LOVE FRIENDLY รักได้ไหมผู้ชายของพี่?

ตอนที่ 19 : Chapter 9 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 มิ.ย. 58

Cute Sprout Pot




 
 


บทที่ 9 การปรากฏตัว

ฉันเดินเอื่อยๆด้วยสองขาอย่างช้าๆ เข้ามาในรั้วมหาลัยเมื่อความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน หลังจากที่ฉันไล่ไอ้หัวหงอกออกไปจากห้องวันนั้นฉันก็ไม่ยอมขยับขาก้าวออกจากห้องแม้แต่ก้าวเดียว ฉันสัญญากับตัวเองแล้วว่าถ้าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันยังยืนอยู่ในบ้านของฉัน ฉันจะไม่มีทางยอมออกจากห้องเด็ดขาด แม้จะป่วยแค่ไหนแต่ฉันก็ยอมไม่ไปหาหมอแล้วนอนนิ่งๆอยู่บนห้องเท่านั้น แม้ว่าพี่อาชิและพี่ทิวสนจะมาเคาะห้องเรียกไปกินข้าวยังไงฉันก็ไม่ยอมออกไป จนสุดท้ายพี่อาชิต้องยอมยกข้าวขึ้นมาวางไว้หน้าห้องให้ฉันแทนเพราะฉันไม่แม้แต่จะยอมให้พี่ชายตัวเองเข้าห้อง


ฉันอยู่แบบนั้นมาตั้งแต่วันเสาร์จนกระทั่งวันนี้คือเช้าวันจันทร์ และเช้านี้ฉันยอมตื่นตั้งแต่ตีห้าอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งรถเมล์ออกมาเรียนโดยไม่รอเจอหน้าพี่อาชิเลยด้วยซ้ำ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำหน้ายังไงตอนคุยกับพี่อาชิ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะพูดด้วยน้ำเสียงแบบไหนกับพี่ชายตัวเอง ความรู้สึกผิดมันเกาะกินหัวใจและมันค่อยๆ กัดกินไปทุกวินาที ฉันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทุกครั้งเมื่อคิดถึงเรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้น


ตลอดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาฉันไม่ยอมรับสายรอยยิ้มและสไบ ที่สำคัญไม่ยอมปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือของตัวเองด้วยซ้ำ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะกล้าสู้หน้าเพื่อนๆ และพี่ชายตัวเองได้ยังไง เพราะฉันมันเลว ใช่ ฉันมันสารเลว!


ปิ๊บ!


ในขณะที่ฉันกำลังเดินรับลมที่ริมฟุตบาทอยู่ดีๆเสียงแตรรถจากด้านหลังก็ดังขึ้นฉันสะดุ้งก่อนจะรีบหันไปมองรถเจ้าของเสียง รถเก่งสีขาวขับใกล้เข้ามาและเมื่อถึงตัวฉันรถคันนั้นก็หยุดก่อนที่กระจกข้างคนขับจะถูกลดลง


อามิ

เสียงทุ้มพร้อมรอยยิ้มของภูพิงค์ทำให้ฉันโล่งอกเพราะไม่ใช่คนใกล้ตัวที่ฉันหวาดกลัวการพบเจอในเวลานี้ ภูพิงค์ยิ้มหวานพร้อมโบกมือทักทายฉัน ถ้าเป็นปกติฉันคงจะกรี๊ดกร๊าดดีใจจนเนื้อเต้นแต่เวลานี้ฉันยังไม่มีอารมณ์ดีใจเรื่องอะไรทั้งนั้น


ฉันกำลังเครียด นี่เครียดจริงๆ นะ T^T


ขึ้นมาสิ เข้ามหาลัยด้วยกัน

ภูพิงค์บอกพร้อมรอยยิ้ม ฉันคิดทบทวนสักนิดเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะทำตัวดีกับเขาไหม เผื่อฉันเป็นบ้าสติแตกอาละวาดด่าภูพิงค์ขึ้นมา สิ่งที่ฉันพยายามแอ๊บมาตลอดก็จบกันพอดี


ขึ้นมาเถอะนะอามินะ

ภูพิงค์ยิ้มหวานพร้อมกวักมือเรียกฉัน ฉันคิดไปคิดมาและในตอนที่ตัวเองกำลังคิดอยู่นั้นเสียงบีบแตรจากรถคันหลังก็ดังขึ้น ฉันสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะละสายตาจากภูพิงค์ไปมองรถคันหลังที่บีบแตรไล่เราทั้งๆ ที่ถนนอีกเลนก็ว่าง ถ้าจะแซงก็แซงได้แต่ทำไมถึงไม่ยอมแซง


ปี๊บ!


เสียงแตรดังขึ้นอีกครั้ง ฉันขมวดคิ้วหม่นเมื่อมองเห็นรถสปอร์ตสีขาวป้ายทะเบียนคุ้นตาและทันทีที่เผลอหันไปมองสบตาคนขับรถ ฉันก็ต้องอ้าปากหวอเพราะคนขับที่ว่ามันคือ เจ้ากรรมนายเวรที่ฉันกำลังหลบหน้า!


ไอ้หัวหงอก

ฉันเอ่ยเสียงเบาแล้วหันกลับมาสนใจภูพิงค์อีกครั้ง ภูพิงค์ยังคงยิ้มรอฉันอยู่และตอนนั้นเองที่สมองเต่าคลานของฉันประมวลผลและได้คำตอบทันทีว่าฉันต้องหนีและทางเดียวที่จะหนีไอ้คนขับรถคันหลังพ้นก็คือผู้ชายน่ารักที่ยิ้มหวานตรงหน้าต้องเป็นฮีโร่ช่วยฉัน


ไม่รอช้าฉันเปิดประตูรถภูพิงค์แล้วรีบขึ้นไปนั่งทันที ภูพิงค์ยิ้มต้อนรับและเขาคงเข้าใจว่าฉันเต็มใจนั่งรถเข้ามหาลัยพร้อมเขาแต่ความจริงแล้วฉันแค่ต้องการหนีไอ้คนขับรถสปอร์ตคนหลังต่างหาก


ทานข้าวหรือยัง

ภูพิงค์ถามก่อนที่เขาจะค่อยๆ ขับเคลื่อนรถออกมาช้าๆ และในวินาทีนั้นเองที่รถสปอร์ตคันหลังเร่งความเร็วแล้วแซงรถของเราไปทันที ภูพิงค์ขมวดคิ้วเมื่อเห็นรถคันหลังพุ่งตัวแซงรถของเขาไปอย่างรวดเร็วราวกับคนขับกำลังโมโหสุดขีด


สงสัยเขาจะโมโหที่เราจอดรถขวางทางเขาภูพิงค์เอ่ยเบาๆ แล้วหันมาส่งยิ้มให้ฉัน ฉันยิ้มแห้งๆ ตอบเขาเพราะรู้ดีว่าไอ้คนขับรถคันนั้นมันโมโหเรื่องอะไรกันแน่!


แล้วตกลงอามิทานข้าวเช้าหรือยัง


ยังเลย


งั้นเราแวะไปทานข้าวที่โรงอาหารก่อนเนอะ นี่ก็เพิ่งจะเจ็ดโมงครึ่งเอง


ฉันพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเบนสายตามองไปที่หน้าต่างเพื่อมองข้างทางด้วยความเหม่อ นานแล้วที่ฉันไม่ได้รู้สึกเหมือนตัวเองไร้วิญญาณแบบนี้ ครั้งสุดท้ายที่ฉันเป็นแบบนี้คือตอนที่แบคฮยอนโอป้าประกาศว่ามีแฟน ตอนนั้นฉันทานขาวไม่ลงเป็นเดือน เหม่อลอยและไร้วิญญาณแบบนี้เลย ฮืออ ตอนนั้นว่าเจ็บแล้วตอนนี้เจ็บกว่าหลายเท่าเลย


ไคโอป้าช่วยเมียด้วย เมียกำลังจะเป็นบ้า แง


ภูพิงค์ขับรถมาจอดแถวโรงอาหารใหญ่ของมหาวิทยาลัยเพื่อจะพาฉันมาทานข้าวเช้าก่อน ตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนรถฉันไม่ยอมพูดอะไรจนทำให้บรรยากาศดีๆระหว่างฉันกับภูพิงค์อึดอัดขึ้นมา และเมื่อภูพิงค์หาที่จอดรถได้แล้วฉันจึงได้สติและคิดว่าตัวเองควรจะต้องทำตัวให้ปกติไม่ใช่เหม่อลอยจนมีพิรุธแบบนี้


ภูฉันเอ่ยเรียกภูพิงค์เป็นครั้งแรกตั้งแต่ขึ้นรถมากับเขา ภูพิงค์หันมายิ้มให้แล้วเอ่ยตอบ


ว่าไง


เราว่าแวะไปทานร้านสเต็กข้างโรงอาหารดูไหมเห็นสไบบอกว่าอร่อยแต่เรายังไม่เคยลองไปทานเลย


ฉันพยายามปรับน้ำเสียงของตัวเองให้ปกติดที่สุดและพยายามส่งยิ้มกว้างให้ภูพิงค์เช่นกัน เพราะฉันเริ่มกังวลว่าเพื่อนจะห่วงใยหรืออาจกังวลอะไรในตัวฉันไปด้วย


เราสองคนเดินเข้ามาในร้านอาหารเล็กข้างโรงอาหารใหญ่ของหาวิทยาลัย ร้านนี้เป็นร้านสเต็กที่สไบเคยบอกว่าอะไรมาก และราคาถูกด้วย ฉันยังไม่เคยลองเลยคิดว่าชวนภูพิงค์มาร้านนี้คนบังน้อยเพราะเช้าขนาดนี้คงไม่ค่อยมีใครแหกขี้ตาตื่นมาหาอะไรกินหรอก


เชิญค่ะ

เสียงหวานใสของพนักงานเอ่ยต้นรับเราสองคนทันที ภูพิงค์ยิ้มตอบแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะตัวในสุด ฉันเดินตามเขาเข้าไปเงียบๆ และทันทีที่เรานั่งลงเมนูพร้อมพนักงานก็เดินมาหาเราทันที


อามิทานอะไรดี


อืมฉันพลิกเมนูไปมาเพื่อหาสิ่งที่ตัวเองอยากกิน ก่อนเข้ามาคิดว่ากินอะไรก็ได้แต่พอเข้ามาในร้านกินอะไรก็ได้หายไปทันที


งั้นเอาเป็นสเต็กปลาแล้วกันค่ะฉันบอกพร้อมยื่นเมนูให้ภูพิงค์บ้าง แต่ภูพิงค์กลับยิ้มก่อนจะหันไปสั่งพนักงาน


งั้นเป็นเสต็กปลา 2 น้ำแตงโมปั่น 1 โกโก้ปั่น 1 ครับ


ฉันอมยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าของภูพิงค์ยิ้ม ผู้ชายตรงหน้าให้ความรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ใกล้ รอยยิ้มของเขาเหมือนท้องฟ้าที่สว่างสดใสเวลามองแล้วมันทำให้รู้สึกดี เขาดูเป็นผู้ชายซื่อๆ อบอุ่นและอ่อนโยน ผู้ชายในฝันแบบที่สาวๆ หมายปองที่จะครอบครองเอาไว้ในชีวิตจริงๆ ไม่ใช่แค่ใบหน้าที่หล่อเหลาแต่นิสัยยิ้มง่าย อารมณ์ดีของเขาก็ทำให้เขามีเสน่ห์มากขึ้ไปอีก


อามิมาเรียนแต่เช้าเลยนะวันนี้


อ่อ พอดีเราอยากตื่นเช้าบ้าง


เรามาเรียนเช้าทุกวันเลย ถ้าวันไหนอามิมาเรียนเช้าแล้วไม่อยากเดินเข้ามหาลัยคนเดียวโทรมาหรือไลน์มาให้เราไปรับได้นะฉันยิ้มตอบเมื่อได้ยินคำพูดจากคนตรงหน้า ใบหน้าหล่อยิ้มหวานอีกครั้งก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา


เราขอเบอร์อามิหน่อยสิเขาบอกพร้อมยื่นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดลงมาให้ฉัน อ๊าก โดนผู้ชายขอเบอร์ค่ะ


ความเครียดหายไปทันทีเมื่อได้ยินประโยค เราขอเบอร์อามิหน่อยสิ
กรี๊ด ภูพิงค์ขอเบอร์ฉันอะแก


“084478XXXX”


หลังจากได้ยินคำตอบภูพิงค์ก็กดเบอร์ลงไป ก่อนที่นิ้วเรียวสวยของเขาจะขยับไปมาแล้วยกโทรศัพท์ของตัวเองโชว์มาที่หน้าฉัน เอ่อ เรียกว่าทิ่มตาเลยดีกว่า =_=


AMIJUNG


นี่ไลน์อามิใช่ไหม

เขาถามพร้อมรอยยิ้ม ฉันพยักหน้าตอบก่อนจะก้มลงจับประเป๋าเป้บนตักเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยของโทรศัพท์มือถือ ใครโทรมาขัดจังหวะฟะ!


ฉันกำลังจะอ้าปากด่าแต่ก็หุบได้ทันเมื่อมองเห็นใบหน้าของภูพิงค์ที่กำลังมีเครื่องหมายคำถาม ฉันยิ้มแห้งๆตอบก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าเป้ออกมาเพื่อดูว่าใครโทรเข้ามา


099-987-XXXX


เบอร์โทรที่ไม่แสดงชื่อตรงหน้าทำให้ฉันต้องขมวดคิ้ว เบอร์ใครฟะ แถมเป็นเบอร์แปลกๆแบบนี้อามิไม่รับหรอกยะ ฉันกดตัดสายก่อนจะวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว


ไม่รับหรอ

ภูพิงค์ถามเสียงใส ใบหน้าหล่อเอียงเล็กน้อยด้วยความสงสัย อ๊าก หล่อบาดตับบาดไตบาดไส้บาดมดลูก คนอะไรขนาดทำหน้าสงสัยยังน่ารักน่ากิน เอ้ย น่าหยิก ขนาดนี้ >///<


ไม่ล่ะ เบอร์แปลก


งั้นเรายิงเบอร์ไปที่เครื่องอามินะ อามิจะได้เมมไว้เวลาเราโทรไปอามิจะได้รับสาย

ภูพิงค์บอกเสียงใสก่อนที่มือเรียวจะกดโทรศัพท์มือถือของเขา และไม่นานโทรศัพท์มือถือของฉันก็สั่นเบาๆ แล้วเงียบฉันหยิบมันขึ้นแล้วกดเมมเบอร์ของภูพิงค์เอาไว้ตามความตั้งใจของเขา


วันนี้ฉันกับภูพิงคืแลกเบอร์กันแล้ว วันต่อไปจะแลกอะไรกันอีกนะ กรี๊ด ฉันอยากจะกรีดร้องดังๆให้คนรู้กันทั้งมหาลัยว่าฉันมีเบอร์ผู้ชายคนนี้มือถือแล้ว


อาหารได้แล้วค่ะ


หลังจากอาหารมาเสิร์ฟฉันและภูพิงค์ก็ทานอาหารกันอย่างมีความสุข เอ้ย เอร็ดอร่อย ภูพิงคืมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ฉันยิ้มได้ เขาเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยพูดมากแต่ก็ไม่ถึงกับเงียบ เราสองคนอาจจะยังเขอะเขินกันอยู่บ้างเพราะความไม่สนิทสนมกันมาก แต่วันนี้ความสัมพันธ์ของเรา เอ่อ หมายถึงว่ามิตรภาพของเราสองคนพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว >///<


เอาละวันต่อไปฉันจะต้องทำให้ความสัมพันธ์ เอ่อ มิตรภาพของเรา เอ้ย ของฉันและภูพิงค์พัฒนาขึ้นไปอีกให้ได้!


เพราะมีรอยยิ้มของภูพิงค์ทำให้ฉันไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง ทั้งในร้านและนอกร้านและนั่นทำให้ฉันไม่ทันสังเกตสายตาคู่สวยสองคู่ที่กำลังจับจ้องมาที่ฉันและภูพิงค์สายคู่แรกมองมาจากด้านนอกและมองมาด้วยความโกรธสุดขีด ส่วนสายตาคู่สวยอีกคู่มองมาจากด้านในและอยู่ใกล้ๆตัวฉัน

สายตาที่เพ่งมองมาที่ฉันเพียงคนเดียวและมันบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าคนๆ นั้นทั้งเกลียดชัง และริษยามากแค่ไหน 



 

 

 

ปล.หากผิดพลาดประการใดขอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
แนะนำและสั่งสอนได้เลยนะคะ

 

ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านนิยายของไรเตอร์นะคะ ^^
รบกวนนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอ่านนิยายของนักเขียนมือใหม่ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังให้ด้วยนะคะ






 

ใครบังอาจมาอิจฉามิมิของเรา
555 ตอนหน้าฟรุ้งฟริ้งกุ้งกิ้งกิ่งก่องแก้วนะเออ 

ไรท์มีเรื่องจะแจ้งให้ทราบนะคะ
เนื่องจากต้องไปทำงานในป่าในเขาแล้วงานใหม่เนี่ยที่ทำงานกันดานมาก
อาทิตย์นึงถึงจะออกจากฟาร์มได้
ไรท์จะมาอัพนิยายได้เฉพาะวันอาทิตย์นะคะ
แต่ถ้าไรท์ทำเรื่องขอใช้แอร์การ์ดในหอพักได้ ไรท์จะอัพนิยายทุกวันเลย
อย่าทิ้งกันไปไหนนะคะ

#อามิคุณติ่งผู้เหนือโลก




มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจนางเอกไม่เต็มของไรท์ด้วยนะคะ อิอิ


=

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น