LOVE FRIENDLY รักได้ไหมผู้ชายของพี่?

ตอนที่ 42 : Chapter 20 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ต.ค. 59





 



(ต่อ)

อามิกำลังจะตาบอด ฮึก ไอ้ภู อามิกำลังจะตาบอดแกได้ยินไหม ฮือ


ผมไม่รู้ว่าไอ้ภูพิงค์ทำหน้ายังไงแต่มือที่มันประคองไหล่ผมเลื่อนหลุดกลับลงไปข้างตัว ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้งเมื่อไอ้ภูก็เงียบ และผมก็เอาแค่ร้องไห้ กระทั่งมีมืออีกมือเอื้อมมาประคองผมอีกข้าง/


ไอ้ชิ


ผมหันไปเห็นหน้าไอ้ทิวสนแล้วปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง เสียใจจนสมองมันอื้ออึงไปหมด มือไม้เย็นชาเฉียบแข็งค้างเหมือนคนตาย ผมไม่มีแรงแม้กระทั่งขยับปากพูดมากกว่าการเรียกชื่อของอามิซ้ำไปซ้ำมาราวคนบ้า น้องสาวคนเดียวของผมต้องไม่มีชีวิตทุกข์ทรมานเช่นนั้น ผมไม่ยอม!

ผมร้องไห้จนตัวเองเหนื่อย ม่านตาหนักอึ้งเปียกชื้นคราบน้ำตาจนอ่อนล้า ผมจึงยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองแล้วปาดน้ำตาให้ตัวเองลวกๆ ก่อนจะกลืนความเสียใจและความอ่อนแอที่มีทั้งหมดทิ้งไป หมดเวลาร้องไห้คร่ำครวญต่อไปแล้ว ถึงเวลาต้องเข้มแข็งและต่อสู้เคียงข้างอามิแล้ว

ผมเงยหน้ามองไอ้ทิวสนที่กำลังมีสีหน้าไม่ต่างจากผมแล้วหันไปรอบกายมองหาผู้ชายอีกคนที่เคยคิดว่านั่งอยู่ข้างๆ แต่ไม่มี


แล้วไอ้ภูพิงค์ล่ะ

ผมหันไปถามไอ้ทิวสนแต่มันกลับย่นคิ้ว

ถามหามันทำไม

ผมขมวดคิ้วแน่น มองซ้ายมองขวาอีกรอบแต่ก็พบเพียงผู้คนแปลกตาที่เดินไปเดินมาแต่ไม่เห็นไอ้ภูพิงค์เลย


ก็เมื่อกี้มันยังอยู่ตรงนี้อยู่เลย

ผมพูดพลางชี้ไปที่พื้นตรงที่เคยนั่งร้องไห้ข้างๆ มีไอ้ภูพิงค์นั่งอยู่ แต่พอหันกลับมาแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อไอ้ทิวสนทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด


ไม่เห็นนะ ตอนที่ฉันเดินมาแกนั่งอยู่คนเดียว


ผมรู้สึกแปลกๆ กับสิ่งที่ได้ยิน หรือบางทีไอ้ภูพิงค์อาจจะรีบไปหาอามิ เพราะมันห่วงและรักอามิมาก ผมรู้ดี ใช่ ผมรู้มาตลอดว่าไอ้ภูพิงค์รักอามิมากแค่ไหนและรักมานานแล้ว และผมก็รู้อีกว่าตัวตนของไอ้ภูพิงค์คืออะไร น่ากลัวแค่ไหน ภายใต้หน้ากากของคนดีที่อบอุ่นอ่อนโยนที่สร้างเอาไว้คือปีศาจจำแลงกายที่โหดร้ายและน่ากลัว ผมรู้มาตลอดว่าไอ้ภูพิงค์คือสมาชิกแก๊งนรกที่ใช้ชื่อว่า Darken กลุ่มคนที่โหดเหี้ยมและกุมอำนาจการดูแลวัยรุ่นในจังหวัด ไม่มีใครไม่รู้จักกลุ่มคนพวกนี้ แต่ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของพวกมันแต่ผมรู้ เพราะแบบนี้ผมถึงได้กีดกันไอ้ภูพิงค์ทุกอย่าง

อันตรายเหรอ ผู้ชายคนนั้นเป็นยิ่งกว่าอันตราย

คนที่สามารถปักมีดลงบนอกของคนอื่นโดยไม่กระพริบตาแบบนั้น ผมไม่มีวันให้มันเข้ามาในชีวิตของน้องสาวแน่นอน!

 




บรรยากาศภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเต็มไปด้วยความวุ่นวายเช่นทุกๆ วัน ผู้คนมากหน้าหลายตาทั้งคนป่วย ญาติคนป่วย หรือเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลต่างเดินกันขวักไขว่ไปมาวุ่นวายจนเวียนหัว บริเวณหน้าห้องไอซียูบนตึกพิเศษเองก็กำลังเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังยืมมองร่างบอบบางขาวซีดนอนนิ่งบนเตียงที่มีกระจกกั้น ใบหน้าสวยที่เคยสดใสขาวจนแทบเป็นสีเดียวกับปลอกหมอนสีซีด ร่างกายเล็กจ้อยเต็มไปด้วยสายระโยงรยางค์เต็มไปหมด บนศีรษะเล็กมีผ้าพันรอบเอาไว้หลายชั้น ดวงตาทั้งสองข้างถูกปิดทับเอาไว้ด้วยเช่นกัน

คุณค่ะลูกเราจะไม่เป็นไรใช่ไหม

เสียงร้องถามดังสะอื้นราวกับจะขาดใจของมารดาผู้ให้กำเนิดร่างบอบบางบนเตียง ใบหน้าที่เริ่มเหี่ยวย่นนองน้ำตาและเต็มไปด้วยความเสียใจ บุตรสาวคนเล็กที่เป็นเสมือนแก้วตาดวงใจกำลังนอนนิ่งอยู่ใกล้เพียงเอื้อมถึงทว่ากลับไม่สามารถเอื้อมมือไปโอบประคองเพื่อปลอบประโลมบุตรสาวได้

ลูกจะต้องปลอดภัย อามิจะต้องดีขึ้น

ชายสูงวัยที่ร้องไห้เคียงข้างกันเอ่ยปลอบพร้อมดึงร่างภรรยาเข้ามาซุกซบที่แผงอก หัวใจของพ่อแม่ยามเห็นลูกเจ็บปวดย่อมเจ็บปวดยิ่งกว่าหลายเท่า เรื่องราวที่ได้รับรู้มาเหมือนคมมีดที่กรีดแทงลงมาที่หัวใจของพ่อแม่ที่รักลูกดั่งชีวิต


ทั้งคู่ไม่รู้แน่ว่าเหตุใด สตรีสวมหมวกคนนั้นจึงต้องการทำลายชีวิตเล็กๆ ของบุตรสาวที่เพิ่งเติบโตในวัยแรกแย้ม

ทว่าไม่มีหลักฐานใดพอจะชี้ตัวของคนร้ายได้ มีเพียงภาพจากกล้องวงจรปิดที่เบลอจนแทบมองไม่เห็นอะไรแต่ก็ชัดเจนพอจะทำให้ทุกคนรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นจงใจผลักบุตรสาวของพวกเขาลงไปบนถนนเพื่อให้รถที่ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชน


อามิจะต้องปลอดภัยค่ะแม่เสียงสะอื้นจากสไบนางเพื่อนสนิทของบุตรสาวทำให้ผู้สูงวัยทั้งสองต้องกลั้นน้ำ หากตอนนี้ทั้งสองอ่อนแอ ทุกคนที่ยืนรอให้กำลังบุตรสาวของพวกเขาก็คงไร้เรี่ยวแรงไปด้วย

ฉันจะลากตัวไอ้เลวนั้นมาลงโทษให้สาสม

ยุวดีกำมือแน่น ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากัน ภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นเหมือนน้ำมันถังใหญ่ที่ราดลงมาบนกองเพลิงโทสะของทุกคน ผู้หญิงสาวหมวกในชุดลำลองคนนั้นตั้งใจให้เพื่อนรักของเธอตาย มันจงใจผลักเอมิกาลงไปในจังหวะที่รถสปอร์ตคันนั้นแล่นมาด้วยความเร็ว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่พยายามพร่ำบอกแต่มันคือการจงใจฆ่า และเธอจะไม่มีวันปล่อยให้คนชั่วที่มันกล้าพยายามพรากลมหายใจอันมีค่าของเพื่อนเธอไป


พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะทำทุกอย่างให้มันชดใช้ในสิ่งที่ทำ



อีกฟากของห้องไอซียูบริเวณช่องว่างก่อนถึงบันไดหนีไฟ มีร่างสูงโปร่งในชุดคนไข้เฉกเช่นเดียวกันยืนเพ่งมองกลุ่มคนคุ้นตาที่กำลังร้องไห้มองร่างบอบบางของผู้หญิงที่เป็นรักแรกและรักเดียวในหัวใจของชายหนุ่ม หัวใจที่สุ่มไปด้วยเพลิงโทสะเต้นรุนแรงขึ้น มือหนากำแน่นอย่างสะกดอารมณ์ กลางอกปวดแสบเหมือนถูกใครฉีกหัวใจออกเป็นชิ้น

แกจะต้องชดใช้

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงลอดไรฟันก่อนจะขบกรามแน่นจนเกิดสันนูน เส้นเลือดที่ขมับกระตุกหนักขึ้นเมื่อความโกรธทบทวีคูณ


อามิจะตาบอด แกได้ยิมไหมว่าอามิกำลังจะตาบอด!”

ไม่มีวัน!

เขาไม่มีวันยอมให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดเจียนตายกับชีวิตที่ทุกข์ทรมานเช่นนั้น  ตาบอดหรือ ไม่มีทาง เขาไม่มีวันยอมให้ผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจต้องพบเจอกับความปวดร้าวแสนสาหัสเช่นนั้น ไม่มีทาง!


คนที่ต้องเจ็บคือมัน เราจะสอนให้มันรู้ว่าความเจ็บเจียนตายมันสะกดยังไง


น้ำเสียงต่ำลอดไรฟันพร้อมแววตาดุดันอาฆาตทอประกายเต็มนัยน์ตา ภูพิงค์กำมือเข้าหากันแน่นขึ้น จิกเล็บลงบนฝ่ามือจนปวดแสบก่อนจะยกมือขึ้นพุ่งหมัดกระแทกเข้าไปที่พนังเต็มแรงด้วยไฟเคืองแค้นที่ลุกโชนอยู่เต็มอก


ผัวะ

อามิจะต้องปลอดภัย เราจะทำทุกอย่างให้เธอหายดี


ชายหนุ่มไม่แน่ใจในคำสัญญาแต่สาบานกับตัวเองว่าเขาจะต้องปกป้องเธอ เอมิกาเป็นรักแรกและรักฝังใจของเขามาตลอด 19 ปี มันไม่ใช่แค่ป็อปปี้เลิฟหรือความรักแบบเด็กๆ แต่เขาหลังรักเธอมาตั้งแต่อนุบาล ตั้งแต่วันที่เธอกระโดดลงน้ำลงมาช่วยเขาที่กำลังจมลงไปก้นสระทั้งๆ ที่ตัวเองว่ายน้ำไม่แข็ง

ภูพิงค์ในเวลานั้นเป็นเด็กที่ไม่มีเพื่อนเพราะนิสัยโลกส่วนตัวสูง และมีบางอย่างซุกซ่อนในหัวใจ เขาจึงกลายเป็นตัวประหลาดแต่เอมิกาเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เข้ามาพูดคุยกับเขาและหยิบยื่นหลายสิ่งให้เขารวมไปถึงสิ่งที่เรียกว่าความรัก

หลังจากวันที่เขาจมน้ำบิดาและมารดาก็สั่งให้เขาย้ายห้องเรียนไปเรียนห้องพิเศษที่มีเพียงทายาทของคนมีเงินและพวกลูกเศรษฐีที่ไม่มีความจริงใจ  ทว่าที่นั่นทำให้เขาเปลี่ยนแปลง และเมื่อเวลาผ่านไปเขาได้เรียนรู้ที่จะเก็บซ่อน และปิดบังความรู้สึกดำมืดในจิตใจเอาไว้ภายใต้หน้ากากของหนุ่มหล่อ แสนดี ที่อบอุ่น


อามิไม่ต้องกลัว ถ้าเราไม่ตาย มันก็ต้องตายแต่ต้องตายทั้งเป็น

 

 

FREANDLY PAST

ผมพาตัวเองมานั่งลงที่เก้าอี้หน้าห้องไอซียูด้วยร่างกายที่เหมือนคนตาย สองอาทิตย์แล้วที่อามิยังนอนนิ่งไม่ฟื้นขึ้นมาเลย และยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นในเร็วๆ นี้ คุณหมอที่ดูแลอามิถูกเปลี่ยนจากพี่หมอรภัทรเป็นจักษุแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองอีกหลายคน

ผมจำหน้าหมอที่เข้ามาดูอาการอามิและรายงานอาการของเธอแทบไม่ได้ เพราะทุกวันหมอจะเปลี่ยนไปตามอาการของอามิ ตลอดเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมาอาชินับวันยิ่งดูแย่ลงไปทุกที หน้าตาหมองคล้ำ ข้าวปลาไม่กิน ผมก็อาการไม่ได้ดีกว่ามันแต่ก็ไม่อยากให้ตัวเองย่ำแย่ขนาดนั้น ผมรู้ว่าอามิจะต้องรู้สึกไม่ดีหากเห็นว่าผมอ่อนแอ ผมจึงพยายามเข้มแข็งให้มากที่สุด และบอกตัวเองว่าจะต้องรักษาอามิให้ได้ไม่ว่าจะต้องเสียเงินมากแค่ไหน


กลับไปนอนพักบ้างนะเฟรนลี่

คุณแม่ของอามิเดินมานั่งลงข้างผมแล้วยกมือลูบไหล่ผมเบาๆ อย่างที่ทำเป็นประจำ เราทุกคนสารภาพความจริงทุกอย่างให้คุณแม่และคุณพ่อของอามิและอาชิฟังหมดแล้ว ท่านทั้งสองไม่ได้โกรธเคืองเรื่องที่ผมโกหกว่า เป็นแฟนไอ้อาชิ รวมไปถึงไม่โกรธที่ผมแอบคบหาอามิโดยไม่ได้บอกให้ท่านทราบ


ไม่เป็นไรครับ ผมยังไหว คุณแม่ครับเรื่องค่ารักษาอามิผมจัดการเองครับ ผมพอจะมีเงินเก็บอยู่หลายล้านมันน่าจะพอรักษาอามิได้

เงินของผมมีมากกว่าสิบล้านเพราะผมได้รับเงินปันผลจากหุ้นในบริษัทของครอบครัว นี่ไม่นับรวมเงินมรดกที่ควรจะได้อีก ผมจะไปขอพ่อกับแม่มาให้หมด ถ้ามันยังไม่พอผมจะไปยืมพี่ชายกับน้องชายของตัวเองมาให้หมด


ไม่เป็นไรจ๊ะ เรื่องค่ารักษาทางโรงพยาบาลเขาบอกว่ามีคนใจดีออกให้หมดแล้ว


ผมหันขวับไปมองใบหน้าอิดโรยที่กำลังส่งยิ้มมาให้แล้วย่นคิ้ว


คนใจดีเหรอ? ใครกัน?

คนใจดีเหรอครับ

จ๊ะ เห็นคุณพยาบาลว่าท่านเป็นเจ้าของโรงพยาบาล ท่านรู้จักและเอ็นดูอามิมาก่อนเลยสั่งให้ดูแลและรักษาอามิจนหายดีโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท แม่เข้าไปพบท่านและกราบขอบคุณท่านมาแล้ว

ผมเม้มปากครุ่นคิด เจ้าของโรงพยาบาลนี้ ใครกันทำไมถึงรู้จักอามิล่ะ ผมหันไปหมายจะถามต่อแต่เห็นไอ้อาชิกับไอ้ริวเซเดินเข้าพอดีเลยหยุดความสงสัยไว้ ก่อนจะหันไปทักทายเพื่อนแทน

ซื้ออะไรมากินล่ะ

ไอ้ริวเซคลี่ยิ้มเครียดๆ แล้วยกถุงอาหารหลายอย่างขึ้นพร้อมเดินเข้ามาพยุงคุณแม่ของอามิไปที่โต๊ะในห้องพักฟื้น เราได้รับอนุญาตให้เฝ้าอามิและใช้ห้องพักพิเศษข้างๆ เป็นห้องพักได้ ทางโรงพยาบาลดูแลพวกเราอย่างดีจนน่าสงสัย คือผมก็ไม่ได้จะบอกว่ามันไม่ดีแต่มันดีเกินไปเหมือนกับว่ามีใครสักคนสั่งให้พวกเขาดูแลเราอย่างดีแต่จะใครล่ะเพราะผมถามคุณพ่อคุณแม่และพี่ชายแล้ว ทุกคนก็ตอบว่าไม่ได้สั่งอะไรใครไปเป็นพิเศษ แม้อิทธิพลของคุณพ่อผมจะมีมากพอสมควรแต่ท่านก็ปฏิเสธว่ายังไม่ทันได้ทำอะไรก็มีคนทำหมดแล้ว


คำถามที่ผมสงสัยคือใครอยู่เบื้องหลังกันแน่?

อ้าว อยู่พร้อมหน้าเลย สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่น้องอามิ

เสียงทักทายจากพี่หมอรภัทรเกิดขึ้นในทุกๆ วัน เวลาที่พี่หมอมีเวลาว่างก็จะแวะมาถามไถ่อาการและแวะมาให้กำลังใจพวกเราเสมอ จนเป็นภาพชินตาสำหรับพวกเรา


สวัสดีค่ะคุณหมอคุณแม่ของอามิทักทาย ก่อนที่ต้องแปลกใจเมื่อวันนี้พี่หมอรภัทรดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

วันนี้ผมมีข่าวดีมาบอกครับ คุณหมอทุกคนที่ดูแลน้องอามิอนุญาตให้น้องอามิออกจากห้องไอซียูไปพักฟื้นในห้องพิเศษได้แล้วครับ ต่อไปนี้ทุกคนจะสามารถดูแลอามิได้ใกล้ชิดขึ้น แต่ เอ่อ เรื่องอาการยังคงต้องรอดูไปเรื่อยๆ และยังให้คำตอบไม่ได้ว่าอามิจะฟื้นเมื่อไหร่ด้วยครับ

ท้ายประโยคเสียงของพี่หมอเบาลงเล็กน้อย ทว่าข่าวดีที่รับก็ยังทำให้ทุกคนยิ้มออกมาได้ อย่างน้อยตอนนี้อามิก็อาการดีขึ้น ได้ย้ายมานอนพักรักษาตัวที่ห้องธรรมดาไม่ใช้ห้องไอซียูที่เราได้แค่ยืนมองจากที่ไกลๆ นอกกระจกอีกต่อไป


ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ

ผมเห็นรอยยิ้มของพี่หมอภัทรจืดเจื่อนลงเมื่อทุกคนดูมีความสุข ใบหน้าหล่อเหลาที่สวมแว่นตาดูเรียบนิ่งขึ้นก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ทำให้ผมใจคอไม่ค่อยดีขึ้นมาอีกครั้ง


มีอะไรเหรอครับพี่หมอ


พี่หมอรภัทรหันมายิ้มเจื่อนให้ผมก่อนจะหันไปมองคนอื่นๆ แล้วก้มหน้านิ่งพักใหญ่ นานพอสมควรที่ทุกอย่างกลับมาเงียบเหมือนมีคนกดปิดสวิตช์เสียง ผมเองก็ไม่กล้าพูดหรือถามอะไรมาก อาการของพี่หมอมันดูสลดลงจากตอนแรกที่ยิ้มเข้ามาราวกับคนละคนกัน พี่หมอรภัทรเงยหน้าขึ้นมองพวกเราแล้วเม้มปากเหมือนชั่งใจ


คือจากผลแสกนสมอง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ผมมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายในข่าวดีที่จะต้องแจ้งให้ทุกคนทราบ


เงียบ


ไม่มีใครพูดอะไรเพราะทุกคนตั้งใจรอฟังสิ่งที่จะได้ยินด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ส่วนผมในหัวมันอื้ออึงและขาวโพลนตั้งแต่ได้ยินว่าข่าวร้ายในข่าวดีแล้ว ผมกลัว ผมยอมรับเลยว่าตัวเองกลัวทุกอย่าง ขี้ขลาดและอ่อนแอทั้งๆ ที่ควรจะต้องเข้มแข็ง ร่างกายภายนอกมันอ่อนล้าไม่เท่าหัวใจข้างในที่กำลังอ่อนแรง


ผมกลัวจะเสียอามิไป กลัวจริงๆ กลัวเธอจะเจ็บปวดหรือทุกข์ตรมไม่ว่าจากอะไรก็ตาม


เราพบว่าบริเวณขอบตามีการบวมช้ำจากการกระแทกซึ่งเป็นโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้ดวงตาได้รับความเสียหายรุนแรงแต่เรายังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าอามิจะมองไม่เห็นหรือไม่ อาจมองเห็นแต่ไม่ชัดเจนซึ่งสามารถรักษาต่อเนื่องตามอาการได้หากการกระแทกไม่รุนแรง แต่…”


พี่หมอนิ่งไปสักพักก่อนจะสูดลมหายใจเข้าแล้วเงยหน้าสบตาคุณพ่อคุณแม่ของอามิอย่างให้กำลังใจ แต่ทำไมผมถึงได้รู้สึกว่าแววตานั่นมันเสียดแทงหัวใจของตัวเองก็ไม่รู้


อาจ อาจเหรอ ทำไมต้องอาจ ผมเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเกลียดคำว่าอาจจะ บางที หรือแม้แต่คำว่า ไม่แน่ใจ


แต่อะไรครับคุณหมอ


แต่หากการกระแทกรุนแรงจนทำให้ตาแตก หมายความว่าเราอาจไม่มีทางรักษาต่อได้เพราะในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นบริเวณกระจกตาดำเราสามารถรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาได้แต่ก็ต้องรอรับการบริจาค อาจนานหน่อยแต่ก็ยังมีโอกาส แต่หากว่าตาแตกหรือดวงตาได้รับความเสียรุนแรง เอ่อ คือว่า


ผมกัดริมฝีปากตัวเองแรงๆ แล้วกลั้นใจไม่ถามสิ่งที่อยู่ในออกไป บีบมือเอาไว้เพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นก่อนจะมองสบตาเพื่อฟังสิ่งที่กำลังจะได้ยินต่อไป


เอ่อ ผมเสียใจที่ต้องบอกว่าอามิอาจจะตาบอดครับ
 

 

ปล.หากผิดพลาดประการใดขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แนะนำและสั่งสอนได้เลยนะคะ

 

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนิยายของไรเตอร์นะคะ ^^
รบกวนนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอ่านนิยายของนักเขียนมือใหม่ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังให้ด้วยนะคะ






 

#งานดราม่า

อามิจะตาบอดเหรอ ม่ายยยยย
ใครคือผู้หญิงสวมหมวกที่ผลักมิมิของเรา TT
ไรท์ดีใจที่ยังมีคนรออ่านนิยายเรื่องนี้ ดีใจที่ยังมีคอมเม้นให้กำลังใจ
แม้ไรท์จะหายไปนานและดองนิยายจนเค็ม
ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากๆ เลยนะคะ

#อามิคุณติ่งผู้เหนือโลก




มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจนางเอกไม่เต็มของไรท์ด้วยนะคะ อิอิ



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #172 Jshdyfghd (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 23:52
    เศร้า😢ทำไมอามิต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย😭
    #172
    0
  2. #171 warisarakhemm (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 02:13
    เศร้า+ดราม่า เกินไปแล้ว
    #171
    0
  3. #170 noodeedi (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 19:36
    อ่านแล้วบีบหัวใจมาก
    #170
    1
    • #170-1 คุณเอริน(จากตอนที่ 42)
      9 ตุลาคม 2559 / 19:46
      ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดนะคะ ^^
      #170-1
  4. #168 kppraw (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 23:38
    ดราม่ามากกกก อีนั่นต้องโดนคืนเป็นล้านเท่า
    #168
    1
    • #168-1 คุณเอริน(จากตอนที่ 42)
      9 ตุลาคม 2559 / 19:46
      ให้ทายว่าใครเป็นคนร้าย
      #168-1
  5. #167 npat (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 17:21
    สงสารอามิชีวิตเทอช่างดราม่า อยากรู้เหตุผลคนท
    #167
    1
    • #167-1 คุณเอริน(จากตอนที่ 42)
      9 ตุลาคม 2559 / 19:47
      คนบางคนเกลียดทั้งๆ ที่อีกคนไม่เคยทำอะไรให้เลยค่ะ สปอยเหรอ? คิกๆ
      #167-1