LOVE FRIENDLY รักได้ไหมผู้ชายของพี่?

ตอนที่ 40 : Chapter 19 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ส.ค. 59


 


(ต่อ)

(อามิอยู่ไหนครับ) อะ เอ่อ เอาไงดีวะ

ยะ อยู่ เอ่อ


(อยู่กับภูพิงค์ใช่ไหม?)O.O นี่เขามีจิตสัมผัสจริงๆ ใช่ไหม ตอบ!


อะ เอ่อ ค่ะ อามิอยู่ที่โรงพยาบาลมาเยี่ยมภูพิงค์ค่ะ


พี่เฟรนลี่เงียบไปสักพักก่อนจะถอนหายใจหนักๆ แล้วเอ่ย


(อีกห้านาทีพี่ออกไปรับนะครับ)


อะ เอ่อ ค่ะ


ฉันวางสายของพี่เฟรนลี่แล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ วันนี้ จะโดนลงโทษอีกไหมเนี่ย ไม่รู้ไอ้หัวหงอกจะงอนฉันอีกไหม ยิ่งเอาใจยากๆอยู่ด้วย ภูพิงค์อมยิ้มแล้วจับไหล่ฉัน


อามิกลับเถอะ เราไม่เป็นอะไรแล้ว


นายไม่เป็นอะไรแล้วแต่ฉันกำลังจะเป็น T^T


ฉันพยักหน้ารัวๆ ขอบใจในความหวังดีที่ภูพิงค์มีให้เสมอ เขาเป็นเพื่อนที่เข้าใจฉันมากที่สุดเลย


งั้นเรากลับแล้วนะ ไว้วันหลังจะแอบแวะมาเยี่ยมอีกนะ

ฉันยิ้มให้ภูพิงค์อีกครั้ง ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้คนอื่นๆแล้วโบกมือพร้อมบอกลาเพื่อนๆ และพี่ของภูพิงค์เพื่อขอตัวกลับบ้านสักที


อามิกลับแล้วนะคะ

ทุกคนยกมือขึ้นพร้อมโบกมือลาฉัน ฉันยิ้มแล้วเดินออกจากห้องด้วยความรู้สึกดีมากที่สุด นี่ถ้าฉันไม่แหกกฎหนีเพื่อนมาเจอภูพิงค์ ทุกอย่างก็คงจะยังค้างคาไปเรื่อยๆ


ฉันกดลิฟท์ลงไปชั้นล่างเพื่อออกไปรอพี่เฟรนลี่ที่หน้าโรงพยาบาล อารมณ์ตอนนี้ดีชนิดที่ว่าฮัมเพลงของไอดอลสุดที่รักออกมาได้แบบจบเพลงเลยนะ คิก ไคโอปป้าคงจะฟินที่มีเมียกล้าหาญและชาญฉลาด(?)อย่างฉัน ^^


ยัยอามิ!”เสียงตะโกนเรียกชื่อของฉันชัดเจนจนฉันต้องหันไปมอง ในใจภาวนาว่าไม่ให้เป็นเพื่อนในคณะ


อะ เอ่อ ก้อย

ฉันยิ้มแห้งๆส่งไปให้ เกี่ยวก้อย เพื่อนสมัยมัธยมที่โบกมือทักทายอยู่ไกลพร้อมวิ่งสี่คูณร้อยตรงมาหาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ยัยนั่นทำหน้าดีใจราวกับว่าไม่ได้เจอกันหลายล้านปี =_= ไม่ได้เจอกันไม่กี่เดือนเองไหมค่ะเพื่อน!


ไงแก หายหัว เอ้ย หายหน้าหายตากันไปเลยนะยะ

ยัยก้อยกระแหนะกระแหนพร้อมกระแทกไล่เบาๆ เป็นการทักทายอย่างเคย ฉันยิ้มหวานส่งให้เพื่อน จะว่าไปยัยนี่ก็เรียนที่เดียวกับฉันนะแต่ว่าคนละคณะเลยไม่ค่อยได้เจอกัน


หายที่ไหน แกนั่นแหละตั้งแต่เป็นดาวคณะนี่…”ฉันมองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นผู้หญิงขึ้นเป็นกองเลยเฟ้ย

เป็นผู้หญิงขึ้นนะคะยัยก้อยเบ้ปากพร้อมกำหมัดส่งให้ฉันค้อนๆ ฉันหัวเราะร่าเมื่อเห็นท่าทางมาดแมนของเพื่อนที่ไม่ได้เห็นนาน


เกี่ยวก้อย หรือเฮียก้อย เพื่อนสาวจอมบู้บ้าพลังที่มักจะเป็นปากเป็นเสียงให้เพื่อนในห้อง ก้อยมีนิสัยแมนๆเพราะมีพี่ชาย(แต่ฉันก็มีพี่ชายทำไมไม่แมนแบบมันฟะ -_-) แม้จะดูทอมบอยแต่ในความห้าวเป้งของเกี่ยวก้อยแอบมีความมุ้งมิ้งเหมือนกันนะก็ใครจะไปคิดล่ะว่าเพื่อนแสนห้าวของเราจะแอบรักรุ่นพี่ในโรงเรียนมาตั้งแต่มอหนึ่งแถมพี่เขายังเป็นถึงระดับนายแบบสมัครเล่น(ตอนนั้น)โปรไฟล์ทั้งหล่อ รวย หุ่นดี ชะนีเยอะ พูดไปแล้วก็คิดถึงสมัยที่เรายังเด็กนะตอนนั้นไม่เห็นต้องมาเครียดเรื่องอะไรแบบนี้เลย เฮ้อ!


คิดถึงเมื่อก่อนเนอะฉันบอกเบาๆพร้อมกระแทกไหล่เพื่อนคืน


อือ คิดถึงพวกแกว่ะ แล้วนี่ไอ้ยิ้มมันเลิกเป็นก้อนน้ำแข็งแห้งยังวะ มีผงมีผัวกับเขาบ้างยัง


กรี๊ด >;;< ไอ้บ้า มีผงมาผัวอะไรหยาบคาย


ไอ้บ้า ผัวเผออะไรพูดจาไม่น่ารักเลย

>//< แต่ทำไมฉันต้องเขินนะ อ๊าก จะเขินทำไม


อะไร แกจะเขินเพื่อ?

ยัยก้อยขมวดคิ้วมองฉันที่ยืนบิดตัวงอแล้วเบ้ปากมองบนแบบที่น่าตบที่สุดใส่ฉันแถมยังปรายตามองแบบเหยียดหยามฉันอย่างเปิดเผย

นี่แกจะบอกว่าฉันเป็นคนที่ไม่น่ามีผัว เอ่อ มีแฟนมากสุดหรือไงฟะ


นี่อย่าบอกนะว่าแกขายออกแล้ว ใครกันวะกล้าเสี่ยงตายท้ายทายพี่ชายสุดโหดของแก

ฉันหุบยิ้มแล้วแยกเขี้ยวใส่ไอ้ก้อยด้วยความมั่นไส้แต่พอได้ยินที่เพื่อนพูดฉันก็ต้องถอนหายใจ คนที่กล้าเสี่ยงตายคนนั้นดันเป็นพี่สะใภ้ฉันเองแหละ แง T^T


อะไรอยู่ๆ ทำไมทำหน้าหมาหงอย


ป่าว แกมาทำอะไรที่โรงพยาบาลอ่ะ ไม่สบายหรอ?


ป่าวหรอก แวะมาเยี่ยมควายบางตัวแค่นั้นแหละ


คะ ควายบางตัวหรอ โรงพยาบาลนี้เขารับรักษาควายด้วยหรอ?


ที่นี่เขารักษาควายด้วยหรอ?

ฉันเอียงคอถามด้วยความสงสัยสุดๆ โรงพยาบาลสมัยนี้มีรักษาคงวายด้วยหรอแต่ควายที่ว่าของใครอะ แล้วป่วยเป็นอะไร โอ๊ยๆ อามิไม่เข้าใจ


ไอ้ก้อยเบ้ปากมองบนพร้อมถอนหายใจแรงๆ ส่งสายตาเอือมระอาฉันแบบที่มันชอบทำบ่อยๆ แล้วโบกมือมาที่หัวฉันแรงๆ


ผัวะ!


กรี๊ด แกมาทำร้ายฉันทำไม! T^T


โอ๊ย แกตบฉันทำไมเนี่ยฉันยกมือขึ้นจบหัวตัวเองปอยๆ เจ็บชะมัด นี่มือหรือเท้าฟะหนักมาก T^T


เมื่อไหร่แกจะเลิกฉลาดน้อยสักทีวะไอ้มิ!”


ด่าฉันว่าโง่เลยก็ได้นะ T^T


ในขณะที่เราสองคนคุยกันมุ้งมิ้งตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน(หลายเดือน)กว่าจะรู้ตัวเราสองคนก็เดินมาถึงหน้าโรงพยาบาลกันแล้ว เกี่ยวก้อยเล่าให้ฉันฟังคร่าวๆ เกี่ยวกับ ควาย ที่เพื่อนหมายถึงเขาไม่ใช่ควายจริงๆแต่เป็นผู้ชายบ้ากามที่มาลวนลามเพื่อนของเธอแล้วถูกเธออัดจนน่วมนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่ที่โรงพยาบาลมาสองสามวันแล้วแต่ที่มันทำให้ฉันต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจก็คงจะเป็นบุคคลที่เพื่อนเฉลยให้ฉันฟังคนนั้น


ไอ้บ้ากามนั่นมันคือไอ้พี่เล็กวะฉันยังจำสีหน้าเสียใจระคนผิดหวังของเพื่อนได้ ยัยก้อยคงจะรู้สึกผิดหวังที่รุ่นพี่สุดหล่อในฝันของมันกลายเป็นคนบ้ากาม


ฉันโคตรโกรธเลยวะมิ ไอ้พี่เล็กนั่นมันกวนฉัน แถมยังทำท่าทางเหมือนจำฉันไม่ได้ จำเรื่องที่มันเคยแหกหน้าฉันไม่ได้อีกด้วย


พอได้ยินประโยคนี้ก็พลอยทำให้ฉันต้องถอนหายใจด้วยความเป็นห่วงเพื่อนเรื่องคราวนั้นคงจะเป็นแผลในใจของยัยก้อยมาถึงทุกวันนี้แถมยังมามีเรื่องบ้ากามนี่อีก ฉันได้แต่เอาใจช่วยให้เพื่อนไม่ฆ่าแกงพี่เล็กเขาไปซะก่อน ยิ่งได้ยินว่าเพื่อนของฉันจากรักมากกลายเป็นเกลียดเข้ากระดูกดำฉันยิ่งรู้สึกเป็นห่วง(ห่วงพี่เล็กน่ะนะ)


อย่าคิดมากเลยแก ฉันว่าพี่เล็กเขาไม่น่าใช่คนแบบนั้น แกเข้าใจอะไรเขาผิดหรือป่าว” =_=!


เหตุผลส้นเท้าน่ะสิ ช่างเหอะ เลิกพูดถึงไอ้บ้านั่นสักที


ครืด ครืด


เกี่ยวก้อยชักสีหน้าหงุดหงิดขึ้นมาทันทีราวกับว่ารู้มันว่าใครโทรมา  ฉันขมวดคิ้วมองอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงของเพื่อนงงๆ นี่มันไปรับประทานรังแตนรังต่อมาจากไหนฟะ ทำไมอารมณ์ถึงได้เหมือนระเบิดที่ใกล้ปะทุแบบนี้


ใครโทรมาหรอแก

ไอ้เกี่ยวก้อยถอนหายใจแรงๆ แล้วหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมา ทันทีที่ชื่อบนหน้าจอปรากฏใบหน้าหวานใสของมันก็หงิกเป็นรูปสระอิทันที 

นี่อย่าบอกนะว่า


บ้าเอ้ย ตายยากชะมัด ขอเวลาไปรับสาย ควาย ก่อนนะมิ รอฉันแปบนึงนะ


อือ ไปเถอะ

ฉันพยักหน้ารับทันทีเมื่อเห็นสีหน้าที่เหมือนสัญญาณฆ่าคนตายของเพื่อน ระเบิดลงทันทีที่มันกดรับสาย


มีห่...าอะไรอีก จะโทรจิกอะไรนักหนา ชาติที่แล้วไปไก่หรือไงห๊ะ!”


ฉันกระตุกยิ้มส่งให้คนรอบข้างที่กำลังตกใจกับคำพูดของเพื่อนที่ขัดกับใบหน้าหวานๆ ของมันโดนสิ้นเชิง ก็ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนฉันก็คงจะตกใจแบบนั้น ฉันส่ายหน้าใส่เพื่อนที่กำลังอารมณ์เสียสุดๆ ยืนกัดฟันคุยโทรศัพท์ทึ้งหัวตัวเองไปมาเห็นแล้วก็อดสมน้ำหน้ามันไม่ได้ คิก


ฉันขยับเดินมาใกล้ๆ จุดที่เกี่ยวก้อยคุยโทรศัพท์เล็กน้อยเพราะไม่อยากเบียดกับผู้คนที่กำลังยืนรอรถเมล์กันอยู่ ฉันพยายามหลีกเลี่ยงความวุ่นวายด้วยการเดินหลบมายืนข้างป้ายรถเมล์แล้วยืนพิงต้นไม้ริมถนนก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเสียบหูฟังแล้วเปิดเพลงฟังรอเพื่อนคุยโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ สายตาพลางมองคนรอบข้างไปมา  ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเร่งด่วนที่ผู้คนต่างเลิกงาน เลิกเรียน และกำลังจะกลับบ้านทำให้บริเวณป้ายรถเมล์หนาแน่นไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา


เอ๊ะ!”

ฉันอุทานออกมาเบาๆ เมื่อเห็นผู้หญิงตัวเล็กที่ดูคุ้นเคยสวมหมวกปีกสีดำเดินหายเข้าไปในฝูงชน ผู้หญิงคนนั้นดูคุ้นเคย รูปร่างลักษณะเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่นึกไม่ออก


ใครฟะ?


อามิ!”เสียงใสเอ่ยดังขึ้นจากด้านหลัง


จ้าฉันขานรับพร้อมหันไปตามเสียงเรียกเพราะเข้าใจว่าไอ้เกี่ยวก้อยจะคุยโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยแล้ว


อ๊ะ!”


ผลัก!


ฉันเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นใบหน้าของเธอ ผู้หญิงที่ฉันคิดว่ารู้สึกคุ้นเคยยืนอยู่ตรงหน้าแต่ก่อนที่ฉันจะรู้ตัวทุกอย่างก็เหมือนฝันไป เธอออกแรงผลักฉันก่อนจะแสยะยิ้มยืนมอง


กรี๊ดฉันตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหวีดร้องออกมาสุดเสียง ร่างกายซวนเซเพราะไม่ทันตั้งตัวกับแรงผลักอย่างกระทัน


โครม


ไอ้มิ!”


กว่าจะรวบรวมสติได้ทุกอย่างก็เหมือนจะสายเกินไป ร่างของฉันถูกกระแทกจากวัตถุแข็งแรงที่กำลังขับเคลื่อนมาอย่างรวดเร็วบนท้องถนน แรงกระแทกรุนแรงจนร่างของฉันลอยหวือขึ้นไปบนอากาศราวกับบินได้ ร่างกายทุกส่วนชาวาบ แรงกระแทกให้ฉันเจ็บจนจุก เสี่ยววินาทีที่สมองกำลังขาวโพลนมึนงงกับเหตุการณ์รวดเร็วที่เกิดขึ้นเสียงตะโกนเรียกชื่อของฉันอย่างบ้าคลั่งก็ดังขึ้นแต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนว่ามันเบาหวิวราวกับว่าตัวเองอยู่อีกฟากของท้องฟ้า


ตุบ


ความจุกแล่นมาที่อกพร้อมกับที่ความเจ็บระบมจากส่วนหลังวิ่งกระจายไปทั่ว ความเจ็บปวดจากทุกส่วนของร่างกายสุ่มรวมกันอยู่ที่อก สมองหนักอึ้งและปวดแปลบยามเมื่อฉันต้องการจะยกมันขึ้น กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยเตะจมูก แขนข้างซ้ายชาวาบก่อนจะปวดแสบราวกับว่ามันกำลังแตกละเอียด


ไอ้มิ ไอ้มิ กะ แกอย่าเป็นอะไรนะ รถพยาบาลเรียกรถพยาบาลหน่อย บ้าเอ้ย ที่นี่มันหน้าโรงพยาบาลนะเว้ย ฮึก

ฉันได้ยินเสียงตะโกนโวยวายของเพื่อนดังอยู่ใกล้ๆ เสียงตะโกนกร้าวแผ่วเบาลงจนกลายเป็นเสียงสะอื้น


ฮือ ไอ้มิ แกได้ยินฉันไหม ฮึก แม่งทำไมเลือดมันถึงได้ออกเยอะแบบนี้วะ ฮือ

ฉันพยายามยกแขนข้างขวาที่เจ็บน้อยกว่าขึ้นหวังเพียงเอื้อมไปปลอบใจเพื่อนรักที่กำลังสติแตก ฉันอยากบอกมันเหลือเกินว่าฉันไม่เป็นไรแต่มันก็ยากเหลือเกิน ความเจ็บปวดของร่างกายทำให้ฉันไม่สามารถขยับตัวอย่างที่ใจต้องการได้


กะ ก้อย

ฉันพยายามเอ่ยเรียกเพื่อนอีกครั้งก่อนจะไอออกมาสองสามครั้งและพยายามอ้าปากพูดอีกครั้งแต่กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกตันที่ลำคอทำให้ฉันไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาไป


ร่างกายของฉันเหมือนกำลังแตกออกจากกันทุกส่วน เจ็บร้าวไปหมดและเจ็บมากที่สุดตรงหัวใจ


ไอ้มิอย่าพูด ไม่ต้องพูด ฮือ เลือดแกออก ฮึก ฮือ

ฉันปรือตาขึ้นมองใบหน้าน้ำตาของเพื่อนก่อนระพยายามฝืนยิ้มให้มัน ความเจ็บปวดภายในร่างกายเริ่มเล่นงานขึ้นอีกครั้ง เมื่อฉันพยายามขยับตัว ร่างกายเหมือนจะแตกออกจากกัน มันปวดร้าวราวกับว่ามีอะไรหนักๆ กดทับเอาไว้ หัวปวดตุบตุบเหมือนกันกำลังจะระเบิด ของเหลวสีแดงไหลเลอะเปลือกตาและมันกำลังไหลออกมาเรื่อยๆ หัวใจของฉันกระตุกวูบเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเบาลง เปลือกตาหนักอึ้งเกินกว่าจะลืมขึ้นได้ แน่นจุกที่หน้าอกจนหายใจไม่ออก ภาพเบื้องหน้าเริ่มมืดลงและดับสนิทในที่สุด


กรี๊ด ไอ้มิ ไอ้มิอย่าหลับนะ ฮือ หมอช่วยเพื่อนหนูด้วย ช่วยเพื่อนหนูด้วย ฮือ
 

 

ปล.หากผิดพลาดประการใดขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แนะนำและสั่งสอนได้เลยนะคะ

 

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนิยายของไรเตอร์นะคะ ^^
รบกวนนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอ่านนิยายของนักเขียนมือใหม่ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังให้ด้วยนะคะ






 

#งานดราม่า

เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นอีกแล้ว สงสารมิมิ T^T

ไรท์ขอโทษที่มาอัพช้าและหายไปหลายเดือน มีหลายเรื่องต้องทำค่ะ
ขอบคุณที่ยังไม่หายไปไหนและยังรอมิมิและพี่ลี่นะคะ ^^

#อามิคุณติ่งผู้เหนือโลก




มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจนางเอกไม่เต็มของไรท์ด้วยนะคะ อิอิ



 


B E R L I N ❀
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #162 noodeedi (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 22:59
    คอยๆๆๆๆนะค่ะ
    #162
    0
  2. #161 35419 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 00:25
    เดี๋ยวดราม่าเริ่มมาล่ะ รอคร้า
    #161
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(