Peach J (Dojae Taejae Johnjae)

ตอนที่ 19 : ไอดิน ; taejae (03/03) -rainverse-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    14 พ.ย. 62

ให้ผมได้อยู่เคียงข้างคุณตลอดไปได้มั้ย








Tee's Part


เสียงเคร้งดังขึ้นเมื่อผมวางฟอร์เซปลงกับถาดหลังเช็ดทำความสะอาดแผลให้มาร์คเสร็จ เด็กหนุ่มนั่งมองผมอย่างสนใจเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไปเพราะเจ้าเด็กตรงหน้าไม่ได้พูดเจื้อยแจ้วหรือชวนคุยเหมือนหลายวันที่ผ่านมา ผมเหลือบตามองเขาในขณะที่หันมาหยิบของด้านหลัง


เมื่อเช้ามาร์คเปิดประตูห้องพยาบาลเข้ามาเพียงคนเดียวทั้งที่ปกติจะมีเจนวิทย์เดินตามต้อยๆเหมือนลูกเป็ด ผมแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร


ที่ดูน่าเป็นห่วงกว่าใครก็คงเป็นเด็กหนุ่มที่เคยสดใส ตอนนี้มีเพียงใบหน้าเรียบตึงเหมือนเพิ่งเจอเรื่องอะไรมา


"เป็นอะไรครับ" ผมขยับตัวเข้าไปยืนที่เดิมแล้วเริ่มทำแผลต่อ เจ้าตัวสะดุ้งเฮือกจนไหล่ยก ผมเพียงแค่เลิกคิ้วแต่ไม่ได้ถามย้ำเพราะกลัวเด็กจะตื่นไปมากกว่านี้


คนที่นั่งห้อยขาบนเตียงทำหน้ามุ่ยแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาอยู่ดี ผมเลยเลือกที่จะเงียบไม่เซ้าซี้อะไรมาก


"อาจารย์" เด็กหนุ่มตรงหน้าเอ่ยขึ้นมาเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินในขณะที่ผมเริ่มพันผ้าก๊อซ ผมหยุดแล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ทำหน้าตาเหมือนโลกจะแตก


"ครับ?" ตอบรับก่อนจะพันผ้าให้เขาจนเสร็จ มาร์คเงยหน้ามองผมแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรอยู่ดี ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะบอกดีมั้ย


เด็กหนอเด็ก


"ถ้าเราไม่พร้อมไม่ต้องบอกก็ได้นะ อาจารย์ไม่ได้บังคับ" ผมแตะไหล่อีกฝ่ายแล้วยิ้มให้ เห็นเจ้าเด็กแสบยังคงนั่งตัวลีบไม่ขยับไปไหน ผมเลยหันมาจัดการเก็บอุปกรณ์ทำแผลให้เสร็จ


"เมื่อวาน..." เขาเกริ่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบในขณะที่ผมกำลังเขียนชื่อของเขาลงในบันทึก เพราะวันนี้เจ้ามาร์คมาคนเดียวเลยไม่มีคนเขียนชื่อให้เหมือนทุกครั้งที่มาทำแผล


"..."


"เจนมันโดนจักรยานชน" มือของผมข้างที่จับปากกาชะงักไป พร้อมความรู้สึกเป็นห่วงที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาเมื่อได้ยินชื่อของเด็กตัวผอม


"เป็นอะไรมากมั้ยครับ" ผมถามเขาเสียงเบา ภาพวันที่เจนวิทย์หายใจรวยรินอยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้ายพร้อมเลือดที่ชุ่มใบหน้าขาวใสยังคงฉายชัดอยู่ในหัว


"เข่ากระแทก" มาร์คเงยหน้าขึ้นมามองกัน หน้าตาเขาเหมือนจะร้องไห้


ไม่ต่างจากใจผมที่ร้อนรนแทบบ้า


"อย่าคิดมากเลย" ทำเป็นปลอบลูกศิษย์ทั้งที่ตัวผมเองก็ไม่ได้แข็งแกร่งไปมากกว่าเขาเลย เด็กคนนั้นจะต้องเจอเรื่องเจ็บปวดอีกนานแค่ไหนกัน จะร้องไห้อีกหรือเปล่า


"แต่ว่านะอาจารย์" มาร์คเอ่ยขึ้นมาพร้อมสายตาที่จริงจัง


"..."


"ทั้งที่จักรยานสั่นกระดิ่งขอทาง ผมก็บอกให้มันหลบแล้ว แต่มันเดินเข้าหาจักรยานเหมือนคนไม่มีสติ เหมือนมันไม่ได้ยินอ่ะ ทั้งที่เจนก็ไม่ได้ฟังเพลงเหมือนคราวก่อน" มาร์คทำหน้ายุ่งก่อนจะเกาหัวเบาๆ


"อ่า..."


"ผมรีบเข้าไปประคอง ถามว่าเป็นอะไรมั้ย มันก็เอาแต่ร้องไห้ คนที่ขี่จักรยานก็ถามนะ บอกว่าจะพาไปโรงพยาบาล แต่มันก็เอาแต่ร้องไห้อยู่ดี ผมเรียกมันแบบ ตะโกนเรียกอ่ะ มันยังไม่หันมาเลย จนพี่ที่ขี่จักรยานหันมาถามผมว่าเจนได้ยินมั้ย"


"เมื่อวานฝนตกมั้ย" ผมถามออกไปในขณะที่หัวใจเหมือนโดนบีบรัดจากสิ่งที่มองไม่เห็น มันอึดอัดและร้อนรนจนอยากจะไปหาเด็กคนนั้นเสียเดี๋ยวนี้


"ฝนตกนิดหน่อยครับ"


"งั้นหรอครับ" ผมลูบหน้าตัวเองเบาๆอย่างคิดไม่ตก


"ผมเป็นห่วงมันอ่ะ" มาร์คเงยหน้ามาด้วยความงุนงงและกังวล ผมถอนหายใจแรงๆอย่างกลัดกลุ้มคาดว่าเจนวิทย์คงยังไม่ได้บอกมาร์คว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง แต่ผมเข้าใจว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะผมก็เคยสับสนและไม่ยอมบอกใครไม่ต่างจากเด็กคนนั้นเหมือนกัน


"แล้วที่หยุดวันนี้..."


"มันโทรมาบอกเมื่อเช้าว่าไข้ขึ้น น่าจะเพราะโดนฝนเมื่อวานด้วยอ่ะ เจนมันป่วยง่าย อากาศเปลี่ยนนิดหน่อยก็จามแล้ว วันนี้ผมว่าจะไปหามันที่บ้านอ่ะ ตั้งแต่เมื่อวานที่พามันไปโรงบาลมันก็ซึมไปเลย" มาร์คเอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วง


"ดีแล้วครับ"


"อาจารย์ไปด้วยกันมั้ยครับ" เด็กแสบเอ่ยเมื่อย้ายตัวลงมาจากเตียงทำแผล ผมเงยหน้ามองเขาอย่างไม่แน่ใจ


"จะดีหรอครับ"



"ดีสิครับ มันไม่อะไรหรอก เจนมันชอบคุยกับอาจารย์จะตาย"



"อ่า..."


"ไปเถอะครับ มันก็บ่นถึงอาจารย์บ่อยๆอยู่เหมือนกัน"


"บ่น?"


"ประมาณว่าไม่ค่อยได้เจอเลยไรงี้ ผมก็งงดิ เจอกันแทบทุกเช้า" เด็กแสบช่างคุยคนเดิมกลับมาแล้ว มาร์คที่แอบเผาเพื่อนตัวเองป้องปากทำท่ากระซิบ


"เอ่อ" ผมเกาหัวตัวเองเบาๆ ในขณะที่ความรู้สึกบางอย่างที่แทรกซึมเข้ามาในใจ


"ไปนะๆๆๆ"


"ครับๆ ไปก็ไป" ผมยอมแพ้ลูกตื๊อเจ้าเด็กตรงหน้าจนได้ เขาได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มนิดหน่อย เจ้าตัวไหว้ลาแล้วรีบวิ่งออกจากห้องพยาบาลเมื่อออดเข้าแถวตอนเช้าดังขึ้น ผมมองแผ่นหลังนั้นที่ค่อยๆเล็กลงพร้อมกับใบหน้าของใครบางคนที่ลอยเข้ามาในความคิด




เห้อ แล้วผมจะไปไหนพ้นวะ









เมฆครึ้มเริ่มตั้งเค้าลางในระหว่างที่ผมกับมาร์คกำลังไปที่บ้านของเจนวิทย์ มาร์คแวะซื้อขนมเบื้องหน้าปากซอยเข้าบ้านจะเอาไปฝากคนป่วย แถมโฆษณาว่าเจนชอบกินมากๆ แต่ดูท่าว่าจะไม่ถึงคนป่วยเพราะเจ้าเด็กแสบเอาแต่กินเอาๆ


ผมมองใบหน้าที่สดใสของมาร์คเวลาพูดถึงเพื่อนตัวผอม นึกเอ็นดูความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสอง


เราหยุดยืนอยู่หน้ารั้วบ้านโดยที่มือเต็มไปด้วยถุงมากมาย ผมซื้อขนมกับผลไม้มาฝากเพราะคงดูไม่ดีถ้าเกิดมาตัวเปล่า


กดกริ่งได้ไม่นานประตูบ้านก็เปิดออก ผมหัวใจเต้นโครมครามเมื่อคนที่เปิดประตูออกมาคือเจนวิทย์


คนที่อยู่ในความคิดผมเสมอ



เขาออกมาด้วยสภาพหัวฟูไม่เป็นทรง ร่างผอมใส่เสื้อยืดสีขาวคอกว้างที่มันกว้างเสียจนเห็นไหล่ขาวและกางเกงบอลขาสั้นที่ทำให้เห็นหัวเข่าข้างที่มีผ้าก๊อซแปะไว้


เจนวิทย์ใส่แว่นเดินหน้ามู่ทู่ออกมาอย่างลำบากเพราะขาข้างหนึ่งที่งอได้ไม่สุด


แล้วเหมือนเข้าจะเพิ่งเห็นว่าผมยืนอยู่ตรงนี้ เพราะดวงตากลมที่แทบจะลืมไม่ขึ้นเบิกกว้างเมื่อเราสบตากัน


อ่า เจ้ามาร์คได้บอกเจนหรือเปล่าว่าผมมาด้วยน่ะ


"อาจารย์ธีรัช" เด็กตัวผอมเรียกผมอย่างตกใจ มือขาวยกขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้


ท่าทางน่าเอ็นดูของเขาทำให้ผมเผลอหัวเราะออกมา เจนวิทย์ละล้าละลังจะเดินมาเปิด แต่ก็ได้เจ้ามาร์คที่งอแงเสียงดังว่าไม่ยอมเปิดประตูรั้วเสียที เขาเลยรีบหลบสายตาผมและเปิดประตูรั้วให้เราเข้าไปข้างใน


เข้ามาในบ้านก็เจอแม่ของเจนวิทย์ที่เดินออกมาจากครัวพอดี เธอตกใจที่เห็นผม แต่ก็รีบชวนเข้ามานั่งและหาน้ำหาท่าให้จนผมทำตัวไม่ถูก สุดท้ายก็ยื่นของฝากที่ซื้อมาให้ ซึ่งก็น่าจะถูกใจเพราะเธอขอบคุณผมไม่หยุดหย่อน


เธอเอาแต่ขอบคุณเรื่องที่ผมช่วยดูแลวันที่เขาตกบันไดไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระ จนเด็กๆที่พากันขึ้นห้องไปตั้งแต่เข้าบ้าน เดินกอดคอลงมาหาที่ห้องนั่งเล่น


เจนทรุดตัวนั่งลงตรงข้ามกับผมโดยที่หน้าผากของเขามีแผ่นคูลฟีเวอร์แปะไว้ ผมเผ้ายุ่งเหยิงกลับมาเป็นทรงและเสื้อยืดคอกว้างเมื่อกี้ก็ถูกเปลี่ยนไปเป็นอีกตัว


ผมสบตาเขาครู่หนึ่งก่อนจะหันไปคุยกับแม่ของเขาต่อ ผมเห็นเด็กคนนั้นก้มหน้างุดหลบตากันอีกแล้ว


น่ารัก





สุดท้ายเย็นวันนี้ก็จบที่ผมทานข้าวเย็นกับครอบครัวของเจนวิทย์พร้อมทั้งมาร์คที่นั่งยิ้มหน้าระรื่นอยู่ที่โต๊ะกินข้าว ปฏิเสธไปหลายรอบแต่แม่ของเจนอยากเลี้ยงตอบแทนที่ผมดูแลลูกชาย ผมเลยไม่ได้ปฏิเสธอะไรอีก ฝีมือของแม่เจ้าเด็กตัวผอมอร่อยถึงขั้นที่ผมเกรงใจจะขอข้าวเพิ่ม ทั้งบ้านหัวเราะกันครืนแต่ก็เติมข้าวให้ผมและบอกให้ทานเยอะๆ เจนวิทย์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยิ้มจนแก้มตุ่ยและแอบเหลือบมามองผมนิดหน่อย เป็นมื้อเย็นที่ผมรู้สึกอิ่มเอมมากกว่าทุกวัน


หลังจากทานข้าวเสร็จผมก็โดนให้มานั่งกับเจนวิทย์ที่สวนหลังบ้านเพราะตอนแรกไปเสนอว่าจะล้างจานให้ แต่ก็นั่นแหละ แม่ของเขาปฏิเสธทันควันแล้วรีบดึงตัวมาร์คมาช่วยล้างแล้วบอกผมว่ามีผู้ช่วยแล้ว ผมมองมาร์คที่งอแงกับแม่ของเจนในครัวอย่างเอ็นดู


ผมเดินออกมาที่สวนหลังบ้านพร้อมบรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้งเมื่อผมอยู่กับเขาสองคน แล้วอยู่ๆเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นมาจนเจนวิทย์สะดุ้งตัวโยน มือขาวที่เลื่อนดูโทรศัพท์ในมือชะงักค้างก่อนจะหันมามองผมอัตโนมัติ


ผมทรุดตัวนั่งลงข้างๆเด็กคนนี้ มองสายตาตื่นตระหนกของเขาอย่างเข้าใจดีว่าเขารู้สึกยังไง


"ฝนตกอีกแล้ว เข้าบ้านเถอะ" เรานั่งอยู่ใต้หลังคาที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านพร้อมหยาดฝนที่เริ่มโปรยปราย พืชผักสวนครัวที่เริ่มชโลมไปด้วยหยดน้ำในขณะที่เสียงรอบข้างหายได้หายไป ผมมองรอบกายเพื่อเช็คดูว่าฝนสาดเข้ามาหรือไม่


"..." เจนวิทย์นิ่งเงียบไม่พูดอะไร ดวงตากลมเหม่อมองออกไปท่ามกลางสายฝน


"เดี๋ยวไม่หายป่วยนะครับ" ผมแตะศีรษะเขาก่อนจะลูบอย่างแผ่วเบา เจนวิทย์หันมาสบตากันด้วยดวงตาหวานที่ไหวระริก คลอหน่วยไปด้วยน้ำตา



"อาจารย์" เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง ก่อนน้ำตาเหล่านั้นจะค่อยๆไหลเอื่อยไปตามแก้มใส



"ครับ ว่าไง" ผมประคองแก้มเขาเอาไว้แล้วเกลี่ยน้ำตาออกอย่างเบามือ เจนยังคงสบตากัน เขาไม่ได้สะอึกสะอื้นออกมาเหมือนทุกครั้ง เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลลงมา และเป็นผมที่คอยช่วยเช็ดมันออกจากแก้มนิ่ม


"ผมเกลียดฝน" เด็กตัวผอมพูดด้วยแววตาเศร้าสร้อย เจ้าตัวเม้มปากก่อนจะหลุบตาต่ำ


"ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ" ผมย้ายมือจากแก้มนิ่มมาลูบแผ่นหลังของเขาเบาๆ ถือวิสาสะโอบไหล่แล้วดึงอีกฝ่ายเข้ามาใกล้จนไหล่ของเขาเกยอยู่บนอกของผมนิดหน่อย แต่เจนวิทย์ไม่ได้ขืนตัวออกไป เขานั่งเงียบๆและถูมือตัวเองไปมา


"ฝนทำให้ผมกลายเป็นตัวประหลาด ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากตัวเอง" เขาเงยหน้ามาสบตากันเหมือนอยากรู้ว่าผมจะทำหน้ายังไง แต่ผมส่งยิ้มให้เขาก่อนจะลูบเส้นผมนุ่มมือ


เพราะผมเข้าใจดี



"งั้นหรอครับ"


"มันทรมานเหมือนจะตายให้ได้ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหว ลมเย็นๆจากฝนลอยมาปะทะจนเด็กน้อยห่อไหล่ เห็นท่าว่าต้องพาเขาเข้าบ้านแล้วล่ะ




"จนผมเจออาจารย์"




"..." มือที่คอยลูบศีรษะหยุดชะงักเมื่อเขาพูดประโยคเมื่อกี้ออกมา


"อาจารย์เป็นคนเดียวที่ผมได้ยิน" เจนวิทย์เหลือบตาขึ้นมามองกันก่อนบรรยากาศระหว่างเราจะแทนที่ด้วยความเงียบอีกครั้ง ผมจดจ้องดวงตาที่แดงก่ำจากพิษของน้ำตา


"..."


"ตอนแรกผมตกใจมาก แต่ก็รู้สึกอุ่นใจ เพราะถึงมันจะทรมานแค่ไหน แต่ก็ทำให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้อยู่บนโลกนี้คนเดียวอีกแล้ว" เขาร้องไห้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้คนข้างกายกลับยิ้มออกมาเสียจนแก้มเป็นรอยบุ๋ม ใบหน้าหวานที่เปียกปอนไปด้วยน้ำตายังคงสบตากับผมอยู่อย่างนั้นราวกับกลัวว่าผมจะหายไป


"..."


"แต่ผมก็เกลียดฝนอยู่ดี เกลียดที่มันทำให้ผมทรมาน เกลียดตัวเองที่ดีใจเพราะมีอาจารย์คอยอยู่ข้างๆ" เขามองหน้าผมแล้วเอ่ยออกมา เด็กน้อยที่น่าสงสารยิ้มทั้งน้ำตา และเป็นหัวใจผมที่โดนบีบรัดเมื่อเข้าใจความหมายของคำว่าดีใจที่เขาต้องการจะสื่อ


"..."



"ผมเกลียดมันทั้งหมด" เจนย้ำก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น เขายกมือมาเช็ดน้ำตาแรงๆ ผมรีบคว้ามือนั้นไว้เพราะกลัวว่าผิวเขาจะระคาย



"เจน"


"..."


"..."





"ผมชอบอาจารย์นะ"






"..." ผมมองหน้าเขานิ่งพร้อมหัวใจที่สั่นรัว


"ผมขอโทษที่รู้สึกแบบนั้น มันไม่ควรเลย" เขายังคงเบนหน้าหนีกันเหมือนวันที่เขาประสบอุบัติเหตุและเอาแต่ร้องไห้เมื่อผมเช็ดน้ำตาให้เขา แขนเรียวยกขึ้นมาขวางกั้นแล้วค่อยๆดันผมออก


"เจนวิทย์" ผมเรียกเขาอย่างอ้อนวอน แต่เขาไม่ฟังแม้แต่น้อย


"ผม ผมจะเข้าบ้าน" เด็กน้อยตั้งท่าจะลุกขึ้นยืน แต่ผมไม่ยอมให้เขาไปไหนจนกว่าเราจะคุยกันให้เข้าใจ ผมคว้ามือเรียวเอาไว้ฉุดรั้งให้เขาอยู่ตรงนี้ ดวงตาสวยหันมาสบตากันอย่างสับสน


"ถ้าอาจารย์บอกว่าอาจารย์ก็เป็นเหมือนเธอ เธอจะเชื่อกันมั้ย"



"..."



"เป็นสิบปีที่อาจารย์ไม่ได้ยินเสียงใครเลยนอกจากตัวเองตอนฝนตก" ผมบอกอย่างใจเย็น



"..."


"มันทรมานมาก เหมือนที่เธอรู้สึกและอาจารย์เข้าใจมันทั้งหมด" เจนวิทย์นิ่งไป ดวงตาที่เศร้าสร้อยยังคงเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ผมประคองแก้มนิ่มด้วยมือทั้งสองข้าง ไล้ปลายนิ้วที่แก้มเขาอย่างแผ่วเบา



"อาจารย์..."




"อาจารย์ก็เกลียดฝนไม่ต่างจากเธอ กลายเป็นตัวประหลาด แล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะหายเมื่อไหร่ แต่อาจารย์ก็ดีใจที่มีเธออยู่ในวันที่ฝนตก"



"ฮึก..." เจนวิทย์สะอื้นออกมา เขาเอียงหน้าซบฝ่ามือของผมราวกับต้องการไออุ่น


ผมโน้มหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายแล้วฝากรอยจูบไว้ที่แก้มเขาอย่างแผ่วเบา เด็กน้อยหลุบตาต่ำในจังหวะที่ผมผละออกมา ใบหน้าหวานมีริ้วสีแดงจางๆไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือเพราะอย่างอื่น


"ขอโทษที่รู้สึกไปแล้ว อาจารย์รู้ว่ามันไม่ควร แต่มันห้ามใจไม่ไหวจริงๆ เพราะงั้นขอมัดจำไว้ก่อนนะครับ" ผมเอ่ยทั้งรอยยิ้ม นึกเอ็นดูเด็กน้อยที่หน้าแดงจนลามไปยันหู


"พูดอะไรไม่รู้เรื่อง" เขาบ่นงุ้งงิ้งแต่เพราะมีแค่เราที่ได้ยินกันและกัน ผมเลยได้ยินมันอย่างชัดเจน


"แม่อาจารย์บอกว่ามันเป็นเรื่องของโซลเมทกับโชคชะตา เพราะฉะนั้นอย่าเกลียดมันเลยนะครับ" ผมยิ้มให้เด็กตรงหน้า น้ำตาเริ่มเหือดแห้งไปแต่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ที่ดวงตาคู่สวย


"โซลเมทหรอครับ"


"ครับ และอาจารย์อยากให้รู้ไว้ว่า ที่อาจารย์รู้สึกกับเจน ไม่ใช่เพราะรู้ว่าเราเป็นโซลเมทกันแล้วถึงได้มาชอบ"


"..."





"ชอบเพราะเจนเป็นเจน"





"..."






"พี่ชอบเจนนะครับ"










ผมมองเขาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่วันแรกที่เราได้พบกัน จนถึงวันนี้ที่ไม่ว่าเขาจะเจออะไร ยากเย็นแสนเข็ญเพียงใด เขาก็ยังคงมีคนที่เข้าใจและคอยอยู่เคียงข้างเสมอ ทั้งครอบครัวและเพื่อนสนิท รวมถึงตัวผม


เราทั้งคู่ต่างก็เกลียดฝน






แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราต่างก็ขอบคุณที่ฤดูฝนอันทุกข์ทรมานทำให้เราได้เจอกัน











the end








     #Peach_Jay



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #17 fullls (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 15:09
    โอ้ยยย อบอุ่นหัวใจจจ//เขินหนักมาก555
    #17
    0