Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 25 : Chapter 24 ~ Thank you for everything you give to me, and sorry for hurting you.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 พ.ค. 56

Chapter 24

Thank you for everything you give to me, and sorry for hurting you.  

 

            หลังจากการเรียน งานพรอม พร้อมทั้งสอบไฟนอลเสร็จเรียบร้อย นี่ก็ถึงเวลาที่พวกเราจะได้อิสระ กลับมาแล้วล่ะ >_< ตอนนี้ฉันก็จบจากการเป็นนักเรียนม.ปลายแล้วสินะ ดีใจจังงงง ^o^ แต่ก็...ใจหายอยู่ เหมือนกันนะ เพราะการจบไฮสกูล มันก็เท่ากับว่าในตอนนี้เราทุกคนต่างก็จะได้ไปมีชีวิตตามแบบที่ตัวเอง เลือกแล้วสินะ

            แต่อีกเรื่องที่ยังไม่จบ...นั่นก็คือทริปที่พวกเราทุกคนตั้งใจไว้ว่าจะไปด้วยกัน นั่นก็คือไปพัทยากัน ซึ่งในทริปนี้ก็คล้ายๆ กับการเลี้ยงส่งทุกๆ คน เพราะหลังจากสามวันนี้ เราทุกคนก็คงต้องจากกันจริงๆ ฉันนี่ไม่น่าทำให้มันเศร้าเลยเนอะ! เอาเป็นว่า...การไปเที่ยวครั้งนี้...ฉันหวังว่ามันจะเป็นครั้งที่น่าจดจำที่สุด สำหรับฉัน ก็มันเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้เจอเขาแล้วนี่นา บางที...ทริปนี้อาจจะมีอะไรที่ฉันไม่คาดคิด เกิดขึ้นก็ได้ใครจะรู้ ฉันก็แค่จินตนาการไปเรื่อยน่ะ อย่ามาสนใจฉันเลยนะ :P

            ไม่รักจำได้...แต่ให้ลืมเธอฉันทำไม่ไหว ยังคงคิดถึงทุกลมหายใจ

            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ฉันเลยลุกจากเตียงแล้วเดินไปหยิบมันที่บนโต็ะ บีบีเป็นคนโทรมา

            “ฮัลโหล”

            (บลู นี่เธออยู่ไหนแล้วน่ะ)

            “อยู่บ้านอ่ะ -o-

            (ทำไมยังอยู่บ้านอีกล่ะ ก็วันนี้มันวันที่พวกเราต้องไปพัทยากันไม่ใช่เหรอ -_-)

            “ก็ใช่ไง ก็เรานัดกันตอนสิบโมงเช้า และนี่มันก็เก้าโมงครึ่ง หา!!! เก้าโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย!!!

            (ใช่ไง ฉันถึงได้โทรมาตามเธอไงล่ะ)

            “โอเคๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้”

            (โอเคๆ แล้วเจอกัน)

            “อืม”

            ติ๊ด

            ฉันวางสายจากบีบีแล้วรีบขนของตัวเองลงจากบันไดมาชั้นล่างทันที ฉันไม่คิดว่าตัวเอง จะดูเวลาผิดขนาดนี้นีนา ก็เมื่อกี้มันเพิ่งจะเก้าโมงอยู่เลย ฉันก็กะว่าจะออกจากบ้านประมาณเก้าโมงกว่าๆ แต่ไปๆ มาๆ นี่มันจะสิบโมงอยู่แล้ว =o= รีบไปเลยดีกว่า

            พอเดินลงมาถึงข้างล่าง ฉันก็รีบออกไปข้างนอกเพื่อไปเรียกแท็กซี่ในทันที เฮ้อ! ถ้าเราจะเลต ขนาดนี้นะเนี่ย ขอให้รถไม่ติดด้วยเถิด ไม่งั้นฉันคงต้องเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบในสายตาเพื่อนแน่นอน TT^TT เซ็งเลยยยย!

            “ขอบคุณค่ะ”

            ฉันยื่นเงินให้กับลุงคนขับแท็กซี่ก่อนจะเดินลงจากรถแล้วไปที่โรงเรียนของฉันซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ฉันลงเท่าไหร่ สถานที่ที่ทุกคนนัดเจอกันก็คือโรงเรียนน่ะ แล้วตอนนี้มันกี่โมงแล้วนะ ฉันว่าพร้อมกับมองไปที่ นาฬิกาข้อมือของตนเอง นี่มัน...10 โมงสิบนาทีแล้วเหรอเนี่ย TT^TT อยากจะร้องไห้ ฉันเลตอีกแล้วสินะ~

            ฉันรีบวิ่งไปโรงเรียนซึ่งใช้เวลาประมาณสิบนาที พอไปถึงก็เห็นว่าทุกคนอยู่ที่นั่นกันหมดแล้ว ฉันขอโทษ!!!! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาสายนะ :(

            “บีบี”

            “อ้าวบลู…มาแล้วเหรอ”

            “อืมมม ขอโทษน้าา คือฉันลืมมองเวลาอ่ะ TT^TT”

            “ไม่เป็นไรหรอกมั้ง....ตอนนี้น่ะ ยัยกลุ่มนั้นยังไม่มาเลย!

            “กลุ่มนั้น....?”

            “พวกเนเน่น่ะ”

            “คิดว่าฉันจะมาเลตที่สุดซะแล้ว”

            “มาแล้วเหรอ...บลู เลตซะจริงนะเธอ!

            เฮอะ! คิดว่าจะรอดพ้นสายตาคนอื่นๆ ตอนนี้ทุกคนก็เริ่มมองมาทางฉันแล้ว คนที่เริ่มพูดก็คือเพื่อน ห้องเดียวกับฉันเหมือนกันแหละ แต่ไม่รู้อะไรเข้าสิงยัยนี่ อยู่ดีๆ ถึงได้พูดจาแย่ๆ กับฉันแบบนี้

            “...”

            “เฮ้ย! พวกเธอๆ พวกนั้นมาแล้ว”

            “จริงด้วย เราไปดูพวกนั้นดีกว่า ฉันไม่น่ามาเสียเวลากับคนพวกนี้เลยจริงๆ”

            ยัยเมเปิ้ล...เพื่อนผู้หญิงที่เพิ่งจะด่าฉันเมื่อกี้บัดนี้ได้สะบัดหน้าไปแล้ว เฮอะ! สองมาตรฐานจริงๆ เลยยยย! พอฉันเลตเนี่ย...มาทำเป็นหงุดหงิด แล้วไอ้พวกป๊อปปูล่าห์นี่คือจะไม่โดนอะไรเลยใช่มั๊ย...? ฉันเข้าใจแล้วล่ะ คนไม่สำคัญ...ใครมันจะไปให้ความสนใจล่ะ

            “มากันครบแล้วใช่มั๊ย”

            แบล็ค...กับพวกเพื่อนๆ ของหมอนั่นแล้วก็พวกมิซุเดินมาด้วยกัน ฉันเพิ่งสังเกตว่าหมอนี่ก็มากับ คนพวกนี้ด้วย ถึงว่าล่ะทำไมยัยเมเปิ้ลไม่กล้าว่าอะไร

            “อืม” ทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน

            “งั้นก็ไปกันเถอะ”

            คำสั่งของหมอนั่นเหมือนกับเป็นการสั่งของหัวหน้า เพราะทุกคนต่างเชื่อฟังคำพูดของเขาโดยไม่มี เถียงอะไรแม้แต่คำเดียว ตอนนี้ทุกคนก็ได้ขึ้นรถที่พวกจ้างเรามาแล้ว เราจ้างรถบัสคันนี้เป็นเวลาสามวันน่ะ เพราะพวกเราจะไปอยู่พัทยากันทั้งหมดสามวันสองคืน เดี๋ยวเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย แบล็คคงอธิบายให้ ทุกคนฟังอีกทีเองล่ะมั้ง

            งั้นเวลานี้...ฉันขอพักหน่อยละกันนะ ช่วงนี้มีอะไรให้คิดเยอะแยะไปหมด

            “ทุกคน...อย่าเพิ่งนอนกันนะ เรามีอะไรให้ทำอีกเยอะ!

            อะไรกันเนี่ย!!! ฉันกำลังจะหลับแล้วนะ แบล็คเริ่มพูดอีกครั้ง...โดยไม่สนใจใครที่กำลังง่วงนอนเลย

            “ไหนๆ ทริปนี้ก็เป็นทริปสุดท้ายของพวกเราทุกคนแล้วนะ ขอให้ทริปนี้เป็นทริปที่มีแต่ความทรงจำ ดีๆ ระหว่างเราทุกคนนะ ^^

            “เย้ๆ” ตามมาด้วยเสียงของทุกคน

            “การไปพัทยาครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงไปเที่ยวเล่นๆ อย่างที่พวกเราชอบไป แต่นี่ก็เหมือนการไปทำบุญ อีกอย่าง พวกเราจะไปเลี้ยงเด็กกำพร้ากันนะ โดยแต่ละคนควรจัดการแสดงเพื่อไปแสดงให้น้องๆ หรือไม่ ก็เกมต่างๆ เพื่อไปแบ่งปันความสุขให้กับเด็กๆ และเพราะว่าเกรดเรามีตั้ง 80 กว่าคน ฉันเลยจัดการแบ่ง กลุ่มให้แล้ว สามารถเช็คชื่อกลุ่มได้ในเฟสบุ๊คของกรุ๊ปพวกเรานะ ฉันได้แบ่งออกเรียบร้อยแล้ว!

            เมื่อแบล็คบอกเรื่องแบ่งกลุ่ม ตอนนี้ทุกคนก็ต่างหยิบโทรศัพท์ของแต่ละคนออกมาเพื่อที่จะเช็ค กลุ่มที่ตัวเองอยู่ ฉันก็เช่นกัน -o- ฉันอยู่กับ...(อ่านชื่อของแต่ล่ะกลุ่มอยู่น่ะ) แบล็ค แล้วใครอีกน่ะ? บีบี เบ็น เบสต์ ทำไมคนอื่นๆ อยู่อีกกลุ่มหมดเลยล่ะ แล้วนี่ฉันไม่มีเพื่อนเลยหรือไงกัน TT^TT

            “เห็นกลุ่มของตัวเองแล้วใช่มั๊ย เอาเป็นว่าเดี๋ยววันนี้พอพวกเราถึงพัทยา พวกเราก็จะเข้าไป ที่โรงแรมเลย แล้ววันนี้ก็จะมีการเลี้ยงบาร์ บี คิว ตอนเย็นด้วย ส่วนเวลาที่เหลือก็ให้ใช้เป็นเวลาซ้อม เกมต่างๆ หรือไม่ก็การแสดงที่จะไปแสดงให้เด็กๆ แล้ววันพรุ่งนี้หรือก็คือวันเสาร์ พวกเราจะไปที่ บ้านเด็กกำพร้ากัน รถออกเก้าโมงเช้านะ....พยายามอย่าเลตละกัน และตอนเย็นของวันพรุ่งนี้เราก็จะมี เลี้ยงปาร์ตี้ก่อกองไฟกันอีกที ก่อนที่วันอาทิตย์จะต้องบอกลากัน เอาเป็นว่า...ขอให้ทุกคนสนุกกับทริปนี้ ละกันนะ ตอนนี้ก็พักผ่อนได้แล้วล่ะ อีกสองชั่วโมงกว่าๆ เราก็น่าจะถึงที่หมายแล้ว”

            ตอนนี้สิ่งที่ฉันคิดก็คือเรื่องกลุ่มที่ฉันจะต้องไปอยู่น่ะสิ ฉัน...ต้องอยู่ทีมเดียวกับแบล็คจริงๆ เหรอเนี่ย แล้วนอกจากนั้นก็ไม่มีใครที่ฉันสนิทอยู่ด้วยเลยสักคน T^T ทำไมชีวิตฉันถึงได้เศร้าแบบนี้นะ

            พวกเรามาถึงพัทยาในสองชั่วโมงถัดมา ตอนนี้ทุกคนก็ต่างลงจากรถแล้วก็ไปยกกระเป๋าตัวเอง ที่อยู่ใต้รถ ก่อนที่จะมายืนออกันเพื่อรอคีย์การ์ด ก่อนที่แบล็คจะประกาศเรื่องการกินข้าวอีกครั้ง

            “เมื่อได้รับคีย์การ์ดแล้วก็มากินข้าวกันได้ที่ห้องอาหารซึ่งอยู่ใกล้ล็อบบี้นะ แล้วเจอกันตอนเย็น อีกที ^^

            ฉันกับบีบีรอรับคีย์การ์ดเสร็จแล้วพวกเราจึงรีบไปเก็บของในห้อง ที่นี่เป็นเหมือนกับรีสอร์ตน่ะ ออกแบบได้ธรรมชาติมากๆ เลย ฉันกับบีบีอยู่ห้องเดียวกันน่ะ ส่วนคนอื่นๆ ก็อยู่รอบพวกเรา วันนี้ก็ชิลดีนี่ ไม่มีอะไรให้ทำสัก เท่าไหร่เลย ตอนเย็นต้องหาอะไรทำสักหน่อยแล้ว

            “บลู นี่เธอเอากีต้าร์มาด้วยเหรออออ >_<

            “ฮ่าๆ แน่นอน! ฉันชอบเวลามานั่งเล่นกีต้าร์ริมทะเลอะไรแบบนี้น่ะ”

            “โรแมนติกเนอะ”

            “เหงาน่ะสิ จะมีใครมาเล่นกับฉันล่ะ ฉันเล่นเองคนเดียวนี่แหละ :P บีบี ไปที่ระเบียงกัน มันน่าจะมี วิวสวยๆ ให้มองอยู่บ้างนะ”

            “เอาสิ”

            พอไปยืนตรงระเบียง ฉันก็สามารถมองเห็นวิวรอบๆ รีสอร์ตด้วยล่ะ ที่นี่ตกแต่งได้สวยมากเลยเนอะ แต่แล้วสายตาฉันดันไปเจอคนสองคนเข้าซะก่อน จะไปใครซะอีกถ้าไม่ใช่แบล็ค...กับมิซุ สองคนนี้นี่จะอยู่ ด้วยกันได้ตลอดเวลาเลยอย่างงั้นสินะ

            “ฉันว่าฉันเข้าไปข้างในก่อนดีกว่า”

            “อ้าว ไหนเมื่อกี้บอกว่าจะดูวิวไง”

            “ไม่อยากดูและ”

            ฉันไม่อยากอยู่ตรงนั้นหรอก มัน...ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลยสักนิด ฉันควรไปหาอะไรสนุกๆ ทำมากกว่าเนอะ!

            ไม่รักจำได้...แต่ให้ลืมเธอฉันทำไม่ไหว ยังคงคิดถึงทุกลมหายใจ

            “ฮัลโหล”

            (บลู นี่ฉันเบ็นนะ)

            “หืม? มีอะไรเหรอ”

            (ไปเดินเล่นที่ทะเลกันป่ะ)

            “อืม...ก็ได้ ไปเจอกันที่ล็อบบี้ละกัน”

            (เคๆ เจอกัน)

            ติ๊ด

            “แหม!! ใครโทรมาเหรอ? >_<

            “ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลยนะ”

            “ฉันเปล่านะ”

            “บีบี...เดี๋ยวฉันมาละกัน ว่าจะไปเดินเล่นสักหน่อยน่ะ”

            “โอเค อย่าหวานกันเกินไปนะ”

            “จ้ะ -_-

            ฉันไม่สนใจยัยบีบีแล้ว ฉันรีบเดินออกจากห้องพร้อมกับกระเป๋าสะพายส่วนตัวก่อนจะเดินไปที่ ล็อบบี้ซึ่งเป็นที่ที่ฉันนัดกับเบ็นไว้ ฉันจะไปหวานอะไรกับหมอนั่นได้ล่ะ ฉันมีแต่จะทำให้เขาเศร้าเท่านั้น แหละ เพราะอีกไม่นาน...ฉันก็คงต้องบอกเลิกเขาจริงๆ แล้วฉันก็ต้องทำให้ได้ เพราะยิ่งยื้อมันก็ไม่ต่างอะไร กับทำให้เบ็นเจ็บ

            “นี่ ฉันอยู่นี่” เบ็นโบกมือให้ฉัน ฉันเลยเดินไปหาเขา

            “ไปเดินเล่นกันเถอะ”

            “อืม!”

            จากนั้นฉันกับเบ็นจึงเดินไปที่ทะเลด้วยกัน เราเหมือนแทบจะเดินไปอย่างเงียบๆ เลยก็ว่าได้ ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ ซึ่งมันทำให้ฉัน…รู้สึกอัดอัดมากๆ

            “นี่…” เราทั้งสองคนพูดพร้อมกัน -o-

            “นาย..พูดก่อนละกัน”

            “เธอ..พูดก่อนสิ”

            “ไม่เป็นไร นายแหละ...พูดก่อน”

            เพราะถ้าฉันพูดก่อน...นายอาจจะไม่อยากพูดสิ่งที่นายอยากจะพูดในตอนนี้แล้วก็ได้นะ ใช่! ฉันกำลังจะจบเรื่องทุกอย่างโดยการจบความสัมพันธ์ระหว่างเรา

            “ก็ได้ๆ พรุ่งนี้วันอะไรน่ะ”

            พรุ่งนี้...วันอะไร พรุ่งนี้วัน...วันเกิดฉันนี่นา นี่ฉันทำอะไรมากเกินไปจนลืมวันเกิดตัวเองเลยเหรอ เนี่ย! ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำอะไรจนละเลยเรื่องราวของตัวเองขนาดนี้ แต่นี่เบ็น…เขากลับเป็นคนที่จำมัน ได้ แล้วอย่างนี้ ฉันจะกล้าบอกเลิกนายได้ยังไงล่ะเบ็น

            “วัน…เกิดฉัน?”

            “ถูกต้อง! วันนี้ฉันเลยมีของขวัญมาให้เธอ ^^

            “แต่มันพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ”

            “ก็ใช่! แต่ฉันอยากเป็นคนแรกที่ให้เธอ เดี๋ยวถ้าให้พรุ่งนี้แล้วมีคนมาตัดหน้าฉันล่ะทำไง ไม่ได้นะ! ฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย -o-

            “ขนาดนั้นเชียว :P

            “เอาเป็นว่า...ฉันให้เธอตอนนี้แหละ...ดีที่สุดแล้ว =///= อ่ะ”

            “ขอบใจนะ ^^

            เบ็นพูดพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญให้กับฉัน ตอนนี้หน้าเขาแดงมากๆ ฮ่าๆ อายเป็นเหมือนกัน เหรอเนี่ย

            “ฮ่าๆ”

            “ขำอะไรน่ะ”

            “ไม่มีอะไรหรอก....ก็แค่นายหน้าแดง...ก็เท่านั้น”

            -///-   

            ^^

            “หยุดยิ้มได้แล้ว การที่ใครบางคนทำอะไรให้คนที่เขาชอบ...มันไม่ใช่เรื่องที่น่าขำเลยนะ”

            “...”

            “ฉันล้อเล่นน่ะ นี่กลายเป็นเธอเครียดบวกกับหน้าแดงแทนฉันซะแล้วนะ”

            =///=

            “ฮ่าๆ ฉันไม่แกล้งเธอแล้วละกัน เอาเป็นว่าเมื่อกี้ที่เธอบอกว่ามีเรื่องจะพูดน่ะ เธอจะพูดเรื่อง อะไรเหรอ?”

            “อ้อ...ฉัน...”

            ฉันควรจะพูดมันออกไปหรือเปล่า? ถ้าฉันพูดมันออกไป ความสุขของเบ็นก็จะหายไปทันทีใช่มั๊ย? ทั้งๆ ที่เขาก็เพิ่งทำให้ฉันยิ้มได้ แต่ฉันกลับไปจะทำลายรอยยิ้มของเขาน่ะเหรอ... ฉันใจร้ายไปหรือเปล่า ถ้าฉันจะทำแบบนั้นน่ะ แต่ถ้าฉันไม่รีบจบเรื่องราวพวกนี้ ทั้งฉันและเขาต่างก็ต้องเจ็บเหมือนกันนะ...! บอกให้จบๆ ไปเลยละกัน

            “เบ็น...ฉัน...”

            “ทำไมต้องทำเสียงเครียดขนาดนั้นด้วย”

            “นาย...ฉันขอร้องอะไรนายสักอย่างได้มั๊ย”

            “...”

            “นาย...เลิกชอบฉันได้มั๊ย”

            “ฮะๆ มันไม่ตลกเลยนะ”

            “...”

            “นี่...เธอกำลังจะบอกเลิกฉันหรือเปล่าน่ะ”

            “...”

            “สุดท้าย...ฉันก็ทำให้เธอชอบฉันไม่ได้สินะ”

            “...”

            “...”

            “คือมันไม่ใช่แบบนั้น...เพียงแต่ ตอนนี้หัวใจฉันยังให้นายไม่ได้ก็เท่านั้น ฉัน...ขอโทษนะ”

            “...”

            “ฉันไม่ได้ตั้งใจให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ฉัน...พยายามจะรักนายแล้วจริงๆ”

            “แต่เธอก็ทำไม่สำเร็จใช่มั๊ย? คนคนนั้น...สำคัญกับเธอมากขนาดนั้นเลยเหรอ”

            “เขา...ไม่ควรจะสำคัญกับฉันหรอก แต่ฉันแค่ลืมเขาไม่ได้ ฉัน...ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี คือฉัน ขอโทษ...สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่างด้วย ฉัน...ไม่รู้จะตอบแทนนายยังไงดี”

            “...”

            “นายจะโกรธฉันก็ได้นะ ฉันไม่โกรธนายหรอก ^^”

            “...”

            “ฉัน...”

            อยู่ดีๆ เบ็นก็โผเข้าหาฉันแล้วสวมกอดในทันที ฉันก็ได้แต่ปล่อยให้เขาทำแบบนั้น เพราะนั่นคือสิ่ง เดียวที่ฉันจะตอบแทนเขาได้แล้วสินะ ฉัน...ไม่ควรดึงคนดีๆ แบบเบ็นเข้ามาร่วมวงจรความเจ็บปวดนี้เลย จริงๆ

            “เธอไม่ควรจะเห็นน้ำตาของลูกผู้ชายหรอกใช่มั๊ย”

            “นาย...”

            “ฉันโอเค”

            เบ็นผละออกจากฉันพร้อมกับยิ้มให้ ด้วยรอยยิ้มที่ดูยังไงก็รู้ว่าฝืน

            “นายจะให้ฉันทำยังไงก็ได้นะ...ฉัน...”

            “ฉันขอเป็นคนบอกเลิกเธอแทนได้มั๊ย”

            “หืม?”

            “อย่างน้อย...มันจะได้ทำให้ฉันรู้ว่าฉันได้พยายามทำให้ผู้หญิงคนนึงรัก แต่ฉันทำไม่สำเร็จ ฉันเลยต้องเป็นฝ่ายไป โดยการบอกเลิกผู้หญิงคนนั้นเองพร้อมกับจากไป”

            “นาย...”

            “งั้น...เราเลิกกันเถอะ”

            “...”

            “อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิ เราไม่ได้เป็นแฟนกันแล้วนะ เธอควรจะโอเคมากกว่านี้สิ ^^ ฉันไม่อยากเห็นเธอเศร้าแบบนี้เลยนะ”

            “...”

            “ขอบใจนะ...ที่บอกฉันก่อน ฉันจะได้ไม่คิดอะไรเข้าข้างตัวเองมากเกินไป”

            “ฉัน....ขอ...”

            “เธอห้ามขอโทษฉันแล้วนะ ไม่งั้นฉันจะโกรธเธอ! :P เอาเป็นว่า… ขอให้เธอมีความสุขละกันนะ และเมื่อไหร่ที่เธอไม่มีเขาคนนั้นอยู่ในใจแล้ว จะนึกถึงฉันบ้าง…ฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ”

            “…”

            “งั้นตอนนี้…ฉันขอไปเดินเล่น MV เงียบๆ คนเดียวดีกว่า”

            “...”

            “แล้วเจอกันนะ...บลู”

            เบ็นพูดได้แค่นั้นก่อนจะเดินจากไป และเมื่อเขาเดินจากไป น้ำตาของฉันก็ไหลลงมาทันที เขาเจ็บขนาดนี้เลย...เพราะฉันคนเดียว นายไม่ควรจะรักฉันเลยจริงๆ

            ตอนนี้ฉันก็ได้แต่กอดของขวัญชิ้นแรกและชิ้นสุดท้ายนี้เอาไว้ นายเป็นแฟนที่ดีที่สุดเลยนะ!

ฉัน...ดีใจมากๆ ที่ได้มาเป็นเพื่อนของนาย และครั้งหนึ่งที่เราเคยได้เป็นแฟนกัน เมื่อไหร่ที่เบ็นทำใจได้ เมื่อนั้นฉันคงจะได้ขอบคุณเขาอีกครั้ง และฉันก็คงได้พูดอะไรมากกว่านี้

            ฉันเดินกลับห้องไป...ก่อนจะรีบเคาะประตู และพอยัยบีบีเปิดออกมา ยัยนั่นก็ได้แต่ทำหน้าตกใจ ก็ฉันในตอนนี้...ไม่ต่างอะไรจากคนอกหักเลยน่ะสิ

            “บลู...เธอ”

            ฉันรีบกอดยัยบีบีแล้วร้องไห้ออกมาทันที ไม่รู้ว่าเพราะความรู้สึกผิดที่มีมากมายต่อเบ็นหรือเปล่า ฉันถึงได้เป็นถึงขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เขารักฉันมากขนาดนี้ แต่ฉันกลับรักเขาไม่ได้... ฉันนี่มันใช้ไม่ได้จริงๆ

            “เรา...เลิกกันแล้วนะ ฮึก..”

            “เธอ...ไม่เป็นไรใช่มั๊ย”

            “ไม่ๆ...เดี๋ยวฉันก็หายแหละ...ตอนนี้ฉันก็แค่รู้สึกผิด...จนอยากร้องไห้ออกมาก็เท่านั้น”

            “ร้องออกมา...จนเธอสบายใจแล้วกันนะ ฉันอยู่ข้างๆ เธอละกัน”

            “ขอบใจนะ...ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันจะต้องเสียอีกกี่หยดน้ำตาให้กับทริปๆ นี้”

            “ฉันก็คงเหมือนกัน”

            ณ เวลานี้ ฉันพยายามเข้มแข็งมากที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ ถ้าเบ็นมาเห็นฉันเป็นแบบนี้ เขาต้องไม่ สบายใจอีกแน่นอน ถึงแม้ฉันจะไม่ได้รักเขาอย่างที่เขารักฉัน แต่ฉันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาเป็นคนที่สำคัญ อีกคนนึงในชีวิตฉัน...

            ขอบใจนะ...สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่นายทำให้กับฉัน แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้นายต้องมาเสียเวลา กับคนอย่างฉัน...ฉันขอให้นายได้เจอกับคนดีๆ และคนที่รักนายมากๆ ละกันนะ

            เพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน... เบ็น

 

             

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น