Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 27 : Chapter 26 ~ Love someone who'll never love back is the most painful thing ever

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 มิ.ย. 56

Chapter 26

Love someone who will never love back is the most painful thing ever!

 

            วันนี้ฉันจะพยายามมีความสุขให้มากๆ นะ เพราะว่ามันเป็นวันที่สองก่อนการจากลาแล้วนี่นา หวังว่าจะไม่มีอะไรมาทำลายความสุขของฉันหรอกนะ! วันนี้เป็นวันที่ดีมากๆ เพราะอย่างน้อย ฉันก็ได้มี ความทรงจำดีๆ กับแบล็คแล้ว เราได้ช่วยทำให้เด็กๆ มีความสุขด้วยกัน แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

            หลังจากไปบ้านเด็กกำพร้าเสร็จ พวกเราก็กลับมาที่โรงแรมซึ่งพวกเราทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้ จะชิล นอนเล่น อะไรตามใจเลย ก่อนที่จะต้องไปรวมตัวกันตอนหกโมงเย็นอีกที วันนี้เป็นปาร์ตี้สุดท้ายที่ พวกเราทุกคนจะได้อยู่ด้วยกันแล้วนี่นา คิดแล้วมันก็ใจหายเหมือนกันนะ กับคนที่อยู่ด้วยกันมานาน ผูกพันกันไปแล้วด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายแล้ว…ทุกคนก็ต้องมีทางเดินของตัวเอง แล้วก็ต้องเดินไปในทางที่ ตัวเองเลือกไว้

            นี่มันเพิ่งห้าโมงกว่าๆ เองเหรอเนี่ย! ฉันอาบน้ำก่อนดีกว่า เสร็จแล้วจะได้ไปปาร์ตี้เลย >//< ฉันรู้สึกตื่นเต้นกับปาร์ตี้นี้ยังไงก็ไม่รู้ มันเหมือนกับว่าฉันจะได้รู้ความลับอะไรบางอย่างอะไรแบบนั้นน่ะ

            “บีบี เดี๋ยวฉันอาบน้ำก่อนละกัน”

            “โอเค งั้นเดี๋ยวฉันไปเดินเล่นข้างนอกสักพักนะ”

            “อืม”

            ฉันว่าบีบีเองก็คงคิดเหมือนกับฉันแหละ ยัยนั่นคงรู้สึกใจหายเช่นเดียวกันกับฉัน และอีกเรื่องที่พวก เราคงคิดเหมือนกันก็คงเป็นเรื่องความรู้สึกภายในใจที่ยังคงค้างคาอยู่ สำหรับบีบี...ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ายัยนั่นจะบอกให้เบสต์รับรู้หรือเปล่า แต่สำหรับตัวฉัน ฉันก็คงปล่อยให้มันผ่านไปแหละ ก็ทุกคนคงจำได้ ใช่มั๊ยล่ะ ว่าฉันเคยไปสารภาพรักมาแล้วครั้งนึง แล้วผลลัพธ์มันก็ออกมาไม่ดีเลยสักนิด นี่ถ้าฉันไปบอก ความในใจอีกรอบ ผลมันก็คงไม่ต่างจากเดิมหรอกมั้ง...? สู้ให้เก็บความทรงจำดีๆ ไว้คงจะดีกว่า

            อย่างน้อย...มันก็ทำให้เราได้คิดถึงความทรงจำดีๆ ที่ได้เคยทำร่วมกันบ้าง

            เลิกฟุ้งซ่านได้แล้วน่ายัยบลู!! ไปอาบน้ำเถอะ -_-

 

            Bebe’s Talks

            หลังจากยัยบลูเข้าไปอาบน้ำ ฉันก็ออกมาเดินเล่นนอกห้อง แต่ใจฉันกลับไม่ได้จดจ่อกับธรรมชาติ ของรีสอร์ตนี้เลยสักนิด แม้ว่ามันจะสดชื่นและสวยแค่ไหนก็ตาม ก็สิ่งที่ฉันสนใจอยู่มันคือความรู้สึกบ้าๆ ในตอนนี้น่ะสิ! นี่ฉันควรทำยังไงดีนะ...ฉันควรบอกความในใจให้เบสต์รู้หรือเปล่า? หรือว่าปล่อยให้มันผ่าน ไป แล้วถ้าทำแบบนั้นมันจะทำให้ฉันอึดอัดกว่าเดิมหรือเปล่านะ

            “อ้าวบีบี!”

            “เบสต์ -0-

            นี่แค่คิดถึงเรื่องของนาย...ฉันก็เจอนายเลยเหรอเนี่ย =o= อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น

            “มาทำอะไรเนี่ย”

            “ก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อยน่ะ แล้วนายล่ะ”

            “ฉันก็เหมือนกัน ไม่รู้สิ มันเหมือนกับรู้สึกใจหาย อยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็อธิบายไม่ถูก เหมือนกัน”

            “ฉันว่าทุกคนก็รู้สึกแบบนั้นแหละ ก็พวกเราอยู่ด้วยกันมาตั้งนานนี่เนอะ การจากลาก็ย่อมเป็นอะไร ที่ใจหายอยู่แล้ว”

            “แต่เดี๋ยวพวกเราก็ต้องได้เจอกันอีกแหละน่า! คงไม่มีใครหนีหายไปหรอกมั้ง”

            “ก็คงงั้น”

            “เมื่อไม่ได้เจอกัน...ก็อย่าลืมคิดถึงฉันให้มากๆ นะ”

            “อืม...ได้ หา!!! O_O

            “ไม่เห็นต้องตกใจขนาดนั้นเลย :P เพื่อนกันก็ต้องคิดถึงกันสิ”

            “อ้อ...อืม”

            “แล้วยิ่งเธอเป็นเพื่อนที่ฉันสนิทมากกกกกกๆ แล้วด้วย เธอก็ต้องยิ่งคิดถึงฉันให้มากๆ”

            “นายเองก็เป็น เพื่อน’ ที่ฉันสนิทมากๆ เหมือนกัน

            “ฉันจะคิดถึงเธอให้มากๆ เหมือนกันนะ ^^

            ^__^

            ฉันไม่รู้จะทำหน้ายังไงเลยจริงๆ ตอนเบสต์พูดออกมาแบบนั้น จะบอกว่าดีใจก็ใช่ จะบอกว่าเสียใจ ก็ไม่ผิด เขาบอกให้ฉันคิดถึงเขาให้มาก แล้วเขาเองก็จะคิดถึงฉันให้มากๆ เหมือนกัน แต่นั่นก็เป็นเพราะว่า ฉันเป็นเพื่อนสนิทเขาสินะ และต่อให้มีใครอีกหลายคนที่เป็นเพื่อนเขา เขาก็คงพูดแบบนี้กับทุกคนน่ะแหละ เรานี่ก็ไม่น่าไปคิดเข้าข้างตัวเองเลยนะยัยบีบี

            “บีบี...เธอว่าฉันควรทำยังไงดี?”

            “นายหมายถึง...”

            “ใช่ เรื่องบลูน่ะ ยัยนั่นทำตัวห่างเหินกับฉันยังไงก็ไม่รู้”

            ก็ยัยบลูรู้แล้วนี่นา...ว่านายชอบยัยนั่นอ่ะ ถ้าฉันรู้ว่าใครชอบฉันแต่คนคนนั้นไม่ใช่คนที่ฉันชอบ ฉันก็คงทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน บลูนี่โชคดีจริงๆ มีคนที่ชอบเยอะแยะมากมาย แต่ก็เพราะสิ่งนี้เรียกว่า ความรัก’ ต่อให้ใครชอบเราแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่ชอบตอบ มันก็คงไม่มีความสุขหรอกนะถ้าจะต้องมาเป็น แฟนกันน่ะ

            “เหรอ….” แต่นั่นคือสิ่งเดียวที่ฉันตอบออกไปได้

            “เธอว่าสารภาพกับยัยนั่นตรงๆ ดีหรือเปล่าน่ะ”

            “แล้วนายว่าสารภาพไปตรงๆ มันดีหรือเปล่า”

            “ฮะ? อยู่ดีๆ ก็มาถามฉันเฉยเลย ฉันก็ไม่รู้อ่ะ ฉันก็เลยถามเธอไง -_-

            “อ้อๆ ขอโทษที พอดีช่วงนี้ใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวน่ะ เบลอตลอดๆ”

            เกือบไปแล้วเรา -_- ดันเบลอไปถามเบสต์อย่างที่ใจสงสัยมาตลอด นี่ฉันก็อดทนจริงๆ นะเนี่ย ต้องมาเป็นที่ปรึกษาให้กับคนที่เราแอบชอบเกี่ยวกับคนที่เขาชอบน่ะ เฮ้อ...ฉันทนได้ยังไงกันนะ

             “คิดถึงใครอยู่หรือเปล่าน่ะ”

            “เปล่า” ใช่...ก็คิดถึงนายอยู่นั่นแหละ

            “เธอยังไม่บอกฉันเลยนะ...ว่าคนที่เธอชอบคือใครน่ะ วันนี้มันก็ใกล้จะวันสุดท้ายแล้วนะ แต่ฉันยัง ไม่รู้เลยอ่ะ! ทีเธอยังรู้เรื่องของฉันเลยนะ แบบนี้มันไม่แฟร์อ่ะ :(

            “ฮะๆ ก็ไม่มีนีนา...จะบอกอะไรได้ล่ะ”

            สุดท้ายตัวฉันเองก็ไม่กล้าพูดอยู่ดีสินะ เฮอะ...อยากบอกแต่ก็ไม่กล้า เรานี่มันยังไงนะ!

            “หวังว่าคงไม่ใช่ฉันหรอกนะ O_O

            “...”

            “นี่อย่าบอกนะ...ว่าเธอชอบฉันน่ะ”

            “...”

            “...”

            “ฉัน...”

            “...”

            “...”

            “ไม่ต้องอึ้งขนาดนั้นก็ได้ ฉันแค่ล้อเล่นเอง ฉันรู้ดีน่าว่าเธอคงไม่ชอบฉันหรอก ก็เราเป็นเพื่อนกันมา ตั้งนานนี่เนอะ เธอจะมาชอบฉันได้ยังไง :P แล้วนี่ถ้าเธอชอบฉันจริงๆ ฉันคงต้องรู้สึกผิดเป็นบ้าแน่ๆ ที่เอา เรื่องคนที่ฉันชอบมาปรึกษาเธอแบบนี้ ฉันรู้จักเธอดี...คนที่เธอชอบต้องไม่ใช่ผู้ชายแบบฉันแน่ๆ จริงมั๊ย”

            “อืม...ใช่ ฉันไม่มีทางชอบนาย...หรอก”

            “เห็นมั๊ยล่ะ ฉันบอกแล้วว่าฉันรู้จักเธอดี ^^

            นายไม่เคยรู้จักฉันเลยต่างหาก ขอบใจจริงๆ ที่ทำให้รู้ว่าฉันควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ตอนนี้ฉัน ตัดสินใจได้แล้วล่ะ ฉันควรจะเก็บเรื่องราวความรักของฉันให้เป็นความลับแบบนี้ ทุกคนคงได้ยินที่หมอนั่น พูดใช่มั๊ย เขาบอกว่าถ้าฉันชอบเขาจริงๆ เขาต้องรู้สึกแย่มากแน่ๆ นายไม่ต้องรู้สึกแบบนั้นแล้วนะเบสต์ เพราะฉันจะเป็นคนแบกรับความรู้สึกแย่ๆ พวกนั้นไว้เอง ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้รับรู้ว่านายไม่เคยรู้จักตัวตน ที่แท้จริงของฉันเลยสักนิด

            “เธอคิดว่าไงดีอ่ะ ฉันควรสารภาพรักกับบลูมั๊ย”

            “ก็ถ้านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้นายมีความสุข นายก็ทำเลย”

            “อย่างนั้นก็ได้! งั้นฉันให้ของยัยนั่นเย็นนี้ดีกว่า ทำเป็นเซอร์ไพรซ์อะไรแบบนี้ หวังว่าคงยังไม่มีใคร ให้ตัดหน้าฉันใช่มั๊ย ยัยนั่นยิ่งเนื้อหอมอยู่ด้วย มีคนชอบไปซะทั่ว”

            “ฮะๆ ... ใช่”

            “วันนี้เธอเงียบจริงๆ แปลกไปด้วย ไม่สบายหรือเปล่าน่ะ”

            “เหรอ...ฉันไม่เป็นอะไรหรอก นายไม่ต้องห่วงฉันหรอก”

            “ก็เธอเป็นเพื่อนสนิทของฉันนี่นา ถ้าไม่ให้ฉันห่วงเธอ แล้วจะให้ฉันไปห่วงใครที่ไหนล่ะ”

            “ขอบใจนะ”

            “ไม่เป็นไร...เอาเป็นว่าฉันพาเธอกลับไปส่งที่ห้องดีกว่า เธอจะได้พัก เพราะเดี๋ยวก็จะมีปาร์ตี้ เลี้ยงส่งแล้วนี่นา”

            “อืม...โอเค”

            ยิ่งเบสต์พูดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมือนกับเขาตอกย้ำให้ฉันเข้าใจว่าฉันไม่เคยอยู่ในสายตาเขาเลย สักนิด และยิ่งเขาย้ำคำว่า เพื่อนสนิท’ มากเท่าไหร่ ใจฉันก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นเท่านั้น ฉันไม่ควรมาชอบคนอย่าง เขาเลยจริงๆ เพื่อนอย่างฉันควรจะรู้สึกดีกับเพื่อนอย่างเขา…แค่นั้นน่าจะเพียงพอแล้ว ฉันไม่น่ามารู้สึก พิเศษมากเกินกว่าเพื่อนเลยจริงๆ

            สำหรับตอนนี้…การจากกับเบสต์เร็วเท่าไหร่ มันก็คงดีกับฉันมากที่สุดแล้วล่ะ

End Bebe’s Talks

 

            Blue’s Talks

            ฉันออกมาจากห้องน้ำพอดีกับที่ยัยบีบีกลับมาถึงห้องพอดี ทำไมยัยนั่นหน้าบูดแบบนี้นะ เกิดอะไรขึ้นนะ...?

            “เป็นอะไรไปน่ะ”

            “เปล่าหรอก ^^” ดูยังไงก็รู้ว่ารอยยิ้มนั้น...ฝืนทั้งนั้น

            “เธอมีอะไรไม่สบายใจก็บอกฉันได้นะ”

            “อืม...ขอบใจนะ”

            “อ่าฮะ”

            “เธอเสร็จแล้วใช่มั๊ย งั้นเราไปกันเถอะ”

            “โอเค”

            แต่ก่อนที่จะเดินออกจากห้อง คำพูดของบีบีทำให้ฉันชะงักแล้วหันมามองยัยนั่นทันที

            “การรักคนที่เขาไม่รักเรา...มันเจ็บมากเลยนะ”

            “อื้ม...ใช่ การมอบความรักให้กับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของมัน...มันเจ็บมาก”

            ฉันยิ้มให้กับยัยบีบี เช่นเดียวกับที่ยัยนั่นยิ้มให้กับฉัน เราทั้งสองคนต่างรู้ความหมายของประโยค ข้างต้นดี เพราะมันเป็นประสบการณ์จริงๆ ที่พวกเราเจอนี่ บีบีได้รับมันจากเบสต์ ส่วนฉันได้รับมันจาก แบล็ค ซึ่งความเจ็บมันคงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก

            ฉันกับบีบีเดินมาถึงที่สวนดอกไม้ในรีสอร์ตในเวลาต่อมา ที่นี่เป็นที่ที่พวกเราจะจัดงานเลี้ยงส่งกัน น่ะ ซึ่งในตอนเย็นจะมีการก่อกองไฟ การพูดอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก่อนจะแยกย้ายกันดังเดิม ฉันก็ได้แต่หวัง ว่าฉันจะสามารถเก็บทุกๆ ความทรงจำดีๆ นะที่นี้ไว้

            คนอื่นๆ เริ่มทยอยมากันเรื่อยจนในที่สุดก็มากันครบในเวลาหกโมงเย็น ซึ่งก็คือเวลานัดของพวกเรา ทุกคน วันนี้เบ็นรับหน้าที่เป็นพิธีกรงาน ความจริงแล้วใครจะเป็นพิธีกรก็ได้แหละ เพราะมันไม่ใช่งานที่เป็น ทางการอะไร ใครอยากพูดอะไรก็พูดเลย

            “เอาล่ะ ไหนๆ วันนี้ก็มากันครบแล้ว งั้นฉันขอเปิดงานเลยละกัน ขอเสียงปรบมือหน่อย ^^

            แปะๆๆๆๆๆๆๆ (เน้นว่าดังมาก -0-)

            “ไหนๆ วันนี้ก็วันเกือบสุดท้ายที่พวกเราจะได้เจอกันแล้ว ขอฟังความในใจของทุกคนที่มีต่อแต่ ละคนหน่อยได้มั๊ย อยากพูดถึงใครก็พูดได้เลย เริ่มที่ใครดีน่ะ”

            “นายนั่นแหละ” เพื่อนคนนึงตะโกนขึ้นมา

            “ฮะๆ โอเคๆ ฉันเริ่มก็ได้...! จะให้พูดแบบนี้ก็อายเหมือนกันนะ แต่เพราะว่าฉันเป็นคนคิดกิจกรรมนี้ ขึ้นมา ฉันก็ต้องพูดมันสินะ เฮ้อ.....เอาเป็นว่าฉันดีใจที่ได้รู้จักกับทุกคนในที่นี้ ทุกๆ คนจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ของฉันตลอดไป ถึงแม้ในวันนั้นเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว และคนพิเศษอีกคนที่ฉันอยากจะขอบคุณก็คือ บลู”

            “กรี๊ดดดดดดดด”

            เพื่อนๆ เริ่มส่งเสียงแซวซึ่งมันก็เป็นเวลาเดียวกับที่ฉันมองขึ้นไปบนเวทีเช่นกัน นี่เขาหายโกรธฉัน แล้วเหรอ ดีใจจัง...อย่างน้อยพวกเราก็ไม่ได้จากกันด้วยความโกรธหรือว่าเกลียดชัง

            “ฉันดีใจนะที่ได้รู้จักกับเธอ เธอเป็นเพื่อนและแฟนที่ดีมากคนนึงของฉัน ถึงแม้ว่าวันข้างหน้าจะ เป็นยังไง ยังไงก็รู้ไว้เสมอนะว่าเธอจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน และในวันใดที่เธอไม่มีใคร...ก็อย่าลืมนึกถึง ฉันล่ะนะ”     

            “ฮิ้ววววววววววว >_<

            “ฉันไม่ลืมนายหรอก!” ฉันตะโกนขึ้นไปบ้าง ทำให้ได้เสียงกรี๊ดเพิ่มขึ้นมาอีก ฉันก็อายนะ...แต่ฉันว่า นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ฉันสามารถทำให้หมอนั่นได้แล้วล่ะ ขอบใจนะเบ็น ^^

            “เอาเป็นว่าเปลี่ยนคนเถอะ ฉันเริ่มอายแล้วล่ะ ใครอยากพูดต่อขึ้นมาบนเวทีได้เลยนะ”

            หลังจากเบ็นลงมา...หลายๆ คนก็เริ่มขึ้นไปพูดความในใจของตัวเองกับเพื่อนสนิท คนสำคัญ หรือแม้แต่คนพิเศษ จนตอนนี้ก็เป็นคราวของแบล็คแล้ว ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าหมอนั่นจะพูดถึงใคร แล้วในนั้น จะมีฉันบ้างหรือเปล่า

            “ถึงคราวฉันแล้วใช่มั๊ย.... พูดว่าอะไรดีอ่ะ ก็...ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือกันไม่ว่าจะเป็นงานต่างๆ ของโรงเรียน งานพรอม งานสปิริตวี๊ค กีฬาสี ฉันขอบใจจริงๆ แล้วก็รู้สึกยินดีมากๆ ที่ได้เป็นประธาน ของทุกๆ คน หวังว่าฉันคงทำหน้าที่ได้ดีใช่มั๊ย”

            “กรี๊ดดดดดดดดดดดด”

            “แล้วก็ขอบคุณไอ้เพื่อนบ้าๆ ของฉัน ฉันดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกับพวกแก แล้วก็เพื่อนสนิทอีกกลุ่มนึง ด้วย พวกเธอสร้างสีสันให้ชีวิตฉันจริงๆ ขอบใจนะ...เนเน่ ยิบโซ เชอร์รี่ แล้วก็มิซุ เอ่อ...คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ มั้ง คนต่อไปมาพูดเลยเฮอะ”

            “แล้วไม่มีพูดถึงคนสำคัญบ้างเลยเหรอ” คนนึงตะโกนขึ้นมาแซวบ้าง

            “ฮิ้ววววววววววววว”

            “ไม่มีเว้ย” แบล็คพูดก่อนจะรีบลงจากเวที

            “คนสำคัญ…ก็แบล็คพูดไปแล้วไงเมื่อกี้น่ะ ไอ้ชื่อสุดท้ายน่ะ”

            “ฮิ้วววววววววววว”

            คนพวกนี้ก็แซวกันจริงๆ นะ กับอีแค่แบล็คพูดถึงทุกคน…ยกเว้นฉันก็เท่านั้น นี่ฉันกำลังน้อยใจ อยู่ใช่มั๊ยเนี่ย หรือว่าฉันกำลังเสียความรู้สึก นี่ทุกอย่างที่หมอนั่นทำมันมีผลต่อฉันหมดเลยเหรอเนี่ย! หยุดสักทีเถอะนะยัยบลู...เธอไม่ควรทำให้วันนี้มันเป็นวันแย่ๆ นะ

            หลังจากนั้นก็มีเพื่อนๆ อีกหลายคนขึ้นไปพูด ยัยบีบีก็พูดเหมือนกัน แต่ยัยนั่นออกจะพูดเป็น รวมมากกว่าไม่ได้เอ่ยถึงใครมากนัก จะมีก็คงมีฉันนี่แหละ ที่บีบีพูดถึงมากที่สุด แต่ยัยนั่นกลับเลี่ยงที่จะ พูดถึงเบสต์ ส่วยเบสต์ หมอนั่นก็พูดถึงกลุ่มเพื่อนของเขา ก่อนจะพูดถึงฉันกับบีบีว่าเป็นเพื่อนผู้หญิงที่เขา สนิทเหมือนกัน แล้วก็เช่นเคยที่เขาได้รับเสียงแซวเมื่อพูดถึงพวกฉัน

            และตอนนี้ก็ได้เวลาที่ฉันต้องพูดแล้วใช่มั๊ย...ฉันควรจะพูดอะไรดีนะ แล้วฉันควรจะพูดถึงแบล็ค หรือเปล่า ในเมื่อเขาเองก็ไม่ได้เอ่ยถึงฉันสักนิดเลย

            “หวัดดีทุกคน...นี่ฉันเป็นคนสุดท้ายแล้วใช่มั๊ยเนี่ย ก็...ฉันดีใจที่ได้รู้จักกับทุกคนนะ ถึงแม้ว่ากับบาง คนฉันจะไม่ค่อยได้พูดคุยด้วยเท่าไหร่ แต่ก็ดีใจนะที่อย่างน้อยพวกเราก็ได้อยู่เกรดเดียวกัน ^^ แล้วฉันเอง ก็ดีใจเหมือนกันที่ปีนี้ได้เป็นรองประธาน แล้วก็ได้ช่วยจัดงานอะไรต่างๆ มากมาย แล้วก็...ต้องขอบคุณ เพื่อนสนิทที่สุดของฉัน...บีบี ขอบคุณจริงๆ ที่เธอคอยอยู่เคียงข้างฉัน ไม่ทิ้งกัน ฉันรู้ดีว่าฉันไม่ใช่เพื่อนที่ เพอร์เฟค แต่ฉันก็ดีใจนะที่ได้รู้จักกับเธอ ส่วนเบสต์ นายเป็นเพื่อนอีกคนที่ดีกับฉันมากๆ ฉันจะไม่ลืมนาย หรอกนะ นายจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดอีกคนนึงของฉันตลอดไป ฉันสัญญา เบ็น...ฉันขอบคุณสำหรับทุกๆ อย่าง แล้วก็ขอโทษสำหรับทุกๆ อย่างเช่นกัน นายเป็นคนที่ทำให้ฉันยิ้มได้ และก็เป็นคนที่ทำให้ฉันมี ความสุขได้ในเวลาที่ฉันมีความทุกข์ ฉันขอบใจนายมากๆ เลยนะ แล้วก็ยังมีอีกหลายคนมากมายที่ฉัน ไม่ได้พูดถึง ถ้าให้พูดอีกก็คงเสียเวลาแน่ๆ งั้นแค่นี้ละกัน”

            “ไม่พูดถึงประธานหน่อยเหรอ พูดหน่อยสิ...พวกเธอก็สนิทกันนี่ แบล็คน่าจะรออยู่เหมือนกันนะ” ยัยส้มพูดขึ้นมา เอ่อ...จะให้ฉันพูดถึงแบล็คอย่างนั้นเหรอ แล้วฉันจะพูดยังไงล่ะทีนี้

            “ถึงแม้พวกเราจะไม่ลงรอยกันเท่าไหร่ แต่ฉันก็โอเคนะที่ได้ทำงานร่วมกับนายน่ะ พอยัง?”

            “โหย น้อยจังเลย”

            “ใช่ๆ ทีคนอื่นล่ะพูดตั้งเยอะ ทำไมแบล็คพูดนิดเดียวเอง”

            “ก็ฉันมันไม่สำคัญนี่นา”

            “ใช่...นายไม่สำคัญสำหรับฉันเลย! เช่นเดียวกับฉัน ฉันไม่สำคัญสำหรับนายเลย นายถึงไม่คิดจะ พูดถึงฉันยังไงล่ะ”

            “โหยๆ บลูเริ่มโกรธแล้วนะ แบล็คง้อหน่อยสิ”

            “งั้นฉันขอจบแค่นี้ละกันนะ” ฉันพูดก่อนจะเดินลงมาจากเวที

            ฉันไม่น่าอารมณ์ร้อนพูดออกไปแบบนั้นเลย... แต่ก็เพราะหมอนั่นแท้ๆ มีอย่างที่ไหนมาบอกกับคน อื่นว่าเพราะเขาไม่สำคัญ ฉันเลยไม่คิดจะพูดถึง แล้วทีเขาล่ะ...ไม่คิดจะพูดถึงฉันเหมือนกันไม่ใช่หรือไง

            ฉันเป็นคนสุดท้ายในการพูดนั้น และมันก็ถือว่าเป็นการปิดที่ใช้ได้อยู่เหมือนกัน ถ้ายัยส้มนั่นไม่มา แซวเรื่องแบล็คน่ะ ความจริงฉันก็อยากพูดถึงแบล็คอยู่เหมือนกัน แต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดถึงเขาในฐานะ อะไร ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย จะบอกว่าเป็นเพื่อน...มันก็ไม่ใช่ เพราะเราก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ส่วนคนรักน่ะเหรอ...รักเขาข้างเดียวน่ะสิ เพราะเขาก็ไม่เคยรักฉันอยู่แล้ว ดังนั้นการไม่พูดอะไรเลยก็คงเป็น ทางออกที่ดีที่สุด

            เมื่อจบกิจกรรมนั้น พวกเราก็นั่งเล่นกีต้าร์ ร้องเพลง ก่อกองไฟกันไปพร้อมๆ กับปิ้งบาร์ บี คิว กว่าจะเลิกก็ปาไปเกือบสามทุ่มแล้ว ตอนนี้จึงไม่เหลือคนมากนัก เพราะแต่ละคนทยอยๆ เดินออกไป ทีละคน ทีละคน จนตอนนี้ก็เหลือเพียง ฉัน บีบี เบสต์ เบ็น แล้วก็แบล็ค นี่มันล้วนแต่เป็นคนที่อยู่รอบๆ ตัวฉันหมดเลยนะเนี่ย ดูไปดูมาเหมือนเป็นดารรวมตัวยังไงบอกไม่ถูก

            “ฉันขอร่วมวงหน่อยละกันนะ” แบล็คหันมาพูดกับฉัน

            “อยากนั่งก็นั่งไปสิ ใครห้าม?”

            ตอนแรกก็นั่งกันอยู่สี่คน แต่มันดันมีตั้งห้าที่ หมอนั่นเลยมีสิทธิ์นั่ง มันไม่แฟร์เลยจริงๆ โดยที่แบล็ค นั่งคั่นกลางระหว่างฉันกับเบสต์ เพราะข้างอีกข้างนึงของฉันคือเบ็น และเพราะเบ็นไม่อยากนั่งกับเบสต์ และเบสต์เองก็คงไม่อยากนั่งกับเบ็น บีบีเลยต้องนั่งคั่นกลาง ดีเหมือนกัน...จะได้ไม่มีเรื่องกัน -_-

            “และนี่ก็ได้เวลาแล้วนะ เบ็น...ขอเพลง Happy Birthday หน่อยสิ” บีบีพูดขึ้น

            O_O

            นี่อย่าบอกนะว่าจะมาเซอร์ไพรซ์ฉันกันน่ะ เอ่อ...ฉันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

            Happy Birthday to you, Happy Birthday to you, Happy Birthday happy birthday, Happy Birthday to Blueeeeee~”

            แปะๆ

            แล้วพวกเราก็ปรบมือกันเอง นี่ถ้ามีเค้กก็คงจะดีสินะ ฮ่าๆ ฉันล้อเล่นน่า แค่มีคนจำวันเกิดเราได้ แค่นี้มันก็ดีมากพอแล้วล่ะ

            “ฉันขอบคุณทุกคนจริงๆ นะ ที่จำได้น่ะ”

            “อ่ะนี่…ฉันให้เธอ” เบสต์พูดพร้อมกับยื่นมาให้ฉัน

            “ขอบใจนะเบสต์

            “และนี่ของฉัน ^^” บีบีพูดก่อนจะยื่นตามมา

            “ขอบใจนะบีบี”

            “ฉันให้เธอไปแล้วนะ ;)” เบ็นก็พูดขึ้นตามมา

“รู้แล้วน่า ยังไงก็ขอบใจนายเหมือนกันนะ ^^” นั่นทำให้เบสต์หันมามองทันที สงสัยหมอนั่นคงคิด ว่าตัวเองให้คนแรกล่ะมั้ง แต่ให้คนที่เท่าไหร่มันก็ไม่สำคัญหรอก สำหรับฉัน แค่จำมันได้ฉันก็ดีใจมากแล้ว

            “แล้วนายล่ะ...”

            ฉันพูดพร้อมหันไปหาแบล็คบ้าง ไม่ได้คิดจะทวงอะไร ก็ถ้าเขาจำได้ เขาก็คงมีของขวัญบ้าง แต่นี่เขาไม่มี...มันก็เดาไม่ยากเลยจริงๆ ว่าเขาจำมันไม่ได้ ฉันจะหวังอะไรกับคนอย่างเขานะ

            “อยากได้อะไรล่ะ เดี๋ยวพาไปซื้อ...”

            “ทำอะไรกันอยู่น่ะ ขอร่วมวงด้วยได้มั๊ย”

            ยัยเนเน่มาจากไหน! ยัยนั่นมาทีไร มันก็เหมือนกับว่าความโชคร้ายจะมายังไงอย่างนั้น

            “วันเกิดเธอเหรอบลู แหม! มันจะบังเอิญอะไรแบบนี้นะ...เธอจะได้รับของขวัญชิ้นพิเศษจากฉัน ด้วยล่ะ ฉันให้เธอพิเศษเลยนะ”

            “เธอพูดเรื่องอะไร”

            “ความลับยังไงล่ะ”

            “เนเน่...เธอจะทำอะไร!” แบล็คพูดก่อนจะลุกขึ้นแล้วหันไปยืนจ้องหน้ากับยัยเนเน่

            “นายเลิกเล่นละครได้แล้วน่าแบล็ค!

 

           

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น