LOVE FRIENDLY รักได้ไหมผู้ชายของพี่?

ตอนที่ 41 : Chapter 20 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ต.ค. 59







บทที่ 20 ลมหายใจ



FRIENDLY PAST

ผมไม่รู้ว่าตัวเองยืนนิ่งเป็นหุ่นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว หัวใจบีบรัดกันแน่นเหมือนมีใครควักมันออกไปเหยียบย่ำ สายตาทอดมองเพียงบานประตูห้องฉุกเฉินที่ดูวุ่นวายด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เสียงของคุณหมอและพยาบาลที่ดังออกมาจากข้างในเหมือนมีดแหลมคมที่จ่ออยู่ที่อกของผม ทุกครั้งที่ได้ยินเหมือนหัวใจถูกมีดกรีดลงไปทีละนิดๆ

ภาพความทรงจำที่แสนเจ็บปวดไหลย้อนกลับมาในมโนสำนึกของผมอีกครั้งเมื่อผมมองคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนเต็มสองมือ ร่างเล็กของผู้หญิงที่เป็นลมหายใจนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนนมีร่างของพยาบาลคร่อมเอาไว้และปั้มหัวใจสุดแรง หัวใจของผมหล่นวูบลงไปที่พื้นทันที ใบหน้าเปื้อนเลือดขออามิขาวซีด ริมฝีปากเล็กซีดเซียว ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยเลือด เลือด และเลือด
! ไม่มีอะไรอธิบายความรู้สึกของผมได้นอกจากน้ำตา

น้องอามิจะต้องไม่เป็นอะไรเสียงเคร่งเครียดของไอ้ทิวสนดึงผมให้หลุดจากภวังค์ ผมเงยหน้ามองมันด้วยสายตาเจ็บปวด

คำพูดปลอบประโลมของมันเหมือนลมที่พัดผ่านไปเพียงเท่านั้น ไม่มีอะไรทำให้หัวใจของผมคลายความกังวลลงได้ อาการของอามิสาหัสมาก คำบอกเล่าของเกี่ยวก้อยเพื่อนของอามิที่เห็นเหตุการณ์ทำให้ความหวังของพวกเราเลือนราง


อามิถูกรถชน หนูไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ฮึก แต่คนที่เห็นเขาบอกว่ามีผู้หญิงใส่หมวกผลักไอ้มิลงไป ฮือ


สมองของผมมึนงงกับสิ่งที่ได้ยิน

ใครกันที่ทำร้ายอามิของผม

ใครกันที่กล้าทำร้ายลมหายใจของผม


ไอ้อาชิมันแย่ไปคนนึงแล้ว แกอย่าเป็นไปอีกคนสิวะ

ไอ้โจชัวถอนหายใจออกมาแรงๆ แล้วปรายตามองคนที่มันพูดถึง สภาพของอาชิเหมือนหุ่นไร้ชีวิต มันยืนนิ่งมองประตูห้องฉุกเฉินตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาล ใบหน้าซีดลงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงจากข้างในเหมือนผม ถ้าผมเจ็บเท่านี้แล้วไอ้อาชิที่เป็นพี่ชายจะเจ็บกว่าสักกี่เท่ากันล่ะ ฮึก

เข้มแข็งไว้นะเพื่อนเสียงของไอ้ริวเซทำให้ผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว เข้มแข็ง ณ เวลานี้ผมไม่รู้จักคำคำนั้นอีกแล้ว

คำเดียวที่ผมรู้จักคือ เจ็บปวด

ผมเจ็บปวดกับการเห็นอามิต้องเจ็บปวดและยิ่งเจ็บปวดเมื่อตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้


เห้ย ไอ้ลี่



ฮือ อามิ ฮึก

ผมปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาในที่สุด ความเจ็บปวดถาโถมเข้ามาราวกับพายุ หัวใจเหมือนแตกเป็นเสี่ยง เจ็บร้าวที่กลางอกยามเมื่อคิดถึงภาพความทรงจำที่มีเธอ อามิคือลมหายใจของผม ผมกล้าพูดได้เลยว่าเธอคือทุกสิ่งของผม ผมคงทนไม่ได้หากต้องสูญเสียเธอไป ฮึก


อย่าร้องสิวะ ฮึกเสียงของไอ้ทิวสนเบาหวิวก่อนจะสะอื้นเบาๆ ข้างกายผม มือของมันบีบไหล่ผมอย่างให้กำลังใจทั้งๆ ที่มันก็กำลังต้องการกำลังใจเช่นกัน ไม่มีใครพูดอะไรอีก พวกเราทำเพียงนั่งนิ่งราวกับถูกสาปอยู่ที่เดิม


ถ้าสวรรค์กำลังทดสอบความรักของผมก็ขอให้รู้ไว้ว่าผมไม่มีวันยอมสูญเสียอามิไปเด็ดขาด!

พี่อาชิ!”เสียงตะโกนของสไบนางดังมาพร้อมกับร่างเล็กของเธอ

รอยยิ้มวิ่งตามมาพร้อมเกี่ยวก้อย ทุกคนตื่นตระหนกและสับสน ผมและอาชิไม่เหลือเรี่ยวแรงจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นอีกต่อไป ทิวสนเดินไปกดไหล่สไบนางเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอสติแตก


นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมไอ้มิถูกรถชน แล้วใครผลักเพื่อนหนู พี่ทิวสนบอกหนูมา หนูจะไปฆ่ามัน ฮือ บอกหนูมา ฮึก

ร่างของสไบนางสไถลลงไปนั่งร้องไห้บนพื้น เธอก้มหน้าสะอื้นออกมาสุดเสียงนั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกปวดร้าวมากขึ้น คำถามมากมายผุดพรายขึ้นมาพร้อมความไม่เข้าใจเช่นกัน

ทำไมคนร้ายถึงต้องทำร้ายอามิ มันเป็นใคร ทำแบบนี้ทำไม!

เวลาผ่านไปนานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ หัวใจของเหมือนเต้นช้าลงจนเกือบจะหยุดเต้น ภาพใบหน้าและรอยยิ้มของอามิทอวาบอยู่ให้ห้วงความทรงจำของผมตลอดเวลา ผมเพิ่งรู้ตัวว่ารักอามิมากแค่ไหน เพิ่งตอบคำถามของตัวเองได้ว่ามันไม่ใช่แค่รักเล่นๆ หรือป็อปปี้เลิฟแบบเด็ก แต่ผมรักอามิมากเธอเป็นเหมือนกำลังในชีวิตของผม สภาพของผมว่าย่ำแย่แล้ว สภาพของไอ้อาชิย้ำแย่กว่าหลายเท่า ตั้งแต่คบกับมันมาผมไม่เคยเห็นไอ้อาชิร้องไห้เลยสักครั้งนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นมันร้องไห้ราวกับจะขาดใจ เราทุกคนช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จับต้นชนปลายไม่ถูก ความรู้สึกหมุนเคว้ง

แอ๊ด

ในที่สุดการรอคอยของทุกคนก็จบลง คุณหมอที่ดูแลอามิเดินออกมาพร้อมสีหน้าที่ดูไม่ดีมันทำให้หัวใจของหวาดหวั่น กลัวสิ่งที่จะได้ยินจนไม่อยากฟัง


พี่หมออามิเป็นยังไงบ้างค่ะเสียงร้องถามของรอยยิ้มเรียกสายตาของทุกคนให้หันไปมองหน้าคุณหมอที่เดินออกมาเพื่อรอคำตอบ ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรอีกจนกระทั่งได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ตอบมา


เฮ้อ หมอยังตอบไม่ได้แต่หมอขอพบญาติคนไข้เป็นการส่วนตัวด้วยนะครับ


ไอ้อาชิลุกพรวดขึ้นแล้วถลาเข้ามาก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ คุณหมอเดินนำไอ้อาชิออกไปจนลับสายตา เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบที่เข้าปกคลุมทุกอย่างให้มืดมน หัวใจของผมราวกับจะขาดลงไปให้ได้ อาการของอามิเป็นยังไง เธอเจ็บมากแค่ไหน และมันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ นั่นเป็นคำถามที่จู่โจมเข้ามาในหัวอยู่ตลอดเวลา


ขอทางด้วยค่ะเสียงของพยาบาลดังแทรกขึ้นมาก่อนที่ร่างเล็กคุ้นตาในชุดคนไข้ ร่างกายเต็มไปด้วยสายอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด

ใบหน้าที่เคยสดใสซีดจนแทบเป็นสีกระดาษ เสียงชีพจรที่เต้นบนเครื่องวัดการเต้นของหัวใจและเสียงลมหายใจที่อยู่ในเครื่องช่วยหายใจเหมือนมีดที่กรีดลงมาที่หัวใจของผม ขาที่กำลังจะก้าวออกไปไร้เรี่ยวแรงจนขยับไม่ได้


อามิ


นั่นเป็นเสียงเรียกสะอื้นของสไบนาง เพราะผมไม่มีแรงพอจะขยับปากพูดอะไรนอกจากร้องไห้ออกมา


นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันแน่ ฮึก

ไอ้ทิวสนเดินไปหยุดยืนข้างเตียงคนไข้ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กที่มีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะอยู่ มันคลี่ยิ้มเจ็บปวดก่อนจะพยักหน้าให้พยาบาลเข็นเตียงผ่านไป ผมยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ ผมไม่มีเรี่ยวแรงพอจะขยับขาที่กำลังชาตามออกไป หัวใจปวดร้าวเกินกว่าจะรวบรวมสติที่แตกละเอียดให้กลับเข้าที่ได้


ไอ้ลี่ เราไปหาอามิกันเถอะ ไปให้กำลังใจ ไปบอกรักน้อง

คำพูดของไอ้ริวเซปลุกผมให้ตื่นจากความเสียใจ ผมรวบรวมเรี่ยวแรงแล้วขยับขาก้าวตามหลังคนอื่นๆ ไป ความหวาดกลัวกำลังเกาะกินหัวใจที่ปวดร้าว

ถ้าอามิ
เพียงแค่คิดว่าถ้า หัวใจของผมก็เหมือนจะหยุดเต้น

อามิ ฮึก อย่าเป็นอะไรไปนะ

หลังจากร่างของอามิถูกย้ายมาที่ห้องไอซียูเราทุกคนก็ทำได้เพียงมองเธอผ่านกระจกใสด้านนอก ไม่มีใครได้รับสิทธิ์เข้าเยี่ยมในเวลานี้เพราะคุณหมอที่ดูแลอามิไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมจนกว่าจะแน่ใจในอาการของอามิอย่างแน่ชัด นี่เป็นคำกล่าวของพยาบาลที่พาอามิเข้ามาที่นี่ เราทุกคนไม่มีใครกล้าขัดจึงทำได้เพียงยืนมองร่างเล็กที่บอบช้ำ ร่างกายเต็มไปด้วยสายอะไรมากมายและเครื่องช่วยหายใจขนาดใหญ่ที่รายรอบร่างกายมันบีบคั้นหัวใจของผมให้ชาหนึบ

 

 

ACHI PAST

ผมเดินเหมือนคนใกล้ตายตามหลังคุณหมอที่ดูแลอามิมาด้วยอาการเหม่อลอย สมองคิดอะไรไม่ออกหลังจากได้ยินเพื่อนของอามิโทรมาบอกว่าเธอถูกรถชน ผมมาที่โรงพยาบาลทันทีและเห็นไอ้เฟรนลี่นั่งร้องไห้หน้าซีดเหมือนคนตายแล้วก็เข่าอ่อน คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนเต็มร่างกายของไอ้เฟรนลี่และเกี่ยวก้อยบอกผมว่าอาการของน้องสาวไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย


เชิญนั่งครับ


ผมเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงขามคุณหมอที่ดูแลอามิ และจำได้ว่าเป็นคู่หมั้นของสไบนางที่ชื่อ รภัทร


เราโทรหาคุณพ่อคุณแม่หรือยัง

ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ ผมไม่กล้าโทรไปบอกพ่อกับแม่ว่าอามิถูกรถชน ผมขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าบอกกับพวกท่านว่าน้องอาการปางตาย นอนอยู่บนเตียงที่เต็มไปด้วยเครื่องช่วยหายใจ ฮึก

เราต้องโทรหาคุณพ่อคุณแม่นะครับเพราะอาการของน้องอามิหนักเกินกว่าที่จะปิดไว้ได้ สมองส่วนการมองเห็นได้รับความกระทบกระเทือนรุนแรง เราอาจต้องผ่าตัดใหญ่ ที่สำคัญหมอไม่แน่ใจว่ามันจะส่งผลกระทบรุนแรงแค่ไหน คงต้องส่งตัวตรวจสมองอย่างละเอียด หากโชคดีอามิอาจแค่ต้องฝ่าตัดเปลี่ยนดวงตาแต่หากโชคร้าย…”

ผมเงยหน้ามองพี่หมอรภัทรด้วยน้ำตา ผมไม่สามารถกลั้นความเสียใจเอาไว้ได้ตั้งแต่ได้ยินว่าอามิต้องผ่าตัดใหญ่ และยิ่งเสียใจเมื่อรับรู้ว่าน้องอาจตาบอด สิ่งที่พี่หมอพูดออกมาทั้งหมดมันหมายความได้ว่าอามิอาจตาบอด

น้องสาวของผมอาจต้องตาบอด
!

พี่หมอจ้องมองผมด้วยแววตาสงสารก่อนจะก้มหน้าแล้วถอนหายใจออกมา


ถ้าโชคร้ายส่วนที่เสียหายเป็นเส้นประสาทตาจะทำให้อามิตาบอดตลอดชีวิต


ตะ ตาบอดตลอดชีวิต

ใช่ แต่พี่ภาวนาให้ตัวเองวินิจฉัยผิด อย่างน้อยก็ขอแค่ให้ส่วนที่ได้รับการกระทบกระเทือนคือดวงตา ไม่ใช่ประสาทตา หากดวงตาของอามิได้รับผลกระทบโดยตรงอาจแค่ต้องเปลี่ยนกระจกตา แต่หากเส้นประสาทตาได้รับผลกระทบเราไม่สามารถผ่าตัดอะไรได้เลย

ผมไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกมาจากห้องตอนไหน ไม่รู้ว่าต่อจากคำพูดเหล่านั้นแล้วพี่หมอพูดอะไรอีกบ้าง สมองของผมมันหยุดทำงาน ในหัวมีแต่ภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของน้องสาว อามิเพิ่งจะอายุแค่18 น้องสาวของผมเพิ่งเข้ามหาลัยได้ไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำ ทำไมต้องมาเกิดเรื่องบ้าๆแบบนี้ขึ้นด้วย ผมไม่ได้โกรธคนขับรถคันนั้นเพราะเขารับผิดชอบทุกอย่าง เกี่ยวก้อยบอกว่าเขามาส่งอามิถึงโรงพยาบาลนั่งรอเป็นเพื่อนจนกระทั่งผมและทุกคนมา จัดการเรื่องโรงพยาบาล แจ้งตำรวจและมอบตัวว่าเขาคือคนขับรถ แต่สิ่งที่ทำให้สมองของผมตื้อคือผู้หญิงใส่หมวกที่ผลักน้องสาวผมให้รถคันนั้นชน มันเป็นใครแล้วต้องการอะไร


พี่อาชิครับเสียงทุ้มที่ดังมาจากด้านหลังดึงผมให้หันไปเหมือนหุ่นยนต์ ผมเห็นร่างสูงในชุดคนไข้ มือถือเสาน้ำเกลือเดินตรงมาหา

ใบหน้าหล่อที่กำลังเครียดขรึมทำให้ผมจดจำได้
ไอ้ภูพิงค์
 

อามิเป็นยังไงบ้างครับ

ผมเม้มปากเป็นเส้นตรง อายที่ตัวเองกำลังจะร้องไห้ออกมาเมื่อได้ยินคนถามถึงอาการของน้อง เจ็บแปลบที่อกจนต้องยกมือขึ้นทุบมันแรงๆ ระบายความอึดอัด หัวใจมันเหมือนแตกเป็นเสี่ยง ผมเคยสาบานว่าจะปกป้องน้องและดูแลอามิให้ดีที่สุดแต่วันนี้ผมกลับทำอะไรไมได้แม้กระทั่งกอดปลอบน้อง

ฮึก ฮือ

แข้งขาของผมอ่อนแรงจนทรงตัวไม่ไหว ผมทรุดตัวลงกับพื้นปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาในที่สุด ไม่อายอีกแล้วกลับการเสียน้ำตาลูกผู้ชายเพราะตอนนี้หัวใจของผมมันเจ็บปวดเกินเยียวยาน้องสาวของผม น้องสาวที่น่ารักของผมกำลังจะตาบอด มันยิ่งกว่าการตายคือการต้องทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต

พี่อาชิ

มือหนาอุ่นที่เอื้อมมือประคองผมทำให้หัวใจของผมเจ็บปวดขึ้นอีก ผมอ่อนแอ ผมยอมรับเต็มอก การเห็นอามิเจ็บปวดมันเหมือนตัวผมถูกกระทำเสียเอง ถ้าเธอตาบอดเพียงแค่คิดหัวใจก็แหลกละเอียด

ถ้าเลือกได้ผมขอ
ขอให้ตัวเองเป็นคนเจ็บแทนแม้กระทั่งเสียดวงตาคู่นี้เพื่อให้น้องมองเห็น ผมยินดี ยินดียกมันให้อามิ ฮือ


อามิกำลังจะตาบอด ฮึก ไอ้ภู อามิกำลังจะตาบอดแกได้ยินไหม ฮือ

 

 

ปล.หากผิดพลาดประการใดขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แนะนำและสั่งสอนได้เลยนะคะ

 

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนิยายของไรเตอร์นะคะ ^^
รบกวนนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอ่านนิยายของนักเขียนมือใหม่ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังให้ด้วยนะคะ






 

#งานดราม่า

อามิจะตาบอดเหรอ ม่ายยยยย
เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นอีกแล้ว สงสารมิมิ T^T

ไรท์ขอโทษที่มาอัพช้าและหายไปหลายเดือน มีหลายเรื่องต้องทำค่ะ
ขอบคุณที่ยังไม่หายไปไหนและยังรอมิมิและพี่ลี่นะคะ ^^

#อามิคุณติ่งผู้เหนือโลก




มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจนางเอกไม่เต็มของไรท์ด้วยนะคะ อิอิ



 


B E R L I N ❀
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #166 noodeedi (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 22:08
    แวะมาให้กำลังใจไลท์ค่ะ
    #166
    0
  2. #165 น้ำตาลสายไหม (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 22:23
    ขอให้รักษาได้ด้วยนะ อ่านแล้วหน่วงม่กอ่ะ
    #165
    1
    • #165-1 คุณเอริน(จากตอนที่ 41)
      9 ตุลาคม 2559 / 19:48
      มาคอยลุ้นกันต่อนะคะ
      #165-1
  3. #164 NeverMindD (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 15:50
    เมื่อไหร่ชีวิตหนูจะแฮปปี้คะอามิ เจอแต่ดราม่าาาาาาา น้ำตาแตกตลอดเลยยยย//เช็ดน้ำตาแปป รอนะคะไรท์
    #164
    1
    • #164-1 คุณเอริน(จากตอนที่ 41)
      9 ตุลาคม 2559 / 19:48
      ขอบคุณที่คอยติดตามกันนะคะ
      #164-1