เจ้าสาวมาแล้ว

ตอนที่ 2 : ตอนที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

“อืม..”

หวานตัดสัญญาณโทรศัพท์จากรำเพยแล้วต่อสายไปหาภูศิลป์ เธอรอสัญญาณเชื่อมต่ออยู่ครู่หนึ่ง น้ำเสียงสุภาพของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา

“ฮัลโหล”

“หวานเองค่ะ”

“อ๋อ..”

หวานยิ้ม ใจของเธอเต้นแรงไหม ไม่นะ แต่จะพองโตอยู่หน่อยๆ เพราะการมีใครสักคนเคียงข้าง มันช่วยทำให้หัวใจรู้สึกกระชุ่มกระชวยอยู่ไม่น้อย และผู้ชายคนนี้ก็นับว่าเป็นของดีที่ควรจะรีบคว้าเอาไว้ เธอเอ่ยออกไปคุยด้วย

“รำเพยโทร.มาหาหวานเมื่อกี้ บอกว่าพี่ศิลป์ตกลงที่จะคบเป็นแฟนด้วย หวานอยากที่จะได้ยินคำยืนยันค่ะ ไม่เช่นนั้นคืนนี้คงนอนไม่หลับ”

ภูศิลป์ตอบตกลงออกไปด้วยว่าไม่มีอะไรเสียหายหรือลองดูสักตั้ง ถ้าไม่ได้รำเพยกับน้องชายไถ่ถาม เขาก็ไม่คิดเรื่องพรรค์นี้หรอก อีกอย่างคือรู้จักหวานผ่านรำเพยมานานแล้ว แม้จะเคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง กอปรกับตอนนี้ก็ไม่ใช่เด็กวัยรุ่น จึงได้ตอบตกลงกลับไป

“พี่ตกลง มาลองคบกันดูเถอะ แล้วหวานตกลงแน่ๆ ใช่ไหม” ภูศิลป์ถามคำถามนี้กับรำเพยและภูดิศที่เข้ามาถาม ตอนนี้ก็ถามย้ำคนที่โทร.มาหากลับไปอีก

“ค่ะ ถ้าหวานจะโทร.ไปหาพี่ศิลป์.. นัดกินข้าวกัน.. นัดดูหนังกัน พี่ศิลป์อย่ารำคาญนะคะ” หวานตั้งใจที่จะบุกเข้าไปหาอีกฝ่ายตรงๆ

“พี่ทำงานนะ ว่างก็แค่วันอาทิตย์”

“หวานก็ต้องทำงานค่ะ ว่างแค่วันอาทิตย์เหมือนกัน เรามาเจอกันวันอาทิตย์ยังไงล่ะคะ”

“โอเค” ภูศิลป์ยอมรับ เพราะเป็นคนไม่เรื่องมากอะไร

“หวานจบโทแล้วค่ะ ว่าจะนัดกินข้าวเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆ พี่ศิลป์ก็มาด้วยนะคะ” หวานเชิญชวนออกไปในฐานะแฟนให้มา

“ยินดีด้วย เก่งมากเลยครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

“อาทิตย์นี้เจอกันใช่ไหม” ภูศิลป์หยั่งเชิงถามทั้งที่ภายในใจไม่ได้ตื่นเต้นอะไร การคบกันระหว่างเขากับหวานเป็นแบบผู้ใหญ่ที่ขาดความหวือหวาหัวใจเต้นแรง

“ค่ะ แต่หวานคิดว่าจะไปหาพี่ศิลป์ที่บ้าน ไปเยี่ยมรำเพยและหลาน”

“อ๋อ.. โอเคครับ”

“ฝันดีนะคะพี่ศิลป์”

“ฝันดี”

หวานฟังน้ำเสียงสุภาพของคนที่เป็นแฟนกันก่อนที่จะตัดสัญญาณโทรศัพท์ไป พอมองเวลาก็ใกล้ที่จะห้าทุ่มแล้วจึงปิดไฟและก้าวขึ้นเตียงนอน


เอกสารปึกใหญ่กองอยู่บนโต๊ะทำงานของภูศิลป์ ชีวิตของเขาจะเรียกได้ว่าจำเจก็ใช่ ทำงานแบบเดิมๆ วนไปวนมา กระทั่งวันนี้ก่อนเที่ยง ถูกรบกวนด้วยเสียงหนึ่งที่ดังมาจากโทรศัพท์มือถือของเขา

ปิ๊ง!

เขาละสายตาจากเอกสารไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ไม่ไกลมือ ครั้นเห็นว่าหวานแอดไลน์มาก็กดรับ เสียงเตือนว่ามีคนส่งข้อความมาหาดังขึ้นอีก

หวาน : หวานเองค่ะ

หวาน : จะเที่ยงแล้ว วันนี้กินอะไรคะ

เขาไม่ตอบข้อความไม่ได้ ปลายนิ้วจึงกดพิมพ์ข้อความแล้วส่งกลับไป

ศิลป์ : ก๋วยเตี๋ยว

หวาน : หวานก็จะกินก๋วยเตี๋ยวเหมือนกัน อาหารโปรดของพี่ศิลป์คืออะไรหรือคะ

ศิลป์ : พี่ชอบก๋วยเตี๋ยว

หวาน : หวานก็ชอบก๋วยเตี๋ยวค่ะ เอาไว้เราไปกินก๋วยเตี๋ยวที่อนุสาวรีย์กันนะคะ

ศิลป์ : ครับ

หวาน : ไม่กวนพี่ศิลป์แล้วค่ะ หวานต้องทำงานต่อแล้ว

ศิลป์ : ครับ

การพูดคุยกันเป็นไปแบบทื่อๆ มาก ต่างฝ่ายต่างไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น หรือหัวใจพองโตอะไรเลย เมื่อภูศิลป์วางโทรศัพท์มือถือแล้วหันกลับมาสนใจงานต่อ แต่แล้วหวานก็ส่งข้อความมาเพิ่มอีก

ปิ๊ง!

หวาน : เรานัดเจอกันหลังเลิกงานก็ได้นะคะ วันอาทิตย์วันเดียวรู้สึกน้อยไป

ศิลป์ : ครับ

หลังจากนั้นผ่านไปอึดใจใหญ่ หนุ่มธนาคารค่อยๆ ย่นหัวคิ้วเข้าหากัน เพราะคิดว่าหวานจะส่งข้อความมาคุยด้วยอีก แต่แล้วอีกฝ่ายก็หายไปเลย.. คงหายไปทำงานแล้วจริงๆ

อะไรกัน!

เขาบ่นอยู่ในใจ จากนั้นก็วางโทรศัพท์มือถือแล้วหันมาสนใจงานที่อยู่ตรงหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน

เขาเก็บเอกสาร ลุกขึ้นยืน คว้าโทรศัพท์มือถือ และเดินถือกระเป๋าเอกสารออกไปจากห้องทำงาน

ชีวิตของภูศิลป์ขาดสีสัน ทั้งที่หน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้น้องชาย หุ่นนั้นก็ไม่อ้วนไม่ผอม ผิวขาวผ่องเพราะทำงานอยู่แต่ในตึกในห้องแอร์ เขาจะถูกแดดอย่างจริงๆ จังๆ ก็แค่ตอนเช้าไปทำงานและเย็นกลับถึงบ้านเท่านั้น

ตั้งแต่เลิกกับแฟนสมัยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไปก็ไม่เคยมีแฟนใหม่ หลังจากที่ทำงานให้กับธนาคารที่สาขาใหญ่แห่งหนึ่งก็ไม่เคยไปตามจีบใคร แม้ผู้หญิงทั้งยังโสด และทั้งมีแฟนและมีลูกแล้วให้ความสนใจเขา ใจกล้ามาทอดสะพานให้ก่อน แต่เขาไม่ชอบใครเลยสักคน

ปิ๊ง!

เพราะเสียงข้อความที่จู่ๆ ก็ดังขึ้น ภูศิลป์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมามองที่หน้าจอ หวานส่งข้อความมาหาเขา จึงกดเปิดดู

หวาน : พี่ศิลป์ยังอยู่ที่ทำงานหรือเปล่าคะ

ศิลป์ : ยังอยู่ แต่กำลังจะกลับบ้าน

หวาน : หวานนั่งรถไฟไปทำงานค่ะ สามารถแวะที่สถานีเพลินจิต และเดินไปหาพี่ศิลป์ได้ค่ะ

ศิลป์ : อ๋อครับ

หวาน : จะให้แวะไปหาไหมคะ

ภูศิลป์เงียบไปไม่ได้ตอบในทันที เพราะใช้สมองคิดแทนหัวใจ และหลังจากนั้นก็กดตอบกลับไปในที่สุด

ศิลป์ : อย่าเลย กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ

หวาน : ค่ะ

ภูศิลป์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมรอคำตอบของหวานที่คิดว่าจะตอบกลับมา แต่แล้วอีกฝ่ายก็เงียบไป เขาอดนึกอยู่ในใจไม่ได้ว่า.. ถูกโกรธหรือเปล่านะ จึงส่งข้อความกลับไปคุยด้วยต่อ

ศิลป์ : เย็นนี้จะกินอะไร

หวาน : จะแวะที่ตลาดนัดรถไฟแล้วหาซื้อของกินที่นั่นค่ะ

ศิลป์ : อ๋อ..

หวานพอจะรู้ว่าภูศิลป์เป็นผู้ชายประเภทไหน ประเภทฤษีเฝ้าถ้ำไง ชีวิตขาดเรื่องตื่นเต้นเร้าใจ เธออยากให้เขาสนุกสนานกับการใช้ชีวิตอยู่นะ เพราะเธอเองก็เริ่มรู้สึกตัวเองว่าชีวิตของเธอในตอนนี้น่าเบื่ออยู่เหมือนกัน ทำงานจันทร์ถึงเสาร์ ตั้งแต่เช้าและกลับเย็น ตลอดทั้งวันทำแต่งาน และเจอเพื่อนร่วมงานที่มีทั้งดีและงี่เง่า ในเมื่อเธอมีแฟนแล้ว และแฟนเธอก็เป็นคนประเภทเดียวกันกับเธอ จึงคิดที่จะดึงเขาให้ออกมาจากตรงจุดนั้นด้วยกัน

ภูศิลป์ที่ส่งข้อความไปคุยด้วยก่อน แต่ตอนนี้ไม่รู้จะพูดคุยเรื่องอะไร สุดท้ายก็ได้แต่ขยับนิ้ว แต่ไม่ได้ใส่ข้อความอะไรลงไป ผ่านไปชั่วอึดใจใหญ่ เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบกลับมาแน่ๆ เขาก็เดินต่อไปจนถึงที่จอดรถของตัวเอง จากนั้นก็ขึ้นรถแล้วขับกลับไปยังบ้าน แต่ในตอนนี้สมองของเขามีเรื่องของหวานเข้ามาแล้ว




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #3 超越 ชาวเยว่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 22:41
    รอนะคะ
    #3
    0