Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 22 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 เม.ย. 56

Chapter 21

She’s really important person, while I’m just shadow.

           

            เฮ้อ...นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย ฉันตื่นมาด้วยอาการมึนงงนิดหน่อย แถมยังปวดหัวอีกด้วย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ....? ทำไมฉันถึงได้ปวดหัวแบบนี้เนี่ย

            เพราะว่างงกับเหตุการณ์ต่างๆ ฉันจึงมองไปรอบๆ ห้องแล้วก็ได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่ในห้อง นอนของตัวเอง แต่ที่นี่กลับเป็นเหมือนกับโรงแรมหรือว่าอพาร์ตเมนต์ธรรมดาๆ ต่างหาก นี่มันเกิดอะไรขึ้น ฉันจำได้ว่าเมื่อวานฉันมาทะเลกับแบล็ค แล้วก็ดันทะเลาะกันอีก ฉันเลยเดินไปเรื่อยๆ แล้วได้เจอกับไอ้พวก ขี้เมาที่คิดจะทำร้ายฉัน มันต่อยเข้าที่ท้องฉัน ทำเอาฉันไม่ได้สติอีกต่อไป นี่อย่าบอกนะว่าฉันโดนพวกมันทำ มิดีมิร้ายไปแล้ว!!!

            เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันจึงก้มลงมองเสื้อผ้าตัวเอง มันก็ยังเหมือนเดิมนี่นา เพียงแต่ว่ามันเป็นเสื้อ คนละตัว แล้วก็กางเกงคนละตัวกับที่แบล็คซื้อมาให้ฉันเมื่อวาน =o= ใครก็ได้บอกฉันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            “ตื่นแล้วเหรอ”

            แบล็คพูดพร้อมกับเดินออกมาจากห้องน้ำโดยผ้าขนหนูปิดช่วงล่างผืนเดียว -_- นี่อย่าบอกนะว่านาย....ทำอะไรฉันเนี่ย!?

            “นะ...นาย”

            “เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งคิดอะไรแบบนั้น ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอทั้งนั้น”

            “แล้วทำไมนายต้องใส่แค่ผ้าขนหนูแบบนั้นด้วยเล่า แล้วนี่...ทำไมฉันถึงมาอยู่ในชุดนี้ได้ โอ้ย! นี่มันเกิดอะไรกับฉันกันแน่ ทำไมฉันถึงได้จำอะไรไม่ได้เลย แล้วทำไมฉันถึงได้ปวดหัว แล้วทำไม…”

            “เฮ้!  ถามทีละคำถามได้มั๊ย ฉันตอบเธอไม่ทันหรอกนะ -..- เอาเป็นว่าเมื่อวานเธอกำลังจะถูก ทำร้าย ฉันเลยเข้าไปช่วยเธอไว้ทัน แต่เธอดันไม่สบาย ฉันเลยต้องพาเธอมานอนพักก่อน ขืนกลับกรุงเทพฯ คงได้เป็นไข้หวัดหนักแน่นอน”

            นี่แบล็คเป็นคนช่วยฉันงั้นเหรอ? ถึงจะไม่อยากเชื่อแต่ฉันก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าฉันดีใจ ก็ในใจฉันมันหวังว่าต้องเป็นเขาที่มาช่วยนี่นา เพียงแต่ว่าฉันก็ไม่กล้าพอที่จะหวังจริงๆ จังๆ ในเมื่อมันดูเป็น ไปไม่ได้เลยสักนิด

            “นายเนี่ยนะ...จะมาช่วยฉัน” ฉันพึมพำเบาๆ กับตัวเอง แต่หมอนั่นดันหูดีได้ยินซะงั้น   

            “ฉันมันแย่ในสายตาเธอขนาดนั้นเลยเหรอ”

            “…”

            “โอเค”

            ทำไมต้องมาทำเหมือนกับโกรธด้วยก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนโกรธเขา ก็เมื่อวานเขาทำตัวเห็นแก่ตัวเอามากๆ น่ะสิ แต่ทำไมฉันถึงได้ไม่รู้สึกโกรธเขาเหมือนที่เป็นเมื่อวานเลยนะ หรือเพราะว่าเขา มาทำดีด้วย มาช่วยเหลือ แค่นี้ก็ลืมความโกรธทั้งหมดไปแล้วงั้นเหรอ…? ทำไมเราถึงได้ใจอ่อนแบบนี้นะ

            “นี่…แล้วทำไมฉันถึงได้มาอยู่ในชุดนี้ล่ะ”

            ฉันเปลี่ยนเรื่องพูดเมื่อเห็นว่าหมอนั่นทำท่าทางฮึดฮัดใส่ ความจริงฉันก็สงสัยอยู่มากๆ เหมือนกัน ว่าทำไมฉันถึงได้มาอยู่ชุดนี้ แต่มันคงไม่ใช่….

            “ฉันเปลี่ยนให้เองแหละ”

            เห็นมั๊ย? มันคงไม่ใช่หรอก แต่เดี๋ยวนะ!! เมื่อกี้เขาบอกว่าเขาเปลี่ยนให้งั้นเหรอ!!! เฮ้ย อะไรนะ! แบบนี้ก็หมายความว่าเขาเห็น...ทุกอย่างงั้นเหรอ TT^TT

            “นาย...ว่าไงนะ”

            “นี่! ไม่ต้องตกใจขนาดนั้น ฉันไม่เห็นอะไรเลย ฉันหันหลังให้ตอนที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอน่ะ”

            “=///=

            “มันจำเป็นน่ะนะ ก็เธอไปตากฝนขนาดนั้น ตัวก็เปียก แล้วถ้าไม่เปลี่ยนเธอก็ต้องไม่สบายนะ จริงมั๊ย? นี่ฉันทำเพราะหวังดีนะเนี่ย เลิกมองฉันแบบนั้นสักทีเหอะ”

            “นายเป็นห่วงฉันด้วยเหรอ”

            “...”

            “ทำไมไม่ตอบล่ะ”

            “ฉัน...”

            “ไม่เป็นไรหรอก ยังไงก็ขอบใจนะ นายไปแต่งตัวให้เรียบร้อยเฮอะ”

            “อืม”

            ฉันตัดบทเพราะรู้ว่าแบล็คคงไม่กล้าพูดมันออกมาแน่ๆ นี่มันอย่างที่คนเขาชอบพูดจริงๆ สินะ บางทีเราก็ไม่ควรถามอะไรที่ตัวเราเองก็กลัวคำตอบ เฮอะ น่าสมเพชตัวเองจริงๆ ยังจะมาหวังว่าเขาจะ ตอบว่าเป็นห่วงเรา สุดท้ายก็ต้องมารอคำตอบเก้อไปแบบนั้น

            และแล้วการสนทนาของเราสองคนก็จบไปแบบงงๆ แบบนั้น แบล็คเข้าไปแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วหลังจากนั้นมันก็เป็นฉันที่ไปอาบน้ำแทน ว่าแต่ว่าฉันไม่มีชุดเปลี่ยนนี่ อีกอย่างชุดนี้หมอนั่นก็เพิ่ง เปลี่ยนให้ฉันเอง เอ่อ...มาพูดถึงประโยคนี้ก็อายตัวเองจริงจัง -///- เอาเป็นว่าช่วงมันเหอะ เดี๋ยวค่อยไป เปลี่ยนที่บ้านเลยก็ได้ ไหนๆ ก็จะเดินทางกลับแล้วนี่เนอะ

            “ฉันว่ากลับเลยดีกว่าคือฉันไม่มีชุดเปลี่ยนอ่ะ แล้วฉันก็เพิ่งเปลี่ยนด้วย จะได้ไม่เสียเวลา”

            “ตัวเหม็น :)

            หมอนี่มันหายแล้วเหรอ ทำไมอารมณ์ถึงได้เดายากขนาดนี้ =_=

            “คือฉันเพิ่งเปลี่ยนไปเองไม่ใช่เหรอ”

            “ฉันเปลี่ยนนะ”

            “เอ๊ะ! =///= นายจะเอายังไงกับฉันเนี่ย”

            อยู่ดีๆ ก็ยกอะไรแบบนี้มาพูดอีกแล้ว คนยิ่งอายๆ อยู่นะ >///<

            ไม่ได้เอาอะไรสักหน่อย :)”

            “นี่นายหยุดยิ้มได้มั๊ย -..-

            “ทำไม...เธอใจเต้นเหรอ”

            “บะ...บ้า”

            “ฮ่าๆ แกล้งเธอนี่มันสนุกจริงๆ”

            ถึงแม้ฉันจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไร แต่เอาเข้าจริงๆ ฉันกลับรู้สึกดีทุกครั้งที่พวกเรามีรอยยิ้มให้แก่กัน ไม่รู้สิ! เพียงแต่ฉันไม่รู้เท่านั้นว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน บางครั้งฉันก็นึกอยากให้เรียนจบเกรด สิบสองเร็วๆ ฉันจะได้ไม่ต้องพบเจอกับความเจ็บปวดนี่อีก แต่บางครั้งฉันกลับนึกอยากหยุดเวลา แล้วรอ เผื่อว่าวันนึงแบล็คจะหันกลับมามอง แต่มันก็เป็นแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ สำหรับผู้หญิงคนนึงเท่านั้น แหละนะ ฉันไม่มีสิทธิ์หวังอะไรมากมายหรอก

            “กลับกันเถอะ”

            “อ่าฮะ”

            แล้วพวกเราก็เก็บของออกจากห้อง ก็ของมันไม่ได้มีอะไรเยอะนี่เนอะ ก็แค่พวกเสื้อผ้าที่เปียกของ ฉันและเขาก็แค่นั้น นี่ฉันเพิ่งรู้อะไรอีกอย่างนะ...ว่าแบล็คเอาเสื้อผ้าของฉันไปตากให้ด้วย บางทีเขาก็เป็น คนน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย หรือไม่มันก็อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวของหมอนั่นอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าฉันไม่เคย ได้สัมผัสมันก็แค่นั้น

            มันก็เหมือนกับที่คนเราชอบพูดๆ กัน ว่าบางที...คนบางคนก็ทำได้แค่มอง แล้วก็ทำได้แค่นั้นจริงๆ

 

 

            Bebe’s Talks

            วันนี้ก็วันเสาร์แล้ว!!! เย้ๆ ได้หยุดสักทีสินะ หลังจากอาทิตย์แห่งการเรียนอันแสนยาวนานนนนนน แต่วันหยุดของฉันคงไม่สงบสุขอย่างที่ตั้งใจไว้สินะ ก็เพียงแค่ตื่นนอนแป๊ปเดียวก็มีคนโทรมาแล้ว จะไม่ให้ บีบีคนนี้ได้พักเลยเหรอ TT^TT

            “ฮัลโหล”

            ฉันรับโทรศัพท์โดยไม่ได้มองเบอร์คนที่โทรมา เอ่อ...พอดีว่าฉันลืมน่ะ แต่มันคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

            (ฮัลโหล นี่ฉันเองนะ)

            “นาย...”

            ฉันพูดได้แค่นั้นก่อนจะเอาโทรศัพท์ออกจากหูแล้วมามองเบอร์คนที่โทรมา เบสต์จริงๆ ด้วย หมอนั่นโทรมาหาฉันทำไม แล้วทำไมฉันต้องทำตัวเหมือนคนบ้ามายิ้มอยู่คนเดียวด้วยก็ไม่รู้ -_- ฉันเลิกเถียงกับตนเองแล้วพูดต่อแทน

            “โทรมามีอะไรเหรอ”

            (วันนี้เธอว่างมั๊ยอ่ะ)

            “ก็ว่างอยู่นะ แต่ว่าขี้เกียจออกไปไหนน่ะ”

            (อ้าว ว่าจะชวนออกไปข้างนอกซักหน่อย)

            “ไปไหนล่ะ”

            (ถ้าบอกแล้วเธอจะไปด้วยหรือเปล่าล่ะ)

            ไปสิ!!! แน่นอน!!! นี่คือสิ่งที่ฉันอยากพูดออกไป แต่ฉันกลับทำไมได้ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงธรรมดา แทน ถ้าขืนฉันทำเป็นอยากไปจนตัวสั่นมันคงแปลกๆ ใช่มั๊ย

            “ก็บอกมาก่อนสิ”

            (คือฉันอยากไปเที่ยวอ่ะ อยู่บ้านเหงาเว่อร์ มาเป็นเพื่อนฉันหน่อยดิ)

            “ทำไมไม่ชวนบลูล่ะ”

            อยากจะตบปากตัวเองจริงๆ อยู่ดีๆ ก็ชอบไปถามอะไรที่ทำให้ตัวเองรู้สึกแย่เนอะ แล้วนี่ถ้าเบสต์ ตอบมาว่า บลูไม่ว่างหรอก...ก็เลยชวนเธอฉันไม่ใบ้กินเลยเหรอเนี่ย ทำอะไรไม่คิดเลยนะยัยบีบีเอ้ย

            (ก็ฉันอยากชวนเธอน่ะ)

            “หา!!! เอ่อ...นายพูดว่าอะไรนะ”

            (ก็ฉันอยากไปกับเธอไง)

            >////<

            (เฮ้ ทำไมเงียบไป)

            =///=

            (นี่บีบี...ยังอยู่ในสายอยู่หรือเปล่าเนี่ย)

            “อยู่...อยู่ ขอโทษ” คือพอดีฉันกำลังเขินกับคำพูดของนายอยู่นั่นแหละ -..- พูดอะไรไม่คิดถึงคนฟัง เลยนะเนี่ย ความจริงฉันเองก็รู้ดีน่ะแหละว่าหมอนั่นก็แค่พูดส่งๆ ไปก็แค่นั้น

            (งั้นเดี๋ยวฉันไปรับเธอตอน 11 โมงนะ เตรียมตัวไว้แล้วกัน เราจะไปเที่ยวกัน งั้นแค่นี้นะ บาย)

            ตู๊ดๆๆๆ

            “ฮัลโหลๆๆๆ เดี๋ยวก่อนสิ”

            สรุปว่าฉันพูดคนเดียวใช่มั๊ยเนี่ย ทำไมวางสายไม่รอฟังคำตกลงของอีกฝ่ายเลยนะ แต่ฉันก็คงเล่น ตัวมากเกินไปสินะ เพราะยังไงๆ ฉันก็คงต้องตอบตกลงไปกับหมอนั่นอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ต้องการ ฉันจริงๆ ก็ตาม เรานี่ก็ใจดีกับเขาไปทั่วจริงๆ เลยนะ ทั้งๆ ที่รู้ว่าคนบางคนก็ไม่เคยคิดจะหันมาหรือกลับมา ช่วยเรา แต่เรากลับคอยแต่จะหวังดีกับเขาเสมอ

            นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย ฉันมองไปที่นาฬิกาปลุกข้างเตียงแล้วก็ต้องถึงกับผงะ นี่มันสิบโมงแล้วเหรอ เนี่ย!? แล้วเบสต์บอกว่าจะมาตอนสิบเอ็ดโมงใช่มั๊ย!!! OMG!! ฉันต้องรีบไปอาบน้ำแล้วสินะ ฉันรีบเด้งตัว ขึ้นจากเตียงแล้วพาตัวเองไปอาบน้ำในทันที นี่ฉันตื่นเต้นมากเกินไปมั๊ยเนี่ย =_=

            พออาบน้ำเสร็จฉันก็รีบแต่งตัวโดยเลือกชุดที่คิดว่าตัวเอง....ดูดีที่สุดแล้ว ฉันนี่ทำตัวเหมือนจะ ไปออกเดตเลย เนอะ ฉันเปลี่ยนชุดไปๆ มาๆ จนนี่ก็ใกล้เวลานัดแล้ว เลยเลือกชุดเดรสสีชมพูมาใส่แทน ไหนๆ ก็ไม่มีเวลาแล้วนี่นา ใส่ชุดนี้ไปก็ได้ ชุดที่ฉันใส่คือชุดเดรสกระโปรงยาวประมาณเหนือเข่านิดหน่อย ส่วนตรงแขนก็จะเป็นดีไซน์แบบแขนสั้นเกือบจะเป็นแขนกุด แถมยังมีผ้ามาพันไปพันมาทำให้สไตล์ดูดีอีก เอาเป็นว่าฉันคิดว่ามันดีที่สุดสำหรับฉันแล้วก็แล้วกัน

            ฉันเดินลงมาจากห้องตัวเองทำเอาทุกคนในบ้านมองฉันเป็นตาเดียว

            “เอ่อ...นี่ลูกจะแต่งตัวไปไหนเนี่ย”

            “จะไปกินข้าวกับเพื่อนสักหน่อยน่ะค่ะ”

            “แหม เพื่อนจริงๆ เหรอนั่นน่ะ แต่งตัวซะอย่างกับไปออกเดต”

            “เพื่อนจริงๆ ค่ะแม่ ^^ งั้นหนูไปก่อนนะคะ”

            “จ้ะๆ ลูก อย่ากลับดึกนะ”

            “ค่ะ”

            อย่างที่ฉันบอกไป พอฉันลงมาจากห้อง ทุกคนก็จ้องฉันในทันที นี่ฉันแต่งตัวเหมือนไปออกเดต จริงๆ เหรอเนี่ย บอกตามตรงฉันไม่รู้ตัวนะว่าตัวเองจะตื่นเต้นได้ขนาดนี้ =o=

            ฉันเดินออกไปหน้าบ้านเป็นเวลาเดียวกับที่รถคันหรู BMW มาจอดอยู่หน้าบ้านพอดี พร้อมกับที่ เบสต์เดินลงมาจากรถแล้วก็จ้องฉันอีกคน จ้องกันเยอะๆ แบบนี้ฉันก็เขินเป็นเหมือนกันนะ -///-

            “คุณบีบีให้เกียรติมาเดตกับผมสักวันนึงได้มั๊ยครับ”

            พอได้ทีก็แกล้งฉันใหญ่เลยนะ เบสต์ไม่พูดเปล่า...ยังยื่นมือมาข้างหน้าฉันอีก เล่นกันแบบนี้ฉันก็ใจ สั่นเป็นเหมือนกันนะ -_-    

            “นายก็ไม่ได้แต่งตัวน้อยไปกว่าฉันหรอกน่า”

            ฉันพูดความจริงนะ หมอนี่ก็แค่ใส่เสื้อเชิร์ตคอปกสีน้ำเงินเข้มแล้วก็เกงกางยีนส์สีดำ แต่แค่นั้นมันก็ ทำให้เขาดูดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ TT^TT

            “งั้นเราไปกันเถอะ”

            เบสต์พูดพร้อมกับทำหน้าที่เป็นคนขับรถ เอ่อ...ไม่เอาดีกว่า เรียกว่าบอดิการ์ดคงจะดูดีกว่านะ หมอนั่นทำหน้าที่เป็นบอดิการ์ดส่วนตัวเปิดประตูรถให้ฉัน แล้วตัวเองก็ไปนั่งประจำที่คนขับ แล้วก็เริ่ม ออกรถ

            “นี่เราจะไปไหนกันเหรอ”

            “ไปห้างกันเป็นไง”

            “ไปทำอะไรอ่ะ ไหนบอกว่าไปเที่ยว”

            “นี่ฉันยังไม่ได้บอกเธออีกเหรอ ว่าที่ฉันชวนเธอมาน่ะเพราะว่าพวกเราจะไปซื้อของขวัญวันเกิด ให้บลูกัน คือมันก็ใกล้วันเกิดบลูแล้วนี่เนอะ ฉันเลยอยากซื้ออะไรเซอร์ไพรส์ยัยนั่นหน่อย แต่ฉันเองก็ไม่รู้ ว่าจะซื้ออะไรดีก็เลยชวนเธอมาช่วยเลือกน่ะ”

            “อ้อ...อืม”

            “เธอว่าฉันซื้ออะไรให้บลูดี”

            “...”

            “บีบี...เธอฟังฉันพูดอยู่หรือเปล่าเนี่ย”

            “ฟังสิ อ้อๆ เดี๋ยวไปดูก่อนล่ะกัน เดี๋ยวนายก็เลือกไปละกันนะ แล้วฉันจะช่วยบอกให้ว่าบลูชอบ หรือไม่ชอบ”

            “อืมๆ โอเคๆ ขอบใจนะ...เพื่อนรัก”

            เบสต์พูดพร้อมกับเอามือมาลูบหัวฉันในขณะที่เขาเองก็ยังคงขับรถและมองไปถนนข้างหน้าอยู่ มันก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องมารับรู้ว่าฉันรู้สึกยังไง

            “อืม...ไม่เป็นไร”

            ฉันพูดได้แค่นั้น แล้วพวกเราก็ตกอยู่ในความเงียบจนไปถึงที่ห้าง

            บอกตามตรง...เบสต์ทำเอาฉันจุกแล้วไม่รู้จะพูดอะไรต่อในทันที ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้ทำอะไร หรอก มีแต่ฉันเองต่างหากที่ไปคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาจะคิดถึงฉัน อยากไปกับเที่ยวกับฉันจริงๆ เฮอะ! ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเขาก็แค่เอาฉันมาเป็นเพื่อนก็แค่นั้น ให้มาช่วยเลือกของให้กับคนที่เขารัก หรือก็คือเพื่อนที่ฉัน สนิทที่สุดอย่างยัยบลูน่ะเอง

            บางทีฉันก็แอบคิดนะว่าทำไมคนที่เบสต์ชอบต้องเป็นบลูด้วย คือถ้าคนที่หมอนั่นชอบเป็นคนอื่น อย่างยัยเนเน่ มิซุ มันคงจะดีกว่านี้ ฉันจะได้ไม่ต้องมารู้สึกแย่ในการต้องอิจฉาเพื่อนอย่างยัยบลู ฉันยอมรับ ว่าจริงๆ แล้วมันทำได้ยากจริงๆ ที่ต้องบอกกับคนที่เรารักว่าเราจะช่วยเขา...ช่วยให้เขาสมหวังกับคนที่ เขารัก แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้แล้วนี่ ในเมื่อมันคือตัวฉันเองที่ไปรับปากกับเบสต์ว่าจะช่วยทำให้บลูหันมา ชอบ ฉันไม่อยากจะมีความรู้สึกอิจฉาคนที่เป็นเพื่อนอย่างบลูเลยจริงๆ แต่ฉันก็อดไม่ได้ที่จะคิด เบสต์....นายทำให้ฉันรู้สึกแย่ ที่ต้องมาอิจฉาเพื่อนตัวเอง

            “ถึงแล้ว ไปกันเถอะ”

            นี่ฉันคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนนี้เลยเหรอ...? บางทีฉันก็ควรจะปล่อยวางสินะ คิดมากก็คิดอยู่คนเดียว แล้วไอ้คนที่เราคิดมากด้วย บางทีเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ

            เบสต์กับฉันเดินดูไปแต่ละร้าน หมอนั่นเอาแต่ถามฉันว่าอันนี้ดีมั๊ย แต่สุดท้ายก็สรุปเอาเองว่า ก็ดีนะหรือไม่ก็คงไม่เหมาะกับยัยบลูหรอก ฉันเลยไม่รู้ว่าฉันจะมาอยู่ตรงนี้ทำไมในเมื่อเขาเองก็ไม่ได้ต้อง การฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

            “ฉันว่าฉันซื้อตุ๊กตาหมีไปให้ยัยนั่นดีกว่า เธอว่าไง”

            “อืม...ก็น่าจะโอเคอยู่นะ”

            “หรือว่าจะเป็นพวกเสื้อผ้าดี”

            “ก็ดีนะ”

            “หรือว่าเป็นหนังสือนิยาย ยัยนั่นชอบอ่านหนังสือนิยายหรือเปล่าน่ะ”

            “อืม มันก็ดีเหมือนกัน”

            “ทำไมเธอเอาแต่ตอบว่าดี ดี แล้วดีล่ะ ไม่มีคอมเมนต์เลยเหรอ”

            นายจะให้ฉันตอบอะไรล่ะ! นี่แค่เป็นที่ปรึกษาเรื่องหัวใจของนายกับคนที่นายรัก ฉันก็เจ็บจะตาย อยู่แล้วนะ ยังจะต้องให้ฉันพูดอะไรมาทับถมตัวเองอีกหรือไง

            “ตุ๊กตาหมีก็ได้”

            “อืมๆ ฉันเชื่อเธอ ฉันเชื่อว่าอะไรที่เธอเลือกให้น่ะ ยัยนั่นจะต้องชอบมากแน่ๆ ก็เธอเป็นเพื่อนสนิท บลูนี่เนอะ”

            “อืม”

            “ทำไมยัยนั่นต้องไปรักหมอนั่นด้วยนะ หมอนั่นมันมีอะไรดีหรือไง?”

            แล้วทำไมฉันต้องมารักนายด้วย....? ฉันอยากจะตอกกลับไปจริงๆ แต่ฉันทำไม่ได้เพราะไอ้คำว่า เพื่อนมันค้ำคออยู่น่ะสิ ฉันอยากจะบอกเขาจริงๆ เลยว่าฉันรู้สึกยังไง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่จะพูด มันออกไป อะไรจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเปล่า ฉันเองก็ไม่สามารถรับรู้ได้เลย

            “ก็นั่นแหละ...มันถึงเรียกว่าความรัก”

            “เธอจะไปรู้อะไร...เธอไม่เคยมีแฟนซะหน่อย”

            “คนที่ไม่มีแฟน...ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้จักความรักนะ”

            “แสดงว่าเธอมีคนที่ชอบอยู่ใช่มั๊ย? บอกฉันบ้างดิ ฉันยังบอกเธอเลยนะ แล้วนี่เธอก็ช่วยฉันเรื่องบลู ตั้งเยอะตั้งแยะ ถ้าฉันรู้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร ฉันก็จะได้ช่วยเธอได้นะ”

            “นายช่วยฉันไม่ได้หรอก”

            “ทำไมฉันจะช่วยไม่ได้”

            “ก็เขาคนนั้นมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ในใจแล้วนี่”

            “ใจคนเราใช่ว่าจะเหมือนเดิมตลอดไปซะเมื่อไหร่”

            “นายคิดอย่างนั้นเหรอ...?”

            “อ่าฮะ เอาเป็นว่าบอกมาเหอะ ฉันอาจจะช่วยเธอได้ก็ได้นะ”

            “เดี๋ยววันนึงนายก็จะรู้เองแหละ”

            “คนคนนั้นของเธอ ฉันรู้จักมั๊ย?”

            “นาย...รู้จักดีเลยล่ะ”

            ก็คนคนนั้นคือตัวนายเองน่ะสิเบสต์...ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่านายจะได้รู้หรือเปล่าว่าคนที่ฉันชอบ เขาคือใคร หรือไม่คนที่ฉันชอบอาจจะไม่มีใครได้รับรู้เลยก็ได้ถ้าฉันเลือกที่จะเก็บมันไว้ในใจฉันเพียง คนเดียว

            “งั้นฉันจะรอวันนั้นนะ วันที่เธอบอกฉันคนที่เธอชอบ”

            “อืม”

            “นี่...ในฐานะที่เธอมาช่วยฉันตั้งเยอะแยะ เดี๋ยววันนี้ฉันจะเลี้ยงข้าวเธอเลยเป็นไง ไปเที่ยวด้วยก็ได้ เธออยากทำอะไร ฉันทำให้หมดเลย >_< ไปดูหนังมั๊ย? เรื่องอะไรก็ได้ที่เธอชอบน่ะ”

            “อืม...ถ้านายยินดีก็ได้นะ”

            “ฉันยินดีเสมอสำหรับเพื่อนที่ดีที่สุดอย่างเธอ”

            “...”

            “ขอบใจนะ”

            “อืม...”

            เพื่อน’ ฉันคงเป็นได้แค่นั้นจริงๆ สินะ ไอ้เรานี่มันก็น่าสมเพชจริงๆ ที่คิดไปได้ว่าเขาจะคิดอยากไป เที่ยวกับเรา และแล้วก็ต้องมาเจ็บเองเพราะไอ้ความคิดบ้าๆ ของตัวเอง สุดท้าย...ฉันก็เป็นแค่เหตุผลรอง ของหมอนั่นเท่านั้น ที่ฉันทำไปทุกๆ อย่าง สุดท้ายก็ได้เป็นแค่คนรองเท่านั้น ไม่ได้เป็นคนสำคัญอะไรเลย

            สำหรับนาย...ฉันคงเป็นได้แค่นั้นจริงๆ  

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น

  1. #95 Bam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 / 10:48
    แบล็กนานชอบบลูก้บอกไปเถอะ😬😖
    #95
    0
  2. #94 Natty (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 / 10:47
    สงสารบลูจัง

    อัพต่อเถอะนะค่ะ ดองไว้นานมากแล้ว
    #94
    0
  3. #93 Lookoear (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 / 00:38
    รีบๆอัพนะค่ะ

    หนุกมากเลย

    รออ่านอยู่นะค่ะ
    #93
    0