LOVE FRIENDLY รักได้ไหมผู้ชายของพี่?

ตอนที่ 31 : Chapter 15 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ก.ย. 58







บทที่ 15 รอยร้าว


แปะ


ฉันกระพริบตาถี่ๆ เมื่อรู้สึกเย็นเชียบที่หน้าผากจนต้องลมตาขึ้นแต่เพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักทำให้ดวงตาพร่าเรือนมองเห็นคนตรงหน้าไม่ชัด


ยิ้ม

ฉันเรียกชื่อรอยยิ้มเพราะเข้าใจว่าเจ้าของมือเย็นเฉียบคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเพื่อนรักเจ้าของห้องที่ฉันนอนอยู่แน่นอน มือเย็นชะงักแล้วเลื่อนมาที่แก้มแทน มือนุ่มนิ่มเย็นเชียบแต่อบอุ่นไปที่หัวใจทำให้ฉันขมวดคิ้ว


ตัวรุมๆ นะครับ

น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ยินทำให้ฉันเบิกตากว้างก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ตาแรงๆ เพื่อให้มองเห็นคนตรงหน้าชัดๆ ฉันผละลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ตัวเองเพิ่งโหยหาอ้อมกอดจากเขา ผู้ชายที่ฉันเคยผลักไส


พี่เฟรนลี่!”


ฉันตะโกนเสียงดังลั่นเมื่อมองเห็นใบหน้าเจ้าของมือเย็นแต่อบอุ่นชัดเจน ผู้ชายหน้าสวยยิ้มหวานมาให้ฉันก่อนจะขานรับด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่คุ้นเคย


ครับ


พะ พี่มาได้ยังไง

ฉันถามเสียงตะกุกตะกักเมื่อหัวใจเต้นแรงขึ้นมา ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจแผ่ซ่านไปทั้งกาย แค่เห็นหน้า เห็นรอยยิ้มของเขา หัวใจของฉันก็เต้นรัวขึ้นมามันรู้สึกอุ่นใจอย่างไม่มีเหตุผล


อามิเรียกหาพี่ไม่ใช่หรอครับ?


ฉันหันไปมองหน้าคนพูดด้วยความงง พี่เฟรนลี่ยิ้มหวานก่อนจะขยับเข้ามาใกล้แล้วดึงฉันเข้าไปกอด อ้อมกอดที่ฉันโหยหาย ฉันสวมกอดตอบทันที ฉันรู้ว่ามันดูแย่แค่ไหนแต่ฉันก็ดีใจและรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อเห็นหน้าของเขา ได้รับอ้อมกอดของเขาแบบนี้


แล้วตกลงอามิเรียกหาพี่หรือป่าวครับ

คนกอดเอ่ยถามเสียงทุ้มก่อนจะกระชับกอดแน่นขึ้น ฉันซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของเขาที่ตัวเองโหยหามาตลอด ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองต้องการผู้ชายสวยตรงหน้ามากแค่ไหน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ฉันผลักไสและปฏิเสธเขามาตลอดแต่พอเวลาที่ฉันร้องไห้ เสียใจ หรือเจ็บปวด ภาพใบหน้าและอ้อมกอดของเขาจะฉายวนกลับมาให้ฉันคิดถึงเสมอ


นี่ฉันกำลังหลงเสน่ห์ของเขาอีกคนหรอ


ฉันกำลังตกหลุมรักผู้ชายคนนี้หรอ?


ว่าไงครับ อามิเรียกหาพี่หรือป่าว


ฉันพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของคนตรงหน้าอย่างลืมอาย ตอนนี้ฉันต้องการเพียงอ้อมกอดของเขา ต้องการแค่ได้มีเขาอยู่ข้างๆ แม้ว่ามันจะเลวและชั่วแค่ไหนแต่ฉันก็มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆเขา ได้รับอ้อมกอดจากเขาแบบนี้และฉันอยากให้มันเป็นแบบนี้ตลอดไป T^T


หึ

เสียงหัวเราะน้อยๆของคนกอดทำให้ฉันยิ้มบางๆออกมา พี่เฟรนลี่กอดฉันแน่นขึ้นก่อนจะจุมพิตที่เรือนผมของฉันเบาๆแล้วเอ่ย


ไม่เป็นไรนะคนดีของพี่ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว ต่อไปนี้พี่จะไม่ขี้ขลาดปล่อยให้อามิต้องเผชิญปัญหาเพียงคนเดียวอีกแล้ว

พี่เฟรนลี่คลายกอดออกจากฉันเล็กน้อยแล้วจ้องมองฉันด้วยแววตาจริงจัง


พี่จะไม่ปล่อยให้ใครมาทำให้อามิร้องไห้อีกแล้วนะครับ

มือเรียวสวยยกขึ้นลูบแก้มที่บวมช้ำของฉันเบาๆ สายตาอ่อนโยนแต่แฝงไว้ซึ่งความจริงจังทำห้ฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะ


ฉันนิ่งอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดกึ่งคำสัญญาจากริมฝีปากเรียวสวยตรงหน้า พี่เฟรนลี่จ้องลึกลงมาในดวงตาของฉันอย่างเว้าวอนเพื่อขอความเชื่อมั่น ฉันเม้มปากแล้วโผเข้าไปกอดเขาแทนคำตอบของทุกอย่างและพี่เฟรนลี่ก็กอดตอบฉันแน่นเช่นกัน


หัวใจของฉันรู้สึกอบอุ่นขึ้นทันตาเมื่อได้รับอ้อมกอดนี้ คำพูดกึ่งสัญญาที่ได้ยินทำให้ฉันรู้สึกดีใจอย่างประหลาด ฉันไม่รู้หรอกว่าคนที่กำลังกอดฉันจะทำอย่างที่พูดได้ดีแค่ไหน แต่ฉันเชื่อว่าเขาจะไม่มีวันทำตรงข้ามกับคำพูดกึ่งสัญญานั่นแน่


อามิ

พี่เฟรนลี่ผละกอดออกก่อนจะเอ่ยเรียกฉันเสียงเบา ใบหน้าสวยหวานยิ้มออกมาด้วยหัวใจ ฉันยิ้มตอบก่อนที่ใบหน้าของพี่เฟรนลี่จะเลื่อนเข้ามาใกล้ฉัน ใกล้มากจนลมหายใจอุ่นๆ และปลายจมูกของเราสัมผัสกัน ฉันหลับตาลงเมื่อรับรู้สัมผัสที่คุ้นเคย พี่เฟรนลี่กดริมฝีปากลงมาบนริมฝีปากของฉันอย่างอ่อนโยน ฉันนิ่งงันและตอบรับสัมผัสที่อบอุ่นอ่อนโยนที่ตัวเองคุ้นเคย จูบปลอบขวัญของเขาทำให้หัวใจของฉันเต้นรัว ความรู้สึกอุ่นใจแทรกผ่านริมฝีปากนุ่มเข้ามาถึงหัวใจ


แอ๊ด


เอ่อ


O.O กรี๊ดด ฉันผละออกจากพี่เฟรนลี่ทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียบนิ่งที่คุ้นหูของรอยยิ้ม!

แง ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแรงๆเมื่อมองเห็นแก้มเนียนใสของรอยยิ้มแดงระเรื่อขึ้นมาจนถึงคอ เพื่อนของฉันยกมือเกาแก้มแก้เขินแล้วอมยิ้มเอียงอาย แง ฉันอยากจะร้องไห้ออกมาให้ดังๆ ทำไมมันไม่เคาะห้องก่อน แล้วทำไมไอ้คนข้างๆฉันมันไม่ล็อกประตูห้องฟะ T^T


แฮ่ม เอ่อ ทุกคนเขาให้มาตามน่ะพูดจบไอ้ยิ้มก็ถอยหลังแล้วก้มหัวให้เราเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปทันที


มันก้มหัวให้ใครฟะ


ฉันเม้มปากแล้วหันไปมองคนข้างกายก่อนจะเข้าใจเมื่อเห็นใบหน้าสวยที่ยังคงมีรอยยิ้มอยู่มองมาที่ฉัน รอยยิ้มก้มหัวขอโทษที่มาขัดจังหวะฉันกับไอ้พี่เฟรนลี่แน่เลย T^T


ไปครับ คนอื่นรออยู่


พี่เฟรนลี่ลุกจากเตียงแล้วจูงมือของฉันให้ลุกตามแล้วพาเดินออกมาจากห้อง ฉันเม้มปากตัวเองแน่นเมื่อความรู้สึกอับอายแทรกเข้ามาในมโนสำนึก อ๊าก อายมาก อายที่สุด ป่านนี้ไอ้ยิ้มคงคิดว่าฉันหื่นอย่างที่สไบเคยพูดแน่เลย แง ฉันไม่ใช่คนอย่างนั้นนะ T^T


แล้วนี่นายไม่อายบ้างหรือไงเนี่ย ฉันอายจนจะมุดคอนโดไอ้ยิ้มทะลุลงไปชั้นใต้ดินหนีแล้วเนี่ย แง


ฉันมองแผ่นหลังของคนตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว เขามาแล้ว มือที่กุมมือของฉันอยู่คือมือของเขา รอยยิ้ม อ้อมกอดที่ฉันโหยหามาถึงแล้ว เขากลับมาแล้ว

 


O.O!!!?

ฉันอยากจะนิ่งค้างอยู่ตรงนี้ไปอีกสักหลายร้อยชาติเมื่อเดินมาถึงห้องรับแขกที่มีผู้คนมากหน้าหลายตานั่งมองฉันกับพี่เฟรนลี่ด้วยสายตาสื่อความหมาย!


มองทำไมเนี่ย แง ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แล้วทำไมหน้าร้อน อ๊าก แก้มแดงแล้วแน่เลย T^T


นั่งๆ แหม ไปซะนาน

พี่ริวเซเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมตบโซฟาข้างตัวเบาๆ เรียกฉันและพี่เฟรนลี่ให้นั่งลง พี่เฟรนลี่จูงมือของฉันไปแล้วรั้งตัวฉันให้นั่งลงข้างๆ ตัวเขา


อะแฮ่ม เรามาจูบกันต่อ เอ้ย คุยกันต่อดีกว่านะ


O.O จะ จูบหรอ


ฉันหันไปมองหน้ารอยยิ้มทันทีที่ได้ยินพี่โจชัวพูดทีเล่นทีจริงด้วยแววตากรุ่มกริ่มรอยยิ้มของเขาแฝงเลศนัย แง


ไอ้เพื่อนบ้า! ปกติแกไม่ใช่คนชอบเมาส์ไม่ใช่หรอ แล้วนี่ทำไมแง ทำไมถึงเอาเรื่องแบบนั้นไปเล่าให้คนอื่นฟังได้เล่า!


คิก

เสียงหัวเราะน้อยๆของสไบดังล้อฉันมาจากระยะไกล ใบหน้าของฉันเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ และฉันคิดว่าแก้มของฉันมันกำลังจะแตก T^T


เข้าเรื่องกันเถอะ แก้มอามิกำลังจะแตกแล้วน่ะ คิก

ฉันหันหน้าไปมองคนพูดทันที เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะตามหลังประโยคตอนแรกมันก็ฟังดูห่วงใยอยู่หรอกนะแต่ไอ้เสียงหัวเราะตอนท้ายประโยคนั่นคืออะไร อ๊าก เฮียทิวสนทำไมเป็นคนแบบนี้ ทำไมล้อฉันด้วยเรื่องแบบนั้น ฉันอายนะ อายจนแก้มจะแตกจริงๆแล้วเนี่ย T^T


อิจฉาเบาๆ

อยู่ๆไอ้สไบก็พูดลอยๆออกมา ใบหน้าสวยของมันลอยหน้าลอยตาล้อฉันอย่างไม่ปิดบัง ฉันอยากจะกระโดดกัดคอเพื่อนตัวเองให้ตายจริงๆ อ๊าก ใครก็ได้ช่วยฉันออกไปจากสถานการณ์น่าอายตรงนี้ที T^T


หืม แล้วจะคุยเรื่องจูบหรือคุยเรื่องสำคัญก่อนดีล่ะ


อึก ระ เรื่องจูบงั้นหรอ ฉันหันขวับแล้วดึงสายตากลับมาที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มเข้าเล่ห์ของคนข้างกายทันที อ๊าก ไอ้พี่เฟรนลี่บ้ากามทำไมถึงได้พูดเรื่องหน้าอายแบบนั้นออกไปตรงๆ กรี๊ด ฉันจะกรี๊ดแล้วนะ ฉันจะกรี๊ดจริงๆแล้วนะ แง


คิก


วู่/ว้าว


ฮิ้วว


หึ


เสียงแรกนั่นเสียงไอ้สไบอย่างไม่ต้องคาดคิดหรือเดาให้เหนื่อย เสียงที่สองที่ดังพร้อมกันนั่นเสียงเฮียริวกับเฮียโจแบบไม่ต้องสงสัย เสียงต่อมาก็ของไอ้เฮียทิวสนคนช่างชงนั่นแหละ ส่วนเสียงสุดท้ายแน่นอนว่าเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก รอยยิ้ม


กรี๊ด ฉันกำลังจะแตกตัวเป็นโกโก้ครั้นซ์แล้วท่วมพวกนี้ให้ตายเดี๋ยวนี้เลย อ๊าก ฉันจะทุบปากไอ้คนพูดข้างๆให้ปากแตกตายไปพร้อมกันด้วย ทำไมถึงไม่มีความเนียมอายอะไรบ้างเลย แง คนอื่นเขาพูดเนี่ยเขาล้อเลียนอยู่ยะเฟ้ยอายนะรู้ไหมคำว่า อายนะ!


เอาละๆ เพื่อสุขภาพแก้มของอามิ เรามาเข้าเรื่องกันจริงๆ เถอะ คิก


ฉันเบะปากจะร้องไห้เมื่อพี่โจชัวยังคงล้อเลียนเหตุการณ์หน้าอายที่เพิ่งเกิดขึ้นโดยมีรอยยิ้มเป็นผู้เห็นเหตุการณ์โดยละเอียดเห็นคาตาแถมจับได้คาเตียง T^T ฮืออ ฉันคิดว่าตัวเองคงจะเป็นประเด็นในหัวข้อล้อเลียนเรื่องนี้ไปอีกเป็นเดือน แง


ฮ่าๆ


แล้วทุกคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน T^T คนอื่นหัวเราะฉันพอเข้าใจแต่ไอ้คนข้างๆที่นั่งกุมมือฉันอยู่เนี่ย หัวเราะทำไมฟะ ไม่อายเขาหรือไง เขาล้อเรื่องของเราอยู่นะเฟ้ย หน้ามึนเกินใครเห็นจะเขานี่แหละ T^T

 


หลังจากถูกล้อเลียนเรื่อง จูบ ที่เกิดขึ้นในห้องนอนอยู่เกือบชั่วโมง ทุกคนก็ได้ฤกษ์งามยามดีเริ่มต้นคุยเรื่องสำคัญที่พูดถึงก่อนหน้านี้สักที นี่ถ้าถูกล้อนานกว่านี้อีกสักนาที ฉันคงต้องแก้มแตกตายจริงๆแน่  T^T


ก่อนอื่นขอเรื่องโดยละเอียดและถี่ถ้วนจากแกสองคนก่อนเลย

พี่ริวเซยกมือชี้หน้าฉันกับพี่เฟรนลี่สลับไปมา ก่อนจะหรี่ตามองหน้าพี่เฟรนลี่เพื่อสอบสวน พี่เฟรนลี่ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ


ฉันชอบอามิ!”


ห๊ะ/เห้ย/หา!!!?”


O.O!!!?


เสียงตะโกนตกอกตกใจของคนสามคนไม่ได้ทำให้ฉันตกใจไปด้วยเพราะฉันตกใจอยู่ก่อนแล้ว ชะ ชอบ เอ่อ ฉันว่าตัวเองหูฝาดแน่ๆ เดี๋ยวสิ นายเป็นแฟนพี่ชายฉันนะ ฟะ แฟนพี่อาชิ นายเป็นพี่สะใภ้ของฉันนะเฟ้ย!


ฉันตาโตก่อนจะหันไปมองคนพูดด้วยความตกใจ แต่สายตาที่มองสบมากลับจริงจังจนฉันนิ่งอึ้ง พี่เฟรนลี่คลี่ยิ้มก่อนจะเอ่ยต่อเสียงหนักแน่น


และชอบมากด้วย


เดี๋ยวสิ ทำไมถึงได้พูดอะไรแบบนั้นออกมาให้คนอื่นเข้ารู้ด้วยล่ะ กรี๊ด แต่เรื่องจูบนั้นฉันก็อายจนไม่รู้จะอายยังไงแล้วนะ แล้วนี่ยังจะมาสารภาพรักฉันต่อหน้าสักขีพยานอีกหกคนเลยนะ T^T อายเนี่ยไม่รู้สึกใช่ไหม ตอบ!


เพราะคำพูดของพี่เฟรนลี่ทำให้คนอื่นๆในห้องถึงกับอึ้งและนิ่งไปสักพัก ก็ใครจะไม่อึ้งอยู่ดีๆก็พุดเรื่องแบบนั้นออกมาหน้าไม่อาย T^T


อะ เอ่อ มันก็ใช่นะแต่ฉันหมายถึงเรื่องทุกอย่างไม่ใช่ให้แกมาสารภาพรักกันแบบนี้เฟ้ย!”


พี่ริวเซส่ายหัวไปมาให้ความเข้าใจที่ไม่เข้าใจของเพื่อนตัวเอง พี่เฟรนลี่ไหวไหล่ก่อนจะปรายตามองหน้าฉันน้อยๆ สายตาจริงจังและแฝงความนัยทำให้หัวใจของฉันเต้นรัว ฉันกุมมือเขาแน่น นั่นทำให้พี่เฟรนลี่เอื้อมมืออีกข้างมากุมมือฉันด้วย ฉันเงยหน้ามองเขาก่อนที่ใบหน้าจะเริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้ง หัวใจเต้นรัวเมื่อริมฝีปากเรียวสวยคลี่ยิ้มแล้วขยับเอ่ย

 

แล้วก็พี่อยากจะสารภาพว่า…”
 

 

 

ปล.หากผิดพลาดประการใดขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แนะนำและสั่งสอนได้เลยนะคะ

 

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนิยายของไรเตอร์นะคะ ^^
รบกวนนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอ่านนิยายของนักเขียนมือใหม่ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังให้ด้วยนะคะ






 

#คนไว้ใจร้ายที่สุด

สงสารพี่อาชิค่ะ ถูกน้องสาวแย่งสามี แง T^T

ไรท์จะมาอัพนิยายได้เฉพาะวันอาทิตย์นะคะ

#อามิคุณติ่งผู้เหนือโลก




มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจนางเอกไม่เต็มของไรท์ด้วยนะคะ อิอิ



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #141 571102155116 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 11:46
    หายไปนานเลยอ่ะ รออยู่น่ะ
    #141
    0