เพลิงรักมายา (ตีพิมพ์กับสนพ.สมาร์ทบุ๊ค)

ตอนที่ 10 : รักอุปโลกน์ < up 100% ka >

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    30 เม.ย. 52

แชะๆๆ
ไวราวปรอทเมื่อนักข่าวจับภาพนั้นทันทีที่นักธุรกิจหนุ่มจรดจูบแก้มหญิงสาวในอานัติ เสียงเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณบอลลูม ทั้งนักข่าวทั้งผู้ตกเป็นข่าวกระทันหันตื่นตะลึงกับภาพจะๆ ที่ตอกย้ำคำพูดของอชิระ พวกเขาทั้งแย่งกันถาม แย่งกันถ่ายภาพของเขากับเธออย่างไม่มีใครฟังเสียงจนวัชระกับปราบต้องเข้ามาช่วยกันเจ้านายหนุ่มกับเลขาฯ สาวออกจากฝูงชน เป็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตามความต้องการของอชิระ ผลของมันน่าพอใจเสียจนเจ้าของใบหน้าคมคร้ามสีน้ำผึ้งจุดรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากหยัก
ดวงหน้าเล็กเห่อแดง แล้วเจื่อนจางไปในที่สุด เหตุการณ์เมื่อครู่นี้สร้างความตระหนกอย่างคาดไม่ถึงมากมายให้คนซึ่งมีชีวิตปกติเรียบง่ายราวสายน้ำไหลเอื่อยอย่างณัฐมณ ที่จู่ๆ กลับต้องเป็นข่าวกับเขา นักธุรกิจหนุ่มอย่างอชิระแล้วจะให้หญิงสาววางสีหน้าอย่างไรถูก เมื่อพ้นจากกลุ่มนักข่าวนับสิบมาได้ร่างโปร่งบางก็เป็นอิสระจากการโอบเอว อชิระผละออกห่างไม่ได้ใส่ใจนักว่าผลจากการกระทำที่ตามมาเกิดกับใครบ้าง คิดเพียงเป้าหมายของตนเองเป็นที่ตั้ง เขาต้องการป่าวประกาศสัมพันธภาพใหม่ระหว่างเขากับผู้หญิงคนนี้ให้คนในสังคมรู้
นั่นหมายถึงคนนับหมื่นนับแสน หรือไม่ก็...คนเพียงคนเดียว
ร่างสูงใหญ่หันไปพูดกับวัชระสองสามคำเป็นการส่วนตัว แล้วถอยไปยืน ณ มุมห้องที่ด้านหลังโดยไม่ลืมดึงมือเล็กๆ ของคนที่ยืนเหม่อๆ ไปด้วยกัน เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงเวลาของแฟชั่นโชว์ตอนสองทุ่มสิบห้า แสงไฟที่เวทีก็ดิมลงแล้วแปรเป็นสปอตไลท์สาดส่องไปที่พิธีกรคู่ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการนักแสดงชั้นนำของเมืองไทย กล่าวนำแขกผู้มีเกียรติเข้าสู่พิธีเปิดงาน ถัดมาเป็นแฟชั่นโชว์จากนางแบบชื่อดังระดับโลก
ทั้งๆ ที่บัตรเข้างานในมือเป็นชนิดวีไอพี ที่มีโต๊ะรับรองแถวหน้าติดแคทวอล์ค อชิระกลับเลือกที่จะยืนชมอยู่ห่างๆ เรียวตาสีเทาเข้มจดจ่อไปที่หลืบซ้ายขวาของเวทีว่าจะมีใครปรากฎตัว โดยไม่ได้สนใจอีกเลยว่าหญิงสาวข้างกายเป็นอย่างไร ณัฐมณรู้สึกกระอักกระอ่วนในท้อง สีหน้าของคนถูกมัดมือชกไม่ใคร่ดีเพราะบรรยากาศ และความแออัดรุมล้อมของผู้คนจนอยากจะเป็นลมเสียให้ได้ แต่เมื่อณัฐมณขยับร่างบางจะปลีกตัวไปล้างหน้าล้างตา เขาก็ยึดมือเรียวบางของเธอไว้
คุณจะไปไหน?” เสียงห้าวเอ่ยถาม เบือนใบหน้ากลับมาหาสนใจบ้าง
จะไปห้องน้ำค่ะเน็ท เอ้อ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย อยากไปล้างหน้า ณัฐมณตอบตามตรง
ด้วยอาการงุนงงทำให้เธอเริ่มเบลอว่าต้องแทนตัวเองอย่างไรกับเขากันแน่ จะให้พูดจาตีสนิทกับเขาได้ก็เฉพาะตอนที่มีคนอื่นห้อมล้อม นอกจากนั้นทุกอย่างเป็นปกติเธอจึงแทนตัวเองว่า ฉัน  เช่นเดิม อชิระเหลือบมองดวงหน้าขาวซีดถ้วนทั่ว คิดเห็นว่าจริงอย่างนั้นเพราะใบหน้าอ่อนใสใต้เครื่องสำอางเริ่มจืดจางซีดลงราวกระดาษเปล่า เขาขยับตัวเล็กน้อยถอนมือข้างที่เหลือออกจากกระเป๋ากางเกงแสล็ค ทำท่าจะก้าวตามเธอไปด้วย
ก็ไปสิ จะช้าอยู่ทำไม!”
แต่ฉันไปเองได้ คุณชินอยู่ในงานต่อเถอะค่ะ ณัฐมณท้วง คงประหลาดนักถ้าอชิระจะเดินตามผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอต้อยๆ อีกฝ่ายเลิกแถบคิ้วเข้มกับคำปฏิเสธนั้น ใช่ว่าเขาต้องฟังเธอเสียเมื่อไหร่ แต่...ใจหนึ่งก็อยากรอคอยเมย่าที่กำลังจะออกมาเดินแบบ ใบหน้าคมคร้ามจึงพยักหน้ารับยอมให้เธอสักครั้ง 
          “ก็ได้ แต่ให้ปราบไปด้วย เขาหันไปสั่งลูกน้องคนสนิท ณัฐมณสะอึก หลบสายตาคมๆ วูบ บอร์ดี้การ์ดหนุ่มโค้งรับคำสั่งแล้วเดินตามไป เหนื่อย...เธอรู้สึกว่าวันนี้เป็นที่หนักหนาจริงๆ คนทำงานเค้าเหนื่อยใจกันขนาดนี้หรือไม่นะ หรือว่าเพราะเป็นชิน
ดวงหน้าขาวซีดย่ำแย่ลงกว่าเดิม เมื่ออชิระส่งบอร์ดี้การ์ดหน้าหยกแต่ปากกรรไกรให้ไปกับเธอ แล้วมันจะต่างกันตรงไหนเพราะไม่ว่าจะใครก็สร้างความอึดอัดได้ไม่แพ้กัน ณัฐมณรู้ว่าปราบมองเธออย่างไรในตอนแรก เขาเข้าใจผิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ชื่นชอบเจ้านายของเขา แล้วภาพเมื่อครู่ก็ตอกย้ำให้เขาเข้าใจผิดอีกทั้งที่เธอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเจ้านายของเขา เมื่อคิดกลับไปกลับมาจนเริ่มเครียดปราบจึงได้ยินร่างบางเบื้องหน้าทอดถอนใจ
                คุณรอตรงนี้ได้ไหมคะ ฉันไม่ชิน ณัฐมณเอ่ยเบา
ขอร้องให้ปราบรอเธอที่หน้าห้องบอลลูมไม่ใช่หน้าห้องน้ำ คำอ้อนวอนเปล่งจากริมฝีปากอิ่มสวย พร้อมแววตาเศร้าปนซึ้งที่จ้องมองเขาทำให้ปราบหยุดชะงัก...ยอมฟังเธอ
               
เมื่อหญิงสาวกลับเข้ามาในงานอีกครั้งพร้อมกับปราบ ก็พบว่ามีนางแบบที่ณัฐมณพอจะคุ้นหน้า แต่ไม่คุ้นชื่อกำลังเดินโพสท่าสง่างามอยู่บนแคทวอล์ค คอลเลคชั่นเสื้อผ้าเป็นแนวดีฟฟอร์เรส ที่มีการเพ้นท์เรือนร่างนางแบบด้วยลายซึ่งลดทอนของสัตว์ซึ่งเป็นเจ้าป่าอย่างเสือดาว ราชสีห์ ร่างโปร่งบางจัดท่าอวดความงามตระการตาของเครื่องประดับเพชรราคาหลักล้านได้อย่างมือโปร แสงวาบพราวสะท้อนประกายวับวาวสู่นัยน์ตาที่กำลังจ้องมองทั้งคน ทั้งเพชรพาละลานตา
เมย่ากับเพื่อนนางแบบจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นฑูตสันติไมตรีอยู่ในชุดฟินาเล เธอประดับมงกุฎเพชรเจียรจากเพชรสีฟ้าไอซเบริก เรือนผมสีน้ำตาลทองรวบตึงด้วยเจลแต่งผมจึงลู่แนบไปกับศีรษะเล็กจนเปิดดวงหน้าเรียวตอบเรียกทุกสายตาให้จดจ้องไปที่เรียวตาคมของเธอ ต่างหูเพชรทรงหยดน้ำแข็งทิ้งระย้ายาวประบ่า มิใช่แค่ณัฐมณ และแขกเหรื่อในงานที่จ้องมองไปที่เมย่าไม่วางตา เรียวตาคมกริบของอชิระก็ไม่อาจเบือนหลบแรงดึงดูดนั้นได้
เสียงปรบมือกึกก้องเมื่อเมย่ากับคริสติน นางแบบในชุดฟินาเลไปหยุดยืนโพสท่าที่กลางเวที ก่อนที่การประมูลเพชรล้ำค่าที่ประดับบนตัวเธอจะเริ่มขึ้น ใบหน้าเรียวสวยของนางแบบสาวทอดนัยน์ตาสีอ่อนมองไปรอบๆ รอยยิ้มแต้มแตะบนใบหน้าที่เชิดขึ้น
ราคาประมูลเริ่มต้นของ บลู อายส์ ไดมอนท์ เพชรชุดไฮไลท์ อยู่ที่แปดสิบแปดล้านบาท และจะไปจบที่ราคาเท่าใดนั้นไม่อาจประเมินได้
เก้าสิบล้าน
ร้อยยี่สิบล้าน!’
มีท่านใดจะให้มากกว่านี้อีกไหมครับ ร้อยยี่สิบล้าน ครั้งที่หนึ่ง...’
ร้อยยี่สิบห้าล้าน
เสียงจากแขกวีไอพีซึ่งเป็นรัฐมนตรีท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น
แขกผู้มีเกียรติครับ ตอนนี้บลู อายส์ ไปถึงร้อยยี่สิบห้าล้านแล้วครับ มีท่านใดสนใจอีกไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะนับล่ะนะครับ
ร้อยห้าสิบล้าน
สิ้นเสียงห้าวๆ ที่ดังกังวานมาจากทางเบื้องหลังของห้องบอลลูม ส่งให้ราคาเพชรก้าวกระโดดสูงขึ้นจนเกิดเสียงอื้ออึง แขกเหรื่อรวมทั้งนักข่าวต่างชะเง้อมองข้ามไปยังด้านหลัง อยากเห็นหน้าเศรษฐีใจใหญ่ท่านนี้ ไฟสปอตไลท์สาดมายังร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจหน้าตาหล่อเหลา จนทำให้เมย่าซึ่งกำลังยิ้มพรายชะงัก ใบหน้างดงามของนางแบบสาวชา ตามมาด้วยอาการร้อนวูบ สีขาวซีดซ้อนขึ้นบนใบหน้าทันที
ชิน  ชื่อของอชิระหลุดลอดแผ่วเบาผ่านริมฝีปากอิ่ม
ร้อยห้าสิบล้านครับท่านผู้มีเกียรติ จะมีท่านใดให้ราคาสูงกว่านี้ไหมครับ
มีไหมครับ เขามองไปรอบๆ
ถ้าอย่างนั้น ผมจะเคาะที่หนึ่งร้อยห้าสิบล้านบาทครับ ยินดีกับแขกผู้เกียรติที่อยู่ด้านหลังด้วยครับ
เสียงปรบมือเกรียวกราว ไม่มีใครใจป้ำพอจะยกมือสู้ราคาประมูลที่สูงลิบลิ่วกับอชิระหรอก ชายหนุ่มจึงได้เพชรชุดนั้นมาครอบครองสมใจ
เมย่ายืนนิ่งบนเวที จดจ้องดวงตาเรียวสวยไปยังอชิระ ใบหน้าชาเฉยของอดีตคนรักที่เธอยังมีเยื่อใยกลับเมินไปทางอื่น และมีหญิงสาวคนหนึ่งข้างกาย ภายในใจของเธอสั่นครอนอยากเข้าไปทักทายแต่เข้าไม่ถึงตัวเพราะไม่ใช่เธอเท่านั้นที่เห็นเขา โคลซึ่งตามมาอารักขาก็เห็นด้วย เมื่อก้าวลงจากเวทีเมย่าถูกพาไปเปลี่ยนชุดแล้วเดินทางกลับโรงแรม ริมฝีปากหยักสวยถูกกัดเม้มจนเนื้อนุ่มช้ำเป็นรอยแดง เมื่อโคลบังคับพาตัวเธอเข้าไปนั่งในรถแล้วขับปราดออกไปโดยไม่ฟังเสียง
เรื่องเมื่อครู่ยังค้างคา อชิระมาปรากฎตัวในงานที่เธอถูกเชิญมาเช่นกัน ด้วยวิสัยของคนรักที่คบหากันมาหลายปีเมย่ารู้ว่าเขามีจุดประสงค์อื่น แน่ เพราะชายหนุ่มไม่ชอบออกงานสังคม ในใจสั่นครอนและร้อนในอกยิ่งกว่า เมื่อคิดได้ว่าอชิระประมูลเครื่องเพชรราคาแพงไปให้ใคร!
 
งานจบลงในเวลาเกือบสี่ทุ่ม ณัฐมณรู้สึกมึนๆ จนไม่ได้ใส่ใจเหตุการณ์ต่อจากนั้น หลังจากอชิระปลีกตัวไปจัดการเรื่องเช็คซึ่งเป็นค่าประมูลเพชรอีกห้องหนึ่ง เหลือทิ้งไว้ก็แต่วัชระกับปราบที่อยู่เป็นเพื่อนหญิงสาว ณัฐมณนึกอยากทรุดลงไปนั่งกับพื้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด รองเท้าส้นสูงที่ศรันยาจัดหามาให้พอดีกับเรียวเท้าก็จริง ความที่ไม่คุ้นชินการใส่รองเท้าส้นสูงนานๆ ต่างหากที่ทำให้ปวดขาจนนึกอยากสลัดรองเท้าสีทองคู่นี้ทิ้งไปเสีย ไหล่บางงอลู่ลงเล็กน้อยเพราะเมื่อยล้ากับการยืดตัวตรงอยู่ตลอดเวลา ปราบชำเลืองมองหญิงสาวเป็นระยะ
ปราบ เดี๋ยวนายไปส่งคุณเน็ท อชิระออกคำสั่ง
                ไม่ต้องค่ะ ฉันกลับเองได้ ณัฐมณแย้งทันที ปราบเบือนใบหน้าไปอีกทาง กระฟัดกระเฟียดในใจเมื่อโดนปฏิเสธ อชิระปรายเรียวตาคมมองคนทั้งคู่
         “นี่มันดึกแล้วนะครับคุณเน็ท แล้วถ้าคุณขึ้นรถกลับทั้งอย่างนี้อาจไม่ปลอดภัย วัชระพูด ก็จริงเพราะชุดเกาะอกหมิ่นเหม่นี่เป็นปัญหาแน่ๆ ถ้าเรียกแท๊กซี่ ณัฐมณถึงกับหน้าเจื่อนแล้วจะมีเหตุผลไหนมาอ้างได้อีก อชิระหันไปสบนัยน์ตาสวยซึ้งเป็นเชิงดุ
                คุณทำตามที่สั่งก็พอ วัช โทรเรียกรอนให้เอารถออกมารับด้วย ปราบไปได้แล้ว น้ำเสียงเข้มๆ สั่งการ
                อชิระไม่เปิดโอกาสให้ณัฐมณได้ออกความเห็นอีก ปราบก็เช่นกันเขาแค่รับคำแล้วเดินนำร่างโปร่งบางในชุดราตรีที่เริ่มเดินกะโผลกกะเผลกตามมาช้าๆ โดยไม่พูดไม่จา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวในจังหวะช้าลงเพื่อรอคอย อีกฝ่ายก้มหน้าก้มตามองทางเสียมากกว่าจะสนใจชายหนุ่มที่ร่วมทาง หลีกเลี่ยงการต้องสนทนากับปราบจนเขารู้สึกขัดใจ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองทางข้างหน้าอีกครั้งจึงเห็นว่าปราบหยุดยืนรอเธอตรงหัวมุมเสาสีขาว ใบหน้าคมเข้มติดดุจ้องมองดวงหน้ากับท่าทางอ่อนเปลี้ยของณัฐมณอย่างชั่งใจ
         “ตกลงไหวไหมคุณ? เดินต้วมเตี้ยมเหมือนเด็กไม่มีผิด ปราบค่อน
                สายตาคมเฉี่ยวมองปราดร่างบางตรงหน้าที่ไม่เหมือนเด็กสักนิด เพราะร่างอ้อนแอ้นประกอบด้วยทรวดทรงองค์เอวน่ามอง รวมไปถึงดวงหน้าขาวนวลจิ้มลิ้มด้วยเครื่องหน้า คนถูกค่อนหน้าร้อนวาบไม่พอใจสายตาของเขา 
         “ฉันก็เดินของฉันได้เท่านี้ ถ้าคุณรีบก็นำไปก่อนเลยแล้วกัน ณัฐมณแหววใส่ ตวัดสายตาพร้อมแพขนตางอนยาวใส่
               หญิงสาวถือคติ ใครดีมาให้ดีตอบ ถ้าร้ายมาต้องร้ายตอบ
         แต่ความร้ายที่ณัฐมณมีคงไม่ได้เศษเสี้ยวของคนอย่างปราบ หรืออชิระเป็นแน่              
                ใครตั้งตนเป็นศัตรูก่อน เธอพร้อมจะปกป้องตนเอง แม้ฝีปากจะเทียบกันไม่ได้เลยกับปราบก็ตาม แววตาที่มองตอบเขาจึงไม่เป็นมิตรนัก ชายหนุ่มยกยิ้มบนใบหน้า ชอบสีหน้าเดี๋ยวซีด เดี๋ยวแดงระเรื่อที่แสดงออกชัดของเธอ จะว่าถูกใจปราบก็คิดว่าใช่ แต่ไม่วายทำให้หญิงสาวเกลียดขี้หน้าเขาไปก่อนแล้วนี่สิปัญหา!
                ผมมีหน้าที่ดูแลคุณเหมือนกัน ก็เจ้านายสั่งแล้วจะให้ผมทิ้งคุณไว้ตรงนี้ได้ยังไงล่ะครับ ยียวน
                แต่ฉันไม่ใช่เจ้านายของคุณ ฉันก็เป็นพนักงานคนหนึ่ง คุณไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ค่ะ เธอค้านเสียงขุ่น ปราบถอนใจเฮือกไม่ปรารถนาแววตาต่อต้านที่หญิงสาวกำลังส่งมายังเขา แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อณัฐมณวางเขาไว้ห่างจากคำว่า มิตรไปซะแล้ว
                เอาเป็นว่าเดินไปพร้อมๆ กันก็แล้วกัน ผมไม่อยากโดนคุณชินเฉ่งเอา เงินเดือนก็โดนตัดจนร่อยหรอแล้ว เห็นใจผมหน่อยก็แล้วกัน
                ปราบเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ณัฐมณเผลอคิดไปแว่บเดียวว่าเขาดูไม่เลวร้ายนักหรอกแต่ต้องกลับไปแก้นิสัยปากเสียนี่ก่อน เดินไปคุยไปไม่นานบอร์ดี้การ์ดหนุ่มก็นำเธอมายังรถซีดานที่จอดอยู่ รองเท้าคู่สวยยังกัดจนคนใส่อยากร้องโอดโอยทั้งที่ฝืนมาตลอดทาง ณัฐมณเหลียวหน้าเหลียวหลังก่อนถอดมันออกแล้วเหยียบเท้าเปล่าลงบนพื้นพรมนุ่มที่ปูยาวตลอดแนวทางเดินภายในโรงแรม ด้วยท่าทางสบายๆ แล้วส่งเสียงชู่ว์ราวกับผ่อนคลายเต็มที จากนั้นร่างโปร่งเพรียวก็ก้าวขึ้นไปนั่งในตำแหน่งข้างคนขับเสียอย่างนั้น ปราบถึงกับงง!
                ทำไมไม่นั่งข้างหลังล่ะครับ คุณเน็ท สงสัย
                ชายหนุ่มยังมองอากัปกริยาของณัฐมณอยู่ตลอด หญิงสาวไม่ห่วงสวย ไม่ห่วงหน้าตา แล้วยังมานั่งข้างๆ เขาซึ่งเป็นสารถีอีก ดวงหน้าอ่อนใสที่ยามนี้เริ่มจืดจางจากเครื่องสำอางเพราะถูกเช็ดออกทันทีที่ก้าวเข้าไปนั่งในรถหันมาสบตาเขา
         “ก็บอกแล้วว่าฉันไม่ใช่เจ้านายของคุณ มีอะไรสงสัยอีกไหมคะคุณปราบ?”
                เมื่อได้รับการตอกย้ำจากคนตัวเล็กๆ ข้างกาย ปราบถึงกับเก็บยิ้มไม่อยู่ เขาส่ายหน้าไปมา เขาไม่สงสัยอะไรมากไปกว่านี้หรอกแต่ถูกใจมากต่างหาก ณัฐมณห่อตัวเล็กน้อยเมื่อลมเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศภายในรถทำงาน ผิวขาวเนียนที่โผล่พ้นชุดราตรีขนลุกเกรียว แล้วสั่นน้อยๆ ปราบถอดเสื้อสูทออกจากตัวแล้วส่งให้ ผู้รับถึงกับงง
         “ข ขอบคุณค่ะ ณัฐมณยอมรับเสื้อของเขาไปคลุมร่างบางง่ายๆ ปราบลอบยิ้มทั้งที่ใบหน้ายังขรึม เลขานุการคนใหม่ของเจ้านายเป็นผู้หญิงน่าสนใจ เหมือนหนังสือที่มีหลากรสน่าค้นหา คงต้องพลิกทุกหน้าจึงจะเข้าถึงและตีความออก ไม่ต่างไปจากบอร์ดี้การ์ดหนุ่มที่ณัฐมณอาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าจะอ่านความคิดของปราบออก แล้วตัดสินให้เขาเป็นมิตรหรือศัตรูกับเธอ
                คอนโดของเกษราเป็นที่ๆ ณัฐมณเลือกให้ปราบไปส่ง ชายหนุ่มจดจำที่พักของเธอจนขึ้นใจ เมื่อร่างโปร่งเพรียวก้าวลงจากรถพร้อมกับหอบหิ้วรองเท้าส้นสูงลงไปด้วย เธอหมุนตัวกลับมามองปราบซึ่งยังคงมองส่งเธออีกครั้ง โค้งให้นิดๆ พร้อมเอ่ยคำ ขอบคุณ ที่ไม่ได้ยินเสียงแต่อ่านได้จากริมฝีปากอิ่มสวยนั้น ปราบยิ้มกับตัวเองเมื่อภาพนั้นดูคล้ายเจ้าหญิงในชุดแสนสวยที่ย่อตัวทักทาย ติดตรึงในใจราชองครักษ์อย่างเขาเสียจริง 

            อีกด้านหนึ่งใจกลางเมืองหลวง กรุงเทพมหานคร
                เมย่ากลับถึงที่พักซึ่งเป็นวิลล่าส่วนตัวในเวลาเกือบเที่ยงคืน เธอสลัดผ้าคลุมไหล่สีดำกับรองเท้าส้นสูงทิ้งไปคนละทิศละทาง แล้วเดินไปนั่งที่บาร์เหล้า ขวดเหล้ายี่ห้อดังจากต่างประเทศถูกเลือกมาแล้วเทใส่แก้วใสแค่ครึ่ง ก่อนกลืนหายลงลำคอระหงรวดเดียวคุ้นชินราวน้ำเปล่า เมื่อหันกลับมาก็พบโคล บอร์ดี้การ์ดหนุ่มยืนจ้องมองอยู่ เรียวตาคมเฉี่ยวตวัดใส่ทำนองขัดใจ เมย่าโบกมือไล่โคลเวลานี้เธอต้องการอยู่ตามลำพัง
                เพราะอชิระ...
                ภาพอดีตคนรักของเธอทำให้ต้องประหลาดใจในการเปิดตัวสู่สาธารณะชนที่เมืองไทย ออกงานกาล่าดินเนอร์ในค่ำคืนนี้ แล้วยังควงคู่มากับหญิงสาวชาวไทย ความอิจฉาพุ่งขึ้นในอกเมื่อที่ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นที่ของเธอกลับกลายเป็นที่ของผู้หญิงคนอื่น ส่วนสร้อยเพชรนั่นล่ะหากเขาประมูลไปให้หญิงสาวสักคนคนนั้นจะเป็นใคร?
                อารมณ์ขมุกขมัวพาให้หัวใจร้อนรุ่มราวไฟสุม เมื่อตระหนักได้ว่าอชิระทำใจได้แล้ว และสลัดภาพความรักระหว่างเธอกับเขาออกไปจากใจ ต่างจากวันแรกที่เลิกราชายหนุ่มคร่ำครวญขอร้องให้เธอเปลี่ยนใจ ปฏิเสธคำสั่งของเมสันซึ่งเป็นบิดา ในใจแท้จริงเมย่ายังระลึกถึงอชิระเพราะความผูกพันและยังรักเขาอยู่ แต่ความจริงในชีวิตก็ทำให้รู้ว่าเธอยังปรารถนาสิ่งอื่นมากกว่าความรักนั่นก็คือ เงินและอำนาจ
                อย่าดื่มหนักนักนะครับคุณ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า โคลเอ่ยเตือน
                บอร์ดี้การ์ดหนุ่มปรายสายตากระด้างมองเจ้านายสาวที่คล้ายคนอกหัก เมย่าไม่ได้หันกลับมาแต่พยักหน้าส่งๆ ให้โคล ปล่อยให้ร่างสูงใหญ่เดินออกไปจากห้องนั้นเสีย โคลช่างมาตอกย้ำว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันเดินทางกลับอเมริกา กลับไปพบความจริงที่ว่าต้องหมั้นหมายกับนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ แม้จะฝืนความรู้สึกมากมายก็ตาม หลายเรื่องราวมารุมเร้าหญิงสาวจึงพึ่งพาวิสกี้เป็นทางออกสำหรับค่ำคืนที่เงียบเหงาเช่นนี้
 
                กึ่งๆๆ แทนที่จะเป็นเสียงเคาะประตู กลับเป็นเสียงของวัตถุแข็งๆ โขกบานประตูไม้เสียมากกว่า ณัฐมณยืนตัวงอ หิ้วรองเท้าส้นสูงสีทองราวนางซินตอนถอดรูป ยืนค้างเติ่งอยู่ที่หน้าห้องหมายเลขแปดศูนย์หนึ่ง พ่นหายใจสองระลอกจึงมีคนมาเปิดประตูให้
                เจ้าของห้องชุดในชุดนอนเดินงัวเงียมาเปิดประตูหลังจากณัฐมณโทรมาบอกล่วงหน้าว่าจะมาค้างคืนกับเกษราเมื่อสิบนาทีก่อน ดวงตาเล็กหยีไม่สู้แสงเพราะเพิ่งตื่นต้องเบิกกว้างตะลึงพรึงเพริดเมื่อเห็นเพื่อนสาวในชุดไม่คุ้นสายตา เกษราเผลออุทาน แล้วรีบดึงร่างบอบบางในชุดล่อแหลมเข้ามาพร้อมปิดประตูพึ่บ จากนั้นก็จับตัวอีกฝ่ายหมุนจนน่าเวียนหัว จากที่ง่วงงุนก็หายเป็นปลิดทิ้ง
         “โอ้โห! เน็ท นี่แกจริงๆ รึเนี่ย นึกว่าสาวสังคมที่ไหนเกษรายังไม่อยากเชื่อสายตานัก รู้จักกันมาหลายปีไม่เคยเห็นเพื่อนสาวในชุดแบบนี้สักครั้ง ณัฐมณเข้าใจว่าน่าตื่นเต้นอยู่หรอกเพราะเธอเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน คนถูกถามพาร่างอ่อนเปลี้ยไปทรุดลงนั่งที่โซฟา วางรองเท้าคู่ชีพที่ทำร้ายเรียวเท้าของเธอลงบนพื้นพรม ใบหน้าเหนื่อยอ่อนเอนซบลงบนพนักวางแขนของโซฟาตัวยาว อยากจะหลับไปทั้งชุดนี้เลยถ้าหากหายใจสะดวกกว่านี้
         “ฮื่อ ไม่ไหวล่ะปิ่น วันนี้เหนื่อยเหลือเกินทั้งชุดรัดติ้ว ทั้งรองเท้านี่กัดเท้าไม่มีชิ้นดีเลยล่ะ ของแพงๆ ที่ไม่ถนอมคนใส่เอาซะเลย
                คนใส่บ่นอุบ ราคาของชุดราตรี ทั้งเครื่องประดับ ทั้งรองเท้ารวมกันสนนราคาเท่าไหร่ไม่รู้รู้แต่ว่าแพงโข แล้วหญิงสาวก็อุทานดังเพราะลืมอะไรบางอย่างไป มือเล็กเอื้อมคลำที่ลำคอระหง พบว่าเธอยังสวมใส่สร้อยคอไข่มุกของอชิระติดกลับมา พรุ่งนี้คงต้องรีบนำไปคืนเจ้าของตามมารยาท
         “สร้อยนั่นสวยจัง ไข่มุกสีดำ ไม่เคยเห็นเลยเน็ท
                ยัยปิ่นเขยิบมานั่งลงใกล้ๆ เพื่อนสาว มองสำรวจเนื้อตัว เรื่อยมาถึงเครื่องประดับแล้วมาเพ่งพินิจดวงหน้ากับเรือนผมที่จัดแต่งรับใบหน้าสวยหวานของณัฐมณเหมาะเจาะ ถึงแม้ตอนนี้ก็ถูกลบเลือนเครื่องสำอางออกไปเกือบหมดแล้ว วันนี้เพื่อนสาวของเธองดงามไม่มีที่ติ ใครว่าสาวห้าวนิดๆ อย่างณัฐมณจะแต่งสวยไม่ขึ้น ไม่ใช่เลยเกษราขอเถียง
         “ฮื่อ ของเจ้านายน่ะ เขาให้ยืมใส่ออกงาน เน็ทไม่ไหวแล้วน่ะง่วงชะมัด ณัฐมณหาววอดๆ นัยน์ตาเชื่อมจนแทบปิด
                เกษราจึงเปิดทางให้เพื่อนรักเข้าไปนอนในห้องของเธอ ที่ประจำเวลาหญิงสาวมาค้างคืนที่คอนโดของเกษราคือฟูกหนาซึ่งพับเก็บอยู่ใต้เตียงเดี่ยวแทนที่จะพักอีกห้องหนึ่งซึ่งว่างอยู่ ร่างบางเดินกะโผลกกะเผลกผ่านหน้าเจ้าของห้องชุดไปแล้วคนเป็นเพื่อนก็นึกขึ้นได้ว่าลืมบอกอะไรบางอย่าง แต่เอาไว้วันพรุ่งนี้ก็ได้ เพราะอย่างไรณัฐมณก็ต้องพบเขาคนนั้นอยู่ดี
                ก๊อกๆๆ
                เสียงเคาะเรียกดังเป็นระยะและหนักหน่วงขึ้นจนร่างบางภายใต้ผ้านวมหนาขยับไปมา มือบางแทบอุดหูเพราะเสียงนั้นกวนใจเสียเหลือเกิน
                ปิ่น ใครมาเคาะเรียกน่ะ เสียงงัวเงียร้องเรียกเพื่อนสาวที่คาดว่าน่าจะนอนอยู่บนเตียง เงียบ!
         “ปิ่น เสียงยานๆ เอ่ยเรียกซ้ำ จากหลับไหลต้องปรือตาตื่นเมื่อมั่นใจว่าไม่มีเสียงตอบ หรือไม่ก็ไม่มีเกษราที่บนเตียงนั้น ณัฐมณพยุงตัวลุกขึ้นนั่งเอามือลูบใบหน้าแรงๆ เหลียวหาไปรอบห้องก็ไม่พบเพื่อนรักจริงๆ เธอจึงลุกไปที่ประตู เพราะเสียงเคาะนั้นยังดังไม่หยุดหย่อน
                อ๊ะ!” คนที่เปิดประตูเป็นคนอุทาน ใบหน้าเหวอๆ
                ร่างสูงโปร่งค่อนข้างผอมยืนล้วงกระเป๋ากางเกงรอคอย ใบหน้าขาวสะอาดพร้อมดวงตารีเล็กยิ้มให้ณัฐมณ เขารู้ว่าเพื่อนรักของน้องสาวมาค้างตั้งแต่เมื่อคืนแต่กรณ์ก็หลับไปก่อนแล้ว ด้วยติดนิสัยอยู่ต่างจังหวัดที่เข้านอนไม่ดึกมากนัก หนุ่มชาวไร่ก็เลยเข้านอนแต่หัวค่ำ รุ่งเช้าเมื่อเกษราไปบอกข่าวเขาจึงมาทักทายเธอแต่เช้า ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้เห็นณัฐมณในสภาพ...
         เรือนผมยาวสยายยุ่งเหยิง ดวงหน้าขาวซีดดูเบลอๆ ที่สำคัญยังลบรอยเครื่องสำอางไม่หมด เจ้าตัวนอนหลับไปทั้งอย่างนั้นมีเพียงเปลี่ยนจากชุดราตรีเป็นเสื้อนอนเท่านั้น โดยให้เหตุผลว่าตื่นมาแล้วค่อยจัดการกับเนื้อตัว และใบหน้าก็ยังทัน เรียวนิ้วเล็กๆ ชี้ไปที่กรณ์ตกใจ
                พี่กรณ์ สวัสดีค่ะ
                พี่ชายของเพื่อนมากรุงเทพฯ เมื่อไหร่กัน ไม่เห็นเกษราบอกสักคำเลย หรือว่าบอกแล้วแต่เธอไม่รับรู้
                สวัสดีครับ น้องเน็ท กรณ์ทักทายด้วยรอยยิ้ม แต่อดยิ้มขำไม่ได้เมื่อมองใบหน้าคนเพิ่งตื่น ณัฐมณเริ่มจะอายจึงขอตัวเข้าไปทำธุระส่วนตัวก่อนกลับออกมาพบกรณ์อีกครั้งที่ห้องรับแขก หญิงสาวยิ้มแหยๆ ให้ชายหนุ่มที่นั่งเอกเขนกดูรายการโทรทัศน์อยู่ตามลำพัง
                แล้วยัยปิ่นล่ะคะ หายไปไหนแต่เช้าเลย คนถามอยู่ในสภาพดีกว่าเมื่อแรกที่กรณ์พบมากเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเวลานี้ร่างโปร่งบางอยู่ในชุดลำลองเป็นกระโปรงบานสีน้ำเงินกับเสื้อผ้าป่านของเกษรา แม้จะหลวมไปนิดแต่ก็พอกล้อมแกล้มแก้ขัดไปก่อนได้
                ณัฐมณนั่งลงตรงข้ามพี่ชายของเพื่อนชวนพูดคุยเป็นกันเองเรื่องสารทุกข์สุขดิบ เพราะตั้งแต่เธอกลับมาจากปายก็ไม่ได้ติดต่อกับกรณ์อีก ไม่นานนักเสียงกุกกักเกิดขึ้นที่ประตูห้องเมื่อหันไปก็พบคนที่หายไปแต่เช้าตรู่กลับมาในชุดจ๊อกกิ้ง ในมือมีถุงน้ำเต้าหู้สามถุงกับปาท่องโก๋ตัวเล็กติดมือมาด้วย เกษรายิ้มกว้างเมื่อเห็นเพื่อนกับพี่นั่งคุยกันอยู่
                ไงเน็ท / พี่กรณ์คุยอะไรกันกระจุ๋งกระจุ๋งเชียว เกษราแซวยิ้มๆ ส่งดวงตากระพริบพราวหยอกล้อเพื่อนสาวจนณัฐมณส่งสายตาปรามๆ ใส่
                ก็คุยรอๆ เรานั่นแหละ ออกไปออกกำลังที่ไหนมา กรณ์เป็นคนตอบ และหันไปถามน้องสาว
                สวนสาธารณะใกล้ๆ นี่แหละค่ะ เลยซื้อน้ำเต้าหู้มาด้วย ไปทานกันเถอะ
                ไงเน็ทฟื้นแล้วนะ หน้าตาดีกว่าเมื่อคืนเยอะเลยแก เพื่อนรักยังหันไปเย้าณัฐมณอีกระลอก
ใครว่าดีกันล่ะในเมื่อเมื่อเช้ากรณ์ดันมาเห็นเธอในสภาพที่เรียกว่า หลุด เต็มๆ อย่างนั้น
ทั้งสามย้ายไปคุยกันต่อที่โต๊ะอาหารเล็กๆ สำหรับสี่ที่ ซึ่งตั้ง ณ มุมหนึ่งของห้องรับแขกเยื้องไปทางพื้นที่ที่จัดสรรไว้ทำอาหารง่ายๆ ด้วยเตาไมโครเวฟกับอ่างซักล้าง ทานอาหารเช้าเบาๆ ไปพลางสนทนาไปพลาง โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดณัฐมณจึงไม่ต้องไปทำงาน
แต่ที่เลขานุการสาวพลาดไปเลย นั่นก็คือไม่รู้ว่าเจ้านายหนุ่มมีกำหนดกลับอเมริกาวันไหน!
วันนี้ว่างๆ กันไปดูหนัง ช้อบปิ้งกันนะเน็ท เดี๋ยวให้พี่กรณ์เป็นสารถี เกษราชวน คนถูกชวนหันไปมองพี่ชายของเพื่อนที่พยักหน้ายินดีอย่างยิ่งที่จะบริการน้องสาวกับเพื่อนน้องสาว ณัฐมณจึงพยักหน้างึกๆ เมื่อตกลงกันได้มั่นเหมาะต่างคนต่างลุกไปเตรียมตัว
 
                แวะร้านนี้ก่อนพี่กรณ์ ไปเลือกกันเน็ท นี่คอลเลคชั่นใหม่นี่นะ สีสวยชะมัด เสียงร่าเริงเป็นของเกษรา ที่จูงมือเพื่อนสาวเข้าไปในร้านเสื้อผ้ายี่ห้อดัง ปล่อยให้ชายหนุ่มเพียงคนเดียวยืนหอบหิ้วถุงพะรุงพะรังรอที่หน้าร้าน
                พอแล้วน่าปิ่น ดูพี่กรณ์สิไม่มีมือจะถือแล้ว ณัฐมณกระซิบบอก เกษราหัวเราะรื่น ทำหน้าทะเล้นใส่พลางเหลือบมองพี่ชายของตนไม่ได้สงสารแม้แต่น้อย
ต่อให้เดินช้อบอีกสักสองสามชั่วโมง พี่ชายปิ่นก็ยังยินดีเชื่อป่ะ เพราะมีเน็ทอยู่ด้วยไง
          “ยัยปิ่น พูดอะไรน่ะ!” คนพูดตีเพียะที่ต้นแขนเพื่อน เขินจนผิวหน้าแดงระเรื่อ รู้แก่ใจว่าเกษราเชียร์พี่ชายออกหน้าออกตาแต่ณัฐมณเพิ่งจะออกอาการเก้อเขินมากๆ ก็คราวนี้ หญิงสาวเหลือบมองร่างสูงผอม เจ้าของใบหน้าขาวตี๋ยังอารมณ์เบิกบานทั้งที่เดินตามพวกเธอจนทั่วห้างสรรพสินค้ามาเกือบสองชั่วโมงแล้ว
เห็นไหมว่าพี่กรณ์น่ะอึด อดทน ใจเย็น น่ารัก น้ำใจดี เพื่อนน่าจะใจอ่อนได้แล้วนะ เกษราออดอ้อนแทนพี่ชาย
ถึงปิ่นไม่บอก เน็ทก็รู้ว่าพี่กรณ์เป็นคนดี
ถ้ารู้ทำไมไม่รักล่ะ อย่าบอกนะว่าลืมไอ้อั๊ตไม่ได้ ถ้าเพราะอั๊ตฉันเคืองจริงๆ ด้วย เน็ทดีเกินไปสำหรับหมอนั่น เชื่อฉันสิ เกษรามีน้ำโหทุกครั้งที่พูดถึงอครา เพื่อนนอกคอกที่ทำให้ณัฐมณต้องเสียใจ ดวงหน้าหวานส่ายหน้าไปมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกับอครา ทุกอย่างอยู่ที่ใจของเธอมากกว่าเมื่อมันบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับกรณ์เกินพี่ชายของเพื่อนก็หมายความอย่างนั้นจริงๆ
เรื่องนี้พูดยากน่ะปิ่น ไว้คุยกันวันหลังเถอะ เดี๋ยวพี่กรณ์รอจนขาแข็งหรอก ณัฐมณเป็นคนดึงมือเกษราออกมาจากร้าน อยู่พร้อมหน้ากันครบสามคนจะได้ไม่ต้องโดนขู่เข็นเรื่องของกรณ์อีก และเพราะคำพูดหว่านล้อมที่กรอกหูซ้ายทะลุหูขวาทำให้ณัฐมณเผลอจ้องมองกรณ์ ชายหนุ่มเป็นคนดีอย่างที่เกษราป่าวประกาศจริงๆ มีอย่างเดียวที่ไม่เข้าเค้าก็คือ เธอไม่ได้คิดอะไรกับกรณ์แม้แต่นิดเดียว
ตลอดเวลาที่หนุ่มสาวทั้งสามคนขับรถออกจากคอนโด และใช้เวลาอยู่ในห้างสรรพสินค้า ทั้งเดินซื้อของ และนั่งรับประทานอาหาร ช่วงเวลากว่าสองชั่วโมงนั้นอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งโดยตลอด ร่างสูงใหญ่ติดตามแทบจะทุกฝีก้าวที่ณัฐมณก้าวผ่านโดยที่อีกฝ่ายไม่มีวันรู้ตัว
 
อิสรา ทาวเวอร์
ที่ชั้นสามสิบสองของตึกสูง ภายในห้องทำงานของผู้บริหารใหญ่ดูแคบไปถนัดใจเมื่อปรากฎร่างผู้เป็นนายสองคน กับเหล่าบอร์ดี้การ์ดยืนกันสลอน อชิระมาพบบรูคส์ในตอนสายของวัน ทั้งที่เป็นเสาร์แต่พี่ชายซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของเวลล์ กรุ๊ปกลับนัดประชุมผู้บริหารทั้งหมดในวันนี้ เนื่องจากวันรุ่งขึ้นจะเป็นวันเดินทางกลับประเทศอเมริกาของเขากับอชิระ
                ผมจะขออยู่เมืองไทยต่ออีกหน่อย บรูคส์จะว่าอะไรหรือเปล่า?” น้ำเสียงเรียบๆ เอ่ยถาม
วันนี้อชิระมาแปลก! คนเป็นพี่จึงเลิกแถบคิ้วสีน้ำตาลอ่อนขึ้น เปิดเรียวตามองคนเป็นน้องตรงๆ
เกิดอะไรขึ้น! ก่อนหน้านี้นายอยากกลับมากนี่นา คนถูกถามยักไหล่หนา ปรากฎรอยยิ้มเหยียดบนใบหน้าสีน้ำผึ้งโดยไม่ได้สื่อความหมายใด อชิระแค่นึกเยาะใครบางคนเท่านั้น ใบหน้าตกตะลึงของเมย่ายังแจ่มชัดจนเขาอาจไม่ลืมเลือน ชายหนุ่มพอใจที่ทำให้คนรักเก่าตกใจที่ได้พบเขาในงานกาล่ามเมื่อคืน แถมมาด้วยข่าวที่เขาอยากโปรโมทว่ามีรักครั้งใหม่กับสาวไทยหน้าหวาน ที่พ่วงตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวมาด้วย
ไม่มีอะไรมากนักหรอก ตอนนี้ผมก็แค่...หลงรักเมืองไทย อชิระพูด
เรียวตาหมิ่นๆ ปรายลงต่ำ เมื่อคิดไปถึงใบหน้าหวานปนเศร้าของหญิงสาวอีกคนที่เขาดึงเข้ามาเกี่ยวโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง บรูคส์กอดอกนิ่ง นั่งมองน้องชายเจ้าปัญหาจากเก้าอี้หนังสีดำคาดคะเนความคิด อชิระคิดจะทำอะไรกันแน่ หากไม่ได้กลับไปคราวนี้ นั่นหมายถึงเขาจะพลาดงานหมั้นของเมย่า แต่ก็ดีเพราะบรูคส์ไม่อยากให้อชิระไปปรากฎตัวในงานนั้นอยู่แล้ว
ตามใจนาย ให้ปราบอยู่กับนายด้วย แล้วพี่คงต้องฝากงานบางอย่างไว้กับนาย บรูคส์ตกลง แต่สั่งให้บอร์ดี้การ์ดอยู่อารักขาเขา
อชิระพยักหน้าตกลงก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะผุดลุกขึ้นยืน เมื่อได้เวลาประชุมคณะกรรมการ เสียงฝีเท้าหลายคู่ก้าวตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ บรูคส์กับอชิระก็มีที่หมายเดียวกันโดยไม่ได้สังเกตว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งหน้าง้ำอยู่บริเวณโถงรับแขก
 
เรือนร่างระหง ดูสูงเพรียวเกินร้อยหกสิบเซนติเมตรส่งให้หญิงสาวดูคล้ายนางแบบ ดวงหน้าขาวผุดผาดแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค่อนข้างจัดแต่ก็รับเรือนผมที่ปล่อยสยายเป็นลอนละกึ่งกลางหลังได้เหมาะเจาะ การแต่งกายดูเป็นสาวออฟฟิศเพราะเป็นชุดกระโปรงสั้นกับเสื้อสูทเข้ารูป
ณฐิกาบอกความจำนงแก่เลขานุการสาวว่ามาขอพบผู้บริหารของเวลล์ กรุ๊ปเพราะมีเรื่องสำคัญ แต่หญิงสาวกลับต้องรอเพราะเขาติดประชุม ซึ่งก็ทำให้ใบหน้าสวยๆ งอง้ำอย่างไม่เก็บอาการ หญิงสาวยกเรียวขาขึ้นไขว่ห้าง ท่วงท่ามาดมั่นอย่างสาวสมัยใหม่ จิบกาแฟร้อนแก้วที่สองอย่างร้อนใจ ความอดทนที่ปกติมีน้อยลดระดับลงเกือบเหลือศูนย์ เมื่อคนที่รอพบไม่ออกมาสักที

กว่าจะมาส่งครึ่งที่เหลือได้ นานจริงๆ เลยเนอะ * _ *
ขอโทษที่ทำให้รอกันนะคะ ที่จริงตั้งใจจะจบ "ฤารักหลงเงา" ก่อน
แล้วจะได้มาอัพ "เงามายา" แบบเต็มๆ ฉะนั้นช่วงนี้คงมาแบบห่างๆ
อัพไม่เป็นเวลานะคะ แจ้งไว้ก่อน ขออภัยในความไม่สะดวกนะคะ
                                                    หวังว่าจะพบกันเร็วๆ นี้ค่ะ
                                                                ดาลัน    
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

731 ความคิดเห็น

  1. #555 kasinee2526 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 12:18
    เย็น ชา โดนใจ
    #555
    0
  2. #250 naowarat_epp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2552 / 14:30
    คุณชินเนี้ยความคิดร้ายกาจเหมือนกันมากๆเลย
    เน็ทจะช้ำใจไหม
    #250
    0
  3. #83 kasinee2526 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 / 16:57
    เม้นให้กำลังใจจ้า อ่านรวดเดียวจบเลย อิอิ เลยเม้นให้ทีหลังไม่ว่ากันน้า สนุกมากค่ะๆๆๆๆๆ  และเป็นกำลังใจให้ค่ะ ตอนจบ รอน้า จะรอค่ะ
    #83
    0
  4. #82 kasinee2526 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2552 / 16:56
    เม้นให้กำลังใจจ้า อ่านรวดเดียวจบเลย อิอิ เลยเม้นให้ทีหลังไม่ว่ากันน้า สนุกมากค่ะๆๆๆๆๆ  และเป็นกำลังใจให้ค่ะ ตอนจบ รอน้า จะรอค่ะ
    #82
    0
  5. #81 keylynn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2552 / 00:26
    มาช้ายังดีกว่าไม่มาค่ะ... ยังไงก็รอค่ะ...^o^
    #81
    0
  6. #80 dreaming (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2552 / 09:04
    ชอบเรื่องเงามายามาก แต่ไม่เคยอ่านเรื่อง ฤารักหลงเงาเดี๋ยวไปลองก่อนนะค่ะ
    อย่าลืมมาอัพต่อเร็วๆๆๆๆ นะค่ะ
    #80
    0
  7. #79 oพลอย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 12:44
    อยากให้นางเอกเถียงพระเอกบ้าง เพราะพระเอกทำเกินไปใช้นางเอกเป็นเครื่องมือ อย่าให้นางเอกเงียบเกินไป อะไรก็ยอมทำตามคำสั่งไปหมด เดี๋ยวไม่มีรสชาตินะ นะจะ
    #79
    0
  8. #78 keylynn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2552 / 20:00
    อ่านแล้วมีความรู้สึกเหมือนกำลังอ่านนิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงในดงหมาป่าอยู่เลยค่ะ 55+
    (ขัดอกขัดใจนายชินซะจริงๆเดี๊ยะก็ได้เชียร์นายปราบซะหรอก..)
    #78
    0
  9. #77 minkkiez (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2552 / 19:08
    แง่มมมม
    อ่านชื่อตอนแล้วจี๊ดอีกแล้วอ่า
    เฮ้อ...ใครเป็นพระเอกกันคะเนี่ย
    จะได้ทำใจถูก
    เอ.เหมือนจะเคยถามไปแล้วนี่หว่า
    สงสารหนูเน็ทจัง
    เป็นมิ้งล่ะก็ ไมเกรนรับประทานไปแล้วเจอเข้าแต่ละคนแบบนี้น่ะ
    #77
    0
  10. #76 focheur (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2552 / 18:21
    จะเอาปราบบบบบบบบบบบบ
    ให้ปราบเป็นพระเอกเถอะนะคะพรี๊สสสสสสส

    จะตามตื๊อออดอ้อนออเซาะคนเขียน
    จนกว่าคนเขียนจะยอมใจอ่อน
    #76
    0