Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 24 : Chapter 23 ~ One cannot replace the others, similar to him, he can't replace you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 พ.ค. 56

Chapter 23

One cannot replace the others, similar to him, he can't replace you

 

            ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงสักทีนะ! วันงานพรอมไงล่ะ ซึ่งมันก็เหมือนเป็นการนับถอยหลังสำหรับการจับ มัธยมปลายสำหรับฉัน อีกไม่นานแล้ว...ที่พวกเราทุกคนต้องไปเดินในทางของตัวเอง วันนั้นฉันกับนาย ก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วสินะ ฉันจะไปคิดมากทำไม...ในเมื่อหมอนั่นก็คงไม่ได้คิดแบบฉันหรอก คิดไปก็มี แต่เจ็บกับเจ็บ

            ไม่รักจำได้...แต่ให้ลืมเธอฉันทำไม่ไหว ยังคงคิดถึงทุกลมหายใจ

         เสียงโทรศัพท์ฉันดังขึ้นฉันจึงเอื้อมมือไปหยิบมันที่หัวเตียง คือตอนนี้ฉันกำลังนอนเล่นอยู่บนเตียง ของตัวเองอยู่น่ะ เพราะวันนี้ไม่มีเรียนมีแต่ภารกิจที่ต้องรับผิดชอบซึ่งก็คืองานพรอม

            คนที่โทรมาก็คือเบ็น สงสัยหมอนั่นจะโทรมาบอกฉันเรื่องจะมารับฉันไปงานแน่เลย

            “ฮัลโหล”

            (หวัดดี เธอทำอะไรอยู่น่ะ)

            “ก็...นอนเล่นอ่ะ ฮะๆ มีอะไรเหรอ”

            (เดี๋ยววันนี้ฉันไปรับเธอไปงานพรอมนะ)

            “อืมๆ โอเค!

            (แล้วเจอกันห้าโมงเย็นนะ เดี๋ยวฉันไปรับเธอที่บ้าน)

            “อืม โอเค! แล้วเจอกัน”

            (แล้วเจอกัน...เจ้าหญิงของฉัน)

            ติ๊ด!

            จะ..เจ้าหญิงงั้นเหรอ...? =///= เอ่อ...ฉันไม่มีทางเป็นเจ้าหญิงของใครได้หรอก ยิ่งสำหรับคนที่ เพอร์เฟคอย่างนายแล้วด้วยเบ็น นายไม่น่ามารักมาชอบคนอย่างฉันเลย ในตอนนี้ใจฉันเองก็ยังไม่สามารถ รักนายได้อย่างที่ตั้งใจไว้เลย ฉันควรจะทำยังไงดี

            ฉันเลิกเพ้อบ้าๆ บอๆ กับเรื่องของตัวเองแล้วลุกขึ้นไปทำงานนู่นงานนี่แทน จนตอนนี้เวลาก็ล่วงไป สี่โมงกว่าแล้ว =0= ฉันทำงานไม่ลืมหูลืมตาเลยงั้นเหรอ!? นี่ฉันต้องรีบไปแต่งตัวแล้วสินะ เพราะเบ็นบอก ว่าจะมารับตอนห้าโมงเย็น ถ้าให้หมอนั่นมารออีกฉันต้องรู้สึกแย่กว่านี้แน่ๆ

            ฉันรีบไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนชุดลำลองสบายๆ เพื่อง่ายต่อการทำผม ก่อนจะจัดการกับผมตัวเอง ด้วยการไดรในสไตล์ที่ฉันทำเป็น -_- คือฉันไม่ค่อยเก่งเรื่องพวกนี้นักหรอก เพราะปกติฉันเองก็ไม่ได้ทำผม เวลาไปไหนมาไหนอยู่แล้ว ฉันตัดสินใจไดรผมให้เป็นลอนนิดหน่อยพร้อมกับเอาที่คาดผมตกแต่งด้วยโบว์ สีชมพูมาคาดเอาไว้เพื่อเพิ่มความหวานให้กับตัวเอง โดยการทำผมทั้งหมดกินเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง หลังจากทำผมเสร็จ ฉันก็ต้องรีบเข้าไปแต่งตัวอีกครั้ง

            ไม่รักจำได้...แต่ให้ลืมเธอฉันทำไม่ไหว ยังคงคิดถึงทุกลมหายใจ

         เสียงโทรศัพท์ฉันดังขึ้นพอดีกับที่ฉันแต่งตัวเสร็จ ถ้าจะตื่นเต้นขนาดนี้นะเบ็นเอ้ย!

            “ฮัลโหล”

            (ฉันรออยู่หน้าบ้านเธอแล้วนะ)

            “โอเคๆ รอแป๊ปนึงนะ เดี๋ยวฉันจะลงไปแล้ว”

            (โอเค เจอกัน)

            “อืม”

            ติ๊ด!

            ฉันไปส่องกระจกอีกครั้งก่อนจะรีบออกจากห้องแล้วลงบันไดเพื่อไปงานพรอมสักที นี่มันกี่โมง แล้วเนี่ย ฉันมองไปที่นาฬิกาที่ติดอยู่ข้างฝาผนังบ้านทำให้รู้ว่าตอนนี้ก็ห้าโมงสิบนาทีแล้ว นี่ฉันเลตอีกแล้ว เหรอเนี่ย T^T ฉันจึงรีบวิ่งออกไปหาเบ็นที่หน้าบ้านทันที พอออกไปถึงหน้าบ้าน ฉันก็เห็นว่าหมอนั่นยืนพิง รถพอร์ชคนโปรดของเขาอยู่ วันนี้เบ็นหล่อมาก เขาอยู่ในสูทสีดำที่ทำให้เขาดูเหมือนเทพบุตรยังไงอย่างงั้น

            O_O

            “นี่...ทำไมนายมองฉันแบบนั้นล่ะ มันมีอะไรเหรอ? ฉันแปลกงั้นเหรอ!? ว่าแล้วไงฉันต้อง...”

            “เธอสวย...”

            “...”

            “มากกกกก”

            >////<

            “เอ่อ...ฉันว่าเราไปกันเถอะ -//-

            มาชมกันแบบนี้ใครจะไปพูดอะไรต่อได้ล่ะ =///= ฉันรู้ว่าเบ็นเองก็เขินเหมือนกันที่ชมฉันออกมา ก็ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่พูดอะไรจริงจังแบบนั้นนี่นา

            “อื้ม”

            แล้วฉันก็ไปงานพรอมโดยรถคันโปรดของเบ็น พวกเรามาถึงงานพรอมในเวลาสี่สิบห้านาที ก็เท่ากับว่าพวกเรามาถึงงานพอดี เพราะงานเริ่มในเวลาหกโมงตรง ฉันกับเบ็นเดินเข้าไปในงานพร้อมๆ กัน ไม่รู้ว่าทำไมตลอดทางที่เดินผ่านมา ฉันได้รู้สึกถึงสายตาที่มองมาแปลกๆ แบบนี้ แต่คงไม่ได้มองฉันหรอก ก็ฉันไม่ได้เป็นจุดสนใจขนาดนี้นั้นนี่

            “คนพวกนี้จะมองอะไรเยอะแยะก็ไม่รู้เนอะ”

            “คนพวกนั้นก็มองเธอนั่นแหละ”

            “จะมามองฉันทำไม...ฉันว่าคนพวกนั้นมองนายมากกว่า ก็นายน่ะเป็นจุดสนใจขนาดนั้นนี่”

            “เธอจะบอกว่าฉันหล่องั้นเหรอ ^^

            “บ้าา -///-

            ฉันขี้เกียจเสวนากับอีตานี่แล้วนะ ชมตัวเองอยู่ได้ ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขาพูดจะเป็นความจริงก็เหอะ! พวกเราขึ้นไปชั้นเจ็ดของโรงแรม ซึ่งก็คือที่จัดงานพรอมขึ้น พอไปถึงหน้างาน ที่นั่นก็เต็มไปด้วยผู้คน ไม่ว่าจะเป็นเกรดเดียวกันกับฉันหรือแม้แต่รุ่นน้องหนึ่งปีถึงสามปีลงไป งานพรอมจะอนุญาตแค่เกรด 9 ถึง เกรด 12 เท่านั้นแหละ หรือไม่ก็ต้องเป็นแขกจากโรงเรียนอื่นๆ ก็สามารถร่วมงานได้เหมือนกัน

            ธีมของงานนี้คือคาเลอร์ฟูล ซึ่งก็คือสีสันสดใส แต่ก็ยังมีผู้หญิงบางคนใส่สีดำ สีน้ำเงินอยู่เหมือน กันนะ ไม่เห็นเหมือนกับฉันเลย! เล่นล่อสีชมพูมา คือฉันลืมบอกไปน่ะ ฉันใส่เสื้อที่ตอนนั้นแบล็คพาไป ซื้อมา ชุดที่เขาบอกว่าอยากเห็นฉันใส่มาในงานวันนี้ และฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรฉันถึงใส่ มันมาในวันนี้อย่างที่เขาขอ

            “พวกเธอดูนั่นสิ พี่แบล็คน่ะมาแล้วววว >_<

            “มากับพี่มิซุด้วยอ่าาา เหมาะสมกันดีเนอะ >///<

            “ใช่ๆ ทั้งกลุ่มของพี่มิซุนี่เรียกว่ากลุ่มป๊อปปูล่าห์ของโรงเรียนเราเลยก็ได้ มีแต่คนสวยๆ ทั้งนั้น ส่วนกลุ่มพี่แบล็คนี่ก็มีแต่คนหล่อๆ”

            “เข้ากันได้ดีจังเลยเนอะ ฉันล่ะอยากเข้าไปยืนแทนที่พี่มิซุจัง”

            ฉันล่ะสายตาจากทุกสิ่งที่อยู่ข้างหน้า แล้วหันไปสนใจสิ่งที่พวกรุ่นน้องพูดแทน แบล็คมากับ มิซุจริงๆ ด้วย มิซุอยู่ในเดรสสายเดี่ยวสีขาว ซึ่งเมื่อยัยนั่นใส่ มันทำให้ยัยนั่นดูสวยมากๆ ราวกับว่าเป็นนาง ฟ้า ส่วนแบล็คหมอนั่นใส่สูทสีดำ แต่มันไม่ใช่ตัวเดียวกันกับที่พวกเราไปซื้อด้วยกันหรอกนะ มันเป็นคนละ ตัวกันฉันจำได้ ถ้ามันเป็นตัวเดียวกัน เสื้อเชิร์ตข้างในจะต้องเป็นสีชมพูอ่อนๆ เหมือนของฉันสิ แต่นี่มันกลับ กลายเป็นสีขาว เขาไม่ได้ตั้งใจจะใส่มันตั้งแต่แรกอยู่แล้วนีนา แล้ว...จะมาขอร้องให้ฉันใส่มันทำไม?

            “บลู...”

            “...”

            “บลู”

            “หืม?”

            “เราเข้าไปข้างในกันเถอะ”

            “อ้อๆ อืม โอเค”

            แล้วฉันกับเบ็นก็เดินเข้าไปข้างใน ในนั้นฉันก็ได้เจอกับยัยบีบีพอดี ยัยนั่นกำลังยืนอยู่กับเบสต์ บีบีอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าอ่อน ฉันยอมรับเลยว่ายัยนั่นน่ารักมาก เบสต์...นายต้องรักยัยนั่นให้ได้นะ! ฉันดีใจที่เธอมีความสุขนะ ฉันเชื่อว่าวันนึงเธอจะต้องชนะใจเบสต์ได้!

            “บีบี”

            “บลู เพิ่งมาเหรอจ๊ะ ช้าอ่ะ”

            “ฮะๆ พอดีลืมน่ะว่ามันเริ่มกี่โมง เอ่อ...หวัดดีเบสต์”

            “ไง”

            “วันนี้นายก็เท่เหมือนกันนะเนี่ย”

            “เธอก็สวยมากเหมือนกัน”

            “แต่ก็ไม่สวยเท่าบีบีหรอกใช่มั๊ย”

            “ยัยบลู! เงียบไปเลย”

            “ฮะๆ พวกเธอสองคนนี่เล่นกันเป็นเด็กอีกแล้วนะ”

            นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายควรจะตอบเลยนะเบสต์! ฉันนี่ก็พูดไม่คิดเลย ฉันควรจะพูดอย่างอื่นไม่ใช่ ถามเบสต์ความเห็นเกี่ยวกับชุดที่ยัยบีบีใส่มา ฉันไม่เคยคิดว่าเบสต์จะไม่ตอบอะไรนอกจากหัวเราะเจื่อนๆ ออกมาแบบนั้น T^T ฉันทำให้เพื่อนฉันเสียใจอีกแล้วงั้นเหรอ ฉันนี่มันแย่จริงๆ  

            “นี่! พวกนายสองคนอยู่ด้วยกันไปก่อนนะ ฉันกับบีบีของไปหาอะไรกินเล่นๆ ในงานก่อน”

            พูดจบฉันก็รีบลากตัวยัยบีบีออกมาจากตรงนั้น บรรยากาศอันแสนอึดอัดนี่เมื่อไหร่มันจะจบลง สักทีนะ ถ้าตรงนี้มีแบล็คอยู่ด้วย...มันอาจจะอึดอัดขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าก็เป็นได้ใช่มั๊ย ฉันไม่อยากจะ รู้สึกอะไรเลยจริงๆ

            “บลู เธอจะให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันจริงๆ เหรอ”

            “เธอหมายถึงเบ็นกับเบสต์อ่ะเหรอ”

            “ก็ใช่น่ะสิ เธออย่าลืมนะ...ว่าคนคนนั้นชอบผู้หญิงคนเดียวกัน ซึ่งก็คือเธอ”

            “บีบี เธออย่าพูดอย่างนั้นสิ มันทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเลยนะ”

            “ฉันรู้น่าว่าเธอรู้สึกยังไง...”

            “ฉันไม่อยากให้เธอรู้สึกแย่กับฉันเพราะเบสต์มาชอบฉัน ฉันสัญญาว่าไม่ว่ายังไงฉันไม่มีทางชอบ หมอนั่นแน่นอน เธอก็รู้นี่”

            “ฉันรู้ว่าเธอเป็นยังไง...ฉันไม่ได้รู้สึกแย่เรื่องนั้นหรอก ฉันเพียงแต่เจ็บ...ที่เลิกรักหมอนั่นไม่ได้สักที ก็เท่านั้น”

            “ฉันเองก็ไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่หรอก”

            ใช่! พวกเราสองคนน่ะไม่ต่างกันเท่าไหร่ รักคนที่เขาไม่เคยมอบความรักตอบ แต่นั่นก็คงไม่เจ็บเท่า การแกล้งรักหรอกจริงมั๊ย? ไม่รักก็ไม่ควรให้ความหวังกัน หัวใจมันไม่ใช่สิ่งที่ควรเล่นด้วยหรอกนะ คนทุกคนน่ะก็เจ็บเป็นเหมือนกัน

            “สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกท่าน! ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Bye My Seniors งานอำลาซีเนียร์รุ่นนี้ ของพวกเราครับ นี่ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้มาพูดแบบนี้ใช่มั๊ย เพราะปีหน้าก็ต้องไปเป็นเด็กมหาลัย ซะแล้ว อยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากเป็นเด็กอีกครั้ง ฮ่าๆ เอาเป็นว่า ผมขอถือโอกาสนี้เปิดงานเลยละกันนะครับ ขอเชิญแต่ละคู่ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ไปเปิดฟลอร์เต้นรำหน่อยนะครับ”

            อีตาเจฟ...เพื่อนขี้เล่นของเกรดเรารับหน้าที่เป็นพิธีกรช่วงต้นของงานทำหน้าที่เป็นคนเปิดงาน ฉันเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เลยนะ ที่ต้องมีรายชื่อสำหรับคนเปิดฟลอร์ด้วยน่ะ

            “นี่เป็นรายชื่อที่ถูกขอมาเป็นพิเศษน่ะครับ งั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมจะเริ่มที่คู่แรกเลยนะ ครับ ขอเชิญเพื่อนแบล็คกับเพื่อนสาวสุดสวยของงาน...มิซุออกมาเต้นรำคู่กันหน่อยครับ”

            พอได้รับคำเชิญ แบล็คกับมิซุก็จับมือกันออกไปเปิดฟลอร์ มันก็จริงอย่างที่รุ่นน้องพวกนั้นพูดเนอะ สองคนนั้นเหมาะสมกันมาก...มากจริงๆ ราวกับว่าเป็นเจ้าหญิงและเจ้าชายที่เกิดมาเพื่อคู่กัน

            “บีบี เดี๋ยวฉันมานะ”

            “ให้ฉันไปด้วยหรือเปล่า?”

            “ไม่เป็นไร ฉันโอเค ^^

            จะให้ฉันทนดูสองคนนั้นโชว์เลิฟซีนกันอีกเป็นครั้งที่สองหรือไงกัน ในวินาทีนั้นสายตาของแบล็ค ก็ปะทะเข้ากับฉันพอดี ฉันเลยหลบสายตาแล้วหันไปทางอื่นแทน คิดได้ดังนั้นฉันเลยตั้งใจจะเดินไปตรงระ เบียงด้านนอกเพื่อชมวิวแทน แต่...

            “นั่นจะเดินไปไหนครับเพื่อนบลูของพวกเรา”

            ฉันมองค้อนๆ ไปที่เจฟซึ่งในขณะนี้เป็นพิธีกรอยู่บนเวที นายจะมาหาเรื่องฉันอะไรวันนี้ -_-

            “ผมกำลังจะประกาศคู่เต้นรำคู่ที่สองอยู่เลยนะครับ! ขอเชิญบลูกับเบ็นมาเปิดฟลอร์ร่วมกับ แบล็คและมิซุหน่อยครับ”

            ฉันส่ายหน้าและมองไปที่เจฟอย่างคาดแค้น =_= เรื่องอะไรจะต้องมาให้ฉันเต้นรำด้วย ฉันไม่อยากจะอยู่ใกล้หมอนั่นไปให้มากกว่านี้ ฉันเจ็บมามากพอแล้วนะ

            “ส่ายหน้าอะไรกันครับบลู ให้เกียริต์เปิดฟลอร์สำหรับงานเต้นรำวันนี้หน่อยนะครับ ดูนั่นสิ เพื่อนเบ็นของเรายืนรอหน้าเศร้าแล้วนั่นน่ะ”

            “ไอ้เจฟ เดี๋ยวแกได้โดน”

            เบ็นกัดฟันพูด แต่ฉันก็รู้ว่าเจฟที่อยู่บนเวทีต้องเข้าใจมันแน่นอน -o-

            “เต้นๆ ไปเหอะบลู นี่มันงานสุดท้ายของพวกเราแล้วนะ”

            “แต่ฉันเต้นไม่เก่งนีนา”

            “ฉันจะช่วยเธอเอง”

            เบ็นพูดจบก็จับมือฉันแล้วจูงให้เดินไปเปิดฟลอร์ด้วยกัน ตอนนี้คู่ของฉันกับคู่ของแบล็คกำลัง เต้นรำกันอยู่ตรงเซ็นเตอร์ของงาน โดยมีแขกและเพื่อนๆ คนอื่นๆ ยืนล้อมรอบเป็นวงกลม มาเป็นจุดศูนย์ กลางแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบเลยจริงๆ นะ

            “น่ารักกันจริงๆ เลย คู่รักคู่นี้เนี่ย >_< หวานไม่ต่างจากคู่แรกเลยนะครับเนี่ย เพื่อไม่ให้เป็นการเสีย เวลา เราขอเชิญคู่สุดท้ายเลยละกันครับ คู่เพื่อนรักเพื่อนเลิฟบีบีกับเบสต์ครับ! คู่นี้ความจริงต้องเรียกว่า คู่เพื่อนกัน...ฉันรักเธอ’ น่าจะเหมาะกว่านะครับเนี่ย”

            สรุปว่าทั้งฉันทั้งบีบี เราโดนกันหมดสินะ =_= ใครมันแกล้งกันเนี่ย ไม่นานบีบีกับเบสต์ก็มาจอย พวกเรา ทำให้ตอนนี้พวกเราทั้งสามคู่เป็นจุดสนใจอย่างมากเลยทีเดียว

            “คู่ที่รีเควสก็หมดแล้วนะครับ ตอนนี้คู่ไหนอยากเต้นรำก็เชิญได้เลยนะครับ ไว้เดี๋ยวเจอกันอีกทีตอน ประกาศพรอมคิงกับพรอมควีนนะครับ”

            แล้วเราจะต้องเต้นรำแบบนี้ไปอีกนานแแค่ไหนนะ? ฉันละสายตาไปจากเบ็นเพื่อไปมองว่าคู่อื่นๆ เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้ยัยบีบีก็กำลังเต้นอยู่กับเบสต์อยู่เลย ยัยบีบีนี่แก้มแดงเป็นระยะๆ เลยนะเนี่ย เห็นแล้ว เขินแทน >_< ส่วนคู่ของแบล็คกับมิซุ ทั้งสองก็กำลังเต้นรำกันอย่างกับว่าเป็นงานแต่งงานของสองคนนั้น ถึงแม้ว่าฉันจะไม่อยากพูดมัน แต่ฉันก็คงต้องยอมรับจริงๆ สินะว่าทั้งสองคน เหมาะสมกันมาก มากจนฉันรู้ สึกเหมือนว่าเป็นส่วนเกินเลยทีเดียว

            “นี่...มองอะไรอยู่น่ะ มองฉันบ้างสิ”

            เบ็นทักขึ้นหลังจากพวกเราเงียบกันไปนาน

            “ฉันก็แค่...มองบรรยากาศรอบๆ ตัวก็เท่านั้นแหละ”

            “เหรอ...”

            “ใช่ๆ เบ็น ฉันว่าพวกเราน่าจะเลิกเต้นได้แล้วล่ะ ฉันเหนื่อยแล้วอ่ะ ไม่ชอบที่จะต้องเป็นเป้า สายตาของใครเลย”

            “ฮะๆ โอเค ตามใจเธอละกัน งั้นเราไปกันเถอะ!

            แล้วเบ็นก็จูงมือฉันออกมาจากวงเต้นรำนั่น ตอนนี้ในวงนั้นก็เต็มไปด้วยผู้คนมากมายแล้วล่ะ ฉันเดาไม่ออกจริงๆ ว่าแต่ละคู่ที่ไปเต้นด้วยกันน่ะ เป็นคู่รักกันจริงๆ หรือเต้นกันเล่นๆ กันแน่ ถ้าพวกเขาเป็น คู่รักกันจริงๆ นี่คงเป็นอะไรที่น่ารักมากเลยเนอะ

            “เธอจะไปไหนกันต่อดีล่ะ”

            “ฉันอยากไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อยน่ะ”

            “อ้อ โอเค เดี๋ยวฉัน...”

            “เฮ้ ไอ้เบ็น มาดูนี่ให้ฉันแป๊ปนึงสิ บลู ขอตัวแฟนเธอแบบนึงนะ”

            “งั้นบลู เดี๋ยวฉันมานะ”

            “อืมๆ เดี๋ยวแป๊ปนึงฉันก็เข้ามาแล้วล่ะ ถ้าหาไม่เจอก็โทรมาละกัน”

            “โอเคๆ”

            แล้วเพื่อนของเบ็นก็ลากหมอนั่นไป ฉันไม่ค่อยรู้จักเพื่อนสนิทของเขาเท่าไหร่หรอก เพราะฉันเอง ก็ไม่ใช่คนที่มนุษย์สัมพันธ์ดีมากถึงขั้นคุยกับทุกคน ก็อย่างที่ทุกคนรู้น่ะนะว่าฉันเข้ากับคนยากอ่ะ

            ฉันเดินออกไปตรงระเบียงที่ถูกสร้างขึ้นมาของโรงแรมแห่งนี้ พอมองไปรอบๆ รู้สึกเหมือนว่าตอนนี้

 ฉันอยู่บนหอคอยยังไงอย่างงั้นเลยล่ะ ณ จุดนี้เราสามารถมองเห็นเมือง แสงสี รอบๆ ตัวของเรา ได้มามอง อะไรแบบนี้ก็สบายใจเหมือนกันนะ  

            “มายืนทำมิวสิควิดิโออะไรตรงนี้น่ะ”

            เสียงแบบนี้... แบล็คสินะ

            “ฉันมายืนทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน”

            “เธอเป็นอะไรอีก...?”

            “...”

            “ทำไมไม่ยอมคุยกับฉันอีกแล้วล่ะ เราเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ใช่เหรอ”

            ทำไมคำว่าเพื่อนของหมอนี่มันถึงได้ทำให้ฉันเจ็บขนาดนี้นะ!? เพื่อน...มันคืออะไรกัน? เพื่อนคือคน ที่ให้ความหวังกัน มาคอยพูดให้รู้สึกดีด้วย แล้วมาทำร้ายจิตใจกันในภายหลัง นั่นเหรอคือคำว่าเพื่อนของ นาย?

            “ฉันเป็น เพื่อน’ นายงั้นเหรอ”

            “ก็ใช่น่ะสิ”

            “เหอะ!

            “จะว่าไปวันนี้เธอก็แต่งตัวน่ารักเหมือนกันนะ”

            “แล้วนายล่ะ...”

            “ฉันทำไม”

            “ไม่ใช่นายหรอกเหรอ...ที่บอกว่าจะแต่งชุดนั้นมาเพื่อมาเป็นพิธีกรร่วมกับฉันน่ะ”

            “อ้อ! ที่แท้เธอก็งอนฉันเรื่องนี้เองหรอกเหรอ ฮะๆ มันก็แค่ชุดๆ นึงเท่านั้น จะไปคิดอะไรมากล่ะ ถึงไม่ได้ใส่ชุดนั้น ฉันก็เป็นพิธีกรกับเธอได้เหมือนเดิมนั่นแหละ”

            สรุปว่าฉันนี่มันบ้าไปคนเดียวใช่มั๊ย...ที่ให้ความสำคัญกับหมอนี่มากเกินไป ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยนึกถึง ฉันเลยสักนิด สำหรับเขา...ใครคือคนที่สำคัญ คือสิ่งสำคัญกัน? มิซุงั้นสิ...คือคนที่สำคัญสำหรับหมอนี่น่ะ มันก็แค่ชุดบ้าๆ ชุดนึงที่คนอย่างฉันให้ความสำคัญด้วยก็เท่านั้น ฉันนี่แคร์ใครไปทั่วโดยไม่เอะใจเลยสินะว่า เขาจะแคร์เราแบบนั้นบ้างหรือเปล่า สำคัญตัวผิดจริงๆ เลยยัยบลู

            “ฉันไม่ควรจะใส่ชุดนี้มาเลย ในเมื่อมันก็แค่ชุดเท่านั้น และมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรเลยสักนิด”

            “...”

            “ขอบคุณนะ...ที่ทำให้เข้าใจทุกอย่าง”

            “เธอพูดเรื่องอะไร”

            “ขอบคุณที่ทำให้ฉันตื่นจากความฝัน ที่ทำให้รู้ว่า....ฉันไม่ควรจะสำคัญตัวเองผิดเลยจริงๆ”

            ฉันพูดได้แค่นั้นก็จะเดินกลับเข้างานเพื่อวิ่งไปอีกทางทันที ฉันออกไปจากงานเพื่อมาหลบฉาก สักพัก ฉันไม่ได้หนีไปไหนหรอก เพียงแต่ฉันแค่ขอเวลาอยู่อย่างนี้สักพักละกันนะ แค่การมางานบ้าๆ นี่ มันก็ทำให้ฉันเจ็บอย่างสาหัสอีกแล้วเหรอ...?

            ตอนนี้สิ่งที่ฉันรู้สึกคือฉันอยากจะร้องไห้เอามากๆ  แบล็คได้ทำให้ฉันรู้แล้วว่าสำหรับคนบางคน ทุ่มเทมากไปมันก็ไม่ผลอะไรกับหัวใจของคนบางคน ฉันควรจะรักคนที่ฉันรักมากกว่าสิ! ฉันควรจะทำให้ได้

            ถึงแม้อยากจะร้องไห้แค่ไหน แต่ฉันกลับทำอย่างนั้นไม่ได้ ฉัน...ไม่สามารถให้ใครรู้ได้ว่าฉันเป็น อะไร โดยเฉพาะหมอนั่น เขาจะไม่มีสิทธิ์มารู้ความคิด ความรู้สึกของฉันอีกต่อไป เขาไม่สมควรมาอยู่ตรง นั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้าเลือกได้...ฉันไม่อยากจะรู้จักเขาเลยสักนิด

            บางที...ถ้าวันนั้น วันที่ทำให้ฉันกับเขาได้รู้จักกันมากขึ้น ฉันไม่ไปสารภาพรักกับหมอนั่น เรื่องทุกอย่างอาจจะไม่แย่ขนาดนี้ก็ได้ บางทีในตอนนี้ฉันอาจจะเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาที่แอบปลื้มเพื่อน คนนึงอยู่....แค่นั้นก็ได้  แต่ฉันก็ทำตัวเองนี่เนอะ ที่ดันไปสารภาพรักกับคนบ้าๆ แบบนั้น

            “บลู...”

            “เบ็น...”

            เป็นนายอีกแล้วสินะ...ที่มายืนอยู่ข้างฉันในตอนที่ฉันไม่เหลือใคร

            “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”

            “ฉันไม่เป็นไร ^^ กลับเข้างานกันเถอะ”

            ฉันจะไม่ดึงใครเข้ามาเจ็บเป็นเพื่อนฉันอีกแล้ว ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้วว่าการใช้ใครเป็นเครื่องมือ มันก็ดีแต่ทำร้ายจิตใจคนนั้น ฉันต้องจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ฉันต้องทำให้ได้สิ!

            เบ็น...ถ้า ณ วันนึงเราต้องเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ ฉันก็ขอให้นายโชคดีได้เจอกับคนที่เขารักนาย จริงๆ นะ ฉันขอให้นายได้เจอกับคนที่ดีกว่าฉัน รักนายมากๆ เท่ากับที่นายรักเขาเลย เพราะตอนนี้ฉันเอง ก็ยังไม่สามารถมอบหัวใจให้นายได้เลย ฉัน...เข้าใจแล้วว่าเราไม่สามารถเอาใครมาแทนใครได้

            “เบ็น... เราละ...”

            “นี่...รีบเข้าไปข้างในกันเถอะนะ มีอะไรค่อยพูดตอนอื่นละกันนะ”

            ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนกับว่าเขารู้ว่าฉันกำลังพูดอะไร และเขาก็ยังไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ใช่! ฉันกำลังจะจบเรื่องทุกอย่าง ฉันไม่อยากดึงเบ็นมาเจ็บกับฉันอีกแล้ว แต่ถ้ามันคือความต้องการของเบ็น ในตอนนี้ ฉันก็จะทำเพื่อเขา เพราะเขาเองก็ทำเพื่อฉันมามากพอแล้ว

            ถึงแม้จะไม่ใช่ตอนนี้...สักวันทุกอย่างมันก็ต้องจบ วันนั้น...นายอาจจะมีความสุขมากกว่านี้ ก็ได้นะเบ็น

           

 

           

           

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น