Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 26 : Chapter 25 ~ I wish I could be someone you love, love with all your heart.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 มิ.ย. 56

Chapter 25

I wish I could be someone you love, love with all your heart.

 

            ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเบ็นก็ได้จบลงแล้วสินะ แต่ทำไมฉันกลับมานั่งรู้สึกแย่ อะไรแบบนี้น่ะ หรือเพราะว่าฉันรู้สึกผิดที่เป็นคนทำให้เบ็นต้องมาเจ็บแบบนี้กัน!? ฉันอธิบายความรู้สึก นี้ไม่ถูกเลยจริงๆ

            หลังจากเคลียร์กับเบ็นเรียบร้อย ตอนนี้ฉันกับบีบีก็นั่งอยู่ในห้องในความเงียบงัน ไม่มีใครพูดอะไร ออกมาสักคำ เพราะในสถานการณ์แบบนี้การเงียบคือทางออกที่ดีที่สุด อีกสักพักก็ถึงเวลากินบาร์ บี คิว ตอนเย็นแล้วสินะ... ฉันไม่อยากไปเลย ฉันยังไม่พร้อมเจอหน้าใครทั้งนั้น หรือฉันควรแอบอยู่ในห้องนี้ดีนะ! เฮ้อ...ถ้าเราเลือกที่จะหลบ เราก็ต้องหลบแบบนี้ไปตลอดชีวิตสินะ ทางทีดี่เราควรจะเผชิญหน้ากับมันใช่มั๊ย

            “บลู นี่มันก็ใกล้เวลาแล้วนะ เธอจะไปหรือเปล่าน่ะ”

            “อืมๆ ฉันไม่ควรหนีใช่มั๊ย”

            “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันคิดว่าเธอควรทำอะไรที่เธอสบายใจนะ”

            “อืม...”

            “แล้วตกลงเธอจะไปหรือเปล่า”

            “ไปสิ”

            “งั้นไปกันเถอะ”

            พอตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ฉันกับบีบีก็ล็อกห้องก่อนจะเดินไปในสถานที่ที่ไว้กินบาร์บีคิวกัน ตอนนี้เพื่อนๆ หลายคนก็อยู่ที่นั่นแล้วล่ะ แต่คนที่ฉันไม่เห็นก็คือ...กลุ่มของเบ็น กลุ่มของยัยเนเน่ แล้วก็ กลุ่มของแบล็ค หายไปไหนกันนะ!? สำหรับเบ็นน่ะ...ฉันเข้าใจดีว่าตอนนี้เขาอาจจะต้องการเวลาส่วนตัว แล้วฉันเองก็รู้ดีว่าถ้าฉันเจออะไรแบบเขา ฉันก็คงไม่เข้มแข็งพอที่จะมาเจอหน้าใครหรอก

            เมื่อถึงเวลาที่แบล็คได้นัดทุกคนเอาไว้ แต่ละคนก็เริ่มไปตักอาหารกันแล้ว ดินเนอร์ครั้งนี้เป็น เหมือนอาหารบุฟเฟ่ต์ซึ่งเราสามารถตักอะไรก็ได้ที่เราต้องการ ฉันกับบีบีเลยไปตักบ้างแล้วก็เลือกที่จะนั่ง กันที่โต๊ะว่างๆ โต๊ะนึง

ณ ตอนนี้...พวกนั้นก็ยังไม่มาอีกสินะ ทั้งๆ ที่เป็นคนนัดให้ทุกคนมาแท้ๆ แต่ทำไมตัวเองกลับไป ที่อื่นแบบนี้ บางทีฉันก็เกลียดตัวเองจริงๆ เลย ที่มัวแต่คิดถึงคนแบบนั้นอยู่ได้ ทั้งๆ ที่ก็รู้ตัวดีว่าเขาไม่เคย นึกถึงเราเลย เฮ้อ...เมื่อไหร่ฉันจะเลิกคิดถึงเขาสักทีนะ! หรือฉันคงต้องรอจนกว่าเราจะไม่ต้องเจอกันอีก ตอนนั้นมันคงทำใจลืมได้ง่ายกว่านี้สินะ

ฉันกับบีบีก็กินข้าวตามปกติ วันนี้ไม่มีอะไรพิเศษมากมายหรอก ถ้าจะมีก็คงเป็นพรุ่งนี้ เพราะเห็น ว่าพรุ่งนี้จะเป็นปาร์ตี้เล็กๆ รอบกองไฟด้วยล่ะ และทุกคนก็ต้องเตรียมการแสดงหรือไม่ก็พูดความรู้สึกที่มี ต่อเพื่อนๆ หลังจากกินข้าวเสร็จ ฉันกับบีบีก็เลือกที่จะกลับห้องเลย เพราะไหนๆ วันนี้ก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว อีกอย่างพวกเราต้องเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วย

ถึงเวลาที่จะต้องนับถอยหลังเข้าสู่การจากลาแล้วสินะ...

 

วันต่อมา

            และแล้ววันที่สองของการเคาท์ดาวน์ก็มาถึงแล้วสินะ! ความจริงฉันไม่ควรพูดอะไรให้เศร้าเลย เนอะ ฉันเองก็เศร้ามาเยอะ...เยอะเกินไปแล้ว ดังนั้นช่วงเวลานี้ฉันควรเก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆ ทุกอย่าง เอาไว้มันถึงจะถูกจริงมั้ย?

            ตอนนี้ทุกคนก็มายืนออกันที่รถบัสแล้ว รอเวลาให้คนครบแล้วค่อยขึ้นรถน่ะ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ รอเจ้าภาพของงานหรือก็คือแบล็คน่ะแหละ

            “มากันครบแล้วใช่มั๊ย”

            พูดยังไม่ทันขาดคำ แบล็คกับกลุ่มของหมอนั่นก็เดินมาพอดี

            “พวกเรามาถ่ายรูปหมู่กันเถอะ”

            “ดีๆ พวกเราไม่ค่อยมีรูปด้วยกันอยู่ด้วย”

            “ใช่ๆ >_<

            ทุกคนต่างแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป แต่ส่วนมากจะออกไปในทางยินดีและดีใจ มากกว่า มันก็ดีเหมือนกันนะ...รูปภาพก็เหมือนกับเป็นเครื่องกระตุ้นความทรงจำดีๆ เนอะ เมื่อในวันที่ เราต้องลาจาก เราก็สามารถรำลึกถึงเรื่องราวพวกนั้นได้ เหมือนกับว่า...ถึงแม้คนคนนั้นจะไม่ได้อยู่ข้างๆ เราแล้ว แต่ยังไงเขาก็จะอยู่ในความทรงจะของเราตลอดไป

ตอนนี้ทุกคนก็มายืนเรียงเป็นแถวแล้ว ผู้หญิงยืนอยู่แถวหน้าๆ ส่วนผู้ชายก็ยืนอยู่แถวหลัง มันน่าอิจฉาจริงๆ ที่พวกผู้ชายตัวสูงมากกกกก T^T ส่วนฉันนี่แค่ 160 กว่าๆ เอง

ฉันกับบีบียืนอยู่ประมาณแถวที่สอง ซึ่งหลังจากแถวฉันก็เป็นแถวของพวกผู้ชายแล้ว และมันจะ บังเอิญมากไปมั๊ยที่ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันเป็นแบล็คน่ะ การใกล้ชิดกันแบบนี้มันไม่ดีเลยจริงๆ

“เขยิบเข้ามาใกล้ๆ กันหน่อยครับ กล้องเก็บไม่หมดอ่ะครับ”

พนักงานที่โรงแรมรับหน้าที่เป็นคนถ่ายรูปให้พวกเรา และเนื่องจากว่าพวกเรามีกันตั้ง 80 กว่าคน ทำให้กล้องเก็บได้ไม่ทุกคน เลยต้องขยับมาให้ใกล้มากขึ้นอีก ไม่ชอบเลยนะ...สถานการณ์แบบนี้น่ะ >///<

พอถ่ายรูปเสร็จ ฉันก็รีบเดินออกมาจากผู้คนเหล่านั้นทันที การอยู่ใกล้การแบบนี้เป็นอะไรที่ อันตรายต่อหัวใจซะจริงๆ T^T

หลังจากนั้นพวกเราก็ขึ้นรถบัสคันใหญ่ โดยคนขับรถจะไปส่งกลุ่มที่หนึ่งก่อน หลังจากนั้นค่อยไป ส่งกลุ่มที่สองหรือก็คือกลุ่มของฉัน ทำให้กว่าจะเดินไปถึงบ้านเด็กกำพร้าก็ปาไปเกือบ 10 โมง อ้อ...ฉันลืม บอกไปน่ะ ว่าวันนี้ฉันเอากีต้าร์มาด้วยเหมือนกัน ก็ไม่มีใครเล่นด้วยนีนา ก็ต้องทำทุกอย่างด้วยตนเองแล้ว ล่ะ!

พวกเราลงจากรถแล้วก็ไปทักทายคุณศรี หรือก็คือผู้ก่อตั้งบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ขึ้น โดยคุณศรี บอกพวกเราว่าพวกเราสามารถทำกิจกรรมอะไรให้เด็กๆ ก็ได้ โดยทุกอย่างต้องอยู่ภายในสี่โมงเย็น เพราะ หลังจากนั้นเด็กๆ จะมีกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดให้อยู่แล้ว ซึ่งพวกเราก็ตกลงตามข้อตกลงนี้ เพราะยังไงเรา ก็คงไม่ใช้เวลาเกินหรอก

โปรแกรมแรกของวันนี้ก็คือพวกเราจะมีการแสดงให้เด็กๆ เด็กๆ ที่นี่แบ่งออกเป็นหลายรุ่นอยู่ เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กทารก เด็กเล็ก หรือไม่ก็เด็กโต โดยจะมีอายุระหว่างสามปีถึงแปดปี เพราะหลัง จากสิบแปด ทางองค์กรจะส่งเข้าไปเรียนในมหาลัย ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเลยทีเดียว ทำให้คนเหล่านี้ ได้มีโอกาสเหมือนคนอื่นๆ

เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาการของการแสดง พวกเราเลยมารวมตัวกันที่ห้องโถงรวม ซึ่งมีเวทีเล็กๆ สำหรับจัดการแสดงอยู่ด้วย เจ๋งเหมือนกันนะเนี่ย!

“สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน! วันนี้พวกพี่จะมาให้ความสุขกับน้องๆ โดยที่พวกพี่แต่ละคนจะมีการ แสดงมาแสดงให้ชมกันนะครับ หลังจากนั้นจะมีงานอะไรต่อก็ติดตามได้เลยครับ! ^^

แบล็ครับหน้าที่เป็นพิธีกร ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับ...แต่ก็คงต้องยอมรับว่าเวลาหมอนี่ทำอะไร แบบนี้มันทำให้เขาดูเป็นคนดีมากๆ เขาดีเป็นคนใจดี มีน้ำใจ และก็ความจริงใจที่มีให้แก่เด็กพวกนี้ ก็ดูออกว่าไม่ใช่การเสแสร้ง แต่ว่าทำไม...กับฉันมันถึงไม่ใช่ความรู้สึกแบบนั้นเลย!?

“เอาล่ะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญรับชมการแสดงจากพี่...บลูเลยครับ! ขอเสียง ปรบมือให้พี่เขาหน่อยนะครับ”

แปะๆ

เสียงปรบมือดังขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับไม่มีใครเดินขึ้นไปบนเวทีสักที ก็คนคนนั้นก็คือฉันคนนี้ไงล่ะ -o- ฉันยังงงอยู่เลยว่ามันเป็นฉันได้ไงที่ต้องไปร้องเพลงบนเวทีนั่นอ่ะ TT^TT ยังไม่ได้เตรียมใจเลยนะ!

“บลู ขึ้นไปสิ” แบล็คเดินลงมาจากเวทีพร้อมกับเดินมาหาฉัน   

“ทำไมฉันต้องเป็นคนแรกด้วยเนี่ย -_-

“ขึ้นไปเหอะ!

“เออๆ รู้แล้วน่า”

ฉันขี้เกียจเถียง เพราะเถียงไปฉันก็ไม่ชนะหมอนี่อยู่ดี =_= ฉันเปิดกระเป๋ากีต้าร์พร้อมกับหยิบ กีต้าร์ออกมา ก่อนจะเดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับหนังสือคอร์ดกีต้าร์ เตรียมพร้อมมั๊ยล่ะ :P ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า คือฉันแค่กลัวพลาด เลยต้องเตรียมตัวมาหน่อย

“น้องๆ อยากได้เพลงอะไรดี ^^” ฉันถามความเห็นจากน้องๆ ข้างล่าง แต่ทุกคนกลับเงียบ ทำเอาฉันแป๊กเลยทีเดียว -o- ทำไมไม่ตอบพี่ล่ะคะ

“หนูอยากให้พี่คนนั้นร้องกับพี่อ่ะค่ะ”

เด็กหญิงคนนึงวัยหกขวบพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่แบล็ค อะไรนะ! จะให้ฉันร้องเพลงกับหมอนั่น งั้นเหรอ!?

 

“เอ่อ...พี่ว่าไม่ดีหรอกมั้ง ผู้หญิงกับผู้ชายร้องเพลงด้วยกันมันไม่เข้าหรอกนะ”

“ทำไมอ่า! ก็หนูอยากให้พี่ร้องกับพี่ผู้ชายคนนั้นอ่ะ TT^TT

เด็กผู้หญิงคนนั้นเริ่มโวยวาย ทำเอาฉันทำอะไรไม่ถูก ทำไมต้องมาเรื่องมากด้วย...ไม่ใช่เรื่องมาก ธรรมดา แต่ดันมาเรื่องมากทำเอาฉันเดือดร้อนอ่ะ! ที่ต้องมาร้องเพลงกับแบล็คน่ะ

“โอเคครับๆ เดี๋ยวพี่ร้องด้วยก็ได้นะ”

“เย้ๆ”

แบล็คพูดพร้อมกับเดินขึ้นมาเวทีอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาก็ลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ ฉันซะด้วย เฮ้อ...นายไม่น่าทำตามที่เด็กคนนั้นบอกเลย ในเมื่อมันไม่ใช่สิ่งที่นายอยากทำนี่นา

“เอาเพลงไรดี”

“ตามใจนาย...เอาเพลงอะไรก็เอาไปเหอะ”

“นี่...ร้องกับฉันมันลำบากใจขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ใช่! เร็วๆ เหอะ”

“ไม่เห็นจะต้องรีบ เรามีเวลากันถึงสี่โมงเย็น”

-_-

“เอากีต้าร์มา เดี๋ยวฉันเล่นเอง ให้ผู้หญิงเล่นแล้วฉันนั่งร้องเพลงนี่มันดูไม่แมนเอาซะเลย”

นายเองก็อยากรู้สึกเท่ในสายตาฉันเหมือนกันเหรอ...นึกว่าอยากจะดูดีเพียงแต่ในสายตาของ คนที่นายรักก็เท่านั้น! เฮอะ!

แบล็คพูดพร้อมกับแย่งกีต้าร์ในมือฉันแล้วเอาไปวางไว้ที่ตักตัวเองแทน

“เพลงนี้ละกัน”

แบล็คไม่รีรอให้ฉันได้ตั้งตัว แต่กลับเริ่มเล่นเพลงนั้น...เพลงอะไรน่ะ? ฉันไม่ปล่อยให้ความสงสัย หายไปอย่างนั้น จึงมองไปที่หนังสือคอร์ดตรงหน้าที่หมอนั่นกางไว้

อยากเป็นคนนั้น

หมอนั่นเลือกเพลงนี้อย่างนั้นเหรอ…? ไม่ช่างไม่ตรงเลยจริงๆ ในเมื่อนายก็ได้เป็นคนนั้นอยู่แล้วนี่ แต่ถ้าบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงของฉัน มันจะเข้ากว่าเยอะนะ

เนื่องจากเพลงนี้เป็นเพลงคู่ชายหญิง แบล็คจึงเป็นคนเริ่มร้องก่อน ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า เขาจะร้องได้ดีแค่ไหน!

เธอไม่เคยจะรู้และไม่เคยเข้าใจ สิ่งที่ตัวฉันเองนั้นทนเก็บไว้ภายใน ที่มันอยู่ในใจฉัน
เธอไม่เคยจะเห็นและไม่เคยได้ยิน แต่ละหยดน้ำตาที่มันต้องไหลโรยริน นองอยู่ในหัวใจ

เพราะฉันนั้น รู้สึกกับเธอมากไป  รู้สึกกับเธอทั้งใจ แต่ก็รู้เป็นไปไม่ได้

อยากเป็นคนนั้น คนที่เธอรักกันด้วยหัวใจ อยากเป็นคนนั้น คนที่เขาได้มีเธอข้างกาย
อยากจะทำทุกทาง เพื่อให้เธอหันมองและสนใจ แต่ไม่รู้ต้องทำยังไง

ไม่รู้ต้องทำแค่ไหน เธอจะรักกัน
 

พอร้องมาถึงท่อนนี้ แบล็คก็จ้องมองมาในตาฉัน เหมือนกับจะบอกว่าท่อนต่อไปฉันต้องเป็นคนร้อง

แต่ถ้าจะมองให้ลึกลงไป ฉันว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรมากกว่า


ใจมันยอมมันแพ้ต้องทำอย่างไร ที่จะทำให้เธอนั้นยอมเปิดใจ เพื่อรักคนอย่างฉัน
เพราะฉันนั้นรู้สึกกับเธอมากไป รู้สึกกับเธอทั้งใจแต่ก็รู้เป็นไปไม่ได้

อยากเป็นคนนั้น คนที่เธอรักกันด้วยหัวใจ อยากเป็นคนนั้น คนที่เขาได้มีเธอข้างกาย
อยากจะทำทุกทาง เพื่อให้เธอหันมองและสนใจ แต่ไม่รู้ต้องทำยังไง

ไม่รู้ต้องทำแค่ไหน เธอจะรักกัน
 

ตอนนี้ก็เข้าท่อนสุดท้ายแล้ว ซึ่งฉันกับเขาต้องร้องด้วยกัน... ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าฉันร้องมัน

ออกมาจากใจยังไงก็ไม่รู้ ก็เพลงนี้มันแทบจะตรงกับความรู้สึกทุกอย่างของฉันเลยนี่...


เพราะฉันนั้น รู้สึกกับเธอมากไป รู้สึกกับเธอทั้งใจ แต่ก็รู้เป็นไปไม่ได้

อยากเป็นคนนั้น คนที่เธอรักกันด้วยหัวใจ อยากเป็นคนนั้น คนที่เขาได้มีเธอข้างกาย
อยากจะทำทุกทาง เพื่อให้เธอหันมองและสนใจ แต่ไม่รู้ต้องทำยังไง

 ไม่รู้ต้องทำแค่ไหน เธอจะรักกัน

 

            แปะๆ

และแล้วเสียงปรบมือก็ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเพลงจบลง ฉันเองก็อึ้งเหมือนกัน ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่า แบล็คเล่นกีต้าร์เป็น แถมยังร้องเพลงใช้ได้อีกด้วย…? โอเคๆ ร้องเพลงดีเลยแหละ ทำไมฉันถึงไม่เคยเห็น เขาในลุคนี้มาก่อนเลยนะ หรือเพราะเขาไม่เคยแสดงมันให้ฉันเห็นเลยกันแน่

อีกอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ ก็คือระหว่างที่เราร้องเพลงด้วยกัน หมอนั่นชอบแอบมองฉันอยู่ เรื่อย แต่ฉันก็ทำเป็นเมินมองไม่เห็นน่ะแหละ แล้วก็ทำเป็นมองไปทางอื่น แต่ความจริงแล้วฉันรู้สึกเสมอ ว่าเขาทำอะไรอยู่ ทำไมแบล็คต้องทำเหมือนกับว่าเขารู้สึกเหมือนในเนื้อเพลงด้วยนะ ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ใช่ ความรู้สึกที่แท้จริงของเขาเลยสักนิด!

“กรี๊ดดดดดดดด”

อยู่ดีๆ ก็มีกลุ่มเด็กสาววัยประมาณสิบห้าปีกรี๊ดออกมา แหม! ไม่เก็บอาการเลยเรอะ! กับอีแค่ มีคนหน้าตาดีมากๆ มาเล่นกีต้าร์แล้วก็ร้องเพลงเนี่ยนะ

“เพราะจังงง >_<

“น่ารักจังเลยอ่ะ”

“อินมากเลยด้วยยยย <3

“พวกพี่เป็นแฟนกันเหรอ?”

เด็กพวกนี้ก็วิจารณ์กันจัง แล้วยิ่งประโยคสุดท้าย พวกพี่เป็นแฟนกันเหรอ?’ ทำอะไรฉันจี๊ดเลย แฟนงั้นเหรอ…นั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่ฉันไม่สามารถเป็นมากกว่าน่ะ การเป็นคนที่นายรัก…มันเป็นเรื่องที่เป็น ไปไม่ได้

“ฮะๆ” นี่คือสิ่งแบล็คตอบออกไป…แต่ไม่ใช่ฉัน ที่จะตอบแบบหมอนั่น

“ไม่หรอกจ้ะ พวกเราไม่มีวันเป็นแฟนกันได้หรอก

“...”

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวน้องๆ รับชมการแสดงต่อไปเลยละกันนะคะ”

ฉันเอื้อมมือไปเอากีต้าร์ของตัวเองคืนมา พร้อมกับหยิบหนังสือคอร์ดแล้วเดินลงจากเวที ถ้าแบล็ค ไม่มาร้องเพลงกับฉัน บางทีอะไรๆ อาจจะดีกว่านี้ก็ได้นะ จะได้ไม่มีคนมาวิจารณ์นู่นนี่ว่าฉันเป็นอะไรกับ หมอนั่น ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ใช่เลยสักนิด ฉันไม่มีวันได้เป็นคนที่เขารักหรอก...

การแสดงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนเกือบเที่ยง จากนั้นพวกเราก็ไปกินข้าวกับพวกเด็กๆ กว่าจะเสร็จก็ ประมาณบ่ายโมงแล้วล่ะ ดังนั้นตอนนี้เราเลยเหลือเวลาแค่เพียง 3 ชั่วโมง ก่อนที่เราจะต้องจากเด็กพวกนี้ ไป ฉันไม่ชอบการจากลาเลยจริงๆ :(

หลังจากนั้นพวกเราก็มาเล่นกับเด็กๆ โดยแบ่งเป็นสองกลุ่ม พวกผู้หญิงจะรับหน้าที่เล่นกับเด็ก ผู้หญิง ส่วนผู้ชายต้องไปเล่นกับเด็กผู้ชาย ดีเหมือนกัน...ยิ่งอยู่ไกลกันเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีเท่านั้น

“หวัดดีค่ะน้องๆ ^^

“สวัสดีค่ะพี่บลู”

“พี่ร้องเพลงเพราะจังเลย!”

“ใช่ๆ หนูชอบมากเลยอ่ะ >_<

ตอนนี้ฉันก็กลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กไปซะแล้ว แต่มันก็สนุกเหมือนกันนะที่ได้แบ่งปันความสุขให้ กับคนที่ไม่เคยได้รับมันน่ะ

ฉันเล่นกับน้องๆ พวกนี้หลายเกมอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นวิ่งไล่จับ ปลาเป็นปลาตาย แปะแข็ง และตอนนี้พวกเราก็จะเล่นอีมอญซ่อนผ้าต่ออีก โดยใช้ผ้าสีฟ้าที่ฉันเตรียมมาเอง ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนกับ กลายมาเป็นเด็กน้อยอีกครั้งยังไงอย่างนั้นเลย! ก็ตั้งแต่ที่ฉันย้ายมาอยู่โรงเรียนนานาชาติ ฉันก็แทบไม่ได้ แตะเกมพวกนี้เลย การได้มาเล่นอะไรแบบนี้เลยเป็นอะไรที่รื้อฟืนความทรงจำสำหรับฉันน่ะ

“พี่บลูคะ นั่นพี่แบล็คนี่! ให้พี่เขามาเล่นด้วยดีมั๊ยคะ”

“ใช่ๆ หนูชอบพี่เขามากเลยยยยย >_<

“พี่แบล็คคะ มานี่หน่อยค่ะ >///<

หนึ่งในเด็กผู้หญิงหลายสิบคนก็ตะโกนเรียกชื่อหมอนั่น ตอนแรกแบล็คก็ทำหน้างงๆ แต่ก็เดินมา ตามคำขอร้องของเด็กหญิงตัวเล็กคนนี้

“มีอะไรเหรอ?”

“มาเล่นอีมอญซ่อนผ้ากับพวกหนูไม่คะ”

“นี่พี่บลูเขาก็อยากให้พี่แบล็คเล่นเหมือนกันนะคะ”

อะไรนะ! ฉันยังไม่ได้บอกว่าอยากให้หมอนี่เล่นเลย และตอนนั้นเองที่แบล็คหันมาจ้องหน้าฉัน พร้อมกับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ยิ้มแบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย! -_- ฉันไม่ได้ชวนนายจริงๆ นะ

“ฉันไม่ได้....”

“เอาน่าๆ ฉันรู้ว่าเธออาย อยากให้ฉันเล่น เลยต้องให้น้องๆ ช่วยพูด”   

“ไอ้...ฉันไม่ได้ชวนจริงๆ นี่นา”

“พี่ๆ งอนกันน่ารักจังเลยนะคะ ^^

และเพราะคำพูดของน้องๆ ก็เล่นเอาฉันกับแบล็คทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว ก็ตรงนี้มีแค่ฉันกับแบล็ค แล้วก็น้องๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าเอง ก็ถ้ามีคนอื่นด้วยคงไม่อึดอัดขนาดนี้ หรือว่าอาจจะอึดอัดกว่านี้นะ!? ฉันไม่รู้อ่ะ! ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้ฉันกำลังไม่อยากเข้าใกล้หมอนี่ หรือว่าฉันอยากเก็บความทรงจำดีๆ ระหว่างเราไว้กันแน่...?

“ใครจะเป็นคนเริ่มดี?” ฉันเปลี่ยนเรื่อง แหะๆ ถ้าพูดเรื่องเดิมอยู่มีหวังฉันได้เขินอีกหลายรอบแน่

“หนูๆ”

“โอเคจ้ะ งั้นหนูเอาผ้าไปได้เลย เริ่มเลยละกันนะ” ฉันยื่นผ้าให้เด็กผู้หญิงคนนึง และแล้วเกม ก็เริ่มขึ้น

“คิๆ”

เด็กคนนั้นเริ่มหัวเราะออกมา ทุกคนเลยเอื้อมมือไปข้างหลังของตัวเองเพื่อดูว่ามีผ้าอยู่มั๊ย แต่สุดท้ายผ้ากลับไปอยู่ที่แบล็ค แบล็คเลยต้องวิ่งไปไล่เด็กคนนั้น แต่ก็ไม่ทัน...!

และมันก็เป็นแบบนั้นอยู่หลายรอบเชียว เพราะทุกคนต่างก็อยากเล่นกับแบล็คกันทั้งนั้น ฉันว่าหมอนั่นต้องเริ่มเหนื่อยแล้วแน่ๆ ก็ต้องวิ่งเกือบทุกรอบเลยนีนา ก็หน้าตาดีนี่เนอะ เด็กก็ต้องชอบอยู่ แล้วล่ะ -_- และแล้วมันก็ถึงคราวซวยของฉัน เมื่อแบล็คดันมานั่งแทนที่เด็กผู้หญิงคนนึง หรือก็คือข้างๆ ฉัน ฉันไม่ชอบนั่งใกล้หมอนี่เลย มันให้ความรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้

พวกเราเล่นแบบนั้นไปสักพัก แต่มันก็พอทำให้ฉันสนุกได้เหมือนกัน ฉันชอบเห็นคนยิ้มน่ะ เวลาคนมีความสุข โลกทั้งใบจะสดใสเลยนะ ฉันก็เป็นคนแบบนี้แหละ...บางทีก็แคร์คนอื่นมากเกินไป จนลืมนึกไปว่าเขาคนนั้นอาจจะไม่เคยคิดแคร์เราเลยก็ได้ ฉันน่าจะเลือกเป็นคนห่วงความรู้สึกคนอื่นได้ สักทีนะ!

“เอาล่ะน้องๆ สงสัยตอนนี้พวกพี่จะต้องกลับแล้วล่ะ”

แบล็คมองไปที่นาฬิกาข้อมือซึ่งบอกว่าเกือบสี่โมงแล้ว พร้อมกับเริ่มบอกลาน้องๆ

“ทำไมอ่ะคะ ยังไม่หายสนุกเลย”

“ช่ายยยยย หนูยังอยากเล่นกับพวกพี่ๆ อยู่เลยนะ T^T

“ทำไมพี่ๆ ทำแบบนี้ล่ะคะ”

“อย่างอแงเลยนะ! พี่สัญญาว่าพี่จะกลับมาเยี่ยมพวกหนูใหม่นะ ^^

“ก็ได้ค่ะ แต่พี่บลูต้องมากลับพี่แบล็คด้วยนะ”

“เอ่อ...พี่กับพี่แบล็คคงไม่ได้มาด้วยกัน...”

“แน่นอน! เดี๋ยวพี่แบล็คจะลากพี่บลูมากับพี่แน่นอน ^^

ฉันจ้องไปที่ดวงตาของแบล็คอย่างไม่เข้าใจ เขาพูดแบบนั้นไปทำไมในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้เลย สักนิด ถ้าเขาจะมา...เขาก็คงมาเอง เช่นเดียวกันกับฉัน ถ้าฉันจะมา ฉันเองก็คงไม่ไปชวนเขาหรอก ทำไมต้องพูดอะไรที่เป็นการให้ความหวังเด็กๆ และฉันคนนี้แบบนี้ด้วย

“พี่ๆ สัญญาแล้วนะคะ”

“ถ้ามีโอกาส...พี่กับพี่แบล็คก็อาจจะได้มาด้วยกันแหละ”

“ทำไมต้องมีโอกาสด้วยล่ะคะ”

“ก็...พี่แบล็คเขาก็ต้องมากับแฟนเขาสิ จะให้มากับพี่ได้ไงล่ะ”

“อ้าวววว พี่แบล็คมีแฟนแล้วเหรอคะ หนูก็คิดว่าพี่แบล็คเป็นแฟนกับพี่บลูซะอีก มันจะน่ารักมาก เลยนะคะ พวกพี่ๆ ก็มีอะไรเข้ากันได้ตั้งหลายอย่าง แถมชื่อยังคล้ายกันอีก แบล็ค บลู น่ารักอ่ะ ใช่มั๊ย ทุกคน ^^

“ใช่ๆ”

“เอาเป็นว่าพี่สัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมน้องๆ ละกันนะ ^^

“มากับพี่แบล็คนะ”

“ฮะๆ ก็...น่าจะมั้งคะ”

“ง่ะ T^T

“ทุกคนอย่าคิดมากไปเลย เดี๋ยวเราก็ต้องเจอกันอีกแหละ ^^ เอาเป็นว่าตอนนี้มาถ่ายรูปกันเถอะ พี่อยากเก็บทุกคนไว้ในความทรงจำของพี่นะ”

“ได้เลยค่ะๆ” ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรียง

“บลู...เธอเข้ามาด้วยสิ”

“ไม่เป็นไรน่ะ นายก็ถ่ายกับน้องๆ ไปเหอะ”

“ไม่เอาน่าพี่บลู มาถ่ายด้วยกันสิคะ จะได้เหมือนพ่อ แม่ ลูก ลูกเยอะด้วยนะ”

น้องผู้หญิงคนนึงพูดขึ้นก่อนจะลากฉันไปยืนข้างกับแบล็ค โดยที่น้องคนอื่นๆ ก็ยืนอยู่ข้างหน้า พวกเราอีกที

“พี่บลูกับพี่แบล็คยืนใกล้กันหน่อยสิคะ >_<

“ใช่ ยืนห่างกันอะไรขนาดนั้น”

พวกน้องๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่กลับดันฉันให้เข้าใกล้กับแบล็คมากขึ้น นี่มันจะชิดเกินไปมั๊ย =//= หวังว่าฉันคงไม่หน้าแดงหรอกนะ

“เธอหน้าแดง ;)

“อย่ามามั่วนะ -///-

 “ถ่ายละนะ หนึ่ง สอง สาม”

แชะ!

“เรียบร้อย!

“งั้นพวกพี่คงต้องไปกันจริงๆ แล้วละนะ”

“หนูขอกอดพวกพี่ๆ หน่อยนะคะ”

“ได้เลย!” ฉันกับแบล็คพูดพร้อมกัน เด็กๆ เลยวิ่งเข้ามากอดเราสองคนทันที กอดคนละทีน่ะนะ ไม่ใช่ว่าฉันกับหมอนั่นกอดกันอยู่ แล้วเด็กๆ ก็มากอดทับกันอีกที เพราะแบบนั้นมันจะเป็นอะไรที่ไม่ไหว และรับไม่ได้มากๆ

“บายๆ”

“ขอให้หนูได้เจอพวกพี่ๆ อีกนะคะ”

“บายๆ ค่ะ ^^

“บายค่ะ/ครับ” ฉันกับแบล็คพูดพร้อมกัน ก่อนที่พวกเราจะเดินกลับไปเตรียมจะขึ้นรถ

“นี่...ขอบใจนะ” แต่อยู่ดีๆ แบล็คก็พูดขึ้น ทำเอาฉันงงไปไม่ถูกเลยทีเดียว -0-

“ขะ...ขอบใจอะไร”

“ก็วันนี้ไง ฉัน...สนุกมากเลยนะ”

“...”

“แล้วไว้เรามาเยี่ยมน้องๆ พวกนี้กันอีกนะ ;)

“ก็ถ้ามีโอกาสก็คงได้มั้ง”

“ทุกๆ เรื่องล้วนแต่มีโอกาสอยู่แล้วถ้าตัวเราอยากให้มันเกิดขึ้นน่ะ”

“...”

“เอาเป็นว่า...ฉันดีใจนะ ที่วันนี้ได้มาเป็นแฟนเธอ”

“แฟน...อะไร!? ฉันไปเป็นแฟนนายตอนไหน =////=

“ก็ไม่ได้ยินที่น้องๆ พูดกันหรือไง...? พ่อ แม่ ลูก น่ะ หรือจะให้เรียกว่าสามีล่ะฮะ”

“บะ...บ้า! น้องๆ เขาก็แค่พูดไปงั้นล่ะ จะมาคิดมากอะไรเล่า”

“ฉันไม่ได้คิดมากเลยนะ มีแต่เธอนั่นแหละ แบร่! ฉันไปล่ะดีกว่า เดี๋ยวตกรถ”

แบล็คพูดก่อนจะรีบวิ่งจากไป...วันนี้อะไรๆ ก็ดูเหมือนจะดีนะ ฉันเองก็ดีใจที่เป็นส่วนนึงที่ได้ มาแชร์ความสุขนี้ให้กับเด็กๆ แถมยังได้มาเป็นแม่ด้วย =0= เป็นอะไรที่ไม่เคยคาดคิดเลยจริงๆ

ถึงแม้ว่าฉันจะยังไม่รู้ว่าความสุขนี้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน แต่ฉันก็อยากเก็บมันไว้ในส่วน ลึกของความทรงจำของฉันนะ! ว่าครั้งหนึ่งพวกเราก็เคยได้มีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน

“ขอบใจนะ...แบล็ค”

 
 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น