Peach J (Dojae Taejae Johnjae)

ตอนที่ 18 : ไอดิน ; taejae (02/??) -rainverse-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 พ.ย. 62

ฤดูฝนยังคงอยู่


แต่กลับเป็นคุณที่หายไป










Tee's part


ดาดฟ้าที่บ้านของเพื่อนสนิทอย่างธุทธกลายเป็นแหล่งกบดานของผมในวันหยุดสุดสัปดาห์


หลังจากที่ตกลงกันว่าจะงดเหล้าบ้างเพราะผมกับเพื่อนเข้าร้านเหล้าเมาหัวราน้ำบ่อยจนโดนแม่ด่า ก็เลยเปลี่ยนมานั่งๆนอนๆอยู่ที่บ้านมันแทน


แต่คนไม่เข็ดก็ยังไม่เข็ดอยู่วันยังค่ำ ผมกับไอ้ยุทธเพิ่งช่วยกันแบกลังเบียร์เข้าไปในห้องนอนมันก่อนหน้าที่จะขึ้นมานี้เอง แล้วไอ้ยุทธก็โดนแม่สวดไปยกหนึ่ง ผมเองก็โดนหางเลขไปด้วย แต่สุดท้ายผู้หญิงเพียงคนเดียวของบ้านก็บอกปลงๆว่าดีกว่าไปเมาที่อื่น


ผมนอนลงบนตั่งไม้ พลางเงยหน้ามองฟ้าที่ประดับไปด้วยก้อนเมฆหลายขนาด ปล่อยให้ความคิดทำงานอย่างเงียบเชียบ


ยุทธทรุดตัวนั่งลงตรงปลายตั่งอีกฝั่ง ก่อนเสียงจากกีต้าร์ที่มันถือขึ้นมาด้วยจะดังออกมาแปร่งๆเมื่ออีกฝ่ายกำลังก้มปรับสาย ผมซ้อนมือรองศีรษะในขณะที่ยุทธเริ่มเล่นเป็นคอร์ดและฮัมเพลงคลอไปกับบรรยากาศที่ท้องฟ้าเริ่มผัดเปลี่ยนเป็นสีส้ม




What do you mean?


I'm sorry by the way


Never coming back down




ผมเห็นยุทธจับคอร์ดอย่างคล่องแคล่ว เสียงร้องเพลงที่ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ของมันทำให้ผมมองอย่างสนใจ ยุทธเลิกคิ้วมองทั้งที่ปากยังร้องเนื้อเพลงออกมา มันบอกว่าซ้อมเพลงนี้อยู่หลายวันแต่ยังลองเล่นไม่จบเสียที




Can't you see?


I could, but wouldn't stay


Wouldn't put it like that




ผมหันมาทิ้งสายตาไว้บนท้องฟ้ากว้างที่เจือไปด้วยสีชมพูและส้ม แล้วร้องเพลงไปพร้อมมัน




What do you mean?


I'm sorry by the way


Never coming around


It'd be so sweet if things just stayed the same




สายลมพัดผ่านผิวไปอย่างแผ่วเบานำพาความเย็นวาบลามเลียไปทั่วผิวที่พ้นเสื้อผ้า ใบไม้จากกระถางต้นไม้ริมขอบกำแพงพลิ้วไหวไปตามแรงลม


เสียงกีต้าร์ยังคงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ผิดกับจิตใจผมที่โผบินออกไปไกลมิอาจหาทางกลับ






รู้ตัวอีกทีตอนที่เพื่อนสนิทเอาเท้ามาสะกิด มันวางกีต้าร์ไว้ข้างๆแล้วหันมาหรี่ตามองกัน


"หมาตัวไหนบอกจะร้องเพลงกับกู" ยุทธเบ้ปากในขณะที่ผมยันตัวขึ้นมานั่งดีๆ ก็จริงที่มันว่า ตอนแรกเป็นผมที่เสนอว่าจะขึ้นมาร้องเพลงเล่นบนดาดฟ้า แต่สุดท้ายมีแค่มันที่ทำตามข้อเสนอนั้น


"โทษๆ" ผมเกาหัวเบาๆ ไอ้ยุทธไหลตัวมานั่งข้างกันแล้วเอาไหล่กระแซะท่าทางสะดีดสะดิ้ง


"ใจลอยไปไหนคะอาจารย์ธีรัช ไปหาน้องเจนวิทย์รึป่ะ" มันดัดเสียงพูดจาจีบปากจีบคอจนผมหมั่นไส้ โบกหัวมันไปครั้งหนึ่ง แทนที่มันจะเข็ด ไอ้ยุทธดันหัวเราะร่าเสียจนผมเหม็นขี้หน้ามัน


"ก็เหี้ย" ผมปฏิเสธ ทั้งที่ความจริงเป็นไปตามที่ยุทธบอก


ช่วงนี้ผมเอาแต่นึกถึงเด็กคนนั้น เด็กที่ตัวสูงกว่าผมหน่อยแต่ร่างกายกลับผอมบางดูอ่อนแอ เด็กที่เวลาเจอหน้าผมทีไรมักจะยิ้มกว้างออกมาเสียจนแก้มที่เจือสีชมพูด้วยเส้นเลือดฝาดยุบเป็นรอยบุ๋มเล็กๆและขึ้นเป็นรอยขีดจางๆเหมือนหนวดแมว


เด็กที่ช่วงหลังมานี้เอาแต่หลบหน้าหลบตาผมตลอดตั้งแต่ที่เขาออกจากโรงพยาบาล


"ห่า พูดว่าคิดถึงน้องเขามันก็ไม่ตายมั้ย" นั่นแหละ ไอ้ยุทธก็ยังคงเป็นไอ้ยุทธ เพื่อนสนิทที่เตะบอลมาด้วยกันตั้งแต่มัธยมต้นมีหรือที่มันจะมองผมไม่ออก


"รู้ดีเหมือนหมา" ผมดันตัวที่เอาแต่ออเซาะผมออก มันหัวเราะหึแล้วขยับออกเมื่อแกล้งผมได้สำเร็จ


"โถ่ ก็ใครล่ะครับ เอาแต่พูดเจนวิทย์อย่างนู้น เจนวิทย์อย่างนี้ นี่ไม่นับตอนที่น้องหัวแตกนะ โทรมาหากูก็คุยไม่รู้เรื่อง ลนไปหมด" ยุทธพูดเหมือนมานั่งอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้ผิดแผกไปจากความจริงหรอก เพราะตั้งแต่ที่ผมได้รู้จักเด็กคนนั้นเขาก็เข้ามามีอิทธิพลกับความคิดของผม เราได้แลกเปลี่ยนความคิดกันบ่อยครั้งตอนที่ขึ้นรถเมล์สายเดียวกัน และนั่นก็ทำให้ผมรู้จักตัวตนและนิสัยใจคอของอีกฝ่ายมากขึ้น


เจนวิทย์เป็นเด็กน่ารัก


น่ารักเสียจน...


"ช่วงนี้กูไม่ค่อยได้เจอเขาแล้ว" ผมพูดพลางถอนหายใจ นึกถึงวันที่เขาหัวแตกแล้วผมเอาแต่ลนลานเป็นหนูติดจั่น ร้อนรนไปทั้งอก


"เอ้า ไหนมึงบอกมึงจะคุยกับน้องเรื่องนั้น" ยุทธเลิกคิ้ว


"ก็นั่นแหละ"


"หรือมึงบอกน้องแล้ว แต่น้องกลัวเลยตีตัวออกห่างมึงวะ"


"ยังไม่ได้บอกไอ้สัส!" ผมล่ะอยากจับมันมาโบกหัวอีกที ให้ตาย


"อ่อ กลัวเด็กมันเตลิดอ่ะดิ" ยุทธเอนหลังลงนอนบนตั่งแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ตอนนี้แทบมองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด ผมมองหน้ามันครู่หนึ่งก่อนจะเอนตัวนอนข้างๆมันบ้าง


"แหงดิ อยู่ๆมึงจะให้กูเข้าไปบอก เจนวิทย์ เธอเป็นโซลเมทกับครูนะ งี้หรอมันก็ไม่ได้ป่ะวะ" ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่กับสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวมาหลายวัน


"ยาก"


"เออ น้องยังเด็กด้วย ไม่รู้ถ้ากูพูดไปจะเข้าใจมั้ย" ใบหน้าขาวใสลอยเข้ามาในความคิด ผมยังจำวันที่ตื่นมาเจอผมในห้องพักผู้ป่วยได้อยู่เลย เจนเอาแต่ร้องไห้ตัวโยน ร่างผอมบางนั้นสะอื้นหนักเสียจนจะขาดใจ น้ำตานองแก้มไปหมด


ผมรู้เรื่องที่เขาไม่ได้ยินอะไรยกเว้นเสียงของตัวเองในวันที่ฝนตกตั้งแต่ตอนที่เขามาห้องพยาบาลและเจอผมเป็นครั้งแรก



เพราะวันนั้นก็เป็นวันที่ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงของเขาเช่นกัน



เด็กน้อยทำหน้าตาตื่นตระหนกเมื่อได้ยินเสียงของผม ผิดกับผมที่หัวใจเต้นถี่รัวจนต้องพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นอยู่หลายครั้ง





ตลอดช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ผมต้องทุกข์ทรมานและอึดอัดกับฤดูฝน เจ็บปวดจนแทบจะตายมาไม่รู้กี่รอบกับความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น กว่าจะทำใจยอมรับมันและพยายามปรับตัวให้เข้ากับมันได้ก็ใช้เวลานาน จนตอนนี้กลายเป็นความชิน


ตอนแรกผมไม่กล้าบอกแม่ กลัวท่านจะไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่าให้ฟังด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา ผมยังจำได้ดี แม่กอดผมเอาไว้แนบอกและคอยลูบหลังปลอบประโลมให้ผมหยุดร้องไห้ สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือแม่ผมเองก็เคยมีอาการแบบเดียวกันกับผม แม่ไม่ได้ยินเสียงใครนอกจากตัวเองกับเสียงของพ่อ และอาการเหล่านั้นของแม่ค่อยๆหายไปจนเป็นปกติเมื่อได้รักกับพ่อและมีผม


เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติที่ไม่รู้จะหาข้อพิสูจน์จากที่ใดนอกจากคำยืนยันจากปากของพ่อและแม่เพียงเท่านั้น


แม่บอกว่ามันคือพรหมลิขิตและเรื่องของคู่ชีวิต


"แต่กูว่ามันไม่น่ายากขนาดนั้นป่ะวะ ค่อยๆคุยกัน" คนข้างกายเอ่ยออกมาเบาๆ


ยุทธเป็นอีกคนที่รู้เรื่องอาการเหล่านี้ ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่เคยตีตัวออกห่างจากผม มันเคยเป็นยังไง ก็ยังคงเป็นไอ้ยุทธอย่างนั้นไม่ว่าเราจะคบกันมากี่ปี จะเรียนจบมหาวิทยาลัยจนทำงานเป็นหลักเป็นแหล่ง ผมก็ยังเห็นมันยืนอยู่ข้างผมไม่ไปไหน


"ไม่รู้ว่ะ" ผมถอนหายใจอย่างหมดหนทาง


"ค่อยๆคิดมึง"


"อือ" เราทั้งคู่ต่างเงียบแล้วปล่อยให้ความคิดทำงานไปเรื่อยเฉื่อย



'มันอาจจะดูเกินจริงไปหน่อยนะธีร์ อาจจะต้องใช้เวลา ต้องเรียนรู้สิ่งที่ผ่านเข้ามาอีกมากมาย แต่สักวันลูกจะเจอคนที่คอยช่วยเติมสิ่งที่ขาดหายของลูก โอบกอดลูกด้วยความรัก คนที่คอยอยู่กับลูกไม่ว่าลูกจะเป็นยังไง'



คำพูดของแม่ที่ไม่ว่าจะกี่ปีผมยังจำได้ขึ้นใจ


และด้วยอะไรหลายๆอย่าง ผมยังไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเจนวิทย์คือคนคนนั้น


"แล้วที่มึงเอาแต่คิดเรื่องน้องเนี่ย มึงชอบเขาหรอวะ" และอีกครั้งที่เหมือนไอ้ยุทธเข้ามานั่งใจใจผม มันลุกขึ้นนั่งแล้วเหลือบมามองผมที่นอนถอนหายใจทิ้งอยู่ข้างๆ


"ก็..."


"ยึกยักอยู่นั่น" มันเบ้ปาก




"เออ กูชอบ" ผมชกแขนมันเบาๆครั้งหนึ่ง ไอ้ยุทธแกล้งร้องโอดโอย





"มึงชอบเพราะมึงเป็นโซลเมทกับน้องเขาหรอ"




ผมมองหน้ามันนิ่ง



คำถามนี้ผมเคยถามตัวเองมาหลายครั้งว่าเป็นเพราะเรื่องพรหมลิขิตหรือโซลเมทอะไรนั่นหรือเปล่าที่ทำให้ผมสนใจเด็กคนนั้น





"เปล่า"





แต่ไม่มีความคิดนั้นในใจผมเลยสักครั้ง








ผมเดินเข้ามาในโรงเรียนในเช้าวันจันทร์ วันนี้ครึ้มฟ้าครึ้มฝนอีกแล้ว และคาดว่าอีกไม่นานฝนน่าจะตก


หันไปทักทายพี่รปภ.ที่มักจะเจอกันทุกเช้าพลางมองเด็กนักเรียนที่เริ่มเดิมทยอยเข้าโรงเรียนเหมือนเช่นทุกวัน เด็กบางคนหันมาสวัสดีผมด้วยน้ำเสียงร่าเริงบ้าง ง่วงนอนบ้างสลับกันไป รอยยิ้มของเด็กๆเป็นเหมือนพลังที่ทำให้ผมรู้สึกชื่นใจทุกครั้งที่เห็น


แล้วอยู่ๆใบหน้าของใครบางคนก็ลอยเข้ามาในความคิด


วันนี้เธอจะร้องไห้อีกมั้ยนะ


ผมกระพริบตาถี่ๆก่อนจะเดินเลี้ยวไปห้องพยาบาลที่ตั้งอยู่ตึกข้างๆ ความเป็นห่วงเด็กคนนั้นยังคงอยู่เต็มอก แต่ผมก็ทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้นอกเสียจากว่าเราต้องคุยกันให้เข้าใจ


แต่มันยากเหลือเกิน


ผมเงยหน้าขึ้นก็เจอกับมาร์คและเจนวิทย์ที่นั่งรออยู่หน้าห้องพยาบาลเพราะยังไม่มีใครมาเปิด เลิกคิ้วมองทั้งคู่อย่างสงสัยในจังหวะที่ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดี


"อาจารย์สวัสดีครับ" มาร์คเอ่ยและไหว้ผมทันที แต่เด็กตัวผอมอีกคนกลับนิ่งเงียบ มีเพียงแค่มือเรียวที่ยกขึ้นไหว้กันเท่านั้น ผมรับไหว้ทั้งคู่ไว้


"เป็นอะไรมาเรา มาห้องพยาบาลแต่เช้าเลย" ผมถามถึงจุดประสงค์ของเด็กทั้งคู่ที่มาห้องพยาบาลแต่เช้าตรู่


"เล็บเปิดครับ แต่ใกล้หายแล้ว หมอบอกว่าให้มาล้างแผลที่ห้องพยาบาลก็ได้" มาร์คพูดก่อนจะยกนิ้วมือที่พันผ้าก๊อซไว้ให้ผมดู


"โอเคครับ งั้นนั่งรอตรงเตียงทำแผลแปปนึงนะ" ผมบอกในขณะที่ไขกุญแจห้องพยาบาลและผลักประตูเข้าไป มาร์คพยักหน้ารับแล้วเดินตามผมมาติดๆ โดยที่เจนวิทย์เดินตามมาร์คมาอีกที


เขามองผมด้วยดวงตาที่สั่นระริก จนผมอดคิดไม่ได้ว่าผมเผลอทำให้เขากลัวไปแล้วหรือเปล่า เพราะวันที่เจนวิทย์เข้าโรงพยาบาล ผมเผลอตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายจนเกินเหตุ ทั้งที่มันไม่ควร


รู้แค่ว่าอยากปลอบเด็กคนนี้ให้หยุดร้องไห้


เห็นดวงตาคู่สวยช้ำไปเสียหมด ผมอดไม่ได้ที่จะเกลี่ยน้ำตาที่เปรอะแก้มใสๆนั้น


มาร์คเดินแยกไปนั่งที่เตียงทำแผล ในขณะที่เจนวิทย์เดินไปนั่งเก้าอี้ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ผมจัดการเอกสารนิดหน่อย พร้อมกับหยิบกระดาษบันทึกอาการของเด็กเอาไว้แล้วเดินไปหาเจนวิทย์


อีกฝ่ายหน้าตาตื่นเล็กน้อยที่เห็นผมเดินเข้าไปใกล้ มือเรียวกำกางเกงนักเรียนของตัวเองเอาไว้แน่นก่อนจะเม้มปาก


"เขียนชื่อของมาร์คให้หน่อยได้มั้ยครับ เดี๋ยวอาจารย์ไปทำแผลให้เขาแปปนึง" ผมย่อตัวแล้วพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยื่นกระดาษตรงหน้าให้เด็กตัวผอมที่เงยใบหน้าขาวใสมาสบตาแล้วพยักหน้าให้ครั้งหนึ่ง


เมื่อมือเรียวรับกระดาษนั้นไป และผมก็ชั่งใจอยู่ชั่ววินาที แต่สุดท้ายผมตัดสินใจเอื้อมมือไปสัมผัสเส้นผมเขาอย่างแผ่วเบา กลัวว่าจะทำเขาเจ็บถึงแม้จะผ่านมานานและคิดว่าแผลของอีกฝ่ายคงหายดีแล้ว


เจนวิทย์เงยหน้าทั้งที่ฝ่ามือยังสัมผัสเส้นผมนุ่มลื่นของเขาอยู่อย่างนั้น ผมเลยส่งยิ้มให้เขาเหมือนทุกครั้ง


แล้วใบหน้าหวานก็เจือไปด้วยสีชมพูอ่อนๆที่พาดอยู่บนแก้มและลามไปที่ใบหูเล็ก


อ่า...


เราสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ๆมาร์คตะโกนเรียกผมซะเสียงดัง ผมชักมือออกจากเส้นผมนุ่มอย่างนึกเสียดาย เจนวิทย์ก้มหน้างุดแต่ไม่อาจซ่อนใบหน้าแดงก่ำให้หลุดรอดจากสายตาผมได้


น่ารักจังวะ


ผมหมุนตัวเดินกลับมาหามาร์คที่นั่งรอผมทำแผลอยู่บนเตียง หยิบอุปกรณ์ต่างๆออกมาแล้วเริ่มทำการล้างแผลให้เด็กแสบที่ดันมาขัดจังหวะผมอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ดูจากแผลแล้วเขาคงต้องมาล้างแผลที่ห้องพยาบาลอีกหลายวัน เจ้าตัวนั่งมองผมไปก็บ่นไปว่าโดนแม่ด่าบ้างล่ะ เล่นเกมไม่สะดวกบ้างล่ะ คุยเก่งจริงๆ


ผมและมาร์คเดินออกมาจากโซนทำแผล เจนวิทย์ยังคงนั่งเงียบไม่พูดจาเหมือนเคย ผิดกับมาร์คที่พอเห็นหน้าเพื่อนก็พูดน้ำไหลไฟดับ ผมรับกระดาษที่ให้เจนวิทย์ไว้ก่อนหน้านี้ เขาเขียนชื่อเพื่อนสนิทของตัวเองไว้อย่างเป็นระเบียบ


"งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้มาใหม่นะครับอาจารย์" มาร์คหันมาพูดแล้วยกมือไหว้ขอบคุณกัน


"อย่าให้แผลโดนน้ำนะครับ" ผมกำชับอีกครั้งตอนที่คนมาล้างแผลเปิดประตูห้องพยาบาลออกไป เจนวิทย์หันมาสบตาผมอีกครั้งก่อนจะโค้งให้


ไม่รู้ทำไมบรรยากาศระหว่างเราเริ่มเปลี่ยนไป


ไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว





อ่า แต่เขาจะจับได้มั้ยนะ ว่าจริงๆแล้วผมต้องเขียนบันทึกอาการของเด็กเองน่ะ









tbc


#Peach_Jay


ตอนหน้าจบละค้าบ



ปล.เพลงข้างบนคือเพลง Lights Up ของ Harry Styles เข้าไปฟังกันได้นะคะ ??’?


ปล.2 ยัยแงวกับพี่แทยงน่ารักมากกกกก ขอบคุณกัปตันที่ประทานโมเม้นค่ะ ยัยแจนขนฟูมาก น่ารักสุดๆเลย มีแรงแต่งฟิคเลยค่ะ 5555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น