LOVE FRIENDLY รักได้ไหมผู้ชายของพี่?

ตอนที่ 34 : Chapter 16 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 ต.ค. 58


 


(ต่อ)

ฉันถูกพาขึ้นมาบนรถยนต์สีขาวที่คุ้นเคยก่อนที่คนขับจะขับเคลื่อนรถออกจากหมู่บ้านของฉันในเวลาไม่นาน ฉันไม่รู้หรอกว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง มาตอนไหน และมาทำไม แต่วินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มอ่อนโยนจริงใจที่คุ้นเคย ความรู้เจ็บปวดที่หนักอึ้งในหัวใจก็แทบจะเหือดหายไป เหมือนฉันถูกเขาฉุดมือขึ้นจากน้ำที่ลึกก่อนที่ตัวเองจะขาดใจตาย วินาทีที่ได้รับอ้อมกอดปลอบโยนแสนอบอุ่นของเขาฉันก็เหมือนคนที่ได้รับอากาศเข้าเต็มปอดในตอนที่กำลังจะขาดใจตาย


อามิหิวไหม


คำถามธรรมดาแต่มาพร้อมน้ำเสียงห่วงใยทำให้ฉันต้องหันไปมองคนถาม ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มอ่อนโยนอย่างที่เคยเป็นมาพร้อมละมือข้างนึงของเขาจากพวงมาลัยมาลูบหัวของฉันเบาๆ


อึก ราวกับดูหนังฉายซ้ำแต่คนละเรื่องเมื่อภาพความทรงจำในวันที่มีผู้ชายอีกคนเคยทำ ไม่สิ สองคนเคยทำ เคยปลอบโยนและห่วงใยฉันแบบนี้ฉายวนกลับมาให้หัวใจของฉันเจ็บหนึบอีกครั้ง


น้ำตาของฉันไหลออกมาอีกครั้ง นั่นทำให้เขาตกใจจนต้องเหยียบเบรคกระทันแล้วเอ่ยถาม


อามิเป็นอะไร ร้องไห้อีกทำไม

ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบเมื่อตัวเองก็ไม่รู้สาเหตุของน้ำตาที่ไหลออกมาเหมือนกัน ทั้งๆ ที่แค่เพียงคิดถึงภาพความทรงจำที่เคยทำให้ฉันมีความสุขเพียงเท่า ต่อจากนี้คงไม่มีอีกแล้วใบหน้าสวยหวานพร้อมรอยยิ้มของใครบางคน ฉันคงไม่มีโอกาสได้รับอ้อมกอดจากเขาอีกแล้ว เพราะฉันเพิ่งจะบอกเขาว่าฉันเกลียดเขา


อามิบอกเราได้ไหมว่าทำไมถึงร้องไห้ บอกภูได้ไหมว่าอะไรทำให้อามิเสียใจขนาดนี้


ฮึก ฮือ


ฉันปล่อยโฮออกมาอีกครั้งเมื่อสายตาเว้าวอนของ ภูพิงค์ ฉายชัดเข้าในแววตา ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มประดับอยู่ไหววูบเล็กน้อยเมื่อเห็นฉันร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง ฉันไม่สามารถตอบอะไรเขาได้ในตอนนี้ หัวใจของฉันมันเจ็บปวด บอบช้ำ เกินกว่าจะสามารถรับรู้หรือตอบคำถามอะไรของใครได้ ฉันยังไม่พร้อมและฉันต้องการเวลา


โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะยังไม่ต้องพูดตอนนี้ก็ได้ เราไม่ถามแล้ว เราไม่ถามอะไรอามิอีกแล้วนะ


คำถามของภูพิงค์ถูกเสียงร้องไห้ของฉันกลืนกินเมื่อเขาไม่ต้องการเห็นฉันร้องไห้อีกแล้ว เขาเลือกจะเงียบและขับรถโดยไม่เซ้าซี้ถามคำถามที่จะทำให้ฉันร้องไห้ออกมาอีก


ฉันเบนสายตาออกไปมองกระจกข้างเพื่อทอดสายตาเหม่อมองออกไปด้านนอก ภาพผู้คนเดินกันขวักไขว่ฉายเข้ามาในม่านตา ตลอดสองข้างทางมีเพียงผู้คน รถรา และตึกสูง ฉันจมทุกอย่างลงสู้ห้วงความรู้สึกปล่อยใจที่หนักอึ้งให้จมดิ่งสู่ความเหนื่อยล้าเข้าสู่ห้วงนิทรา เปลือกตาที่หนักอึ้งจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหักค่อยๆ ปิดลง ความรู้สึกง่วงงันถาโถมเข้ามาเมื่อความเหนื่อยล้าของร่างกายและหัวใจเล่นงาน

 


ฉันกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงไฟสีเหลืองนวลภายในห้องสีขาว ดวงตาปวดหนึบเมื่อพยายามลืมตาขึ้น หัวเหมือนถูกก้อนหินทับเอาไว้สักล้านก้อนมันหนักจนแทบจะยกหัวไม่ขึ้น ความเหมื่อยขบเล่นงานเมื่อฉันพยายามพยุงกายลุกขึ้นนั่ง


โอ๊ย

ฉันร้องออกมาเบาๆ เมื่อพยายามพยุงตัวเพื่อจะลุกขึ้น อาการเวียนหัวเล่นงานจนต้องเซแล้วทรุดลงที่เตียงอีกครั้ง หัวหมุนไปมาราวกับว่าโลกกำลังเอียง อาการปวดหัวหนึบๆ เริ่มถาโถมเข้ามาอีกครั้ง โอ๊ย นี่ทำไมถึงได้ปวดหัวขนาดนี้นะ


อามิ

เสียงทุ้มเอ่ยถามถลาเข้ามานั่งข้างกายฉันแล้วโอบประคอง ภูพิงค์โอบประคองฉันก่อนจะดันตัวให้ฉันนอนลงอีกครั้ง ฉันไม่ได้ขัดขืนแต่นอนลงตามแรงดันของเขาอย่างจำใจ เพราะร่างกายเหนื่อยล้าจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้กระทั่งหายใจ


อย่าเพิ่งลุก นอนพักก่อน


ภูพิงค์กระชับผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวฉันแล้วลูบผมฉันเบาๆเขาส่งยิ้มบางๆ มาให้ เปลือกตาของฉันดูจะเหนื่อยล้าและอ่อนล้าเกินกว่าจะเปิดต่อไปได้


นอนเถอะ ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง

ภูพิงค์บอกเสียงทุ้มก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วหมุนตัวเดินไปที่ประตูเขาส่งยิ้มมาให้อีกครั้งเพื่อให้กำลังใจฉัน ฉันพยักหน้าแล้วยิ้มตอบ ไฟถูกปิดลงและเสียงปิดประตูก็ดังขึ้นเป็นสิ่งสุดท้าย ฉันหลับตาลงภาพใบหน้าของผู้ชายสองคนที่ตามหลอกหลอนฉายวนกลับมาอีกครั้งและมันทำให้น้ำตาของฉันไหลออกมาอีกครั้งเช่นกัน


คิดถึง สิ่งเดียวในหัวใจที่ฉันได้ยิน

 


FRIENDLY PAST

ผมเหมือนคนบ้า เดินวนไปวนมาในห้องของอามิด้วยหัวใจที่กระสับกระส่าย อามิหายไปนี่คือเรื่องที่ทำให้ผมเหมือนคนบ้าอยู่ตอนนี้ หลังจากที่คนตัวเล็กวิ่งร้องไห้ออกจากบ้านไปผมก็วิ่งตามออกไปแต่ก็ไม่เจอ เธอหายไป เธอไปโดยไม่เหลือร่องรอยอะไรเลย เหมือนเธอหายไปเฉยๆ จนผมใจหาย


ไม่เจอ!”


เสียงตะโกนโวยวายของไอ้อาชิดังมาจากด้านล่างยิ่งทำให้ผมแทบจะขาดใจ ผมหยุดเดินแล้วนั่งลงบนเตียงสีน้ำตาลของเธฮด้วยหัวใจที่คะนึงหา ไม่รู้ว่าป่านนี้อามิจะเป็นยังไงบ้าง ป่านนี้เด็กดีของผมคงจะร้องไห้จนน้ำตาแทบไปสายเลือด เรื่องบ้าๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันก็มาจากไอ้เจ้าของเสียงโวยวายเมื่อสักครู่นั่นแหละเพราแผนการบ้าบอประสาทแตกของมันนั่นแหละถึงได้ทำให้อามิต้องวิ่งหนีเตลิดออกจากบ้านไปแบบนี้ ความผิดทั้งหมดเกิดจากมันนั่นแหละไอ้อาชิ!


เห้ย ไอ้ลี่น้องรอยยิ้มกับน้องสไบมาแล้ว

เสียงราบเรียบของไอ้โจชัวดังขึ้นที่หน้าประตู ผมเงยหน้ามองมันก่อนจะพยักหน้าเข้าใจและลุกเดินออกมาจากห้องของอามิ ในวินาทีที่ประตูกำลังจะปิดลงหัวใจของผมมันกระตุกวูบราวกับกำลังถูกใครบางคนบีบและขยำมันแรงๆ หัวใจของผมหรอ อามิ


มึงหยุดเดินไปเดินมาแล้วนั่งลงได้ไหมวะกูเวียนหัว

น้ำเสียงหงุดหงิดของไอ้ริวเซดังขัดจังหวะการเดินวนไปเวียนมาของไอ้อาชิ จนมันต้องชะงักแล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่ ผมถอนหายใจก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างๆ ไอ้ทิวสนเงียบๆ ไอ้โจชัวเดินไปหาไอ้ริวเซแล้วถลึงตาใส่ให้มันเงียบเพราะสถานการณ์ตอนนี้เริ่มตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด


อยากจะบ้า ใครก็ได้เล่าเรื่องบ้าๆ นี่ให้หนูฟังทีสิ

น้ำเสียงหงุดหงิดของสไบนางพร้อมสีหน้าหงุดหงิดทำให้ทุกคนที่รู้เรื่องบ้าๆต้องหันไปมองหน้ากัน ทุกคนเลิกลักที่จะตอบคำถามของเธอ โดยเฉพาะไอ้ตัวต้นคิด


เอ่อ

ไอ้อาชิอึกอักเมื่อเจอสายตาดุดันของรอยยิ้มที่ส่งไปให้ ผู้หญิงตัวเล็กหน้าตุ๊กตาคนนี้ตาดุชะมัด ดวงตากลมโตที่ดูว่างป่าวแต่ภายในกำลังมีไฟโทสะคุกรุ่นขนาดผมเห็นผมยังกลัวเลย แล้วนี่จ้องไอ้อาชิขนาดนั้นจะกินเลือดกินเนื้อกันเลยหรือไง ไอ้อาชิกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะละลำละลักเอ่ย


เอ่อคือว่าเรื่องมันมีอยู่ว่า…”

 

 

 

AMI PAST


โอ๊ย

ฉันขยับตัวลุกขึ้น ก่อนจะต้องร้องโอ๊ยเมื่ออาการปวดหัวเล่นงานจนไม่สามารถขยับตัวได้อีก ร่างกายของฉันราวกับถูกใครทุบตีมามันปวดเหมื่อย เจ็บร้าว จนขยับตัวไม่ไหว ลำคอแห้งผากความกระหายเล่นงาน ฉันค่อยๆ หยัดตัวขึ้นแล้วเดินลงจากเตียงอย่างทุลักทุเลเพื่อไปหาน้ำมาดื่มให้ตัวเองดีขึ้น


เหนื่อยล้า เจ็บปวด ร่างกายของฉันไม่สามารถต้านทานความเจ็บปวดทั้งจากร่างกายและหัวใจได้ ฉันคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงฉันคงจะเป็นไข้ T^T


ฉันลุกขึ้นยืนก่นจะมองไปรอบกายแล้วพบว่าห้องที่ตัวเองนอนอยู่ทั้งเตียง ตู้ โต๊ะ ผนัง ผ้าห่ม ทุกอย่างในห้องเป็นสีดำ! มันมืดมนและดูวังเวงจนน่ากลัว นี่ภูพิงค์ที่ภายนอกยิ้มแย้มแจ่มใสชอบอะไรแบบนี้ด้วยหรอ ฉันเลิกสนใจห้องนอนสีดำของภูพิงค์แล้วพาร่างกายอันบอบช้ำของตัวเองออกมาเพื่อหาน้ำกิน ทันทีที่ประตูห้องเปิดออกภายในห้องด้านนอกไม่ต่างไปจากห้องนอนของเขา ดำ ดำ และดำทุกอย่างดำมืดไปหมด

แม้กระทั่งผ้าม่านที่กำลังโบกสะบัดเมื่อประตูกระจกตรงระเบียงถูกแง้มเอาไว้ ฉันมองไปรอบๆ  เพื่อมองหาตู้เย็นและในที่สุดก็เจอมัน ฉันเดินตรงไปยังตู้เย็นก่อนจะรีบเปิดมันเพื่อหาน้ำดื่มแก้กระหาย น่าแปลกที่ฉันรู้สึกกระหายน้ำราวกับว่าไม่ได้ดื่มน้ำมาแล้วหลายวัน


ฉันยกขวดน้ำขึ้นดื่มทันที


อึก อึก อึก


อ่า

ความรู้สึกของการที่ได้กินน้ำมันทำให้ทุกอย่างดีขึ้น หัวสมองที่หนักอึ้งเริ่มโล่งสบาย ฉันผ่อนลมหายใจ


เห้ย นี่ฉันกินน้ำหมดขวดเลยหรอ นะ นั่นมันน้ำ1.25ลิตรเลยนะ ฉันไปติดเกาะกลางทะเลในฝันมาหลายวันแน่เลย T^T


ฉันวางขวดน้ำที่ว่างป่าวลงที่เดิมก่อนจะดันประตูตู้เย็นเพื่อจะปิดมัน


เอ๊ะ!”

ฉันชะงักมือเอาไว้ทันเมื่อมองเห็นอะไรสีแดงๆ ที่อยู่บนชั้น กล่องกระดาษสีแดงรูปหัวใจน่ารัก มีโพสอิทสีชมพูแปะติดเอาไว้ เอ่อ ไม่รู้เพราะนิสัยเดิมหรืออะไรมือของฉันเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาดู


ห้ามกิน


ฉันอ่านทวนข้อความบนโพสอิท ห้ามกิน หรอ ฉันค่อยๆดึงโพสอิทออก กล่องสีแดงลายหัวใจมีโบว์สีแดงมัดเอาไว้หลวมๆ ฉันแกะค่อยๆแกะโบว์ออก ไม่รู้เพราะอยากรู้หรืออะไรทำไมฉันถึงถูกดึงดูดด้วยกล่องสีแดงอันนี้ก็ไม่รู้  หัวใจฉันเต้นตุบตับเมื่อแกะโบว์ออกจนหมด ฉันยกฝากล่องออกเล็กน้อยก่อนจะผ่อนลมหายใจเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะยุ่งเรื่องคนอื่น แต่เอาวะมาถึงขนาดนี้แล้วอีกอย่างภูพิงค์ไม่อยู่ด้วย ไม่มีใครรู้นอกจากเรา หึหึ


ฉันเปิดฝากล่องสีแดงลายหัวใจออกอย่างเบามือ ข้างในเป็นช็อกโกแลตรูปหัวใจหลายก้อนบางก้อนค่อนข้างเละและบิดเบี้ยวจนไม่เหลือลักษณะของมัน ฉันขมวดคิ้วเมื่อสงสัยว่ามันเป้นของใครกัน หรือว่ามันจะเป็นของผู้หญิงที่ภูพิงค์ชอบ อาจจะเป็นของขวัญชิ้นสำคัญมากก็ได้เพราะไม่งั้นภูพิงค์ไม่เก็บมันไว้อย่างดีแบบนี้หรอก


หมับ


อามิ!”

ฉันหันขวับไปตามแรงกระชากจากด้านข้างอย่างตกใจ ภูพิงค์มีสีหน้าตกใจมากเมื่อเห็นฉันเปิกล่องนั้นแล้วถือมันในมือ ใบหน้าหล่อใสที่เคยมีแต่รอยยิ้มจริงจังและดูน่ากลัว


ภู เอ่อ เราขอโทษนะ พอดีเรา…”


ไม่เป็นไร อามิหิวหรือยัง เราสั่งอาหารมาให้แล้ว ไปทานข้าวเช้ากันเถอะ

ภูพิงค์พูดพลางวางกล่องสีแดงรูปหัวใจกล่องนั้นไว้ที่เดิม เขาปิดประตูตู้เย็นก่อนจะออกแรงดึงข้อมือฉันให้เดินออกมาจากห้องครัว ฉันไม่ได้ขัดขืนแต่รู้ว่าถึงอะไรบางอย่างจากใบหน้าจริงจังของเขาเมื่อครู่ ภูพิงค์ดูไม่พอใจมากที่ฉันเปิดกล่องใบนั้นหรือว่ามันจะเป็นของสำคัญจากคนสำคัญของเขาจริงๆ นะ เห้ย นี่ภูพิงค์มีหวานใจแล้วหรอ อกหักอีกแล้วสินะT^T


ม่ายยยย ภูพิงค์ของฉัน ไม่นะ อามิจังจะไม่ทน T^T

 


หลังจากเดินมาที่ห้องรับแขกและทานอาหารด้วยกันสีหน้าท่าทางของภูพิงคืก็ปรับสภาวะเข้าสู่โหมดปกติ เขากลับมาเป้นผู้ชายยิ้มง่าย ร่าเริง และใจดีอย่างเคย


อามิทานนี่เยอะๆ นะ เรารู้ว่าอามิชอบ

ภูพิงค์ตักแกงจืดใส่จานให้ฉัน เขายิ้มอ่อนโยนก่อนจะก้มหน้าทานอาหารต่อ หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นมาเมื่อคิดถึงภาพของใครอีกคนซ้อนทับกับใบหน้าของเขา รอยยิ้มจากเขาทำให้ฉันหวนคิดถึงใครบางคนอย่างหมดหัวใจ


พี่เฟรนลี่


ป่านนี้เขาจะตามหาฉันไหม เขาจะรู้หรือยังว่าฉันหายไป แล้วเขาจะเป็นห่วงฉันไหมนะ


อามิ

อามิครับ

อามิ!”


ห๊ะ!!”

ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกของภูพิงค์ ใบหน้าหล่อใสเรียบนิ่งจนน่าขนลุกภูพิงค์จ้องฉันตาไม่กระพริบเขา ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมากุมมือฉัน


อามิ

น้ำเสียงของเขาเบาหวิวราวกับกลัวสิ่งตัวเองกำลังจะพูด ฉันเอียงศีรษะเล็กน้อยเมื่อรอฟังเขานานเกินไปแล้ว ภูพิงค์สูดหายใจเข้าปดก่อนจะเอ่ยต่อ


คบกับเรานะ


O.O เดี๋ยวสิ คะ คบ หรอ คบกับนายนะหรอ คะ คือ ผู้ชายชื่อภูพิงคืกำลังขอคบกับฉันหรอ


กรี๊ด กรีดร้องในใจอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ภูพิงค์ชอบฉันหรอ อ๊าย กรี๊ด อ๊าก


เราชอบอามินะ ชอบมากด้วย อามิเป็นแฟนกับเรานะ

น้ำเสียง สีหน้า และแววตาของภูพิงค์ดูจริงจังในสิ่งที่เขาเอ่ยออกมา ฉันนิ่ง ค้าง อึ้ง ร่างกายราวกับถูกใครกดรีโมทหยุดเอาไว้ หัวใจเต้นรัวเมื่อภูพิงค์กุมมือของฉันแน่นขึ้น

 

อามิไม่ได้ชอบใครอยู่ใช่ไหม?
 


Cute Sprout Pot

 

ปล.หากผิดพลาดประการใดขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แนะนำและสั่งสอนได้เลยนะคะ

 

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนิยายของไรเตอร์นะคะ ^^
รบกวนนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอ่านนิยายของนักเขียนมือใหม่ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังให้ด้วยนะคะ






 

#คนไว้ใจร้ายที่สุด

เดี๋ยวนะนางเอกสติหายไปอีกแล้ว
ตอนที่แล้วร้องไห้ฟูมฟายแต่ตอนนี้ดี๊ด๊ามีผู้ชายมาสารภาพรัก
สมแล้วแหละที่เขาด่า 555

ไรท์จะมาอัพนิยายได้เฉพาะวันอาทิตย์นะคะ

#อามิคุณติ่งผู้เหนือโลก




มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจนางเอกไม่เต็มของไรท์ด้วยนะคะ อิอิ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น