยากที่จะปรับความรู้สึกนั้นในทันที
อชิระขบกรามแน่น ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรดูดุ สั่นประสาทคนที่ได้พบเห็น อุ้งมือหนายังกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้แม้ว่ามาร์คจะวางสายไปนานแล้ว นี่เขาต้องยอมรับ ไม่ก็...ทำอะไรสักอย่างเพื่อเรียกคืน
สปาเก็ตตี้อุ่นร้อนถูกวางทิ้งไว้จนเย็นชืด เขาไม่มีแก่ใจจะหยิบขึ้นทานอย่างตอนแรกที่หิวจัด อชิระทรุดลงนั่งที่โซฟาเอนกายหนาลงล้าๆ เอาเรียวแขนหนักพาดที่หน้าผาก ความคิดยุ่งเหยิงเข้ามาตีรวนในหัวเขาเต็มไปด้วยความเจ็บร้าวในใจที่ถูกทอดทิ้ง เมย่าไม่น่าทำกับเขาอย่างนี้
วิธีการเอาคืนที่จะสาสม และทำให้เขามีคุณค่าขึ้นมาในสายตาของหญิงสาวคือวิธีไหน? คนเรามักเสียดายสิ่งของเหล่านั้นเมื่อมันหลุดมือไปเป็นของคนอื่น ยามไม่มีสิทธิ์อีก ความรู้สึกหวงแหนจะกลับเข้ามาที่
รอก่อนเมย่า คุณจะต้องกลับมาหาผมอีกครั้ง 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #550 kasinee2526 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 12:04
    อ่านกี่ทีก็เม้น
    #550
    0
  2. #446 boubou77 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2552 / 18:00
    ท่าจะเป็นคนรักแรงเกลียดแรงแฮะ พระเอกคนนี้
    #446
    0
  3. #51 kasinee2526 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 / 16:56
    เม้นให้กำลังใจจ้า อ่านรวดเดียวจบเลย อิอิ เลยเม้นให้ทีหลังไม่ว่ากันน้า สนุกมากค่ะๆๆๆๆๆ  และเป็นกำลังใจให้ค่ะ ตอนจบ รอน้า จะรอค่ะ
    #51
    0
  4. #50 keylynn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มีนาคม 2552 / 05:50
    ชอบเรื่องนี้นะเนี่ย อย่าลืมอัพไวๆล่ะ
    #50
    0
  5. #49 dreaming (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มีนาคม 2552 / 13:08
    อย่าลืมมาอัพเร็วๆนะ นุกดีตอนเช้าต้องรีบเปิด com มาเช็คทุกทีเลย
    #49
    0